พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ

พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ แหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ Assumption Museum
-----------------------------------------------------
เริ่มต้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2555 คณะกรรมการดำเนินงาน ได้รับมอบหมายให้จัดสร้าง ณ ชั้น 11 อาคารอัสสัมชัญ 2003 โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพฯ บนเนื้อที่กว่า 400 ตารางเมตร เพื่อรวบรวม เรียบเรียงมุมมองด้านต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์และจัดระบบ ระเบียบวัตถุสิ่งของที่มีความสำคัญกับโรงเรียนอัสสัมชัญ ด้วยแนวคิดในการนำเสนอแก่นเรื่องราวแทนการเน้นแต่วัตถุ เน้นการเรียนรู้ ที่เข้าถึงผู้ชมทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้แนวทางปณิธาน ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายของโรงเรียน นำเสนอในรูปแบบของ Interactive Multimedia และสื่อผสมอื่นๆ ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมและสิ่งจัดแสดงสร้างความประทับใจให้ผู้ชม
โดยแบ่งพื้นที่เป็น 8 โซน ดังนี้
@ โซนที่ 1 ศูนย์ข้อมูลพิพิธภัณฑ์
@ โซนที่ 2 จุดรับฟังการบรรยายสรุปก่อนเข้าชม
@ โซนที่ 3 พิพิธภัณฑ์นิเทศเดินทางเข้าสู่พิพิธภัณฑ์
@ โซนที่ 4 บันทึกอัสสัมชัญ
@ โซนที่ 5 อัสสัมชัญพันธ์แท้
@ โซนที่ 6 ภูมิใจในรั้วแดงขาว
@ โซนที่ 7 เกียรติภูมิแห่งวิชชาลัย
@ โซนที่ 8 อันคนดีที่ไทยใฝ่ประสงค์

จุดเริ่มต้นของการจัดสร้าง ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2555 จนถึงวันนี้ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 ใช้เวลา 5 เดือน 18 วัน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยมี มาสเตอร์พรศักดิ์ ขาวพรหม เป็นประธาน มาสเตอร์วิโรจน์ สุขประเสริฐ เป็นรองประธาน และคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ อีก 20 ท่าน ร่วมกับบริษัทวันดี สถาปนิก จำกัด บริษัทแปลน โมทีฟ จำกัด โดยมีนางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม รองอธิบดีกรมศิลปากรเป็นที่ปรึกษา ใช้เวลาศึกษารูปแบบ ออกแบบพิพิธภัณฑ์ 2 เดือน และ4 เดือน สำหรับการก่อสร้างจากห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาได้ถูกเนรมิตให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อรวบรวม เรียบเรียงมุมมองด้านต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ วัตถุสิ่งของที่มีความสำคัญกับโรงเรียนได้ถูกจัดระบบ ระเบียบ ให้เป็นหมวดหมู่ นำเสนอในรูปแบบของ Interactive Multimedia และสื่อผสมอื่นๆ ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชม และสิ่งจัดแสดงเพื่อสร้างความประทับใจ

ทางคณะกรรมการจัดทำพิพิธภัณฑ์ ได้เรียนเชิญภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นประธาน (ในสมัยนั้น) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะกรรมการดำเนินงาน คณะครู นักเรียน ศิษย์เก่าและผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมกันในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 นับเป็นโอกาสอันดีที่โรงเรียนจะมีอายุครบ 128 ปี ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556

เปิดเหมือนปกติ

23/08/2021

23 สิงหาคม รำลึกการมรณกรรมของบาทหลวงเอมิล กอลมเบต์
-------------------------------------------------
บาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ หรือ คุณพ่อกอลมเบต์ เกิดวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ.1849 ที่เมืองกัป จังหวัดโอตซาลป์ ประเทศฝรั่งเศส ได้รับศีลบวชเป็นบาทหลวงคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP)เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 1871 จากนั้น ได้ออกเดินทางมามิสซังสยาม เมื่อ 31 มกราคม ค.ศ. 1871 เดินทางถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1872 เป็นอาจารย์ที่เซมินารีบางนกแขวก (เป็นเวลา 2 ปี ) ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1875 เป็นผู้ช่วยอธิการโบสถ์กาลหว่าร์ และทำหน้าที่ต่าง ๆ ดังนี้
- พฤศจิกายน ค.ศ. 1875 เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนท่าน ต่อมาคือวัดอัสสัมชัญ (อาสนวิหารอัสสัมชัญ)
- ค.ศ.1877 เปิดโรงเรียนประจำโบสถ์อัสสัมชัญขึ้น โดยใช้อาคารเดิมต่าง ๆ ของเซมินารีอัสสัมชัญเป็นโรงเรียน ทำการสอนเป็นภาษาฝรั่งเศสและไทย ให้การศึกษาอบรมแก่เด็กคริสตัง เด็กชาวไทย และลูกหลานชาวยุโรป
- ค.ศ.1879 เพิ่มแผนกภาษาอังกฤษเข้ามาควบคู่กับภาษาฝรั่งเศส
- 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1885 ได้เปลี่ยนฐานะของโรงเรียนจากโรงเรียนประจำโบสถ์มาเป็น “อัสสัมชัญคอลเลจ” และเปิดรับเด็ก ๆ ทุกคนในกรุงเทพฯ เข้ามาศึกษา 6 มกราคม ค.ศ.1887 ได้เสนอโครงการขยายการศึกษา และการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ต่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ในโอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 50 ชั่ง และ 25 ชั่ง รวมเป็นเงิน 6,000 บาท เป็นรากฐานในการก่อสร้างด้วย รวมทั้งบรรดาพระราชวงศ์ และข้าราชการ ชั้นสูง ก็ได้ร่วมกันบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย
- 15 สิงหาคม ค.ศ. 1887 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จมาทรงวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนอัสสัมชัญ
- ค.ศ.1900 คุณพ่อได้กลับไปประเทศฝรั่งเศส ได้เข้าพบท่านอธิการใหญ่แห่งคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ณ เมืองแซ็ง-โลร็อง-ซูร์-แซ็ฟวร์ จังหวัดว็องเด มอบภารกิจโรงเรียนอัสสัมชัญในประเทศไทยให้แก่คณะฯ
- 20 ตุลาคม ค.ศ.1901 อัคราธิการคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ได้จัดสรรภราดา 5 องค์ เป็นคณะ ดำเนินงานโรงเรียนอัสสัมชัญ รับหน้าที่บริหารโรงเรียนต่อไป
- ค.ศ. 1904 เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้ง “สโมสรนักเรียนเก่าอัสสัมชัญ (สมาคมอัสสัมชัญ) ”
- ค.ศ. 1907 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอุปมุขนายกมิสซังฯ และปี 1909 รักษาการในตำแหน่งประมุขมิสซังฯ ชั่วคราว ภายหลังมรณกรรมของพระคุณเจ้าฌอง หลุยส์ เวย์
- 31 มกราคม ค.ศ. 1910 จัดให้มีพิธีเสกศิลาฤกษ์โบสถ์อัสสัมชัญหลังใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้คริสตังมาทำบุญ สมทบทุนก่อสร้างโบสถ์ใหม่ ซึ่งได้ลงมือก่อสร้างไปบ้างแล้ว แต่ขาดเงินทุน โบสถ์หลังใหม่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1918
- 20 ธันวาคม ค.ศ. 1922 ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ (La Legion d'Honneur) จากรัฐบาลฝรั่งเศส ในฐานะที่คุณพ่อได้ประกอบคุณงามความดี ทำชื่อเสียงให้ แก่ประเทศ นอกจากนี้คุณพ่อยังเคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบญจมาภรณ์ช้างเผือก จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทำคุณประโยชน์ ให้แก่ประเทศสยาม
- บาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ ถึงแก่มรณกรรมที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ.1933 โดยประกอบพิธีปลงศพวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ.1933 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ

พิธีแห่ศีลมหาสนิทในวันสมโภชพระคริสตวรกาย
28/07/2021
พิธีแห่ศีลมหาสนิทในวันสมโภชพระคริสตวรกาย

พิธีแห่ศีลมหาสนิทในวันสมโภชพระคริสตวรกาย

พิธีแห่ศีลมหาสนิทในวันสมโภชพระคริสตวรกาย ณ โรงเรียนอัสสัมชัญ ถ่ายราวปี ค.ศ. 1954ปรากฎฉากหลังเป็นตึกกอลมเบต์ ...

ตามรอย "ตึกกอลมเบต์" อาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียน "อาศรมชัญ" (อัสสัมชัญ)
25/07/2021
ตามรอย "ตึกกอลมเบต์" อาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียน "อาศรมชัญ" (อัสสัมชัญ)

ตามรอย "ตึกกอลมเบต์" อาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียน "อาศรมชัญ" (อัสสัมชัญ)

บาทหลวงเอมิล กอลมเบต์ (Pere Emile Colombet) เป็นผู้ดำริที่จะก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรกขึ้นในบริเวณวัดอัสสัมชัญ ก่อสร้.....

15/02/2021
Assumption College • โรงเรียนอัสสัมชัญ

16 กุมภาพันธ์ 2564 วันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนอัสสัมชัญ ครบรอบ 136 ปี
(16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2428 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564)

16 กุมภาพันธ์ 2564 วันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนอัสสัมชัญ ครบรอบ 136 ปี
(16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2428 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564)

Assumption Museum
27/06/2020

Assumption Museum

[ตึกกอลมเบต์ที่ไม่ได้สร้าง]

ตึกกอลมเบต์ เรียกอย่างลำลองว่า “ตึกกตัญญู”
เหตุที่เรียกว่าตึกกตัญญู เนื่องจากสร้างเพื่อ
เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงคุณพ่อกอลมเบต์
อดีตเจ้าอาวาสวัดอัสสัมชัญ และ
ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ

🏫🏫🏫
ที่มาของตึกเริ่มเมื่อปี 1933 (พ.ศ.2476)
หลังคุณพ่อกอลมเบต์เสียชีวิต
ศิษย์เก่าและชาวอัสสัมชัญปลงใจกันว่า
ควรสร้างอนุสรณ์สถานให้คุณพ่อ
ซึ่งใช้แนวคิดเรื่องการสร้างสถานที่
เพื่อเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง
มากกว่าจะสร้างแต่ monument หรือ อนุสาวรีย์
เป็นที่มาของชื่อ Père Colombet Memorial Building

🏫🏫🏫
เมื่อชาวอัสสัมชัญปลงใจดังนี้ ก็ต้องหาแม่งาน
หันมองหน้ากันไปมา หวยไปออกที่ ฟ.ฮีแลร์
ภราดาพ่อบ้านที่มีคอนเนคชั่นลูกศิษย์แน่นปึ้ก
กลายเป็นโต้โผหลักในการระดมเงินทุนสร้างตึก
มีอัสสัมชนิกคอยเป็นกองหนุน
เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร เป็นประธาน
ช่วยระดมทางเมืองไทย โดยเฉพาะทางฝั่งเจ้านาย

🏫🏫🏫
ปลายปี 1934 (พ.ศ.2477) ฟ.ฮีแลร์
เดินทางกลับฝรั่งเศส นอกจากกลับไปเยี่ยมเมืองเกิด
ก็ไประดมทุนจากกิจการคาทอลิกในยุโรป
ว่าด้วยการสร้างตึกให้กับโรงเรียนในสยาม
มีหลักฐานเป็นจดหมายเรี่ยไรจำนวนมาก
เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ ฟ.ฮีแลร์
ไม่อยู่ที่โรงเรียนช่วงปี 1935
และพลาดการฉลองงานครบรอบ 50 ปีของโรงเรียน

🏫🏫🏫
งานฉลองครบรอบโรงเรียน 50 ปี
เมื่อปี 1935 (พ.ศ.2478) มีกิจกรรมมากมาย
แต่ทุกกิจกรรมเป็นไปเพื่อระดมทุนสร้างตึกกตัญญู
รวมถึงการตีพิมพ์หนังสือที่ระลึกชื่อ “กึ่งศตพรรษ”
ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรง ฯ
ประทานคำอวยพรมาตีพิมพ์ ขณะประทับอยู่ที่ปีนัง
รวมทั้งได้ ม.จ.ศุกรวรรณดิศ ดิศกุล
มาเป็นบรรณาธิการให้กับหนังสือกึ่งศตพรรษ
ก่อนจะเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศฝรั่งเศส

🏫🏫🏫
ในหนังสือกึ่งศตพรรษเราพบแบบตึกกอลมเบต์
ที่ไม่เหมือนตึกกอลมเบต์ที่คุ้นเคย
คาดว่าเป็นแบบที่ใช้สำหรับระดมทุนเรี่ยไรหาเงิน
แบบดังกล่าววาดโดย
สถาปนิกชาวอังกฤษ ชื่อ Edward Healy
อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเพาะช่าง
ซึ่งนอกจากเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเพาะช่าง
Healy ยังฝากผลงานไว้ในเมืองไทยหลายแห่ง
อาทิ วังเทวะเวสม์ บ้านมนังคศิลา
จุฬาลงกรณ์ (อาคารแรก)
และ อาคารสยามสมาคม ซึ่งออกแบบ
ปีเดียวกับ “ตึกกอลมเบต์ที่ไม่ได้สร้าง”
โดยในแบบของ Healy ระบุเวลา December 1934
ตรงกับช่วงที่โรงเรียนกำลังระดมทุน
เพื่อหาเงินมาสร้างตึกกอลมเบต์

🏫🏫🏫
สุดท้ายแบบของ Healy ได้ตีพิมพ์แค่ในหนังสือ
ส่วนแบบที่สร้างจริงเป็นแบบของ
บริษัท คริสเตียนี แอนด์ นีลเส็น
หลังเข้ามาดำเนินกิจการในเมืองไทยเพียง 5 ปี
ร่างแบบลงวันที่ 9 กันยายน 1935 (พ.ศ.2478)
ส่วนผู้ออกแบบตามบันทึกระบุชื่อ “รัสมุเซน”
มีเรื่องเล่าว่า แม้จนถึงตอนที่เรียกบริษัทคริสเตียนี ฯ
มาเซ็นสัญญาทางโรงเรียนก็ยังขาดเงินอีกมาก

🏫🏫🏫
ปี 1936 เริ่มลงเสาเข็มตึกกอลมเบต์
ปี 1937 เริ่มก่อสร้าง 19 มกราคม 2479
ปี1938 นักเรียนรวมเงินซื้อนาฬิกาติดตึกกอลมเบต์ เนื่องในวันฉลองอธิการไมเกิ้ล
1940 ตึกกอลมเบต์สร้างเสร็จ

สร้างเสร็จไม่นาน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
โดนแรงระเบิดได้รับความเสียหายบางส่วน
และต้องใช้เงินซ่อมแซมอีกครั้ง

🏫🏫🏫
แม้จะผ่านไป 80 กว่าปี
แต่ความกตัญญูนั้นก็ยังตั้งตระหง่านคู่อัสสัมชัญ
อย่างน้อยให้รู้ว่าครั้งหนึ่ง โรงเรียนอัสสัมขัญ
เคยมี “ตึกกอลมเบต์ที่ไม่ได้สร้าง”
มีเรี่ยวแรงในการระดมทรัพยากรจากทุกสารทิศ
แรงกาย แรงเงิน และ โมทนาสาธุการ หลั่งไหลมาที่นี่
ในช่วงที่ประเทศกำลังผลัดเปลี่ยนระบอบ

#อัสสัมชัญอวดดี
#การจัดการความทรงจำด้วยพิพิธภัณฑ์และจดหมายเหตุ
#museumandmemorymanagement
#ประวัติศาสตร์ความทรงจำ

Assumption Museum
03/06/2020

Assumption Museum

⛹🏽 นักเรียนอัสสัมชัญเริ่มเรียนวิชาพละตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

บันทึกจากคอลัมน์ประติทินบัตร์
ตีพิมพ์ในอัสสัมชัญอุโฆษสมัย
ฉบับที่ 84 เดือนธันวาคม ปี 1934 ระบุว่า

“ 20 ธันว์ : นักเรียนอัสสัมชัญ และ เซนต์คาเบรียล ฝึกหัดวิชาพละศึกษาที่โรงเรียนนายเรือ รวม 23 นาย"

หากย้อนกลับไปดูประวัติการก่อตั้งกรมพลศึกษา
จะพบว่า วันสถาปนากรมพลศึกษา คือ
วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 โดยในช่วงก่อตั้ง
มีสถานภาพเป็นกรมหนึ่งในกระทรวงธรรมการ
(กระทรวงธรรมการปัจจุบันคือ กระทรวงศึกษาธิการ)

จุดมุ่งหมายของการก่อตั้งกรมพลศึกษา คือ
นอกจากพลเมืองจะได้รับการศึกษาเรื่อง
จริยศึกษา พุทธศึกษาแล้ว ยังควรเรียนรู้เรื่อง
“พลศึกษา" อันจะบำรุง “พลเมือง”
ให้มีร่างกายแข็งแรงเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ

⛹🏼 ทำไมถึงต้องไปฝึกที่โรงเรียนนายเรือ ?

คำตอบอยู่ที่ อธิบดีกรมพลศึกษาคนแรก
นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย
(กระบุง ศุภชลาศัย, 2438-2508)
ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารเรือ
และเนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีสนามกีฬาแห่งชาติ
มีแต่สนามกีฬาที่กระจายอยู่ตามหน่วยงานราชการและสถานศึกษา

ซึ่งนอกจากการส่งนักเรียนไปฝึกวิชาพลศึกษากับทางกรม ฯ ยังมีกีฬาอีกหลายชนิดที่เริ่มได้รับการส่งเสริมและเล่นกันอย่างแพร่หลายในรั้วขาวแดงในช่วงเวลานั้น อาทิ บาสเก็ตบอล ปิงปอง คริกเก๊ต ฯลฯ

::-::-::-::-::-::-::-::

สรุป : นักเรียนอัสสัมชัญ เริ่มเรียนวิชาพละศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2477 หลังจากก่อตั้ง กรมพลศึกษาเพียง 1 ปี โดยสถานที่เรียนในช่วงแรกคือ โรงเรียนนายเรือ

ภาพ : ทีมบาสเก็ตบอลโรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ ชนะเลิศ ปี 1936 (พ.ศ.2479) [อุโฆษสมัยเล่มที่ 90]

ข้อมูล :
-ประวัติกรมพลศึกษา-
https://www.dpe.go.th/about-391991791792-392791791792
-ประวัติหลวงศุภชลาศัย-
http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=หลวงศุภชลาศัย
-ข้อความที่อ้างถึง-
http://assumptionmuseum.com/th-th/book/อ-สส-มช-ญ-อ-โฆษสม-ย/อ-สส-มช-ญ-อ-โฆษสม-ย-เล-มท-084-ป-1934/

12/03/2020
Assumption Museum

Assumption Museum

https://www.youtube.com/watch?v=JHwX4aOUXn0

แนะนำพิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญ
ตามอัสสัมชนิกไปดูวัตถุ 12 ชิ้นเยี่ยมในโรงเรียนอัสสัมชัญ
เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาติ สังคม และศาสนา

หากต้องการเข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ (แผนกมัธยม) สำนักผู้อำนวยการ ชั้น M2 อาคารอัสสัมชัญ 2003
โทรศัพท์: 0-2630-7111-25 ต่อ 422, 423
โทรสาร: 0-2237-7769

ติดตาม Assumption Museum ได้ทาง
Official Website : http://www.assumptionmuseum.com/
Facebook : https://www.facebook.com/AssumptionMuse/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UC2mahBNh0dQWWA6CJKeR3Lw

Assumption Museum
08/09/2019

Assumption Museum

-นักวาดการ์ตูนและภาพประกอบแห่งรั้วขาวแดง-

องค์ประกอบหนึ่งที่พบขณะอ่านอัสสัมชัญ อุโฆษสมัย
คือ ภาพการ์ตูนและภาพประกอบของ “จรัล”
ที่ตีพิมพ์ในอัสสัมชัญ อุโฆษสมัย
เป็นระยะตั้งแต่ช่วงปี 2460 เรื่อยมา

จุดสังเกตที่ทำให้เราค้นคว้าเพิ่มเติม
คือ บริเวณมุมด้านล่างของภาพประกอบเหล่านั้น
จะมีคำว่า "จรัล" หรือ “จ. สาระนาค”
เป็นอักษรประดิษฐ์ ขนาดเล็กจิ๋ว แต่สะดุดตา
ชวนให้เราสงสัยว่าเจ้าของลายเส้นเหล่านี้คือใคร

จรัล สาระนาค (2449-2523)
อดีตรองอธิบดีกรมศุลกากร
อัสสัมชนิก เลขประจำตัว 4750
เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2499
ที่บ้านในตรอกพระยาสุนทร แขวงหัวลำโพง
เป็นบุตรของพระยาสวัสดิโกษา และคุณหญิงเจิม

เริ่มชีวิตการศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์
แล้วย้ายมาเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ
จนจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2470
จากนั้นเข้ารับราชการในกรมศุลกากร
ตลอดจนเกษียณอายุราชการ

เมื่อเข้ารับราชการในกรมศุลกากร
จรัลมีผลงานวิชาการด้านศุลการกรจำนวนมาก
ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานต้นสังกัด
ให้ออกแบบและขึ้นรูปอาคารกรมศุลกากร
บริเวณถนนสุนทรโกษา ทดแทนอาคารเดิม

จากลายเส้นการ์ตูนที่ตีพิมพ์ในวารสารของโรงเรียน
สู่การออกแบบอาคารสำคัญขนาดใหญ่
ขอแค่หมั่นฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ ไม่ต้องร่ำเรียนโดยตรง
ก็สามารถฝากผลงานไว้ในแผ่นดินได้เช่นกัน

—————————————

อ้างอิงข้อมูล ภาพ และ ประวัติส่วนตัว จาก
หนังสือ อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
นายจรัล สาระนาค ปม. ทช.
ณ เมรุ วัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2524

The Cloud
05/09/2019
The Cloud

The Cloud

เชื่อไหมว่าตำราเรียน 'ดรุณศึกษา' ซึ่งเป็นแบบเรียนภาษาไทยนั้นแต่งโดย ฟ.ฮีแลร์ ฝรั่งที่พูดภาษาไทยไม่ได้เลย แต่มานะศึกษาภาษาไทยจนแต่งได้สำเร็จ

เมื่ออายุเพียง 20 ปี เขาเดินทางมาสยามร่วมกับคณะภราดาเซนต์คาเบรียลเพื่อดำเนินกิจการโรงเรียนอัสสัมชัญต่อจากบาทหลวงกอลมเบต์ และปลุกปั้นโรงเรียนอัสสัมชัญต่อมาอีก 67 ปีจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

มาฟังเรื่องราวครูฝรั่งคนสำคัญแห่งอัสสัมชัญ จากปากศิษย์คนสำคัญอย่างอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ส.ศิวรักษ์) และเรียนรู้เรื่องราวในสังคมไทยยุคนั้นไปพร้อมๆ กับเรียนรู้ข้อคิดชีวิตของครู.ฮีแลร์ที่น่าเอาไปปรับใช้กัน

#readthecloud #TheCloud #AC #AssumptionCollege #อัสสัมชัญ #สศิวรักษ์

Assumption College • โรงเรียนอัสสัมชัญ
23/08/2019

Assumption College • โรงเรียนอัสสัมชัญ

23 สิงหาคม 2019 : 86 ปี มรณภาพของบาทหลวงเอมิล กอลมเบต์
-------------------------------------------------
บาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ หรือ คุณพ่อกอลมเบต์ เกิดวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ.1849 ที่เมืองกัป จังหวัดโอตซาลป์ ประเทศฝรั่งเศส ได้รับศีลบวชเป็นบาทหลวงคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP)เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 1871 จากนั้น ได้ออกเดินทางมามิสซังสยาม เมื่อ 31 มกราคม ค.ศ. 1871 เดินทางถึงกรุงเทพฯ ในวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1872 เป็นอาจารย์ที่เซมินารีบางนกแขวก (เป็นเวลา 2 ปี ) ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1875 เป็นผู้ช่วยอธิการโบสถ์กาลหว่าร์ และทำหน้าที่ต่าง ๆ ดังนี้
- พฤศจิกายน ค.ศ. 1875 เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนท่าน ต่อมาคือวัดอัสสัมชัญ (อาสนวิหารอัสสัมชัญ)
- ค.ศ.1877 เปิดโรงเรียนประจำโบสถ์อัสสัมชัญขึ้น โดยใช้อาคารเดิมต่าง ๆ ของเซมินารีอัสสัมชัญเป็นโรงเรียน ทำการสอนเป็นภาษาฝรั่งเศสและไทย ให้การศึกษาอบรมแก่เด็กคริสตัง เด็กชาวไทย และลูกหลานชาวยุโรป
- ค.ศ.1879 เพิ่มแผนกภาษาอังกฤษเข้ามาควบคู่กับภาษาฝรั่งเศส
- 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1885 ได้เปลี่ยนฐานะของโรงเรียนจากโรงเรียนประจำโบสถ์มาเป็น “อัสสัมชัญคอลเลจ” และเปิดรับเด็ก ๆ ทุกคนในกรุงเทพฯ เข้ามาศึกษา 6 มกราคม ค.ศ.1887 ได้เสนอโครงการขยายการศึกษา และการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ต่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ในโอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 50 ชั่ง และ 25 ชั่ง รวมเป็นเงิน 6,000 บาท เป็นรากฐานในการก่อสร้างด้วย รวมทั้งบรรดาพระราชวงศ์ และข้าราชการ ชั้นสูง ก็ได้ร่วมกันบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย
- 15 สิงหาคม ค.ศ. 1887 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จมาทรงวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนอัสสัมชัญ
- ค.ศ.1900 คุณพ่อได้กลับไปประเทศฝรั่งเศส ได้เข้าพบท่านอธิการใหญ่แห่งคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ณ เมืองแซ็ง-โลร็อง-ซูร์-แซ็ฟวร์ จังหวัดว็องเด มอบภารกิจโรงเรียนอัสสัมชัญในประเทศไทยให้แก่คณะฯ
- 20 ตุลาคม ค.ศ.1901 อัคราธิการคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ได้จัดสรรภราดา 5 องค์ เป็นคณะ ดำเนินงานโรงเรียนอัสสัมชัญ รับหน้าที่บริหารโรงเรียนต่อไป
- ค.ศ. 1904 เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้ง “สโมสรนักเรียนเก่าอัสสัมชัญ (สมาคมอัสสัมชัญ) ”
- ค.ศ. 1907 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอุปมุขนายกมิสซังฯ และปี 1909 รักษาการในตำแหน่งประมุขมิสซังฯ ชั่วคราว ภายหลังมรณกรรมของพระคุณเจ้าฌอง หลุยส์ เวย์
- 31 มกราคม ค.ศ. 1910 จัดให้มีพิธีเสกศิลาฤกษ์โบสถ์อัสสัมชัญหลังใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้คริสตังมาทำบุญ สมทบทุนก่อสร้างโบสถ์ใหม่ ซึ่งได้ลงมือก่อสร้างไปบ้างแล้ว แต่ขาดเงินทุน โบสถ์หลังใหม่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1918
- 20 ธันวาคม ค.ศ. 1922 ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ (La Legion d'Honneur) จากรัฐบาลฝรั่งเศส ในฐานะที่คุณพ่อได้ประกอบคุณงามความดี ทำชื่อเสียงให้ แก่ประเทศ นอกจากนี้คุณพ่อยังเคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบญจมาภรณ์ช้างเผือก จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทำคุณประโยชน์ ให้แก่ประเทศสยาม
- บาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ ถึงแก่มรณกรรมที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ.1933 โดยประกอบพิธีปลงศพวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ.1933 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ

Assumption Museum
16/05/2019

Assumption Museum

-ภราดาฮีแลร์เป็นตัวแทนคณะมิซซังสยาม อ่านคำถวายชัยมงคลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๗-

.....ครั้น ได้ เวลา ๔ นาฬิกา หลัง เที่ยง (วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๙) คณะ ต่าง ๆ เข้า แถว หน้า พระ ที่ นั่ง พระ บาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว พร้อม ด้วย สมเด็จ พระ ราชินี ก็ ได้ เสด็จ ออก ให้ หัวหน้า คณะ ที่ประชุม คอย นั้น เฝ้า ทูลละออง ธุลี พระบาท และ อ่าน คำ ถวาย พร ชัย มงคล ตาม ลัทธิ, ภาษา และ อาชีพ ของ ตน โดย จำเพาะ (ผู้เขียนบันทึกคือนายอับดุลลาบายเข้าสมาคมกับพ่อค้าชาติดาวดีโบราห์ ในการเข้าเฝ้า ฯ)

ใน ที่ นี่ จะ ไม่ ขอ กล่าว ถึง คณะ ต่าง ๆ เพราะ จะ พิสดาร มาก ไป จะ ขอ เลือก กล่าว เพียง ที่ เกี่ยว กับ โรงเรียน อัสสัมชัญ ให้ สม กับ หน้า ของ อุโฆษ. ครั้น พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว และ สมเด็จ พระ ราชินี ประทับ เหนือ พระ ราชอาสน์ และ ต่าง ได้ ถวาย คำนับ นอบ น้อม ด้วย เคารพ ยิ่ง พร้อม กัน แล้ว คณะ มิซซัง คาทอลิก ซึ่ง อยู่ เวร ถวาย คำ อำนวย พระ พร ก่อน ก็ ได้ เริ่ม อ่าน คำ ชัยมงคล ทูล เกล้า ฯ ถวาย ให้ ทรง ทราบ พระ หฤทัย ว่า รู้ สึก ภูมิ์ ใจ และ ปลื้ม ใจ อย่าง ไร ใน การ ที่ มี โอกาส มา สแดง ความ จงรัก ภักดี กตัญญู กตเวที ต่อ พระ มหา กษัตริย์ ผู้ สืบ สันตติวงศ์ ดำรง ราชัย สนอง องค์ พระ เชฎฐาธิราช และ วีระกษัตร์ ใน พระ บรมราชวงศ์ จักรี.

พอ ได้ ยิน เสียง คำ ต้น แล้ว ผม และ อัสสัมชนิก อื่น ผู้ ประชุม อยู่ ที่ นั่น ต่าง รู้ สึก ภูมิ ใจ มิ ใช่ น้อย ที่ จำ สำเนียง นั้น ได้ ว่า เปน เสียง ของ คุณ ครู เอง ซึ่ง ชิน หู มา แต่ กาล ก่อน ได้ ยิน จน นับ ครั้ง ไม่ ถ้วน. ผม รู้ สึก อย่าง ไร ต่อ ไป ผม ไม่ ขอ กล่าว ใน ที่ นี่ จะ ขอ แต่ ให้ ท่าน ผู้ อ่าน สมมุติ ตน ว่า เปน ตัว ผม ได้ ยิน ครู เก่า ของ ตน กำลัง อ่าน สำเนา คำ ถวาย ชัย มงคล ที่ ผม ได้ ยิน เอง วัน นั้น แล้ว เข้า ใจ ว่า จะ รู้ สึก ภูมิ์ ใจ และ จะ พา กัน โมทนา สาธุ ตาม น้ำ เสียง นั้น ทุก ๆ คำ.

--------------------------------------------------

"ทูล เกล้า ฯ ถวาย พระบาท สมเด็จ ฯ พระ ปรมินทร มหา ประชาธิปก พระ ปก เกล้า เจ้า อยู่ หัว

ด้วย ใน อภิลักขิตมหามงคลสมัย แห่ง พระ ราชพิธี บรม ราชาภิเษก นี้ ข้า พระ พุทธิเจ้า ใน นาม แห่ง มิซซัง โรมัน คาทอลิก ผู้ ได้ มา ตั้ง การ บำรุง กุศลกิจ และ ศาสนกิจ ใน สยามรัฐสีมา ราชอาณาเขตต์ โดย ร่ม เย็น เปน สันติสุข ขอ รับ พระ ราช ทาน พระ บรม ราชวโรกาส รวม น้ำ จิตต์ อัน ผ่องใส ซึ่ง เต็ม ไป ด้วย กตัญญู กตเวที สแดง ความ จงรัก ภักดี ปีติ ปราโมทย์ ใน การ ที่ พระองค์ เสด็จ ดำรง ราชัย เปน มหา ประมุข แห่ง ชาติ สยาม สืบ พระ ราชสันตติวงศ์ ต่อ ไป.

อัน ว่า ประเพณี การ เสด็จ ขึ้น เถลิง ถวัลยราชสมบัติ บรม ราชาภิเษก แห่ง พระ ราชา ธิบดี ประเทศ ใด ก็ ย่อม นำ มา ซึ่ง ความ ปรีดา ปราโมทย์ แก่ ประชาชน พลเมือง ใน ประเทศ นั้น เปน ธรรมดา แต่ การ บรมราชาภิเษก แห่ง สมเด็จ พระ ราชาธิบดี ใน สยาม ประเทศ นี้ ยิ่ง นำ มา ซึ่ง ความ ปลาบ ปลื้ม ปรีดา ปราโมทย์ อัน ใหญ่ หลวง ของ อาณา ประชาราษฎร์ ทั้งปวง ทุก ถ้วน หน้า ด้วย ว่า ประเพณี นิยม ของ ชาว ชน พลเมือง สยาม แต่ ดึก ดำบรรพ์ ลง มา จน ทุก วัน นี้ มิ จำเพาะ แต่ ต่าง คน ต่าง มี ความ เกรง ขาม ต่อ พระ บารมี แห่ง พระ เจ้า แผ่น ดิน เท่า นั้น ต่าง ยัง พา กัน นิยม นับถือ มี ความ จงรัก ภักดี ต่อ เบื้อง พระ ยุคลบาท อย่าง ล้น พ้น เพราะ ราช ประเพณี สยาม แต่ ไหน ๆ มา พระ มหา กษัตร์ ย่อม ทรง ดำเนิน ทาง รัฐประสาสโนบาย โดย มัทวธรรม มี พระ หฤทัย อ่อน โยน เยือก เย็น ไป ด้วย พระ มหา กรุณาธิคุณ ใน ประชา ชน ทั่ว หน้า ตลอด ทั่ว วิเทศกชน ที่ เข้า มา พึ่ง พระ บารมี ดุจ บิดา กรุณา ใน บุตร์.

แม้ แต่ แรก ที่ พระ องค์เสด็จ ขึ้น เถลิง ถวัลยราชสมับติ ก็ ได้ ดำเนิน พระ ราชกรณียกิจ สแดง ให้ เห็น ปรากฎ ชัด ว่า มุ่ง พระ ทัย จะ เจริญ ตาม รอย ยุคลบาท แห่ง สมเด็จ พระ ราชาธิบดี พระ องค์ ก่อน มี สมเด็จ พระ บรมชนกาธิบดี ปิยมหาราช ของ ชาว ไทย เปน อาทิ พระ ราชจรรยา ของ พระ องค์ ข้อ นี้ เปน พระ คุณ สมบัติ ให้ เห็น พระ หฤทัย อัน กว้าง ขวาง ของ พระ องค์ ว่า ไพบูลย์ พูน เปี่ยม ไป ด้วย พระ ปรีชา ญาณ อัน สุขุม คัมภีรภาพ และ ประกอบ ไป ด้วย เมตตา กรุณา ใน หมู่ ประชากร เปน ยอด เยี่ยม เพราะ ฉะนั้น ใน โอกาส แห่ง ศุภวารดฤถี พระ ราชพิธี บรมราชาภิเษก นี้ ประชาชน พลเมือง ทุก ถ้วน หน้า ต่าง จึง พา กัน มี จิตต์ ปรีดา โสมนัส นิยม ชม ชื่น อยู่ พรัก พร้อม น้อม กาย ถวาย ชีวิต ไว้ ใน ใต้ ฝ่าละออง ยุคล บาท แซร่ ซร้อง ร้อง ประกาศ ถวาย พระ พร ชัย มงคล ขอ ให้ พระ องค์ เสด็จ สถิต ใน ราชัย ยืน ยาว นาน ทรง สำราญ พระ ราชหฤทัย ทุก ทิพาราตรี เพื่อ ความ ศิริมงคล สวัสดี แก่ ประเทศ สยาม และ พศกนิกร ทั้ง ปวง

ส่วน มิซซัง โรมัน คาทอลิก ซึ่ง ข้า พระ พุทธิเจ้า เปน ผู้ รับ ภาระ ใน โอกาส อัน ประเสริฐ นี้ ก็ ขอ ให้ พระองค์ ทรง พระ กรุณา โปรด มั่น พระ หฤทัย ว่า พระ พร ชัย มงคล ของ ประชาชน ชาว สยาม นั้น เปน พระ พร ชัย มงคล ของ คณะ มิซซัง โรมัน คาทอลิก ใน เมือง ไทย ทุก ๆ คน ด้วย กับ ขอ ทรง พระ กรุณา โปรด ทรง ทราบ ว่า ต่าง ได้ อ้อนวอน ขอ พร แด่ พระ ผู้ เปน เจ้า แห่ง สากลโลก ขอ ให้ ทรง โปรด ประสิทธิ์ ประสาท พระ พร ที่ กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา มา นี้ ให้ มี ผล สำ เร็จ ทุก ประการ พระ องค์ มี พระ ราช ประสงค์ สิ่ง ใด ขอ พระ ผู้ เปน เจ้า ทรง โปรด ให้ ได้ ทรง รับ เต็ม เปี่ยม บริบูรณ์ โดย สมควร แก่ ตำ แหน่ง สมเด็จ พระ ราชาธิบดี ขัตติย มหาราช อัน ปรากฎ พระ เกียรติยศ พระ เกียรติคุณ ใน กาล ก่อน.

ขอ พระ องค์ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า โปรด กระหม่อม รับ คำ ถวาย พระ พร ชัย มงคล อัน ซื่อ สัตย์ สุจริต ของ ข้า พระ พุทธิเจ้า ใน นาม ของ มิซซัง โรมัน คาทอลิก ใน เมือง ไทย นี้ ด้วย เทอญ.

การ จะ ควร ประการ ใด แล้ว แต่ จะ ทรงพระ กรุณา โปรด เกล้า โปรด กระหม่อม ขอ เดชะ."

(วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๘)

ครั้น จบ คณะ หนึ่ง อีก คณะ หนึ่ง ก็ รับ ต่อ ๆ จน สำเร็จ ทุก คณะ แล้ว พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง พระราชดำรัส ตอบ ว่า

"เรา ขอ ขอบ ใจ ท่าน ทั้ง หลาย, ทั้ง ฝ่าย ศาสนิก บริษัท และ วาณิชนิกร อัน ได้ มา สโมสร สันนิบาต เพื่อ ประสาท พร ชัย โดย ไมตรี จิตต์ แด่ เรา และ สมเด็จ พระ บรมราชินี ณ บัด นี้.

โดย ฐานะ แห่ง โลก สันนิวาส ใน เวลา นี้ ประเทศ ต่าง ๆ ย่อม ต้อง อาศัย ซึ่ง กัน และ กัน, หมู่ ชน ต่าง ๆ ภาย ใน ประเทศ ก็ ต้อง อาศัย ซึ่ง กัน และ กัน, ตลอด ลง ไป จน เอกชน ก็ ต้อง ทำ กิจ หิตานุ เคราะห์ แก่ กัน และ กัน โดย ลำดับ. มนุษย์ เรา ได้ ประจักษ์ ใจ ขึ้น ทุก ที ว่า สิ่ง ที่ ควร มุ่ง ควร ปรารถนา นั้น คือ การ ช่วย กัน และ กัน หรือ จะ ว่า การ สามัคคี ทั่ว โลก โดย ปราศจาก ความ ถือ ชาติ์ ถือ สกุล นั้น ก็ ได้. เพราะ ฉนั้น การ ปกครอง บ้าน เมือง ใช่ว่า จะ สำเร็จ ได้ ด้วย ผู้ มี หน้า ที่ รับ ราชการ ถ่าย เดียว นั้น หา มิ ได้ เลย, ต้อง อาศัย ความ ช่วย เหลือ พร้อม เพรียง กัน ใน หมู่ พล เมือง ทุก ชนิด ทุก อาชีพ ทุก ชาติ. เช่น ใน ทาง ให้ การ ศึกษา ซึ่ง เรา ไม่ จำ เปน ต้อง ชี้แจง ยืด ยาว เลย ว่า คณะ ศาสนิก บริษัท เช่น คณะ เปรสบีเตเรียน และ มิซซัง โรมันคาทอลิก ได้ มี คุณูปการ แก่ บ้าน เมือง เพียง ไร ด้วย ความ ประจักษ์ อยู่แล้ว; หรือ ใน ทาง ค้า ขาย และ ทาง ประสาท ความ สมบูรณ์ ให้ แก่ ประเทศ ก็ เหมือน กัน คง ไม่ มี เสียง แย้ง ได้ ว่า เรา ได้ รับ ผล จาก การ ที่ มี พ่อ ค้า ต่าง ชาติ เช่น พวก ท่าน ทั้งหลาย เข้า มา ทำ มา หา กิน เพียง ไร. ใช่ แต่ เท่า นั้น เรา ยัง รู้ สึก ภูมิ ใจ ไม่ น้อย อีก ด้วย ที่ ได้ เห็น พ่อ ค้า ไทย เกิด ขึ้น บ้าง แล้ว จน ได้ เห็น แต่ง คณะ ผู้ แทน เข้า มา อวยพร ให้ แก่ เรา ใน บัด นี้. ทั้ง นี้ แหละ ล้วน เปน พยาน ส่อ ให้ เห็น ได้ ดี แท้ ว่า เมือง เรา มี องค์ แห่ง ความ เจริญ พอ จะ หวัง ได้ เสมอ ว่า ยัง จะ งอก งาม ยิ่ง ขึ้น ต่อ ไป. การ ที่ ประชาชน แต่ง หัวหน้า คณะ ผู้ แทน มา อำนวยพร แก่ เรา ครั้ง นี้ เปน ที่ หมาย สำคัญ แห่ง ความ พร้อม เพรียง ใน สามัคคีธรรม ว่า เรา ทั้งหลาย จะ อยู่ ด้วย กัน จะ ทำ มา หา กิน ด้วย กัน เปน อัน ดี, ด้วย ความ รู้ สึก เช่น นี้ เรา จึง มี ความ ปีติ ยิ่ง นัก ที่ ได้ มา ต้อน รับ ท่าน ทั้งหลาย ครั้ง นี้. เรา ยินดี รับ พร ของ ท่าน ด้วย ความ ปีติ ปราโมทย์ และ ขอ อำนวย พร ตอบ แทน ให้ ท่าน ทั้ง หลาย มี ความ สุข ความ เจริญ ให้ ทำมา ค้า ขึ้น มี ความ ปรารถนา สิ่ง ใด ใน ทาง ที่ ชอบ ขอ ให้ เปน ผล สำเร็จ ดัง มโนรถ, กับ ขอ จง ได้ รับ ความ ขอบ ใจ ของ พระ ราชินี และ ตัว เรา เอง ทุก คณะ และ จง นำ ความ ขอบ ใจ นี้ ไป ให้ แก่ บรรดา ประชาชน ซึ่ง ท่าน เปน ผู้ แทน วัน นี้ โดย ทั่ว กัน."

ครั้น เฝ้า เสร็จ แล้ว ก็ พา กัน ออก จาก ท้อง พระโรง มา เฝ้า ถวาย ชัย อีก ครั้ง หนึ่ง หน้า พระ ลาน ใน พร้อม ด้วย หมู่ ราษฎร พล เมือง แล้ว ผม ก็ เดิน กลับ บ้าน กำลัง ระลึก ถึง กิจมหามงคล อัน น่า พึง ใจ นั้น มิ รู้ หาย.

-------------------------------------
ตัดทอนบางส่วนจากบทความ ชื่อ
"จดหมายของ นายอับดุลลาบาย ถึง คุณครู"
ตีพิมพ์ใน อัสสัมชัญ อุโฆษสมัย เล่มที่ ๕๐
ปีที่ ๑๓ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๖๙ / ๑๙๒๖

เนื้อหา : บันทึกความทรงจำของนายอับดุลลาบาย อัสสัมชนิก เลขประจำตัว ๓๕๑๗ บอกเล่าบรรยากาศเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๗ โดยผู้เล่าได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในตัวแทนกลุ่มพ่อค้าชาวอินเดีย เข้าเฝ้า ฯ เพื่อถวายพระพรชัยมงคล

ภาพประกอบ : บางส่วนของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๗ ถ่ายโดยนายอับดุลลาบาย ตีพิมพ์ในอัสสัมชัญ อุโฆษสมัย เล่มเดียวกัน

ที่อยู่

Assumption College
Bangkok
10200

เบอร์โทรศัพท์

2630711125

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พิพิธภัณฑ์อัสสัมชัญผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด