Clicky

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชนไทย ตั้งอยู่ 538/1 ถ.สามเสน ดุสิต กทม. 10300 www.tja.or.th

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นองค์กรวิชาชีพสื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 538/1 ถ.สามเสน ดุสิต กทม. 10300
[email protected]

เปิดเหมือนปกติ

ช่องทางร้องเรียนด้านจริยธรรมสื่อ
17/10/2022

ช่องทางร้องเรียนด้านจริยธรรมสื่อ

Info : กสทช. ร่วมกับ 3 องค์กรวิชาชีพสื่อ ร่วมดูแล พร้อมแนะช่องทางรับเรื่องร้องเรียนด้านจริยธรรมสื่อจากประชาชน 📋

มอบทุนการศึกษาซีพีเพื่อยุวชนครอบครัวคนข่าว สมัครด่วนหมดเขต 31 ตุลาคมนายวัฒนะชัย ยะนินทร อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัม...
17/10/2022

มอบทุนการศึกษาซีพีเพื่อยุวชนครอบครัวคนข่าว สมัครด่วนหมดเขต 31 ตุลาคม

นายวัฒนะชัย ยะนินทร อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ได้จัดทำโครงการทุนการศึกษาซีพีเพื่อยุวชนครอบครัวคนข่าว ภายใต้แนวคิด “ กตัญญู ...เมล็ดพันธ์ที่ควรปลูกฝัง” ขึ้นเป็นปีที่สองโดยจะมอบทุนให้บุตร-ธิดาสมาชิกสมาคมฯ รวมจำนวน 100 ทุน ทุนละ 10,000 บาท สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 31 ตุลาคม 2565 ประกาศผลรอบแรกวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 และจะมีการมอบทุนการศึกษาภายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2566

สำหรับสมาชิกที่มีความประสงค์จะขอรับทุน สามารถส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ยื่นแบบฟอร์มได้ที่อีเมล์ [email protected] (ไม่รับเอกสารทางไปรษณีย์ หรือเอกสารที่มายื่นด้วยตัวเอง)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม>> https://tja.or.th/view/members/1403714

16/10/2022
#ช่วยกันคิดทิศทางข่าว (16 ต.ค.65)

รายการ "ช่วยกันคิดทิศทางข่าว" วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2565 เวลา 11.00-12.00 น.โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ คลื่นข่าว MCOT News FM 100.5
ดำเนินรายการโดย ณิชชนันทน์ แจ่มดวง – นันทพร ทาวะระ จากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ช่วงที่ 1 : “แค่กินไม่หมด” วิกฤตอาหารขยะ สู่ขยะอาหาร

ช่วงที่ 2 : "จีบ"ออนไลน์ ภัยร้ายล่อลวงเด็ก

รายการ "ช่วยกันคิดทิศทางข่าว" วันอาทิตย์ที่  16  ตุลาคม  2565 เวลา 11.00-12.00 น.โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเ...
15/10/2022

รายการ "ช่วยกันคิดทิศทางข่าว"
วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2565 เวลา 11.00-12.00 น.
โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ร่วมกับ คลื่นข่าว MCOT News FM 100.5

ดำเนินรายการโดย
ณิชชนันทน์ แจ่มดวง – นันทพร ทาวะระ
จากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ด่วน! " ปิดรับสมัครวันนี้"  สำหรับการลงทะเบียนอบรมการออมและลงทุนหุ้น     การอบรมจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2565 ระ...
10/10/2022

ด่วน! " ปิดรับสมัครวันนี้" สำหรับการลงทะเบียนอบรมการออมและลงทุนหุ้น
การอบรมจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2565 ระหว่างเวลา 09:00 - 17:00 น. ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นวิทยากร เนื้อหาการอบรมประกอบด้วย
หลักสูตร “ครบเครื่องเรื่องการออมและลงทุน” (เรื่องต้องรู้สู่การลงทุน และการกระจายความเสี่ยง หลักสำคัญของการลงทุน) หลักสูตร “ลงทุนหุ้นออนไลน์ด้วย Settrade Streaming” (ทบทวนเรื่องต้องรู้ ก่อนเทรดหุ้นออนไลน์ และSettrade Streaming ตัวช่วยลงทุนสำหรับมือใหม่ และการเยี่ยมชม INVESTORY พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน และห้องสมุดมารวย

09/10/2022
#ช่วยกันคิดทิศทางข่าว (9 ต.ค.65)

รายการ "ช่วยกันคิดทิศทางข่าว" วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม 2565 เวลา 11.00-12.00 น.โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ คลื่นข่าว MCOT News FM 100.5​ ดำเนินรายการโดย ดารินทร์​ หอวัฒนกุล - ณิชชนันทน์ แจ่มดวง จากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ช่วงที่ 1 : ถอดบทเรียน 38 ศพ ปัญหายาเสพติดและปืนเกลื่อนเมือง

ช่วงที่ 2 : บทบาทการทำหน้าที่สื่อภาคสนาม กับโศกนาฏกรรม

สัมภาษณ์ : วัชรินทร์ กลิ่นมะลิ อดีตรองนายกสมาคมนักข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย

08/10/2022

พฤติกรรมข้ามเส้นของนักข่าว CNN
.
กรณีทีมข่าวจากสำนักข่าว CNN เมื่อ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๕ ได้รุกล้ำเข้าไปในบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นจุดเกิด ‘โศกนาฏกรรมหมู่’ เพื่อบันทึกภาพข่าวเผยแพร่ แม้ทีมข่าว CNN ระบุในคลิปที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ว่า ได้รับอนุญาตแล้ว แต่มีรายงานแย้งว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่มิได้อนุญาตให้ CNN หรือบุคคลภายนอกเข้าไปในจุดเกิดเหตุแต่อย่างใด ซึ่งฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ มีความเห็นโดยสรุป ดังนี้
.
๑. เนื่องจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ อุทัยสวรรค์ ยังเป็นพื้นที่เกิดเหตุอาชญากรรม (crime scene) มีการกั้นบริเวณโดยรอบอย่างชัดเจน แม้ได้รับอนุญาตจริงตามที่ CNN กล่าวอ้าง ก็ควรใช้วิจารณญาณว่าการนำอุปกรณ์ข่าวเข้าไปเหยียบย่ำในจุดเกิดเหตุอาชญากรรมสำคัญ ย่อมเป็นเรื่องไม่สมควร
.
๒. การเสนอข่าวของ CNN ยังมีภาพและคลิปในลักษณะอุจาดหวาดเสียว โดยไม่มีเหตุผลด้านประโยชน์สาธารณะอย่างชัดเจน อีกทั้งยังอาจสร้างความกระทบกระเทือนใจให้ผู้ชม โดยเฉพาะครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดของผู้สูญเสียในเหตุการณ์
.
๓. เกิดมาตรฐานที่แตกต่าง เนื่องจากยังมีสื่อมวลชนอื่นปักหลักทำข่าวอยู่ด้วย เมื่อเห็น CNN ทำได้ ผู้บริหารหรือบรรณาธิการข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจดดันให้ผู้สื่อข่าวภาคสนามของตนกระทำการในลักษณะคล้ายกัน เกิดการรุกล้ำพื้นที่ต้องห้าม เพื่อแข่งขันกันสร้างผลงาน
.
ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ จึงเรียกให้ต้นสังกัด CNN และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในพื้นที่เกิดเหตุ เร่งสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้น และชี้แจงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้ทราบอย่างเร่งด่วน หากมีการอนุญาตจริง ใครเป็นผู้อนุญาต ด้วยเหตุผลใด หากไม่มีการอนุญาตจริง ต้นสังกัด CNN จะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมไทยอย่างไร ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของไทย ก็ต้องตอบสังคมด้วยเช่นกันว่าเหตุใดจึงมีการปล่อยปละละเลยให้ทีมข่าวเข้าถึงจุดเกิดเหตุโดยพลการ
.
(ภาพ: นักข่าว CNN กำลังปีนออกจากพื้นที่ที่มีการกั้นบริเวณห้ามเข้าไปบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต. อุทัยสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู)
.
๘ ตุลาคม ๒๕๖๕

ฝ่ายสิทธิ์ TJA เรียกร้องภาครัฐ-CNN เร่งชี้แจงกรณีนักข่าวรุกล้ำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯอุทัยสวรรค์https://tja.or.th/view/news/...
08/10/2022

ฝ่ายสิทธิ์ TJA เรียกร้องภาครัฐ-CNN เร่งชี้แจง
กรณีนักข่าวรุกล้ำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯอุทัยสวรรค์

https://tja.or.th/view/news/1401279

วันที่ 8 ต.ค. 2565 นายธีรนัย จารุวัสตร์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าฝ่ายสิทธิเสรีภาพฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับกรณีทีมข่าวของสำนักข่าว CNN ได้รุกล้ำเข้าไปในบริเวณเขตหวงห้ามของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู เพื่อทำการบันทึกภาพข่าวและเผยแพร่ออกอากาศ ทั้งที่บริเวณดังกล่าวเป็นจุดเกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่และห้ามสื่อมวลชนอื่นๆเข้าไปด้านใน หรือที่เรียกว่า crime scene

ถึงแม้ทีมข่าวของ CNN จะระบุในคลิปที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ว่า การเข้าจุดเกิดเหตุของตน “ได้รับอนุญาตแล้ว” แต่มีรายงานข่าวจำนวนหนึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่มิได้อนุญาตให้ CNN หรือบุคคลภายนอกเข้าไปในจุดเกิดเหตุแต่อย่างใด

ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ จึงปรึกษาหารือกัน พร้อมสรุปเป็นความเห็นและข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้:

1. การปฏิบัติงานและนำเสนอข่าวของทีมข่าว CNN มีลักษณะที่ละเมิดหลักจริยธรรม ขาดการคำนึงถึงความเหมาะสม และสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดการเลียนแบบจากสื่ออื่นๆ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นได้พบว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯอุทัยสวรรค์ ยังมีสถานะเป็นจุดเกิดเหตุอาชญากรรม มีการกั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างชัดเจน การที่ทีมข่าว CNN เข้าพื้นที่ไปทำข่าวชิ้นดังกล่าว จึงเป็นการรุกล้ำเข้าจุดเกิดเหตุอาชญากรรม ซึ่งต่อให้ได้รับอนุญาตเข้าพื้นที่จริงตามที่ CNN กล่าวอ้าง ทีมข่าวก็ควรใช้วิจารณญาณว่าการเหยียบย่ำเข้าไปในจุดเกิดเหตุอาชญากรรมครั้งสำคัญเช่นนี้ พร้อมนำเอาอุปกรณ์ต่างๆเข้าไปถ่ายทำข่าวจากพื้นที่ ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ การเสนอข่าวของทีมข่าว CNN มีภาพและคลิปที่มีลักษณะอุจาดหวาดเสียว โดยไม่มีเหตุผลด้านประโยชน์สาธารณะอย่างชัดเจน อีกทั้งยังอาจสร้างความกระทบกระเทือนใจให้ผู้ชม โดยเฉพาะครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดของผู้สูญเสียในเหตุการณ์

อนึ่ง การกระทำของทีมข่าว CNN ยังเสี่ยงที่จะสร้างมาตรฐานที่อันตรายต่อจริยธรรมของบรรดาสื่อมวลชนอื่นๆที่ปักหลักทำข่าวอยู่ด้วย เนื่องจากผู้บริหารหรือบรรณาธิการของสำนักข่าว ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เมื่อเห็นการเข้าพื้นที่ของ CNN ก็อาจจะมีคำสั่งหรือกดดันให้ทีมข่าวของตนเองหาทางเอาภาพข่าวหรือเข้าพื้นที่ในลักษณะคล้ายกัน กลายเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะมีกรณีนักข่าวหรือช่างภาพละเมิดสิทธิ์หรือรุกล้ำพื้นที่ต้องห้าม เพื่อแข่งขันกันสร้างผลงาน

2. ทั้งต้นสังกัด CNN และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในพื้นที่เกิดเหตุ ต้องเร่งสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้น และชี้แจงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เป็นที่กระจ่างว่า มีการให้อนุญาต CNN เข้าพื้นที่จริงหรือไม่

หากมีการให้อนุญาตจริง ต้องมีคำตอบว่าใครเป็นผู้อนุญาต และให้อนุญาตด้วยเหตุผลอันใด แต่ถ้าหากไม่มีการอนุญาตจริงตามที่ CNN อ้าง ทางต้นสังกัด CNN ต้องชี้แจงว่าจะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมไทยอย่างไร ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ก็ต้องตอบสังคมด้วยเช่นกันว่าเหตุใดจึงมีการปล่อยปละละเลยให้ทีมข่าวเข้าจุดเกิดเหตุโดยพลการ และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายในกรณีนี้หรือไม่ อย่างไร

3. ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกสำนัก นำเอากรณีนี้มาเป็นอุทาหรณ์และถอดบทเรียนร่วมกัน ไม่เลียนแบบหรือแข่งขันกันให้ได้มาซึ่งข่าวหรือภาพในลักษณะคล้ายกัน

ท้ายสุดนี้ ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ ขอชื่นชมที่สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศส่วนใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่และรายงานข่าวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ได้อย่างเหมาะสมและเป็นไปตามหลักจริยธรรมวิชาชีพสื่อ พร้อมกับเป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว รักษามาตรฐานการทำงานของตนสืบไป สำหรับกรณีส่วนน้อยที่การนำเสนอข่าวมีปัญหาเชิงจริยธรรมและได้ขออภัยไว้แล้ว ก็ขอเป็นกำลังใจให้แก้ไขปรับปรุงการทำงานและพิสูจน์ตนเองกับสังคมเช่นกัน

#กราดยิงหนองบัวลำภู

รายการ "ช่วยกันคิดทิศทางข่าว" วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม 2565 เวลา 11.00-12.00 น.โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไท...
08/10/2022

รายการ "ช่วยกันคิดทิศทางข่าว"
วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม 2565 เวลา 11.00-12.00 น.
โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ร่วมกับ คลื่นข่าว MCOT News FM 100.5​

ดำเนินรายการโดย
ดารินทร์​ หอวัฒนกุล - ณิชชนันทน์ แจ่มดวง
จากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

06/10/2022

เสนอข่าว 'โศกนาฏกรรม ๓๘ ศพ' ด้วยความรับผิดชอบ โดย..
.
หลีกเลี่ยงการเสนอภาพผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ที่มีลักษณะอุจาด และสร้างความรู้สึกสยดสยอง
.
ระมัดระวังการตั้งคำถามญาติของผู้เสียชีวิต หรือเป็นการดูถูกเหยียดหยามผู้ก่อเหตุแม้เสียชีวิตไปแล้ว
.
ระมัดระวังการเสนอข่าวในลักษณะขุดคุ้ยเรื่องราวผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุ อันจะทำให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจ ครอบครัว และผู้เกี่ยวข้องในระยะยาว
.
ระมัดระวังการเสนอข้อมูลของผู้ก่อเหตุ รายละเอียดการกระทำ ประวัติในอดีต หรือสิ่งที่เคยแสดงออก
.
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
๗ ตุลาคม ๒๕๖๕

06/10/2022

แถลงการณ์ เรื่อง การนำเสนอข่าวคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงนักเรียน ครู และประชาชน

ตามที่สื่อมวลชนหลายแขนง นำเสนอข่าว กรณีเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงนักเรียนและครูภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู รวมทั้งระหว่างทางได้ก่อเหตุขับรถชน และทำร้ายประชาชนในสถานที่ต่างๆ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 36 คน บาดเจ็บ 12 คน เมื่อบ่ายวันที่ 6 ตุลาคม 2565 นั้น

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ในฐานะองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองด้านจริยธรรม มีความห่วงใยต่อการนำเสนอข่าว และภาพข่าวของสื่อมวลชนในเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และเพื่อให้การนำเสนอข่าวและภาพข่าวของสื่อมวลชนเป็นไปตามหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวดังกล่าว จึงขอความร่วมมือมายังสื่อมวลชน ทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิก ดังต่อไปนี้

1. พึงหลีกเลี่ยงการนำเสนอภาพผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ที่มีลักษณะอุจาดและสร้างความรู้สึกสยดสยอง
2. พึงระมัดระวังการตั้งคำถาม และนำเสนอภาพ ในลักษณะซ้ำเติมความทุกข์โศกของญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงการกดดันซ้ำเติม หรือเป็นการดูถูกเหยียดหยามผู้ก่อเหตุแม้จะเสียชีวิตแล้วก็ตาม
3. พึงระมัดระวัง การนำเสนอข่าว ในลักษณะขุดคุ้ยเรื่องราวทั้งผู้เสียชีวิต และผู้ก่อเหตุ ที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจ ต่อครอบครัว และผู้เกี่ยวข้องในระยะยาว
4. พึงระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลของคนร้าย รายละเอียดของการกระทำ ประวัติในอดีต หรือสิ่งที่คนร้ายเคยแสดงออก เช่น โพสต์ระบาย หรือจดหมายก่อนลงมือก่อเหตุ

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้สื่อมวลชนใช้วิจารณญาณในการแก้ไขข้อมูล การเผยแพร่ภาพ และเนื้อหาข่าว ที่ยังคงสามารถสืบค้นย้อนหลังในระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อไม่เป็นการซ้ำเติมครอบครัวผู้สูญเสียที่ตกเป็นข่าว อีกทั้งยังอาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลตามกฎหมายอีกด้วย

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
6 ตุลาคม 2565

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)เรื่อง การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล...
06/10/2022

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
เรื่อง การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์
อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู

ตามที่ปรากฏเหตุอดีตตำรวจนายหนึ่งก่อเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนปลิดชีพตนเองพร้อมลูกและภรรยา เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (6 ตุลาคม 2565) เป็นเหตุให้มีเด็ก และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนหลายสิบรายเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ นั้น
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอประณามการก่อเหตุอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงดังกล่าว และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญที่กระทำด้วยความโหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม และผิดต่อกฎหมาย อันพรากสิทธิในชีวิตและร่างกายของหลายคนไปอย่างไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดของสังคมซึ่งสมควรต้องได้รับการปกป้องยิ่ง ดังที่หลักการสิทธิมนุษยชนสากลและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 28 ได้บัญญัติคุ้มครองสิทธิในชีวิตและร่างกายของทุกคนไว้ เช่นเดียวกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีซึ่งกำหนดให้รัฐภาคียอมรับว่าเด็กทุกคนมีสิทธิติดตัวที่จะมีชีวิต และประกันอย่างเต็มที่ให้เด็กได้มีชีวิตอยู่รอดและได้รับการพัฒนา
กสม. จึงขอเรียกร้องให้ภาคส่วนต่าง ๆ ปฏิบัติและคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุสลดครั้งนี้ร่วมกัน ดังต่อไปนี้

1. ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหาย และฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็วและทั่วถึง

2. ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนมูลเหตุที่มาของการก่อเหตุ และวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดอันกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางเช่นนี้ได้อีก

3. ขอความร่วมมือสื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการนำเสนอข่าว เผยแพร่ หรือส่งต่อภาพ/คลิปวิดีโอความโหดร้ายและรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมความรุนแรงหรือความเศร้าสลดอันส่งผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจของญาติผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และทำให้บุคคลทั่วไปสามารถล่วงรู้ถึงตัวตนของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้เสียหายหรือครอบครัวของผู้กระทำผิดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวและสิทธิในชื่อเสียงเกียรติยศของบุคคลตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 รวมทั้งแนวปฏิบัติการได้มาและการนำเสนอข่าวและภาพข่าวของสื่อมวลชนโดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว ที่ร่วมกันกำหนดโดยสภาวิชาชีพสื่อมวลชน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
6 ตุลาคม 2565

ฝ่ายสิทธิ์ฯ TJA แนะแนวทางรายงานข่าว ‘เหตุกราดยิง’ -https://tja.or.th/view/activities/media-movements/1400723เมื่อวันที่ ...
06/10/2022

ฝ่ายสิทธิ์ฯ TJA แนะแนวทางรายงานข่าว ‘เหตุกราดยิง’ -

https://tja.or.th/view/activities/media-movements/1400723

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2565 นายธีรนัย จารุวัสตร์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แสดงความเห็นต่อกรณีกราดยิงในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนจำนวนมากรวมถึงเด็กและเยาวชน ว่า เหตุดังกล่าวเป็นโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ปีหลังเหตุกราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา ตนขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งสืบสวนถึงสาเหตุให้ชัดเจน และออกมาตรการรูปธรรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฎกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต

นอกจากนี้ เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นยังเป็นโจทย์สำคัญสำหรับสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวสารด้วย เพราะเคยมีการศึกษาและวิจัยจำนวนมากในหลายประเทศว่า การรายงานข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุกราดยิง ก็มีผลต่อความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุกราดยิงเลียนแบบซ้ำซ้อนเช่นกัน ถ้าหากสื่อมวลชนทำหน้าที่อย่างเหมาะสม สื่อมวลชนก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหา สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุกราดยิง และกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยเพื่อยับยั้งไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก รวมถึงการไม่ซ้ำเติมครอบครัวผู้สูญเสียหรือสร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อสังคม

ดังนั้น อนุกรรมการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ จึงขอเสนอแนวทางสำหรับสื่อมวลชนไทย ในการรายงานข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเหตุกราดยิง เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีวิจารณญาณ และตั้งอยู่บนจริยธรรมของวิชาชีพสื่อมวลชน ดังต่อไปนี้:

หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สภาพศพผู้เสียชีวิต หากมีความจำเป็นเผยแพร่ภาพเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้พึงระมัดระวังภาพผู้เสียชีวิตที่มีลักษณะอุจาด สยดสยอง หรือสุ่มเสี่ยงที่จะซ้ำเติมความทุกข์โศกของญาติผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ สื่อควรใช้วิจารณญาณเกี่ยวกับรายละเอียดของเหตุกราดยิงที่มีความสยดสยองหรือสะเทือนใจ ควรนำเสนออย่างเห็นอกเห็นใจและเคารพต่อทั้งผู้สูญเสียและสังคมที่รับชมข่าวอยู่ และเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก

พึงระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลและภาพของผู้ก่อเหตุ เพื่อไม่ให้กลายเป็นการประโคมความสนใจของสังคมมายังตัวผู้ก่อเหตุ หรือทำให้ผู้ก่อเหตุกลายเป็นคนโด่งดังมีชื่อเสียง เพราะอาจจะเป็นการสนองความต้องการชื่อเสียงของผู้ก่อเหตุ และกระตุ้นให้เกิดเหตุเลียนแบบ (copycat) จากคนอื่นๆที่ต้องการชื่อเสียงจากเหตุกราดยิงบ้าง ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในต่างประเทศ

ดังนั้น สื่อมวลชนควรพยายามนำเสนอข้อมูลและภาพของผู้ก่อเหตุให้น้อยที่สุด รวมถึงข้อความต่างๆที่ผู้ก่อเหตุเขียนหรือโพสต์ไว้ก่อนลงมือ (manifesto) หากมีการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ ควรนำเสนอในบริบทที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น เผยแพร่รูปผู้ก่อเหตุเพราะยังจับตัวไม่ได้ กล่าวถึงอาชีพหรือภูมิหลังของผู้ก่อเหตุเพราะเกี่ยวข้องกับการสอบสวนสาเหตุของทางการ เป็นต้น

พึงตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำเสนอข่าว สื่อมวลชนควรพึงระลึกว่า ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเหตุกราดยิงในช่วงแรกหลังเกิดเหตุ มีโอกาสคลาดเคลื่อนและผิดพลาดสูง สื่อมวลชนจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลเท่าที่ทำได้ ก่อนจะเผยแพร่เป็นข่าวสาร อย่ารายงานข้อมูลใดๆที่มาจากการคาดการณ์เองของสื่อมวลชน และถ้าหากพบว่าข้อมูลที่เผยแพร่ไป มีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาด ให้รีบลบหรือแก้ไขโดยไม่ชักช้า

หลีกเลี่ยงการเหมารวมว่าเหตุกราดยิงเกิดจาก “คนโรคจิต” หรือนำเสนอข่าวในเชิงชี้นำว่าเหตุกราดยิงเกิดขึ้นเพราะอาการทางจิตโดยไม่มีหลักฐานใดๆประกอบ เพราะจะเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมความเข้าใจผิดและความหวาดระแวงต่อบุคคลทั่วไปที่มีโรคหรืออาการทางจิต ซึ่งส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในสังคมได้ปกติ

สื่อควรพึงระลึกด้วยว่า การวินิจฉัยอาการทางจิตของผู้ก่อเหตุ หรือความเชื่อมโยงระหว่างเหตุกราดยิงกับอาการทางจิตของผู้ก่อเหตุ ควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น สื่อไม่ควรเอาการคาดการณ์ของตนเอง หรือบุคคลอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง มาเป็นแหล่งข้อมูลในการฟันธงเรื่องอาการทางจิตของผู้ก่อเหตุ

นอกจากนี้ สื่อควรพึงระลึกว่า เหตุกราดยิงและความรุนแรงต่างๆ สามารถมาจากหลายสาเหตุได้ การที่ผู้ก่อเหตุมีประวัติเกี่ยวข้องกับอาการทางจิต ก็ไม่ได้แปลว่าอาการทางจิตนั้นเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่เหตุกราดยิงเสมอไป

ควรทำข่าวและเสนอข่าวอย่างเห็นใจและเคารพต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้บาดเจ็บ พยานผู้เห็นเหตุการณ์ ฯลฯ สื่อไม่ควรตามจี้สัมภาษณ์หรือเก็บภาพข่าวในลักษณะรังควานหรือละเมิดความเป็นส่วนตัว ไม่ซ้ำเติมความทุกข์ด้วยการจี้ถามคำถามไม่เหมาะสม ที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้ถูกสัมภาษณ์ เพื่อมุ่งหวังเรตติ้งหรือยอดคลิก เป็นต้น ขณะเดียวกัน สื่อควรเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผู้สูญเสียในยามโศกเศร้าด้วย

ในกรณีที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นเด็กหรือเยาวชน สื่อต้องทำข่าวและเสนอข่าวตามหลักวิชาชีพและกฎระเบียบว่าด้วยเด็กและเยาวชนอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นการเสนอข่าวสารที่เข้าข่ายละเมิดจรรยาบรรณ สามารถแจ้งเหตุและร้องเรียนกับ “สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ”

ไม่ควรให้เนื้อที่ข่าวต่อผู้ก่อเหตุมากเกินไป จนกลบพื้นที่ของผู้สูญเสีย สื่อไม่ควรทำให้ผู้สูญเสียกลายเป็นเพียงตัวเลขหรือสถิติเท่านั้น แต่ควรนำเสนอประสบการณ์และเรื่องราวเกี่ยวกับผู้สูญเสียด้วย เช่น นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตด้วยความเคารพและสร้างสรรค์ เสนอข่าวเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุกราดยิงต่อครอบครัวผู้สูญเสียและคนใกล้ชิด โดยไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นให้สังคมระลึกถึงผู้สูญเสียในเหตุกราดยิง และเห็นอกเห็นใจต่อครอบครัวและคนใกล้ชิดของผู้สูญเสีย

ทั้งนี้ สื่อควรหลีกเลี่ยงที่จะนำเสนอภาพของผู้ก่อเหตุเคียงคู่กับภาพผู้สูญเสียด้วย

สำนักข่าวต้องดูแลและสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ผู้รับผิดชอบในต้นสังกัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร บรรณาธิการ หรือหัวหน้าข่าว ควรเข้าใจว่าการปฏิบัติงานเกาะติดข่าวเหตุกราดยิง อาจสร้างผลกระทบทางจิตใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างนักข่าวหรือช่างภาพด้วย เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานต้องพบเจอภาพและรายละเอียดที่สะเทือนใจในลักษณะซ้ำไปซ้ำมา ต้นสังกัดควรมีความเข้าใจและให้การสนับสนุนต่อผู้ปฏิบัติงานในทุกด้านๆ อาทิ ให้การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต, จัดเวรสับเปลี่ยนผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม, ให้คำแนะนำและการอบรมที่เป็นประโยชน์แก่คนทำงาน, ไม่กดดันให้ผู้ปฏิบัติงานละเมิดสิทธิผู้อื่นเพื่อเอาภาพหรือข่าวที่ต้นสังกัดต้องการ เป็นต้น

พึงระลึกว่า สื่อมีพลังและอิทธิพลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ สื่อไม่ควรรายงานข่าวเพียงแค่มุ่งหวังแต่ยอดคลิก เรตติ้ง หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น แต่สื่อเองก็สามารถมีบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมด้วยเช่นกัน และควรใช้บทบาทนั้นเพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะ

เช่น นำเสนอเรื่องราวการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิง จี้ถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับมาตรการต่างๆที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อนในอนาคต กระตุ้นให้เกิดการถอดบทเรียนร่วมกันในสังคมเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุกราดยิง คอยติดตามกระบวนการเยียวยา และช่วยเป็นปากเสียงให้กับผู้สูญเสียที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตามที่ควรจะได้รับ ฯลฯ สื่อไม่ควรปล่อยให้ข่าวเงียบหายไปตามวงจรความสนใจ

หมายเหตุ: สื่อมวลชนที่สนใจ สามารถศึกษาแนวทางการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องจากองค์กรและหน่วยงานอื่นๆได้ดังนี้

แนวปฏิบัติการได้มาและการนำเสนอข่าวและภาพข่าวของสื่อมวลชน โดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว โดย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

แนวปฏิบัติการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเด็กที่มีผลต่อครอบครัวและสังคม โดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

Best practices for covering mass shootings โดย สถาบัน Poynter, สหรัฐอเมริกา

****

บรรยายภาพ: ประชาชนเขียนข้อความและวางดอกไม้อาลัยผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2563 (ภาพโดย AP)

ที่อยู่

538/1 ถ.สามเสน ดุสิต Www.tja.or.th
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 18:00
อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6626689422

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ช่วยถามผู้สมัครผู้ว่ากทม. เรื่องนี้ด้วยครับ
1 ชม. รถเมล์กับรถไฟฟ้าวิ่งได้เท่ากัน (25 กม.) เพราะ ????
กระทู้สนทนา (พันทิป)

รถเมล์

ที่ปล่อยแบบเรียงหน้ากระดาน (เสนอแบบพาวเวอร์พ้อย 11 นาที)

https://www.youtube.com/watch?v=wQneEiKrkZg&t=78s



ตามวิธีนี้รถเมล์สามารถวิ่งได้ 25 กม. / ชม. ในเวลาเร่งด่วน

รถเมล์ วิ่งเร็วขึ้น 3 เท่า (ทำให้วิ่งเร็วกว่ารถเก๋ง (ในเวลาเร่งด่วน) มากๆ)

รถเมล์ วิ่งได้รอบมากขึ้น 3 เท่า (ทำให้เวลาในการรอรถเมล์ที่ป้ายน้อยลง 3 เท่า)

ถ้ามีผู้ใช้รถเก๋งเปลี่ยนมาใช้รถเมล์มากขึ้น (มากๆ) จะทำให้ท้ายแถวรถเก๋งติด หดสั้นลงมากๆเช่นกัน

จึงทำให้รถเมล์สามารถวิ่งได้เร็วเท่ารถไฟฟ้าที่วิ่งใน 1 ชม.

หมายเหตุ

รถเมล์ แบบปัจจุบันวิ่งได้เฉลี่ย 8 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน

เดินยังได้ 5 กม. / ชม. แล้ว (ดีกว่าเดินหน่อยเดียว)

รถเก๋งวิ่งได้เฉลี่ย 15 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน

รถไฟฟ้าวิ่งได้เฉลี่ย 35 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน แต่ต้อง (หักเวลา ฟรี 17 นาที)

รถเมล์ (ตามวิธีในวีดีโอ) วิ่งได้เฉลี่ย 25 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน

การ (หักเวลาฟรี 17 นาที) ของรถไฟฟ้า
ถ้านับจาก
ขับรถเก๋งถึงที่จอดแล้วจร (หาที่จอดในเวลาเร่งด่วน) รวมประมาณ 5 นาที
เดินจากป้ายรถเมล์ หรือ ที่จอดแล้วจร ไปขึ้นสถานีรถไฟฟ้า รวมประมาณ 3 นาที
ซื้อตั๋ว ต่อคิว (ในเวลาเร่งด่วน) อีกประมาณ 5 - 10 นาที
ถึงแล้วต้องเดินลงสถานีรถไฟฟ้า เพื่อไปขึ้นรถเมล์ หรือไปขับรถออกอีกรวมประมาณ 3 นาที


ดังนั้น การขึ้นรถไฟฟ้า จึงต้องเสียเวลา (ไปฟรีๆ อย่างน้อย) ประมาณ 17 นาที (ในเวลาเร่งด่วน)

(แต่รถเมล์ ไม่มีขั้นตอนเหล่านี้เลย)

ดังนั้น 60 นาที ของรถไฟฟ้าจึงเหลือแค่ 43 นาที
43 นาที รถไฟฟ้าจะวิ่งได้เพียงประมาณ 25 ก ม. / ในเวลาเร่งด่วน

แต่รถเมล์ (ตามวิธีนี้) วิ่งได้ประมาณ 25 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน
เพราะ
รถเมล์ (ตามวิธีนี้) วิ่งอยู่ในช่องบัสเลน
และ
รถเมล์ (ตามวิธีนี้) ทุกๆคันจะติดไฟแดงเพียง (ประมาณ) 1.30 นาที เท่านั้น

ดังนั้น 60 นาที รถเมล์และรถไฟฟ้าจึงวิ่งได้ 25 กม. เท่ากัน แน่นอน


ถ้ายิ่งวิ่งในระยะสั้นๆ รถเมล์ยิ่งได้เปรียบ เช่น

ถ้า 30 นาที
30 นาที รถเมล์ตามวิธีนี้ จะวิ่งได้ 12.5 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน
30 นาที รถไฟฟ้า จริงๆจะวิ่งได้ 17.5 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน
แต่เมื่อหักเวลาฟรี 17 นาที จึงเหลือเพียง 30 - 17 = 13 นาที
13 นาที รถไฟฟ้าจะวิ่งได้ 7.6 กม.

ถ้า 15 นาที
15 นาที รถเมล์ตามวิธีนี้ จะวิ่งได้ 6 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน
15 นาที รถไฟฟ้า จริงๆจะวิ่งได้ 9 กม. / ชม. / ในเวลาเร่งด่วน
แต่เมื่อหักเวลาฟรี 17 นาที จึงเหลือเพียง 15 - 17 = - 2 นาที
- 2 นาที รถไฟฟ้า กำลังรอคิวอยู่ (ยังไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้า)

ดังนั้น
รถเมล์วิ่งเร็วกว่ารถไฟฟ้ามากๆ แน่นอน เพราะรถไฟฟ้า
จะต้องหักเวลา 17 นาที (ในเวลาเร่งด่วนนี้เสมอ)

และถ้ามีนักวิชาการ หรือ นัก วิทยาศาสตร์ ที่เก่งๆ หรือ ดัง หรือ ประชาชน
(คนอยากนั่งรถเมล์) หลายคนเห็นด้วย ก็จะช่วยให้วิธีนี้ เกิดขึ้นได้

ดังนั้น

ขอเชิญ ศ. หรือ ดร. หรือ นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ คนกวาดถนน ถึงนายก
เด็ก หรือ ผู้ใหญ่ เรียนมาก หรือ น้อย ก็ได้ เห็นด้วยหรือเห็นต่าง ก็ได้
โปรดช่วยแสดงความเห็น เพื่อมาถกเถียงกัน

ต า ม ห ลั ก เ ห ตุ ผ ล และ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์


เรื่องบางเรื่อง (ที่ยากๆ) ไม่สามารถ ใช้เสียงส่วนใหญ่ มาตัดสินถูกผิดได้



เช่น การดูเพชรแท้ เพชรเทียม การดูทองปลอม ทองแท้ และ เรื่อง วิธีแก้รถติดใน วีดีโอ นี้ เป็นต้น
เพราะเรื่องเหล่านี้ จะต้องใช้ผู้มีความรู้ (เชียวชาญมากๆ)
ในเรื่องนั้นๆ มาตัดสินถูกและผิด (ไม่ใช่ใช้เสียงส่วนใหญ่)
ผมจบแค่ ม. 3 (เชื่อว่ารถเมล์เท่านั้น ที่จะสามารถแก้ปัญหาจราจรได้ในทันที)



ถึงจะเป็น 1 ใน 100 หรือ 1 ใน ล้าน ถ้าความคิดนั้นมันถูกมันก็ต้องถูก






รัฐบาล หรือ รัฐบาลใหม่ จะต้องรีบซื้อรถเมล์ใหม่ มาใช้มากๆ
(ถ้าได้ 5000 หรือ 10000 คันได้ยิ่งดีครับ)

เพราะ ยิ่งมีรถเมล์ (ใหม่) เพิ่มมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้สัดส่วนของรถเมล์เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

วิธีปล่อยรถเมล์แบบเรียงหน้ากระดาน


สามารถใช้ได้ในถนนทุกแบบ เช่น
ในถนนที่ไม่มีสัญญาณไฟ ก็เพิ่มสัญญาณไฟแบบในวีดีโอนี้ลงไป
ส่วนในถนนที่มีสัญญาณไฟอยู่แล้ว ก็ให้เพิ่มสัญญาณไฟแบบในวีดีโอนี้ลงไปเช่นกัน
ติดตั้งแสนง่าย (ตั้งเช้าเย็นเสร็จ) อาจทดลองในถนนใหญ่ๆ หรือในถนนที่มีปัญหาจราจรน้อยๆ
ก่อนก็ได้ ทาสีช่องบัสเลน จบ

ยกเว้นที่ทำไม่ได้
ในถนน 2 เลน (ไป 1 เลน กลับ 1 เลน และ ในสี่แยกแบบติดๆกัน (เช่น 50 ม. เป็นต้น))

หมายเหตุ
มอเตอร์ไซด์ และ แท็กซี่ และ รถอื่นๆ ในที่นี่ (ในวีดีโอนี้) จะเรียกสั้นๆ ว่า รถเก๋ง ทั้งหมด
รถตู้ และรถสาธารณะอื่นๆ เช่น สองแถวในซอย ในที่นี่ (ในวีดีโอนี้) จะเรียกสั้นๆ ว่า รถเมล์ ทั้งหมด

วิธีปล่อยรถเมล์แบบเรียงหน้ากระดานนี้ จะต้องมีเจ้าหน้าที่
คอยเปลี่ยนสัญญาณไฟ (คอยปล่อยรถเมล์ และ รถเก๋ง ในทุกๆแยก ซึ่งมีไม่เท่ากัน)
เช่น
ถ้าแยกไหนรถเก๋งมาก ก็ปล่อยนาน 2 นาทีก็ได้
แยกไหนรถเก๋งน้อย ก็ปล่อย 3 วินาทีก็ได้ หรือถ้าไม่มีเลย ก็ข้ามไป
ส่วนรถเมล์ก็เช่นเดียวกัน



นักคิด นักเขียน นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ เห็นด้วยหรือเห็นต่าง
โปรดชี้แนะ สั่งสอน หรือ แลกเปลี่ยนด้วยครับ
เชิญนะครับ ใครมีคอนเนคชั่นสายนี้
My latest report for CNA: Thailand is still in the midst of its worst COVID-19 wave since the beginning of the pandemic with record highs being set several times in the past few weeks. As the Thai government battles the pandemic and public criticism, it is also waging a fight on another front, against what it sees as misinformation.

Special thanks to MILLI, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยThai Journalists Association and รมว.ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ for speaking to us.
ชวนติดตามชมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก" โดย ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังก์ถัด (UNCTAD) อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) สดจากงานครบรอบ 66 ปี สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ
.
📌 ในวันศุกร์ที่ 5 มี.ค. 64 เวลา 10.30 น. ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
📌 รับชมได้ทาง Facebook : Thai PBS , สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยThai Journalists Association
📌 Clubhouse : www.joinclubhouse.com/event/xLlavYVe
Rumphoeysarn

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยThai Journalists Association เผยแพร่ผลประชุมใหญ่ฯวานนี้(28 ก.พ.64) อีกทั้งพบรายชื่อที่น่าสนใจ เช่น

Aj Banyong รุ่น 06-08 เป็นกรรมการ จริยธรรมวารสารศาสตร์ ลำดับ 4.
ฯลฯ
x

Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)

ภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สโมสรนักศึกษา คณะศิลปกรรมศา SSRU Theatre Space Little Pink Pink ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน. สถานีดับเพลิงสามเสน สถาบันวิจัยเเละพัฒนา มหาวิท วิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมือง มหา กองบริการการศึกษา มหาวิทยาล สำนักส่งเสริมวิชาการและงาน ศิษย์เก่าหลักสูตรเทคโนโลยี กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภา หน่วยตรวจสอบภายใน มหาวิทยาล ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษและกู้ภ ฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัยรา