ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม MOVE ON TOGETHER "คมนาคมเคียงข้างคนไทย" กระทรวงคมนาคม วิสัยทัศน์ : มุ่งสู่การขนส่งที่ยั่งยืน พันธกิจ : พัฒนาระบบ กลไก และบุคลากร รวมทั้งวางแนวนโยบายการพัฒนา กำกับดูแล และบูรณาการขนส่งและการจราจร ให้มีอย่างเพียงพอ มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง คุ้มค่า และเป็นธรรม กระทรวงคมนาคม มีภารกิจเกี่ยวกับการขนส่ง ธุรกิจการขนส่ง การวางแผนการจราจร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม โดยแบ่งส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ ดังนี้ 1. สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.) 2. สำนักงานรัฐมนตรี (สรค.) 3. กรมเจ้าท่า (จท.) 4. กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) 5. กรมท่าอากาศยาน (ทย.) 6. กรมทางหลวง (ทล.) 7. กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 8. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) 9. กรมการขนส่งทางราง (ขร.) 10. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 11. การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) 12. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 13. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 14. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 15. สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) 16. บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) 17. บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) 18. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) 19. บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสเอเชีย จำกัด (ทอส.) 20. บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) 21. บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หน่วยงานรูปแบบพิเศษ (ในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) - สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)
(20)

เปิดเหมือนปกติ

12/11/2020

ฉบับที่ 880/2563
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดการประชุมคณะกรรมการด้านการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 6
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการด้านการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 6 เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับประเด็นด้านความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบขนส่งในภูมิภาค การเสริมสร้างความร่วมมือและการกำหนดนโยบายระดับภูมิภาคเพื่อพัฒนา การขนส่งที่ยั่งยืนและการเชื่อมโยงที่สอดคล้องกับข้อผูกพันระดับโลกและระดับภูมิภาค เช่น แผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการเชื่อมต่อการขนส่งที่ยั่งยืนในเอเชียและแปซิฟิก ระยะที่ 1 ข้อมติของคณะกรรมการฯ และแผนทศวรรษแห่งปฏิบัติการเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุประสงค์หลักและทิศทางของแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการขนส่งที่ยั่งยืนในระยะต่อไป และการจัดหาแนวทางในการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการขนส่งที่จะจัดขึ้นในปี 2564 ซึ่งการดำเนินการของประเทศไทยด้านการขนส่งที่ยั่งยืนมีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการเชื่อมโยงด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของเอสแคป ประเทศไทยยืนยันที่จะทำงานร่วมกับเอสแคป อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคทั้งในปัจจุบันและอนาคตและเพื่อประโยชน์สูงสุดของภูมิภาค โดยมี ผู้แทนจากประเทศสมาชิกเอสเคป ผู้เชี่ยวชาญ ผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมประชุม Ms. Armida Salsiah Alisjahbana เลขาธิการบริหารเอสเคป ให้การต้อนรับ ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
คณะกรรมการด้านการขนส่งเอสแคป มีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายและโครงการต่าง ๆ ด้านการขนส่งตามข้อผูกพันในระดับภูมิภาคและระดับโลก กำหนดแนวทางการดำเนินมาตรการของประเทศสมาชิกในการพัฒนาด้านความปลอดภัยทางถนน ที่ผ่านมาได้จัดการประชุมแล้ว จำนวน 5 ครั้ง เมื่อปี 2551, 2553 2555, 2557 และ 2561 ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วย ผู้แทนจากกรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร การท่าเรือแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการประชุมฯ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 6เป็นช่วงเวลาสำคัญของภูมิภาคที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ที่ผ่านมารัฐบาลไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมระหว่างประเทศในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทศวรรษหน้า และมีความพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบขนส่งของประเทศไทยระยะ 20 ปี (2560 - 2579) ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับการพัฒนาด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย พร้อมการนำเครื่องมือ
ด้านนวัตกรรมและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ ได้แก่ การพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ การขยายท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดและแหลมฉบัง การพัฒนาท่าเรือบก ลานเก็บตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ และคลังโลจิสติกส์ระหว่างพรมแดน แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจาก COVID-19 ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการขนส่งในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคมได้วางแผนการศึกษาโครงการใหม่ ๆ อาทิ แนวคิดการจัดทำแผนแม่บททางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง หรือ MR - MAP บูรณาการระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบรถไฟรางคู่เข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์สำหรับประชาคมอาเซียน เชื่อมต่อผู้ผลิตในประเทศสู่ตลาดระหว่างประเทศ ปรับปรุงแผนพัฒนาเมืองและสร้างโครงข่ายด้านการขนส่งที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น โครงการก่อสร้างสะพานเศรษฐกิจเชื่อมระหว่างชายฝั่งอ่าวไทย จังหวัดชุมพร และชายฝั่งอันดามัน จังหวัดระนองที่มีเป้าหมายสร้างทางเลือกด้านการขนส่งที่ประหยัดเวลาและต้นทุนต่ำสำหรับการค้าระหว่างประเทศ
รัฐบาลไทยยังแสดงความมุ่งมั่นในการลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ให้ได้ทั้งหมดร้อยละ 20 ภายในปี 2573 กำหนดมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวก สนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก ก๊าซซีเอ็นจี และส่งเสริมการใช้รถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า และด้านการพัฒนาเมืองได้วางแผนการขยาย พัฒนา และบูรณาการการขนส่งสาธารณะ การเสนอแผนการพัฒนาระบบการขนส่งมวลชนสาธารณะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2573 สร้างโครงข่ายกว่า 550 กิโลเมตร ประกอบด้วย รถไฟชานเมือง รถไฟเชื่อมต่อสนามบิน รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนขนาดรอง และมุ่งเน้นความสำคัญของการพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ผ่านการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ และเด็ก ด้านความปลอดภัยทางถนน กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าที่จะพัฒนาการเชื่อมโยงโครงข่ายทางถนนที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งแผ่นยางพาราครอบแบริเออร์ และเสาหลักนำทางจากยางธรรมชาติที่คิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะในเส้นทางที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงทั่วประเทศระยะทางกว่า 12,282 กิโลเมตร ระหว่างปี 2562 - 2565 โดยสถาบันการทดสอบและวิจัยยานยนต์แห่งสาธารณรัฐเกาหลี หรือ KATRI ได้ให้การรับรองว่าแผ่นยางพาราครอบแบริเออร์สามารถช่วยลดผลกระทบจากแรงปะทะและป้องกันโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บรุนแรงภายหลังจากการปะทะ
นอกจากนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของนวัตกรรมเนื่องจากประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมดิจิทัล โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่เพื่อสร้างระบบการขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะดำเนินโครงการนำร่องระบบชำระค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไม่มีช่องเก็บค่าผ่านทางที่มีหลายช่องจราจรบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และทางด่วนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน รวมถึงปัญหาเรื่องการจราจรหนาแน่นบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
12/11/2020

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[💛 จิตอาสาช่วยเหลือประชาชน 💜 ]
.
ติดตามกิจกรรมจิตอาสา 904 ประจำวันจากเพจโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน เราทำอะไร ที่ไหน หรือช่วยเหลือประชาชนที่ใดบ้าง

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

นายวัลลภ งามสอน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ร่วมพิธีเปิดอาคารอเนกประสงค์สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งนายวัลลภ งามสอน ท...
12/11/2020

นายวัลลภ งามสอน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ร่วมพิธีเปิดอาคารอเนกประสงค์สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง

นายวัลลภ งามสอน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ร่วมพิธีเปิดอาคารอเนกประสงค์สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง โดยมี พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานในพิธี สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดโสมนัสราชวรวิหาร เป็นประธานสงฆ์ และมีข้าราชตำรวจ แขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ณ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการด้านการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 6 เพื่ออภิ...
12/11/2020

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการด้านการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 6 เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับประเด็นด้านความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบขนส่งในภูมิภาค การเสริมสร้างความร่วมมือและการกำหนดนโยบายระดับภูมิภาคเพื่อพัฒนาการขนส่งที่ยั่งยืนและการเชื่อมโยงที่สอดคล้องกับข้อผูกพันระดับโลกและระดับภูมิภาค เช่น แผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการเชื่อมต่อการขนส่งที่ยั่งยืนในเอเชียและแปซิฟิก ระยะที่ 1 ข้อมติของคณะกรรมการฯ และแผนทศวรรษแห่งปฏิบัติการเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุประสงค์หลักและทิศทางของแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการขนส่งที่ยั่งยืนในระยะต่อไป และการจัดหาแนวทางในการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการขนส่งที่จะจัดขึ้นในปี 2564 ซึ่งการดำเนินการของประเทศไทยด้านการขนส่งที่ยั่งยืนมีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการเชื่อมโยงด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของเอสแคป ประเทศไทยยืนยันที่จะทำงานร่วมกับเอสแคปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคทั้งในปัจจุบันและอนาคตและเพื่อประโยชน์สูงสุดของภูมิภาค โดยมี ผู้แทนจากประเทศสมาชิกเอสเคป ผู้เชี่ยวชาญ ผู้แทนจากองค์กร์ระหว่างประเทศ เข้าร่วมประชุม Ms. Armida Salsiah Alisjahbana เลขาธิการบริหารเอสเคป ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
คณะกรรมการด้านการขนส่งเอสแคป มีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายและโครงการต่าง ๆ ด้านการขนส่งตามข้อผูกพันในระดับภูมิภาคและระดับโลก กำหนดแนวทางการดำเนินมาตรการของประเทศสมาชิกในการพัฒนาด้านความปลอดภัยทางถนน ที่ผ่านมาได้จัดการประชุมแล้ว จำนวน 5 ครั้ง เมื่อปี 2551 2553 2555 2557 และ2561 ซึ่ง กระทรวงคมนาคม ได้แต่งตั้งคณะผู้แทนไทยประกอบด้วยผู้แทนจาก กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร การท่าเรือแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการประชุมฯ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ ๖ เป็นช่วงเวลาสำคัญของภูมิภาคที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID – 19 ที่ผ่านมารัฐบาลไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมระหว่างประเทศในการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทศวรรษหน้า และมีความพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบขนส่งของประเทศไทยระยะ ๒๐ ปี (๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับการพัฒนาด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัย พร้อมการนำเครื่องมือด้านนวัตกรรมและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งในโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ ได้แก่ การพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ การขยายท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดและแหลมฉบังการพัฒนาท่าเรือบก ลานเก็บตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ และคลังโลจิสติกส์ระหว่างพรมแดน แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจาก COVID – 19 ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นพัฒนาความเชื่อมโยงด้านการขนส่งในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดย กระทรวงคมนาคม ได้วางแผนการศึกษาโครงการใหม่ ๆ อาทิ แนวคิดการจัดทำแผนแม่บททางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง หรือ MR – MAP บูรณาการระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบรถไฟรางคู่เข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์สำหรับประชาคมอาเซียน เชื่อมต่อผู้ผลิตในประเทศสู่ตลาดระหว่างประเทศ ปรับปรุงแผนพัฒนาเมือง และสร้างเครือข่าย ด้านการขนส่งที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น โครงการก่อสร้างสะพานเศรษฐกิจเชื่อมระหว่างชายฝั่งอ่าวไทย จังหวัดชุมพร และชายฝั่งอันดามัน จังหวัดระนองที่มีเป้าหมายสร้างทางเลือกด้านการขนส่งที่ประหยัดเวลาและต้นทุนต่ำสำหรับการค้าระหว่างประเทศ
รัฐบาลไทยยังแสดงความมุ่งมั่นในการลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ให้ได้ทั้งหมดร้อยละ ๒๐ ภายในปี ๒๕๗๓ กำหนดมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวก สนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก ก๊าซซีเอ็นจี และส่งเสริมการใช้รถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า และด้านการพัฒนาเมืองได้วางแผนการขยาย พัฒนา และบูรณาการการขนส่งสาธารณะ การเสนอแผนการพัฒนาระบบการขนส่งมวลชนสาธารณะในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๗๓ สร้างโครงข่ายกว่า ๕๕๐ กิโลเมตร ประกอบด้วย รถไฟชานเมือง รถไฟเชื่อมต่อสนามบิน รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน และรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนขนาดรอง และมุ่งเน้นความสำคัญของการพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ผ่านการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ และเด็ก ด้านความปลอดภัยทางถนน กระทรวงคมนาคม ตั้งเป้าที่จะพัฒนาการเชื่อมโยงเครือข่ายทางถนนที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งแผ่นยางพาราครอบแบริเออร์และเสาหลักนำทางจากยางธรรมชาติที่คิดค้นขึ้นมาโดยเฉพาะในเส้นทางที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงทั่วประเทศระยะทางกว่า ๑๒,๒๘๒ กิโลเมตร ระหว่างปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕ โดยสถาบันการทดสอบและวิจัยยานยนต์แห่งสาธารณรัฐเกาหลี หรือ KATRI ได้ให้การรับรองว่าแผ่นยางพาราครอบแบริเออร์สามารถช่วยลดผลกระทบจากแรงปะทะและป้องกันโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บรุนแรงภายหลังจากการปะทะ
นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของนวัตกรรมเนื่องจากประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมดิจิทัล โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่เพื่อสร้างระบบการขนส่งอัจฉริยะ ซึ่ง กระทรวงคมนาคม จะดำเนินโครงการนำร่องระบบชำระค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไม่มีช่องเก็บค่าผ่านทางที่มีหลายช่องจราจรบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและทางด่วนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน รวมถึงปัญหาเรื่องการจราจรหนาแน่นบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้คณะผู้แทน JICA Thailand เข้าเยี่ยมคารวะ  นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้ค...
12/11/2020

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้คณะผู้แทน JICA Thailand เข้าเยี่ยมคารวะ

นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้คณะผู้แทน JICA Thailand เข้าเยี่ยมคารวะ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม โดยมี นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมผู้แทนกรมทางหลวง กรมการขนส่งทางราง และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วม
Mr. Takahiro MORRITA, Chief Representative, JICA Thailand พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2563 พร้อมรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่าง JICA กับกระทรวงคมนาคม เช่น โครงการสถานีกลางบางซื่อและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ สู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการศึกษาและการจัดทำทิศทางนโยบายการพัฒนาแผนระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2 (M-MAP2) รวมถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) โครงการศึกษาและพัฒนาการก่อสร้างอุโมงค์สำหรับงานทางหลวงในประเทศไทย และการส่งเจ้าหน้าที่ JICA เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานการรถไฟแห่งประเทศไทย

ข่าวโดย น.ส.วาสนา เทศัชบุตร
ภาพโดย นายปราโมทย์ บุตรศรี

ที่อยู่


เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ

ความคิดเห็น

เรียนท่าน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กระผมจอเรียนถามว่าในโครงการรถไฟไทยจีน ช่วงที่ผ่านการเห็นชอยจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมขุดใหญ่ช่วง ภาชี สระบุรี นครราชสีมา จำนวนสัญญางานก่อสร้างงานโยธาจำนวน 5สัญญา จำนสนมูลค่า 40000 ล้านบาท และศูนย์ซ่อมยำรุงรักษา เขียงรากน้อยตะมีหมายกำหนดการลงนามเซ็นสัญญาก่อสร้างกับผู้รับเหมาเมื่อำหร่ครับ เพราะช่วงหน้าหนาวไม่มีฝนตกน่าจะสะดวกในการก่อาางรวดเร็วไม่ติดปัญหาน้ำท่วมครับ จนกว่าจะถึงเดือนมิถุนายน2564 เวลา 6-7 เอน สร้างได้เร็วครับ และต้นปีหน้า ทาง CRRc จีน จะมีการวางรางแล้สกรุณาขอความกรุณาเร่งรัดการลงนามกับผู้รับเหมาจำนวน 6สัญญา ขอขอพระคุณ จึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
น่าจะมีการประมูงวงแหวนด้านใต้รอบที่สาม ถนนทางด่วนเชื่อมสามสมุทรได่แล้วคับ ที่ปากน้ำ สมุทรปร่การ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
การลงนามสัญญาก่อสร้าง งานโยธา รถไฟไทยจีน 10 สัญญ่า
ฉบับที่ 801/2563 กรมทางหลวงชนบทสำรวจออกแบบถนนสาย ง3 ผังเมืองรวมเมืองหนองคายเชื่อมคมนาคมเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย - ลาว รองรับรถไฟทางคู่และการจราจรในอนาคต นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จังหวัดหนองคายเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางบกและทางราง และกระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางหนองคาย - นครราชสีมา - ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสนับสนุนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหนองคาย เชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งระบบรางและทางถนนให้สมบูรณ์ รองรับปริมาณการจราจรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จึงได้ดำเนินการสำรวจออกแบบถนนสาย ง3 ผังเมืองรวมเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 233 (หนองคาย - อุดรธานี) กิโลเมตรที่ 4+985 บริเวณจุดสิ้นสุดถนนผังเมือง (ถนนสาย ก เดิม) ไปทางทิศตะวันตกตามแนวซอยองค์การ 2 จนถึงแนวเขตทางรถไฟและไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวเขตทางรถไฟ ตัดผ่านถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ถนนลาดยาง (ถนนศูนย์ราชการ - นาไก่) ไปสิ้นสุดโครงการบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 243 (หนองคายถึงสะพานมิตรภาพไทย - ลาว) กิโลเมตรที่ 1+990 รวมระยะทาง 2.811 กิโลเมตร โดยจะก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก มีขนาด 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.25 เมตร แบ่งทิศทางการจราจรด้วยเกาะกลางแบบยกกว้าง 3 เมตร ทางเท้ากว้าง 4.50 เมตร เขตทางกว้าง 30 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำและไฟฟ้าส่องสว่าง ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการสำรวจออกแบบเสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน คาดว่าจะใช้งบประมาณในการสำรวจอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 2.80 ล้านบาท มีพื้นที่ที่ถูกเวนคืนประมาณ 84 ไร่ (157 แปลง) อาคารสิ่งปลูกสร้างที่จะถูกเวนคืนประมาณ 109 หลัง โดยจะใช้งบประมาณในการเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งสิ้น 377 ล้านบาท นอกจากนี้ เพื่อให้โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด ทช. จึงได้จัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน ผู้แทนกลุ่มต่าง ๆ จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยและต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว
ถ้าตำรวจทางหลวงมองไม่เห็น.. แต่ด่านเก็บเงินก็ไม่น่าปล่อยให้รถดัดแปลงบรรทุกน้ำหนักเกินเข้าด่านจ่ายเงินน่ะครับ
คมนาคมจะว่าอย่างไร ขนส่งทางบกจะว่าอย่างไร http://weeklynewsonline.net/?p=4330 เปิดโปงรถตำรวจนำขบวนรมช.ประภัตร เป็นรถเถื่อน ผิดกฎหมาย สนง.ตำรวจแห่งชาตินำมาใช้ประกอบกิจการโหด
พอดีมีเรื่องอยากจะสอบถามผู้ที่ดูแลกระทรวงคมนาคมที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะบริการขนส่งสาธารณะที่ประชาชนจำเป็นจะต้องใช้ในการเดินทาง เมื่อวันอังคารที่ 2/6/2020 เวลาประมาณ 19.30 - 20.00 น. ได้ทำการขึ้นรถเมล์สาย 75 จากหัวลำโพง ซึ่งก่อนช่วงเวลา 1 ทุ่ม รอรถนานมาก เวลาถามกระเป๋ารถเมล์ก็จะได้คำตอบว่ารถขาดระยะๆๆๆ แม้แต่วันหยุดที่ไม่ค่อยมีคนมาทำงานก็รอรถนานมาก พอถามว่าทำไมนานก็ได้แค่บอกว่าขาดระยะๆๆ อยากจะสอบถามว่าวันๆหนึ่งมีรถวิ่งกี่คัน ประชาชนถึงได้รอรถนานได้ขนาดนี้ แล้วพอเวลารถมาคงไม่ต้องสงสัยว่าคนจะแน่นขนาดไหน แต่รถเมล์สาย 1 ที่วิ่งเส้นทางเดียวกันแต่ระยะทางสั้นกว่านั้น กลับมาถี่มากๆ ทำไมกระทรวงคมนาคมไม่มีปัญญาที่จะจัดการหรือจัดสรรให้มันมีความพอดีของรถเมล์แต่ละเส้นทางเลยหรือยังไง นี่แค่เรื่องแรกที่อยากจะบอกซึ่งยังไม่จบ เรื่องถัดมาคือรถเมล์สายที่ขึ้นคือสาย 75 ทะเบียน 11-9531 ซึ่งเป็นรถเมล์ของ ขสมก สีแดง ราคา 8 บาท หลังจากที่ขึ้นรถไปไม่นานฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก หลังจากนั้นไม่นานภายในรถเกิดการรั่วซึมหลายจุด ไหลเป็นทางยาวลงมาใส่ผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถจนเปียกกันไปตามๆกัน ลองดูคลิปประกอบด้านล่าง แต่เสียดายถ่ายมาแค่จุดเดียว เพราะหลังจากนั้นก็ไม่ได้ถ่ายแล้วมัวแต่หลบน้ำอยู่ ค่ารถซึ่งก็ขึ้นมาตลอดตามระยะเวลา ปีที่แล้วที่มีรถใหม่มาก็ขึ้นราคาแบบก้าวกระโดด ค่าทางด่วนก็ผลักภาระให้ประชาชนจ่าย คือไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงรถแดงที่วิ่งมาเป็นสิบๆปีบ้างเลยเหรอ งบประมาณที่ได้มาจากภาษีประชาชนทุกปีๆมันหายไปไหน ทำไมประชาชนไม่เคยเห็นว่าได้เอามาพัฒนาชีวิตในการเดินทางของพวกเขาเลย พวกคุณตอบคำถามนี้ได้ไหม แล้วเมื่อไหร่ประเทศจะพัฒนา ประชาชนจะได้ผลประโยชน์ที่แท้จริง เมื่อไหร่ที่การโกงกินเงินภาษีของประชาชนจะหมดไปจากรัฐบาลเผด็จการพวกนี้ อยู่มาจะ 7 ปีอยู่แล้ว ไม่เคยเห็นมีอะไรดีสักอย่าง ถ้าไม่คิดจะทำอะไรเพื่อประชาชนก็ลาออกไปซะ หมดคำจะด่าแล้ว แถมให้อีกสองรูปคือวันเดียวกันหลังจากที่ลงรถแล้ว ก็เจอรถเมล์สาย 82 ทะเบียน 12-0328 ขสมก สีแดง ราคา 8 บาทเหมือนกัน สภาพคือจอดเสียกลางถนน ซึ่งมันบ่งบอกอะไรๆได้หลายๆอย่าง รถที่วิ่งมาเป็นสิบๆปี ทำไมถึงยังปล่อยให้วิ่งอยู่ทั้งๆที่สภาพไม่ไหวแล้ว คุณจะมาอ้างไม่มีงบไม่ได้หรอกนะ เพราะพวกคุณกินกันไปเท่าไหร่ แล้วเอาไปซื้อแต่ละอย่าง เรือดำน้ำบ้างล่ะ รถถังบ้างล่ะ ถามหน่อยว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากของเหล่านี้ เรื่องง่ายๆที่ประชาชนควรได้รับการดูแลก่อนแต่ดันไม่ทำ มัวแต่ไปซื้อบ้าซื้อบออะไรมาก็ไม่รู้ สุดท้ายใครได้ประโยชน์ ถ้าไม่คิดจะทำเพื่อประชาชนก็ออกไป ประชาชนเบื่อกับพวกคุณเต็มที่ อะไรๆก็ตรวจสอบไม่ได้ อ้างแต่มีหน่วยงานตรวจสอบอยู่แล้ว เห็นๆกันอยู่ว่าผิดเต็มๆ แต่ไม่เคยตรวจตรวจว่าพวกตัวเองผิด ประเทศเละเทะไปหมดแล้ว เลิกสักที