คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเม

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเม คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน

เปิดเหมือนปกติ

[ ประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและการใช้งบประมาณที่คำนึง...
31/08/2021

[ ประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและการใช้งบประมาณที่คำนึงถึงมิติทางเพศ (SDGs & GRB) ]

วันนี้ (31 ส.ค. 64) คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและการใช้งบประมาณที่คำนึงถึงมิติทางเพศ (SDGs & GRB) ได้มีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ด้วยโปรแกรม Zoom Cloud Meeting เพื่อพิจารณาแนวทาง
การขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จังหวัดสตูล , ผู้แทนเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น , ผู้แทนเทศบาลเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน , ผู้แทนเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด , ผู้แทนเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช , ผู้แทนเทศบาลตำบลกำแพง จังหวัดสตูล , ผู้แทนองค์การบริหารบริหารส่วนตำบลแม่พริก จังหวัดเชียงราย และผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลเหมืองหม้อ จังหวัดแพร่

สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

📍องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๘ องค์กรที่เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการในการประชุมครั้งนี้ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นองค์กรที่มีผลงานด้านการสนับสนุนและขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นที่โดดเด่น ในการนี้ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละองค์กรได้นำเสนอการดำเนินการหรือกิจกรรมหรือนโยบายที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ดังนี้

​ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จังหวัดสตูล ได้นำเสนอโครงการ “นวัตกรรมซั้งเชือก”
เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนโดยเฉพาะชาวประมงและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

​ผู้แทนเทศบาลเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ได้นำเสนอโครงการ “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดลำพูนได้มีส่วนร่วมในการผลิตโคมไฟ โดยทางจังหวัดจะมีการรับซื้อโคมไฟดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้นอกจากเป็นการส่งเสริมประเพณีท้องถิ่นแล้ว ยังมีส่วนในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัดลำพูนด้วย

​ผู้แทนเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ได้นำเสนอโครงการ “อบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก
และเยาชนชายขอบในสังคมเมือง” เพื่อให้เด็กเยาวชนชายขอบในเขตเทศบาลนครได้รับโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการศึกษา ด้านอาชีพ มีจิตอาสา และมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต

​ผู้แทนเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำเสนอโครงการ “๑ คืน ๓ ได้” เพื่อการจัดการ
ด้านผังเมือง มีจุดประสงค์ในการคืนศักดิ์ศรีความเป็นคน ประชาชนได้คืนบ้าน รัฐได้คืนโบราณสถาน และชุมชนได้พัฒนา

​ผู้แทนเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำเสนอโครงการ “หลาดชุมทาง” โดยการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างรายได้
​ผู้แทนเทศบาลตำบลกำแพง จังหวัดสตูล ได้มีการนำเสนอโครงการ “การบริหารจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร” เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะที่ต้นทาง และการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

​ผู้แทนองค์การบริหารบริหารส่วนตำบลแม่พริก จังหวัดเชียงราย ได้มีการนำเสนอโครงการ
“การส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในตำบลแม่พริก” เพื่อบรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สตรีและเด็กหญิง
​ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลเหมืองหม้อ จังหวัดแพร่ ได้มีการนำเสนอโครงการ “ท้องถิ่นยุคใหม่กับการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ” เพื่อบรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศ

[ กมธ. การพัฒนาการเมืองฯ ประชุมติดตามข้อเท็จจริงเหตุสลายการชุมนุมรุนแรง ]วันนี้ (25 ส.ค. 64) ณ อาคารรัฐสภา ที่ประชุมคณะก...
25/08/2021

[ กมธ. การพัฒนาการเมืองฯ ประชุมติดตามข้อเท็จจริงเหตุสลายการชุมนุมรุนแรง ]

วันนี้ (25 ส.ค. 64) ณ อาคารรัฐสภา ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

📌 พิจารณาแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 กรณีการแต่งตั้งผู้ถูกจำกัดสิทธิให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น โดยเชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมทางออนไลน์

โดยจากคำชี้แจงของผู้แทนหน่วยงานและเอกสารการให้ความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีความเห็นว่าการแต่งตั้งดังกล่าวไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามที่ผู้ร้องได้ร้องขอให้พิจารณาว่า การแต่งตั้งด้วยตำแหน่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่าการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรมีการศึกษาแนวทาง หลักเกณฑ์เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไป

📌 พิจารณาเรื่องร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมทางการเมือง กรณีบริเวณแฟลตดินแดง กรุงเทพมหานคร จากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเชิญผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมประชุม

โดยที่ประชุมได้มีการสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริงในประเด็นข้อร้องเรียน แต่เนื่องจากผู้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยังไม่สามารถชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการได้ครบถ้วน คณะกรรมาธิการจึงมีความเห็นว่าควรมีการเดินทางไปพบและประชุมร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้มีอำนาจสั่งการและกำกับดูแลเพื่อรับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

[ ไทยไม่ทน ร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เร่งตรวจสอบปมเจ้าหน้าที่รัฐ คฝ. สลายการชุมนุมเกินเหตุ พร้อมจ่อเชิญ ผบ.ตร. ชี้เเจงพรุ่...
24/08/2021

[ ไทยไม่ทน ร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เร่งตรวจสอบปมเจ้าหน้าที่รัฐ คฝ. สลายการชุมนุมเกินเหตุ พร้อมจ่อเชิญ ผบ.ตร. ชี้เเจงพรุ่งนี้ ]

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่อาคารรัฐสภา ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.เขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส. อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมาธิการ และ ส.ส. วุฒินันท์ บุญชู เขต 4 ส.ส.สมุทรปราการ รับหนังสือจาก นาย ยวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ตัวเเทนกลุ่มไทยไม่ทน และสามมัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ที่เรียกร้อง ต่อคณะกรรมาธิการให้ตรวจสอบกรณีประชาชนได้รับความรุนเเรงจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ

ส.ส. ณัฐชา กล่าวว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เเละส.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์ทางการชุมนุม ได้ลงพื้นที่เเละติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด ในปัจจุบันสถานการณ์การชุมนุมทวีความรุนเเรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐเเละเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เเละในวันนี้กลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยได้มายื่นต่อ กมธ. เพื่อให้ติดตามเเละตรวจสอบต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้ชุมนุมนั้น

ในวันพรุ่งนี้ ทางกมธ.ได้เชิญ พลตำรวจเอก สุวัจน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเจ้าหน้าผู้ควบคุมฝูงชน มาชี้เเจงต่อคณะกรรมาธิการ โดยสอดคล้องกับสิ่งที่กลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยมายื่นข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมาธิการในวันนี้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อสอดรับกับการตรวจสอบค้นหาความจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ คณะทำงานตรวจสอบค้นหาความจริงที่มี ผศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ เป็นประธานคณะทำงานที่จะตรวจสอบค้นหาความจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เจ้าหน้าที่รัฐเเละเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมกระทำการรุนเเรงต่อประชาชน

ขณะที่ ยวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ในฐานะตัวแทนกลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวว่า ตนขอขอบคุณกรรมาธิการที่ได้รับหนังสือ สิ่งตนต้องการให้คณะกรรมาธิการไปดำเนินการได้ระบุไว้เเล้วในหนังสือดังกล่าว ตนต้องการให้การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นไปด้วยความยุติธรรม เเละดำเนินการตามหลักสากล เพราะการชุมนุมเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย

[ ไทยไม่ทน ร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เร่งตรวจสอบปมเจ้าหน้าที่รัฐ คฝ. สลายการชุมนุมเกินเหตุ พร้อมจ่อเชิญ ผบ.ตร. ชี้เเจงพรุ่งนี้ ]

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่อาคารรัฐสภา ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.เขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส. อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมาธิการ และ ส.ส. วุฒินันท์ บุญชู เขต 4 ส.ส.สมุทรปราการ รับหนังสือจาก นาย ยวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ตัวเเทนกลุ่มไทยไม่ทน และสามมัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ที่เรียกร้อง ต่อคณะกรรมาธิการให้ตรวจสอบกรณีประชาชนได้รับความรุนเเรงจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ

ส.ส. ณัฐชา กล่าวว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เเละส.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามสถานการณ์ทางการชุมนุม ได้ลงพื้นที่เเละติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด ในปัจจุบันสถานการณ์การชุมนุมทวีความรุนเเรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐเเละเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เเละในวันนี้กลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยได้มายื่นต่อ กมธ. เพื่อให้ติดตามเเละตรวจสอบต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้ชุมนุมนั้น

ในวันพรุ่งนี้ ทางกมธ.ได้เชิญ พลตำรวจเอก สุวัจน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเจ้าหน้าผู้ควบคุมฝูงชน มาชี้เเจงต่อคณะกรรมาธิการ โดยสอดคล้องกับสิ่งที่กลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยมายื่นข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมาธิการในวันนี้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อสอดรับกับการตรวจสอบค้นหาความจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ คณะทำงานตรวจสอบค้นหาความจริงที่มี ผศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ เป็นประธานคณะทำงานที่จะตรวจสอบค้นหาความจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เจ้าหน้าที่รัฐเเละเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมกระทำการรุนเเรงต่อประชาชน

ขณะที่ ยวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ในฐานะตัวแทนกลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวว่า ตนขอขอบคุณกรรมาธิการที่ได้รับหนังสือ สิ่งตนต้องการให้คณะกรรมาธิการไปดำเนินการได้ระบุไว้เเล้วในหนังสือดังกล่าว ตนต้องการให้การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นไปด้วยความยุติธรรม เเละดำเนินการตามหลักสากล เพราะการชุมนุมเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย

[ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รับหนังสือขอให้ปกป้องสิทธิและคุ้มครองประชาชน จากการกระทำความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุการเข้าส...
19/08/2021

[ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รับหนังสือขอให้ปกป้องสิทธิและคุ้มครองประชาชน จากการกระทำความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุการเข้าสลายการชุมนุม ]

วันนี้ (19 ส.ค. 64) ณ อาคารรัฐสภา Nattacha Boonchaiinsawat - ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วย สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคก้าวไกล รับยื่นหนังสือจาก นายวรินทร์กุญช์ เขียวพันธ์ โฆษกองค์กรนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนองค์การและสโมสรนิสิตนักศึกษา 19 มหาวิทยาลัยและคณะ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎร ปกป้องสิทธิและคุ้มครองประชาชนจากการกระทำความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่อันเข้าข่ายเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าสลายการชุมนุม สืบเนื่องจากการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา และประชาชนในการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก อันมีสาเหตุมาจากการบริหารประเทศล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งได้เกิดการชุมนุมขึ้นและมีมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ปรากฏว่ามีความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากประชาชนหรือผู้ชุมนุมแต่อย่างใด แต่ความรุนแรงเหล่านั้นกลับปรากฏออกมาเมื่อรัฐบาลได้ใช้อำนาจคุกคามประชาชนผู้ออกมาเรียกร้องและผู้เห็นต่างทางการเมือง อาทิ การใช้อำนาจทางกฎหมายในการเข้าควบคุม จับกุม กักตัว และคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการสลายการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล และเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันเข้าข่ายใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับผู้ชุมนุม จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ดังที่ปรากฏในข่าว จึงขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ ดังนี้

1. แสดงออกอย่างจริงจังและชัดแจ้งในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้อง คุ้มครอง และให้ความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของนิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม

2. ใช้อํานาจนิติบัญญัติในการตรวจสอบการใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติต่อประชาชนผู้แสดงออกทางการเมืองและผู้เห็นต่างทางการเมืองว่าเข้าข่ายใช้กำลังและความรุนแรงเกินกว่าเหตุ รวมถึงเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่

3. สืบสวนและสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าข่ายกระทำความรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยหากไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน และหลักสากล ต้องดำเนินการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

4. รับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งต่อร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินที่เกิดขึ้นกับนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุม หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นผลมาจากการกระทำที่มิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

5. สื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องของการปฏิบัติต่อนิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุม โดยให้ตั้งอยู่บนหลักพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ หลักสิทธิมนุษยชน และหลักกฎหมาย

ด้าน ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า คณะกรรมาธิการ ได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และได้ตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์การเมือง และคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมืองเพื่อดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะกรรมาธิการในสัปดาห์หน้า จะมีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับความรุนแรงและสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะได้นำเรื่องที่ทางคณะยื่นมาในวันนี้เข้าสู่วาระการพิจารณา โดยจะเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน มาร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

[ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รับหนังสือขอให้ปกป้องสิทธิและคุ้มครองประชาชน จากการกระทำความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุการเข้าสลายการชุมนุม ]

วันนี้ (19 ส.ค. 64) ณ อาคารรัฐสภา Nattacha Boonchaiinsawat - ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วย สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคก้าวไกล รับยื่นหนังสือจาก นายวรินทร์กุญช์ เขียวพันธ์ โฆษกองค์กรนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนองค์การและสโมสรนิสิตนักศึกษา 19 มหาวิทยาลัยและคณะ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎร ปกป้องสิทธิและคุ้มครองประชาชนจากการกระทำความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ และขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่อันเข้าข่ายเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าสลายการชุมนุม สืบเนื่องจากการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา และประชาชนในการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก อันมีสาเหตุมาจากการบริหารประเทศล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งได้เกิดการชุมนุมขึ้นและมีมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ปรากฏว่ามีความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากประชาชนหรือผู้ชุมนุมแต่อย่างใด แต่ความรุนแรงเหล่านั้นกลับปรากฏออกมาเมื่อรัฐบาลได้ใช้อำนาจคุกคามประชาชนผู้ออกมาเรียกร้องและผู้เห็นต่างทางการเมือง อาทิ การใช้อำนาจทางกฎหมายในการเข้าควบคุม จับกุม กักตัว และคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการสลายการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล และเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันเข้าข่ายใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับผู้ชุมนุม จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ดังที่ปรากฏในข่าว จึงขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ ดังนี้

1. แสดงออกอย่างจริงจังและชัดแจ้งในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้อง คุ้มครอง และให้ความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของนิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม

2. ใช้อํานาจนิติบัญญัติในการตรวจสอบการใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติต่อประชาชนผู้แสดงออกทางการเมืองและผู้เห็นต่างทางการเมืองว่าเข้าข่ายใช้กำลังและความรุนแรงเกินกว่าเหตุ รวมถึงเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่

3. สืบสวนและสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าข่ายกระทำความรุนแรงเกินกว่าเหตุ โดยหากไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน และหลักสากล ต้องดำเนินการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

4. รับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งต่อร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินที่เกิดขึ้นกับนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุม หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นผลมาจากการกระทำที่มิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

5. สื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องของการปฏิบัติต่อนิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุม โดยให้ตั้งอยู่บนหลักพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ หลักสิทธิมนุษยชน และหลักกฎหมาย

ด้าน ส.ส. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า คณะกรรมาธิการ ได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และได้ตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์การเมือง และคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมืองเพื่อดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อคณะกรรมาธิการ อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะกรรมาธิการในสัปดาห์หน้า จะมีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับความรุนแรงและสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะได้นำเรื่องที่ทางคณะยื่นมาในวันนี้เข้าสู่วาระการพิจารณา โดยจะเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน มาร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

[ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง พร้อมตั้งคณะทำงานติดตามอย่างใกล้ชิด ]เมื่อวานนี้ ( 18 ส.ค...
19/08/2021

[ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง พร้อมตั้งคณะทำงานติดตามอย่างใกล้ชิด ]

เมื่อวานนี้ ( 18 ส.ค. 64 ) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนรวมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร จัดการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม โดย Nattacha Boonchaiinsawat - ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อพิจารณาติดตามและประเมินสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง และพิจารณาติดตามการดำเนินงานของคณะทำงานติดตามกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการชุมนุมทางการเมือง

โดยทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อติดตามการชุมนุมทางการเมือง และตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ อันสืบเนื่องจากสถานการณ์การสลายการชุมนุนที่ดินแดง

[ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ตั้งคณะทำงานสืบหาข้อเท็จจริง จากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ยก กรณีผู้ชุมนุมถูกกระสุนจริง ย่านดินเเด...
18/08/2021

[ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ตั้งคณะทำงานสืบหาข้อเท็จจริง จากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ยก กรณีผู้ชุมนุมถูกกระสุนจริง ย่านดินเเดง พร้อมขอสื่อนำเสนอข้อเรียกร้องผู้ชุมนุม อย่านำเสนอเพียงภาพปะทะการชุมนุมด้านเดียว ย้ำเพื่อประโยชน์ต่ออนาคตเยาวชน ]

วันนี้ 18 สิงหาคม 2564 ในประชุมกรรมาธิการอาคารรัฐสภา ส.ส.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โดยในที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้า การจัดตั้งคณะทำงานติดตามการชุมนุมของประชาชนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลในสถานการณ์โควิด

ส.ส. ณัฐชา กล่าวว่า จากสถานการณ์การชุมนุมของประชาชนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมายิ่งทวีความรุนเเรงมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเเละเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุมทุกครั้ง มีการกระทำเกินกว่าเหตุ เเละยั่วยุให้เกิดความรุนเเรง เป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บ เเละมีการใช้อาวุธในการสลายการชุมนุมทั้งแก๊สน้ำตา เเละกระสุนยาง โดยไม่ได้ใช้ตามขั้นตอนสากล ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายเเรง โดยผู้ละเมิดกลับกลายเป็นผู้รักษาและบังคับใช้กฎหมายเสียเอง ทางคณะกรรมธิการ ในฐานะกลไกทางรัฐสภา จึงมีความเห็นว่า ควรจะทำหน้าที่ปกป้องประชาชน ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามสืบหาข้อเท็จจริง จากกรณีความรุนเเรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมทางการเมือง โดยคณะทำงานดังกล่าว จะทำงานร่วมกับคณะทำงานของ ส.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมาธิการ เพื่อความคล่องตัวในการทำงานเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของประชาชนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เเละสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จากการชุมนุมทางการเมือง

โดยมี ร.ศ.ดร. พวงทอง ภคัวรพันธ์ ผู้ร่วมจัดทำรายงาน ความจริงเพื่อความยุติธรรม : เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเมษา-พฤษภา 53 เป็นประธานคณะทำงาน , พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล อดีตนายตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐานกลาง เป็นรองประธานคณะทำงานคนที่ 1 , ผ.ศ. สาวตรี สุขศรี อดีตหัวหน้าภาควิชาอาญาและอาชญวิทยา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นรองประธานคณะทำงานคนที่ 2

ส.ส.ณัฐชา กล่าวต่อไปว่า จะเห็นได้ว่าการสลายการชุมนุมทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการควบคุมฝูงชน เป็นเหตุให้เกิดความกังวลว่าพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่เช่นนี้ จะขัดขวางความสะดวกและเสรีภาพในการรวมตัวทำกิจกรรมทางการเมืองของประชาชน ซึ่งเป็นเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมือง จึงเห็นว่าเพื่อการันตีสิทธิเสรีภาพของพลเมือง จำเป็นต้องไม่ให้พฤติกรรมเช่นนี้ของเจ้าหน้าที่ดำเนินไปโดยปราศจากความรับผิด โดยการนำตัวผู้ละเมิดกฎหมายมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต้องเริ่มจากการแสวงหาความจริง และความจริงนั้นจะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ก็ต่อเมื่อมีการรวบรวมจากหน่วยงานที่เป็นกลาง น่าเชื่อถือ และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเหตุการณ์ ตำรวจไม่สามารถตรวจสอบตัวเองได้ เพราะตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทำให้คณะกรรมาธิการจำเป็นต้องตั้งคณะทำงานแสวงหาความจริง หรือ Fact-finding Mission ขึ้นมา ซึ่งเป็นไปตามหลักการสากล

ส.ส.ณัฐชา ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันนี้ภาพในสื่อต่าง ๆ แทบไม่มีการสื่อสารถึงข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเลย ว่าสิ่งที่เยาวชนคนหนุ่มสาวออกมาเรียกร้อง เสี่ยงอันตรายท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด เสี่ยงกับกระสุนยางและแก๊สน้ำตา พวกเขาออกมาประท้วงด้วยเหตุผลอะไร มีเพียงการนำเสนอข่าวความรุนเเรงที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น ซึ่งตนเข้าใจว่าสื่อเห็นว่าความรุนแรงในการชุมนุมเป็นเรื่องสำคัญ และขอชื่นชมยกย่องสื่อแนวหน้าจำนวนมากที่เสี่ยงอันตรายรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางกระสุนยางและแก๊สน้ำตา จนสื่อจำนวนไม่น้อยได้รับบาดเจ็บระหว่างการปฏิบัติงาน แต่ตนขอฝากให้สื่ออย่าลืมนำเสนอข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เพื่อให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าใจว่าที่ผู้ชุมนุมออกมาประท้วง เพราะต้องการอนาคตที่ดีขึ้น การบริหารจัดการสถานการณ์โควิดที่มีประสิทธิภาพขึ้น รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ รับใช้ประชาชนได้ดีขึ้น และการปฏิรูปสถาบันหลักของชาติให้มั่นคงสง่างามขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่กลุ่มวัยรุ่นป่วนเมือง หรืออริราชศัตรูตามที่มีความพยายามป้ายสีด้อยค่าผู้ชุมนุม

[ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ตั้งคณะทำงานสืบหาข้อเท็จจริง จากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ยก กรณีผู้ชุมนุมถูกกระสุนจริง ย่านดินเเดง พร้อมขอสื่อนำเสนอข้อเรียกร้องผู้ชุมนุม อย่านำเสนอเพียงภาพปะทะการชุมนุมด้านเดียว ย้ำเพื่อประโยชน์ต่ออนาคตเยาวชน ]

วันนี้ 18 สิงหาคม 2564 ในประชุมกรรมาธิการอาคารรัฐสภา ส.ส.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โดยในที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้า การจัดตั้งคณะทำงานติดตามการชุมนุมของประชาชนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลในสถานการณ์โควิด

ส.ส. ณัฐชา กล่าวว่า จากสถานการณ์การชุมนุมของประชาชนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมายิ่งทวีความรุนเเรงมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเเละเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุมทุกครั้ง มีการกระทำเกินกว่าเหตุ เเละยั่วยุให้เกิดความรุนเเรง เป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บ เเละมีการใช้อาวุธในการสลายการชุมนุมทั้งแก๊สน้ำตา เเละกระสุนยาง โดยไม่ได้ใช้ตามขั้นตอนสากล ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายเเรง โดยผู้ละเมิดกลับกลายเป็นผู้รักษาและบังคับใช้กฎหมายเสียเอง ทางคณะกรรมธิการ ในฐานะกลไกทางรัฐสภา จึงมีความเห็นว่า ควรจะทำหน้าที่ปกป้องประชาชน ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามสืบหาข้อเท็จจริง จากกรณีความรุนเเรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมทางการเมือง โดยคณะทำงานดังกล่าว จะทำงานร่วมกับคณะทำงานของ ส.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมาธิการ เพื่อความคล่องตัวในการทำงานเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของประชาชนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เเละสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จากการชุมนุมทางการเมือง

โดยมี ร.ศ.ดร. พวงทอง ภคัวรพันธ์ ผู้ร่วมจัดทำรายงาน ความจริงเพื่อความยุติธรรม : เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเมษา-พฤษภา 53 เป็นประธานคณะทำงาน , พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล อดีตนายตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐานกลาง เป็นรองประธานคณะทำงานคนที่ 1 , ผ.ศ. สาวตรี สุขศรี อดีตหัวหน้าภาควิชาอาญาและอาชญวิทยา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นรองประธานคณะทำงานคนที่ 2

ส.ส.ณัฐชา กล่าวต่อไปว่า จะเห็นได้ว่าการสลายการชุมนุมทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการควบคุมฝูงชน เป็นเหตุให้เกิดความกังวลว่าพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่เช่นนี้ จะขัดขวางความสะดวกและเสรีภาพในการรวมตัวทำกิจกรรมทางการเมืองของประชาชน ซึ่งเป็นเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมือง จึงเห็นว่าเพื่อการันตีสิทธิเสรีภาพของพลเมือง จำเป็นต้องไม่ให้พฤติกรรมเช่นนี้ของเจ้าหน้าที่ดำเนินไปโดยปราศจากความรับผิด โดยการนำตัวผู้ละเมิดกฎหมายมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต้องเริ่มจากการแสวงหาความจริง และความจริงนั้นจะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ก็ต่อเมื่อมีการรวบรวมจากหน่วยงานที่เป็นกลาง น่าเชื่อถือ และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเหตุการณ์ ตำรวจไม่สามารถตรวจสอบตัวเองได้ เพราะตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทำให้คณะกรรมาธิการจำเป็นต้องตั้งคณะทำงานแสวงหาความจริง หรือ Fact-finding Mission ขึ้นมา ซึ่งเป็นไปตามหลักการสากล

ส.ส.ณัฐชา ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันนี้ภาพในสื่อต่าง ๆ แทบไม่มีการสื่อสารถึงข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเลย ว่าสิ่งที่เยาวชนคนหนุ่มสาวออกมาเรียกร้อง เสี่ยงอันตรายท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด เสี่ยงกับกระสุนยางและแก๊สน้ำตา พวกเขาออกมาประท้วงด้วยเหตุผลอะไร มีเพียงการนำเสนอข่าวความรุนเเรงที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น ซึ่งตนเข้าใจว่าสื่อเห็นว่าความรุนแรงในการชุมนุมเป็นเรื่องสำคัญ และขอชื่นชมยกย่องสื่อแนวหน้าจำนวนมากที่เสี่ยงอันตรายรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางกระสุนยางและแก๊สน้ำตา จนสื่อจำนวนไม่น้อยได้รับบาดเจ็บระหว่างการปฏิบัติงาน แต่ตนขอฝากให้สื่ออย่าลืมนำเสนอข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เพื่อให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าใจว่าที่ผู้ชุมนุมออกมาประท้วง เพราะต้องการอนาคตที่ดีขึ้น การบริหารจัดการสถานการณ์โควิดที่มีประสิทธิภาพขึ้น รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ รับใช้ประชาชนได้ดีขึ้น และการปฏิรูปสถาบันหลักของชาติให้มั่นคงสง่างามขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่กลุ่มวัยรุ่นป่วนเมือง หรืออริราชศัตรูตามที่มีความพยายามป้ายสีด้อยค่าผู้ชุมนุม

ที่อยู่

ถนนสามเสน
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622442641

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเม:

วิดีโอทั้งหมด

ความเป็นมา

ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 129 ประกอบข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 90 (24) ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 15 คน เป็นกรรมาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจ คือ กระทำกิจการ สอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมและเผยแพร่การเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วิถีคิดและวิถีปฏิบัติที่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับ การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ส่งเสริมการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ของประชาชน เสรีภาพและความรับผิดชอบในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล และสื่อมวลชน การคุ้มครองผู้เสียหายจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนส่งเสริม ให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองและการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐทุกระดับ

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด