Clicky

สกสว. ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สกสว., 979/17-21 SM Tower, Paholyothin Road, Bangkok.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีพันธกิจในการจัดทำนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และกรอบงบประมาณเพื่อการจัดสรรทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ ศึกษาสถานการณ์ภาพรวมด้านการวิจัยและนวัตกรรม การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ

เปิดเหมือนปกติ

สกสว. โดย สำนักบริหารและพัฒนาองค์กร ประชาสัมพันธ์รับสมัครงานในตำแหน่ง “นักวิชาการระดับต้น” จำนวน 1 อัตรา และ “เจ้าหน้าที...
28/11/2022

สกสว. โดย สำนักบริหารและพัฒนาองค์กร ประชาสัมพันธ์รับสมัครงานในตำแหน่ง “นักวิชาการระดับต้น” จำนวน 1 อัตรา และ “เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานวิชาการ” จำนวน 1 อัตรา สังกัด หน่วยข้อมูลและสํานักงานผู้อํานวยการ (U1) รายละเอียดเพิ่มเติมดังปรากฏตาม Link ด้านล่างนี้

🚩 เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานวิชาการ (1 อัตรา) : ปริญญาตรี ทุกสาขา
https://www.tsri.or.th/recruitment/213/สกสว-รับสมัครเจ้าหน้าที่สนับสนุนงานวิชาการ-1-อัตรา-หน่วยข้อมูลและสํานักงานผู้อํานวยการ-U1/

🚩 นักวิชาการระดับต้น (1 อัตรา) : ปริญญาโท ทุกสาขา
https://www.tsri.or.th/recruitment/214/สกสว-รับสมัครนักวิชาการระดับต้น-1-อัตรา-หน่วยข้อมูลและสํานักงานผู้อํานวยการ-U1/

หรือติดตามการประชาสัมพันธ์รับสมัครงานของ สกสว. ได้ที่ Link ด้านล่างนี้
https://www.tsri.or.th/recruitment/

เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2565

#รับสมัครงาน #นักวิชาการระดับต้น #ปริญญาโท #เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานวิชาการ #ปริญญาตรี #การสื่อสาร #หน่วยข้อมูลและสำนักงานผู้อำนวยการ
#สกสว #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

สกสว. โดย สำนักบริหารและพัฒนาองค์กร ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ในตำแหน่ง “นักวิชาการระดับกลาง” สังกัด กลุ่มภารกิ...
28/11/2022
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) | Thailand Science Research and Innovation (TSRI)

สกสว. โดย สำนักบริหารและพัฒนาองค์กร ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ในตำแหน่ง “นักวิชาการระดับกลาง” สังกัด กลุ่มภารกิจพัฒนา ววน. ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เชิงพื้นที่ และลดความเหลื่อมล้ำ (O-Inclusiveness) จำนวนทั้งสิ้น 5 รายชื่อ รายละเอียดเพิ่มเติมดังปรากฏตาม Link ด้านล่างนี้

https://www.tsri.or.th/recruitment/215/สกสว-ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์-ตำแหน่ง-นักวิชาการระดับกลาง-OI/

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

หมายเหตุ : ผู้มีรายชื่อตามประกาศโปรดแจ้งยืนยันเข้าร่วมการสัมภาษณ์ผ่านทางอีเมล [email protected] ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 (วันนี้)

#รับสมัครงาน #สอบสัมภาษณ์ #นักวิชาการระดับกลาง
#สังคม #สิ่งแวดล้อม #เชิงพื้นที่ #ลดความเหลื่อมล้ำ
#สกสว #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

สกสว. ทำหน้าที่รับผิดชอบงานวิชาการและงานธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เพ....

🇹🇭🇳🇱 สกสว. เยือนสถาบันวิจัยและหน่วยงานให้ทุนวิจัยในเนเธอร์แลนด์  พร้อมหารือเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก  มุ่งสร้างความร่วม...
27/11/2022

🇹🇭🇳🇱 สกสว. เยือนสถาบันวิจัยและหน่วยงานให้ทุนวิจัยในเนเธอร์แลนด์ พร้อมหารือเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก มุ่งสร้างความร่วมมือด้าน ววน. ร่วมกัน 🌏

🇹🇭🇳🇱 เมื่อวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำโดย รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สกสว. รวมถึงผู้บริหารของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เยี่ยมชมสถาบันวิจัย และหน่วยงานให้ทุนวิจัย (Funding Agency) ของประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้เรื่องความก้าวหน้าของการพัฒนาการวิจัยและประสบการณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศไทย พร้อมเข้าร่วมหารือกับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก เพื่อแนะนำระบบ ววน.ของประเทศไทย และบทบาทหน้าที่ของ สกสว.มุ่งสร้างความร่วมมือด้าน ววน. กับประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมถึงแนวทางการสนับสนุนนักเรียนทุนของประเทศไทยในอนาคต

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 คณะของ สกสว.และสวก. ได้เข้าพบ Mr. Marco Otte Senior Advisor Corporate Strategy & Account พร้อมทั้งเยี่ยมชม Wageningen University & Research (WUR) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีทั้งคณะวิชาต่างๆ สำหรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก และสถาบันวิจัยด้านต่างๆ ที่มุ่งเน้นด้านการเกษตรและอาหารของโลก มีนักศึกษากว่า 13,200 คน จาก 100 กว่าประเทศทั่วโลก และนักวิจัยกว่า 3,000 คน ที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนและการวิจัยเรื่องอาหารและส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ใน 3 ด้าน คือ 1. สังคมและสุขภาวะที่ดี (social and well-being) 2. ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมของการใช้ชีวิต (natural resource and living enivironment) 3. อาหาร การบริโภค และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากพืช (Food, Feed & Biobase production) โดยการศึกษาทั้ง 3 ประเด็นจะศึกษาในลักษณะการใช้ศาสตร์ที่หลากหลาย (muti-disciplinary)

WUR มีการแบ่งขอบเขตการทำงานออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1. เทคโนโลยีการเกษตรและวิทยาศาสตร์อาหาร (Agrotechnology & Food Science group) 2. สัตวศาสตร์ (Animal Science group) 3. วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environment Science group) 4. กลุ่มศาสตร์ด้านพืช (Plant Science group) และ 5.สังคมศาสตร์ (Social Science Group) แต่ละกลุ่มจะมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนชั้นนำของโลก นอกจากนี้คณะยังมีโอกาสเยี่ยมชมสถาบันวิจัยต่างๆ เช่น สถาบันวิจัยเรื่องอาหารและความปลอดภัย ที่มีบทบาทในการพัฒนาวิธีการตรวจสอบ การตรวจวัด เชื้อโรคและสารเคมีในอาหาร การให้ความรู้ต่างๆ ในเรื่องวิธีการวิเคราะห์ ทดสอบและระบบการประกันคุณภาพ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่สำคัญในการวิเคราะห์และทดสอบการปนเปื้อนของอาหารแล้วแจ้งไปยังหน่วยงานรัฐเพื่อประกาศเตือนประชาชนผู้บริโภครับทราบกรณีที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคอันตรายในอาหาร สถาบันวิจัยเรื่องอาหารและอาหารที่มีส่วนประกอบจากพืช ซึ่งได้เยี่ยมชมการวิจัยและพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวของสินค้าเกษตร นอกจากนี้กลุ่มวิจัยนี้ได้มีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่อง การขนส่งสินค้าเกษตร ของประเทศไทยใน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ Bottlenecks in Thai Agro Logistics (2010) ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนโดยกระทรวงคุณภาพชีวิต ธรรมชาติและเกษตรกรรม ของประเทศเนเธอร์แลนด์ เรื่องที่สองคือเรื่อง Development of a Framework for an Argo-logistic Strategy for Thailand (2019) กรณีศึกษาทุเรียน และเยี่ยมชม Netherlands Plant Eco-phenotyping Centre (NPEC) ซึ่งมีการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี plant factory กับทางประเทศไทย

นอกจากนี้ ผอ.สกสว ยังได้เข้าพบนายชาตรี
อรรจนานันท์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก
เพื่อแนะนำระบบ ววน.ของประเทศไทย บทบาทหน้าที่ของ สกสว.และแผน ววน.ปี 2566-2570 พร้อมรับคำแนะนำแนวทางการวิจัย การสร้างความร่วมมือด้าน ววน. กับประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมถึงแนวทางการสนับสนุนนักเรียนทุนของประเทศไทย

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ผอ.สกสว. และคณะ พร้อมด้วยนายอสิ ม้ามณี อธิบดีกรมยุโรป และนายชาตรี อรรจนานันท์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก เข้าศึกษาดูงานที่สถาบัน Deltares โดยมีคุณ Tjitte A.Nauta ผู้จัดการด้านภูมิภาคเอเชียให้การต้อนรับและนำเสนอบทบาทหน้าที่ของสถาบันซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำวิจัยและนวัตกรรมด้านการจัดการและแก้ปัญหาเรื่องน้ำและน้ำใต้ผิวดินของประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมุ่งเน้นการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่สันดอน พื้นที่ชายฝั่งทะเล และลุ่มแม่น้ำ สถาบันนี้ได้มีการวิจัยและเสนอ Nation Action Plan on Adaptive Flood Risk Management in Thailand เมื่อปี 2013 ที่มีการเสนอวิธีการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น กลางและยาว สถาบัน Deltares เข้ามาทำงานและมีความร่วมมือกับไทยในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ทั้งยังมีข้อเสนอเรื่องความร่วมมือในการแก้ปัญหาเรื่องการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลที่จะส่งผลกระทบต่อเมืองต่างๆ ที่อยู่ใกล้ทะเลทั่วโลก สำหรับประเทศไทยกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะเป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จึงเป็นโอกาสอันดีและสำคัญหากประเทศไทยและประเทศเนเธอร์แลนด์จะร่วมมือกันหาทางป้องกันปัญหาดังกล่าวร่วมกัน

ในเวลาต่อมา ผอ.สกสว. ได้เข้าพบกับ Prof.Marcel Levi ประธาน Dutch Research Council (NWO) และคณะ เพื่อหารือแลกเปลี่ยนผลการจัดประชุม 2022 Global Research Council - Asia Pacific Regional Meeting ครั้งที่ 22 พร้อมเตรียมประเด็นการประชุม Global Research Council ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเฮก ในกลางปีหน้า โดย NWO จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน รวมถึงได้แนะนำระบบ ววน. ของไทย ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของ สกสว และแผน ววน.ปี 2566-2570 มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการสนับสนุนการวิจัยของ NWO โดยเฉพาะการสนับสนุนการวิจัยในเรื่อง Transnational research
ให้ไปสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อหารือแนวทางการร่วมมือสนับสนุนการวิจัยระหว่าง 2 ประเทศ หรือความร่วมมือหลากหลายประเทศต่อไป

#สกสว #สวก
#เคลื่อนไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม
#ขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม 🇹🇭🇳🇱

ม.สวนดุสิตถ่ายทอดความรู้เกษตรปลอดภัยอัจริยะแก่เกษตรกรผู้ปลูกเมลอนสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยโครงการแปลงส...
24/11/2022

ม.สวนดุสิตถ่ายทอดความรู้เกษตรปลอดภัยอัจริยะแก่เกษตรกรผู้ปลูกเมลอน

สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยโครงการแปลงสาธิตเกษตรปลอดภัยอัจฉริยะ (หอมขจรฟาร์ม) ขยายผลงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่การถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเพาะปลูกเมลอน สู่เครือข่ายเกษตรกรในชุมชนพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในโครงการการพัฒนากลุ่มเครือข่ายเกษตรกรปลอดภัยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 และจัดทำหนังสือการถ่ายทอดความรู้บนความเชี่ยวชาญจากการปฏิบัติสู่เครือข่ายเกษตรกร เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเชิงพื้นที่ ตลอดจนนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนต่อไป

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาได้ที่
https://image.makewebeasy.net/makeweb/0/L49WYjz7n/Document/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D.pdf?v=202012190947&fbclid=IwAR0ZFfUamrPyiiQMpyj6lBCzg5i6ff4pjQnhCO1lvhx48hh5XSzBqrLvf8w

#เกษตรอัจฉริยะ #หอมขจรฟาร์ม
#สกสว
#เคลื่อนไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

สกสว. ชวนทำความเข้าใจ (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570  กับ PMU ที่รับผิดชอบภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาก...
23/11/2022

สกสว. ชวนทำความเข้าใจ (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 กับ PMU ที่รับผิดชอบ

ภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการ ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ที่รับผิดชอบ ตามแผนงานที่ 21-23 (รายละเอียดตามอินโฟกราฟิกส์ที่แนบมานี้)

ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และ ดาวน์โหลด (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ได้ที่ https://www.tsri.or.th/content/31/thailand-sri-plan/

สกสว. ชวนทำความเข้าใจ (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570  กับ PMU ที่รับผิดชอบภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาว...
23/11/2022

สกสว. ชวนทำความเข้าใจ (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 กับ PMU ที่รับผิดชอบ

ภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ก้าวหน้า ล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคตรวมถึงหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ที่รับผิดชอบ ตามแผนงานที่ 18-20 (รายละเอียดตามอินโฟกราฟิกส์ที่แนบมานี้)

ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และ ดาวน์โหลด (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ได้ที่ https://www.tsri.or.th/content/31/thailand-sri-plan/

สกสว. ชวนทำความเข้าใจ (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570  กับ PMU ที่รับผิดชอบภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดั...
23/11/2022

สกสว. ชวนทำความเข้าใจ (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 กับ PMU ที่รับผิดชอบ

ภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ที่รับผิดชอบ ตามแผนงานที่ 9-17 (รายละเอียดตามอินโฟกราฟิกส์ที่แนบมานี้)

ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และ ดาวน์โหลด (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ได้ที่ https://www.tsri.or.th/content/31/thailand-sri-plan/

สกสว. ชวนทำความเข้าใจ (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570  กับ หน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ที่รับผิดชอบภายใต้...
23/11/2022

สกสว. ชวนทำความเข้าใจ (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 กับ หน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ที่รับผิดชอบ

ภายใต้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม รวมถึงหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ที่รับผิดชอบ ตามแผนงานที่ 1-8 (รายละเอียดตามอินโฟกราฟิกส์ที่แนบมานี้)

ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และ ดาวน์โหลด (ร่าง) แผนด้าน ววน. ของประเทศ พ.ศ. 2566-2570 ได้ที่ https://www.tsri.or.th/content/31/thailand-sri-plan/

🚃 สกสว. บพข. จับมือ รฟท. ผลักดันงานวิจัยท่องเที่ยวโดยรถไฟ เปิดเส้นทางใหม่แห่งแรกในภาคเหนือ มุ่งยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์...
22/11/2022

🚃 สกสว. บพข. จับมือ รฟท. ผลักดันงานวิจัยท่องเที่ยวโดยรถไฟ เปิดเส้นทางใหม่แห่งแรกในภาคเหนือ มุ่งยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์
.
เมื่อวันที่ 18 – 20 พฤศจิกายน 2565 การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถนำเที่ยวพิเศษเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ บนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนา “Lanna Modernization Railroad Travel” ท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ สักการะจอมเจดีย์แห่งล้านนา ซึ่งเป็นทริปนำร่องที่จัดขึ้นจากการบูรณาการความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. ภายใต้งบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)
.
📍 ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. เปิดเผยว่า ทีมวิจัยโครงการนี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านประวัติศาสตร์ ที่ได้นำวัฒนธรรมล้านนาอันทรงคุณค่า รวมทั้งวัฒนธรรมด้านอาหารจาก 7 ลุ่มน้ำ มาประยุกต์เพื่อที่จะนำเสนอและรังสรรค์เป็นเมนูอาหารเช้าให้กับผู้โดยสารบนรถไฟ โดยในระยะแรกได้มีการทดสอบเส้นทาง ด้วยการจัดขบวนพิเศษจาก จ.เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ซึ่งเป็นทริปที่มีทั้งสื่อมวลชนและผู้ประกอบการต่างๆ รวมถึงทางด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย จากนั้นทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นว่าเส้นทางนี้มีศักยภาพเหมาะสมที่จะประชาสัมพันธ์และแนะนำให้เป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวของการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงเป็นที่มาของทริปเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ บนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนาในครั้งนี้
.
นอกจากนี้ “ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญการท่องเที่ยวในลักษณะแบบนี้ มีความสนใจที่จะเพิ่มเส้นทางในภาคใต้ เน้นเดินทางแบบเป็นกลุ่ม ซึ่งจะเป็นการลดการปล่อยคาร์บอน ถือเป็นหลักการสำคัญที่ทาง บพข.กำลังเน้นหนัก พร้อมทั้งเชิญชวนจัดรูปแบบการเดินทางที่ช่วยลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีการชดเชยด้วยในอนาคต รวมถึงศักยภาพของการทำงานในลักษณะของเครือข่าย จะเป็นการท่องเที่ยวที่มีนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเข้ามาอธิบายเล่ารายละเอียดในแต่ละจุด รฟท.จึงขอให้ทาง บพข. ช่วยให้การสนับสนุนการวิจัย โดยให้มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา ดำเนินการศึกษาในเรื่องของการเชื่อมเส้นทางระหว่างสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ไปยังชุมทางทุ่งสง และสิ้นสุดที่สถานีกันตัง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ของการท่องเที่ยวของการรถไฟภาคเหนือและการรถไฟภาคใต้ พร้อมทั้งขอเชิญชวนทุกท่านที่มีโอกาส โดยเชื่อว่าทางการรถไฟก็เตรียมเสนอเส้นทางดีๆ เหล่านี้ โดยใช้ฐานการวิจัยจากกองทุน ววน.” ผศ.สุภาวดี กล่าวทิ้งท้าย
.
🙌🏻 ทั้งนี้ โครงการวิจัยดังกล่าว เกิดขึ้นภายใต้งานวิจัยการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยรถไฟ บนเส้นทางยุคสมัยแห่งล้านนา โดย ผศ. ดร.ณัฐนันท์ ฐิติยาปราโมทย์ และดร.ปัณณฑัต กัลยา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง สนับสนุนทุนวิจัยโดย บพข. งบประมาณจากกองทุน ววน. มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟและย่านเมืองเก่า ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ของประเทศไทย

ทั้งนี้ท่านสามารถติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์: https://www.tsri.or.th/
#สกสว #บพข.
#เคลื่อนไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม
#ขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

สกสว. วช. และ บพค. ในนามประเทศไทย ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพจัดประชุม “สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ครั้ง...
21/11/2022

สกสว. วช. และ บพค. ในนามประเทศไทย ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพจัดประชุม “สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ครั้งที่ 22 (2022 Global Research Council - Asia Pacific Regional Meeting) โดยมีผู้นำหน่วยงานให้ทุนวิจัยระดับโลกจาก 17 ประเทศเข้าประชุม เพื่อร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางการสนับสนุนทุนวิจัยโลก

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.65 - ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในการประชุม “สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ครั้งที่ 22 (2022 Global Research Council - Asia Pacific Regional Meeting) จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) พร้อมด้วยหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น Science and Technology Agency (JST) และ Japan Society for the Promotion of Science (JSPS) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 พ.ย. 65 ที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก (รมว.อว.) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม โดยกล่าวว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่เกิดขึ้นหลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดประชุมนานาชาติในประเทศไทย โดยการประชุมเรื่องการวิจัยก็นับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะประเทศไทยประกาศจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วให้ได้ภายใน 15 ปีข้างหน้า กระทรวง อว. มุ่งสนับสนุนให้คนไทยทุกคนเป็นนักวิจัย ทั้งที่เป็นนักวิจัยมืออาชีพและนักวิจัยมือสมัครเล่น โดยใช้ประโยชน์จากการวิจัยในเรื่องต่างๆ ทั้งในทางวิชาการขั้นสูงและในวิถีชีวิตประจำวัน เหมือนที่ ตนเองได้ฝึกปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่นการวิจัยเรื่องการทำงานให้ดี ประสบความสำเร็จ

นอกจากนั้น รมว.อว.ยังกล่าวปาฐกถาแสดงความสำคัญของความเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผลกระทบวงกว้างต่อสังคม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สามารถโตได้ด้วยเศรษฐกิจสองขา ขาแรกคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอีกขาคือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งทั้งสองขานี้จะนำพาให้ประเทศต่างๆ เจริญก้าวหน้าได้เมื่อเกิดการทำงานร่วมกันที่เป็นสหวิทยาการ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยเรื่องดินแดนสุวรรณภูมิที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 2,500-3,000 ปี เป็นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศขั้นสูง (LiDAR) เพื่อวิเคราะห์สภาพทางกายภาพของโบราณสถานที่ถูกปกคลุม มองด้วยตาเปล่า
ไม่เห็น ถือเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของไทยว่าเราอยู่ในดินแดนที่เก่าแก่มาหลายพันปี มิได้อายุเพียง 700 ปีตามที่เคยรับรู้มาจากหนังสือเรียนทั่วไป

สภาวิจัยโลกเป็นการรวมตัวของหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยจากทั่วโลกที่ริเริ่มมาจาก US National Science Foundation (NSF) เมื่อปี พ.ศ.2555 ปีนี้ถือเป็นปีแรกในหน้าประวัติศาสตร์ที่หน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยของประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม “สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” มีผู้นำจากหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยชั้นนำระดับโลกจาก 17 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์ สาธารณรัฐเกาหลี ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น ติมอร์-เลสเต ไทย นิวซีแลนด์ บราซิล ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ เวียดนาม ศรีลังกา อินโดนีเซีย อิหร่าน และอิตาลี เข้าร่วมประชุม โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเตรียมความพร้อมของหัวข้อและกรอบการประชุมสำหรับการประชุมประจำปีที่ผู้นำหน่วยงานให้ทุนจากทั่วโลกจะรวมตัวกันที่ประเทศเนเธอร์แลนด์กลางปีหน้า โดยเน้น 2 หัวข้อหลักได้แก่ 1.เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และ 2.เรื่องรางวัลและกระบวนการในการให้การยอมรับนักวิจัยที่มีบทบาทในการสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ (Reward and Recognition Mechanism for Researchers)
ขณะที่ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยได้มีการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาตั้งแต่ปี 2562 หรือประมาณ 3 ปีที่แล้ว โดยตอนนี้มีหน่วยบริหารและจัดการทุน 9 แห่ง ซึ่ง สกสว.เป็นผู้ประสานงานในระดับประเทศ และจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงาน ประเทศไทยได้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนในด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG การประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วยหน่วยงานให้ทุนหลักด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมจากทั่วโลก ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานร่วมกัน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดระหว่างหน่วยงานจัดหาเงินทุนทั่วโลก การประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของสภาวิจัยโลกได้กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับหน่วยงานที่ให้ทุนสนับสนุนในการทำงานร่วมกัน เปิดโอกาสให้ร่วมอภิปรายถึงหัวข้อที่น่าสนใจร่วมกันและประเด็นที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาค ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ ข้อมูล และแนวคิด ที่จะชี้ให้เห็นทิศทางในอนาคตของการวิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาค และความสามารถในการวิจัยนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่ต้องก้าวไปในทิศทางเดียวกัน

โดยในที่ประชุมในครั้งนี้ ประเทศไทยได้ยกตัวอย่างการทำงานของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการสนับสนุนที่เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้เสียทุกระดับลงไปถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ สร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากกว่า 6,000 ราย สร้างรายได้กว่าสองร้อยล้านบาทให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ โดยหวังว่าโมเดลการสนับสนุนทุนแบบสหวิทยาการที่ยึดโยงการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับนี้จะเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่หน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยทั่วโลกจะได้หยิบยกไปพิจารณา และขยายผลในที่ประชุมประจำปีสภาวิจัยโลกที่ประเทศเนเธอร์แลนด์กลางปีหน้าได้ และเห็นได้ชัดเจนว่าการเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมครั้งนี้ของสกสว.พร้อมด้วย วช.และบพค. ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพและบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก เป็นประโยชน์และโอกาสอันดีต่อระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.)
ที่จะได้เรียนรู้จากประเทศสมาชิกรวมถึงได้แบ่งปันประสบการณ์ให้กับประเทศสมาชิกอื่นๆ วิธีการทำงานร่วมกันเช่นนี้ จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาที่ประสบร่วมกันในระดับโลกได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการประชุมประจำปี GRC ครั้งที่ 11 ในปี 2023 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ต่อไป

สกสว.จับมือส.อ.ท.พัฒนา‘กองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม’ มุ่งยกระดับขีดความสามารถของเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพไทยศ.กิตติคุณ นพ.ส...
19/11/2022

สกสว.จับมือส.อ.ท.พัฒนา‘กองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม’
มุ่งยกระดับขีดความสามารถของเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพไทย

ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีวาระสำคัญคือ การรายงานความคืบหน้าและแนวทางการดำเนินงาน “กองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม” ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ภายใต้รูปแบบการสมทบงบประมาณระหว่างกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และแหล่งทุนเอกชน

รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ สกสว. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักกลยุทธ์และพัฒนากองทุน กล่าวว่า การรายงานความคืบหน้าและแนวทางการดำเนินงานกองทุนนวัตกรรมฯ ครั้งนี้ เป็นเรื่องสืบเนื่องจากการที่ สกสว. และ ส.อ.ท. ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมขึ้นมาปีเศษแล้ว โดยครั้งนั้น กสว. ได้เคยมีมติเห็นชอบในคราวประชุม กสว. ครั้งที่ 1/64 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 ให้สนับสนุนงบประมาณให้กับกองทุนนวัตกรรมฯ ในรูปแบบ One-on-One Matching Fund ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยสมทบกับเงินที่ ส.อ.ท. ไประดมทุนจากแหล่งทุนอื่นในกรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท รวมเป็น 2,000 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สกสว. ได้ร่วมพัฒนากองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงวันนี้ได้มีความคืบหน้าไปมาก โดยมีกลไกการดำเนินงานที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม

ดร.วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล รองเลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า การร่วมกันพัฒนากองทุนนวัตกรรมฯ นี้ นับเป็นมิติใหม่ของการทำงานร่วมกันระหว่าง ส.อ.ท. กับ สกสว. โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนองค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เติบโต ควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทยรายภาคส่วนของแต่ละอุตสาหกรรม ด้วยการให้เอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายทดลองใช้เทคโนโลยีที่เป็นโซลูชั่นของสตาร์ทอัพและให้ผลสะท้อนกลับ ซึ่งในอนาคตเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพอาจจะเป็นผู้ร่วมทุนระดับ Angle Fund ในสตาร์ทอัพได้

ทั้งนี้ ภารกิจของกองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม คือ การยกระดับเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพให้เติบโตไปด้วยกัน โดยนำจุดแข็งของ ส.อ.ท. มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับทั้งสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ซึ่ง ส.อ.ท.ทำงานร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) อย่างใกล้ชิดมาตลอด และพยายามออกแบบไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน แต่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน

กลไกการบริหารกองทุนนวัตกรรมฯ ของ ส.อ.ท. ใช้เครือข่ายแหล่งทุนอื่น (เช่น InnoSpace) ที่จะเจรจามาเป็นผู้ร่วมลงทุนสร้างการเจริญเติบโตให้กับสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีพร้อมใช้ระดับ Pre-Series A ขึ้นไป ควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถของเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรม โดยรับไม้ต่อจาก NIA ที่เน้นพัฒนาสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีพร้อมใช้ในระดับบ่มเพาะต้นกล้า (Seed Money) หรือ TRL9

ขณะที่ บพข.จะเน้นสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีให้เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่มีระดับความพร้อมของเทคโนโลยี TRL 5-7 ร่วมกับบริษัทเอกชนเป็นรายโครงการ โดย ส.อ.ท. มีฐานสมาชิกที่เป็นเอสเอ็มอีรายอุตสาหกรรมที่ยกระดับได้ทั้งภาคส่วน

“ทั้งสามทีมจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้เป็นสามเหลี่ยมทองคำ เหมือนเป็นสายพานส่งต่อเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาจนพร้อมใช้และนำไปสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะช่วยผลักดันระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศให้สมบูรณ์ โดยที่ผ่านมามีการพบปะระหว่างผู้บริหารของ ส.อ.ท. และ สกสว. ทำงานลงรายละเอียดกันโดยตลอด ณ วันนี้เราได้ตุ๊กตากลไกการลงทุนที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบแล้ว และมีร่างรายชื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม และคณะทำงานประสานงานของกองทุนฯ ซึ่งพร้อมที่จะประกาศสู่สาธารณะโดยมีพาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมในเวทีฟอรั่ม โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องที่มีศักยภาพในวงการสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี และกองทุนนวัตกรรมภาครัฐเข้าร่วมงานด้วย ซึ่งจะเป็นการนับหนึ่งของการเข้าสู่กระบวนการตามแผนงานทำงานร่วมกับเครือข่ายเอสเอ็มอีของ ส.อ.ท. ตามนโยบายปี 2023 และจะรายงานความคืบหน้าให้ กสว.ทราบเป็นระยะ”

ประธาน กสว. ระบุว่า การทำงานเพื่อผลผลิตอุตสาหกรรมที่ผ่านมาภาควิชาการเป็นคนคิด และมีภาคอุตสาหกรรมเป็นที่ปรึกษา ซึ่งพบว่าไม่ตรงกับธรรมชาติที่ควรเป็น และไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้นรูปแบบใหม่ของกองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมนี้จึงมีภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้นำ ที่จะคิดรูปแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยเน้นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพเป็นหลัก เพราะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

ขณะที่นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยว่า การจัดตั้งกองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมสอดคล้องกับแนวคิดตลาดนำการผลิตและการวิจัย เป็นแนวคิดที่มาถูกทางและน่าจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งนี้กรมวิชาการเกษตรน่าจะมีภารกิจขับเคลื่อนงานต่าง ๆ หรือให้คำแนะนำกองทุนนี้ได้อย่างดี โดยเฉพาะโครงการในภาคการเกษตรที่ ส.อ.ท. เองก็มีเครือข่ายทั่วประเทศ แต่ปัญหาสำคัญคือทุกวันนี้ภาคการเกษตรยังทำเกษตรแบบดั้งเดิมจากตัวเกษตรกรเอง ควรให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวนำ

#กองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม
#สกสว
#เคลื่อนไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เปิดรับสมัคร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เพื่อเริ่...
16/11/2022

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เปิดรับสมัคร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เพื่อเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2566 โดยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี รายละเอียดเพิ่มเติมดังปรากฏตาม Link ด้านล่างนี้

https://www.tsri.or.th/news/external/411/สวทช-ประกาศรับสมัคร-ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ-MTEC/

เปิดรับสมัครเข้าคัดเลือกตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2565

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

#สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ #สวทช
#ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ #รับสมัครผู้อำนวยการ

🌏 สกสว. ร่วมมือ อีอีซี ประชุมเชื่อมสมาคมธุรกิจเยอรมนี (OAV) ดึงทุนบริษัทชั้นนำจากยุโรป ชูงานวิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนอ...
16/11/2022

🌏 สกสว. ร่วมมือ อีอีซี ประชุมเชื่อมสมาคมธุรกิจเยอรมนี (OAV) ดึงทุนบริษัทชั้นนำจากยุโรป
ชูงานวิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 🇹🇭🇩🇪
.
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี จัดการประชุมร่วมกับ สมาคมธุรกิจแห่งเยอรมนีและเอเชียตะวันออกและอาเซียน (OAV) ซึ่งได้เชิญนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำในประเทศเยอรมนีเดินทางมาประเทศไทย โดยมี ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการเสวนา
.
👉 การจัดประชุมฯ ครั้งนี้ นับเป็นการสานต่อการเยือนประเทศเยอรมนีของคณะเลขาธิการ สกพอ. เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2565 ที่ได้มีการพบปะนักลงทุนเยอรมนีเพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในไทย โดยคณะนักธุรกิจฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปจาก นาย Georg Schmidt เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และร่วมรับฟังการเสวนาในหัวข้อ “Business Opportunities in Thailand and EEC”
.
📍ในโอกาสนี้ “ดร.ลัษมณ อรรถาพิช” ได้ร่วมเป็นวิทยากรในการประชุมดังกล่าว โดยระบุว่า สกสว. มีภารกิจในการสนับสนุนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย โดยจะเห็นได้ว่าแผน ววน. ครอบคลุมถึงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ สกสว. ยังให้ความสำคัญอย่างมากกับการวิจัยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย โดยมีความเชื่อมโยงกับ Sustainable Development Goal (SDG) อย่างชัดเจน อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญหรือการพัฒนาทุนมนุษย์ ให้มีความสอดคล้องกับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศ ดร. ลัษมณ ยังได้กล่าวแนะนำ Global Partnership Fund โดยเฉพาะด้านขีดความสามารถทางการแข่งขัน ที่บริการโดย บพข. ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากคณะนักธุรกิจ
.
สำหรับประเทศเยอรมนี นับเป็นคู่ค้าสำคัญและลงทุนในไทยมากเป็นอันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ปัจจุบันมีบริษัทเยอรมันมากกว่า 600 บริษัทเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ระดับโลกเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งการเดินทางมาไทยในครั้งนี้ของคณะนักธุรกิจเยอรมนี จะช่วยสร้างโอกาสในการลงทุนในประเทศไทย 2.2 ล้านบาทตามเป้าหมายของอีอีซี โดยเฉพาะในการลงทุนอุตสาหกรรม BCG ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่จะเป็นเทรนด์สำคัญของโลก

ทั้งนี้ท่านสามารถติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์: https://www.tsri.or.th/
#สกสว
#เคลื่อนไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม
#ขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

LANTA ติดอันดับที่ 70 ของโลก และเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน ของการจัดลำดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงสุดของโลก  ผลการจ...
15/11/2022

LANTA ติดอันดับที่ 70 ของโลก และเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน ของการจัดลำดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงสุดของโลก

ผลการจัดอันดับ TOP500 หรือการจัดอันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก ครั้งที่ 60 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2565 ได้ประกาศว่าเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ถูกจัดให้เป็นเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ประสิทธิภาพสูงสุดอันดับ 70 ของโลก หรือนับเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน ด้วยประสิทธิภาพในการคำนวณที่สูงถึง 8.1 พันล้านล้านคำสั่งต่อวินาที

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงข่าวการจัดอันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ TOP500 ซึ่งเป็นการจัดอันดับเพื่อจัดเก็บข้อมูลเชิงสถิติของระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์จากทั่วโลก รวมทั้งยังถูกนำไปใช้ในการแสดงศักยภาพด้านการคำนวณอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ในการประกาศผลการจัดอันดับครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2565 นั้น ระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ของประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 70 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับที่ 20 ของเอเชีย และเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดอันดับหนึ่งในอาเซียน ด้วยประสิทธิภาพในการคำนวณ 8.1 petaFLOPS หรือ 8.1 พันล้านล้านคำสั่งต่อวินาที ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทยที่มีระบบประมวลผลที่ติดอยู่ใน 100 อันดับแรกของการจัดอันดับ TOP500 เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของการวิจัยและพัฒนาที่ต้องอาศัยการคำนวณขั้นสูงของประเทศไทยให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและศึกษารายละเอียดได้ที่ https://thaisc.io/ หรือสอบถามเพิ่มเติมทางอีเมลได้ที่ [email protected]

#อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #สวทช

ที่อยู่

979/17-21 SM Tower, Paholyothin Road
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622788200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สกสว.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สกสว.:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

กำหนดการสนทนาออนไลน์ในรูปแบบตาราง :
https://docs.google.com/document/d/1t0eRWUjmLmXLbVePKvZKEbUALtYi2nZG/edit

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน :
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScEiM1VUmbyqOZMUAey1Yg3krokrB12OdeQwUcPnOd6tX-PWw/viewform
.
“ปลดล็อค เพื่ออากาศสะอาด”
From Output to Impact : ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไทยกับการแก้วิกฤตฝุ่น PM2.5
.
วันอังคารที่ 𝟮.𝟱 มกราคม 2565
เวลา 12.30 น. – 17.00 น.
.
𝟭𝟮.𝟯𝟬
✻ เตรียมเข้าสู่การถ่ายทอดสดผ่านทางเพจ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สกสว. GreenNews และ YouTube GreenNews
.
𝟭𝟮.𝟱𝟬-𝟭𝟯.𝟬𝟬
✻ บทบาท TSRI กับ วิกฤตมลพิษอากาศ PM2.5
รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวเปิด
.
𝟭𝟯.𝟬𝟱-𝟭𝟯.𝟯𝟬
✻ DustBoy กับความเหลื่อมล้ำด้านอากาศ
ดร. นณธภัทร ธีระวรรธนะสิริ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย
รศ.ดร. เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change Data Center : CCDC สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คุณพนม ทะโน ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสนทนา
.
𝟭𝟯.𝟯𝟱-𝟭𝟰.𝟬𝟬
✻ FireD กับธรรมาภิบาลจัดการไฟ
คุณชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่
ผศ.ดร. ชาคริต โชติอมรศักดิ์ หัวหน้าศูนย์ภูมิภาคเพื่อการศึกษาด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Regional Center for Climate and Environmental Studies, RCCES)
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คุณพนม ทะโน ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสนทนา
.
𝟭𝟰.𝟬𝟱-𝟭𝟰.𝟯𝟬
✻ สิงห์บุรีโมเดล ต้นแบบเมืองลดฝุ่น ?
คุณอารีพันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการพัฒนาระบบราชการ
คุณอุดมเดช เกตุแก้ว ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสนทนา
.
𝟭𝟰.𝟯𝟱-𝟭𝟱.𝟬𝟬
✻ นวัตกรรมไร่อ้อย บทบาทใหม่ภาคเอกชนแก้วิกฤติฝุ่นควัน
คุณธานินทร์ อินทชัย เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย จังหวัดสิงห์บุรี
คุณไพฑูรย์ ประภาถะโร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานอ้อย (ภาคกลาง) บริษัท น้ำตาลมิตรผล (จำกัด)
คุณอุดมเดช เกตุแก้ว ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสนทนา
.
𝟭𝟱.𝟬𝟱-𝟭𝟱.𝟯𝟬
✻ ภาพรวมศักยภาพนวัตกรรมแก้ปัญหามลพิษฝุ่น
ผู้แทนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คณะอนุกรรมาธิการสภาฯ ด้านแก้ไขปัญหา PM 2.5
คุณกมล สุกิน ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสนทนา
.
𝟭𝟱.𝟯𝟱-𝟭𝟲.𝟬𝟬
✻ สังเคราะห์ภาพรวมข้อเสนอเชิงระบบ
ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คณะอนุกรรมาธิการสภาฯ ด้านแก้ไขปัญหา PM 2.5
ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
คุณกมล สุกิน ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสนทนา
.
𝟭𝟲.𝟬𝟱-𝟭𝟳.𝟬𝟬
✻ Press Briefing
คณะวิจัย ผู้แทนจาก สกสว. ก.พ.ร. สสส. หน่วยงานรัฐ ฝ่ายการเมือง กรรมาธิการเรื่องฝุ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอข้อสรุป ตอบคำถาม พบผู้สื่อข่าว
คุณกมล สุกิน ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสนทนา
.
ร่วมปลดล็อค! ปัญหาฝุ่น เพื่ออากาศ (ของคุณ) สะอาด
โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม
.
#ซีรี่ส์FromOutputToImpact #ปลดล็อคเพื่ออากาศสะอาด
เคยสงสัยไหม 🧐❓❓ว่าทำอย่างไรผลงานเชิงวิทยาศาสตร์ถึงจะถูกนำไปพิจารณาในระดับนโยบาย เราจะเพิ่มการส่งเสริมเงินทุนในงานวิจัยประเด็นสำคัญได้อย่างไร และทำอย่างไรจึงจะส่งเสริมการสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างภาควิทยาศาสตร์และนโยบายได้มากยิ่งขึ้น 🔬👩🏻‍🔬🧑🏻‍⚖️
.
มาร่วมหาคำตอบและหาแนวทางการทำงานกับคนรุ่นใหม่อายุ 18-35 ปี จากหลากหลายสาขาความเชี่ยวชาญระดับ Asia-Pacific เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงของ 2 ประเด็นนี้ให้ดียิ่งขึ้นกันได้ในงาน ‘Science-Policy Interface (SPI) Dialogue on Water and Climate Change’ ในวันศุกร์ที่ 28 ม.ค. 65 เวลา 13.00-16.00 น. ผ่านช่องทางออนไลน์
.
สมัครได้เลยที่นี่ https://forms.gle/xQt5rbfihXJwv2fDA (ภายในวันที่ 10 ม.ค. 65)
.
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: shorturl.at/oDGO5
อะไรคือ SPI: shorturl.at/kloqK

Ever heard of Science-Policy Interface? 🧐❓❓
.
How can my scientific work be taken into consideration at the policy level?
How come emerging issues receive little funding while it is so important for the survivor of the community?
How can we better facilitate the communication and exchange among science and policy? 🔬👩🏻‍🔬🧑🏻‍⚖️
.
Let’s join us and other 18-35 year-old Asia-Pacific young professionals in brainstorming challenges and solutions for strengthening SPI. On 28 January 2022 at 13.00-16.00 (UTC+7) via Online.
.
Apply NOW at https://forms.gle/xQt5rbfihXJwv2fDA (The deadline is 10th January 2022)
.
More details about the dialogue: shorturl.at/oDGO5
What is SPI?: shorturl.at/kloqK
.



Chulalongkorn University Kasetsart University京都大学(Kyoto University) AIT Department of Energy, Environment and Climate Change กรมชลประทาน สกสว. JICA Thailand Office(JICAタイ事務所) Youngo สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ UNDP in Asia and the Pacific Global Youth Biodiversity Network (GYBN) United Nations Thailand สหประชาชาติ ประเทศไทย
[ MPE Seminar ]
Tribology evaluation, Die life prediction for cold/hot forging and Technique for development of Forging Industry 4.0 (sensor for monitoring process)
.
Organized by
- TGGS - Thai German Graduate School of Engineering
- King Mongkut's University of Technology North Bangkok
- ヤマナカゴーキン (Yamanaka Eng Co., Ltd.)
- สกสว. (TSRI - Thailand Science Research and Innovation)
- สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (NRCT - National Research Council of Thailand)
.
by Dr. Soo-Young Kim, GD, Yamanaka Eng Co., Ltd.
.
and Host by Assoc. Prof. Dr. Yingyot Aue-u-lan, Lecturer and Researcher of Materials and Production Engineering (MPE) Program
.
📆 Wednesday, 8 December 2021 (🕐 09:00-16:30 pm)
.
Venue : Online (MS Teams)
.
Scan QR Code for Registration
or Click this link ➡➡ shorturl.asia/US3RB

#วิศวกรรมวัสดุ #พระจอมเกล้าพระนครเหนือ
🟠 LTC Webinar Forum 2021 (ครั้งที่ 1/11) 🟠
.
ขอเชิญทุกท่าน เข้าร่วมขับเคลื่อนระบบการดูแลระยะยาวของประเทศให้ฝ่าฝันการแพร่ระบาดของโควิด-19 กับสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ IHPP และ สกสว. ในงาน LTC Webinar Forum 2021
.
📌 ครั้งที่ 1 : COVID -19 กับระบบ LTC เขตเมือง
.
ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนในประเด็นพิเคราะห์บาดแผลที่ COVID – 19
ก่อไว้กับระบบ Long-term Care เขตเมือง และร่วมมองไปข้างหน้าเยียวยาบาดแผล ปิดจุดอ่อน และสร้างความเข้มแข็งให้ระบบ
.
วิทยากรโดย
🔸 คุณคริส โปตระนันทน์ | ผู้ก่อตั้งและประธานที่ปรึกษากลุ่มอาสาเส้นด้าย
🔸 คุณอาภา รัตพิทักษ์ | ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสวัสดิการและครุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ
🔸 คุณวรรณา งามประเสริฐ | พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

ผู้ดำเนินรายการโดย
🔸 คุณเพ็ญนภา หงษ์ทอง | สำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ
.
🗓 ในวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.30-14.45 น.
.
✅ ท่านผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ : https://bit.ly/LCTforum2021EP1
.
รับชมได้ทาง Zoom ID: 979 8000 0426
.
#ระบบการดูแลระยะยาว
🟠 ประชาสัมพันธ์ 🟠
ขอเชิญทุกท่าน เข้าร่วมขับเคลื่อนระบบการดูแลระยะยาวของประเทศให้ฝ่าฝันการแพร่ระบาดของโควิด-19 กับสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ IHPP และ สกสว. ในงาน LTC Webinar Forum 2021
.
การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ส่งแรงสั่นสะเทือนระบบการดูแลระยะยาว หรือ Long-term care: LTC ของประเทศอย่างรุนแรง ภาพข่าวผู้ป่วยติดเตียงถูกทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพังเพราะผู้ดูแลติดเชื้อมีให้เห็นบ่อยครั้ง สมาชิกในสถานสงเคราะห์ทั้งผู้พักพิงและผู้ดูแลติดเชื้อทั้งหมด การจัดอบรม Care Manager ถูกระงับเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด Caregiver ไม่สามารถออกเยี่ยมบ้านได้ ไม่ว่าจะถูกท้าทายขนาดไหนระบบ LTC ยังต้องเดินหน้า
.
แบ่งการจัดทั้งหมด 11 ครั้ง #ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.30-14.45 น.
โดยเริ่มตั้งแต่ 11 พฤศจิกายนนี้
🔸 11 พ.ย. 64: COVID -19 กับระบบ LTC เขตเมือง
🔸 18 พ.ย. 64:LTC กรุงเทพฝันให้ไกลต้องไปให้ถึง
🔸 25 พ.ย. 64: การเดินทางของกองทุน LTC ประสบการณ์และหนทางในอนาคต
🔸 2 ธ.ค. 64: บูรณาการระดับพื้นที่ - บทเรียนจากสงขลา
🔸 9 ธ.ค. 64: บทเรียนจากเชียงราย: เมื่อ สสจ. – วัด – อปท. ร่วมเดินไปพร้อมกัน
🔸 16 ธ.ค. 64: สุราษฎร์ธานี - ต้นแบบ day care และการดูแลในสถาบัน
🔸 23 ธ.ค. 64: CM เมื่อภาคการผลิตไม่ตอบโจทย์ความต้องการของระบบ
🔸 6 ม.ค. 65: CG บริหารจัดการให้ตอบโจทย์สังคมไทย
🔸 13 ม.ค. 65: CG ในพื้นที่เมือง เมื่อคนกรุงไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า
🔸 20 ม.ค. 65: 5 ปีกองทุน LTC อุปสรรคและการก้าวข้าม (มิติการเงินการคลัง)
🔸 27 ม.ค. 65: - 5 ปีกองทุน LTC อุปสรรคและการก้าวข้าม (มิติความร่วมมือ)
.
ท่านผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ : https://bit.ly/LCTforum2021EP1
.
#ระบบการดูแลระยะยาว
🔥 THE CONNECTOR PROJECT 🔥
Youth experience based learning program
โปรเจกต์การเรียนรู้เพื่อเข้าใจตัวเองและผู้อื่นผ่านการลงมือทำ
.
เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปที่สนใจในการเรียนรู้เพื่อค้นหาและเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น เข้าใจความหลากหลาย พร้อมโอกาสในการฝึกฝนทักษะการทำงานร่วมกันผ่านประสบการณ์จริงใน THE CONNECTOR PROJECT (รุ่นที่ 1) โปรเจกต์พัฒนาทักษะเยาวชนครั้งแรกของ Converstation ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบและ Workshop จากทีม Dot to Dot ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด!
.
สิ่งที่จะได้เจอในการเข้าร่วมโปรเจกต์
🚀 Reinvent Life workshop - เคว้งๆ? มองไม่เห็นข้างหน้า? มาวางแผนให้ชีวิตลื่นไหลผ่านความเข้าใจความเป็นไปของโลกที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
🚀 Deep Listening workshop - จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง! กิจกรรมฝึกการฟังอย่างตั้งใจ ฟังให้รู้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการ
🚀 Non-violence Communication workshop - สันติคือใคร? ทำไมต้องสันติ? ฝึกการสื่อสารอย่างสันติเพื่อเข้าใจความเป็นมนุษย์ในตัวเองและคนรอบตัว
🚀 4C's by Experience based learning - ฝึกทักษะความคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่นผ่านการทดลองทำโปรเจกต์ร่วมกัน
🚀 และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย
.
🚩 ประกาศผลผู้ได้รับคัดเลือกที่ผ่านเข้าสู่รอบสัมภาษณ์
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2021
🚩 ผู้มีรายชื่อสามารถนัดคิวสัมภาษณ์ในช่วง
วันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2021 11:00 - 19:00
🚩 ประกาศผลรอบ Final
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2021

👁 รับใบประกาศนียบัตรจาก Converstation และเทศบาลนครระยองหลังจบโปรเจกต์
👁 ผู้ที่ได้รับคัดเลือกต้องสามารถเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรม(ร้าน Converstation ถนนยมจินดา) ในช่วงวันเสาร์หรืออาทิตย์ได้ (ไม่ทุกสัปดาห์)

สมัครเข้าร่วมโปรเจกต์
https://forms.gle/S8Jr6zdjYUexkSVV8

ติดตามประกาศได้ทาง
page : Converstation
Instagram : .th

สนับสนุนโปรเจกต์โดย:
ระยองพัฒนาเมือง - RYCD
สอวช.
สกสว.
งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาพื้นที่ บพท.
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เทคโนโลยีนวัตกรรมที่ PMU จะขยายผลได้เองในปี 2564 (ที่ไม่ใช่การทำวิจัยใหม่)

ชื่อผลงาน/โครงการ : สร้างอุโมงค์ลมระบายอากาศความดันลบหัวเตียงผู้ป่วยไอซียูป้องกันเชื้อฟุ้งกระจาย
1. ประเภท (ตามกรอบ 5 ประเภทในหน้าสุดท้าย)
การนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์คลอบคลุมกิจกรรมอะไรบางอย่าง
1.1 การจัดการความรู้
-การจัดทำและรวบรวมข้อมูลผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้ประโยชน์
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.1.1 เพื่อเตรียมสถานที่ปรับปรุงระบบปรับอากาศและระบายอากาศอาคารโรงพยาบาลเพื่อสร้างระบบการไหลเวียนอากาศ และกรองอากาศ
1.1.2 เพื่อส่งเสริม พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลให้มีความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการป้องกันและลดจำนวนอนุภาคที่อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนในอากาศตามมาตรฐานที่กำหนด
1.1.3 เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานพัฒนาระบบปรับอากาศและการระบายอากาศเพื่อลดสิ่งปนเปื้อนทางอากาศที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาลไปในทิศทางเดียวกัน
1.1.4 ป้องกันการฟุ้งกระจายในการทำหัตถการกับผู้ป่วย

-การจัดการความรู้และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
ผู้รับผิดชอบประกอบด้วย หัวหน้าโครงการ ผู้ร่วมงานวิจัย
นายปรีชา ชื่นชมภู
1.2 กลไกความเชื่อมโยง
-การพัฒนา Platform เพื่อเชื่อมโยงระหว่าง Demand Side และ Supply Side

-งบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานประสานงานกลาง/หน่วยงานขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ (Intermediaries)
งบประมาณจากโรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลทั่วไป
1.3 การสร้างความเชื่อมั่นในผลงานวิจัยและนวัตกรรม
-การสร้าง Awareness และความเชื่อมั่นในผลงานวิจัยและนวัตกรรมรวมถึงการผลักดันให้เกิดการรับรองมาตรฐาน
ออกแบบตามหลักวิชาการและการออกแบบใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มี
มาตรฐาน



มีการส่งแบบสำรวจความต้องการมากกว่า 80%
1.4 การถ่ายทอด/ขยายผลและเผยแพร่
-การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีและการขยายผลเชิงพื้นที่
มีโรงพยาบาลส่งเจ้าหน้าที่มาศึกษาดูงานในพื้นที่ติดตั้งโครงการ
-การผลิตสื่อ/การเผยแพร่ความรู้/การขับเคลื่อนเชิงสาธารณะ
มีการประชุมและการให้องค์ความรู้เกี่ยวกับผลงานวิจัย
1.5 การสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์
-การเพิ่มหรือสร้างทักษะและการพัฒนาการเป็นผู้ประกอบการให้กับเอกชนผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี่รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
ประชุมผู้รับจ้างตามที่ผู้วิจัยออกแบบตามหลักวิชาการให้ผู้ประกอบการเอกชนได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี่รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
1.6 Ecosystem ด้าน RU
-การพัฒนา Regulation Incentive การส่งเสริมกลไก/มาตรการให้เอื้อต่อการใช้ประโยชน์
-การปลดล็อคระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Deregulation)/Sandbox
2. ชื่อนวัตกรรม/เทคโนโลยี/นโยบายหรือมาตรการ (แนบรูป หากมี)

3. เจ้าของผลงาน (นักวิจัย หรือ หน่วยงานวิจัย)
-นายปรีชา ชื่นชมภู
4. กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการหรือมีความเป็นไปได้ที่จะรับการถ่ายทอด (ใคร จำนวนกลุ่มเป้าหมายกี่ราย พื้นที่เป้าหมายที่ใดบ้าง)
4.1 ใคร
-กลุ่มการพยาบาล
-ผู้ขอให้สร้างบริจาค
4.2 จำนวนกลุ่มเป้าหมายกี่ราย
-พื้นที่เขตสุขภาพที่7
4.3 พื้นที่เป้าหมายที่ใดบ้าง
-โรงพยาบาลชุมชน
-โรงพยาลทั่วไป
5. วิธีการถ่ายทอด
-เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจ
6. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- ชุดควบคุมสามารถปรับอัตราการไหลของอากาศได้
- ใช้สวิทซ์ที่มีขนาดใหญ่เหมาะสมกับภาระโหลด
- หลอดฆ่าเชื้อUV-C สามารถควบคุมรังสีที่ออกมาได้
- เพิ่มขนาดท่อส่งลมพร้อมพัดลมระบายอากาศ
- กันความร้อนรั่วไหลเข้าห้อง
- สามารถควบคุมทิศทางการไหลของอากาศได้
- มีชุดกรองอากาศฆ่าเชื้อ
7. ระยะเวลา 6 เดือน
8. งบประมาณ 60,000 บาท ต่อ 1 ชุด (เตียง)
x

Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)

คนละครึ่ง เฟส4 เครือข่าย ทสม. Chemistry at Mahidol University อายุรศาสตร์ พระมงกุฎเกล้า คลินิกกระดูกเด็ก Sapan Kwai Phaya Thai District ASEAN Centre for Sustainable Development Studies and Dialogue idesign school ครูรัก(ษ์)ถิ่น Thai Ministry of Education กองมาตรฐานราคากลาง - Dpt.Scad Duo Duo Phayathai District กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรง