สวท.กาญจนบุรี

สวท.กาญจนบุรี เผยแพร่​รายการสด​จากห้องส่ง​สวท.กา

นายกฯ เร่งจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ สั่งรวมข้อมูลภายใน 1 สัปดาห์ ตั้งอนุ 4 ชุด วางเกณฑ์ปฏิบัติภายใน 1 เดือนนายอนุทิน ชาญว...
05/09/2026

นายกฯ เร่งจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ สั่งรวมข้อมูลภายใน 1 สัปดาห์ ตั้งอนุ 4 ชุด วางเกณฑ์ปฏิบัติภายใน 1 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่รองรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล หลังพบข้อกังวลของประชาชนต่อการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชุมชนเมือง และผู้ประกอบการ
บางรายอาจใช้ช่องว่างของกฎหมาย ภาครัฐจึงต้องเร่งกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม กำหนดนิยามและสถานะทางกฎหมายของดาต้าเซ็นเตอร์ การคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและ
ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากกำหนดทิศทางได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและนวัตกรรมของภูมิภาค ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ เร่งบูรณาการข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ให้เป็นชุดข้อมูลเดียวกัน ภายในวันที่
11 กันยายน 2569 จัดระเบียบและวางกติกาการกำกับดูแลให้ครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์ทุกประเภท ออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่สอดคล้องกับความต้องการและยุทธศาสตร์ของประเทศ และกำหนดเกณฑ์ประเมินเพื่อคัดเลือกโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ภายในเดือนกันยายน 2569 ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า จะจัดทำ Dashboard รวบรวมข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ สายไฟ
ผังเมือง กฎหมาย และข้อบังคับ เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีข้อมูลตรงกัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กำหนดแนวทางสำคัญ ได้แก่ ค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ไฟสะอาดไม่น้อยกว่า 60% มาตรฐานระบบสำรองไฟ และหลักเกณฑ์ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำการกำกับดูแลผังเมือง ไฟฟ้า และน้ำ พร้อมชะลอการให้บริการไฟและน้ำแก่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าขณะนี้ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กรุงเทพมหานคร จะชะลอการพิจารณา 3 โครงการที่ยังไม่อนุมัติจนกว่าจะมีนโยบายที่ชัดเจน

กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมหารือเวที Shenzhen Sub-Forum เตรียมพร้อมปูทางสู่การประชุม Asia-Pacific Media Forum 5 ก.ย. นี้วันนี้...
04/09/2026

กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมหารือเวที Shenzhen Sub-Forum เตรียมพร้อมปูทาง
สู่การประชุม Asia-Pacific Media Forum 5 ก.ย. นี้

วันนี้ (4 กันยายน 2569) – นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา Shenzhen Sub-Forum ณ นครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดโดยสำนักข่าวซินหัว (Xinhua News Agency) และเครือข่ายพันธมิตร เป็นกิจกรรมอุ่นเครื่องก่อนการประชุม Asia-Pacific Media Forum 2026 (APMF 2026) เพื่อรับฟังมุมมองและประสบการณ์จากเครือข่ายสื่อชั้นนำเกี่ยวกับบทบาทของสื่อในยุคดิจิทัล และแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

การจัดเวทีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมก่อนการประชุม Asia-Pacific Media Forum 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “Building A Path to Shared Prosperity for the Asia-Pacific Community: Media Consensus and Action” หรือ “ร่วมปูทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก: ฉันทามติและการขับเคลื่อนของสื่อ” โดยสำนักข่าวซินหัวได้เชิญผู้แทนประมาณ 200 คน จากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรสื่อชั้นนำ องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และผู้แทนสถานทูตจากประเทศต่าง ๆ จากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยไฮไลท์สำคัญของงานวันพรุ่งนี้คือ เวทีปาฐกถาของผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จะร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นสำคัญในการสื่อสารข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภูมิทัศน์สื่อ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในช่วง APEC China Year 2026 ก่อนนครเซินเจิ้นจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 33 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ สะท้อนบทบาทของสื่อในการเชื่อมโยงข้อมูล สร้างความเข้าใจ และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค

สำหรับประเทศไทย การเข้าร่วมของอธิบดีกรมประชา สัมพันธ์นับเป็นโอกาสสำคัญในการ ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรสื่อระหว่างประเทศ แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการสื่อสาร ตลอดจนแสวงหาแนวทางพัฒนาความร่วมมือด้านข่าวและเนื้อหา เพื่อส่งเสริมการสื่อสารที่สร้างความเข้าใจและความร่วมมือในประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก
/////

04/09/2026
04/09/2026

‘เอกนิติ’ ขีดเส้น 1 เดือนจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า น้ำ ผังเมือง สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุน ยันประชาชนไม่กังวลผลกระทบ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ว่า รัฐบาลกำหนดกรอบภายใน 1 เดือน ต้องมีนโยบายและมาตรฐานขั้นต่ำในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบให้ชัดเจน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้คณะกรรมการฯ จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ใช่เพื่อปิดกั้นการลงทุน แต่เพื่อเปลี่ยนจากระบบต่างหน่วยต่างอนุมัติ ไปสู่ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ให้การลงทุนเดินหน้าได้ โดยประชาชนไม่ต้องรับผลกระทบ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ แต่ที่ผ่านมาไทยยังไม่มียุทธศาสตร์กลาง หลายโครงการไปขออนุญาต ขอใช้ไฟ ขอใช้น้ำ หรือขอส่งเสริมการลงทุนกับหลายหน่วยงาน ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่เห็นภาพรวมเดียวกัน ดังนั้น ที่ประชุมจึงสั่งให้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และอยู่ระหว่างรอพิจารณา เพื่อทำ Dashboard กลางให้หน่วยงานรัฐเห็นสถานะเดียวกัน ทั้งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ โครงข่ายไฟฟ้า ผังเมือง แหล่งน้ำ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯ จะตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและความคุ้มค่าประเทศ ด้านโครงสร้างพื้นฐานน้ำ ไฟ และดิจิทัล ด้านพื้นที่ อาคาร และผังเมือง และด้านสิ่งแวดล้อม โดยทุกชุดต้องเสนอทั้งมาตรฐานขั้นต่ำและกรอบนโยบายภายในสัปดาห์หน้า ก่อนสรุปนโยบายทั้งระบบภายใน 1 เดือน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลักการสำคัญคือการกำหนด Minimum Requirement หรือมาตรฐานขั้นต่ำ เพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ผังเมือง อาคาร ความปลอดภัย น้ำ ไฟ และความมั่นคงของระบบดิจิทัล โดยมาตรฐานนี้จะนำไปใช้กับทุกโครงการ ทั้งที่ดำเนินการแล้ว กำลังก่อสร้าง และโครงการใหม่ในอนาคต โดยไม่ใช่ว่าโครงการที่ได้รับอนุญาตไปแล้วจะไม่ต้องทำตามมาตรฐานใหม่ เพราะมาตรฐานดังกล่าวเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน โครงการที่ดำเนินการแล้วอาจต้องมีช่วงเวลาปรับตัว ส่วนโครงการที่ยังไม่เริ่มต้องรอมาตรการใหม่ให้ชัดเจนก่อน

ทั้งนี้ หลังจากผ่านมาตรฐานขั้นต่ำแล้ว โครงการใหม่จะต้องแข่งขันกันเสนอประโยชน์สูงสุดให้ประเทศไทย ไม่ใช่ดูเพียงขนาดเงินลงทุน แต่ต้องตอบได้ว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้คนไทย เชื่อมยุทธศาสตร์ AI ใช้ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สนับสนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการไทย และเป้าหมาย Net Zero อย่างไร ประชาชนไม่ต้องกังวล รัฐบาลไม่ได้หยุดการลงทุน แต่จะทำให้การลงทุนมีมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่กระทบประชาชน ทั้งเรื่องน้ำมัน เสียง สิ่งแวดล้อม และทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด สิ่งที่เคยกระจัดกระจายจะถูกบูรณาการให้เห็นภาพเดียวกันภายใน 1 เดือน

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งแรกมีเป้าหมายสำคัญคือจัดระเบียบการทำงานของภาครัฐให้สอดคล้องกันมากขึ้น เพราะข้อมูลและอำนาจกำกับดาต้าเซ็นเตอร์กระจายอยู่ในหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน

ทั้งนี้ ในส่วนของดีอีเอสได้รวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาจัดทำ Dashboard แบบ Live รวบรวมข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ สายไฟ ผังเมือง และข้อมูลประกอบอื่นเข้าด้วยกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น ต่อจากนี้ ข้อมูลด้านกฎ ข้อบังคับ และสถานะโครงการจะถูกนำมารวมไว้ใน Dashboard เดียว เพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้าใจตรงกัน ติดตามสถานะของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ชัดเจน ทั้งโครงการที่กำลังจะสร้างและโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว ถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการกำกับดูแลในระยะต่อไป

ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กล่าวว่า ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์เปิดให้บริการแล้ว 35 โครงการ ในจำนวนนี้ผ่านการส่งเสริมของบีโอไอเพียง 11 โครงการ ส่วนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมี 49 โครงการ และมีผู้สนใจหรือรอพิจารณาอีกประมาณ 117 โครงการ โดยคณะกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดเส้นแบ่งขนาดของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับเข้มข้น และจะจัดให้กิจการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทธุรกิจเฉพาะ เพื่อให้การอนุญาต การติดตามข้อมูล และการกำกับดูแลมีความชัดเจนมากขึ้น

ทางด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะกำกับ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การกำหนดค่าไฟเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เกณฑ์ไฟสะอาด ระบบสำรองไฟ และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์เป็นผู้ใช้ไฟปริมาณมาก โดยค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ต้องสะท้อนต้นทุนจริง รวมถึงภาระจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟสูงขึ้น โดยจะแยกประเภทผู้ใช้ไฟดาต้าเซ็นเตอร์ออกมา ไม่ให้การใช้ไฟของธุรกิจนี้มากระทบค่าไฟประชาชน บ้านเรือน ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมอื่น

นอกจากนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องมีเกณฑ์ไฟสะอาดที่ไม่เป็นตัวถ่วงเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ต้องมีระบบสำรองไฟที่ปลอดภัย ไม่กระทบชีวิตและทรัพย์สินประชาชน และต้องเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าโดยไม่ทำให้โครงข่ายเสียเสถียรภาพ หรือกระทบผู้ใช้ไฟในพื้นที่ใกล้เคียง

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะดู 3 เรื่องหลัก คือ ผังเมือง การให้บริการไฟฟ้า และการให้บริการน้ำ พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการไฟฟ้าและน้ำแก่ประชาชน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมชะลอโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง จนกว่ามาตรการใหม่จะชัดเจน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เกี่ยวข้อง 6 โครงการ เปิดดำเนินการแล้ว 3 โครงการ และยังไม่อนุมัติ 3 โครงการ โดยโครงการที่เปิดแล้วจะลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มข้น เพื่อดูผลกระทบ ความเดือดร้อน และใช้เป็นบทเรียนให้คณะกรรมการฯ ส่วนโครงการที่เหลือให้ชะลอไว้ก่อน

ทั้งนี้ การมีนิยามและแนวทางกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในหลายด้าน ทั้งผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร ระยะเว้นระยะร่นที่เหมาะสม ความพร้อมเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง ความปลอดภัย รวมถึงความพร้อมของระบบน้ำและไฟในพื้นที่

cr. NBT

04/09/2026

นายกฯ วางทิศทางดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ต้องไม่ใช่แค่ “ที่ตั้ง” แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ พร้อมรับฟัง–เร่งออกประกาศ วางกติกาให้ทันเทคโนโลยี ก้าวสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกำหนดทิศทางและกรอบนโยบายด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทยให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

นายกฯ กล่าวว่า “เป้าหมายของประเทศไทย ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการดึงดูดการลงทุนเพื่อให้เราเป็นเพียงสถานที่ตั้งของดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่การลงทุนนี้ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ” พร้อมย้ำว่า ไทยต้องดึงดูดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากรไทย สร้างระบบนิเวศดิจิทัล และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ นายกฯ ขอให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญอย่างรอบด้าน เชื่อมั่นว่า หากเรากำหนดทิศทางได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและนวัตกรรมของภูมิภาค ควบคู่กับการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน

04/09/2026
04/09/2026

รายการ ผู้นำ ทำอะไร สัมภาษณ์ นายบรมัตถ์พงษ์ พลเยี่ยม พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี

ประเด็น บทบาทพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี ในการส่งเสริมและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

04/09/2026

ที่อยู่

16/7 หมู่8 ตำบลแก่งเสี้ยน อำเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
จังหวัดกาญจนบุรี
71000

เบอร์โทรศัพท์

034520502

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.กาญจนบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์