คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเม

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเม คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน

เปิดเหมือนปกติ

17/12/2021
รายงานการดำเนินการศึกษากรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมทางการเมือง

รายงานการดำเนินการศึกษากรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 โดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ

[ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ แถลงข่าวสรุปการประชุมพิจารณา กรณีเชิญตำรวจเข้าพบ ชี้แจงแนวทางปฏิบัติ เหตุการณ์สลายการชุมนุม ] คณ...
17/12/2021

[ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ แถลงข่าวสรุปการประชุมพิจารณา กรณีเชิญตำรวจเข้าพบ ชี้แจงแนวทางปฏิบัติ เหตุการณ์สลายการชุมนุม ]

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดย ส.ส. สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา แถลงข่าวสรุปการประชุมพิจารณาแนวปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีต่อการชุมนุมทางการเมือง โดยมีผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (ผบก.อคฝ.) เข้าร่วมประชุม

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีการติดตามการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมทางการเมือง และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีกรณีปัญหาการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมการชุมนุมของประชาชน เช่น มีการใช้อาวุธยิงจนเป็นเหตุให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มีปฏิบัติการสลายการชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งเป็นการชุมนุมของประชาชนที่มาเรียกร้องปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ชุมนุมต้องถูกจับกุม มีกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ของรัฐพยายามใช้อุปกรณ์ไฟฉายส่องเพื่อปิดกั้นไม่ให้สื่อมวลชนสามารถถ่ายภาพขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้ ทั้งยังมีการจับกุมเด็กและหญิงผู้สูงอายุในพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง และมีการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมจนไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะแสดงออกและเรียกร้องสิทธิของตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการจึงต้องการรับทราบถึงแนวปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการควบคุมชุมนุมทางการเมืองว่ามีหลักการและแนวปฏิบัติอย่างไร

ผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชนได้กล่าวชี้แจงถึงภารกิจการควบคุมฝูงชน ซึ่งจะมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มมวลชนต่าง ๆ โดยมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นหน่วยสนับสนุนกำลังพลและอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชน แต่ในการควบคุมดูแลการชุมนุมทางการเมืองในแต่ละพื้นที่ จะมีผู้บัญชาการเหตุการณ์คอยสั่งการการปฏิบัติและจะประเมินตามเหตุการณ์ความรุนแรงของการชุมนุม โดยใช้การข่าวมาร่วมในการประเมินสถานการณ์ด้วย แผนการปฏิบัติควบคุมการชุมนุมจะกำหนดให้มีความเหมาะสมกับการชุมนุมของประชาชน หากเป็นการชุมนุมอย่างสันติโดยปราศจากอาวุธ เจ้าหน้าที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่หากการชุมนุมมีการใช้ความรุนแรง จะมีการเจรจา หากไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่จึงจะเริ่มใช้อุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชนตามลำดับขั้นตอน สำหรับกรณีปัญหาการใช้กำลังและขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมผู้ชุมนุม เป็นประเด็นที่หน่วยงานให้ความสำคัญ และจะพยายามกำกับควบคุมดูแลให้หน่วยปฏิบัติระมัดระวังและดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การควบคุมการชุมนุม สำนักงานมีหลักการและกฎหมายควบคุมการชุมนุมของประชาชน ซึ่งภาวะปกติจะใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ และเมื่อมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ออกตามความของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้

ประเด็นการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่กับประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมนั้น มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องบังคับใช้ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการใช้เครื่องเสียง กฎหมายเกี่ยวกับจราจร เป็นต้น ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ ดังกล่าว บางครั้งอาจไปกระทบสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาในเชิงโครงสร้างของกฎหมาย ที่อาจต้องมีการหารือเพื่อหาแนวทางการแก้ไขต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พยายามควบคุมการชุมนุมของประชาชนให้เป็นไปโดยสงบเรียบร้อย และมีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยมีหลักการต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอนตามกฎหมายและมีแผนปฏิบัติการเพื่อดูแลการชุมนุมสาธารณะ แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการชุมนุมในแต่ละพื้นที่ อาจมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า การปฏิบัติการโดยใช้กำลังควบคุมและจับกุมประชาชนบางครั้งมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้การข่าวมาร่วมประเมินและดำเนินการควบคุมการชุมนุมของประชาชน จะมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เป็นประเด็นที่ควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้มีการใช้การข่าวที่ผิดพลาดมาตัดสินใจและดำเนินการจนกระทบต่อเสรีภาพ ชีวิต และร่างกายของประชาชนผู้ชุมนุม นอกจากนี้ จากการติดตามและสังเกตการณ์การชุมนุมของคณะทำงานในคณะกรรมาธิการพบว่า การปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ชุมนุม บางกรณีไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังที่ได้กล่าวชี้แจง ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการห่วงใยมาก เนื่องจากการปฏิบัติการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อชีวิตและร่างกายของประชาชน คณะกรรมาธิการจึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตรวจสอบการกระทำของผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่าเป็นไปโดยถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการยอมรับจากประชาชนและมีภาพลักษณ์ที่ดี ไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนเสียเอง

นอกจากนี้ ในการจับกุมหรือควบคุมการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมา มักจะอ้างการต้องดำเนินการตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติการจับกุมประชาชนผู้ชุมนุมได้ โดยยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพการชุมนุมของประชาชน กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการจะมีการพิจารณาและอาจเสนอต่อรัฐบาลเพื่อให้พิจารณาทบทวนเหตุผลและความจำเป็นในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินว่าเป็นไปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคหรือเป็นการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยมุ่งหมายจะใช้เพื่อควบคุมการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน

[ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ แถลงข่าวสรุปการประชุมพิจารณา กรณีเชิญตำรวจเข้าพบ ชี้แจงแนวทางปฏิบัติ เหตุการณ์สลายการชุมนุม ]

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดย ส.ส. สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา แถลงข่าวสรุปการประชุมพิจารณาแนวปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีต่อการชุมนุมทางการเมือง โดยมีผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (ผบก.อคฝ.) เข้าร่วมประชุม

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีการติดตามการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมทางการเมือง และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีกรณีปัญหาการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมการชุมนุมของประชาชน เช่น มีการใช้อาวุธยิงจนเป็นเหตุให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มีปฏิบัติการสลายการชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งเป็นการชุมนุมของประชาชนที่มาเรียกร้องปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ชุมนุมต้องถูกจับกุม มีกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ของรัฐพยายามใช้อุปกรณ์ไฟฉายส่องเพื่อปิดกั้นไม่ให้สื่อมวลชนสามารถถ่ายภาพขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้ ทั้งยังมีการจับกุมเด็กและหญิงผู้สูงอายุในพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง และมีการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมจนไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะแสดงออกและเรียกร้องสิทธิของตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการจึงต้องการรับทราบถึงแนวปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการควบคุมชุมนุมทางการเมืองว่ามีหลักการและแนวปฏิบัติอย่างไร

ผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชนได้กล่าวชี้แจงถึงภารกิจการควบคุมฝูงชน ซึ่งจะมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มมวลชนต่าง ๆ โดยมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นหน่วยสนับสนุนกำลังพลและอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชน แต่ในการควบคุมดูแลการชุมนุมทางการเมืองในแต่ละพื้นที่ จะมีผู้บัญชาการเหตุการณ์คอยสั่งการการปฏิบัติและจะประเมินตามเหตุการณ์ความรุนแรงของการชุมนุม โดยใช้การข่าวมาร่วมในการประเมินสถานการณ์ด้วย แผนการปฏิบัติควบคุมการชุมนุมจะกำหนดให้มีความเหมาะสมกับการชุมนุมของประชาชน หากเป็นการชุมนุมอย่างสันติโดยปราศจากอาวุธ เจ้าหน้าที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่หากการชุมนุมมีการใช้ความรุนแรง จะมีการเจรจา หากไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่จึงจะเริ่มใช้อุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชนตามลำดับขั้นตอน สำหรับกรณีปัญหาการใช้กำลังและขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมผู้ชุมนุม เป็นประเด็นที่หน่วยงานให้ความสำคัญ และจะพยายามกำกับควบคุมดูแลให้หน่วยปฏิบัติระมัดระวังและดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การควบคุมการชุมนุม สำนักงานมีหลักการและกฎหมายควบคุมการชุมนุมของประชาชน ซึ่งภาวะปกติจะใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ และเมื่อมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ออกตามความของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้

ประเด็นการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่กับประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมนั้น มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องบังคับใช้ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการใช้เครื่องเสียง กฎหมายเกี่ยวกับจราจร เป็นต้น ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ ดังกล่าว บางครั้งอาจไปกระทบสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาในเชิงโครงสร้างของกฎหมาย ที่อาจต้องมีการหารือเพื่อหาแนวทางการแก้ไขต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พยายามควบคุมการชุมนุมของประชาชนให้เป็นไปโดยสงบเรียบร้อย และมีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยมีหลักการต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอนตามกฎหมายและมีแผนปฏิบัติการเพื่อดูแลการชุมนุมสาธารณะ แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการชุมนุมในแต่ละพื้นที่ อาจมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า การปฏิบัติการโดยใช้กำลังควบคุมและจับกุมประชาชนบางครั้งมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้การข่าวมาร่วมประเมินและดำเนินการควบคุมการชุมนุมของประชาชน จะมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เป็นประเด็นที่ควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้มีการใช้การข่าวที่ผิดพลาดมาตัดสินใจและดำเนินการจนกระทบต่อเสรีภาพ ชีวิต และร่างกายของประชาชนผู้ชุมนุม นอกจากนี้ จากการติดตามและสังเกตการณ์การชุมนุมของคณะทำงานในคณะกรรมาธิการพบว่า การปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ชุมนุม บางกรณีไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังที่ได้กล่าวชี้แจง ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการห่วงใยมาก เนื่องจากการปฏิบัติการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อชีวิตและร่างกายของประชาชน คณะกรรมาธิการจึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตรวจสอบการกระทำของผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่าเป็นไปโดยถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการยอมรับจากประชาชนและมีภาพลักษณ์ที่ดี ไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนเสียเอง

นอกจากนี้ ในการจับกุมหรือควบคุมการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมา มักจะอ้างการต้องดำเนินการตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติการจับกุมประชาชนผู้ชุมนุมได้ โดยยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพการชุมนุมของประชาชน กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการจะมีการพิจารณาและอาจเสนอต่อรัฐบาลเพื่อให้พิจารณาทบทวนเหตุผลและความจำเป็นในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินว่าเป็นไปเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคหรือเป็นการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยมุ่งหมายจะใช้เพื่อควบคุมการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน

17/12/2021

แถลงข่าวสรุปการประชุม กมธ. เชิญตำรวจเข้าพบ ชี้แจงการสลายการชุมนุม

[ ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ผบก.อคฝ. เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ฯ ถึงมาตรการควบคุมการชุมนุม และการ...
16/12/2021

[ ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ผบก.อคฝ. เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ฯ ถึงมาตรการควบคุมการชุมนุม และการใช้อาวุธในการสลายการชุมนุม ]

วันนี้ (16 ธ.ค. 64) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ประชุมพิจารณาแนวทางปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีต่อการชุมนุมทางการเมือง โดยเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ผู้แทนกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ทั้งฝ่ายอำนวยการ เข้าร่วมประชุม ซึ่งทาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเข้าชี้แจงแทน
.
โดย ส.ส.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานกรรมาธิการ แจ้งก่อนประชุมว่า ตามที่แนวปฏิบัติของรัฐบาลกับแนวปฏิบัติตำรวจต่างกัน ในสถานการณ์ชุมนุม ประกอบกับตัวแทนผู้ชุมนุมได้ยื่นหนังสือร้องเรียน และเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวานนี้ จึงเรียนเชิญหน่วยงานผู้รับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุมเข้ามาชี้แจงและทราบถึงแนวปฏิบัติ เพื่อจะได้หาทางออกที่เหมาะสมต่อไป
.
พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะผู้แทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงว่า ในการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยึดถือพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แต่ในกรณีที่ประเทศไทยประสบสถานการณ์ โควิด-19 และรัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ทางตำรวจจึงใช้พระราชกำหนดฉบับดังกล่าวเป็นหลัก เว้นแต่สถานการณ์การระบาดโควิด-19 มีการผ่อนปรน ตำรวจจึงเลือกใช้พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการชุมนุม

นอกจากนี้รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมฝูงชนว่า หากมีการชุมนุม ผบช.น. มอบหมายให้รอง ผบช.น. ฝ่ายความมั่นคง บริหารแทน ผบช.น. ในกรณีที่มีการชุมนุมหลายจุด ผบช.น. ขอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอกำลังเพิ่มได้ ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์
.
ผู้ชี้แจงยังได้ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมามีการฟ้องร้องทางแพ่ง เรื่องห้ามใช้แก๊ส กระสุนยางในการสลายการชุมนุม ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวสามารถกระทำได้ โดยต้องดูเป็นรายกรณี และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีแผนรองรับ นอกจากนี้ผู้ชี้แจงได้กล่าวถึงแผนการใช้กำลัง ซึ่งออกโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2558
.
พลตำรวจตรี นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.อคฝ. ได้อธิบายถึงอำนาจหน้าที่ของ อคฝ. โดยกล่าวว่าเป็นเพียงหน่วยงานที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน การสั่งการหลักจะอยู่ที่ตำรวจนครบาลและตำรวจภูธร ตามพื้นที่ที่มีการชุมนุมและหน่วยงานตำรวจนั้นรับผิดชอบ
นอกจากนี้ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการชุมนุมแต่ละครั้งเริ่มจากการข่าว เพื่อนำมาสู่กรณีวิเคราะห์แผน โดยได้อธิบายถึงกรณีจะนะ ที่การข่าวได้ให้ข่าวว่า จะมีกลุ่มก่อให้เกิดความรุนแรงร่วมด้วย
.
ด้าน ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง กังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของการข่าว ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมการใช้ความรุนแรง ซึ่งเกิดจากการกล่าวหา แบบปี 2553 หรือเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
.
ทั้งนี้ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เลขานุการคณะกรรมาธิการ ได้ยกกรณีการจับกุมของตำรวจซึ่งไม่ได้คำนึงถึงหลักสัดส่วน กรณีการจับกุมสตรีมุสลิม กรณีการจับกุม น้องเจีย อายุ 12 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อหาคดีชุมนุมสาธารณะ ซึ่งศาลยกฟ้อง และได้แสดงถึงความกังวล จากการใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน โดยยกกรณีการชุมนุมของกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล ที่ไม่ถูกตั้งข้อหา ทางผู้ชี้แจงกล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวมีการตั้งข้อหาเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความอดทน มีมนุษยธรรม และมีวุฒิภาวะ โดยยกกรณีที่รถเครื่องเสียงขับจากนนทบุรี ที่จะขับไปทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งยังไม่ได้กระทำผิด แต่ถูกตั้งข้อหาและถูกยึดรถเป็นของกลาง รวมไปถึงกรณีการปราบปรามคนขายกุ้งในม็อบอย่างไร้มนุษยธรรม หรือกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดจาเหยียดหยาม ท้าทายผู้ชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับข้อเสนอและจะอบรมผู้ใต้บังคับบัญชา

[ โฆษก กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมของคณะกรรมาธิการ ]วันนี้ (16 ธ.ค. 64)  คณะกรรมาธิการการพัฒนาการ...
16/12/2021

[ โฆษก กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมของคณะกรรมาธิการ ]

วันนี้ (16 ธ.ค. 64) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดย ส.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา โฆษกกรรมาธิการ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมของคณะกรรมาธิการ ที่มีขึ้นวันที่ 15 ธ.ค. 64 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 64 โดยมีตัวแทนผู้ร้องเรียนจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่ม We Volunteer
และตัวแทนประชาชนผู้ใช้สิทธิตามกฎหมาย เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 64 ได้มีประชาชนร่วมกันใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบสันติ และปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองและคุ้มครองไว้ โดยได้มีการเคลื่อนขบวนจากจุดนัดหมายที่แยกปทุมวัน ไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์ต่อผลคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องพิจารณาที่ 19/2563 และผู้ร้องเรียนได้มีเอกสารข้อสังเกตเกี่ยวกับที่มาของเสียงดัง 7 ครั้งแรก ที่มาของกระสุนปืนที่ยิงใส่ผู้ชุมนุมบริเวณหน้าอก การไม่ปรากฏกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนถึงระดับให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืน และไม่ปรากฎว่ามีการเจรจาหรือแจ้งเตือนก่อนการใช้อาวุธ การแสดงอากัปกิริยา เหยียดหยาม ยั่วยุ ไม่เกรงกลัวกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับการเล็งปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการดัดแปลงอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในการนี้ คณะกรรมาธิการจะส่งเอกสารข้อสังเกตดังกล่าวให้คณะทำงานศึกษากรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมี รศ.พวงทอง ภวัครพันธ์ เป็นประธานคณะทำงาน นำไปประกอบการพิจารณาต่อไป

[ โฆษก กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมของคณะกรรมาธิการ ]

วันนี้ (16 ธ.ค. 64) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดย ส.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา โฆษกกรรมาธิการ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมของคณะกรรมาธิการ ที่มีขึ้นวันที่ 15 ธ.ค. 64 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 64 โดยมีตัวแทนผู้ร้องเรียนจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่ม We Volunteer
และตัวแทนประชาชนผู้ใช้สิทธิตามกฎหมาย เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 64 ได้มีประชาชนร่วมกันใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบสันติ และปราศจากอาวุธตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองและคุ้มครองไว้ โดยได้มีการเคลื่อนขบวนจากจุดนัดหมายที่แยกปทุมวัน ไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือแถลงการณ์แสดงเจตนารมณ์ต่อผลคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องพิจารณาที่ 19/2563 และผู้ร้องเรียนได้มีเอกสารข้อสังเกตเกี่ยวกับที่มาของเสียงดัง 7 ครั้งแรก ที่มาของกระสุนปืนที่ยิงใส่ผู้ชุมนุมบริเวณหน้าอก การไม่ปรากฏกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนถึงระดับให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืน และไม่ปรากฎว่ามีการเจรจาหรือแจ้งเตือนก่อนการใช้อาวุธ การแสดงอากัปกิริยา เหยียดหยาม ยั่วยุ ไม่เกรงกลัวกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับการเล็งปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการดัดแปลงอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในการนี้ คณะกรรมาธิการจะส่งเอกสารข้อสังเกตดังกล่าวให้คณะทำงานศึกษากรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมี รศ.พวงทอง ภวัครพันธ์ เป็นประธานคณะทำงาน นำไปประกอบการพิจารณาต่อไป

ที่อยู่

ถนนสามเสน
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622442641

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเม:

วิดีโอทั้งหมด

ความเป็นมา

ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 129 ประกอบข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 (24) ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 15 คน เป็นกรรมาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจ คือ กระทำกิจการ สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมและเผยแพร่การเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับ การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ส่งเสริมการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ของประชาชน เสรีภาพและความรับผิดชอบในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล และสื่อมวลชน การคุ้มครองผู้เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนส่งเสริม ให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองและการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐทุกระดับ

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

#ยื่นถึงสภาแล้ว จดหมายเปิดผนึกร่วม 19 มหาวิทยาลัย ให้คุ้มครองปชช. และตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำเกินกว่าเหตุ วันนี้ เวลา 15.10 น. (พฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม 2564) ณ จุดรับยื่นหนังสือ ชั้น 1 (โซนกลาง) อาคารรัฐสภา วรินทร์กุญช์ เขียวพันธ์ โฆษกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนองค์การและสโมสรนิสิตนักศึกษา 19 มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี สส.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะ กมธ. การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน รับยื่นหนังสือ จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ มีใจความสำคัญ คือ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ปกป้องสิทธิและคุ้มครองประชาชนจากการกระทำความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่อันเข้าข่ายเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าสลายการชุมนุม โดยมีขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ 5 ข้อ ดังนี้ 1. แสดงออกอย่างจริงจังและชัดแจ้งในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้อง คุ้มครอง และให้ความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของนิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม 2. ใช้อำนาจนิติบัญญัติในการตรวจสอบการใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติต่อประชาชนผู้แสดงออกทางการเมืองและผู้เห็นต่างทางการเมืองว่าเข้าข่ายใช้กำลังและความรุนแรงเกินกว่าเหตุ รวมถึงเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ 3. สืบสวนและสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าข่ายกระทำความรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยหากไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน และหลักสากล ต้องดำเนินการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 4. รับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งต่อร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินที่เกิดขึ้นกับนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุม หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นผลมาจากการกระทำที่มิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ 5. สื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องของการปฏิบัติต่อนิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุม โดยให้ตั้งอยู่บนหลักพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ หลักสิทธิมนุษยชน และหลักกฎหมาย ทางด้าน สส.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า คณะ กมธ. ได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และได้ตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์การเมือง และคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมืองเพื่อดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อคณะ กมธ. อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะ กมธ. ในสัปดาห์หน้า จะมีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับความรุนแรงและสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะได้นำเรื่องที่ยื่นในวันนี้เข้าสู่วาระการพิจารณา โดยจะเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน มาร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป #THAMMASAT #Democracy #หยุดคุกคามประชาชน #ม็อบ