Crayfish Society ให้สาระความรู้เกี่ยวกับกุ้งเครฟิชอย่างเดียว ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง และเครฟิช อินเตอร์เนชั่นแนล ชมรมฯที่ทำขึ้นเพื่อส่วนรวม และได้รวบรวมสาระข้อมูลไว้ เพื่อประโยชน์ให้กับผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง และเครฟิช ได้ศึกษา เสมือนเป็นห้องสมุดออนไลน์อีกทางหนึ่ง ชมรมฯ เน้นย้ำตามนโยบายตั้งแต่วันก่อตั้งชมรมฯ แห่งนี้ว่า “ชมรมฯเป็นกลุ่มองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไรจากสมาชิก และไม่เอื้อประโยชน์ให้บุคคล หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” เชิญชวนเข้าไปในเวปไซต์ชมรมฯ ที่ www.rcicth.org
(16)

Crayfish Society's cover photo
23/10/2016

Crayfish Society's cover photo

Crayfish Society
23/10/2016

Crayfish Society

>>แชร์ได้คับ>หมายเหตุ
21/10/2016

>>แชร์ได้คับ>หมายเหตุ

เมื่อไม่นานมานี้ อาจารย์ประทีป นายกสมาคมกุ้งก้ามแดง และกลุ่มพันธมิตรเครือข่ายได้ไปเปิดตลาดกุ้งก้ามแดงเนื้อเพื่อการค้าส่ง...
16/10/2016

เมื่อไม่นานมานี้ อาจารย์ประทีป นายกสมาคมกุ้งก้ามแดง และกลุ่มพันธมิตรเครือข่ายได้ไปเปิดตลาดกุ้งก้ามแดงเนื้อเพื่อการค้าส่ง ที่ห้างแมคโครชลบุรี (พัทยา) เสียงตอบรับและให้การสนับสนุนมากเป็นอย่างดีคับ และทางสมาคมก็ได้เซ็นสัญญาแล้วที่จะนำกุ้งเนื้อช่วยเหลือผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดงรายย่อยมือใหม่-เก่าทั่วประเทศ ที่สนใจร่วมผลิตกุ้งเนื้อนะคับ หากสนใจติดต่อเพื่อรับการบรรยายกึ่งอบรมแนวทางได้ที่ทีมแอดมินชมรมคับ ซึ่งเราจะจัดในวันที่ 23 ตุลาคมที่ ลองเลค รีสอร์ท และบ้านสวนมายิ้ม จังหวัดชลบุรี

รู้จักกับกุ้งก้ามแดง...สัตว์เศรษฐกิจจากโครงการหลวงเพื่อเกษตรกรไทยกุ้งก้ามแดงเป็นที่รู้จักทั่วโลกแต่กุ้งก้ามแดงในบ้านเราก...
16/10/2016

รู้จักกับกุ้งก้ามแดง...สัตว์เศรษฐกิจจากโครงการหลวงเพื่อเกษตรกรไทย

กุ้งก้ามแดงเป็นที่รู้จักทั่วโลกแต่กุ้งก้ามแดงในบ้านเรากลับไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากนักในกลุ่มผู้บริโภค นั่นอาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจใน เทคโนโลยีการเลี้ยงที่ยังไม่มีการศึกษา และขยายการเลี้ยงเป็นอาชีพอย่างจริงจัง กุ้งชนิดนี้เป็นที่รู้จักบ้างในตลาดการเลี้ยงเพื่อในลักษณะเชิงการเพาะพันธ์ลูกกุ้ง จนถึงกุ้งขนาดพ่อแม่พันธ์ เพื่อนำไปเลี้ยงให้ได้ผลผลิตสู่การตลาดแบบหมุนเวียนกันไป แต่สุดท้ายผู้เพาะเลี้ยงนั้นก็จะประสบปัญหาการเดินการตลาดดันในวันหนึ่ง แต่วันนี้กุ้งก้ามแดงกำลังได้รับความสนใจในฐานะสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าลงทุนอย่างมาก โดยชมรมผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง และเครฟิช อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับสมาคมกุ้งก้ามแดง แห่งประเทศไทย ได้จับมือกันเพื่อผลิตให้มีการส่งกุ้งเนื้อสู่ตลาดอย่างจริงจัง

อนึ่ง เรื่องของการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงมีการเผยแพร่ออกมาหลายต่อหลายครั้งผ่านสื่อต่างๆ แต่ไม่เคยมีใครมองเห็นโอกาส และนำมาพัฒนาสู่การเลี้ยงเชิงการค้าการตลาดอย่างจริงจัง คือผู้ที่มองเห็นโอกาสในครั้งนี้นัก นอกจากสมาชิกในชมรมฯ ได้เริ่มมีการขยับขยายการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงด้วยบ่อดินก็ดี บ่อปูนก็ดี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ทางชมรมฯ ก็ยังพยายามหาพันธมิตรจากพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ มาเป็นกำลังเสริมด้วย เพื่อร่วมสร้างตลาดให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และจับต้องได้อีกในไม่ช้านี้ และทำให้การเลี้ยงกุ้งก้ามแดงกลายเป็นอาชีพที่มั่นคงผู้ต้องการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพหลัก เป็นต้น

การเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในบ่อดิน และบ่อปูน ยังสร้างอนาคตของรายได้จุดเด่นของกุ้งก้ามแดงก็คือ เป็นกุ้งที่มีเปลือกหนา ปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมต่างๆ และมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี จึงเป็นกุ้งที่สามารถเลี้ยงได้ในสภาพแวดล้อมทั่วไปได้ แม้แต่ในบ่อปิดก็ตาม หรือ ในบ่อดินหรือกระชังในแม่น้ำ ลำคลองตามธรรมชาติ โดยมีอัตราการสูญเสียหรืออัตราการตายน้อยมาก อัตราการรอดสูง เจริญเติบโตเร็ว ที่สำคัญสามารถขยายพันธุ์หรือเพาะลูกพันธุ์ได้โดยไม่ต้องใช้น้ำเค็ม จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้กุ้งก้ามแดงเลี้ยงได้ทุกพื้นที่ของบ้านเรา ซึ่งทางชมรมฯ เองพยายามหาข้อมูลจากที่ต่างๆ และได้รับคำปรึกษามาโดยตลาดจากอาจารย์ประทีป มายิ้ม แห่งบ้านสวนมายิ้ม ตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี เพื่อหาแนวทาง และทำการตลาดร่วมกันจนมาได้คำตอบในปัจจุบัน คือ

การปล่อยลูกกุ้งจะนิยมปล่อย 2 ขนาด คือ ขนาด 1 นิ้ว อัตราการปล่อย 3,000-5,000 ตัวต่อไร่ กับ ขนาด 3 นิ้ว อัตราการปล่อย 2,000-3,000 ตัว/ไร่ ซึ่งลูกกุ้งขนาด 1 นิ้วจะเป็นขนาดที่ยังไม่ได้แยกเพศ ตัวมีขนาดเล็ก ซึ่งทางชมรมได้ตั้งราคากลางเอาไว้แบบราคายกบ่อ ราคาจำหน่ายตัวละ 8-10 บาท ส่วนขนาดใหญ่ 3 นิ้ว จะคัดเฉพาะเพศผู้มาเลี้ยงซึ่งจะทำให้ได้กุ้งไซด์ใหญ่ตามที่ตลาดต้องการในระยะเวลาเลี้ยงที่เท่ากัน คือ 4-5 เดือน ถ้าเลี้ยงจากกุ้งขนาด 1 นิ้วจะได้ 20-25 ตัว/กก. ถ้าเลี้ยงจากกุ้งขนาด 3 นิ้วจะได้ 12-17 ตัว/กก.

สำหรับอาหารจะใช้อาหารกุ้งกุลาดำเบอร์ 2,3,4 สำหรับลูกกุ้งขนาด 1 นิ้ว ขนาด 3 นิ้วใช้อาหารเบอร์ 3 และ 4 โดยเบอร์ 3 จะเริ่มให้หลังปล่อยเลี้ยง 1 เดือน เบอร์ 4 จะให้หลังปล่อยเลี้ยง 2.5 เดือน อาหารจะให้มื้อเดียวช่วง 6 โมงเย็น กุ้งจะมากินอาหารตอนกลางคืน อัตราการให้อาหารเริ่มต้นที่ 1 ขีด/มื้อ/1,000 ตัว และจะเพิ่มอาหารทุก 7 วัน มื้อละ 1-1.2 ขีดไปเรื่อยๆ จนจับขายหลังปล่อยลงเลี้ยง 4-4.5 วัน โดยมีอัตราการแลกเนื้อที่ 1: 1-1.2 กก.

ด้วยรูปแบบการเลี้ยงที่มีความสมดุลของธรรมชาติที่เกื้อกุลกัน ธรรมชาติที่สมดุลนี้ทำให้การเลี้ยงไม่ต้องปล่อยน้ำเลยตลอดการเลี้ยง ไม่เกิดน้ำเสีย ไม่เกิดโรคกับกุ้งที่เลี้ยง กุ้งมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี เมื่อครบกำหนดอายุการเลี้ยง ก็จะปล่อยน้ำเพื่อจับคัดกุ้งก้ามแดงที่ต้องการ และปล่อยบ่อน้ำใหม่เข้าบ่อ แล้วก็สามารถลงเลี้ยงกุ้งรุ่นใหม่ต่อได้เลยในบ่อเดิม และต้องบอกว่ากุ้งก้ามแดงที่มีทางสมาคมกุ้งก้ามแดง จะมีราคารับซื้อดังต่อไปนี้

ราคาหน้าบ่ออยู่ที่ 800 บาท/กิโลกรัม

ซึ่งช่วงที่ผ่านมาทางสมาคมกุ้งก้ามแดง แห่งประเทศไทย ได้ลงนามเซ็นสัญญากับห้างแม็คโคร สาขาพัทยาจังหวัดชลบุรี และกำลังจะทำดำเนินการทำการตลาดเพื่อส่งเพิ่มไปยังสาขาอื่นๆอีกด้วย ส่วนชมรมฯก็ได้เข้ามาช่วยทำการตลาด และส่งเสริมให้ผู้เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงได้หันมาเริ่มทำในตลาดกุ้งเนื้ออีกแรงหนึ่ง ซึ่งในเวลาที่ผ่านมาชมรมฯก็ยังมีตลาดรองรับทั้งโรงแรมชั้นนำหลายแห่ง และภัตตาคารหลายแห่ง เพราะเนื้องจากกุ้งก้ามแดงมีโอกาสที่จะขยายศักยภาพทางการตลาดได้อีกมากโดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รู้จักกุ้งชนิดนี้เป็นอย่างดี เช่น กรุงเทพ พัทยา ตราด หัวหิน กระบี่ หาดใหญ่ ภูเก็ต สมุย และเชียงใหม่ เป็นต้น ซึ่งหลังจากนี้ประเทศไทยก็ยังจะเปิดการค้าเสรีในกลุ่ม AEC เร็วๆนี้ ซึ่งจะมีเม็ดเงินไหลมากเป็นจำนวนมาก และมีนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยว กิน ในแหล่งท่องเที่ยว แหล่งพักผ่อนที่มากมายอีกด้วย ในปัจจุบันสมาคมกุ้งก้ามแดงแห่งประเทศไทย และกลุ่มพันธมิตร ก็ได้ไปเปิดตลาดหลายแห่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีและชัดเจนขึ้นมาก จนผลผลิตกุ้งไม่เพียงพอกับความต้องการ
วันนี้การตลาดมีความต้องการสูงจนต้องการขยายการผลิตเพิ่ม จนต้องสร้างกลุ่มพันธมิตร อาทิ ฟาร์มกุ้งก้ามแดง ทั้งรายใหญ่ และรายย่อย หรือจะส่งเสริมและสนับสนุนกับผู้เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงมือใหม่ และมือเก่า ช่วยกันให้ไปสู่จุดหมายที่จะเปิดตลาดกุ้งเนื้อให้มีความแข็งเกร่ง และยั่งยืนต่อไป

หลักเกณฑ์การส่งกุ้งก้ามแดงเนื้อ เพื่อทำการส่งสู่ตลาดภายในประเทศ และในต่างประเทศในอนาคต

1.ผู้สนใจจะต้องไปขอขึ้นทะเบียนฟาร์มกับกรมประมง โดยหาข้อมูลได้จาก http://www.fisheries.go.th/thacert/index.php/download หรือได้เอกสารยืนยันแล้วกับการแจ้งข้อมูลแล้ว

2. สมาชิกผู้ขายกุ้งก้ามแดงเนื้อ เพื่อส่งตลาดกุ้งเนื้อ จะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อรับรหัสผู้ค้ากับทางชมรมฯก่อน ที่ www.rcicth.org และคลิกที่ “สมัครสมาชิกผู้ค้า”

3. สมาชิกผู้ขายกุ้งก้ามแดงเนื้อ เพื่อส่งตลาดกุ้งเนื้อจะต้องยอมรับในเงื่อนไขการส่งกุ้งเนื้อ โดยจะมีเอกสารหนังสือสัญญาส่งให้หลังจากที่ได้ลงทะเบียน และได้รับรหัสยื่นยันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

4. ผู้ขายกุ้งก้ามแดงเนื้อ เพื่อส่งตลาดกุ้งเนื้อนั้น กุ้งจะต้องปลอดโรคสนิม หางพอง หากมีโรคดังกล่าวนี้ จะได้ราคาที่ต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้ ตามเอกสารหนังสือสัญญาที่ระบุ

5. เวลาจะขายจะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ชมรมได้จัดคิวให้ต่อไป

ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง และเครฟิช อินเตอร์เนชั่นแนล

Crayfish Society's cover photo
15/10/2016

Crayfish Society's cover photo

Crayfish Society's cover photo
13/10/2016

Crayfish Society's cover photo

Crayfish Society's cover photo
12/10/2016

Crayfish Society's cover photo

การลอกคราบการลอกคราบนั้นถือเป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการเจริญเติบโตของกุ้ง เครย์ฟิชเลยทีเดียวครับ การลอกคราบนั้น...
11/10/2016

การลอกคราบ
การลอกคราบนั้นถือเป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการเจริญเติบโตของกุ้ง เครย์ฟิชเลยทีเดียวครับ การลอกคราบนั้นแสดงถึงขนาดลำตัวที่โตขึ้น ลูกกุ้งเล็กๆ อาจลอกคราบได้บ่อยถึงสัปดาห์ละ 1 ครั้งเลยทีเดียว โดยระยะห่างในการลอกคราบแต่ละครั้งจะค่อยๆ ยาวนานกว่าเดิมเมื่อกุ้งเติบโตขึ้น ยิ่งโตขึ้นความถี่ในการลอกคราบก็ยิ่งน้อยลง โดยกุ้งเครย์ฟิชที่โตเต็มที่นั้นอาจลอกคราบเพียงปีละครั้งเท่านั้น

การสังเกตุกุ้งที่จะลอกคราบ
ผู้เลี้ยงสามารถสังเกตได้ว่าช่วงที่กุ้งเครย์ฟิชจะลอกคราบ เค้าจะกินอาหารน้อยลง สีสันของลำตัวเริ่มทึบ หรือสีเข้มขึ้นนั่นแหละครับ และกุ้งเครย์ฟิชนั้นก็จะหาที่ปลอดภัยสำหรับหลบซ่อน เพราะว่าช่วงลอกคราบนั้นกุ้งเครย์ฟิชจะมีลำตัวที่อ่อนนิ่ม และอ่อนแอมาก เมื่อได้ที่เหมาะสมแล้วเจ้ากุ้งเครย์ฟิชก็จะค่อนข้างอยู่นิ่งๆ รอเมื่อถึงนาทีก่อนที่จะลอกคราบ บางตัวเมื่อจะถึงนาทีที่จะสลัดเปลือกเก่าออกนั้น ก็อาจหาอะไรกิน กินทุกอย่างที่ขวางหน้าเสมือนกับตุนเสบียงเอาไว้นั่นเอง

อวัยวะที่หายไป จะกลับมาดังเดิม
ไม่ว่าจะเป็นก้าม ขาเดิน หรือขาสำหรับว่ายน้ำที่หลุดหักไปจากการต่อสู้ การขนย้าย หรือการสลัดทิ้งครั้งก่อน กุ้งเครย์ฟิชสามารถซ่อมแซมโดยการสร้างขึ้นมาใหม่เองได้ โดยผ่านกระบวนการลอกคราบ ในกรณีที่เป็นอวัยวะชิ้นใหญ่อย่างก้าม อาจจะต้องใช้เวลาลอกคราบถึง 2-3 ครั้ง ถึงจะสามารถสร้างก้ามใหม่ ที่มีสภาพสมบูรณ์และขนาดเท่าเดิมได้ ส่วนอวัยวะเล็กๆ น้อยๆ อย่างหนวด หรือขาเดินนั้น การลอกคราบเพียงครั้งเดียวก็สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้เหมือนเดิม ทั้งนี้ กุ้งสามารถสร้างขึ้นใหม่ได้หมด ยกเว้นดวงตา

เมื่อผู้เลี้ยง สังเกตเห็นว่ากุ้งเครย์ฟิชกำลังลอกคราบ ไม่ควรทำการรบกวน เพราะว่าอาจเป็นการทำลายความต่อเนื่องของกระบวนการลอกคราบ ซึ่งเมื่อกุ้งเครย์ฟิชตกใจจะทำให้กระบวนการลอกคราบไม่สมบูรณ์เต็มที่ โดยชิ้นส่วนของเปลือกชุดเก่ามักจะยังติดอยู่ในขณะที่เปลือกชุดใหม่ก็เริ่ม แข็งตัว อาจทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น เปลือกสองชั้นนั้นซ้อนทับกันอยู่ จึงอาจจะทำให้ก้ามชุดใหม่มีการขึ้นผิดรูป บางทีอาจถึงขั้นเสียชีวิต แต่หากพลั้งเผลอไปแต่น้องกุ้งยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่ต้องตกใจฟูมฟาย รอลอกคราบครั้งต่อๆ ไปก็แล้วกัน หวังว่าคงกลับมาดีดังเดิมในไม่ช้าครับ

ตอบคำถามทางบ้าน : สาย P ดูยังไงว่าเป็นโกสต์ อะไรคือการตัดสิน ?Questions : ผมอยากทราบว่าสาย P ทีเป็นโกสต์ทีบอกว่าแท้ไม่แท...
11/10/2016

ตอบคำถามทางบ้าน : สาย P ดูยังไงว่าเป็นโกสต์ อะไรคือการตัดสิน ?

Questions : ผมอยากทราบว่าสาย P ทีเป็นโกสต์ทีบอกว่าแท้ไม่แท้ รูปแบบของการจัดประเภทของสีเขากำหนดมายังไง ถ้าเราเพาะแล้วส่งประกวดกรรมการจะให้คะแนนยังไงเอาอะไรเป็นเกณฑ์การตัดสิน ช่วยรบกวนผู้รู้อธิบายให้เป็นแนวทางหน่อยนะครับ เพือเป็นแนวทางการเรียนรู้กัน

Answer : คำว่า แท้ หรือ ไม่แท้ มันเป็นคำกำกวมไปแล้วครับ ทางหนึ่ง หมายถึง กุ้งโกสต์ แพทเทิร์น ดำ - แดง - ขาว ซึ่งเป็นแบบสีรุ่นแรกๆ ของโกสต์ ที่เข้ามาในประเทศไทย ส่วนแท้ อีกนัยหนึ่ง กับไปหมายถึง การสืบทอดลักษณะสีสันจากรุ่นสู่รุ่น ว่า สามารถถ่ายทอดสีสัน ได้เหมือนพ่อแม่ไหม เป็นเรื่องของการใช้ภาษา ที่ทำให้สับสนได้ง่ายโดยแท้ ดังนั้นต้องถามกันอีกทีว่า ถ้าคุยเรื่อง แท้ นี่ จะพูดถึงประเด็นไหน

ส่วนเรื่องการประกวด แล้วแต่กรรมการล้วนๆครับ จัดกันเอง ให้ลูกฟาร์มชนะกันเอง เฮฮา ในกะลา นึกว่าคนอื่นเขาจะไม่รู้ก็มีมาแล้ว (ฮา) ดังนั้นถ้าจะไปประกวดงานไหน ก็ดูความน่าเชื่อถือกันดีๆก็แล้วกันเด้อครับ จะได้ไม่เสียเงินฟรี และไม่เสียอารมณ์ เพราะจริงๆแล้วถ้าไม่ได้ระบุประเภทสีให้ชัดเจน มันก็เป็นเรื่องที่ตัดสินกันยากอยู่ เพราะมันเป็นเรื่องของสีแฟนซี ที่แต่ละรูปแบบสีสันนั้น ก็มีความสวยงามของเขาเอง ดังนั้น มาตรฐานทั่วไปตอนนี้ ถ้าจะเป็นธรรม ต้องระบุเลย จะประกวดโกสต์ สีไหน ลายธงชาติ , โกสต์ ส้ม , โกสต์แฟนซี , โกสต์ ฟ้า - ขาว ครับ แต่เชื่อเถอะครับ ถ้าสวยจริงๆ ไม่ต้องประกวดชนะ ก็มีคนมาแย่งกันซื้อแน่นอนครับ

คำถาม - คำตอบ : พี่ครับ... อยากได้กุ้ง เรด เจแปน เลือดร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ จะไปหาจากไหน...แล้วเรดเจแปน ต้องมีสีแดงอย่างเด...
11/10/2016

คำถาม - คำตอบ : พี่ครับ... อยากได้กุ้ง เรด เจแปน เลือดร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ จะไปหาจากไหน...แล้วเรดเจแปน ต้องมีสีแดงอย่างเดียวใช่ไหม ถ้าสีอื่น ส่งให้กับทางลูกค้าๆ จะมีปัญหาไหมครับ ?

ช่วงนี้ ได้รับคำถามแนวๆ นี้มาเยอะมากพอสมควรเลยครับ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ผู้เขียนเองก็ ค่อนข้างเซอร์ไพร์สอยู่บ้่างเหมือนกัน ซึ่งคำถามแนวๆการต้องการหากุ้งสายเลือด P.clarkii แท้ๆ นี่ทำไม มีมากกว่า คำถามแนวการเลี้ยง ว่าควรจะเลี้ยงแบบไหน ถึงจะดีมากที่สุด แต่บางทีการตอบคำถามเรื่องนี้ ด้วยการบอกอย่างจริงใจ และตรงต่อคำถามมากที่สุดว่า อืมส์ๆ....ถ้าจะสับสาย หรือ หาสายพันธุ์จากท้องถิ่นจริงๆ คงต้องสั่งจาก รัฐหลุยส์เซียน่า หรือ ฟาร์มของทางอเมริกาแล้วล่ะครับ หรืออย่างน้อยก็อาจจะต้องหาจากประเทศทางแถบเอเซียทางตะวันออก เช่น จีน หรือแถบไต้หวัน ฮ่องกง กระทั่งญี่ปุ่นที่เขาเลี้ยงเป็นธุรกิจ หรือ สวยงามเหมือนกับเรา หรืออย่างน้อยที่สุด ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีการซื้อขายกุ้งตัวนี้กัน บอกตรงๆ ก็กลัวจะโดนแอบชยันโตในใจเหมือนกัน หาว่าเราไปกวนโอ๊ยเขาหรือเปล่า เพราะสั่งกันก็ยาก แถมราคาก็แพงเพราะของนำเข้า แถมไอ้ที่ลงขายในอินเตอร์เน็ต จากประเทศอเมริกา ต้นกำเนิดสายพันธุ์กุ้งเครย์ฟิชชนิดนี้ เช่นใน อีเบย์ ก็มักจะลงท้ายว่า จะไม่ส่งใประเทศไทยอีก( คาดว่า คนไทยแลนด์ น่าจะไปทำเรื่องอะไรงามหน้า เอาไว้เยอะ บนระบบอีเบย์ เช่น ได้รับของแล้ว บอกไม่ได้รับ ให้เขาส่งให้ใหม่ แกล้งโวยคนขาย ไม่ส่งของให้ลูกค้า ฯลฯ หลายๆ ประเทศ เลยแบล็คลิสต์ ไม่ส่งของให้ประเทศเรา และเป็นเช่นนี้ ในหลายชนิดสินค้า) ดังนั้นช่วยบอกวิธที่จะหากุ้งสาย P.clarkii เลือดร้อยอะไร ที่มันง่ายๆ หน่อยไม่ได้หรือยังไง เอาแบบสามารถไปหาซื้อได้ง่ายๆ แบบที่ในจตุจักร ก็เลยเป็นคำถามที่ทำให้หนักใจพอสมควร ที่จะตอบให้นะครับแต่ถ้าจะให้ตอบจริงๆ ก็คงต้องบอกให้ รอทางร้านค้า เขามีการ Import ของเข้ามาน่ะแหล่ะครับ แต่ต้องทำใจนะครับ ว่าราคาของ Import เข้ามานี่ ก็คงไม่ได้มีสนนราคาเท่าของที่เพาะในประเทศแน่นอนครับ

และในส่วนของเรื่องสีสันนั้น กุ้งเครย์ฟิช P.clarkii นี่ ในธรรมชาติ เองก็มีสีหลายสีนะครับ และ Range ของสีนั้นกว้างมากสามารถ มีสีได้ ตั้งแต่ น้ำตาล , เทา , ดำ , แดง ล้วนๆ หรือมีลักษณะของการผสมสี เข้าด้วยกันหลายๆสีได้ ในตัวเดียว ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง / อาหาร ไปจนกระทั่ง ปริมาณแสงสว่าง ในที่อยู่อาศัย ดังนั้น การแยกว่ากุ้งนี้ เป็น กุ้งแท้ (กุ้งเลือดร้อย -- กุ้งป่า)อย่างทีมีความต้องการในการหาแทบจะพลิกแผ่นดินตามล่ากันในขณะนี้ แยกด้วยสีนั้น แยกไม่ได้นะครับ .... อาจจะต้องรอดูรุ่นลูก รุ่นหลาน ว่า เวลาผสมกันแล้ว มีหลุดสีที่แสดงถึงยีนต์ด้อยอย่างอื่น เช่น สีส้ม หรือ ฟ้าอ่อนๆ ออกมาบ้างไหม ซึ่งก็สามารถปรับเพิ่ม ยีนต์เด่นได้ โดยการนำกุ้งสีแนวดั้งเดิม คือ เทา - แดง เทา - ดำ มาผสมกันไปเรื่อยๆ หลายพ่อแม่ครับ ซึ่งปริมาณที่นำเข้ามาในบ้านเราเมื่อนานมาแล้ว ก็ยังมีปริมาณมากเพียงพอ ในการนำมาสลับสายได้อย่างไม่ได้ แสดงปัญหาในการเลี้ยง หรือมีผลผลิตที่ไม่ดีครับ ดังนั้น ขอให้ผู้เลี้ยงมือใหม่ไม่ต้องกังวลในจุดนี้มาก ขอให้ไปพัฒนาปรับปรุงแนวทางในการเลี้ยงให้ถูกต้อง เหมาะสม สำหรับกุ้งเครย์ฟิช จะเป็นการทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงได้ดีกว่าครับ เนื่องจากกระแสการตามหา เลือดร้อยหรือ กุ้งป่า แบบดั้งเดิม นี่เหมือนจะมีกระแสมาก จนบางคน ถ้าไม่ได้กุ้งป่า หรือ กุ้งแท้ ในความคิดนี่ แทบจะไม่อยากทำกุ้งเลย กังวลไปต่างๆ นานา ร้อยแปดพันเก้า กุ้งจะไม่โตมาก ผลผลิต จะไม่อู้ฟู่ อย่างใจคิดบ้าง ก็อยากจะบอกว่าไม่ต้องกังวลครับ ขนาดกุ้ง P.clarkii สายแฟนซีอย่าง โกสต์ , เคลียร์ หรือด่าง หรือ วัว ที่มียีนต์ด้อยมาก อ่อนแอ น้ำเชื้อ ก็ไม่ค่อยมีคุณภาพ คนที่เขาตั้งใจทำกุ้ง บำรุงกุ้งอย่างจริงจัง ยังสามารถดูแลจน เพาะได้ลูกหลานกันมากมาย สร้างรายได้กับ ครอบครัว ได้อย่างยั่งยืนครับ ดังนั้น กุ้งสีพื้นฐาน ที่ยีนต์เด่น มีมากนั้น พี่น้องฯ สามารถเพาะและ ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงได้เช่นกันครับ ขอให้ได้ดูแลอย่างถูกต้องก็พอ อย่าไปติดกับคำว่า "แท้" ถ้าเจ้านี้ เจ้านั้น ไม่มีคำว่า "แท้" เขียนเอาไว้ ก็คิดจนไมเกรนแทบขึ้น กังวลว่าจะเลี้ยงแล้วได้ดี หรือเปล่าเลยครับ ลงมือทำ ลงมือเพาะเถอะครับ....

Ph ?อะไรคือสิ่งที่เรียกกันทั่วไปว่า "ความเป็นกรด" เป็นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน (H +) ในสารละลาย ตัวอย่างทั่วไปจะแสดงใ...
10/10/2016

Ph ?
อะไรคือสิ่งที่เรียกกันทั่วไปว่า "ความเป็นกรด" เป็นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน (H +) ในสารละลาย ตัวอย่างทั่วไปจะแสดงในรูปด้านซ้าย ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนสามารถแตกต่างกันในหลายคำสั่งของขนาด-1-0.00000000000001 โมลต่อลิตรและเราแสดงความเป็นกรดในระดับที่เรียกว่าลอการิทึมระดับค่า pH เพราะขนาดค่าความเป็นกรดเป็นลอการิทึม (pH = -log [H +]) การเปลี่ยนแปลงของค่า pH หน่วยหนึ่งที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสิบเท่าในความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน (รูปที่ 1)

กระบวนการทางธรรมชาติจำนวนมากมีผลต่อระดับความเป็นกรดในสิ่งแวดล้อมอาทิการสังเคราะห์แสงและการหายใจเพื่อให้ความเป็นกรดอาจแตกต่างกันตามลำดับความสำคัญหรือมากกว่า (หรือในหน่วยค่า pH โดย 1 หรือมากกว่า) เป็นผลมาจากธรรมชาติทางชีวภาพทางกายภาพและทางธรณีวิทยา กระบวนการเกี่ยวกับความหลากหลายของเครื่องชั่งพื้นที่และเวลาที่แตกต่างกัน เป็นกรดของมหาสมุทรที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมของ CO2 ที่พื้นผิวมหาสมุทรทำให้เกิดค่อนข้างช้าเพิ่มขึ้นในระยะยาวความเป็นกรดของมหาสมุทรที่สอดคล้องกับการลดลงของค่า pH นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมค่า pH เฉลี่ยทั่วโลกของมหาสมุทรพื้นผิวได้ลดลง 0.11 ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ของความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน

ดังนั้นทำไมนักวิทยาศาสตร์กังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีขนาดเล็กดูเหมือนจะอยู่ในค่า pH?

สิ่งมีชีวิตหลายคนมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ดูเหมือนจะอยู่ในค่า pH ยกตัวอย่างเช่นในมนุษย์เป็นกรดเป็นด่างในเลือดปกติอยู่ในช่วง 7.35-7.45 ลดลงของค่า pH 0.1 หน่วย pH ในเลือดของมนุษย์สามารถทำให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพค่อนข้างลึกซึ้งรวมทั้งชักหัวใจเต้นผิดปกติหรือแม้กระทั่งอาการโคม่า (กระบวนการที่เรียกว่าดิสก์) ในทำนองเดียวกันมีชีวิตทางทะเลจำนวนมากมีความไวต่อผลกระทบทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมจากการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรด (หรือความเข้มข้นของ H +) ในสภาพแวดล้อมทางทะเล กระบวนการทางสรีรวิทยาพื้นฐานเช่นการหายใจกลายเป็นปูน (เปลือก / อาคารโครงกระดูก), การสังเคราะห์และการทำสำเนาได้รับการแสดงเพื่อตอบสนองต่อความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในความเข้มข้นของ CO2 ในน้ำทะเลพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ในค่า pH และความเข้มข้นของไอออนคาร์บอเนตที่คาดว่ามากกว่า ศตวรรษหน้า

ที่อยู่

2/4 Soi.Phaholyothin 7 (Soi.Ari)
Bangkok
10900

เบอร์โทรศัพท์

66927548787

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Crayfish Societyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Crayfish Society:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด