BIOTEC-NSTDA ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) National Center for Genetic Engineering and Biotechnology (BIOTEC) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2526 ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 และมีการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้กำหนดให้รวมไบโอเทคเป็นส่วนหนึ่งของ สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษมีสถานภาพเป็นองค์กรอิสระที่ไม่ผูกพันไว้กับระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของราชการและรัฐวิสาหกิจ ทำให้มีความคล่องตัวสูง ไบโอเทคมีภารกิจหลัก คือ • ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อความเป็นเลิศ • สร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศ • พัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ • พัฒนาความร่วมมือกับสถาบันเครือข่าย ภาคเอกชน เเละต่างประเทศ • ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่ภาคสาธารณะเเละภาคอุตสาหกรรม • สร้างความตระหนักด้านเทคโนโลยีชีวภาพต่อสังคม รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ www.biotec.or.th
(3)

เปิดเหมือนปกติ

ผลกระทบจากภูมิคุ้มกันไวรัส SARS-CoV-2
14/10/2020

ผลกระทบจากภูมิคุ้มกันไวรัส SARS-CoV-2

ผลพลอยได้ที่ไม่พึงประสงค์จากภูมิคุ้มกันไวรัส SARS-CoV-2
.
ข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการก่อโรคโควิด-19 มีมาให้อ่านทุกวัน งานวิจัยหลายๆชิ้นต้องยอมรับว่า สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิจัยในหลายวงการหลายครั้ง ซึ่งงานวิจัยที่จะเล่าในวันนี้คงเป็นหนึ่งในนั้น...เป็นที่ทราบจากรายงานทางการแพทย์หลายชิ้นว่า ผู้ป่วยที่เป็นโควิด-19 หลายคน มีการอาการทางระบบประสาท โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักบางรายจะมีอาการ เช่น กล้ามเนื้อกระตุก ชัก เพ้อ หรือ สมองอักเสบ ซึ่งงานวิจัยหลายฃิ้นดูเหมือนจะบ่งชี้ว่าการติดเชื้อของไวรัสอาจจะมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทโดยตรง แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยที่ดูเหมือนจะหายจากโรคโควิด-19 คือ ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในร่างกายแล้ว แต่อาการทางระบบประสาทบางอย่างดูเหมือนจะไม่หายตามไวรัสไป...
.
ในอดีตที่ผ่านมา มีอาการไม่พึงประสงค์ทางระบบประสาทชนิดหนึ่งชื่ออ่านยากหน่อยว่า Guillain–Barré syndrome ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากร่างกายของเราสร้างภูมิขึ้นกันต่อโปรตีนของเราเองขึ้นมาหลังจากติดเชื้อไวรัส หรือ ได้รับวัคซีน โดยโปรตีนที่ภูมิคุ้มกันดังกล่าวสร้างขึ้นจะอยุ่บริเวณเซล์ประสาท ทำให้ร่างกายของเราทำลายเซลล์ประสาทของตัวเอง ประเด็นที่นักวิจัยหลายคนกังวลคือ อาการในลักษณะใกล้เคียงกันจะสามารถเกิดขึ้นจากภูมิคุ้มกันที่ร่างกายเราสร้างขึ้นหลังจากหายป่วยจากโควิด-19 หรือ ได้รับวัคซีนที่กำลังจะออกมาใช้อีกไม่นานหรือไม่
.
งานวิจัยหลายชิ้นที่กำลังออกตีพิมพ์ พบว่า ในน้ำไขสันหลังผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการทางระบบประสาทหลายรายมีการสร้างแอนติบอดีต่อโปรตีนในเซลล์ประสาท นอกจากนี้งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ตั้งใจจะหาแอนติบอดีชนิด neutralizing antibody จากผู้ป่วยโควิด-19 กลับพบว่าแอนติบอดีตัวที่คัดเลือกมาได้บางตัวสามารถจับกับโปรตีนในระบบประสาทส่วนกลางได้แบบจำเพาะเจาะจงด้วย ในวงการปรากฎการณ์แบบนี้จริงๆไม่ใช่เรื่องใหม่ เราเคยพบว่าผู้ป่วยที่เคยติดไวรัสโรคเริม สามารถสร้างแอนติบอดีต่อโปรตีนชื่อว่า NMDA-type glutamate receptor ที่ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ลมชัก หลงๆลืมๆ หรือ โรคซึมเศร้าในผู้ป่วยเหล่านั้นได้
.
ต้องยอมรับว่าข้อมูลตอนนี้ค่อนข้างน้อยว่า ตกลงภูมิคุ้มกันที่ร่างกายเราสร้างมาต่อต้านไวรัสโรคโควิด-19 นี้ จะมีภูมิต่อต้านตัวเองแบบข้างต้นมากน้อยแค่ไหน แต่ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังโดยเฉพาะภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นจากวัคซีนในอนาคต

เอกสารอ้างอิง
https://www.nature.com/articles/s41577-020-00458-y

BIOTEC-NSTDA's cover photo
13/10/2020

BIOTEC-NSTDA's cover photo

📍📍ทำความรู้จัก ยาค็อกเทล REGN-COV2 ที่ได้รับเลือกเป็นวิธีการรักษาบุคคลระดับผู้นำของประเทศ
06/10/2020

📍📍ทำความรู้จัก ยาค็อกเทล REGN-COV2 ที่ได้รับเลือกเป็นวิธีการรักษาบุคคลระดับผู้นำของประเทศ

ทำความรู้จัก REGN-COV2...วิธีรักษาโรคCOVID-19 สำหรับผู้นำสหรัฐ
.
การแถลงข่าวจากทางการสหรัฐอเมริกาว่า คณะแพทย์ผู้รักษาอาการป่วยโควิด-19 ของ ประธานาธิบดีได้ใช้ ยาค็อกเทล REGN-COV2 ของ บริษัท Regeneron ก่อนที่จะมีการแถลงต่อว่าใช้ยา Remdesivir ที่คุ้นเคยกันในเวลาต่อมา หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยว่ายา REGN-COV2 ชนิดนี้คืออะไร ทำไมถึงได้รับเลือกเป็นวิธีการรักษาบุคคลระดับผู้นำของประเทศ วันนี้ลองมาทำความรู้จักกัน
.
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ยา REGN-COV2 ยังไม่ใช่ยาที่สามารถหาซื้อมาใช้ได้ ปัจจุบันยังอยู่ในการทดสอบประสิทธิภาพ Phase III ในอาสาสมัครมนุษย์ซึ่งผลการทดสอบที่ทางบริษัท Regeneron เปิดเผยออกมาพบว่า ยาสามารถลดระดับของไวรัสในผู้ป่วยโควิด-19 ได้อย่างมีนัยสำคัญ (ข้อมูลจากการแถลงข่าว)
.
จริงๆแล้ว REGN-COV2 ไม่ใช่ยาสักทีเดียว แต่เป็นแอนติบอดีที่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตสร้างขึ้นมาจับกับโปรตีนสไปค์ของไวรัสโรคโควิด-19 คล้ายๆกับไอเดียที่เราเอาพลาสมาที่ผู้หายป่วยบริจาคมารักษาผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่นั่นเอง แต่ แอนติบอดีที่นำมาใช้ใน REGN-COV2 เป็นแอนติบอดีที่ผ่านการคัดเลือกมาจากแอนติบอดีอื่นๆ จนมั่นใจว่าประสิทธิภาพต่อการจับกับโปรตีนของไวรัสและยับยั้งการติดเชื้อเข้าเซลล์ของไวรัสมีสูงสุด นักวิจัยของบริษัท Regeneron ได้ screen หาแอนติบอดีจากพลาสมาของผู้ป่วยที่หาย และ จากหนูชนิดพิเศษที่สร้างแอนติบอดีที่ใช้กับมนุษย์ได้ (VelocImmune® mice) โดยมุ่งหาแอนติบอดีที่สามารถยับยั้งการเข้าสู่เซลล์ของไวรัสตัวแทนที่มีการแสดงออกของโปรตีนสไปค์ของ SARS-CoV-2 ได้ วิธีนี้ไม่ง่ายนัก และ หลายๆครั้งมักจะได้แอนติบอดีที่ไม่ดีเท่าที่คิด
.
จากการค้นหาอย่างหนัก ทีมวิจัยได้พบแอนติบอดีอยู่ 2 โคลน ชื่อว่า REGN10987 และ REGN10933 ที่สามารถจับกับโปรตีนสไปค์ตรงตำแหน่งสำคัญที่ไวรัสใช้เข้าสู่เซลล์เจ้าบ้านได้อย่างจำเพาะเจาะจง และ มีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งการเพิ่มอนุภาคของไวรัส SARS-CoV-2 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีการใช้แอนติบอดีทั้ง 2 โคลนพร้อมๆกัน ประสิทธิภาพจะสูงมากขึ้นไปอีก อีกจุดเด่นที่น่าสนใจคือ แอนติบอดีทั้ง 2 โคลนนี้ จับกับโปรตีนคนละตำแหน่งกัน ซึ่งถ้าใช้พร้อมกันจะทำให้โอกาสที่ไวรัสจะกลายพันธุ์หนีการทำงานของแอนติบอดีจะยากขึ้นไปอีก เพราะการที่ไวรัสจะกลายพันธุ์ 2 ตำแหน่งพร้อมๆกันในการหนีการทำงานของแอนติบอดีทั้ง 2 โคลนนี้ จะเกิดขึ้นได้ยากมากๆ
.
จากคุณสมบัติของ REGN-COV2 ข้างต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ แอนติบอดี 2 ตัวนี้จะถูกเลือกให้มาเป็นทางเลือกรักษาท่านผู้นำของประเทศเป็นทางเลือกแรก

เอกสารอ้างอิง
https://science.sciencemag.org/content/369/6506/1010

BIOTEC-NSTDA
05/10/2020

BIOTEC-NSTDA

ข้าวเหนียวหอมท่าดอกคำ 𝟴 (𝗛𝗧𝗗𝗞𝟴) ข้าวหอมพันธุ์ใหม่ใน สปป. ลาว จากการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์ โดยไบโอเทค สวทช....
05/10/2020

ข้าวเหนียวหอมท่าดอกคำ 𝟴 (𝗛𝗧𝗗𝗞𝟴) ข้าวหอมพันธุ์ใหม่ใน สปป. ลาว จากการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์ โดยไบโอเทค สวทช.

ไบโอเทค สวทช. โดยหน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว (Rice Gene Discovery Unit) ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยร่วมระหว่าง ไบโอเทค และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโดยเทคโนโลยีเครื่องหมายโมเลกุลสำหรับประเทศลุ่มน้ำโขง มาตั้งแต่ปี 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเครื่องหมายโมเลกุลในการคัดเลือกพันธุ์ (Marker Assisted Selection; MAS) มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวในปัจจุบันของประเทศในเขตลุ่มน้ำโขง ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศกัมพูชา โดยการจัดฝึกอบรมภาคปฏิบัติ และสถานที่วิจัย เพื่อพัฒนาบุคลากร และการทำงานวิจัยร่วมกัน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ไบโอเทค สวทช. และ Generation Challenge Programme

ข้าวเหนียวหอมท่าดอกคำ 8 (HTDK8) เป็นพันธุ์ข้าวเหนียวหอม ผลผลิตสูง ไม่ไวต่อช่วงแสง ความต้านทานต่อโรคไหม้ พัฒนาพันธุ์โดย National Agriculture and Forestry Research Institute หรือ NAFRI ประเทศ สปป. ลาว ได้จากการผสมระหว่างข้าวเหนียวท่าดอกคำ 8 (TDK8) ผลผลิตสูง และนิยมปลูกกันมากใน สปป. ลาว กับข้าวเหนียวหอม ต้านทานโรคไหม้ สายพันธุ์ (RGD10033-77-MAS-22) ที่พัฒนาโดยหน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว ได้รับสนับสนุนจากทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ไบโอเทค สวทช. ในการนำเทคโนโลยีเครื่องหมายโมเลกุลในการคัดเลือกพันธุ์ (MAS) มาใช้ในการคัดเลือกลักษณะความหอม และยีนต้านทานโรคใบไหม้ ซึ่งเป็นลักษณะดีเด่นกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม ทำให้ข้าวเหนียวหอมท่าดอกคำ 8 (HTDK8) เป็นพันธุ์ข้าวหอมที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เติบโตได้ดี ให้ผลผลิตสูง มีอายุ 130-135 วัน มีลักษณะต้นเตี้ยปานกลาง ลำต้นแข็งแรงไม่ล้มง่าย เป็นพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสงทำให้สามารถปลูกได้ทั้งในนาปรัง และนาปี เหมาะสมในการปลูกในภาคกลาง ภาคใต้ และบางเขตในภาคเหนือ ของ สปป. ลาว เช่น แขวงบ่อแก้ว หลวงน้ำทา ไซยะบุรี อุดมไซ และหลวงพระบาง เป็นต้น

ปัจจุบันทางกระทรวงเกษตรของสปป. ลาว โดยศูนย์ค้นคว้าวิจัยข้าว กำลังผลิตเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์เพื่อส่งมอบให้กับเกษตรกรใน 5 แขวงเป้าหมาย ได้แก่ แขวงไซยะบุรี แขวงเวียงจันทน์ นครหลวงเวียงจันทน์ บอลิคำไซ และคำม่วน เพื่อปลูกและผลิตขายในเชิงพาณิชย์ต่อไป

𝗔𝗿𝗼𝗺𝗮𝘁𝗶𝗰 𝗚𝗹𝘂𝘁𝗶𝗻𝗼𝘂𝘀 𝗛𝗼𝗺𝘁𝗵𝗮𝗱𝗼𝗸𝗸𝗵𝗮𝗺 𝟴 (𝗛𝗧𝗗𝗞 𝟴) 𝗥𝗶𝗰𝗲

The Rice Gene Discovery Unit, a specialized lab jointly established by BIOTEC and Kasetsart University has carried out the Molecular Rice Breeding Program for the Mekong Region since 2004. The Program aims to promote the implementation of Marker Assisted Selection (MAS) into the current rice breeding program in the Mekong region, particularly Thailand, Laos, Cambodia and Myanmar through a comprehensive hands-on training program and sharing of genomic information and research facilities. The endeavor was financially supported by Rockefeller Foundation, Kasetsart University, BOTEC, NSTDA, and Generation Challenge Programs.

Homthadokkham 8 (HTDK 8), developed by Laos PDR’s National Agriculture and Forestry Research Institute or NAFRI, is the aromatic, high yielding and broad spectrum blast resistance glutinous rice variety. Cross breeding between TDK8 (female) which is the high yielding variety and wide adaptation but non-aromatic with RGD10033-77-MAS-22 (male) which carries fragrance and blast resistance gene. RGD10033-77-MAS-22 was developed by the Rice Gene Discovery Unit, Kasetsart University Khamphaengsaen Campus with support from Innovative Plant Biotechnology and Precision Agriculture Research Team, BIOTEC. This breeding, commenced in 2013, aims to improve TDK8 to become aromatic and broad spectrum blast resistance by using Marker assisted selection (MAS). The best line RGD13300-229-2-5-MAS-4-MAS-4-B was currently picked up. Among the desirable traits of HTDK8 received from the parents include high yielding, waxy rice, semi-dwarf plant type, good resistance to lodging; growth duration of 130-135 days; wide adaptability and non-photoperiod sensitivity.

The Rice Research Center, Ministry of Agriculture and Forestry of Lao PDR had disseminated the seeds to 5 main target of rice growing provinces: Sayaboury, Vientine, Vientine capital, Bolikhamsay and Khammoune for cultivation as well as for commercial production.

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
05/10/2020

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ

Virology and Cell Technology Lab - BIOTEC
03/10/2020

Virology and Cell Technology Lab - BIOTEC

เมื่อตรวจพบไวรัส SARS-CoV-2 ในร่างกายอะไรจะเกิดขึ้นได้บ้าง?
.
ต้องยอมรับว่าข่าวใหญ่อันดับต้นๆของโลกตอนนี้คือ ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาและสตรีหมายเลขหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 หลายๆคนเริ่มมีคำถามว่า ตรวจเจอไวรัสแล้วจะสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง พอดีไปอ่านเจอข้อมูลที่มีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ตัวเลขจากสถิติผู้ป่วยโควิด-19 เลยอยากเอามาแบ่งปันกัน
.
โดยปกติการติดเชื้อจะเกิดขึ้นก่อนมีอาการประมาณ 2-12 วัน ถ้าตรวจพบเชื้อในขณะที่ไม่มีอาการ อาจจะเป็นไปได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงระยะฟักตัวของเชื้อ (incubation period) ผู้ป่วยที่พบไวรัสในร่างกายกลุ่มที่ยังไม่แสดงอาการประมาณครึ่งหนึ่งจะไม่ได้แสดงอาการใดๆต่อไป จนกระทั่งตรวจไม่พบเชื้อในที่สุด กลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะแพร่เชื้อต่อไปให้คนอื่นได้น้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ นับว่าเป็นกลุ่มที่โชคดีที่สุด ไม่ป่วยและน่าจะได้วัคซีนจากธรรมชาติไปแล้ว
.
อีกครึ่งนึงจะเป็นกลุ่มที่มีอาการป่วย โดยส่วนใหญ่ประมาณ 80% จะป่วยแบบไม่รุนแรง อาการคล้ายไข้หวัด ประมาณ 3 - 7 วันก็จะหายเป็นปกติ และ ไวรัสมักตรวจเป็นผลลบ 2 อาทิตย์หลังเริ่มแสดงอาการ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะภูมิคุ้มกันที่ได้มีแนวโน้มสูงกว่ากลุ่มแรก ส่วนผู้ป่วยอีก 20% อาจจะมีอาการป่วยนานกว่า 10 วัน ไม่หายสักที จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
.
ผู้ป่วยที่เข้าโรงพยาบาลส่วนใหญ่คือ 85% เมื่อได้รับการดูแลจากแพทย์ และ การรักษาที่ถูกวิธี จะอาการดีขึ้นและหายป่วยภายใน 1 -2 อาทิตย์ แต่จะมีส่วนน้อยประมาณ 15% ที่อยู่ในกลุ่มที่เป็นผู้ป่วยวิกฤติจำเป็นต้องรักษาในห้อง ICU โดย 35-50% ของผู้ป่วยจะสามารถฟื้นร่างกาย และ กลับมาหายเป็นปกติได้ภายใน 1 - 2 อาทิตย์ แต่ประมาณ 50 - 65% ของผู้ป่วยวิกฤติที่รับการรักษาใน ICU บางรายนานกว่า 30 วัน จะเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งมักเป็นกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ หรือ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน โรคไต และ โรคหัวใจ
.
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเชิงสถิติ จากสมมติฐานที่ว่าผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาที่เท่าเทียมกัน ซึ่งความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่ นอกจากนี้ในอนาคตตัวเลขดังกล่าวจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยหลายปัจจัย เช่น การมีวัคซีน หรือ ยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพมาใช้ โอกาสการเข้าโรงพยาบาลจะน้อยลงแน่นอน หรือ กรณีที่ไวรัสอาจกลายพันธุ์จนทำให้มีความรุนแรงสูงขึ้นเก็อาจเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม ถ้ามองภาพรวม ณ ตอนนี้ ตัวเลขก็จะประมาณนี้...

สารหอมระเหยมูลค่าสูงจากนวัตกรรมชีววิทยาสังเคราะห์นิยมนำกลิ่นมาผสมในผลิตภัณฑ์ให้เกิดเอกลักษณ์  ในอุตสาหกรรมอาหาร น้ำหอม แ...
02/10/2020

สารหอมระเหยมูลค่าสูงจากนวัตกรรมชีววิทยาสังเคราะห์
นิยมนำกลิ่นมาผสมในผลิตภัณฑ์ให้เกิดเอกลักษณ์ ในอุตสาหกรรมอาหาร น้ำหอม และเครื่องสำอาง อีกทางเลือกคือการ ใช้กลิ่นสังเคราะห์
ที่ได้จากการหมักยีสต์ นักวิจัยไบโอเทค สวทช. ได้ปรับปรุงพันธุกรรมของ ยีสต์พิเชียพาสตอริส เพื่อผลิตสารเอสเทอร์ของแอลกอฮอล์ ยีสต์ลูกผสมนี้สามารถใช้ใน อุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอา

01/10/2020
280963 โครงการฟาร์มทดสอบและสาธิตมีนเกษตร “สองน้ำ” มูลนิธิชัยพัฒนา

สวทช. ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากการวิจัย มาทดลองใช้ในโครงการฟาร์มทดสอบและสาธิตมีนเกษตร “สองน้ำ” เช่นการติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำและสภาพอากาศอัตโนมัติ การตั้งห้องปฏิบัติการภาคสนาม เพื่อเฝ้าระวังโรคระบาดระหว่างการเลี้ยงกุ้ง จัดทำระบบการตรวจติดตามเชื้อก่อโรค รวมถึงจัดการของเสียด้วยการจัดการระบบนิเวศภายในบ่อ ซึ่งสามารถหมุนเวียนน้ำใช้โดยไม่ต้องปล่อยทิ้งสู่สิ่งแวดล้อม

สามารถรับชมได้ที่ : https://youtu.be/F03309w3ujc

สวทช. ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากการวิจัย มาทดลองใช้ในโครงการฟาร์มทดสอบและสาธิ.....

01/10/2020
240863 เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อพืชกับการแก้ปัญหาทางการเกษตร

นักวิจัย สวทช. ใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ในการขยายพันธุ์พืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ที่มีข้อจำกัดในการผลิตต้นกล้าจากการงอกของเมล็ด หรือเป็นพืชอายุยาวที่มีการเจริญเติบโตช้า เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เพื่อการผลิตต้นกล้าพันธุ์ดี ให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยได้รับทุนจากสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร

สามารถรับชมได้ที่ : https://youtu.be/pe3dQgVebd0

นักวิจัย สวทช. ใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ในการขยายพันธุ์พืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ที่มี....

29/09/2020
NSTDA - สวทช.

NSTDA - สวทช.

สวทช. ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากการวิจัย มาทดลองใช้ในโครงการฟาร์มทดสอบและสาธิตมีนเกษตร “สองน้ำ” เช่นการติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำและสภาพอากาศอัตโนมัติ การตั้งห้องปฏิบัติการภาคสนาม เพื่อเฝ้าระวังโรคระบาดระหว่างการเลี้ยงกุ้ง จัดทำระบบการตรวจติดตามเชื้อก่อโรค รวมถึงจัดการของเสียด้วยการจัดการระบบนิเวศภายในบ่อ ซึ่งสามารถหมุนเวียนน้ำใช้โดยไม่ต้องปล่อยทิ้งสู่สิ่งแวดล้อม

ไบโอเทคนำผลงานวิจัยร่วมจัดแสดงในส่วนงานนิทรรศการ THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” ที่รองรับชีวิตวิถี New N...
24/09/2020
ไบโอเทคนำผลงานวิจัยร่วมจัดแสดงในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” ที่รองรับชีวิตวิถี New Normal ทั้งออฟไ

ไบโอเทคนำผลงานวิจัยร่วมจัดแสดงในส่วนงานนิทรรศการ THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” ที่รองรับชีวิตวิถี New Normal ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันอังคารที่ 22 – 26 กันยายน 2563 ณ บริเวณโถงด้านหน้าอาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
อ่านต่อได้ที่..https://bit.ly/32XjSvf

ไบโอเทคนำผลงานวิจัยร่วมจัดแสดงในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” ที่รองรับชีวิตวิถี New Normal ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เมื.....

NSTDA - สวทช.
21/09/2020

NSTDA - สวทช.

สวทช. จิสด้า รับมอบข้อมูลผลึกโปรตีนอวกาศจากแจ็กซา
พร้อมเดินหน้างานวิจัยยาต้านมาลาเรีย

(21 กันยายน 63) ณ ห้องประชุม Visionization ชั้น 6 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และองค์กรสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (Japan Aerospace Exploration Agency: JAXA) จัดพิธีรับมอบข้อมูลการกระเจิงของแสงจากผลการฉายแสงซินโครตรอนกับโครงสร้างผลึกโปรตีนอวกาศ จากผลงานวิจัยหัวข้อ “การทดลองปลูกผลึกโปรตีนในอวกาศเพื่อพัฒนายาต้านโรคมาลาเรีย” ของ ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. โดยมี ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และที่ปรึกษา สวทช. เป็นประธาน

https://www.nstda.or.th/th/news/13520

#Hilightquote โดย ศ.(พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม#กระทรว...
17/09/2020

#Hilightquote โดย ศ.(พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI

BIOTEC-NSTDA's cover photo
17/09/2020

BIOTEC-NSTDA's cover photo

Virology and Cell Technology Lab - BIOTEC
15/09/2020

Virology and Cell Technology Lab - BIOTEC

ภูมิคุ้มกันต่อ Coronavirus กับการติดเชื้อซ้ำ
.
คำถามที่ว่าถ้าเรามีภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อไวรัสโรคCOVID-19 หรือ ได้รับวัคซีนที่ให้ภูมิคุ้มกันเหมือนติดเชื้อตามธรรมชาติแล้ว ภูมิคุ้มกันนั้นจะอยู่กับเราไปนานแค่ไหน โอกาสการติดเชื้อซ้ำเร็วสุดคือเมื่อไหร่ เป็นคำถามที่นักวิจัยหลายๆแล็บกำลังแข่งกันหาคำตอบ แต่เนื่องจากตอนนี้ข้อมูลดังกล่าวยังมีจำกัดมาก นักวิจัยจึงต้องอาศัยข้อมูลจากไวรัสโคโรนาตัวอื่นเพื่อนำข้อมูลมาอ้างอิงแทน ไวรัสโคโรนาที่แพร่กระจายอยู่ในประชากรมนุษย์เราที่มีการศึกษากันค่อนข้างมาก คือ ไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัดธรรมดา (Common cold) มีอยู่สายพันธุ์หลักๆคือ NL-63, 229E, OC43 และ HKU1 โดยทั้ง 4 สายพันธุ์มีความหลากหลายสูง ใช้โปรตีนตัวรับเข้าสู่เซลล์ที่แตกต่างกัน นักวิจัยจึงคิดว่า ถ้าไวรัสทั้ง 4 ชนิดนี้มีคุณสมบัติอะไรสักอย่างที่เหมือนๆกัน เช่น ติดคนแล้วติดซ้ำอีกได้เมื่อไหร่ ข้อมูลดังกล่าวน่าจะใช้อ้างอิงได้กับไวรัสโคโรนาที่แพร่กระจายในคนเหมือนกัน ซึ่งรวมถึงไวรัสโรค COVID-19 ด้วย
.
กลุ่มนักวิจัยในประเทศเนเธอแลนด์ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งในวารสาร Nature Medicine โดยพวกเขาย้อนกลับไปศึกษาดูตัวอย่างเลือดของอาสาสมัคร 10 คน ที่เคยเก็บไว้ตั้งแต่ปี 1985 จนถึงปัจจุบัน มีการเก็บเลือดของอาสาสมัครกลุ่มนี้มาตลอด เมื่อนำตัวอย่างดังกล่าวมาตรวจดูแอนติบอดีของไวรัสโคโรนาทั้ง 4 ชนิด พวกเขาจะสามารถบอกได้ว่า คน 10 คนนี้มีอาการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแต่ละชนิดมาแล้วกี่ครั้ง โดยดูจากปริมาณแอนติบอดีที่กระโดดสูงขึ้นในแต่ละช่วงเวลา วิธีนี้จะทำให้เห็นภาพว่าการติดเชื้อซ้ำของไวรัสจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลามากน้อยเท่าใด
.
ผลการทดลองพบว่า ช่วงเวลาที่สั้นที่สุดที่พบการติดเชื้อซ้ำได้จากอาสาสมัครกลุ่มนี้คือ 6 เดือน และ ช่วงเวลาที่ติดเชื้อเดิมซ้ำได้บ่อยที่สุดคือ 1 ปี เมื่อเทียบกับภูมิคุ้มกันของโรคหัดซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต จะเห็นว่าไม่มีการติดเชื้อซ้ำเลยตลอด 35 ปีที่เก็บเลือดมา ข้อมูลนี้ดูเหมือนจะบอกว่าภูมิคุ้มกันที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นต่อไวรัสโคโรนาจะอยู่กับเราไม่นาน...การติดเชื้อซ้ำจริงๆก็ไม่น่าเป็นเรื่องประหลาดใจนัก ประเด็นคือ ติดซ้ำแล้วมีอาการป่วยมากน้อยแค่ไหนมากกว่า ถ้าติดซ้ำแล้วแอนติบอดีที่สูงขึ้นเอาอยู่อันนี้ก็ไม่น่ามีอะไรต้องกังวลมาก แต่ถ้าเอาไม่อยู่ก็ต้องทำงานหนักกันต่อไป...

เอกสารอ้างอิง
https://www.nature.com/articles/s41591-020-1083-1

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
12/09/2020

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

รมว.อว. ตรวจเยี่ยม สวทช. แนะสร้างฐานข้อมูล ‘เยาวชน-ผู้สูงอายุ-ชุมชน’ หนุนใช้วิทย์ฯ สร้างความเข้มแข็ง
วันที่ 11 กันยายน 2563 ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ อดีตรองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวง อว. รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะผู้บริหาร อว. เยี่ยมชมผลงานสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และคณะผู้บริหาร สวทช. ให้การต้อนรับ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/2033-ntsda-110963
#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI

ที่อยู่

113 Thailand Science Park, Paholyothin Rd., Klong Luang, Pathumthani
Bangkok
12120

รถตู้ TU ขึ้นจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือ รถตู้ ต118 ขึ้นจากสถานีรถไฟฟ้าจตุจักร

ข้อมูลทั่วไป

ดุข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.biotec.or.th https://www.youtube.com/user/BIOTECThailand

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

025646700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BIOTEC-NSTDAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BIOTEC-NSTDA:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

เก็บรักษา: เครื่องมือ-อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ชิ้นงานวิจัย กล้อง เลนส์ ฟิล์ม ชิ้นส่วนอิเลคฯ สารเคมี น้ำยา ฯลฯ ไม่ให้เสื่อมสภาพ/เสียหายจากความชื้น
ฐานข้อมูลการพัฒนาด้านต่างๆของยุโรป สามารถสืบค้นได้ทุกเรื่องครับ (ฝากถึงหน่วยงานต่างๆด้วยครับ)
ผลงานวิจัยที่ Biotec ที่โดดเด่นหาได้ที่ไหนครับสามารถนำไปใช้ได้ไหมครับ
#Structuralbiologycongress2018 Welcomes BIOTEC-NSTDA to participate in our event. #lifesciences #Asia #molecularbiology #scientists #researchers #Thailand #osaka #Japan
ผมอยากได้หัวเชื้อราบิวเวอร์เรีย ต้องทำอย่างไรบ้างคับ ผมทำงานที่จ.ระยอง บ้านอยู่จ.จันทบุรี คับ