สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ - องค์การมหาชน

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ - องค์การมหาชน รู้น้ำ รู้อากาศ รู้ทันภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างยั่งยืน วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรที่สร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และฐานข้อมูล สำหรับการบริหารจัดการด้านทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น และขยายผลการทำงานโดยสร้างและพัฒนาเครือข่าย” พันธกิจ 1) วิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และฐานข้อมูล ด้านการจัดการสารสนเทศทรัพยากรน้ำ 2) บริการและเผยแพร่ผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และฐานข้อมูลเพื่อให้องค์การต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3) สร้างเครือข่ายงานวิจัยและพัฒนา และความร่วมมือ ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำทั้งในและต่างประเทศ 4) ถ่ายทอดเทคโนโลยีและสนับสนุนการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับประชาชนและชุมชน

เปิดเหมือนปกติ

สถานการณ์น้ำ วันที่ 26 ตุลาคม 2563#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน
26/10/2020

สถานการณ์น้ำ วันที่ 26 ตุลาคม 2563
#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน

25/10/2020
TCP Group

TCP Group

พี่ครับ ฝนตก พายุเข้าขนาดนี้
น้ำท่วมหนักเบอร์นี้ แล้วทำไมพี่ยังบอกว่า “น้ำ” ยัง LIMITED

ถ้าอยากรู้จริงๆ พี่อเล็กซ์ เรนเดลล์ มีคำตอบให้
มาเป็นอาสาสมัคร TCP Spirit “พยาบาลลุ่มน้ำ” LIMITED EDITION
ปีนี้เราจะ “ชวนก๊วนไปแอ่วกว๊าน” กันที่จังหวัดพะเยา 13-15 พ.ย. นี้
ไปช่วยกันทำ THESIS บอกเล่าปัญหาให้กับคนเมืองที่ไม่ได้มา

สมัครค่ายได้ที่ www.tcp.com รับแค่ 60 คนเท่านั้น

มาร่วมหาคำตอบกันว่า ชาวบ้านที่นี่แก้ปัญหาเรื่องน้ำ
ให้มีใช้ UNLIMITED ได้อย่างไร
ในสถานการณ์ที่ประเทศไทย เจอภัยแล้งมากที่สุดในรอบ 40 ปี
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ คือ ฝนตกลงมา 100 หยด
เรากักเก็บน้ำในอ่างขนาดใหญ่ ได้แค่ 5% เท่านั้น

#TCPGroup #TCPSpirit #พยาบาลลุ่มน้ำปี2

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
23/10/2020

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
เสด็จเปิดการประชุมหลักสูตรบริหารจัดการน้ำและจัดการภัยพิบัติ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา ในวันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563 (เป็นการส่วนพระองค์)

สืบเนื่องจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระดำริให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ดำเนินกิจกรรมด้านการเฝ้าระวังภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเหตุอุทกภัยและดินถล่ม เพื่อป้องกันและบรรเทาความสูญเสียอันเกิดจากเหตุอุทกภัยแก่ราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยจัดให้มีระบบการเตือนภัยล่วงหน้าและการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน รวมทั้งสร้างศักยภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้มีองค์ความรู้ ความพร้อม และความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ที่ผ่านมา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายของมูลนิธิฯ ในการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ เพื่อประโยชน์ในการติดตามปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำ และได้จัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งหมด 20 เครือข่าย ทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังภัย การเตือนภัยและอพยพกรณีประสบภัยพิบัติ และการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยมูลนิธิ ฯ ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน และเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ให้มีความพร้อมในการเผชิญเหตุ และสามารถบริหารจัดการสถานการณ์เมื่อประสบเหตุภัยพิบัติได้ มูลนิธิฯ จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายของมูลนิธิฯ ได้แก่ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดให้มีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครจัดการภัยพิบัติ เป็นระยะเวลา 2 วัน ให้แก่เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมตามหลักสูตรจำนวน 140 คน เพื่อพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนฯ ให้รับทราบถึงสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ การปฏิบัติตนเป็นอาสาสมัครจัดการภัยพิบัติ และให้สามารถปฏิบัติด้านการเฝ้าระวังภัย การเตือนภัย และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) โดยผู้แทนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติฯ จะทำหน้าที่ประสานดูแล และถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชนในพื้นที่ ให้คนในชุมชนช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน

#เพื่อนพึ่งภาฯยามยาก
#แบ่งปันพอเพียงยั่งยืน

๒๓ ตุลาคมวันปิยมหาราชขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรร...
23/10/2020

๒๓ ตุลาคม
วันปิยมหาราช
ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)

วันที่ 20-22 ตุลาคม 2563 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัท ที.ซี.ฟาร์มา...
22/10/2020

วันที่ 20-22 ตุลาคม 2563 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด และเครือข่ายการบริหารจัดการน้ำชุมชนตำบลบ้านตุ่น ร่วมลงพื้นที่วางแผน เก็บข้อมูล ในกิจกรรม CSR ร่วมกับกลุ่มจิตอาสาประมาณ 200คน เพื่อสร้างการร่วมฟื้นฟูแหล่งน้ำและทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่บ้านตุ่น
โดยมีกิจกรรมหลักที่ผู้ร่วมกิจกรรมจะทำร่วมกันคือ
-ลอกลำเหมืองไส้ไก่ห้วยตุ่น
-ปลูกแฝก เสริมไม้ท้องถิ่นสระจำต้นร้อง
-เดินสำรวจป่าต้นน้ำอ่างห้วยตุ่นและเรียนรู้ระบบการพยาบาลป่าต้นน้ำ
-ฟื้นฟูถังสำรองน้ำเพื่ออุปโภคบ้านหม้อ

อเล็กซ์ เรนเดลล์ TCP Spirit Brand Ambassador ให้ความเห็นว่าการให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องน้ำเป็นเรื่องต้นๆที่ต้องให้ความสำคัญ ผมเริ่มมาทำงานพัฒนาน้ำในภาคเหนือมากขึ้นในช่วงนี้ เช่นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แล้วครั้งนี้ที่ จ.พะเยา เป็นจังหวัดมี่มีต้นทุนทั้งป่าและน้ำที่สมบูรณ์และสวย เราจึงอยากให้คนที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้เข้าใจถึงความสำคัญของน้ำ ป่าที่หล่อเลี้ยงคนพะเยาที่ไหลรวมกันเรียกว่า "กว๊านพะเยา" ร่วมกับคนในพื้นที่ที่เขาพยายามรักษาต้นน้ำ
ซึ่งนอกจากได้ทำงานที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนแล้ว กลุ่มจิตอาสาก็จะได้ทั้งความสนุกเข้าใจวิถีชีวิตของคนพะเยา

พ่อหลวงถาวรใจบาน อดีตผญบ. ม.9. บ้านเหล่า กล่าวว่ามีหลายอย่างที่บ้านตุ่นกำลังเสริมให้เกิดความยั่งยืนในเรื่องน้ำเมื่อหน่วยงานที่เข้ามาทำให้ ชุมชนก็จะร่วมทำและอธิบายการบริหารจัดการน้ำทรัพยากรป่าตามภูมิสังคมและภูมิประเทศ
ซึ่งที่ผ่านมาชุมชนก็ดำเนินงานเรื่องน้ำกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) (สสน.)จัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้วางแผนจัดการทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งก็สามารถแก้ปัญหาในเรื่องน้ำอุปโภค บริโภคและเกษตรในพื้นที่ได้มาก แต่การเติมเต็มให้เกิดความยั่งยืน

โดยกิจกรรม CSRในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 ณ ชุมชนบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

ศอ.บต. เดินหน้า เชื่อมโยง ขับเคลื่อนกลไกสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการน้ำชายแดนภาคใต้สู่ความยั่งยืน-----------------------...
22/10/2020

ศอ.บต. เดินหน้า เชื่อมโยง ขับเคลื่อนกลไกสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการน้ำชายแดนภาคใต้สู่ความยั่งยืน
------------------------------------------
21-22 ตุลาคม 2563 สสน. ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์น้ำด้วยระบบสารสนเทศจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ณ ห้องประชุมปัญจเพชร ชั้น 3 อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา โดยมี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งการอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานของ "ศูนย์สารสนเทศการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดชายแดนภาคใต้" ให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมกับเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชายแดนภาคใต้ ภายใต้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

ศอ.บต. ร่วมกับ สสน. เตรียมดำเนินการจัดตั้ง “ศูนย์สารสนเทศการบริหารจัดการน้ำจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามสถานการณ์น้ำและวิเคราะห์ข้อมูลสนับสนุนแผนพัฒนาในภาวะปกติ ส่วนในภาวะเกิดเหตุอุทกภัยร้ายแรง ศูนย์ฯ แห่งนี้จะทำหน้าที่ อำนวยการ ประสาน เสริมการทำงานของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ แจ้งเตือนสถานการณ์ ร่วมเตรียมรับมือ บริหารจัดการ และฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างทันท่วงที และไม่เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตโดยปกติ

สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมประกอบไปด้วยบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 33 คน ร่วมเรียนรู้การใช้ข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ พร้อมทั้งฝึกจัดทำรายงานสถานการณ์น้ำ และการนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุม เพื่อวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์น้ำ สามารถวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความร่วมมือทั้งภาครัฐ และชุมชน นำไปสู่การร่วมขับเคลื่อนการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต ลดภัยพิบัติ สร้างความยั่งยืนด้านน้ำในพื้นที่ต่อไป

สถานการณ์น้ำ วันที่ 22 ตุลาคม 2563#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน
22/10/2020

สถานการณ์น้ำ วันที่ 22 ตุลาคม 2563
#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน

Urban Creature
22/10/2020

Urban Creature

ปี 63 เป็นปีที่คนไทยเจอศึกหนัก นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่มีวิกฤตโควิด-19 ควบคู่มากับภัยแล้งรุนแรง พอเข้าหน้าร้อนก็เริ่มมีฝนตกจากพายุฤดูร้อนซึ่งมาบรรเทาภัยแล้งได้บ้าง จนกระทั่งเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ พายุหลายลูกถาโถมเข้ามาไม่หยุด ทำให้หลายพื้นที่ในภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่เสียหายหนักสุด
.
แม้ขณะนี้ฝนเริ่มน้อยลงแล้วเตรียมเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว โดยวันที่ 20 - 24 ต.ค. ภาคเหนือและอีสาน อุณหภูมิจะลดลง 1 - 3 องศาเซลเซียส ทำให้มีอากาศเย็น แต่บางพื้นที่ในภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนัก โดยคาดว่ายังเหลือพายุอีกประมาณ 5 ลูก ทำให้ฝนตกยาวไปถึงเดือน พ.ย.
.
• แล้งต่อเนื่องยาวนาน

ย้อนดูช่วงต้นปี ไทยเกิดภัยแล้งรุนแรง ซึ่งเป็นผลจากปี 62 ที่เกิดปรากฏการณ์ ‘เอลนีโญ’ ส่งผลให้ฤดูร้อนยาวนานกว่าปกติ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 28.1 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในรอบ 69 ปี (พ.ศ. 2494 - 2562) เกิดไฟป่าได้ง่าย อีกทั้งฤดูฝนล่าช้ากว่าปกติ ทิ้งช่วงอยู่นาน 2 เดือน (มิ.ย. - ก.ค.) และมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 10% ทำให้น้ำในเขื่อนมากกว่า 10 แห่ง มีปริมาณน้อยเข้าขั้นวิกฤตซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี
.
• ยิ่งเเล้งยิ่งท่วมหนัก

หลายคนสงสัยว่าน้ำแล้งกับน้ำท่วมสัมพันธ์กันอย่างไร สามารถอธิบายได้ด้วยปรากฏการณ์ ‘เอลนีโญ VS ลานีญา’ ขั้วตรงข้ามของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ําและการไหลเวียนของกระแสน้ําในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนฉับพลันในประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตรรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หรือสภาวะเดี๋ยวแล้ง เดี๋ยวฝน อย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งตามวัฏจักรของน้ำจะเกิดน้ำท่วมหนักหากเกิดการเเห้งเเล้งที่ยาวนาน คือเมื่อเอลนีโญไป ลานีญาก็พาฝนกลับมา
.
จากการเฝ้าระวังปรากฎการณ์เอลนีโญ/ลานีญา ของกรมอุตุนิยมวิทยา ลงวันที่ 23 ก.ย. 63 ระบุว่า ปัจจุบันเข้าสู่ภาวะ ‘ลานีญา’ แล้ว เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติและแบบจำลองเชิงพลวัตแล้ว คาดว่าปรากฎการณ์ลานีญาจะต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 64 จากนั้น มีความน่าจะเป็นร้อยละ 50 ที่จะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. 64 ส่งผลให้ช่วงเดือน ก.ย. - พ.ย. 63 ปริมาณฝนของไทยจะมีค่าสูงกว่าค่าปกติโดยเฉพาะบริเวณภาคใต้
.
• โลกร้อน = อากาศแปรปรวน

จากสถิติ ทุกๆ 2 - 7 ปี เอลนีโญและลานีญาจะเกิดขึ้นสักครั้ง แต่ในปัจจุบันเอลนีโญและลานีญามีความผันผวนรุนแรงคือช่วงระยะเวลาที่เกิดถี่ขึ้น บางปีอาจเกิดสลับกัน ซึ่งสภาวะอากาศที่รุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกและมีแนวโน้มจะเกิดมากขึ้น ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากภาวะโลกร้อน
.
เนื่องจากความร้อนส่วนใหญ่จะถูกกักเก็บไว้ในมหาสมุทร และจะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของการไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทรและกระแสอากาศในชั้นบรรยากาศ ทำให้ปรากฏการณ์ธรรมชาติมีรูปแบบการเกิดที่เปลี่ยนไป ทั้งในแง่ของความรุนแรงและระยะเวลา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบในรูปของภัยธรรมชาติ ตลอดจนความผันแปรของฤดูกาลดังที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน
.
• ฝนตกหนัก แต่ไม่มีน้ำกักเก็บ

จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนี้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกกระจุกตัวบางพื้นที่ ไม่กระจายทั่วพื้นที่อย่างเมื่อก่อนบางพื้นที่แล้งตลอดปี ดังนั้น แม้ฝนจะตกหนักก็เก็บกักได้เพียง 60% ตามแหล่งรองรับน้ำที่มีหรือเรียกว่า ‘ฝนตกใต้เขื่อน’
.
ส่วนน้ำฝนอีก 40% ก็ต้องปล่อยจากพื้นที่สูงไหลลงพื้นที่ต่ำ ซึ่งการตัดไม้ทำลายป่าและการก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ กลายเป็นปัจจัยให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ที่เคยเป็นพื้นที่รองรับน้ำหรือพื้นที่ไหลผ่านของน้ำ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากหรือน้ำท่วมฉับพลัน
.
การวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด ในการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมและปัญหาการขาดแคลนน้ำ ที่ส่งผลกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศ
.
Sources : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.)
กรุงเทพธุรกิจ | https://bit.ly/3dQNcrq
WorkpointTODAY | https://bit.ly/3m6p7j2
มติชนออนไลน์ | https://bit.ly/3o7nROx
ไทยรัฐออนไลน์ | https://bit.ly/3dME9Yy , https://bit.ly/3kidsx1
กรมอุตุนิยมวิทยา | https://bit.ly/3dJ8mHH
RYT9 | https://bit.ly/3mbBquJ

#thaiwater
21/10/2020

#thaiwater

#พายุโซนร้อนโซเดล จ่อถล่มไทย 25-26 ต.ค. นี้ หลังจากเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามแล้ว #คาดว่า พายุลูกนี้จะเข้าใกล้ภาคอีสานขึ้นไปทางลาว ทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล และจะฝนตกหนักในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี อีกด้วย

🌪แต่พายุจะลดความรุนแรงเมื่อเจออากาศเย็น ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา บอกว่า วันที่ 22-26 ต.ค. ภาคเหนือ อีสาน กลาง อุณหภูมิจะลดลง 4 องศา

#BackboneMCOT

21/10/2020
สถานการณ์น้ำ วันที่ 21 ตุลาคม 2563#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน
21/10/2020

สถานการณ์น้ำ วันที่ 21 ตุลาคม 2563
#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน

#thaiwater
20/10/2020

#thaiwater

สรุปสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 20 ตุลาคม 63 จากระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ โดย สสน.
.
เฝ้าระวัง น้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่จากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริเวณลุ่มน้ำมูลเนื่องจากระดับน้ำที่ต้นน้ำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “นังกา” (NANGKA) ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบนในช่วง...
20/10/2020

จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “นังกา” (NANGKA) ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบนในช่วงต้นสัปดาห์ และอิทธิพลจากพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ร่วมกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคใต้ ทะเลอันดามัน และอ่าวไทยในช่วงปลายสัปดาห์

ส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลากในช่วงวันที่ 13-19 ต.ค. 63 จำนวนทั้งสิ้น 26 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สระแก้ว ชัยนาท สิงห์บุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง อุทัยธานี สมุทรสาคร กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ ตรัง สตูล และสงขลา

ทั้งนี้สามารถดูรายงานเก่าๆ ย้อนหลังได้ที่ http://www.thaiwater.net/thaiwater_l5/public/archive_report

#ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #HII #สสน

สถานการณ์น้ำ วันที่ 20 ตุลาคม 2563#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน
20/10/2020

สถานการณ์น้ำ วันที่ 20 ตุลาคม 2563
#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน

#thaiwater
19/10/2020

#thaiwater

สรุปสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 19 ตุลาคม 63 จากระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ โดย สสน.

สถานการณ์น้ำ วันที่ 19 ตุลาคม 2563#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน
19/10/2020

สถานการณ์น้ำ วันที่ 19 ตุลาคม 2563
#น้ำ #น้ำในเขื่อน #เเล้ง #ThaiWater #คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ #สสน

18/10/2020
Backbone MCOT

มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) จัดโครงการพี่นำน้องรักษ์น้ำ ตามแนวพระราชดำริ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก และให้ความรู้พื้นฐาน เพื่อให้เยาวชนร่วมกันอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรน้ำอย่างจริงจังและเกิดความยั่งยืน

ถ้าไม่มีน้ำ จะเป็นอย่างไร ????

"พี่นำน้องรักษ์น้ำ" ปลูกฝังจิตสำนึกและให้ความรู้พื้นฐาน เพื่อให้เยาวชนร่วมกันอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรน้ำอย่างจริงจังและเกิดความยั่งยืน โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

#น้ำคือชีวิต #อุทกพัฒน์ #สสน #พี่นำน้องรักษ์น้ำ #ตามรอยพ่อ

"อุทกพัฒน์ฯ , สสน. และ SCG จับมือถอดบทเรียนการใช้น้ำหมุนเวียน ผ่านวิกฤตด้านน้ำ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง พัฒ...
17/10/2020

"อุทกพัฒน์ฯ , สสน. และ SCG จับมือถอดบทเรียนการใช้น้ำหมุนเวียน ผ่านวิกฤตด้านน้ำ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"

วันที่ 15 ตุลาคม 2563 บริษัท เอสซีจี ร่วมกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม SD Symposium 2020 Pre-session : Water Reuse Management ถอดบทเรียนการใช้น้ำซ้ำและการบริหารจัดการน้ำเพื่อผ่านวิกฤตน้ำ จากตัวอย่างความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท เอสซีจี

ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า 4 ปีต่อจากนี้ ฝนจะน้อยลงและจะเข้าสู่ภาวะแล้งสะสม ซึ่งปริมาณน้ำในเขื่อนหลักของประเทศมีปริมาณน้อยมาก จากร้อยละ 30 ที่ต้องเก็บน้ำไว้เพื่อรักษาระบบนิเวศ จากดัชนีตัวนี้จึงทำให้ผู้ใช้น้ำทั้งประเทศต้องตระหนักในเรื่องของการบริหารจัดการ เพราะในอนาคตเราอาจจะต้องเผชิญกับภาวะแล้งสะสมที่มีระยะยาวนานมากขึ้น ดังนั้นการที่จะสามารถอยู่รอดได้ในปรากฏการณ์ที่น้ำมีน้อย อาจจะต้องร่วมกันบริหารจัดการ และในช่วงฤดูที่มีพายุ มีฝนเข้ามาอาจจะต้องเก็บน้ำไว้ให้มากที่สุด จึงจะผ่านพ้นภาวะวิกฤตภัยแล้งในแต่ละพื้นที่ไปได้

ดร.รอยล จิตดอน ประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ อธิบายถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า ในการถอดบทเรียนเรื่องน้ำและการติดตามสถานการณ์สภาวะภูมิอากาศของประเทศมีความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันภาวะของฝนและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้ปริมาณน้ำรวมของแต่ละพื้นที่ไม่เพียงพอในแต่ละด้าน ทั้งภาคเกษตรอุปโภคและบริโภค ดังนั้นโครงการที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ บริษัท เอสซีจี ร่วมกันดำเนินงาน จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำและการใช้น้ำซ้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยน้อมนำแนวพระราชดำริในการบริหารจัดการน้ำมาใช้ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และกลไกสำคัญที่จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งสะสมไปได้คือชุมชนมีความ "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"

ด้านนางวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวย การ Enterprise Brand Management Office เอสซีจี สรุปว่า ในกิจกรรมการถอดบทเรียนในเวทีการบริหารจัดการน้ำโดยการใช้น้ำซ้ำที่ร่วมกับทั้งผู้ใช้น้ำที่เป็นเครือข่ายการจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำของชุมชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เข้าร่วมถอดบทเรียน จะเป็นการสร้างความร่วมมือและเรียนรู้ร่วมกันเพื่อนำตัวอย่างและการบริหารจัดการที่สำเร็จ มาใช้แก้ไขปัญหาน้ำแล้งน้ำหลาก ซึ่งกิจกรรมนี้ เกิดจากการต่อยอดจากโครงการ “เอสซีจีร้อยใจ 108 ชุมชน รอดภัยแล้ง” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเอสซีจีครบรอบ 108 ปี ในปี 2564 สนับสนุนให้ชุมชนลุกขึ้นแก้ปัญหาภัยแล้งด้วยตนเองตามแนวพระราชดำริ

โดยเวทีในการถอดบทเรียนทั้งหมดจะมี 3 ครั้ง คือวันที่ 15 ตุลาคม 28 ตุลาคม และมีกิจกรรมใหญ่ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 โดยความร่วมมือของ เอสซีจี, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่บริษัทเอสซีจี กรุงเทพฯ

.......
ขอบคุณข่าวและภาพ @Panya Waterlife

#thaiwater
14/10/2020

#thaiwater

รายงานสถานการณ์น้ำเขื่อนต่าง ๆ ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 63 จากระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ โดย สสน.
.
#BackboneMCOT

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
14/10/2020

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กมอ.มีมติยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาทุกปริญญา เรียนไม่จบไม่ต้องถูกรีไทร์

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ห้องประชุมวิจิตร ศรีสอ้าน อาคารการอุดมศึกษา มีการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา(กมอ.) ที่มี ศ.(เกียรติคุณ) ดร.กิตติชัย วัฒนานิกร เป็นประธาน มีวาระสำคัญ คือ การเสนอให้ยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละระดับปริญญา กรณีกำหนดให้สำเร็จการศึกษาได้ไม่เกินกี่ปีการศึกษา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วใมงจึงเสร็จสิ้น จากนั้น ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล เลขานุการ กมอ. เปิดเผยว่า กมอ.ได้มีมติให้ยกเลิกการกำหนดระยะเวลาการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละระดับปริญญา กรณีกำหนดให้สำเร็จการศึกษาได้ไม่เกินกี่ปีการศึกษา ทั้งนี้ ให้สภาสถาบันกำกับดูแลให้บัณฑิตมีผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ทันสมัยและสอดคล้องตามมาตรฐานทางวิชาการและวิชาชีพที่เป็นปัจจุบันขณะสำเร็จการศึกษา อย่างไรก็ตามเนื่องจากการยกเลิกดังกล่าวเป็นการยกเลิกข้อกำหนดในเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร ดังนั้น ให้หารือคณะอนุ กรรมการด้านกฎหมายว่า กมอ.สามารถพิจารณาโดยใช้อำนาจตามข้อ 17 แห่งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี และ ข้อ 18 แห่งเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาได้หรือไม่ หรือจะมีแนวทางอื่นใดในการดำเนินการดังกล่าว

เลขาฯ กมอ.กล่าวต่อว่า การยกเลิกดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาฯ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในการเรียนรู้องค์ความรู้และทักษะใหม่ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาในระดับอุดม ศึกษาทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปริญญาตรี ที่แต่เดิมหากเรียนไม่จบภายในกำหนดคือ 8 ปี จะถูกรีไทร์ หรือ ถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ให้ยกเลิกการรีไทร์ เช่นเดียวกับระดับปริญญาโท ที่ให้กำหนดระยะเวลาเรียนไม่เกิน 5 ปี และ ปริญญาเอก ที่ให้กำหนดระยะเวลาเรียนไม่เกิน 6 ปี โดยให้สามารถเรียนต่อได้เลย หากไม่จบการศึกษาในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ กมอ. จะให้อำนาจสภามหาวิทยาลัยของแต่ละมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน สามารถกำหนดเกณฑ์ระยะเวลาได้เองให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวทางของแต่ละมหาวิทยาลัย

“หลังยกเลิกการกำหนดเกณฑ์แล้ว นักศึกษา สามารถเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย โดยไม่ต้องพะวงกับการถูกรีไทร์ เพราะการเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยจะช่วยในเรื่องการพัฒนาทักษะ ความชำนาญ ประสบการณ์การทำงาน” ศ.ดร.ศุภชัยกล่าว

#MHESI
#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

ที่อยู่

Hydro - Informatics Institute (HAII), เลขที่ 901 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เบอร์โทรศัพท์

+66 (0)2 158 0901

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ - องค์การมหาชนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ - องค์การมหาชน:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

งานเมืองทอง
Dear Prof./Dr., We welcome your participation in SEGT 2019 Conference, Bangkok, Thailand. The SEGT 2019 Conference is supported and promoted in International Journal of Energy Research, IJER and International Journal of Hydrogen Energy, IJHE Journal Websites . https://onlinelibrary.wiley.com/journal/1099114x https://www.journals.elsevier.com/international-journal-of-hydrogen-energy/conferences The SEGT 2019: IOP-EES Conference Proceedings will be published in 1st Quarter 2020 : https://iopscience.iop.org/journal/1742-6596/page/Forthcoming_volumes#tab3 The SEGT 2019 Conference is also supported by International Association for Hydrogen Energy (IAHE). http://www.iahe.org/conferences.asp Also, we are pleased to announce that the SEGT 2019 Advisory Chair and the Editor-in-Chief of International Journal of Energy Research, Prof. Ibrahim Dincer will conduct the “How to write and publish effectively?” Workshop on 11/DEC/2019. The registration of this workshop is free for SEGT 2019 participants and it is based on a first-come, first-served basis (tentatively for first 100 registered participants) .
รัฐควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง
น้ำท่วมนาข้าวในบริเวณใกล้ หนองกก - หนองนลาดกื่
#แสงซินโครตรอน สุดยอดค่า
ช่วยติดกล้อง live ที่ระดับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำให้ประชาชนดูด้วยได้ไหมครับ ยังไงก็จะ 4.0 กันแล้ว