ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา

ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา, หน่วยงานราชการ, กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยพระราม 6 ซอย 30 ถนนพระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400, กรุงเทพ.

24/07/2026

📣 การแถลงข่าวรายการ "JIC Fact Update ชัดจริง ชัดเจน"
โดย ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย - กัมพูชา

🗓️ วันศุกร์ที่ 24 ก.ค.69 เวลา 17.00 น.

📺 รับชมสด (LIVE) ผ่านทาง: NBT2HD , NBT Connext, กรมประชาสัมพันธ์, ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา, TV5HD Online



#กรมประชาสัมพันธ์

📣 ติดตามรับชม การแถลงข่าวรายการ "JIC Fact Update ซัดจริง ชัดเจน"โดย ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย - กัมพูชา 🗓️ วันศุกร์ที่ 2...
23/07/2026

📣 ติดตามรับชม การแถลงข่าวรายการ "JIC Fact Update ซัดจริง ชัดเจน"
โดย ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย - กัมพูชา

🗓️ วันศุกร์ที่ 24 ก.ค.69 เวลา 17.30 น.

📺 รับชมสด (LIVE) ผ่านทาง: NBT2HD , NBT Connext, กรมประชาสัมพันธ์, ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา, TV5HD Online

🎯Press: 16 ภาษา🇹🇭 JIC ชี้แจงกรณีคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569คำชี้แจงกรณีคำแถลงของกระทรว...
21/07/2026

🎯Press: 16 ภาษา
🇹🇭 JIC ชี้แจงกรณีคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

คำชี้แจงกรณีคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา
ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569
-----------------------------------------
ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย - กัมพูชา (JIC) ขอชี้แจงต่อคำแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ดังนี้
1. ประเทศไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี โดยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฯ (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันเพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปัญหา
2. ประเทศไทยไม่เคยปฏิเสธการเจรจาโดยตรงระหว่างกัน แต่ความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างจริงใจ เคารพซึ่งกันและกัน และหลีกเลี่ยงการดำเนินการฝ่ายเดียวที่กระทบต่อบรรยากาศของความไว้วางใจ
3. ในฐานะภาคีที่มีความรับผิดชอบ ไทยพร้อมดำเนินการตามกระบวนการภายใต้ UNCLOS
ซึ่งเมื่อจบกระบวนการแล้ว จะนำประเทศกลับสู่การเจรจาโดยตรงระหว่างกัน
4. ประเทศไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการยึดครองดินแดนโดยสิ้นเชิง การปฏิบัติการของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยภายในพื้นที่ของตน และลดโอกาสการเผชิญหน้าระหว่างกัน ซึ่งสอดคล้อง
กับถ้อยแถลงร่วมฯ ที่ระบุให้สองฝ่ายคงการวางกำลัง (Maintain Current Troop Deployments)
และเดินหน้ากับมาตรการส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
JIC ขอเน้นย้ำว่า สันติภาพ ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ
จะเกิดขึ้นได้จากการเคารพถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการกล่าวหาผ่านสื่อหรือเวที
ระหว่างประเทศ และกลับมาแก้ไขปัญหาด้วยข้อเท็จจริงและกฎหมายระหว่างประเทศ
“การปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างเคร่งครัด คือรากฐานของความไว้วางใจ
และความไว้วางใจ คือเงื่อนไขสำคัญของการเจรจาที่ประสบผลสำเร็จ”
-----------------------------------------
ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย - กัมพูชา
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 1500 น.

Statement by The Joint Information Center
on the Thailand and Cambodia Situation (JIC)
-----------------------------------------
The Joint Information Center on the Thailand-Cambodia Situation (JIC) wishes to respond to
the statement made by the Spokesperson of the Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation of the Kingdom of Cambodia on 20 July 2026, with the following clarifications:
1. Thailand remains firmly committed to resolving issues peacefully through bilateral mechanisms, while strictly adhering to the Joint Statement, which serves as the essential foundation mutually agreed by both countries for the management and resolution of issues.
2. Thailand has never rejected bilateral mechanisms. On the contrary, we call for it. At the same time, substantive and concrete progress can only be achieved when both sides sincerely uphold
the spirit of the Joint Statement, maintain mutual respect, and refrain from unilateral actions
that undermine an atmosphere of trust.
3. As a responsible State Party, Thailand stands ready to proceed with processes under UNCLOS. The conclusion of these processes will lead both countries back to existing bilateral mechanisms.
4. Thailand firmly denies any allegations of territorial occupation. All actions by the Thai side are solely undertaken to protect our sovereignty and to minimize the risk of confrontation, in full adherence with the mandate to "maintain current troop deployments" under the Joint Statement, which also advances confidence-building measures (CBM).
The JIC reiterates that peace, security and good relations between the people of both countries can only be achieved through strict adherence to the Joint Statement, avoiding accusations through
the media or international platforms, and returning to the resolution of issues based on the facts
and international law.
“Strict adherence to the Joint Statement is the foundation of trust,
and trust is the essential prerequisite for successful negotiations.”
-----------------------------------------
The Joint Information Center on the Thailand - Cambodia Situation
21 July 2026, 15.00 hrs.

“ผอ.JIC” นำคณะลงพื้นที่ชายแดนสระแก้ว ให้กำลังใจ กกล.บูรพา ย้ำรัฐบาล–กองทัพดูแลกำลังพลเต็มที่ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติทุกม...
14/07/2026

“ผอ.JIC” นำคณะลงพื้นที่ชายแดนสระแก้ว ให้กำลังใจ กกล.บูรพา ย้ำรัฐบาล–กองทัพดูแลกำลังพลเต็มที่ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติทุกมิติ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ มุ่งรักษาอธิปไตย–ความปลอดภัยประชาชน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อม คณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกองกำลังบูรพา ติดตามสถานการณ์ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน

พลอากาศเอก ประภาส กล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลตอนหนึ่งว่า สถาบันหลักของชาติ รัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนผู้บังคับบัญชาทุกระดับ มีความห่วงใยและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่ากำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่และเสียสละเพื่อประเทศชาติจะได้รับการดูแลด้านสิทธิ สวัสดิการ และขวัญกำลังใจอย่างเต็มที่

“ขอให้กำลังพลทุกนายมั่นใจ แม้การสื่อสารรายละเอียดด้านการเตรียมกำลังและการปฏิบัติการทางทหารจะมีข้อจำกัดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แต่กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้อย่างเป็นระบบและรอบด้าน”

ผู้อำนวยการ JIC กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพอากาศได้เน้นย้ำหลักสำคัญในการปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยของกำลังและยุทโธปกรณ์ การป้องกันความสูญเสียต่อฝ่ายเดียวกัน และการปฏิบัติภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด โดยการดำเนินการใด ๆ จะต้องมุ่งต่อเป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนและทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และคำนึงถึงหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วนในการใช้กำลัง

ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่มีนโยบายยั่วยุหรือมุ่งสร้างความขัดแย้ง และยังคงยึดมั่นในแนวทางสันติ การลดความตึงเครียด และการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านความมั่นคงมีหน้าที่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสถานการณ์มีความจำเป็น

พลอากาศเอก ประภาส กล่าวยืนยันว่า การเตรียมกำลังของกองทัพเป็นไปอย่างเป็นระบบและบูรณาการร่วมกันทุกเหล่าทัพ หากเกิดสถานการณ์ที่จำเป็น กองทัพอากาศมีความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติของกำลังทางบกและทางเรืออย่างเต็มขีดความสามารถ ภายใต้การบังคับบัญชา กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎการใช้กำลังที่กำหนด

“สิ่งสำคัญคือขอให้กำลังพลทุกนายมั่นใจว่าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างโดดเดี่ยว ทุกภาคส่วนของประเทศอยู่เบื้องหลังและให้การสนับสนุน การเสียสละและความทุ่มเทของทุกคนมีคุณค่า และจะเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถถ่ายทอดไปยังคนรุ่นต่อไปได้ว่า ครั้งหนึ่งเราได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อปกป้องประเทศชาติและประชาชน”

สำหรับการดูแลสิทธิและสวัสดิการกำลังพล พลอากาศเอก ประภาส ยืนยันว่า รัฐบาล กระทรวงกลาโหม และกองทัพกำลังดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยกำลังพลที่มีสิทธิจะได้รับการดูแลตามหลักเกณฑ์อย่างแน่นอน พร้อมขอให้กำลังพลมั่นใจในระบบการดูแลของภาครัฐและกองทัพ

ส่วนกรณีข้อกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของที่มั่นและบังเกอร์ในพื้นที่ พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีการจัดสรรงบประมาณรองรับตามความจำเป็น รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนในการสนับสนุนการดำเนินงานบางส่วน

ผู้อำนวยการ JIC กล่าวเพิ่มเติมว่า การเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงเป็นกระบวนการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยเมื่อสถานการณ์มีความจำเป็น กำลังและขีดความสามารถที่เกี่ยวข้องจะสามารถบูรณาการเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

สำหรับสถานการณ์จุดผ่านแดน พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า การดำเนินการยังคงเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ พร้อมตระหนักถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ประเทศไทยยังคงมุ่งปฏิบัติตามพันธกรณีและกรอบความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการควบคุมสถานการณ์ การลดความตึงเครียด และการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้สามารถนำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและยั่งยืน

“เราต้องการสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนต้องเกิดขึ้นควบคู่กับความพร้อมในการปกป้องประเทศ กองทัพพร้อมทำหน้าที่สนับสนุนซึ่งกันและกันในทุกมิติ ขอให้กำลังพลและประชาชนมั่นใจว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะดูแลอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ”

ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC)
13 กรกฎาคม 2569

🇹🇭Press 1 : การลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว _วันที่ 13 กรกฎาคม 2569✅JIC ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่...
14/07/2026

🇹🇭Press 1 : การลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว _วันที่ 13 กรกฎาคม 2569

✅JIC ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้านข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มกำลัง พร้อมยืนเคียงข้างและส่งต่อกำลังใจไปยังพี่น้องกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวหน้า เพราะเราเชื่อมั่นว่า “ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง” คือพลังสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น ขณะที่ “กำลังใจ” คือพลังที่ช่วยเสริมความเข้มแข็งให้แก่ผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติและดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

ทบ. แจงข้อเท็จจริงชายแดนสุรินทร์ หลังพบข่าวบิดเบือนอ้างไทยปาระเบิดใส่ทหารกัมพูชา ยืนยันไทยยึดมั่นกฎการใช้กำลังและกฎหมายร...
05/07/2026

ทบ. แจงข้อเท็จจริงชายแดนสุรินทร์ หลังพบข่าวบิดเบือนอ้างไทยปาระเบิดใส่ทหารกัมพูชา ยืนยันไทยยึดมั่นกฎการใช้กำลังและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2569) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงข้อเท็จจริง กรณีที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างว่า เมื่อเวลา 12.35 น. มีทหารไทยจำนวน 7 นาย ลาดตระเวนเข้าไปในพื้นที่บริเวณช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และขว้างระเบิดมือจำนวน 1 ลูก เข้าไปยังที่ตั้งของฝ่ายกัมพูชา เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 3 นาย นั้น

กองทัพบกขอชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ และเป็นการบิดเบือนความจริงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนกับหน่วยทหารที่รับผิดชอบในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พบว่าเป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชาเอง ไม่ใช่เกิดจากการกระทำโดยฝ่ายไทยอย่างที่กล่าวอ้าง

ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าว กำลังพลฝ่ายไทยกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเพื่อคุ้มครองการสร้างเส้นทางในฝั่งไทยตามปกติ และตรวจพบว่ามีทหารกัมพูชาเข้ามาสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของฝ่ายเรา ต่อมาในเวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเกิดความโกลาหลในการช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้มีการใช้อาวุธหรือขว้างระเบิดใด ๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ กองทัพบกประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกำลังพลชุดใหม่ของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งยังขาดความชำนาญและไม่คุ้นเคยกับพื้นที่อันตราย พลาดเหยียบทุ่นระเบิดของฝ่ายตนเองที่เคยตกค้างอยู่

โฆษกกองทัพบกกล่าวย้ำในตอนท้ายว่า กองทัพบกไทยยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ข้อตกลง ยึดมั่นกฎการใช้กำลัง ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

จึงขอให้ประชาชนและประชาคมระหว่างประเทศอย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือนที่ปราศจากหลักฐานรองรับ พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการสร้างข่าวปลอมเพื่อใส่ร้ายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์และบรรยากาศความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

📖Press Release : Q&A 5 คำถาม 16 ภาษา กรณีมีการเผยแพร่ภาพวัตถุคล้ายระเบิด MK-84 และกล่าวอ้างว่าเป็นหลักฐานการโจมตีของไทย📍...
25/06/2026

📖Press Release : Q&A 5 คำถาม 16 ภาษา
กรณีมีการเผยแพร่ภาพวัตถุคล้ายระเบิด MK-84 และกล่าวอ้างว่าเป็นหลักฐานการโจมตีของไทย

📍 "ภาพเดียวกล่าวหาใครไม่ได้
เพราะความจริงต้องผ่านทั้งฟิสิกส์ นิติวิทยาศาสตร์ และหลักฐานทางเทคนิค"




🇹🇭 Press Release 16 ภาษาQ&A กรณีมีการเผยแพร่ภาพวัตถุคล้ายระเบิด MK-84 และกล่าวอ้างว่าเป็นหลักฐานการโจมตีของไทย----------...
24/06/2026

🇹🇭 Press Release 16 ภาษา
Q&A กรณีมีการเผยแพร่ภาพวัตถุคล้ายระเบิด MK-84
และกล่าวอ้างว่าเป็นหลักฐานการโจมตีของไทย
-----------------------------------------
Q1 : ภาพที่เผยแพร่สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าเป็นระเบิดที่กองทัพอากาศไทยทิ้ง?
A : ภาพระเบิดรูปทรงกระบอกและส่วนหางที่มีครีบ 4 แฉก มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นระเบิดในตระกูล MK-84 (2,000 ปอนด์) หรือระเบิดขนาดใหญ่รุ่นเก่าอย่าง M118 (3,000 ปอนด์)

กองทัพอากาศไทยมีระบบ BDA (Battle Damage Assessment) หรือการประเมินความเสียหายจากการรบที่แม่นยำ
ด้วยเทคโนโลยีกล้องและการบันทึกภาพการใช้อาวุธจากเครื่องบิน F-16 และ Gripen ผลการตรวจสอบยืนยันว่า ในทุกภารกิจ ระเบิดโจมตีเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ มีการระเบิดตามวงรอบ ระเบิดไม่ด้าน และสามารถตรวจสอบความเสียหาย
ในพิกัดทางทหารได้

ดังนั้น การระบุที่มาของระเบิด ต้องอาศัยการตรวจพิสูจน์ทางเทคนิค เช่น หมายเลขการผลิต ส่วนประกอบ ประวัติ
การครอบครอง และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มิใช่การนำวัตถุมาจัดแสดงหรือการกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

Q2 : เหตุใดจึงมีข้อสงสัยต่อการกล่าวอ้างดังกล่าว?
A : วัตถุที่นำมาจัดแสดงมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งส่วนลำตัวและครีบหาง โดยทั่วไปวัตถุระเบิดที่ถูกปล่อยจากอากาศและสู่พื้นจะได้รับความเสียหายอย่างมากจากแรงกระแทก การเก็บกู้ภายหลัง จึงควรมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางเทคนิคก่อนสรุป

Q3 : หากเป็นระเบิดที่ถูกใช้งานจริง จะมีลักษณะอย่างไร?
A : ระเบิดที่ทำงานตามวัตถุประสงค์จะเกิดการระเบิดหรือได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง จึงไม่ค่อยพบวัตถุ
ที่คงสภาพสมบูรณ์ใกล้เคียงกับสภาพเดิม เว้นแต่ระเบิดที่ไม่ทำงาน (Dud Bomb) ซึ่งต้องได้รับการพิสูจน์อย่างละเอียดเช่นกัน

Q4 : การเผยแพร่ข้อมูลลักษณะนี้ควรพิจารณาอย่างไร?
A : ควรยึดหลักฐานที่ตรวจสอบได้และข้อเท็จจริงทางวิชาการ ไม่ควรสรุปจากภาพถ่ายหรือคำกล่าวอ้างเพียงด้านเดียว โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนของสาธารณชนได้

Q5 : จุดยืนของไทยคืออะไร?
A : ไทยยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรม และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี การกล่าวหาหรือการเผยแพร่ข้อมูล ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ และเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นกลางและโปร่งใส

“การระบุว่าวัตถุใดเป็นอาวุธของฝ่ายใด ต้องอาศัยการพิสูจน์ทางเทคนิคและนิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นมาตรฐานสากล
มิใช่การกล่าวอ้างเพียงฝ่ายเดียว”
-----------------------------------------
ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย - กัมพูชา
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 1100 น.
#ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทยกัมพูชา

📍 Q&A : JIC ชี้แจง กรณีกัมพูชากล่าวอ้างว่าไทยโจมตีสะพานทมอดา และเรียกร้องสันติภาพไทย–กัมพูชา ( 16 ภาษา)🇹🇭 ประเทศไทยรักสง...
23/06/2026

📍 Q&A : JIC ชี้แจง กรณีกัมพูชากล่าวอ้างว่าไทยโจมตีสะพานทมอดา และเรียกร้องสันติภาพไทย–กัมพูชา
( 16 ภาษา)
🇹🇭 ประเทศไทยรักสงบ แต่มีหน้าที่ปกป้องประชาชนและอธิปไตยของชาติ
#ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทยกัมพูชา

ขอเชิญรับชมการแถลงข่าว เรื่องไทยตอบเข้าร่วมกระบวนการประนอมเกี่ยวกับข้อพิพาทในการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติ...
22/06/2026

ขอเชิญรับชมการแถลงข่าว เรื่องไทยตอบเข้าร่วมกระบวนการประนอมเกี่ยวกับข้อพิพาทในการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

🖥️ Facebook LIVE >> https://www.facebook.com/ThaiMFA

ยินดีต้อนรับสู่เฟซบุ๊กเพจของกระทรวงการต่างประเทศ

Welcome to the official page of the Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand

ที่อยู่

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยพระราม 6 ซอย 30 ถนนพระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
กรุงเทพ

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์