ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ การปฏิบัติ​การทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม
(9)

เปิดเหมือนปกติ

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ's cover photo
18/12/2020

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ's cover photo

ประกาศรับสมัครกำลังพลช่วยราชการ (เพิ่มเติม)ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหารเปิดรับสมัครกำลังพลช่วย...
10/12/2020

ประกาศรับสมัครกำลังพลช่วยราชการ (เพิ่มเติม)

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร
เปิดรับสมัครกำลังพลช่วยราชการ ประจำปีงบประมาณ 2564 (เพิ่มเติม)

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://drive.google.com/drive/folders/19LWIE2oL5umGDMQSKdTjWo7xlozr1Nko?usp=sharing

ตั้งแต่บัดนี้ - 27 ธันวาคม 2563 เวลา 0900

05/12/2020
26/11/2020
พิธีประกาศความสำเร็จในการปรับลดทุ่นระเบิดในประเทศไทย | 25 พ.ย. 2563

https://www.youtube.com/watch?v=_8y6vXUI_v4

ติดตามรายการ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 น. และ 18.00 น. ทาง ช่อง 5 กดหม.....

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.30 กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร ร...
25/11/2020

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.30 กองบัญชาการกองทัพไทย โดย ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมองค์การระหว่างประเทศ จัดพิธีประกาศความสำเร็จในการปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดใน 4 จังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดชุมพร และจังหวัดจันทบุรี โดยมี พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหาร
และ นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีร่วมกัน พร้อมด้วยคณะทูตประเทศที่ให้การสนับสนุนการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศ ภาคประชาสังคมด้านการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ วิเทศสโมสร (ส่วนที่ 3) กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา
ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้ดำเนินการสำรวจและเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ตกค้างจากการสู้รบในสมรภูมิต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 20 ปี ตามพันธกรณีที่ได้ให้สัตยาบันไว้ต่ออนุสัญญาว่าด้วยการ ห้ามใช้ สะสม ผลิต โอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล การสำรวจผลกระทบจากทุ่นระเบิดทั่วประเทศ ใน พ.ศ.2543 พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิด 531 ชุมชน ใน 27 จังหวัด รวมเป็นพื้นที่ถึง 2,557 ตารางกิโลเมตร มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่าห้าแสนคน การปฏิบัติงานในห้วง 10 ปีแรก ทำให้พื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดคงเหลือ 18 จังหวัด ประเทศไทยได้ขอขยายเวลาเก็บกู้ทุ่นระเบิดฯ ครั้งที่ 1 เป็นเวลา 9 ปี 6 เดือนเราได้ปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานโดยนำการปรับลดพื้นที่อันตรายแบบ Land Release มาใช้ ซึ่งเน้นการสำรวจรวบรวมข้อมูลข่าวสารพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิด เพื่อระบุขอบเขตพื้นที่ที่มีทุ่นระเบิดอย่างชัดเจน ทำให้พื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดคงเหลือ 11 จังหวัด จากนั้นประเทศไทยได้ขอขยายเวลาการเก็บกู้ทุ่นระเบิดฯ ครั้งที่ 2 เป็นเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2562 – 2566)
การปฏิบัติงานในห้วงปี 62 - 63 ที่ผ่านมา เป็นการปฏิบัติงานในขั้นที่ 1 ของแผนปฏิบัติงาน 5 ปี เป้าหมายคือการเข้าสำรวจพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดครบทุกพื้นที่ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมทั้ง 5 หน่วย และองค์กรปฏิบัติการทุ่นระเบิดภาคเอกชน ได้ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังตามกรอบงานที่ได้รับมอบ การปฏิบัติภารกิจดังกล่าวต้องเผชิญกับความยากลำบาก และเสี่ยงอันตรายมากขึ้นเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีสภาพเป็นป่ารกทึบบนเขาสูงชัน จนประสบความสำเร็จ สามารถปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดได้ 299 ตารางกิโลเมตร และสามารถประกาศพื้นที่ปลอดจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเพิ่มขึ้นอีก 4 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดชุมพร และจังหวัดจันทบุรี ซึ่งปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จนอกจากการสนับสนุนภารกิจอย่างเต็มที่ของ กองทัพบก กองทัพเรือ และการบูรณาการอย่างประสานสอดคล้องจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมภาคเอกชน ได้แก่ องค์การความช่วยเหลือจากประชาชนนอร์เวย์ สมาคมผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดพลเรือนไทย และมูลนิธิโกลเดนเวสต์เพื่อมนุษยธรรม
สำหรับการปฏิบัติงานในห้วงปี 2564 – 2566 เป็นการปฏิบัติงานในขั้นที่ 2 ของแผนปฏิบัติงาน 5 ปี ในพื้นที่อันตราย 62 ตารางกิโลเมตร ใน 7 จังหวัด โดยมีแผนปลดปล่อยพื้นที่ปลอดจากทุ่นระเบิดตามลำดับคือ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2564 จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดพิษณุโลก ในปี 2565 อีก 3 จังหวัดที่เหลือ คือ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดตราด ในปี 2566
การจัดกิจกรรมประกาศความสำเร็จในการปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดในประเทศไทย ในวันนี้เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาที่เห็นว่าทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เป็นอาวุธที่มีอันตรายต่อมนุษยชาติ สมควรที่ทุกประเทศจะร่วมมือกันกำจัดให้หมดไปโดยเร็ว ดังแนวคิดที่ว่า “หนึ่งทุ่นระเบิดที่เก็บกู้ได้ สามารถช่วยหนึ่งครอบครัวผู้บริสุทธิ์ให้มีความปลอดภัย” (One Mine Cleared , One Family Saved) พื้นที่ปลอดภัยจากทุ่นระเบิดนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ประเทศไทยยินดีรับความร่วมมือและความช่วยเหลือจากมิตรประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้หมดไปจากประเทศไทยภายในกำหนดเวลา

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ's cover photo
01/08/2020

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ's cover photo

เมื่อ 210940 ก.ค. 63พล.ท.สิทธิพล นิ่มนวล ผอ.ศทช. และคณะฯ พร้อมด้วย พล.ท.วิชา ไผ่เกาะ หน.คณะทำงานติดตามและขับเคลื่อน​ตามน...
31/07/2020

เมื่อ 210940 ก.ค. 63
พล.ท.สิทธิพล นิ่มนวล ผอ.ศทช. และคณะฯ พร้อมด้วย พล.ท.วิชา ไผ่เกาะ หน.คณะทำงานติดตามและขับเคลื่อน​ตามนโยบาย​ของ​ ผบ.ทสส. เดินทางตรวจเยี่ยม นปท.2 ฟังบรรยายสรุป​การปฏิบัติ​งาน​ที่ผ่านมา​ ณ ห้องประชุม นปท.2/นปท.ทร.

และเมื่อ 211100 ก.ค. 63 ผอ.ศทช. และคณะฯ พร้อมด้วย พมจ.จันทบุรี​ พร้อมส่วนราชการในพื้นที่ ลงพื้นที่เยี่ยม นาย จตุพล รัตนพันธ์​ ผู้ประสบภัย​จากทุ่นระเบิดสูญเสีย​ขาขาวขาดใต้เข่า พร้อมมอบเครื่องอุปโภค​บริโภค​ ณ บ้านเลขที่ 7/1 ม.3 ต.บึงชนังกลาง อ.โป่ง​น้ํ้ำร้อน​ จันทบุรี

"...ฉันต้องไปเพราะเป็นหน้าที่ของทหาร..."องค์จอมทัพไทย กษัตริย์นักรบ...ยุทธการภูขวาง ที่บ้านหมากแข้ง จ.เลย  น้อมรำลึกถึงว...
28/07/2020

"...ฉันต้องไปเพราะเป็นหน้าที่ของทหาร..."

องค์จอมทัพไทย กษัตริย์นักรบ...
ยุทธการภูขวาง ที่บ้านหมากแข้ง จ.เลย

น้อมรำลึกถึงวีรกรรมอันหาญกล้า สมความเป็นทหาร และยังสมกับที่คนไทยโชคดีที่มีองค์ราชันย์เป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร"

นับย้อนไปในช่วงปี 2511 ที่เมืองไทยมีการสู้รบกับ “ลัทธิคอมมิวนิสต์” หลายพื้นที่เต็มไปกลิ่นอายแห่งสงครามนานหลายปี โดยเฉพาะรอยต่อครอบคลุม อ.หล่มสัก และ หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์, อ.ด่านซ้าย และ นาแห้ว จ.เลย รวมถึง อ.นครไทย และชาติตระการ จ.พิษณุโลก

กระทั่งวันที่ 20 พฤศจิกายน 2511 ที่เรียกกันว่า “วันเสียงปืนแตก” ที่บ้านห้วยทรายใต้ อ.นครไทย ตั้งแต่บัดนั้นมา ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ปฏิบัติการอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งซุ่มยิง โจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และลอบยิงราษฎรได้รับบาดเจ็บล้มตายอยู่ตลอดเวลา

และที่ “บ้านหมากแข้ง” ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย นับว่าเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วย ผกค. แห่งหนึ่ง

จนกระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน 2519 ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีรับสั่งให้ ร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร(พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงไปบัญชาการรบเองด้วยพระองค์เอง

โดยข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ทหาร กองทัพภาคที่ 3 เล่าย้อนรอยถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า

พระองค์ได้เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปฐานปฏิบัติการบ้านห้วยมุ่น ที่นี่ พระองค์มีรับสั่งกับ พล.ท.สมศักดิ์ ปัญจมานนท์ แม่ทัพภาคที่ 3 (ในขณะนั้น) ด้วยพระสุรเสียงอันหนักแน่นว่า…

“จะต้องไปแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นให้ได้”

และแม้ว่า แม่ทัพภาคที่ 3 จะกราบบังคมทูลทัดทาน เนื่องจากสถานการณ์ขณะนั้นไม่น่าไว้วางใจ แต่พระองค์ก็ทรงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า…

“ชักช้าไม่ได้ ต้องไปแก้ไขให้ได้ในวันนี้ และเดี๋ยวนี้”

จากนั้นเวลา 15.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง มีรับสั่งให้นักบินนำเครื่องมุ่งตรงไปยังฐานบ้านหมากแข้งทันที

แต่ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังจะร่อนลง ยังไม่ทันที่สกี (ฐานเฮลิคอปเตอร์) จะแตะพื้น (บางแหล่งระบุว่า ฝ่ายผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงมาอย่างไม่ขาดสายจน ฮ.ไม่สามารถลงจอดได้)

วินาทีนั้นเอง พระองค์ทรงกระโดดลงมาทันทีจากความสูงประมาณ 12 เมตร แล้ววิ่ง “ฝ่ากระสุน” ที่ปลิวว่อนไปมาอย่างกล้าหาญ

เมื่อทรงถึงที่มั่น พระองค์ก็ได้ทรงบัญชาการรบทันที โดยรับสั่งให้ทหารตามเสด็จ แยกย้ายกันนำทหารยิงโต้ตอบผู้ก่อการร้าย และยังมีคำสั่งให้ปืนใหญ่จาก “ฐานบ้านห้วยมุ่น” ยิงถล่มผู้ก่อการร้ายอีกด้วย

กระทั่งเวลา 16.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงทรงบัญชาการให้ชุดปฏิบัติการออก “ลาดตระเวน” พิสูจน์ทราบ โดยทรงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดด้วยพระองค์เอง ทั้งๆ ที่แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กราบบังคมทูลทัดทาน ด้วยเกรงว่าจะทรงเป็นอันตราย แต่พระองค์มีรับสั่งว่า…

“ฉันต้องไปเพราะว่าเป็นหน้าที่ของทหาร”

ความมีน้ำพระราชหฤทัยเด็ดเดี่ยวที่ทรงนำหน้าทหารบุกตะลุยไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย ท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว แต่พระองค์ไม่ได้ทรงหวั่นเกรงแต่ประการใด อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ในที่สุด ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ต้องล่าถอยไปก็เป็นได้

ในที่สุด เมื่อทรงฝ่าดงระเบิดและกระสุนไปถึงหมู่บ้านหมากแข้ง ทรงไม่รอช้าเร่งเข้าฟื้นฟูขวัญกำลังใจแก่ราษฎรทันที พร้อมกับทรงขอให้ราษฎรทุกคนเชื่อมั่นว่า “ทหารจะคุ้มครองความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่”

หลังจากนั้นได้เสด็จฯ ไปยังบริเวณที่เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตก ทรงตรวจสภาพเฮลิคอปเตอร์อยู่เป็นเวลานาน

และต่อมาได้เสด็จฯ ไป “โรงเรียนบ้านหมากแข้ง” ที่เคยถูกผู้ก่อการร้ายปิดล้อมและยึดไว้ และฝ่ายรัฐยึดกลับคืนมาได้ เพื่อพระราชทานกำลังใจแก่ครูและนักเรียน

ตลอดวันนั้นพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจอย่างมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และยังได้พระราชทานคำแนะนำยุทธวิธีด้านต่างๆ ทั้งการลาดตระเวน พิสูจน์ทราบ วางกับระเบิด พลุสะดุด สัญญาณเตือนภัยต่างๆ ยุทธวิธีปฏิบัติการในพื้นที่ป่าเขา รวมทั้งได้ทรงกระทำเป็นตัวอย่าง

คืนนั้นพระองค์ได้ “ประทับแรม” ที่ฐานปฏิบัติการ โดยเข้าที่บรรทมเวลา 24.00 น. ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น พระองค์บรรทมในหลุมบุคคล ซึ่งมีความลึกประมาณ 2 ฟุต หลังคามุงด้วยหญ้าคา

และทรงมีแค่ “ผ้าปันโจ” ปูพื้น (ผ้าปูสำหรับการเดินป่า) และใช้เป้ทหารหนุนพระเศียร บรรทมในชุดเครื่องแบบสนามที่ทรงนำไปชุดเดียว โดยไม่มีเสื้อแจ๊กเกตฟิลด์ไว้ใส่กันหนาว หรือผ้าห่มแม้แต่ผืนเดียว

จนรุ่งเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน 2519 พระองค์เสด็จฯ ตรวจการวางกำลัง และทรงควบคุมการกู้กับระเบิดรอบฐาน และมีรับสั่งให้จัดกำลังออกพิสูจน์ทราบเส้นทาง และพื้นที่เนินเขาบริเวณหมู่บ้านอีกครั้ง

จนเมื่อพระราชทานวิธีรักษาการป้องกันฐานปฏิบัติการ และการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ราษฎรแล้ว จึงประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และเสด็จพระราชดำเนินกลับ

กระทั่งได้เสด็จพระราชดำเนินมาอีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2519 เพื่อตรวจผลการซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎร สร้างความปีติยินดีแก่ราษฎรเป็นอย่างยิ่ง

และราวกับปาฏิหาริย์บังเกิด การสู้รบอันยาวนานก็สิ้นสุดลงหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์ประกาศยอมแพ้ สงครามจึงสิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2525

ควรมิควรแล้วแต่พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ที่มา: ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ทหาร กองทัพภาคที่ 3

#องค์จอมทัพไทย
#ทรงพระเจริญ
#SMARTsoldiersstrongARMY
https://www.facebook.com/328146857869427/posts/580748862609224/

https://web.ocsc.go.th/forking/ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินขอเชิญชวนข้าราชการและประชาชนทั่วปร...
23/07/2020
สำนักงาน ก.พ. ขอเชิญร่วมถวายสัตย์ปฏิญาณฯ | ถวายสัตย์ปฎิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลัง

https://web.ocsc.go.th/forking/

ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

ขอเชิญชวนข้าราชการและประชาชนทั่วประเทศร่วมลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๓

   ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน สำนักงาน ก.พ. ขอเชิญชวนข้าราชการและประชาชน...

Thailand Mine Action Center released 29.7 sq.km. of Suspected Hazardous Areas (SHA) and Confirmed Hazardous Area (CHA) l...
22/07/2020

Thailand Mine Action Center released 29.7 sq.km. of Suspected Hazardous Areas (SHA) and Confirmed Hazardous Area (CHA) located in at Rueng-Phueng area, Dome-Pradit Sub-district, Nam-Yeun District, Ubon-Ratchatani. Approximate 1,800 landmines and UXO were recovered and disposed during the operation.

Lt. Gen. Sittipol Nimnuan, Director-General of Thailand Mine Action Center (TMAC), Military Command Center, Royal Thai Armed Forces Headquarters, accompanied by a working group assigned by the Chief of Defence Forces, visited to assess the operational readiness of the Humanitarian Mine Action Unit 3 (HMAU-3) and Thai Civilian Deminer Association (TDA) which are tasked to carry out Rueang-Phueng Operation 2020.

The objectives of a visit is to inspect and ensure the readiness of the personnel, equipment, helipad, transportation, and communication. The Director General of TMAC was also brief on the operational plan. Upon the visit, Director-General of TMAC gave a remark and suggestions to operators at the Border Area Development Center, Nam-Yeun district, Ubon-Ratchatani.

The Rueng-Phueng Operation 2020 aim was to release Suspected Hazardous Area (SHAs) at Rueng-Phueng area, Dome-Pradit Sub-district, Nam-Yeun District, Ubon-Ratchatani. The area used to be the battleground since 1985. The most prominent terrains known as ‘Hill 500’ located in Pa-Nom Dong-Rak Mountain was occupied by warring factions in 1985. After the battle had ended, a great number of mines and UXOs remain in the ground impacting the lives of Thai people who in the area.

Initially, there are 73 sq.km. of SHA which HMAU 3 and Thai Civilian Deminer Association (TDA) was able to release 43.4 sq.km. during Oct 2019 – June 2020. However, the 29.7 sq.km. of SHA were not left because of the extremely difficult terrain consist of steep mountains. The areas are virtually inaccessible via ground, even the operators are not able to walk to the destination. In addition, there are no cellular service and water source.
To release the rest of 29.7 sq.km., TMAC decided to undertake this operation. This effort involves multiple agencies to ensure its success by pooling the resource. Thailand Mine Action Center (TMAC), HMAU 3, and TDA as main humanitarian mine action body. The Royal Thai Army provide the necessary air transport to allow the staff and equipment to reach the SHAs while the Dom Pradhit Subdistrict Authority, as local authority, provide additional operation support where possible.

The integration between different units are paramount to the overall success. In particular, the effort will show Thailand’s commitment to the Mine Ban Treaty as well as allow the SHAs to be safely returned to the local community and authority.

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ's cover photo
10/07/2020

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ's cover photo

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563กองอำนวยการร่วมการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่รวงผึ้ง (กอร.ปทร.)  โดย น.ท.ศิวชัย ใจส...
24/06/2020

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563
กองอำนวยการร่วมการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่รวงผึ้ง (กอร.ปทร.) โดย น.ท.ศิวชัย ใจสุทธิ์ ร.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก นปท.3 ได้ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติการรวงผึ้ง ของ ศทช.ศบท. และให้ความรู้เกี่ยวกับภัยอันตรายจากทุ่นระเบิด แก่คณะครู กศน. ที่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมการป้องกันสาธารณภัยในสถานศึกษาจำนวน 33 คน และประชาชนที่เข้ามาติดต่อราชการ ณ อบต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 เวลา 1109ผอ.ศทช.ศบท. และคณะ เข้าพบ ผอ.กองสลากกินแบ่งรัฐบาล​ เพื่อขอบคุณที่กองสลากฯ ได้ให้กา...
23/06/2020

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 เวลา 1109
ผอ.ศทช.ศบท. และคณะ เข้าพบ ผอ.กองสลากกินแบ่งรัฐบาล​ เพื่อขอบคุณที่กองสลากฯ ได้ให้การสนับสนุนฯ ศทช.ศบท. และ ผอ.ศทช.ศบท.ได้มอบของที่ระลึกให้ ผอ.กองสลากฯ

ปฏิบัติการรวงผึ้ง 2020 โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่ง - ข่าวภูธร
23/06/2020
ปฏิบัติการรวงผึ้ง 2020 โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่ง - ข่าวภูธร

ปฏิบัติการรวงผึ้ง 2020 โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่ง - ข่าวภูธร

ปฏิบัติการรวงผึ้ง 2020 โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิ […]

23/06/2020
[LIVE] ทุ่นระเบิดสังหาร : เปิดปม (22 มิ.ย. 63)

[LIVE] ทุ่นระเบิดสังหาร : เปิดปม (22 มิ.ย. 63)

ประเทศไทยมีพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดสังหารกว่า 220 ล้านตารางเมตร หรือเทียบเท่าพื้นที่สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐ...

ตระเวนข่าว ภาค7
22/06/2020

ตระเวนข่าว ภาค7

ปฏิบัติการรวงผึ้ง 2020
โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 พลโท สิทธิพล นิ่มนวล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ
ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วยคณะทำงานติดตามและขับเคลื่อนตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้มาตรวจเยี่ยมความพร้อมของชุดปฏิบัติการรวงผึ้งจากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 (นปท.3)และ สมาคมผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดพลเรือนไทย
(Thai Civilian Deminer Association : TDA) ซึ่งมีหัวข้อการตรวจดังนี้ ความพร้อมด้านร่างกายตลอดจนอุปกรณ์ของชุดปฏิบัติงาน การลงจอดเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่รวงผึ้ง การบรรทุกสัมภาระที่ใช้ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ฯกับเฮลิคอปเตอร์ การติดต่อสื่อสารระหว่างเฮลิคอปเตอร์กับชุดปฏิบัติงาน และรับฟังการ
แถลงแผนการปฏิบัติของชุดปฏิบัติงานฯ ทั้งนี้ ผอ.ศทช.ฯ กล่าวให้โอวาทกำลังพลชุดปฏิบัติงานฯ
ณ ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
สำหรับปฏิบัติการรวงผึ้ง 2020 เป็นภารกิจในการปฏิบัติงานการปรับลดพื้นที่อันตรายต้องสงสัยว่ามีทุ่นระเบิด ณ พื้นที่รวงผึ้ง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นสมรภูมิรบในอดีต เนื่องจากประมาณ ปี พ.ศ. 2528 กองกำลังต่างชาติได้รุกล้ำอธิปไตยเข้ามาทางประเทศกัมพูชา ยึดภูมิประเทศที่สำคัญ คือ เนิน 500 ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรักในเขตประเทศไทย และได้มีการสู้รบกันเกิดขึ้น จากการสู้รบดังกล่าวทำให้ยังคงเหลือ ทุ่นระเบิดในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบเป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตของ
พี่น้องประชาชนในพื้น
ในปัจจุบัน หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 (นปท.3) ในความรับผิดชอบของ
กองพันทหารช่างที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 และสมาคมผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดพลเรือนไทย (Thai Civilian Deminer Association:TDA) ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่อันตรายฯ ณ พื้นที่รวงผึ้ง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน
จ.อุบลราชธานี ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 30 พื้นที่ ขนาด 43.4 ตร.กม. คงเหลือพื้นที่อันตรายฯ จำนวน
11 พื้นที่ ขนาด 29.7 ตร.กม. ยังไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจากการเข้าถึงยากลำบาก พื้นที่เป็นภูเขาสูง อยู่ห่างไกล ไม่มีเส้นทางรถยนต์ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และไม่มีแหล่งน้ำในพื้นที่ ยังเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำการสำรวจอีกประมาณ 30 ล้านตารางเมตร โดยปฏิบัติการในพื้นที่ใช้เวลา 30 วัน (16 มิถุนายน – 16 กรกฎาคม 2563) และส่งคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ชาวบ้านในท้องถิ่นได้ใช้ประโยชน์ต่อไป
สำหรับแนวทางในการปฏิบัติการเป็นการบูรณาการการปฏิบัติจากหลายส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ,หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 (นปท.3) ,สมาคมผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดพลเรือน ร่วมมือกับ กองทัพบกในการสนับสนุนอากาศยาน (เฮลิคอปเตอร์) เพื่อนำเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ทำการ สำรวจ ตรวจค้น และองค์การบริหารส่วนตำบลโดมประดิษฐ์ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวกในพื้นที่
การบูรณาการในครั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ และบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นถึงบทบาทของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อนานาชาติในการปฏิบัติภารกิจด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของไทยและจะนำไปสู่ความมั่นใจของพี่น้องประชาชนในการดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าวอย่างยั่งยืน
-ภาพ/ข่าว : ณะรินทร์ศาล์ งามวงศ์ รายงาน

ที่อยู่

183 สีกัน ดอนเมือง
Bangkok
10150

เบอร์โทรศัพท์

029292220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด