ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งช

ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งช ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งช, หน่วยงานราชการ, 160/19 m.1, Amphoe Laem Ngop.

เปิดเหมือนปกติ

สองสหายต่างสายพันธุ์...ความหัศจรรย์ของธรรมชาติ🌊🔸ใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ เป็นแหล่งรวมของสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิดทั้งสิ่ง...
11/05/2021

สองสหายต่างสายพันธุ์...ความหัศจรรย์ของธรรมชาติ🌊

🔸ใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ เป็นแหล่งรวมของสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิดทั้งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ หากเราลองกวาดสายตาไปยังลานทรายใต้ทะเลดี ๆ เราจะพบกับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ 2 ชนิดที่อยู่ร่วมเป็นทีมเวิร์คนั่นก็คือ “ปลาบู่ยามกับกุ้งดีดขัน” นั่นเอง เรามักพบปลาบู่ยามอยู่ข้าง ๆ โพรง หรือหลุมเล็ก ๆ บนทราย ถ้าสังเกตดี ๆ เราจะพบกุ้งดีดขันกำลังทำความสะอาดโพรง ดันกรวดทรายออกจากหลุมที่อยู่อาศัยอย่างขะมักเขม้น
🔸ปลาบู่ยาม หรือปลาบู่กุ้ง (อังกฤษ : Watchman goby, Prawn-goby) ซึ่งอยู่ในวงศ์ปลาบู่ (Gobiidae) จัดเป็นปลาบู่ทะเลขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร ปลาบู่ส่วนใหญ่กินสัตว์เล็ก ๆ ตามพื้นทรายเป็นอาหาร บางชนิดกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ในน่านน้ำไทยสามารถพบได้ตามแนวปะการังไม่น้อยกว่า 160 ชนิด (รวมทั้งวงศ์มี 212 สกุล จำนวนไม่น้อยกว่า 1,875 ชนิด)
🔸สหายกุ้งดีดขัน หรือกุ้งตาบอด อาศัยในหลุมทรายตามท้องทะเล มันมีสายตาที่แย่มาก มักถูกศัตรูล่าได้ง่าย เวลาที่ออกมาหาอาหาร หรือทำความสะอาดโพรงที่อยู่อาศัยบริเวณปากโพรง มันจะใช้หนวดข้างหนึ่งแตะปลาบู่ยามไว้
สหายปลาบู่ยามเป็นฝ่ายเข้าหากุ้งดีดขันก่อน และตอบแทนกุ้งที่ให้ที่อยู่อาศัยด้วยการเป็น รปภ. คอยระวังภัยให้กุ้งดีดขันขณะที่ออกมาหาอาหาร หรือทำความสะอาดปากโพรงทรายที่อยู่อาศัย ถ้ามีศัตรูหรืออันตรายที่จะเข้ามาปลาบู่ยามจะโบกหางสะกิดให้กุ้งดีดขันหลบเข้าโพรง จากนั้นปลาบู่ยามจะว่ายตามลงไปทำให้รอดจากการจู่โจมของศัตรู เมื่อรู้สึกปลอดภัยแล้วปลาบู่จะทำหน้าที่ขึ้นมาดูและทำหน้าที่ระวังภัยต่อ หากโพรงที่อยู่อาศัยถล่มลง กุ้งดีดขันจะทำหน้าที่เป็นหน่วยค้นหาดมกลิ่นหาปลาบู่และช่วยออกมาจากโพรงที่ถล่มได้
🔸นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ แม้จะต่างสายพันธุ์แต่ก็สามารถพึ่งพาอาศัยกันได้อย่างมีความสุข

คลิป Perfect Partner ปลาบู่เฝ้ายามกับกุ้งนักขุด
https://youtu.be/-djWFx3dKYc

🔸ขอขอบคุณภาพและข้อมูลดี ๆ ค่ะ
-อุกกฤต สตภูมินทร์. (2550). คู่มือปลาในแนวปะการังฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย. ภูเก็ต: สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่ง และป่าชายเลน. (231 หน้า)
-สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. 2556. คู่มือความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตทางทะเลและชายฝั่งเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี. เอกสารเผยแพร่สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ฉบับที่ 62. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร. 248 หน้า
-https://www.aquariumcreationsonline.net/TigerSnappingShrimp.html
-https://www.facebook.com/DMCRTH/photos/a.240910415956463/393474267366743/?type=
3&theater

ภาพที่ 1 ปลาบู่เหลือง (𝘊𝘳𝘺𝘱𝘵𝘰𝘤𝘦𝘯𝘵𝘳𝘶𝘴 𝘤𝘪𝘯𝘤𝘵𝘶𝘴) กับกุ้งดีดขันลายเสือ (𝘈𝘭𝘱𝘩𝘦𝘶𝘴 𝘣𝘦𝘭𝘭𝘶𝘭𝘶𝘴)
ภาพที่ 2 ปลาบู่กุ้งครีบยาว (𝘚𝘵𝘰𝘯𝘰𝘨𝘰𝘣𝘪𝘰𝘱𝘴 𝘯𝘦𝘮𝘢𝘵𝘰𝘪𝘥𝘦𝘴) กับกุ้งดีดขันลายเสือ (𝘈𝘭𝘱𝘩𝘦𝘶𝘴 𝘣𝘦𝘭𝘭𝘶𝘭𝘶𝘴)

วันเสาร์​ เขาอยู่บ้่านกัน​  แต่ศูนย์​ 4​ ยังมาทำงานในทะเล​ วันนี้มาข้างเกาะกระดาษ​ จ.ตราด​ เป็นเกาะเดียวของเราที่มีหญ้าท...
08/05/2021

วันเสาร์​ เขาอยู่บ้่านกัน​ แต่ศูนย์​ 4​ ยังมาทำงานในทะเล​ วันนี้มาข้างเกาะกระดาษ​ จ.ตราด​ เป็นเกาะเดียวของเราที่มีหญ้าทะเล​ที่อยู่ที่น้ำใสมาก​ บนเกาะเป็นที่ของชาวบ้านคนเดียวทั้งเกาะ​ มีกวางวิ่งเล่นบนเกาะเป็นร้อยตัว​ มีข้อมูลว่ามีสัตว์หายากขี้อายอยู่แถวนี้​ เราจึงต้องมาตามหา

การสำรวจทรัพยากรทางทะเลโดยอากาศยานไร้คนขับปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติในทะเล กำลังลดลงอย่างมากจากสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งจากธรร...
07/05/2021

การสำรวจทรัพยากรทางทะเลโดยอากาศยานไร้คนขับ

ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติในทะเล กำลังลดลงอย่างมากจากสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งจากธรรมชาติที่แปรปรวนในแต่ละปี หรือกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้แนวปะการังทั่วโลกลดลง การกัดเซาะชายฝั่งที่มากขึ้น พื้นที่การปกคลุมของหญ้าทะเลที่น้อยลง ดังนั้นการติดตามและประเมินผลกระทบที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

การสำรวจภาคสนามที่ใช้ในการประเมินและการสำรวจทรัพยากรต่าง ๆ ถึงจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ แต่หากเป็นพื้นที่ที่มีบริเวณกว้างก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่สูงขึ้นเช่นกัน การสำรวจทางอากาศด้วยอากาศยานไร้คนขับหรือที่นิยมเรียกว่า “โดรน” สามารถช่วยแก้ปัญหาในการสำรวจพื้นที่บริเวณกว้างได้และส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการออกเก็บข้อมูลภาคสนามลดลงไปด้วย รวดเร็วและแถมยังประหยัดงบด้วยนะครับ
ตัวอย่างการสำรวจทางอากาศที่น่าสนใจคือ “การสำรวจแนวหญ้าทะเลโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศ จากการศึกษาของ สุพิชชา เราะหมัด (2562)” ซึ่งมี

การศึกษาขอบเขตแนวหญ้าทะเลบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ โดยบินเก็บภาพถ่ายขอบเขตหญ้าทะเลที่ระดับความสูง 100 เมตร ถ่ายภาพทุก ๆ 1 วินาที ทั้งหมด 21 เที่ยวบิน ได้ภาพทั้งหมด 6,859 ภาพ และนำภาพมาประมวลผลในโปรแกรม DronDeploy เพื่อนำภาพที่ได้มาต่อกันจนเป็นรูปภาพใหญ่ หลังจากนั้นจะนำภาพที่ได้มาสร้างแผนที่โดยโปรแกรม QGIS สร้างเป็นแผนที่ขอบเขตแนวหญ้าทะเลต่อไป

ในการศึกษาครั้งนี้ มีการตรวจสอบความถูกต้องของการสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ด้วยวิธีการสุ่มสำรวจเป็นจุด พบว่ามีความถูกต้องของข้อมูล 63% เมื่อเทียบกับข้อมูลที่ได้จากการสำรวจภาคสนาม จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจทั้งสองวิธีมาจัดทำแผนที่ขอบเขตหญ้าทะเล แสดงข้อมูลพื้นที่ขอบเขตหญ้าทะเลทั้งหมด 220 ไร่
ข้อมูลที่นำเสนอในวันนี้เป็นเพียงหนึ่งในวิธีการจัดการและสำรวจทรัพยากรที่ช่วยในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติที่กำลังลดลงจากธรรมชาติหรือแม้จากตัวพวกเราเองนะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สุพิชชา เราะหมัด. (2562). ขอบเขตการแพร่กระจายของหญ้าทะเลโดยอากาศยานขนาดเล็ก ถ่ายภาพทางอากาศบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี. ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต. เทคโนโลยีทางทะเล. มหาวิทยาลัยบูรพา

วันนี้แม้มีสถานการณ์วิกฤติจากไวรัสโคโรนา (โควิด 19) แต่ศูนย์ปฎิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จ.ตราด ยังคงปฎิบัติงาน ...
27/04/2021

วันนี้แม้มีสถานการณ์วิกฤติจากไวรัสโคโรนา (โควิด 19) แต่ศูนย์ปฎิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จ.ตราด ยังคงปฎิบัติงาน ตรวจประเมินสภาพทรัพยากรในอุทยานแห่งชาติทางทะเล หมู่เกาะช้าง

งานวันนี้เราไปติดตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของชายหาด บริเวณเกาะหวายและเกาะรัง เพื่อดูว่าชายหาดอันสวยงามของเราหดหายไป หรือเพิ่มขึ้นมาอย่างไร นักวิจัยของศูนย์ฯ 4 ของเราใช้เรือพิทักษ์สมุทร ซึ่งเป็นเรือไฟฟ้าลำแรกของไทยที่ใช้งานได้จริงในทะเล !!

เรือไฟฟ้าพิทักษ์สมุทรของเรา ใช้พลังงานสะอาด 100% เพราะเราได้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) ที่ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะไม่ใช้เครื่องยนต์ ไม่มีการกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีคราบเขม่าลงสู่ทะเล ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุทำให้อากาศร้อนขึ้น

น่าเสียดายที่สถานการณ์จากการระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด 19) เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางมายัง จ.ตราด เพราะทรัพยากรธรรมชาติ หาดทรายของเกาะต่าง ๆ ในบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง สวยงามพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ

หากใครมีความพร้อมต้องการมากักตัวสัก 14 วัน ในธรรมชาติที่สวยงามทางทะเล นั่งเล่นสบาย ๆ บนชายหาด ดำน้ำชมปะการังได้ทุกวัน ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของการใช้เวลากักตัวกับธรรมชาติที่ผ่อนคลาย และได้ WFH Work from Hotel (on the beach) ไปพร้อม ๆ กัน

ใครยังไม่ได้ดู​ แนะนำให้ดูเป็นอย่างยิ่ง​ ประทับใจสุด​ ๆ​ ตอนที่นางหมึกเจ้าปัญญา หลบหนีจากการโจมตีของฉลามร้ายได้อย่างน่าอ...
06/04/2021

ใครยังไม่ได้ดู​ แนะนำให้ดูเป็นอย่างยิ่ง​ ประทับใจสุด​ ๆ​ ตอนที่นางหมึกเจ้าปัญญา หลบหนีจากการโจมตีของฉลามร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์​ การหาสิ่งรื่นรมย์ของนางหมึกด้วยการเล่นกับฝูงปลาเพื่อนบ้าน​ หากได้ดูแล้ว​ คุณอาจจะมองสัตว์น้อย​ ๆ​ นี้ต่างออกไปจากเดิม

ใครยังไม่ได้ดู​ แนะนำให้ดูเป็นอย่างยิ่ง​ ประทับใจสุด​ ๆ​ ตอนที่นางหมึกเจ้าปัญญา หลบหนีจากการโจมตีของฉลามร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์​ การหาสิ่งรื่นรมย์ของนางหมึกด้วยการเล่นกับฝูงปลาเพื่อนบ้าน​ หากได้ดูแล้ว​ คุณอาจจะมองสัตว์น้อย​ ๆ​ นี้ต่างออกไปจากเดิม

วันนี้ศูนย์ฯ  4 จ.ตราด ออกปฎิบัติงานประจำวันพฤหัส ที่  25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564………………………..งานเก็บขยะบริเวณหน้าสำนักงาน เก...
25/02/2021

วันนี้ศูนย์ฯ 4 จ.ตราด ออกปฎิบัติงานประจำวันพฤหัส ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
………………………..
งานเก็บขยะบริเวณหน้าสำนักงาน เก็บทุกวันจนกว่าขยะจะหมด พบขยะรวม 12 ชิ้น
เก็บขยะขึ้นจากแนวปะการังเกาะทองหลาง จำนวน 6 ชิ้น

สำรวจสถานภาพแนวปะการังด้วยวิธี Photo line transect จำนวน 2 สถานี เกาะทองหลาง และเกาะมะปริง พบปะการังวัยอ่อนจำนวน 3 ชนิด Pavona sp. Porites sp. และ Fungia sp. สภาพทั่วไป พบปะการังมีสภาพสมบูรณ์ดีมากคือเป็นปะการังมีชีวิตถึง 80%
ได้เห็นว่าปะการังสวยสมบูรณ์ แล้วก็ดีใจ ว่าเรามีปะการังที่พร้อมกระจายลูกหลานไปให้ปะการังแนวอื่นครับ

การสะสมไมโครพลาสติกในเนื้อเยื่อหอย และเพรียง ชี้วัดถึงระดับมลพิษไมโครพลาสติกในพื้นที่ชายฝั่ง...............................
20/02/2021

การสะสมไมโครพลาสติกในเนื้อเยื่อหอย และเพรียง ชี้วัดถึงระดับมลพิษไมโครพลาสติกในพื้นที่ชายฝั่ง
...........................................

- ชายฝั่งทะเลเป็นแหล่งทำประมง และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ที่เกิดขึ้นล้วนก่อให้เกิดปัญหาขยะพลาสติก ที่ลุกลามกลายเป็นปัญหาการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกขนาดจิ๋ว ที่เกิดจากการแตกตัวของขยะพลาสติกเมื่อเจอคลื่น และลม

- ไมโครพลาสติกเหล่านี้มีขนาดใกล้เคียงกับอนุภาคเล็ก ๆ ที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง และไม่ค่อยเคลื่อนไหวย้ายที่ จึงมีแนวโน้มที่จะกลืนกินรับเอาไมโครพลาสติกเหล่านี้ไปปนเปื้อนในร่างกาย

- ในงานวิจัย สำรวจชายหาด 3 แห่งทางตะวันออกของประเทศไทย (Thushari G. G. N. นักวิชาสัตวศาสตร์ และคณะ ตีพิมพ์ในนิตยสาร sciencedirect ในปี 2017) ศึกษาการสะสมของไมโครพลาสติกในสัตว์ทะเล ได้แก่ เพรียงหิน (𝘉𝘢𝘭𝘢𝘯𝘶𝘴 𝘢𝘮𝘱𝘩𝘪𝘵𝘳𝘪𝘵𝘦) หอยก้นแหลม (𝘓𝘪𝘵𝘵𝘰𝘳𝘢𝘳𝘪𝘢 sp.) และหอยนางรม (𝘚𝘢𝘤𝘤𝘰𝘴𝘵𝘳𝘦𝘢 𝘧𝘰𝘳𝘴𝘬𝘢𝘭𝘪𝘪)

- ผลการวิจัยพบอัตราการสะสมไมโครพลาสติกในตัวอย่างสัตว์ทั้ง 3 สถานี ได้แก่ อ่างศิลา บางแสน และแสมสาร โดยสถานีอ่างศิลามีความเข้มข้นของไมโครพลาสติกต่อเนื้อเยื่อสูง โดยพบความเข้มข้นของไมโครพลาสติก 0.57 ชิ้น ต่อน้ำหนักหอยนางรม 1 กรัม เพรียงหิน 0.43 ชิ้น/กรัม และหอยก้นแหลม 0.23 ชิ้น/กรัม

- หอยนางรม และเพรียงหินหาอาหารโดยการกรองกินด้วยเหงือก (filter feeding) ซึ่งอาหารที่ถูกกรองกินไม่ได้ผ่านการคัดเลือก ทำให้อนุภาคเศษพลาสติกเข้าไปสะสมใน ช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อ (cavity) ดังนั้นจึงพบไมโครพลาสติกมากกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้หาอาหารด้วยวิธีกรองกินด้วยเหงือ (Food and Agricultural Organization of United Nations (FAO), 2015)

- หอยก้นแหลม มีพฤติกรรมกินอาหารด้วยการแทะเล็มบนวัสดุต่าง ๆ ส่งผลให้มีตัวเลือกชนิดอาหารที่หลากหลาย เช่น สาหร่าย และแพลงก์ตอน การปนเปื้อนไมโครพลาสติกในหอยก้นแหลมจึงพบน้อยกว่า

- จากผลการศึกษาพบพลาสติก 3 ประเภทได้แก่ พอลิสไตรีน (Polystyrene: PS) ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร , พอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต (Polyethylene Terephthalate : PET) ใช้ผลิตขวดน้ำ และพอลิเอไมด์ (Polyamide : PA) ใช้ทำเชือก และอวน โดยพบ PA ปนเปื้อนในตัวอย่างหอยนางรม จากอ่างศิลาและแสมสารมากที่สุด ในขณะที่หอยนางรมที่บางแสนมีอนุภาค PET สูง

- ที่น่าตกใจคือ อ่างศิลา และแสมสารมีกิจกรรมการประมงสูง โดยเฉพาะการทิ้งอวน และเครื่องมือประมงนอกพื้นที่ชายฝั่ง และยังมีการสะสมขยะตามแนวชายฝั่งทำให้พบการสะสมของอนุภาคพลาสติกประเภท PA ที่ใช้ผลิตอุปกรณ์การประมงในหอยนางรมสูง ในขณะที่บางแสนมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สูง มักพบหีบห่ออาหารและบรรจุภัณฑ์พลาสติก จึงพบการสะสมของอนุภาคพลาสติกประเภท PET ที่ใช้ผลิตขวดน้ำดื่มในหอยนางรมสูง

- กลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในบริเวณเขตชายฝั่งที่มีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำขึ้นน้ำลง เป็นกลุ่มสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากไมโครพลาสติกมากที่สุด ทุกครั้งที่เราบริโภคสัตว์น้ำที่ปนเปื้อนเหล่านี้เข้าไป เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพที่จะตามมาในอนาคต

- ดังนั้นการช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมชายฝั่งให้ปลอดขยะพลาสติก นอกจากช่วยในเรื่องทัศนียภาพที่ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยรักษาแหล่งทรัพยากรที่เป็นอาหารของเรา ให้สะอาดปราศจากการปนเปื้อนของมลพิษต่าง ๆ ที่จะย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพของมนุษย์เรา

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ และรูปภาพจาก
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0025326X17304903
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0025326X16310608
https://www.grida.no/resources/6915
https://marinedebris.noaa.gov/research/selective-ingestion-microplastics-oysters-exposure-assessment-predictive-tool-assessing

โครงสร้างบ้านหินปูนของปะการัง  จากชนิดพันธุ์ปะการังที่พบทั่วโลกเกือบ 800 ชนิด ซึ่งประเทศไทยเราประกอบไปด้วยปะการังแข็งทั้...
19/02/2021

โครงสร้างบ้านหินปูนของปะการัง
จากชนิดพันธุ์ปะการังที่พบทั่วโลกเกือบ 800 ชนิด ซึ่งประเทศไทยเราประกอบไปด้วยปะการังแข็งทั้งหมด 296 ชนิด กลุ่มปะการังอื่นๆ 75 ชนิด รวมทั้งชนิดที่ยังจำแนกชนิดไม่ได้ 51 สกุล(Checklist of Corals in Thailand, 2020) ชนิดเด่นที่พบได้ทั่วไปคือ ปะการังเขากวาง 𝐴𝑐𝑟𝑜𝑝𝑜𝑟𝑎 spp.) และปะการังโขด (𝘗𝘰𝘳𝘪𝘵𝘦𝘴 𝘭𝘶𝘵𝘦𝘢) วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงลักษณะโครงสร้างแข็งของปะการังแต่ละชนิดที่เปรียบเสมือนบ้านของปะการังกันครับ

คำว่า “Polyp(โพลิป)” ซึ่งคือตัวปะการังนั่นเอง โดยพื้นฐานแล้วปะการังมีรูปทรงกระบอก แต่ละตัวจะมีหนวดเรียงเป็นวง 6 เส้น, 12 เส้น, 24 เส้น หรือ 48 เส้นแล้วแต่ชนิด โดยตัวอ่อนปะการังจะหาที่ลงเกาะเพื่อยึดพื้นแข็ง และเจริญเติบโตแบ่งตัว หรืออาจเรียกว่าแตกหน่อเพื่อเพิ่มจำนวน จนรวมตัวเป็นก้อนหรือกอซึ่งประกอบด้วยตัวปะการังจำนวนมากมายที่อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นระบบนิเวศ เรียกว่าโคโลนี (colony)
วันนี้เราจะมานำเสนอกันก็คือ ในปะการังแต่ละชนิดจะมีโครงสร้างแข็ง Corallum (คอรอลลัม) คือก้อน กิ่งก้านหินปูนปะการังที่เราเห็นเกิดจากปะการังเจริญเติบโตและก่อโครงสร้างหินปูนขึ้นเหมือนเป็นตึก ราม บ้านช่องที่มีปะการังอาศัยอยู่

Corallum (คอรอลลัม) มีองค์ประกอบส่วนต่างๆภายในโครงสร้างได้แก่
1. Corallite (คอรอลไลท์) คือโครงสร้างหินปูนที่ประกอบขึ้นเป็นที่อยู่ของปะการังแต่ละตัว
2. Columella (คอลัมเมลล่า) เป็นส่วนที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางของคอรอลไลท์อาจเป็นแท่งหนามหรือกระจุกหนาม
3. Coenosteum (ซีนอสเตียม) เป็นพื้นผิวหินปูนตรงส่วนที่อยู่ระหว่างคอรอลไลท์
4. Costa/Costum (คอสต้า/คอสตัม) เป็นแผ่นซี่หินปูนคล้ายๆกับเซ็บต้า แต่คอสต้าเรียงอยู่ด้านนอกผนัง
5. Septa/Septum (เซ็บต้า/เซ็ปตัม) คือแผ่นซี่หินปูนบางๆที่เรียงเป็นรัศมีในช่องคอรอลไลท์จะมีจำนวนซี่เท่ากับหนวด
6. Wall (วอลล์) เป็นผนังขอบเขตคอรอลไลท์
นักวิทยาศาสตร์จำแนกชนิดปะการังตามลักษณะโครงสร้างแข็งของปะการังแต่ละตัว หรือ คอรอลไลท์ (Corallite) ซึ่งมีลักษณะจำเพาะของแต่ละชนิดที่แตกต่างกันไป ไว้คราวหน้าเราจะมานำเสนอลักษณะของ คอรอลไลท์แต่ละชนิดกันนะครับ
ขอขอบคุณข้อมูล
https://km.dmcr.go.th/th/c_3/d_14095

เพื่อเป็นการลดการสร้างขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ศูนย์ 4 สนับสนุนและจัดหากล่องข้าวสำหรับให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ 4 นำไปใช้...
25/01/2021

เพื่อเป็นการลดการสร้างขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ศูนย์ 4 สนับสนุนและจัดหากล่องข้าวสำหรับให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ 4 นำไปใช้ใส่อาหารแทนการใส่ถุงพลาสติกหรือข้าวกล่องโฟม กล่องพลาสติกใสจากทางร้าน

แม้ว่าเป็นการดำเนินการในหน่วยเล็กๆ แต่ในหนึ่งปี ศูนย์ของเราสามารถลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้ ประมาณ หนึ่งหมื่นชิ้น เลยทีเดียว แล้วหากเราช่วยกันหลายๆคน หลายๆหน่วย เราน่าจะลดขยะพลาสติกได้มากมายมหาศาล

การเติบโตของลูกเต่าทะเล -------------------------------------------------        เต่าทะเลเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพ...
22/01/2021

การเติบโตของลูกเต่าทะเล
-------------------------------------------------

เต่าทะเลเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธ์ สาเหตุที่เต่าทะเลลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องเพราะ เต่าทะเลมีข้อจำกัดมากมายในวงชีวิตของตัวเอง เช่น แม่เต่าทะเลต้องพยายามขึ้นมาวางไข่เฉพาะบนหาดทรายบนบก ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถูกมนุษย์ครอบครองไปเกือบหมด ไข่เต่าทะเลที่ฟักอยู่ใต้ทรายอาจจะถูกสัตว์บกที่รออยู่ขุดคุ้ยกินเป็นอาหาร ช่วงเวลาการเพาะฟักก็นานถึง 50 วัน ไข่อ่อนแอมาก แม้แต่ระดับน้ำทะเลที่ขึ้นลงปกติมาท่วมรังไข่ หรือ ถ้ามีการเคลื่อนหรือกระทบกระเทือน ลูกเต่าที่กำลังพัฒนาภายในไข่ก็ตายได้ทันที และที่สำคัญที่สุดคือ ภัยจากการรบกวนของมนุษย์

เต่าน้อยพร้อมผจญภัย :
ไข่เต่าทะเลจะฟักตัวอยู่ประมาณ 50-65 วัน ลูกเต่าด้านในก็พร้อมที่จะออกผจญภัย ลูกเต่าแรกเกิดจะใช้จะงอยปากแหลม ๆ เจาะเปลือกไข่ออกมา จากนั้นเหล่าฝูงลูกเต่าจะรออยู่ใต้ทรายจนถึงช่วงกลางคืนแล้วจึงขึ้นจากหลุมทรายพร้อมกัน เพื่อลดความเสี่ยงที่ต้องเจอกับสัตว์นักล่า ลูกเต่าจะกระจายตัวแยกย้ายกัน คลานมุ่งสู่ทะเล และว่ายน้ำอย่างลนลานเพื่อหนีภัย มุ่งตรงทะเลลึกทันที โดยอาศัยแสงของแนวขอบฟ้า กำหนดทิศทางในการออกจากพื้นที่ เพื่อออกผจญภัยสู่โลกกว้างอย่างแท้จริง

ถึงเวลาฝึกความแกร่ง :
ลูกเต่าที่อ่อนแอจะว่ายน้ำออกห่างจากชายฝั่งที่มีศัตรูที่แข็งแกร่งให้มากที่สุดโดยต่อเนื่อง 3-5 วัน โดยไม่หยุดพักเลย สัญชาติญาณในการเอาตัวรอดนี้ยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อขาหน้าให้แข็งแรงพร้อมผจญภัยในทะเลกว้างอีกด้วย ในช่วงระยะนี้ลูกเต่าทะเลจะใช้ไข่แดงที่สะสมอยู่ในร่างกายเป็นอาหาร จนกระทั่งอาหารที่สะสมในตัวหมดลง ลูกเต่าก็จะเริ่มหยุดพัก และหาอาหารเองอย่างแท้จริง โดยลูกเต่าจะลอยตัวตามกระแสน้ำ แฝงไปกับกอ สาหร่าย หรือกอวัสดุ เพื่อหลบภัยและเป็นแหล่งอาหารไปพร้อม ๆ กัน จนลูกเต่าโตขึ้นอายุประมาณ 2-5 ปี มีความแข็งแรงพร้อมก็จะกลับเข้ามาหาอาหารตามชายฝั่งหรือตามแนวปะการัง หญ้าทะเล ที่เป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ ยกเว้นเต่ามะเฟือง ที่จะไม่กลับเข้าใกล้ฝั่งเลย ยกเว้นเมื่อพร้อมจะวางไข่เท่านั้น

จากการศึกษาพบว่าลูกเต่าทะเลในธรรมชาติมีอัตรารอดเพียง 0.1% เต่าทะเลจึงกลายเป็นสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธ์ นอกจากวงจรชีวิตที่มีข้อจำกัดและศัตรูในธรรมชาติที่มากมายที่ทำให้ลูกเต่ามีอัตราการรอดต่ำแล้ว ภัยธรรมชาติและกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่รบกวนวงจรชีวิตเต่าทะเล ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เต่าทะเลลดจำนวนลงมากอย่างรวดเร็ว

หากเรายังปล่อยให้เต่าทะเลอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ ในอนาคตเราอาจจะไม่ได้เห็นเต่าทะเลในพื้นที่ทะเลไทยอีกต่อไป ดังนั้น ร่วมมือช่วยกันดูแลและลดการรบกวนแหล่งอาหาร แหล่งวางไข่ของเต่าทะเลตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่เต่าทะเลที่น่ารักจะหมดหายไปจากทะเลไทยตลอดกาล

ข้อมูลจาก
https://dmcrth.dmcr.go.th/attachment/dw/download.php?WP=rUqjMT00qmMZG22DM7y04TyerPMjA20jqmEZZz1CM5O0hJatrTDo7o3Q https://seaworld.org/animals/all-about/sea-turtles/care-of-young/ https://ocean.si.edu/ocean-life/reptiles/sea-turtles https://www.facebook.com/TheIndependentOnline/videos/331186724665616

ปี 2020 กับเหตุการณ์วาฬเกยตื้นเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติการณ์ของออสเตรเลีย        เหตุการณ์ในครั้งนี้คือวาฬเกยตื้นครั้ง...
22/01/2021

ปี 2020 กับเหตุการณ์วาฬเกยตื้นเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติการณ์ของออสเตรเลีย

เหตุการณ์ในครั้งนี้คือวาฬเกยตื้นครั้งใหญ่ ในเดือนกันยายน 2020 เกิดขึ้นที่ แม็กควารี เฮดส์ (Macquarie Heads) รัฐแทสเมเนีย ออสเตรเลีย วาฬนำร่องเกยตื้นเกือบ 500 ตัว เป็นหนึ่งในการเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ของประเทศออสเตรเลีย และทำลายสถิติการเกยตื้น 320 ตัวในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียในปี 1996

เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือวาฬนำร่องเหล่านี้โดยการใช้สลิงและอุปกรณ์อื่นๆในการช่วยดึงวาฬนำร่องที่เกยตื้นออกจากหาดทรายเพื่อให้วาฬจมลงไปในทะเลทั้งตัว เมื่อวาฬกลับไปลอยอยู่ในทะเลพวกมันก็จะว่ายน้ำออกไปในเขตน้ำลึกและรอดชีวิตได้ ความช่วยเหลือมาพร้อมกับอุปสรรค์ที่จะต้องเผชิญกับกระแสน้ำที่รุนแรง ทำให้วาฬที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วบางตัว กลับเข้ามายังชายฝั่งอีกครั้ง การช่วยเหลือวาฬแต่ละตัวจึงใช้เวลามากกว่าปกติ จึงสามารถช่วยเหลือวาฬนำร่องไว้ได้เพียง 108 ตัว และวาฬนำร่องเกยตื้นอีก 380 ตัว ต้องทิ้งชีวิตไว้บนฝั่ง

ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์เดียวกันที่นิวซีแลนด์และศรีลังกา พบการเกยตื้นของวาฬนำร่อง เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่หาดไวตังกี เวสต์ บีช บนเกาะแชตแฮม (Chatham Islands) ประเทศนิวซีแลนด์ โดย วาฬนำร่องเกยตื้นทั้งหมด 97 ตัว พร้อมโลมาอีก 3 ตัว เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือวาฬและนำกลับสู่ทะเลได้เพียงแค่ 26 ตัวเท่านั้น ในเดือนเดียวกันที่ ชายหาดเมืองปานาดูรา (Panadura Beach) ประเทศศรีลังกา ก็พบวาฬนำร่องเกยตื้นกว่าร้อยตัว แต่โชคดี ครั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐและอาสาสมัครท้องถิ่นสามารถช่วยชีวิตวาฬนำร่องให้กลับลงสู่ทะเลได้ถึง 100-120 ตัว โดยมีปลาวาฬนำร่องเสียชีวิตแค่ 4 ตัวเท่านั้น

สาเหตุของการเกยตื้นในครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ แต่นักวิทยาศาสตร์มีสมมติฐานว่าตามธรรมชาติ วาฬนำร่องมักจะเดินทางด้วยกันเป็นฝูงใหญ่ วาฬที่เป็นผู้นำของฝูงอาจจะพาวาฬที่เหลือในฝูงมาผิดทาง

นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่าในพื้นที่บริเวณ แม็กควารี เฮดส์ (Macquarie Heads) หรือชายหาดบางแห่ง เป็นจุดที่มีพบการเกยตื้นบ่อย เนื่องจากชายหาด ซึ่งมีลักษณะค่อย ๆ ลาดลงเป็นบริเวณกว้าง เมื่อฝูงวาฬเข้าใกล้อาจจะไม่สามารถตรวจจับคลื่นเสียงสะท้อนใต้น้ำกับแนวชายฝั่งน้ำตื้นได้ นักวิทยาศาสตร์ได้ลองใช้เครื่องสะท้อนเสียงของทหารเรือ (echo-sounders) และได้รับสัญญาณสะท้อนเพียงอ่อน ๆ เมื่อเทียบกับชายหาดที่สูงชัน เป็นหินกรวด หรือหาดหิน จึงอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์วาฬ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ใช้เสียงสะท้อนในการระบุตำแหน่งนำทาง เกิดเกยตื้นบริเวณนี้บ่อยครั้ง

ข้อมูลจาก
https://www.bbc.com/thai/international-54262419 https://www.bbc.com/news/world-australia-54260278 https://www.bbc.com/news/world-asia-54805138 https://www.bbc.com/news/world-asia-55069038 https://www.bbc.com/news/world-asia-54805138 https://www.bbc.com/news/world-asia-55069038 https://www.doc.govt.nz/news/media-releases/2020-media-releases/pilot-whales-strand-on-chatham-islands/ https://www.npr.org/2020/09/23/916080587/at-least-380-whales-dead-in-australias-largest-ever-mass-stranding https://www.npr.org/2020/11/03/930849489/sri-lankan-navy-villagers-save-120-whales-after-mass-beaching https://www.rnz.co.nz/news/national/431384/scores-of-pilot-whales-and-bottlenose-dolphins-dead-after-chatham-islands-stranding https://teara.govt.nz/en/whales/page-8

ที่อยู่

160/19 M.1
Amphoe Laem Ngop
23120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6639614225

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งช:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ

ความคิดเห็น

ขอขอบคุณชาวเกาะหมาก ที่มอบโอกาสให้เรือพิทักษ์สมุทร ได้มีส่วนช่วยเหลือสังคมครับ
โครตเสียใจหากินแบบนี้​ ไม่รู้จริงรึไม่แต่ก็นะเห้อ
ปูอะไรพูดไม่ได้
ชายหาดทะเล เป็นทรัพยากรที่สำคัญทางธรรมชาติที่เรามักลืมนึกถึงไป แม้ว่าทุกคนที่ไปทะเลต้องการไปนั่งเล่นที่ชายหาด การติดตามการเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมรับมือปัญหา การลดลงของชายหาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักจัดการอุทยานแห่งชาติ
คนไทยใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ยวันละ 3 ใบ เราควรเป็นคนไทยที่ใช้ถุงน้อยกว่าเฉลี่ย ให้คนที่เขาจำเป็นจริงๆเลี่ยงไม่ได้ทนใช้ไป พกถุง ตะกร้า กระบอกน้ำ แบบชาวศูนย์ 4 นะครับ
ดาวมงกุฎหนาม มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ไม่มาระบาดนานแล้ว หวังว่าจะไม่ได้เจอตอนระบาดกันนานๆไปเลยนะครับ
เที่ยวไหนก็ไม่ปลอดภัยเท่าเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ เราพร้อมดูแลความปลอดภัย แต่เรื่องสาวๆที่กลัวผี ก็ลำบากนิดครับ ไม่มีตำแหน่งหมอผีสำหรับเฝ้าระวัง
ใครกลัวดำ กลัวแดด ก็ใส่เสื้อผ้าดีๆ ก็ช่วยได้นะครับ ไม่ทำร้ายปะการังด้วย เรือ่งดีๆบอกต่อ
วันนี้ที่ตราด ลมแรงมากครับ เรือเล็กควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ด้านใต้ ระวันตกของเกาะช้าง ดูแล้วไม่น่าเดินเรือเล็กได้ ระมัดระวังกันด้วยครับ
คนทำดีให้ดูแล้ว นอกจาก 👏👏👏แล้ว ก็ควรช่วยกันด้วย คนละไม้คนละมือ เดี๋ยวก็ดูดี ศูนย์ 4 ตราด ขอเชิญทุกคนครับ
น้ำทะเลเคยลดลงไปจนหมดอ่าวไทย แต่ปะการังก็ยังรอดมาได้ แต่ดูเหมือนการกระทำของมนุษย์ จะทำให้ปะการังไปไม่รอดเสียแล้ว
Kritschai Astasiripanya มึงน่าจะชอบ