สถาบันอิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนิยะฮ์ -ระบบปอเนาะ จ.เพชรบุรี

สถาบันอิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนิยะฮ์ -ระบบปอเนาะ จ.เพชรบุรี สถาบันระบบปอเนาะสอนศาสนาอิสลาม
(5)

เปิดเหมือนปกติ

الحمدللهสิ่งสำคัญของการทำงานศาสนาคือ..ความสุจริต ความบริสุทธิ์ใจและที่ขาดไม่ได้คือการร่วมมือ ร่วมใจของทุกท่านขออัลลอฮ์ทร...
30/07/2020

الحمدلله
สิ่งสำคัญของการทำงานศาสนาคือ..ความสุจริต ความบริสุทธิ์ใจ
และที่ขาดไม่ได้คือการร่วมมือ ร่วมใจของทุกท่าน

ขออัลลอฮ์ทรงตอบแทนความดีงาม
อามีนยาร้อบ...

#สรุปยอดรายได้ทั้งหมดของสถาบันอิบานะฮ์

04/07/2020

السلام عليكم
ตอนนี้ทางสถาบันอิบานะได้เปิดรับจองร้านผ้าอย่างเปน
ทางการแล้วคับ และทางสถาบันเปิดรับร้านผ้าจำนวนจำกัดเท่านั้นและจะปิดรับในวันเสาร์ที11 กรกฎาคม ท่านใดมีความต้องการจะจองร้าน ติดได้ที่เบอร
0619086207 0994130502
ครูอีซา ภักดีเตล็บ

สถาบันอิบานะฮ์ ได้กำหนดจัดงานในวันที่ 26-27 กรกฎาคม2563เปนที่แน่นอนแล้วคับ
02/07/2020

สถาบันอิบานะฮ์ ได้กำหนดจัดงานในวันที่ 26-27 กรกฎาคม
2563เปนที่แน่นอนแล้วคับ

แนวทาง อุลามาอฺ อะหฺลุซซุนนะห์
19/05/2020

แนวทาง อุลามาอฺ อะหฺลุซซุนนะห์

🕌 - #เกร็ดฟิกห์เล็กๆ เกี่ยวกับการละหมาดอี้ด صلاة العيدين - ✍️
>

ละหมาดรายอนั้น ตามมัสหับชาฟีอี
หุก่มคือสุนัตมุอั้กกัด(ที่ถูกเน้นหนัก)
ส่วนบางมัสหับนั้น เข้าข่ายฟัรดูกีฟายะห์

มัสหับชาฟีอีอัฟด้อล #ละหมาดรายอที่มัสญิด ส่วนมัสหับฮัมบาลี #อัฟด้อลที่สนาม (กล่าวคือคีลาฟเรื่อง ที่ไหนอัฟด้อลกว่ากัน ประเสริฐกว่ากัน ไม่ใช่คีลาฟอันไหนซุนนะห์อันไหนบิดอะห์) , การละหมาดรายอนั้น เป็นการละหมาดที่ส่งเสริมให้มีการรวมตัว แต่ถ้าจะละหมาดคนเดียว หุก่มก็คืออนุญาติ เซาะห์(ใช้ได้หรือหะรุส) แต่จะไม่มีการอ่านคุตบะห์ , บางนาวาฟิล(ละหมาดสุนัต)นั้น ละหมาดรวมตัวนั้นเซาะห์ แต่ส่งเสริมให้ละหมาดคนเดียว(เช่นละหมาดสุนัตฮาญัต) , ละหมาดรายอนี้ ละหมาดที่บ้านก็เซาะห์ จะคนเดียวหรือหลายคนก็ย่อมได้ รุก่นคุตบะห์ก็เฉกเช่นรุก่นคุตบะห์ละหมาดวันศุกร์ จะต่างกันก็ตรงแค่คุตบะห์รายอให้อ่านหลังละหมาด ส่วนคุตบะห์วันศุกร์ให้อ่านก่อนละหมาด คุตบะห์รายอสุนัต ส่วนคุตบะห์วันศุกร์วาญิบ …

••••••••••••••••••••••••••••••••••••

… ส่วนกัยฟียัต(วิธีการ)ละหมาด รุก่นต่างๆก็เหมือนกับละหมาดสุนัตทั่วๆไป คือให้ละหมาด2ร็อกอั้ต โดยมีเหนียต มีอ่านฟาตีหะห์ มีรูกั้วะอ์ และอื่นๆ #แต่จะต่างกันก็ตรงที่ ในทุกๆร็อกอั้ตของการละหมาดรายอนั้น สุนัตให้มีการกล่าวตักบี้ร และกล่าวตัสเบี้ยะห์คั่นกลางการตักบี้ร

🅰️ ++ โดยในร็อกอั้ตแรก -:

- หลังจากที่ได้ทำการตักบี้รอตุลอิฮรอมพร้อมเหนียตแล้ว
- ก็สุนัตให้อ่านดุอาอฺอิฟตีตาฮ
- จากนั้นก็สุนัต ให้ตักบี้ร7ครั้งโดยมีตัสเบี้ยะห์6ครั้งคั่นกลาง(กล่าวคือจบด้วยตักบี้ร)
- จากนั้นวายิบอ่านซูเราะห์อัลฟาตีหะห์1ครั้ง
- จากนั้นสุนัตอ่านอายะห์หรือซูเราะห์ที่ถนัด
(แต่ส่งเสริมให้อ่านซูเราะห์อัลอะอ์ลา سبح اسم ربك الأعلى )
- จากนั้นก็รูกั้วะอ์ เอี้ยะตีดาล สุยูด นั่งสองสุยูด สุยูดครั้งที่สอง แล้วลุกขึ้นยืนร็อกอั้ตที่สอง

🅱️ ++ ส่วนร็อกอัตที่สอง -:

- หลังจากที่ได้ตักบี้รเพื่อลุกขึ้นยืน(ตักบี้รอันนี้จะไม่ถูกนับ)
- ก็สุนัตให้กล่าวตักบี้รอีก5ครั้ง โดยมีตัสเบี้ยะห์4ครั้งคั่นกลาง(กล่าวคือจบด้วยตักบี้รเช่นกัน)
- จากนั้นวายิบอ่านซูเราะห์อัลฟาตีหะห์1ครั้ง
- จากนั้นสุนัตอ่านอายัตหรือซูเราะห์ที่ถนัด
(โดยส่งเสริมให้อ่านซูเราะห์อัลฆอซียะห์ هل أتاك حديث الغاشية)
- จากนั้นก็รูกั้วะอ์ และอื่นๆเช่นร็อกอั้ตแรก จบด้วยนั่งตะห์ยัตและกล่าวสลาม

••••••••••••••••••••••••••••••••••••

#สำหรับลาฟัซเหนียตของมะมูม โดยให้ทำการเหนียตในใจตอนตักบี้รว่า
“ข้าพเจ้าละหมาดสุนัตวันรายอฟิตรี สองร็อกอั้ต มะมูม เพื่ออัลลอฮตะอาลา”

**ถ้าอีหม่าม ก็ให้เปลี่ยนจากมะมูมเป็นอีหม่าม
ถ้าละหมาดคนเดียว ก็ไม่ต้องใส่มะมูมและอีหม่าม
ถ้ารายออัฎฮา ก็เปลี่ยนตรงรายอฟิตรีเป็นอัฎฮา**

#ลาฟัซตัสเบี้ยะห์ คือ …
“ซุบฮานัลลอฮ วัลฮัมดุลิลลาฮ วาลาอีลาฮะอิลลัลลอฮ วัลลอฮุอักบั้ร”
หรือจะเติม… “วาลาเฮาลา วาลากุววาตา อิลลาบิลลาฮิลอาลิยยิลอาซีม”

••••••••••••••••••••••••••••••••••••

#ภาพรวมกว้างๆ_คร่าวๆ พอสังเขป ก็จะประมาณนี้ขอรับ
วัลลอฮุตะอาลาอะอ์ลา วาอะอ์ลัม
วัสซาลามุอาลัยกุม วาเราะห์มาตุ้ลลอฮ

** Cikgu Faqir **
21 / ramdan / 2020

🕌 - ด้วยความปรารถนาดีและดุอาอ์ - 🕌
เพจ : แนวทาง อุลามาอฺ อะหฺลุซซุนนะห์

เรียนพี่น้องที่มีจิตศรัทธาทุกๆท่าน เนื่องจากสถาบันอิบานะห์ขอเปิดบัญชีรับบริจาค จากผู้มีจิตศรัทธาขณะนี้ทาง ปอเนาะ อิบานะห...
07/05/2020

เรียนพี่น้องที่มีจิตศรัทธาทุกๆท่าน เนื่องจากสถาบันอิบานะห์ขอเปิดบัญชีรับบริจาค จากผู้มีจิตศรัทธา
ขณะนี้ทาง ปอเนาะ อิบานะห์อุลูมิดดีนียะห์ ได้รับบททดสอบ ร่วมกับพี่น้องทุกๆท่านด้วยเช่นกัน ทำให้ทางสถาบัน ที่มีอาจารย์ ไฟซ้อล โครงเซ็น
ซึ่งเป็นอีหม่ามของมัสยิดมู่ฎีอ่ะตุ้ลอิสลามียะห์ และเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบัน ที่ดูแลทั้งระบบปอเนาะ และฟัรดูอีน

การบริหารส่วนใหญ่จะมาจากการจัดงานรายได้แต่ละครั้งส่วนหนึ่งใช้บริหารมัสยิด ซื้อที่ดินถมที่วากัฟ อีกส่วนหนึ่งใช้ไปในเรื่องการเรียนการสอนในระบบปอเนาะและระบบฟัรดูอีน ซึ่งมีคณะครูประจำอยู่10ท่าน แต่ละปีจึงมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ท่านที่เคยมาร่วมงานจะรู้ว่า งานอิบานะห์เป็นงานใหญ่พอสมควร หมายความว่าทั้ง3ระบบอยู่ได้ ด้วยรายได้จากการจัดงาน โดนเฉพาะคณะครูทั้ง10ท่าน ซึ่งทางสถาบันจ่ายเงินเดือนเป็นรายปี คือสอนจนครบปี จัดงานได้เงินเสร็จงานจ่ายคณะครู

แต่มาปีนี้มีบททดสอบจากอัลเลาะห์(ซ.บ.) จึงไม่สามารถจัดงานตามที่กำหนดไว้ได้ วิกฤตของสถาบันจึงเกิดขึ้น หลายคนให้กำลังใจว่า "ในวิกฤตย่อมมีโอกาส" ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้มีการเปิดบัญชีนี้ขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการอนุเคราะห์ ช่วยเหลือذي الرحمة(ผู้เมตตา ผู้ใจบุญ)ทุกท่าน ด้วยความเมตตาแห่งอัลเลาะห์(ซ.บ.)ในเดือนแห่งความเมตตาและการเพิ่มทวีคูณ คือ"รอมาดอน มูบาร็อก" ท้ายสุดนี้ขอดุอาอ์ว่าโอ้อัลเลาะห์ขอพระองค์ได้โปรดลง เราะห์มัต เนี๊ยะมัต ซาลามัต เซี๊ยะห์ฮะห์ บารอกัต ฮิดายะห์ ซะกีนะห์ ริสกี แก่ผู้ที่ใจบุญทุกท่าน. อามีน

ร่วมบริจาคได้ที่บัญชี

3581092298 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ชื่อบัญชี โรงเรียนอิบานะตุอุลูมิดดีนียะห์

3581092328 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ชื่อบัญชี มัสยิดมู่ฎีอ่ะตุ้ลอิสลามียะห์

ขอขอบคุณทางบริษัท CLEAR ALL เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาทำการฉีดพ้นน้ำยาฆ่าเชื้อให้กับทางมัสยิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
07/04/2020

ขอขอบคุณทางบริษัท CLEAR ALL เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาทำการฉีดพ้นน้ำยาฆ่าเชื้อให้กับทางมัสยิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

เลื่อนสอบ ฟัรดูอีน
18/03/2020

เลื่อนสอบ ฟัรดูอีน

สมาคม​คุ​รุสัมพันธ์​อิสลาม​แห่งประเทศ​ไท​ย
ประกาศ​ ปิดการเรียนและเลื่อนการสอบวัดเเละประเมินผล​ 2562

Covid 19
18/03/2020

Covid 19

ประกาศจุฬาราชมนตรี
เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ว่าด้วยเรื่อง การละหมาดวันศุกร์ การละหมาดญะมาอะห์ และการจัดกิจกรรมและการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม สำหรับในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในพื้นที่ที่รัฐบาลประกาศห้ามรวมตัว
(ฉบับที่ 1/2563)

06/03/2020
Save Islam : สมาคมปกป้องอัลอิสลาม
14/12/2019

Save Islam : สมาคมปกป้องอัลอิสลาม

“ขาดเท่าไหร่” ในหลวงตรัสถาม
.
มุสลิมเราใช้คำว่า "รายอกีตอ" อย่างเต็มปากและเต็มใจ พ่อผมมีโอกาสได้ทำงานถวายในหลวงอย่างมากตั้งแต่การรวบรวมที่ดินเพื่อสร้างพระตำหนักบนเขาตันหยง (พระตําหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส) เท่าที่จำความได้ผมเห็นพระองค์ท่านไม่เคยถือพระองค์ และให้เกียรติมุสลิมมากจริงๆ

พ่อเคยเล่าให้ฟังยังจำได้ไม่เคยลืมว่า วันหนึ่งท่านเสด็จฯ มา ทรงเห็นคนชุมนุมกันอยู่ที่มัสยิดหน้าประตูพระตำหนัก พระองค์ได้ตรัสถามว่า..เค้าทำอะไรกัน? พ่อทูลว่าเค้าจัดงานหารายได้เพื่อสร้างมัสยิดแต่เงินยังขาดอยู่ พระองค์ตรัสถามว่า "ขาดเท่าไหร่ ?" พ่อก็ทูลท่านไป

ไม่กี่วันท่านก็เรียกพ่อให้เข้าเฝ้าและตรัสถามว่า ถ้าให้เงินนี้แล้วมัสยิดจะเสร็จมั๊ย พ่อก็ไปหากำนัน กำนันรับปากว่าเสร็จ มัสยิดเลยสร้างเสร็จก่อนพระตำหนักท่านอีก นี่คือความเสียสละและทรงนึกถึงผู้อื่นก่อนเสมอ และก็ไม่ใช่เฉพาะตรงนี้ที่เดียว หลายที่ในละแวก ต.กะลุวอ จ.นราธิวาส พ่อผมจะเป็นคนรับคำสั่งจากพระองค์ท่านให้นำเงินไปบำรุงมัสยิดต่างๆ อย่างทั่วถึง”

มัสยิดบูเก็ตตันหยงหรือมัสยิดบ้านเขาตันหยง ตั้งอยู่บริเวณเขตพระราชทานของพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ในเขต อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมัสยิดบูเก็ตตันหยงตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน ในหลวงพระราชทานเงินส่วนพระองค์กว่า 300,000 บาท ในการจัดสร้างมัสยิดแห่งนี้
.
สิบโท ซับรี วรรณมาตร
เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค สถานีวิทยุกระจายเสียง
912 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จ.นราธิวาส
จากหนังสือ "สถาบันพระมหากษัตริย์กับมุสลิมในแผ่นดินไทย"
โดย ศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.
คลิปข่าว : https://goo.gl/hRSGrJ

อิสลามคือคำตอบของชีวิต
31/10/2019

อิสลามคือคำตอบของชีวิต

#เดือนเมาลิด_เป็นเดือนแห่งการรำลึกถึงนาบี.
เราควร ซอลาวัต ต่อท่านนาบี ให้มากๆ
ให้สมว่าเรา เป็นอุมมะห์ ที่นาบีรัก 😍

24/10/2019
Muslimtimethailand

ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดเพชรบุรี

อ.ไฟซ้อล โคลงเซนต์

MuslimtimeThailand | หน้าต่าง กอท. | คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพชรบุรี
-พบกับคุณซ้อน โครงเซ็ง
ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพชรบุรี
-พูดคุยถึงโครงสร้าง และภาพโดยรวมของสังคมมุสลิมในจังหวัดเพชรบุรี

ทางสถาบันอิบานะฮ์  ขอขอบคุณเจ้าภาพ ฮัจยี การีม  และ นิมาเรียม  ม่วงอุมิงค์ ที่ได้มามอบไอครีมเลี้ยงเด็กๆในครั้งนี้جزاكم ا...
19/10/2019

ทางสถาบันอิบานะฮ์ ขอขอบคุณเจ้าภาพ
ฮัจยี การีม และ นิมาเรียม ม่วงอุมิงค์
ที่ได้มามอบไอครีมเลี้ยงเด็กๆในครั้งนี้
جزاكم الله خيرا

Photos from สถาบันอิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนิยะฮ์ -ระบบปอเนาะ จ.เพชรบุรี's post
10/10/2019

Photos from สถาบันอิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนิยะฮ์ -ระบบปอเนาะ จ.เพชรบุรี's post

19/09/2019
หน้าต่างอิบานะห์

กิจกรรมของบรรดาเด็กปอเนาะ

#กวนอาชูรอ #ประกวดโพกสาระบั่น

กิจกรรม วันกวนอาซูรอ ภายใน ปอเนาะอิบานะห์
กิจกรรม แข่งโพกสะระบั่น
📌📌📌 ผู้ใดสนใจ ให้รางวัลเล็กๆน้อยๆ กับเด็กปอเนาะ ติดต่อมาทางเพจได้เลยครับ

กวนอาซูรอ ทั้งเด็กปอเนาะ และเด็กฟัรดูอีน1441  ฮ.ศ
19/09/2019

กวนอาซูรอ ทั้งเด็กปอเนาะ และเด็กฟัรดูอีน
1441 ฮ.ศ

ตัดผมไฟที่ ร.ร.อิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนียะ
04/08/2019

ตัดผมไฟที่ ร.ร.อิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนียะ

สำนักจุฬาราชมนตรี
01/08/2019

สำนักจุฬาราชมนตรี

ประกาศจุฬาราชมนตรี
วันที่ 1 เดือนซุ้ลฮิจยะห์ ฮ.ศ.1440 ตรงกับวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2562
และวันอีฎิ้ลอัดฮา ฮ.ศ.1440 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2562

Halalthailand
31/07/2019

Halalthailand

จุฬาราชมนตรีประกาศให้...ดูดวงจันทร์
วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2562
เพื่อกำหนด วันที่ 1 ฮิจญะฮฺ อ.ศ. 1440
และ วันอีฎิ้ลอัฎฮา
.
.
#อีฎิ้ลอัฎฮา #ฮิจญะฮฺ #รายอ #รายอฮัจยี
#รายออิดิลอัฎฮา #1440
#ศรัทธา #อัลลอฮฺ #อัลกุรอาน #ดุอาอฺ #หะดีษ
#ฮาลาลไทยแลนด์ #halalthailand #อิสลาม
#คำคม #คำโดนใจ #ข้อความโดนใจ #ข้อความ
#โควต #quote #muslimquote

"โอ้ อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงปกปิดส่วนบกพร่องของครูของฉัน และขอพระองค์อย่าได้ทรงให้บะรอกัต(ความจำเริญ)ในความรู้ของเขาหายไปจา...
30/06/2019

"โอ้ อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงปกปิดส่วนบกพร่องของครูของฉัน และขอพระองค์อย่าได้ทรงให้บะรอกัต(ความจำเริญ)ในความรู้ของเขาหายไปจากฉัน" امين

สถาบันอิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนิยะฮ์ -ระบบปอเนาะ จ.เพชรบุรี
27/06/2019

สถาบันอิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนิยะฮ์ -ระบบปอเนาะ จ.เพชรบุรี

Muslimthaipost
03/06/2019

Muslimthaipost

ประกาศจุฬาราชมนตรี #ไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์
วันที่ 1 ของเดือนเชาวาล (วันอิดิ้ลฟิตรี)
ฮิจเราะห์ศักราช 1440
ตรงกับ วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2562

02/06/2019
ซะกาตฟิตรฺ และการปฏิบัติในวันอีด - อ.อาลี เสือสมิง

ซะกาตฟิตเราะฮ์ และการปฏิบัติตัวในวันอีด

อาจารย์อาลี เสือสมิง

มัสยิดอัสสะลาฟียะฮ์ - ค่ำ 28 เราะมะฎอน 1440 H. 👉🏻 #ขอเชิญร่วมบริจาคมูลนิธิอัลฟะลาห์เพื่ออิสลามศึกษา และโรงเรียนอ...

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 19:40-20:00 น. เชิญรับชมการถ่ายทอดสดผลการดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันที่ 1 เชาวาล (อีดิ้ลฟิตร)...
29/05/2019

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562
19:40-20:00 น.
เชิญรับชมการถ่ายทอดสดผลการดูดวงจันทร์ เพื่อกำหนดวันที่ 1 เชาวาล (อีดิ้ลฟิตร)ฮ.ศ. 1440
สำนักจุฬาราชมนตรี
NBT (ช่อง 11)
ไลฟ์สด : https://www.facebook.com/LiveNBT2HD/

26/05/2019
10 คืนสุดท้ายในเราะมะฎอน - อ.อาลี เสือสมิง

10 คืนสุดท้ายของรอมาดอน
อ.อาลี เสือสมิง

มัสยิดนูรุ้ลญะมาล บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา - ค่ำ 21 เราะมะฎอน 1440 H. - ขอเชิญร่วมบริจาคมูลนิธิอัลฟะลาห์เพื่ออิส...

18/05/2019
ดุอาในเดือนเราะมะฎอน - อ.อาลี เสือสมิง

ดุอาในเดือนรอมฎอน

อ.อาลี เสือสมิง

9 เราะมะฎอน 1440 H. มัสยิดมหานาค กทม. #ดุอา #อาลีเสือสมิง #อัลฟะลาห์เพื่ออิสลามศึกษา #อัลฟะลาห์ศาสนวิทย์ ขอเชิญร่ว.....

18/05/2019
บรรยายพิเศษ มัสยิดฮารูณ บางรัก - อ.อาลี เสือสมิง - ค่ำ 13 เราะมะฎอน 1440 H.

เดือนรอมดอน
บรรยายโดยท่านอาจารย์อาลี เสือสมิง

บรรยายพิเศษ มัสยิดฮารูณ บางรัก ค่ำ 13 เราะมะฎอน 1440 H. - ขอเชิญร่วมบริจาคมูลนิธิอัลฟะลาห์เพื่ออิสลามศึกษา และโร.....

ฮุก่มต่างๆในการถือศีลอด
04/05/2019

ฮุก่มต่างๆในการถือศีลอด

ฮูก่มต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการถือศิลอดที่ควรรู้

โดย อาจารย์ อารีฟีน แสงวิมาน

#อิสลามตามอุลามาอฺแบบฉบับนบีﷺ

ประกาศสำนักจุฬาราชมนตรี | จะประกาศผลการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ ๑ เดือนรอมฎอน ฮ.ศ.๑๔๔๐ ในวันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒...
04/05/2019

ประกาศสำนักจุฬาราชมนตรี | จะประกาศผลการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ ๑ เดือนรอมฎอน ฮ.ศ.๑๔๔๐ ในวันอาทิตย์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๙.๔๐ - ๒๐.๐๐ น. ทางเฟสบุ๊คไลฟ์ สำนักจุฬาราชมนตรี หรือช่องทางต่างๆในโปสเตอร์ ทั้งนี้ไม่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ เนื่องจากในข่วงเวลาดังกล่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT กรมประชาสัมพันธ์ มีภารกิจถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ร่วมดูเดือน..เพื่อกำหนดรอมาดอน
03/05/2019

ร่วมดูเดือน..เพื่อกำหนดรอมาดอน

ประกาศจุฬาราชมนตรี
เรื่อง การดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 เดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1440

ฮุก่ม...การจับมือกันหลังละหมาด
28/04/2019

ฮุก่ม...การจับมือกันหลังละหมาด

ฮูก่มการจับมือกันหลังจากละหมาดเสร็จ และการกล่าวว่า "ตะก็อบบ้าอัลลอฮ์" ให้กับคนข้างๆหลังจากละหมาดเสร็จ

เชค เชากีย์ อิบรอฮีม อัลลาม มุฟตีย์สูงสุงของประเทศอียิปคนปัจจุบันกล่าวตอบว่า :

การจับมือกันกันหลังจากละหมาดเสร็จเป็นประเพณีที่ดีที่ผู้คนปฎิบัติกันมาในหลายประเทศ หลายยุคสมัย เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความสนิทสนม และความรักต่อกัน

ฮูก่มการจับมือหลังจากละหมาดเสร็จ อุลามาอ์ได้มีทัศนะขัดเเย้งกันว่า ฮูก่มของมันคือ มุสตาฮับ(สมควรที่จะกระทำ) หรือเป็นมักโร๊ะห์(ไม่สมควรที่จะกระทำ)

#อุลามาอ์ที่มีทัศนะว่าเป็นมุสตาฮับ

ได้ยึดหลักฐานของฮาดิษบทนี้

" عن أَبي جُحَيْفَةَ رضي الله عنـه قَالَ: "خَرَجَ رَسُولُ اللهِ صلى الله عليه وآله وسلم بِالْهَاجِرَةِ إِلَى الْبَطْحَاءِ، فَتَوَضَّأَ، ثُمَّ صَلَّى الظُّهْرَ رَكْعَتَيْنِ وَالْعَصْرَ رَكْعَتَيْنِ وَبَيْنَ يَدَيْهِ عَنَزَةٌ، وَقَامَ النَّاسُ فَجَعَلُوا يَأْخُذُونَ يَدَيْهِ فَيَمْسَحُونَ بِهَا وُجُوهَهُمْ". قَالَ أبو جحيفة: "فَأَخَذْتُ بِيَدِهِ فَوَضَعْتُهَا عَلَى وَجْهِي، فَإِذَا هِيَ أَبْرَدُ مِنَ الثَّلْجِ وَأَطْيَبُ رَائِحَةً مِنَ الْمِسْكِ".

จากญุฮัยฟะห์ รอดิยัลลอฮูอันฮูกล่าวว่า : ท่านนบีได้เดินทางไปยังบัตฮาอ์(สถานที่หนึ่งนอกเมืองมาดีนะห์) แล้วท่านนบีก็อาบน้ำละหมาด ต่อมาท่านนบีได้ละหมาดซุฮรี่ย่อ2รอกาอัต และอัสรี่ย่ออีก2รอกาอัต โดยมีหอกสั้นปักอยู่ทางด้านหน้าที่ละหมาด (หลังจากที่ท่านนบีละหมาดเสร็จ) ผู้คนต่างลุกขึ้น และพากันจับมือกับท่านนบี เเล้วเอามือมาลูบหน้า อบูญุฮัยฟะห์กล่าวว่า : ฉันได้จับมือท่านนบี และได้เอามือมาลูบหน้า ปรากฎว่า มือของท่านนบีเย็นยิ่งกว่าหิมะ และมีกลิ่นหอมมากกว่าชมดเชียง.

(หนังสือ ซอเฮี๊ยะห์บุคคอรีย์ เลขที่ 3553)

อีหม่ามอัตตอบรี่ย์อัชชาฟีอีย์ (ฮ.ศ.694) กล่าวว่า : การที่ผู้คนจับมือกันหลังละหมาด ทำให้เกิดความสนิทสนมคุ้นเคยต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาอัสรี่และมักริบ หากว่ามีเจตนาที่ดี เช่นการเอาบารอกัต สร้างความรัก และอื่นๆ.

อีหม่ามนาวาวีย์ ได้กล่าวว่า :

وَأَمَّا هَذِهِ الْمُصَافَحَةُ الْمُعْتَادَةُ بَعْدَ صَلَاتَيْ الصُّبْحِ وَالْعَصْرِ فَقَدْ ذَكَرَ الشَّيْخُ الْإِمَامُ أَبُو مُحَمَّدِ بْنُ عَبْدِ السَّلَامِ رَحِمَهُ اللَّهُ أَنَّهَا مِنْ الْبِدَعِ الْمُبَاحَةِ وَلَا تُوصَفُ بِكَرَاهَةٍ وَلَا اسْتِحْبَابٍ وَهَذَا الَّذِي قَالَهُ حَسَنٌ
การจับมือกันที่ผู้คนทำกันเป็นประจำหลังจากละหมาดซุบฮี่และละหมาดอัสรี่ ท่านอีหม่าม อบูมูฮัมหมัด อิบนิ อับดุลสลาม กล่าวว่า : การกระทำแบบนี้เป็นบิดอะห์ที่อนุญาติให้ทำได้ ไม่ถือว่าเป็นมักโร๊ะห์ และไม่ถือว่าเป็นมุสตาฮับ และสิ่งที่ท่านอิบนิอับดุลสลามกล่าวนี้เป็นสิ่งที่สวยงาม.

وَالْمُخْتَارُ أَنْ يُقَالَ إنْ صَافَحَ مَنْ كَانَ مَعَهُ قَبْلَ الصَّلَاةِ فَمُبَاحَةٌ كَمَا ذَكَرْنَا وَإِنْ صافح من
لم يكن معه قبل الصلاة عند اللقاء فسنة بِالْإِجْمَاعِ لِلْأَحَادِيثِ الصَّحِيحَةِ فِي ذَلِكَ

แต่ทัศนะมุคตารที่ถูกเลือกเฟ้นคือ หากเขาจับมือกับคนที่เขาเจอก่อนที่จะละหมาด ฮูก่มการจับมือหลังละหมาดก็ถือว่าเป็นเป็นมุบาฮ์อนุญาติให้กระทำได้ แต่ถ้าหากเขาจับมือกับคนที่เขาไม่ได้เจอก่อนละหมาด ฮูก่มการจับมือหลังละหมาดก็ถือว่าเป็นซุนนะห์โดยมติอุลามาอ์ เนื่องจากมีฮาดิษซอเฮี๊ยะห์หลายบทได้บ่งชี้ไว้.

(หนังสือ อัลมัจมัวอ์ เล่ม3หน้า488)

และหม่ามนาวาวีย์ กล่าวเช่นกันในหนังสือ อัลอัซการว่า :

واعلم أنَّ هذه المصافحة مستحبة عند كل لقاءٍ، وأما ما اعتاده الناس من المصافحة بعد صلاتي الصبح والعصر: فلا أصل له في الشرع على هذا الوجه، ولكن لا بأس به؛ فإن أصل المصافحة سُنَّةٌ، وكونُهم حافظوا عليها في بعض الأحوال وفرَّطوا فيها في كثير من الأحوال أو أكثرها لا يُخْرِجُ ذلك البعضَ عن كونه من المصافحة التي ورد الشرع بأصلها اهـ.

พึงทราบเถิดว่า การจับมือกันนั้นถือเป็นมุสตาฮับในทุกๆการพบเจอกัน ส่วนการที่ผู้คนปฎิบัติกันเป็นประจำในการจับมือกันหลังละหมาดซุบฮี่และอัสรี่นั้น ไม่มีตัวบทที่เจาะจงไว้ในการกระทำนี้ แต่การกระทำนี้ถือว่าไม่เป็นอะไรที่จะกระทำ เพราะพื้นฐานเดิมของการจับมือเป็นซุนนะห์ และการที่พวกเขารักษาปฎิบัติมันในบางโอกาส และปฎิบัติบกพร่องในบางโอกาส หรือ ปฎิบัติอย่างมาก มันไม่ได้ทำให้บางส่วนของการกระทำต้องออกจากพื้นฐานของบทบัญญัติในเรื่องซุนนะห์การจับมือแต่อย่างใด

(หนังสือ อัลอัซการเล่ม3 ดารุ้ลฟิกร์)

#อุลามาอ์ที่มีทัศนะว่าเป็นมักโระห์

พวกเขาให้เหตุผลว่า การจับมือกันหลังละหมาดเป็นประจำ จะทำให้คนที่ไม่มีความรู้คิดไปว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการละหมาด หรือ เป็นซุนนะห์ของการละหมาดที่มีตัวบทปรากฎมาจากท่านนบี.
ดังนั้นหากว่าให้เหตุผลการมักโร๊ะห์แบบนี้ ก็จะถือว่าไม่เป็นมักโร๊ะห์หากว่าผู้คนไม่ได้เชื่อแบบนั้น.

และอุลามาอ์ที่มีทัศนะว่ามักโร๊ะกล่าวว่า : การจับมือกันหลังละหมาดจะถือว่าเป็นมุสตาฮับสมควรทำ หากมีคนยื่นมือมาจะจับมือกับเรา เพราะหากเราปฎิเสธไม่ยอมจับมือกับเขา จะทำให้เกิดผลเสียตามมา จากการเสียความรู้สึกและคิดไม่ดีต่อกัน.

อีหม่ามมุลลาอาลีอัลกอรีย์กล่าวว่า : ดังนั้นเมื่อมุสลิมคนหนึ่งยื่นมือมาเพื่อที่จะจับมือกับเรา ไม่สมควรที่เราจะปฎิเสธโดยชักมือออก เพราะมันจะทำให้เกิดผลเสียตามมา

(หนังสือ มิรกอตุ้ลมาฟาเตี๊ยะห์ เล่ม7หน้า2963)

ส่วนการที่เขากล่าวดุอาหลังละหมาดกับคนที่อยู่ข้างๆ หรือ กล่าวกับมะมูมคนอื่นให้ได้รับการตอบรับละหมาด เช่นกล่าวว่า "ตะก็อบบาลั้ลลอฮ์" หรือ "บิ้ลกอบู้ล" (ขอให้อัลลอฮ์ทรงตอบรับ) แล้วอีกคนก็จะกล่าวตอบมาว่า "ตะก็อบบาลัลลอฮ์มินนาว่ามินกุม" หรือ "ฮารอมัน".
ดุอาเหล่านี้ทั้งหมดเป็นดุอาที่ถือว่าดีงามตามบทบัญญัติ และเพราะว่าการดุอาเป็นสิ่งที่ถูกสั่งใช้ให้ทำการขอในทุกๆสภาพการ

قال تعالى: ﴿وَقَالَ رَبُّكُمُ ادْعُونِي أَسْتَجِبْ لَكُمْ﴾

อัลลอฮ์ทรงดำรัสว่า : และพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าทรงกล่าวว่า พวกเจ้าจงวิงวอนร้องขอกับข้า ข้าก็จะตอบรับการร้องขอของพวกเจ้า
(ซูเราะห์ ฆอฟิร60)

وقال سبحانه: ﴿ادْعُوا رَبَّكُمْ تَضَرُّعًا وَخُفْيَةً﴾

อัลลอฮ์ทรงดำรัสว่า : พวกเจ้าจงวิงวอนขอจากพระผู้อภิบาลของเจ้าในสภาพที่อ่อนน้อมและปกปิด
(ซูเราะห์ อัลอะร๊อฟ 55)

ท่านนบีซ็อลลอลลอฮูอลัยฮี่ว่าซัลลัมกล่าวว่า

وعن النعمان بن بشير رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وآله وسلم: «إِنَّ الدُّعَاءَ هُوَ الْعِبَادَةُ» أخرجه ابن ماجة في "السنن" وأحمد، وأبو داود الطيالسي في "المسند"، والطبراني في "المعجم الكبير"، والبخاري في "الأدب المفرد"، وصححه الحاكم في "المستدرك".

การดุอาคือการอิบาดะห์.

และแท้จริงแล้วศาสนาส่งเสริมให้มุสลิมดุอาให้กับพี่น้องมุสลิมด้วยกันเอง เพราะมันเป็นสิ่งที่มุสตาฮับสมควรที่จะกระทำ

ท่านนบีซ็อลลอลลอฮูอลัยฮี่ว่าซัลลัมกล่าวว่า

فعن عبد الله بن يزيد رضي الله عنه يقول: حدثَّني الصنابحي أنه سمع أبا بكر الصديق رضي الله عنه يقول: "إن دعاء الأخ لأخيه في الله عز وجل يستجاب" أخرجه الإمام أحمد في "الزهد"، والبيهقي في "شعب الإيمان"، والبخاري في "الأدب المفرد"، وابن المبارك في "الجهاد"، والدولابي في "الكُنَى والأسماء".

แท้จริงการดุอาของมุสลิมให้กับพี่น้องของเขาเพื่ออัลลอฮ์ จะถูกตอบรับ

อีหม่ามมุลาอาลีย์กอรีย์กล่าวว่า : มีกล่าวกันว่า ชางสลัฟบางส่วนเมื่อพวกเขาต้องการจะดุอาให้กับตัวเอง พวกเขาก็จะดุอาให้กับพี่น้องมุสลิมด้วยกับดุอาบทนั้น เพื่อที่มลาอิกะห์จะได้ดุอาให้กับเขาด้วยดุอาลทนั้นเช่นเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นมันก็เป็นสิ่งที่จะได้รับการตอบรับได้มากกว่า
(หนังสือ มิรกอตุ้ลมาฟาเตี๊ยะห์ เล่ม4หน้า1526)

และเมื่อการดุอาในสภาพการ ในเวลา ในสถานที่ต่างๆที่ประเสริฐ มันก็เป็นสิ่งที่จะเน้นย้ำว่าการดุอานั้นหวังได้ว่าจะได้รับการตอบรับมากกว่า และได้รับความประเสริฐมากกว่า.

และส่วนหนึ่งจากเวลาที่ดีๆคือ การดุอาหลังจากละหมาดฟัรดูเสร็จ

قال الله تعالى: ﴿فَإِذَا قَضَيْتُمُ الصَّلَاةَ فَاذْكُرُوا اللهَ﴾
อัลลอฮ์ทรงดำรัสว่า : เมื่อพวกท่านละหมาดเสร็จ ก็จงทำการรำลึกถึงอัลลอฮ์
(ซูเราะห์ อัลนิซาอ์ 103)

ท่านนบีซ็อลลอลลอฮูอลัยฮี่ว่าซัลลัมกล่าวว่า

وعن أبي أُمامة رضي الله عنه قال: قيل: يا رسول الله، أي الدعاء أسمع؟ قال: «جَوْفَ اللَّيْلِ الآخِرِ، وَدُبُرَ الصَّلَوَاتِ الْمَكْتُوبَاتِ» أخرجه الترمذي وحسَّنه، والنسائي في "السنن الكبرى".

จากท่านอบูอูมามะห์เล่าว่า มีคนถามท่านนบีว่า ดุอาในช่วงไหนที่จะได้รับการตอบรับมากที่สุด? ท่านนบีตอบว่า : ดุอาในช่วงเวลาท้ายของกลางคืน และดุอาหลังจากละหมาดฟัรดู

และได้มีบทบัญญัติมาในเรื่องของการกล่าวให้อัลลลอฮ์ทรงตอบรับ (เช่น ตะก็อบบาลัลลอฮ์) หลังจากทำการตออัต หรือ ทำการอิบาดะห์ต่ออัลลอฮ์เสร็จ

อัลลอฮ์ได้เล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของนบีอิบรอฮีมว่า

﴿وَإِذْ يَرْفَعُ إِبْرَاهِيمُ الْقَوَاعِدَ مِنَ الْبَيْتِ وَإِسْمَاعِيلُ رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا إِنَّكَ أَنْتَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ﴾

และจงรำลึกขณะที่อิบรอฮีมและอิสมาอีกได้ยกฐานของบัยตุ้ลลอฮ์ให้สูงขึ้น และทั้งสองได้กล่าวว่า ขอพระองค์ได้ทรงตอบรับการงานของเรา(ตะก็อบบัลมินนา) แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น
(ซูเราะห์ อัลบากอเราะห์ 127)

อัลลอฮ์ได้เล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของพระนางมัรยัมว่า

﴿إِذْ قَالَتِ امْرَأَتُ عِمْرَانَ رَبِّ إِنِّي نَذَرْتُ لَكَ مَا فِي بَطْنِي مُحَرَّرًا فَتَقَبَّلْ مِنِّي إِنَّكَ أَنْتَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ﴾

จงรำลึกขณะที่ภรรยาของอิมรอนได้กล่าวว่า โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน แท้จริงฉันได้บนบานให้บุตรที่อยู่ในครรภ์ถูกเจาะจงรับใช้เคารพพักดีต่อท่านท่านเท่านั้น ดังนั้นพระองค์ได้โปรดรับจากฉัน(ตะก็อบบัลมินนีย์) แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้
(ซูเราะห์ อาลาอิมรอน35)

อิบนุฮายัรอัลอัสกอลานีย์ได้กล่าวไว้ใน

"جزء في التهنئة في الأعياد" หน้า44

และเเท้ที่จริงแล้วได้มีบทบัญญัติที่เเข็งเเรงในเรื่องการกล่าวคำว่า "ตะก็อบบาลั้ลลอฮ์" สำหรับคนที่ปฎิบัติคำสั่งใช้ต่างๆของอัลลอฮ์เสร็จ แล้วให้ขอต่ออัลลอฮ์ว่า "ตะก็อบบ้าลัลลอฮ์" (ขอให้อัลลอฮ์ทรงตอบรับ) เหมือนเช่นในอายะห์ในเรื่องของนบีอิบรอฮีม(ที่กล่าวไปก่อนแล้วข้างต้น)

และมีอุลามาอ์กลุ่มหนึ่งได้ประพันธ์หนังสือเกี่ยวกับเรื่องการกล่าวว่า "ตะก็อบบ้าลลัลลอฮ์" หลังจากเสร็จสิ้นการทำอิบาดะห์ เช่น อีหม่ามอิบนุฮายัรอัลอัสกอลานีย์, อีหม่ามซูยูตีย์, อีหม่ามซัรกอนีย์,
อีกทั้งยังมีรายงานจากท่านนบีว่า ท่านนบีได้ดุอาให้ได้รับการตอบรับ(กูบุ้ล)กับคนที่ทำฮัจย์เสร็จ คนที่ถือศิลอดเสร็จ คนที่ทำการเตาบัตตัวเสร็จ

และมีรายงานมากมายจากท่านนบี จากบรรดาซอฮาบะห์ จากชาวสลัฟ ในเรื่องของการดุอาให้พี่น้องมุสลิมได้รับการตอบรับการอิบาดะห์หลังจากทำอิบาดะห์เสร็จ(เช่นกล่าวว่า ตะก็อบบ้าลัลลอฮ์)

فعن خالد بن معدان قال: لقيت واثلة بن الأسقع رضي الله عنه في يوم عيد، فقلت: تقبل الله منا ومنك، فقال: نعم، تقبل الله منا ومنك، قال واثلة: لقيت رسول الله صلى الله عليه وآله وسلم يوم عيدٍ، فقلت: تقبل الله منا ومنك، قال: «نَعَمْ، تَقَبَّلَ اللهُ مِنَّا وَمِنْكَ» أخرجه الطبراني في "المعجم الكبير" و"الدعاء"، والبيهقي في "السنن الكبرى".

จากคอลิด บิน มะอ์ดาน กล่าวว่า ฉันได้พบกับ วาซีละห์ บิน อัลอัซกออ์ ในช่วงวันอีด ฉันจึงได้กล่าวกับเขาว่า : ตะก็อบบ้าลัลลอฮ์มินนาว่ามินก้า(ขอให้อัลลอฮ์ตงทรงตอบรับอิบาดะห์ของเราเเละของท่าน) ท่านวาซีละห์จึงได้กล่าวตอบมาเช่นกันว่า : ตะก็อบบ้าลัลลอฮ์มินนาว่ามินก้า และท่านวาซีละห์ได้เล่าต่อว่า : ฉันได้พบกับท่านนบีในวันอีด แล้วฉันได้กล่าวกับท่านนบีว่า : ตะก็อบบ้าลัลลอฮ์มินนาว่ามินก้า แล้วท่านนบีก็ได้กล่าวตอบฉันว่า : ตะก็อบบ้าลัลลอฮ์มินนาว่ามินก้า

และมุสลิมนั้นหลังจากที่ได้ปฎิบัติอิบาดะห์พวกเขาจะกังวลว่าการอิบาดะห์ของเขาจะได้รับการตอบรับหรือไม่

فعن عائشة أم المؤمنين رضي الله عنها قالت: قلتُ: يا رسول الله! قولُ الله: ﴿وَالَّذِينَ يُؤْتُونَ مَا آتَوْا وَقُلُوبُهُمْ وَجِلَةٌ﴾، أهو الرجل يسرق ويزني ويشرب الخمر وهو مع ذلك يخاف الله؟ قال: «لَا يا ابْنَة أبي بَكْرٍ -أو يَا ابْنَةَ الصّدِيقِ-، وَلَكِنَّهُ الرَّجُلُ يَصُومُ وَيُصَلِّي وَيَتَصَدَّقُ وَيخافُ أنْ لا يُقْبَل مِنْهُ» رواه الإمام أحمد وإسحاق بن راهويه وعبْدُ بن حُمَيْدٍ في "مسنديهما"، والترمذي وابن ماجه في "سننهما"، وابن أبي الدنيا في "نعت الخائفين"، وابن جرير وابن المنذر وابن أبي حاتم في "تفاسيرهم"، والحاكم في "المستدرك" -وصحَّحَه-، والبيهقي في "شعب الإيمان".

จากท่านหญิงอาอีชะห์เล่าว่า : ฉันได้กล่าวกับท่านนบีว่า โอ้รอซูลุ้ลลอฮ์ อัลลอฮ์ทรงดำรัสว่า [ และบรรดาผู้ที่เขาบริจาคสิ่งที่ได้รับมา และหัวใจของพวกเขามีความหวั่นเกรงว่าการงานของพวกเขาจะไม่ถูกตอบรับ ซูเราะห์ มุอ์มิน 60 ] พวกเขาเหล่านั้นในอายะห์นี้หมายถึงคนที่ขโมย คนทำซีนา คนดื่มเหล้า พร้อมกันนั้นพวกเขาก็กลัวอัลลอฮ์ใช่มั้ย? ท่านนบีตอบว่า : ไม่ใช่หรอก แต่พวกเขาคือคนที่ถือศิลอด ละหมาด ซอดาเกาะห์ และพวกเขาก็กลัวว่าการงานของพวกเขาจะไม่ถูกตอบรับ

และมีฮาดิษได้รายงานมาอย่างเจาะจงในเรื่องการดุอาให้ได้รับการตอบรับละหมาดหลังจากละหมาดเสร็จ

وذلك في حديث نهشل بن سعيد الدَّارِمي، عن الضَّحاك بن مزاحم، عن ابن عباس رضي الله عنهما قال: قال رسول الله صلى الله عليه وآله وسلم: «مَنْ لَقِيَ أَخَاهُ عِنْدَ الِانْصِرَافِ مِن الْجُمُعَةِ فَلْيَقُلْ: تَقَبَّلُ اللهُ مِنَّا وَمِنْكَ؛ فَإِنَّهَا فَرِيضَةٌ أَدَّيْتُمُوهَا إِلَى رَبِّكُمْ عَزَّ وَجَلَّ» رواه الحافظ أبو نعيم في "تاريخ أصبهان" والديلمي في "مسند الفردوس".

ท่านบีกล่าวว่า ใครที่พบกับพี่น้องของเขาหลังจากละหมาดวันศุกร์เสร็จ เขาจงกล่าวว่า : ตะก็อบบ้าลัลลอฮ์มินนาว่ามินก้า เพราะละหมาดวันศุกร์นั้นเป็นละหมาดฟัรดูที่พวกท่านได้ปฎิบัติมันเสนอให้กับอัลลอฮ์

وهذا الحديث من طريق نهشل بن سعيد، ونسخته عن الضحاك بن مزاحم وإن ضعّفها بعضُ الحفّاظ إلّا أنها لا تنتهي إلى الوصف بالوضع؛ كما قال الحافظ ابن حجر العسقلاني في "نكته على ابن الصلاح" (1/ 500، ط. الجامعة الإسلامية بالمدينة المنورة)؛ فيكون هذا الحديث بذلك شاهدًا لما سبق، وقد استشهد به الحافظ السخاوي في "المقاصد الحسنة" (1/ 271، ط. دار الكتاب العربي) على مشروعية التهنئة بالشهور والأعياد.

ฮาดิษนี้จากสายรายงานของ นะห์ชัล บิน ซาอี๊ด ถึงแม้ว่ามีบางส่วนของนักรายงานฮาดิษบอกว่าเป็นฮาดิษดออีฟ แต่ฮาดิษนี้ก็ไม่ถึงขั้นฮาดิษที่เมาดุอ์ที่ถูกกุขึ้นมา เหมือนดังที่ท่านอิบุฮายัรอัลอัสกอลานีย์ได้กล่าวไว้ ดังนั้นฮาดิษนี้จึงเป็นชาฮิดรับรองฮาดิษสายรายงานบทอื่น และอีหม่ามอัซซาคอวีย์ก็นับฮาดิษนี้เป็นชาฮิดในหนังสือ อัลมากอซิดอัลฮาซานะหฺ เช่นกัน

สิ่งที่กล่าวมาอย่างสรุปข้างต้นเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าการดุอาของมุสลิมให้กับพี่น้องมุสลิมให้ได้รับการตอบรับ หลังจากละหมาดเสร็จ เป็นสิ่งที่ดีงามตามบทบัญญัติ ไม่ใช่เป็นคำพูดที่นับเป็นบิดอะห์(ที่ฮาร่าม) แต่มันเป็นสิ่งที่บรรดามุสลิมทั้งหลายได้ปฎิบัติต่อกันมา และไม่มีอุลามาอ์คนไหนปฎิเสธและบอกว่าเป็นสิ่งที่ฮาร่าม นอกจากบางส่วนอุลามาอ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาในยุคหลังนี้ โดยที่พวกเขาไม่มีความรู้ หรือ บกพร่องกับการทำความเข้าใจกับเป้าหมายของบทบัญญัติศาสนา

فعن أنس بن مالك رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وآله وسلم قال: «مَا مِنْ مُسْلِمَيْنِ الْتَقَيَا فَأَخَذَ أَحَدُهُمَا بَيَدِ صَاحِبِهِ، إِلَّا كَانَ حَقًّا عَلَى اللهِ أَنْ يَحْضُرَ دُعَاءَهُمَا وَلَا يَرُدَّ أَيْدِيَهُمَا حَتَّى يَغْفِرَ لَهُمَا» أخرجه الإمام أحمد والبزار وأبو يعلى في "مسانيدهم"، والضياء المقدسي في "الأحاديث المختارة".

จากท่านอนัส บิน มาลิก กล่าวว่า : ท่านบีกล่าวว่า : ไม่มีมุสลิม2คนที่ได้พบกัน และจับมือกัน เว้นเเต่อัลลอฮืจะตอบรับดุอาของทั้งสอง และมือของทั้งสองจะยังไม่ทันที่จะป่อยจากกัน เว้นเเต่อัลลอฮืจะอภัยโทษให้กับทั้งสอง

ด้วยเหตุนี้บรรดานักปราชญ์จึงได้ระบุว่า : สมควรที่จะทำการดุอาด้วยเมื่อจับมือกัน

قال الإمام النووي في الأذكار" (ص: 266، ط. دار الفكر): [ويُستحبّ مع المصافحةِ: البشاشةُ بالوجه، والدعاءُ بالمغفرة وغيرها] اهـ.

อีหม่ามนาวาวีย์กล่าวไว้ในหนังสือ อัลอัซการ ว่า : สิ่งที่สมควรทำควบคุ่กับการจับมือ คือการมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และดุอาให้เเก่กันได้รับการอภัยโทษ และดุอาอื่นๆ

وقال العلَّامة الخطيب الشربيني في "مغني المحتاج" (6/ 18، ط. دار الكتب العلمية): [وتُندَب المصافحةُ مع بشاشة الوجه والدعاء بالمغفرة وغيرها للتلاقي] اهـ.

อีหม่ามคอเต็บอัชชิรบีนีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มุฆนิ้ลมุห์ตาจ ว่า : การจับมือสมควรที่จะกระทำพร้อมกับการมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มเเจ่มใส และดุอาให้เเก่กันได้รับอภัยโทษ และดุอาอื่นๆ ในขณะที่พบปะกัน

สรุป : ดังนั้นสิ่งที่ผู้คนปฎิบัติกันมาหลังจากละหมาดเสร็จ คือการจับมือกัน และการดุอาให้เเก่กัน 2สิ่งนี้มีรากฐานจากตัวบทของศาสนาที่ส่งเสริมให้กระทำ เพื่อทำให้เกิดความรัก ความสนิทสนม ในระหว่างพี่น้องมุสลิม

والله سبحانه وتعالى أعلم.

ฟัตวาเลขที่ 4447
ฟัตวาในวันที่ 31/07/2018

อ่านรายละเอียคำฟัตวานี้เพิ่มเติม
http://www.dar-alifta.gov.eg/ar/ViewFatwa.aspx?sec=fatwa&ID=14557

ฟัตวาของเชค อาลี ญุมอะห์ อดีตมุฟตีสุงสุดของประเทศอียิป
http://www.dar-alifta.gov.eg/ar/ViewFatwa.aspx?sec=fatwa&ID=13004

คำฟัตวาจากดารุ้ลอิฟตาอ์ประเทศอียิป
http://www.dar-alifta.gov.eg/ar/ViewFatwa.aspx?sec=fatwa&ID=13050

ดังนั้นพวกท่านอย่าได้สนใจคำฟัตวาจากอุลามาอ์ยุคปัจจุบันนี้บางคน ที่กล่าวว่าการจับมือและดุอาให้กันหลังจากละหมาดเสร็จ ไม่มีพื้นฐานจากศาสนา หรือ เป็นบิดอะห์ต้องห้ามทางศาสนา

เรียบเรียง : Nut Radinghin

#อิสลามตามอุลามาอฺแบบฉบับนบีﷺ

ที่อยู่

Petchaburi
Petchaburi
76110

เบอร์โทรศัพท์

+66854058837

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันอิบานะตุ้ลอุลูมิดดีนิยะฮ์ -ระบบปอเนาะ จ.เพชรบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Petchaburi บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ขอเรียนเชิญ ลูกศิษย์เก่า และศิษย์ ปัจจุบัน ทุกท่าน ณ ที่สถาบัน เวลา 14.00 น วันนี้ นะครับ
ขอมาอัฟ ตอนนี้ใครดูแลเพจสถาบันช่วยอินบล๊อคหาผมหน่อย
السلام عليكم ورحمةالله وبركاته ขอคามสันติสุขจงประสพแด่ทุกท่าน เนื่องด้วยทางสถาบันได้จัดงานขึ้นในวันที่13-14เม.ย.นี้ ทางกระผมได้ออกร้านค้าเป็นเนื้อย่างโคขุน ซึ่งใช้ต้นทุนค่องข้างสูง ผมจึงขอประชาสำพันธ์ให้ทุกท่านได้ร่วมเจียดเงินเพื่อร่วมกันในงานสถาบันนี้ ร่วมด้วยช่วยกันตามกำลังนะครับ แล้วผมจะแจ้งเลขบัญชีอีครั้งพร้อมไลท์สดเพื่อทำความเข้าใจ