สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารภาครัฐ

(คลิป) ฟัง “รองนายกฯ ปกรณ์” ปฏิรูประบบราชการสู่ Digital Government ได้อย่างไร เมื่อวันนี้ “เอกสารราชการ” ยังเป็นกระดาษ ซ...
05/09/2026

(คลิป) ฟัง “รองนายกฯ ปกรณ์” ปฏิรูประบบราชการสู่ Digital Government ได้อย่างไร เมื่อวันนี้ “เอกสารราชการ” ยังเป็นกระดาษ ซึ่งไม่ใช่ฐานข้อมูลที่ใช้ AI อ่านได้

#คุยกับครมอนุทิน
#ปฏิรูประบบราชการ


https://vt.tiktok.com/ZSqLvwwSH/

https://www.facebook.com/share/v/1BqnDKQ7Au/?mibextid=wwXIfr

“ปกรณ์” ชี้โลกเผชิญความท้าทาย ถึงเวลาพัฒนาระบบราชการจริงจัง รื้อขั้นตอน–เชื่อมข้อมูล ยกระดับขีดความสามารถประเทศนายปกรณ์ ...
05/09/2026

“ปกรณ์” ชี้โลกเผชิญความท้าทาย ถึงเวลาพัฒนาระบบราชการจริงจัง รื้อขั้นตอน–เชื่อมข้อมูล ยกระดับขีดความสามารถประเทศ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ คุยกับ ครม.อนุทิน ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ซึ่งประเดิมออกอากาศตอนแรกไปเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ย.69 เวลา 09.05 น. ถึงแนวคิด "การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ"

รองนายกฯปกรณ์ ระบุถึงเหตุผลที่เลือกใช้คำว่า “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” แทนคำว่า “การปฏิรูประบบราชการ” เพราะคำว่าปฏิรูปถูกใช้มายาวนานและมีภาพของความไม่สำเร็จติดอยู่

โจทย์สำคัญวันนี้คือการลงมือปรับกระบวนการทำงานให้เห็นผลจริงในอดีตมีความพยายามปฏิรูประบบราชการมาหลายครั้ง แต่มักจบลงที่การตั้งคณะกรรมการ คณะทำงาน การศึกษา และการจัดทำนโยบาย แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานของภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญความท้าทาย ทั้งความผันผวนของการค้าโลก มาตรการกดดันระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก ปัญหาสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม ดินถล่ม อากาศร้อนจัดและไฟป่า ตลอดจนการเข้าสู่สังคมสูงวัยและจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างปรับโครงสร้างและวิธีบริหารภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

อีกปัจจัยสำคัญคือโครงสร้างงบประมาณของประเทศ ซึ่งมีรายจ่ายประจำประมาณร้อยละ 73 ขณะที่รายจ่ายลงทุนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 หากสามารถลดภาระรายจ่ายประจำและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐได้ ก็จะมีโอกาสขยับสัดส่วนงบลงทุนจากประมาณร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 30 ทำให้ประเทศมีงบประมาณสำหรับการพัฒนาและรับมือความท้าทายในอนาคตมากขึ้น

นายปกรณ์ย้ำว่า การพัฒนาระบบราชการไม่ควรเริ่มต้นจากการประกาศลดจำนวนข้าราชการ แต่ต้องเริ่มจากการพิจารณาว่าแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่อะไร กระบวนงานใดจำเป็น และงานใดสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้

“ผมไม่ได้บอกว่าเราจะลดคนไปเลยนะครับ มันคือการพัฒนาประสิทธิภาพ” นายปกรณ์กล่าว พร้อมอธิบายว่า เทคโนโลยีควรถูกนำมาใช้เพื่อทดแทนงานบางประเภท ไม่ใช่มองว่าเป็นการทดแทนคน เช่น การส่งเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบสารบรรณดิจิทัล แทนการใช้เจ้าหน้าที่เดินถือแฟ้มระหว่างหน่วยงาน

ประสบการณ์การทำงานที่กฤษฎีกา ซึ่งเคยมีกระบวนงานประมาณ 170 กระบวนการ แสดงให้เห็นว่า เมื่อมีการนำเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานจากที่ใดก็ได้มาใช้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หลายขั้นตอนที่เคยถูกมองว่าจำเป็นกลับสามารถลดหรือปรับเปลี่ยนได้ จึงควรนำบทเรียนดังกล่าวมาทบทวนกระบวนงานของหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด

ในด้านโครงสร้าง นายปกรณ์เห็นว่า เมื่อภาครัฐได้รับภารกิจใหม่ ไม่ควรตอบสนองด้วยการตั้งหน่วยงาน กอง หรือคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง แต่ควรจัดทีมตามภารกิจ โดยดึงบุคลากรจากหลายส่วนมาทำงานร่วมกัน ลดโครงสร้างที่มีผู้บริหารจำนวนมาก และเพิ่มความคล่องตัวในการแก้ปัญหา

สำหรับกำลังคนภาครัฐซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 ล้านคน ไม่ควรใช้ระบบบริหารบุคลากรแบบเดียวกับทุกอาชีพ เพราะครู แพทย์ พยาบาล ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ในสายงานอื่นมีลักษณะงาน เวลา และภาระหน้าที่แตกต่างกัน แต่ละวิชาชีพจึงควรประเมินจำนวนคนจากปริมาณงานและคุณภาพของผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับ

ขณะเดียวกันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลยังต้องเดินหน้าสู่ "ภาครัฐระบบเปิด" (Open Government) โดยข้อมูลภาครัฐควรอยู่ในรูปแบบที่ระบบคอมพิวเตอร์อ่านและนำไปใช้ต่อได้ ฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเชื่อมโยงกัน และประชาชนควรติดตามสถานะการดำเนินงานได้ทุกขั้นตอน ซึ่งนอกจากจะทำให้บริการรวดเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสและลดโอกาสทุจริต

ในส่วนของการบริการประชาชนในอนาคตควรเปลี่ยนจากการทำงานแยกส่วนแบบหนึ่งหน่วยงานต่อหนึ่งเรื่อง ไปสู่การทำงานข้ามหน่วยงานและข้ามกระทรวง ประชาชนไม่ควรต้องนำข้อมูลชุดเดียวกันไปยื่นซ้ำ หรือติดต่อราชการหลายแห่งเพื่อดำเนินการเรื่องเดียว แต่ควรได้รับบริการแบบจุดเดียวจบ โดยหน่วยงานรัฐเป็นฝ่ายเชื่อมโยงข้อมูลและประสานงานกันเอง

นายปกรณ์ยังเสนอให้พิจารณาช่องทางบริการแบบ Fast Track ที่สามารถเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอย่างถูกกฎหมายสำหรับผู้ต้องการบริการที่รวดเร็วขึ้น เพื่อนำรายได้กลับมาพัฒนาระบบ และลดแรงจูงใจในการจ่ายเงินนอกระบบ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมาย โดยให้กฎหมายหลักกำหนดเฉพาะหลักการ ส่วนรายละเอียดควรอยู่ในกฎหมายลำดับรอง เพื่อให้สามารถแก้ไขให้ทันต่อสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น

ผลสำเร็จของการพัฒนาระบบราชการต้องวัดจากสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ โดยเฉพาะระยะเวลาให้บริการ ซึ่งนายปกรณ์เห็นว่ากระบวนงานภาครัฐควรใช้เวลาลดลงอย่างน้อยประมาณร้อยละ 20–30 ภายหลังการปรับระบบและนำกฎหมายอำนวยความสะดวกมาใช้

โดยตัวชี้วัดที่สำคัญซึ่งประชาชนสามารถจับต้องได้ คือการติดต่อราชการง่ายขึ้น ใช้เอกสารน้อยลง ไม่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน สามารถตรวจสอบสถานะได้ และได้รับบริการรวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น ขณะที่ประเทศจะลดภาระรายจ่ายประจำ มีงบประมาณสำหรับการลงทุนเพิ่มขึ้น ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีระบบราชการที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

ความพยายามพัฒนาระบบราชการครั้งนี้จึงไม่ควรสิ้นสุดลงที่ข้อเสนอหรือรายงานอีกครั้ง แต่ต้องลงมือรื้อกระบวนงาน เชื่อมโยงข้อมูล พัฒนาคน และวัดผลจากบริการที่ประชาชนได้รับ ซึ่งยังส่งผลต่อขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเรียกคำนี้ว่า “การปฏิรูประบบราชการ” หรือ “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” ก็ตาม หัวใจสำคัญคือ “ต้องลงมือทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ”

จากสิ่งทอ สู่ 'ระบบวัฒนธรรมที่มีชีวิต'เมื่อประเทศไทยเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย...
05/09/2026

จากสิ่งทอ สู่ 'ระบบวัฒนธรรมที่มีชีวิต'

เมื่อประเทศไทยเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก สิ่งที่คนไทยควรทำความเข้าใจร่วมกันคือ เราไม่ได้นำเสนอเพียง “ชุดไทยพระราชนิยม” 8 แบบ ในฐานะเครื่องแต่งกายเท่านั้น

สิ่งที่ประเทศไทยกำลังนำเสนอคือ “ระบบวัฒนธรรมที่มีชีวิต” ซึ่งเชื่อมโยงทั้งองค์ความรู้ที่สั่งสมมา งานฝีมือและงานช่างสิ่งทอที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ตลอดจนแนวปฏิบัติในการแต่งกายที่ยังคงอยู่ในวิถีชีวิตและประเพณีของคนไทย

คุณค่าของชุดไทยจึงไม่ได้อยู่เพียงที่รูปแบบของเสื้อผ้า แต่อยู่ในองค์ความรู้ของผู้คน ตั้งแต่ช่างทอ ช่างปัก ช่างตัดเย็บ ไปจนถึงผู้สวมใส่และชุมชนที่ช่วยกันรักษาและส่งต่อภูมิปัญญาเหล่านี้ให้ดำรงอยู่ต่อไป

เพราะมรดกที่มีชีวิต ไม่ได้มีความหมายเพียงสิ่งที่เรารับมาจากอดีต แต่คือสิ่งที่ยังถูกใช้ สร้างสรรค์ และส่งต่ออยู่ในชีวิตของผู้คนในวันนี้

#สืบสานรักษาต่อยอด

ศิลปินนักประพันธ์เพลงพื้นบ้าน “ครูสมจิตร คชฤทธิ์” หรือกำนันสมจิตร เจ้าของบทเพลง “รำวงสระบุรี” จากไปอย่างสงบในวัย 92 ปี  ...
05/09/2026

ศิลปินนักประพันธ์เพลงพื้นบ้าน “ครูสมจิตร คชฤทธิ์” หรือกำนันสมจิตร เจ้าของบทเพลง “รำวงสระบุรี” จากไปอย่างสงบในวัย 92 ปี
จังหวัดสระบุรีสูญเสียบุคคลสำคัญด้านศิลปวัฒนธรรมและสื่อมวลชน เมื่อ ครูสมจิตร คชฤทธิ์ หรือกำนันสมจิตร ศิลปินนักแต่งเพลงพื้นบ้าน เจ้าของบทเพลง “รำวงสระบุรี” และสื่อมวลชนอาวุโสของจังหวัดสระบุรี เสียชีวิตอย่างสงบ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.05 น. ที่บ้านพักในอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี สิริอายุ 92 ปี ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ลูกศิษย์ เพื่อนร่วมงาน และผู้ที่เคยรู้จัก
ครูสมจิตร เป็นชาวตำบลพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นด้านภาษาและการประพันธ์ ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง เพลงพื้นบ้าน รวมถึงศิลปะการแหล่สด นอกจากงานด้านศิลปวัฒนธรรมแล้ว ยังเคยดำรงตำแหน่งกำนัน ทำงานด้านสื่อมวลชนในฐานะผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์พระพุทธบาท ก่อนจะได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินดีเด่นของจังหวัดสระบุรี
หนึ่งในผลงานที่ทำให้ชื่อของครูสมจิตรยังคงอยู่ในความทรงจำของคนสระบุรี คือบทเพลง “รำวงสระบุรี” เพลงพื้นบ้านที่นำชื่อและเรื่องราวของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดมาร้อยเรียงเป็นบทเพลง สร้างความสนุกสนานและความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่

🔥 รายงานสถานการณ์ภัย จังหวัดสระบุรี🗓 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569ที่มา: สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี
05/09/2026

🔥 รายงานสถานการณ์ภัย จังหวัดสระบุรี
🗓 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569

ที่มา: สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี

⛈️ การแจ้งเตือนสาธารณภัย🗓 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569ที่มา: ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระท...
05/09/2026

⛈️ การแจ้งเตือนสาธารณภัย
🗓 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569

ที่มา: ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

🌡️ พยากรณ์อากาศประจำวัน🗓 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569ที่มา: กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแล...
05/09/2026

🌡️ พยากรณ์อากาศประจำวัน
🗓 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569

ที่มา: กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

05/09/2026

🛑 Live | รายการ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' คุยกับตัวจริง ส่งตรงจากรัฐบาลถึงประชาชน

🔺ประเด็น : ถึงเวลาแล้วหรือยัง? กับการ 'ปรับระบบราชการ'
▪️ประเดิมตอนแรกของรายการ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' กับ 'ปกรณ์ นิลประพันธ์' รองนายกรัฐมนตรี

📍วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569
⏰ เวลา 09.05 - 09.35 น.

🔺รับชมได้ทาง
✅ Onair : NBT2HD , MCOT HD , ททบ.5
⚪️ Facebook เพจ : กรมประชาสัมพันธ์ , NBT - เอ็นบีที , NBT Connext ,ไทยคู่ฟ้า
🔵 Youtube : NBT - เอ็นบีที

https://www.facebook.com/share/v/1PfH8jkHYb/

https://www.youtube.com/live/MDSsnMrJfEo?si=wauEpAWGYI96pSZ5

#คุยกับครมอนุทิน #ราชการยุคใหม่ #ปฏิรูประบบราชการ
#กรมประชาสัมพันธ์

นายกฯ เร่งจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ สั่งรวมข้อมูลภายใน 1 สัปดาห์ ตั้งอนุ 4 ชุด วางเกณฑ์ปฏิบัติภายใน 1 เดือน        นายอนุ...
05/09/2026

นายกฯ เร่งจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ สั่งรวมข้อมูลภายใน 1 สัปดาห์ ตั้งอนุ 4 ชุด วางเกณฑ์ปฏิบัติภายใน 1 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่รองรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล หลังพบข้อกังวลของประชาชนต่อการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชุมชนเมือง และผู้ประกอบการบางรายอาจใช้ช่องว่างของกฎหมาย ภาครัฐจึงต้องเร่งกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม กำหนดนิยามและสถานะทางกฎหมายของดาต้าเซ็นเตอร์ การคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากกำหนดทิศทางได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและนวัตกรรมของภูมิภาค ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ เร่งบูรณาการข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ให้เป็นชุดข้อมูลเดียวกัน ภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 จัดระเบียบและวางกติกาการกำกับดูแลให้ครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์ทุกประเภท ออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ที่สอดคล้องกับความต้องการและยุทธศาสตร์ของประเทศ และกำหนดเกณฑ์ประเมินเพื่อคัดเลือกโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ภายในเดือนกันยายน 2569 ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า จะจัดทำ Dashboard รวบรวมข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ สายไฟ ผังเมือง กฎหมาย และข้อบังคับ เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีข้อมูลตรงกัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กำหนดแนวทางสำคัญ ได้แก่ ค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ไฟสะอาดไม่น้อยกว่า 60% มาตรฐานระบบสำรองไฟ และหลักเกณฑ์ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำการกำกับดูแลผังเมือง ไฟฟ้า และน้ำ พร้อมชะลอการให้บริการไฟและน้ำแก่ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าขณะนี้ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กรุงเทพมหานคร จะชะลอการพิจารณา 3 โครงการที่ยังไม่อนุมัติจนกว่าจะมีนโยบายที่ชัดเจน #นายกเร่งจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ #รวมข้อมูลภายใน1สัปดาห์ #วางเกณฑ์ปฏิบัติภายใน1เดือน #กระทรวงการคลัง #กระทรวงพลังงาน #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงมหาดไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมหารือเวที Shenzhen Sub-Forum เตรียมพร้อมปูทางสู่การประชุม Asia-Pacific Media Forum 5 ก.ย. นี้วันนี้...
04/09/2026

กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมหารือเวที Shenzhen Sub-Forum เตรียมพร้อมปูทาง
สู่การประชุม Asia-Pacific Media Forum 5 ก.ย. นี้

วันนี้ (4 กันยายน 2569) – นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา Shenzhen Sub-Forum ณ นครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดโดยสำนักข่าวซินหัว (Xinhua News Agency) และเครือข่ายพันธมิตร เป็นกิจกรรมอุ่นเครื่องก่อนการประชุม Asia-Pacific Media Forum 2026 (APMF 2026) เพื่อรับฟังมุมมองและประสบการณ์จากเครือข่ายสื่อชั้นนำเกี่ยวกับบทบาทของสื่อในยุคดิจิทัล และแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

การจัดเวทีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมก่อนการประชุม Asia-Pacific Media Forum 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “Building A Path to Shared Prosperity for the Asia-Pacific Community: Media Consensus and Action” หรือ “ร่วมปูทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก: ฉันทามติและการขับเคลื่อนของสื่อ” โดยสำนักข่าวซินหัวได้เชิญผู้แทนประมาณ 200 คน จากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรสื่อชั้นนำ องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และผู้แทนสถานทูตจากประเทศต่าง ๆ จากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยไฮไลท์สำคัญของงานวันพรุ่งนี้คือ เวทีปาฐกถาของผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จะร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นสำคัญในการสื่อสารข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภูมิทัศน์สื่อ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในช่วง APEC China Year 2026 ก่อนนครเซินเจิ้นจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 33 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ สะท้อนบทบาทของสื่อในการเชื่อมโยงข้อมูล สร้างความเข้าใจ และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค

สำหรับประเทศไทย การเข้าร่วมของอธิบดีกรมประชา สัมพันธ์นับเป็นโอกาสสำคัญในการ ขยายเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรสื่อระหว่างประเทศ แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการสื่อสาร ตลอดจนแสวงหาแนวทางพัฒนาความร่วมมือด้านข่าวและเนื้อหา เพื่อส่งเสริมการสื่อสารที่สร้างความเข้าใจและความร่วมมือในประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก
/////

ที่อยู่

ศาลากลางจังหวัดสระบุรี ต. ตะกุด อ. เมือง จ. สระบุรี
จ. สระบุรี
18000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี:

ทางลัด

แชร์