แพทยสภา

แพทยสภา เพจทางการของ "แพทยสภา" ประชาสัมพันธ์ มติ กิจกรรม เพื่อคุ้มครองแพทย์และประชาชน The Medical Council of Thailand
(100)

เปิดเหมือนปกติ

การขอรับใบแทนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง-------------------------------------------แพทยสภาเปิดให้สมาชิกทุกท่านใช้สิทธิ์เลือกตั้...
22/10/2020

การขอรับใบแทนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง
-------------------------------------------
แพทยสภาเปิดให้สมาชิกทุกท่านใช้สิทธิ์เลือกตั้งกรรมการแพทยสภา
วาระ พ.ศ.2564-2566 แล้ว

การลงคะแนนจะมี 2 วิธี เลือกได้ 30 ท่าน

1. E-Vote การเลือกตั้งออนไลน์ (สำหรับผู้ที่แสดงความจำนง 1-30 มิ.ย.แล้วเท่านั้น)
เริ่มวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 09:00 น.
ถึงวันที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 16:30 น.
เลือกตั้งออนไลน์ คลิก

https://allregist.com/login/7e51746feafa7f2621f71943da8f603c

กรณีท่านลง Pin Code แล้วแต่ไม่ได้แสดงความจำนงตามระยะเวลา (1-30 มิ.ย. 2563) จะต้องใช้วิธีเดิมเท่านั้น

สำหรับลงคะแนน หากเกิดเหตุขัดข้อง
กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่
02-590-1887
099-498-4509
E-mail : [email protected]

2. ทางไปรษณีย์ (วิธีเดิม) (เริ่ม 15 ตุลาคม 2563)
2.1 สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ระบบออนไลน์
2.2 สำหรับผู้ที่ไม่ได้แสดงความจำนง ในวันที่ 1 – 30 มิ.ย. 2563

คณะอนุกรรมการดำเนินการเลือกตั้งฯ ได้ส่งบัตรลงคะแนนเลือกตั้งไปให้ท่านตามที่อยู่ฐานข้อมูลแพทยสภาแล้ว หากท่านไม่ได้รับ หลังวันที่ 31 ตุลาคม 2563 สามารถแจ้งความจำนงขอใบแทน
โดย ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่https://tmc.or.th/Media/media-2020-10-22-02-31-10.pdf ดำเนินการ ดังนี้

1. ส่งแบบคำร้องพร้อมสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการหรือสำเนาบัตร MD CARD ที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
2. เขียนระบุในสำเนาว่า ขอใบแทนบัตรเลือกตั้งคณะกรรมการแพทยสภา วาระ พ.ศ.2564-2566
3. แจ้งที่อยู่ในการจัดส่งใบแทนบัตรเลือกตั้ง และเบอร์โทรศัพท์มือถือเพื่อการติดต่อ

FAX เอกสารมาที่ 02-591-8615 หรือทาง E-Mail : [email protected]
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ 02-590-1884 , 02-591-5991

*** กรุณาส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์เท่านั้น ***
-------------------------------------------
CR. คณะอนุกรรมการดำเนินการเลือกตั้งกรรมการแพทยสภา วาระ พ.ศ. 2564 - 2566

"แพทยสภา"ขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยเปิดทางรถพยาบาลพาผู้ป่วยถึงรพ.เร็วที่สุด พร้อมคุ้มครอ
21/10/2020
"แพทยสภา"ขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยเปิดทางรถพยาบาลพาผู้ป่วยถึงรพ.เร็วที่สุด พร้อมคุ้มครอ

"แพทยสภา"ขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยเปิดทางรถพยาบาลพาผู้ป่วยถึงรพ.เร็วที่สุด พร้อมคุ้มครอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุกรรมการบริหารแพทยสภา ออกประกาศ ระบุว่า ตามที่มีสถานการณ์ การชุมนุมในปัจจุบัน แพท...

แพทยสภาห่วงชุมนุม! ขอทุกฝ่ายเปิดทางรถพยาบาลพาผู้ป่วยถึงรพ.เร็วที่สุด คุ้มครองบุคลากรทา
21/10/2020
แพทยสภาห่วงชุมนุม! ขอทุกฝ่ายเปิดทางรถพยาบาลพาผู้ป่วยถึงรพ.เร็วที่สุด คุ้มครองบุคลากรทา

แพทยสภาห่วงชุมนุม! ขอทุกฝ่ายเปิดทางรถพยาบาลพาผู้ป่วยถึงรพ.เร็วที่สุด คุ้มครองบุคลากรทา

แพทยสภา ห่วงชุมนุมทางการเมือง ประกาศขอทุกฝ่ายเปิดทางรถพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยไปถึง รพ.และรับการรักษาโดยเ....

แพทยสภา สั่งรับมือผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม ชี้ไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรงทุกรูปแบบ
21/10/2020
แพทยสภา สั่งรับมือผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม ชี้ไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรงทุกรูปแบบ

แพทยสภา สั่งรับมือผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม ชี้ไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรงทุกรูปแบบ

แพทยสภา สั่งรับมือผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม ชี้ไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรงทุกรูปแบบ ก่อนหน้านี้ กระทรวงสา.....

แพทยสภา ขอความร่วมมือทุกฝ่าย อำนวยความสะดวกการรับมือบาดเจ็บเหตุชุมนุม
21/10/2020
แพทยสภา ขอความร่วมมือทุกฝ่าย อำนวยความสะดวกการรับมือบาดเจ็บเหตุชุมนุม

แพทยสภา ขอความร่วมมือทุกฝ่าย อำนวยความสะดวกการรับมือบาดเจ็บเหตุชุมนุม

แพทยสภาย้ำ! ขอทุกฝ่ายร่วมมือ อำนวยความสะดวกให้ทีมแพทย์ รับมือผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ชุมนุม เพื่อส่ง รักษาไ...

ประกาศคณะอนุกรรมการบริหารแพทยสภา ที่ ๑/๒๕๖๓.เรื่อง ขอความร่วมมือ เนื่องด้วยสถานการณ์ชุมนุม.ตามที่มีสถานการณ์ การชุมนุมใน...
20/10/2020

ประกาศคณะอนุกรรมการบริหารแพทยสภา ที่ ๑/๒๕๖๓
.
เรื่อง ขอความร่วมมือ เนื่องด้วยสถานการณ์ชุมนุม
.
ตามที่มีสถานการณ์ การชุมนุมในปัจจุบัน แพทยสภามีความห่วงใยสวัสดิภาพประชาชนทุกฝ่าย และไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรงในทุกรูปแบบ ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายต่อสุขภาพกาย ใจ และชีวิต รวมทั้งอาจเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินใดๆ แพทยสภาจึงขอความร่วมมือมายังทุกฝ่าย ดังนี้
.
๑. ขอให้มีความร่วมมือ แบบบูรณาการในหน่วยที่เกี่ยวข้องในการวางมาตรฐานการจัดการ กรณีการขนส่งผู้ป่วยผ่านพื้นที่ใด ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยมีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นเจ้าภาพเพื่อให้รถพยาบาลทุกคัน ติดต่อประสานกันได้และมีการส่งผู้ป่วย ไปถึงมือแพทย์หรือโรงพยาบาลและได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด
.
๒.กรณีมีเหตุการณ์ใด ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ในพื้นที่ ขอให้ทุกฝ่ายโปรดให้ความสำคัญ ในการดูแลและคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ตามหลักสากล เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ที่ต้องได้รับความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
.
แพทยสภาขอเป็นกำลังใจ ให้กับ แพทย์ พยาบาลและ บุคลากร ทางการแพทย์ทุกท่าน ที่เสียสละและอาสามาช่วยดูแลประชาชน ในสถานการณ์นี้ และ แพทยสภาหวังว่าเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ดีด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย
.
ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๓
.
(ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์)
ประธานคณะอนุกรรมการบริหารแพทยสภา

#หมอชวนรู้ ตอนที่ 60 "หน้ากากอนามัยคือวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ดีที่สุด"------------------------------------------------...
16/10/2020

#หมอชวนรู้ ตอนที่ 60 "หน้ากากอนามัยคือวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ดีที่สุด"
----------------------------------------------------

ตามที่มีข่าวว่า ไทยจะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ใช้ในปลายปี พ.ศ. 2564 ทำให้หลายคนวิตกกังวลว่า ไทยจะไม่รอดพ้นจากการระบาดโควิด-19 ระลอกสองในช่วงนี้ก่อนถึงเวลาปลายปีหน้า ผมขอเรียนข้อเท็จจริงว่า ตอนนี้ คนไทยได้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพดีมากและปลอดภัยจากฤทธิ์ข้างเคียงทั้งหลายอยู่แล้ว นั่นคือ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อเข้าไปที่ชุมนุมชนหรือในที่มีคนแออัดและอากาศไม่ถ่ายเท ทั้งนี้เพราะการสวมหน้ากากอนามัยคือด่านสกัดกั้นเชื้อไวรัสโควิด-19 มิให้เข้ารูจมูกและปากของเรา ท่านอย่าสวมหน้ากากอนามัยต่ำกว่ารูจมูกนะครับ หากสวมกระชับก็ป้องกันโรคได้เด็ดขาด หากเกิดพลาดพลั้งรับเชื้อเข้ารูจมูกบ้าง จำนวนเชื้อจะน้อยมาก เชื้อจำนวนน้อยนิดนี้จะไปก่อโรคแต่จะไม่ปรากฎอาการใด ๆ หรือมีเล็กน้อยเท่านั้น ท่านจะไม่ป่วยรุนแรง ไม่ถึงตายแน่นอน แต่กลับจะมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นได้ ทำให้ตัวเรามีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นเองโดยที่ยังไม่ต้องไปฉีดวัคซีน หากพลาดพลั้งไปรับเชื้อในขณะสวมหน้ากากอนามัยในที่อื่น ๆ อีก ภูมิคุ้มกันของเราจะถูกกระตุ้นให้เกิดสูงขึ้นไปอีกและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แตกต่างจากการไม่สวมหน้ากากอนามัยซึ่งเมื่อรับเชื้อ จะรับเต็มจำนวนเข้าไปในปอดและเสี่ยงต่อการป่วยหนัก เพราะร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ทัน เชื้อไวรัสจำนวนมากก็เข้าไปทำลายเซลล์จำนวนมากของเราด้วย และการต่อสู้เชื้อไวรัสจำนวนมากที่ร่างกายรับเข้ามาในทางเดินหายใจอย่างทันทีทันควันนั้น ร่างกายจะปล่อย cytokine storm ได้ cytokine storm คือสารที่เซลล์ภูมิคุ้มกันปล่อยออกมาต่อสู้เชื้อโรคจำนวนมาก แต่ปล่อยออกมามากเกินไปจนทำลายเซลล์ตนเองด้วย ทั้งสองกลไกนี้ทำให้เนื้อปอดถูกทำลายมากและพิการสูญเสียหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ ดังนั้น คนไทยต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าไปในชุมชนที่เราไม่รู้จัก เพราะหากพลาดพลั้งเกิดรับเชื้อก็จะรับจำนวนน้อยมากและไม่ป่วยรุนแรง แถมยังเกิดภูมิต้านทานโรคได้อีก ดังนั้น หน้ากากอนามัยคือวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ดีที่สุด เพราะราคาหน้ากากอนามัยถูกมากกว่าวัคซีนที่คาดว่าตกประมาณ 500 ถึง 1,000 บาท หน้ากากอนามัยของไทยมีทั่วไปแล้ว หน้ากากผ้าใช้ได้เลย ไม่ต้องฉีดก็เกิดภูมิต้านทานหรือไม่ป่วยเลยก็ได้ และไม่เกิดฤทธิ์ข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน เช่น ปวด บวม แดง ร้อนตรงที่ฉีดวัคซีน หรือมีไข้ เป็นต้น

ยิ่งสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคมแล้ว ขอยืนยันว่า ท่านกำลังใช้ วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ดีที่สุดในโลก ไม่ต้องคอยวัคซีนที่ต้องฉีดในปีหน้าหรอกครับ รีบใช้วัคซีนที่ดีที่สุดตัวนี้กันวันนี้เลยตามข้อบ่งใช้นะครับ และเลิกวิตกกังวลว่า จะไม่มีวัคซีนได้ใช้หรือจะมีการระบาดระลอกสอง นายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องแย่งซื้อวัคซีนให้เจ็บคอหรือเพลียใจเปล่า ๆ ขายแพงก็ไม่ต้องซื้อ รอคนไทยผลิตเองยังทันใช้เลยครับ

----------------------------------------------------
บทความโดย
ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี
นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ
----------------------------------------------------

ขอเชิญสมาชิกแพทยสภาทุกท่านใช้สิทธิ์เลือกตั้งกรรมการแพทยสภา วาระ พ.ศ.2564-2566การลงคะแนนจะมี 2 วิธี1. E-Vote (สำหรับผู้ที...
15/10/2020

ขอเชิญสมาชิกแพทยสภาทุกท่านใช้สิทธิ์เลือกตั้งกรรมการแพทยสภา
วาระ พ.ศ.2564-2566
การลงคะแนนจะมี 2 วิธี
1. E-Vote (สำหรับผู้ที่แสดงความจำนงแล้ว)
เริ่มวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 09:00 น.
ถึงวันที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 16:30 น.
คลิก https://allregist.com/login/7e51746feafa7f2621f71943da8f603c
สำหรับลงคะแนน หากเกิดเหตุขัดข้อง
กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่
02-590-1887
099-498-4509
E-mail : [email protected]
2. ทางไปรษณีย์ (วิธีเดิม) (เริ่ม 15 ตุลาคม 2563) ส่งบัตรลงคะแนนเลือกตั้งมายัง สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ชั้น 12 อาคารสภาวิชาชีพ ซอยสาธารณสุข 8 กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง
จ.นนทบุรี 11000
**ให้ส่งทางไปรษณีย์เท่านั้น ปิดรับบัตรลงคะแนน วันที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 16.30 น.**
กำหนดตรวจนับคะแนนเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 15 มกราคม 2564
เวลา 09.00น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมสิริวัฒนภักดี ชั้น 3
อาคารสภาวิชาชีพ กระทรวงสาธารณสุข
***ในกรณีเลือกตั้งทางไปรษณีย์ (วิธีเดิม) หากสมาชิกท่านใดไม่ได้รับเอกสารบัตรเลือกตั้งภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ให้ติดต่อแพทยสภาเพื่อตรวจสอบหรือขอรับใบแทน หรือ
โทรสอบถามได้ที่ 02-590-1884, 02-591-5991***
*********************************************

แพทยสภา's cover photo
14/10/2020

แพทยสภา's cover photo

ขอเชิญสมาชิกแพทยสภาทุกท่านใช้สิทธิ์เลือกตั้งกรรมการแพทยสภา วาระ พ.ศ.2564-2566เลือกได้ 30 ท่านการลงคะแนนจะมี 2 วิธี1. E-V...
14/10/2020

ขอเชิญสมาชิกแพทยสภาทุกท่านใช้สิทธิ์เลือกตั้งกรรมการแพทยสภา
วาระ พ.ศ.2564-2566

เลือกได้ 30 ท่าน

การลงคะแนนจะมี 2 วิธี
1. E-Vote (สำหรับผู้ที่แสดงความจำนงแล้ว)
เริ่มวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 09:00 น.
ถึงวันที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 16:30 น.
คลิก https://allregist.com/login/7e51746feafa7f2621f71943da8f603c

สำหรับลงคะแนน หากเกิดเหตุขัดข้อง
กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่
02-590-1887
099-498-4509
E-mail : [email protected]

2. ทางไปรษณีย์ (วิธีเดิม) (เริ่ม 15 ตุลาคม 2563) ส่งบัตรลงคะแนนเลือกตั้งมายัง สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ชั้น 12 อาคารสภาวิชาชีพ ซอยสาธารณสุข 8 กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง
จ.นนทบุรี 11000

**ให้ส่งทางไปรษณีย์เท่านั้น ปิดรับบัตรลงคะแนน วันที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 16.30 น.**

กำหนดตรวจนับคะแนนเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 15 มกราคม 2564
เวลา 09.00น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมสิริวัฒนภักดี ชั้น 3
อาคารสภาวิชาชีพ กระทรวงสาธารณสุข

***ในกรณีเลือกตั้งทางไปรษณีย์ (วิธีเดิม) หากสมาชิกท่านใดไม่ได้รับเอกสารบัตรเลือกตั้งภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ให้ติดต่อแพทยสภาเพื่อตรวจสอบหรือขอรับใบแทน หรือ
โทรสอบถามได้ที่ 02-590-1884, 02-591-5991***
*************************************************

แพทยสภา's cover photo
12/10/2020

แพทยสภา's cover photo

แพทยสภา ถือฤกษ์ดี จัดงานวันสถาปนาแพทยสภา ครบรอบ 52 ปี วันที่ 9  ตุลาคม 2563  จัดงานเชิดชูเกียรติแพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำ...
12/10/2020

แพทยสภา ถือฤกษ์ดี จัดงานวันสถาปนาแพทยสภา ครบรอบ 52 ปี วันที่ 9 ตุลาคม 2563 จัดงานเชิดชูเกียรติแพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำปีพุทธศักราช 2563 ซึ่งสมาชิกแพทยสภามีทั้งหมด 5 หมื่นกว่าคน มีผู้รับรางวัลทั้งหมด 4 ท่าน โดยมี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และสภานายกพิเศษแพทยสภา มาร่วมแสดงความยินดีและรับมอบโล่ที่ระลึกในฐานะผู้มีอุปการคุณแก่แพทยสภา ในผลักดันให้เกิดการก่อสร้างอาคารสภาวิชาชีพเพื่อเป็นที่ทำการถาวรของแพทยสภา จนสำเร็จสมดังวัตถุประสงค์และเริ่มเปิดดำเนินการ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 พร้อมมีการเสวนาเรื่อง “ประวัติศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขไทย” โดย ศ.นพ.สรรใจ แสงวิเชียร และ ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ พร้อมกันนั้นได้มีการมอบ “ตู้สะพานบุญ” และ พระพุทธรูป ภปร.ปางประทานพร ให้กับโรงพยาบาล ที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 98 แห่ง

แพทยสภา's cover photo
08/10/2020

แพทยสภา's cover photo

ขอแสดงความยินดีกับแพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำปีพุทธศักราช 2563 จำนวน 4 ท่าน ได้แก่          1.พลอากาศตรี นายแพทย์ทวีพงษ์ ปา...
07/10/2020

ขอแสดงความยินดีกับแพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำปีพุทธศักราช 2563 จำนวน 4 ท่าน ได้แก่

1.พลอากาศตรี นายแพทย์ทวีพงษ์ ปาจรีย์
แพทย์ดีเด่นแพทยสภา ด้านบริหาร

2. นายแพทย์จรัส วัชรประภาพงศ์
แพทย์ดีเด่นแพทยสภา สาขาแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน

3. ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ จิตต์เจริญ
แพทย์ดีเด่นแพทยสภา ด้านอาจารย์แพทย์

4. นายแพทย์พิษณุ ขันติพงษ์
แพทย์ดีเด่นแพทยสภา ด้านผู้อุทิศตนเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ
และต่อเนื่อง

โดยทั้ง 4 ท่าน จะเข้ารับรางวัลแพทย์ดีเด่น จาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2563 ในเวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมสิริวัฒนภักดี ชั้น 3 อาคารสภาวิชาชีพ กระทรวงสาธารณสุข

อ่านคำประกาศเกียรติคุณแพทย์ดีเด่น แพทยสภา ได้ที่นี
https://tmc.or.th/index.php/News/News-and-Activities/696

*******************************************************************

หมอชวนรู้ ตอนที่ 59 "การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย"--------------------------------------------------#แนวทางการดูแลผู้ป่วยใน...
02/10/2020

หมอชวนรู้ ตอนที่ 59 "การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย"
--------------------------------------------------
#แนวทางการดูแลผู้ป่วยในช่วงระยะสุดท้ายของชีวิต
ชีวิตของพวกเราทุกคน เริ่มต้นจากการเกิด เติบโตขึ้น เมื่อถึงจุดสูงสุดก็จะเริ่มมีการเสื่อมลงตามวัยและสภาพร่างกาย เมื่อมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น ภาวะเสื่อมลงของสุขภาพก็จะเป็นมากขึ้น จนถึงจุดหนึ่งเมื่ออวัยวะสำคัญในร่างกายไม่สามารถทำงานต่อไปได้ บุคคลผู้นั้นก็จะเสียชีวิตลง การรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบันก็มีจุดมุ่งหวังที่จะพยายามป้องกัน (prevention)และรักษาความผิดปกติที่เกิดขึ้น (cure) เพื่อผู้ที่รับการรักษาสามารถอยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี (good quality of life) อย่างยาวนานที่สุด แต่แม้ว่าความรู้ทางการแพทย์จะมีการพัฒนาไปอย่างมาก แต่ทุกคนก็ไม่สามารถจะมีชีวิตอยู่ตลอดไปได้ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ทุกคนก็จะมีการเสื่อมลงของสุขภาพจนทำให้มีคุณภาพของชีวิตลดลงและเสียชีวิต ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยจึงไม่สามารถเน้นที่มีจุดประสงค์ที่จะทำให้ผู้ป่วย “หายไว” แต่เพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องเน้นการดูแลที่ให้ผู้ป่วยที่มีโรคหรือความเสื่อมที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว สามารถ “ตายดี” ได้ด้วยหรืออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
.
#ผู้ป่วยระยะสุดท้ายไม่ใช่ผู้ป่วยสิ้นหวัง ผู้ป่วยทุกคนมีความหวังที่จะได้รับการดูแลที่เหมาะสมในช่วงสุดท้ายของชีวิตเพื่อให้มีคุณภาพของชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้และคงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ไว้ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต
--------------------------------------------------
บทความโดย
รศ. นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
--------------------------------------------------

ร่วมแสดงความยินดีกับสภากายภาพบำบัดสภากายภาพบำบัด :: Physical Therapy Council--------------------------------------------...
01/10/2020

ร่วมแสดงความยินดีกับสภากายภาพบำบัด
สภากายภาพบำบัด :: Physical Therapy Council
-------------------------------------------------------
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับสภากายภาพบำบัด ในโอกาสที่สภากายภาพบำบัดย้ายที่ทำการใหม่ วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่สภากายภาพบำบัด ชั้น 7 อาคารสภาวิชาชีพ กระทรวงสาธารณสุข
-------------------------------------------------------
https://tmc.or.th/index.php/News/News-and-Activities/694

#หมอชวนรู้ ตอนที่ 58 "วัณโรค ภัยร้ายใกล้ตัวท่าน"------------------------------------------------------------#วัณโรคคืออะ...
24/09/2020

#หมอชวนรู้ ตอนที่ 58 "วัณโรค ภัยร้ายใกล้ตัวท่าน"

------------------------------------------------------------

#วัณโรคคืออะไร
วัณโรค (tuberculosis) เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อ mycobacterium tuberculosis โดยการติดเชื้อชนิดนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่มีผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคปอดและมีเชื้อโรคอยู่ในเสมหะ เมื่อผู้ป่วยไอก็จะมีการฟุ้งกระจายของเชื้อและเมื่อมีผู้อื่นหายใจเอาเชื้อเข้าไป ก็สามารถเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ อย่างไรก็ตามการติดเชื้อวัณโรคนั้นไม่ได้ติดต่อกันได้ง่ายและรวดเร็วเหมือนการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ ผู้ที่จะรับเชื้อวัณโรคได้มักต้องมีการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นวัณโรคในระยะแพร่เชื้อสักระยะหนึ่ง โดยที่เชื้อวัณโรคจะมีการแพร่กระจายโดยทางการหายใจเป็นหลักและไม่ติดต่อโดยการรับประทานอาหารหรือการสัมผัส

#ปัญหาวัณโรคในประเทศไทย
วัณโรคเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยพบว่าในประเทศไทยยังมีปัญหาในการดูแลและรักษาผู้ป่วยที่เป็นวัณโรค โดยพบว่าในปัจจุบันมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ปีละ ประมาณ 90,000 ราย และมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากวัณโรคปีละ 5,000-7,000 คน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโรค ประเทศไทยมีสถานการณ์ความรุนแรงของวัณโรคอยู่ในอันดับที่ 18 เมื่อเทียบกับทุกประเทศทั่วโลก โดยพบว่าวัณโรคสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงมากได้แก่ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อ HIV

#วัณโรคทำให้เกิดโรคได้อย่างไร
เมื่อมีการรับเชื้อวัณโรคเข้าไปในร่างกาย ผู้ที่รับเชื้อส่วนหนึ่งจะเกิดการติดเชื้อเกิดขึ้น ในระยะนี้ผู้ป่วยมักมีอาการไม่มาก อาจมีไข้ ไอบ้าง และถ้าภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นปกติร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันวัณโรคขึ้นมา และเชื้อวัณโรคจะไปหลบอยู่ตามต่อมน้ำเหลืองหรือที่อวัยวะอื่น ๆ เราเรียกระยะการติดเชื้อนี้ว่าการติดเชื้อแบบปฐมภูมิ (primary infection) หลังจากการติดเชื้อปฐมภูมิผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการ เพียงแต่ถ้าไปตรวจจะพบว่ามีภูมิต่อเชื้อวัณโรคหรือถ้าถ่ายภาพรังสีทรวงอกอาจพบรอยแผลเป็นเล็ก ๆ หรือภาวะหินปูนเกาะในปอด แต่อาการอื่นจะไม่ปรากฎเลย เราเรียกระยะนี้ว่าระยะการติดเชื้อแฝง (latent infection)
ในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อในระยะแฝง ส่วนหนึ่งจะเกิดการเจริญเติบโตของเชื้อวัณโรคขึ้นมาได้เองในภายหลัง (reactivation of tuberculosis) เมื่อร่างกายอ่อนแอลง ประมาณว่าในผู้ติดเชื้อแฝง 100 คน จะมีโอกาสเกิดโรควัณโรคขึ้นมาใหม่ประมาณ 10 คนหรือ 10% โดยการเกิดโรคขึ้นใหม่มักจะเกิดขึ้นในปอด โดยเกิดขึ้นได้บ่อยในช่วง 2-3 ปีแรกภายหลังการรับเชื้อวัณโรคเข้าไป ผู้ป่วยจะมีการอักเสบเรื้อรังในปอด มีอาการไอเรื้อรัง มีไข้ต่ำๆ และอาจมีเหงื่อออกตอนกลางคืน และน้ำหนักลดลง และจะตรวจพบว่ามีภาพรังสีทรวงอกที่ผิดปกติ ระยะนี้คือการป่วยเป็นวัณโรคที่เราเข้าใจกันทั่วๆ ไปนั่นเอง อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยวัณโรคปอดสวนหนึ่งที่อาจไม่มีอาการเลย เพียงแต่ตรวจพบว่ามีภาพรังสีปอดที่ผิดปกติแต่เพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ก็จะมีอาการเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป นอกจากเกิดโรคที่ปอดแล้ว เชื้อวัณโรคอาจทำให้เกิดโรคที่อวัยวะอื่น ๆ นอกปอดได้เช่นกัน เช่นที่กระดูก, เยื่อหุ้มสมอง, สำไส้ โดยจะมีอาการแสดงของโรคตามแต่ละอวัยวะที่เกิดการติดเชื้อขึ้น เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดศีรษะ

#วัณโรครักษาอย่างไร
การรักษาวัณโรคในปัจจุบันใช้หลักการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน โดยต้องทานยาต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนหรือในผู้ป่วยบางรายหรือสูตรยาบางชนิดอาจจะนานกว่านั้น สาเหตุที่พบว่าการรักษาวัณโรคล้มเหลวที่พบบ่อยที่สุดคือผู้ป่วยทานยาไม่ครบตามที่กำหนด ซึ่งอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาทำให้ไม่อยากทานต่อ หรือบางครั้งหลังรักษาได้ระยะหนึ่ง อาการดีขึ้นก็หยุดยาไปเองเพราะมีความเข้าใจว่าหายแล้ว ซึ่งการทานยาวัณโรคไม่ครบจะมีอันตรายมากเพราะนอกจากจะรักษาไม่หายแล้วจะทำให้เชื้อที่เหลืออยู่มีโอกาสกลายเป็นเชื้อดื้อยามากขึ้น ดังนั้นการรักษาวัณโรคจึงจำเป็นต้องมีระบบติดตามผู้ป่วยที่ดี คือถ้าผู้ป่วยไม่มารับยาต้องมีการติดตาม และผู้ป่วยควรเลือกที่รักษาที่ไปรับยาได้สะดวก การรักษาวัณโรคในปัจจุบัน ยาสูตรมาตรฐานใช้ยาเดียวกันทั้งประเทศ จะรักษาที่ใดก็สามารถรักษาหายได้เหมือนกัน จึงแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาตัวในที่ที่สะดวกที่สุด เมื่อผู้ป่วยทานยาไประยะหนึ่ง ถ้าทานยาต่อเนื่อง อาการจะดีขึ้นและเชื้อที่พบในเสมหะก็จะน้อยลงและก็จะไม่แพร่เชื้ออีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องรักษาให้ครบก่อนถึงจะกลับไปทำงานได้ (ประมาณ 2-4 อาทิตย์หลังการรักษาปริมาณเชื้อก็จะน้อยลงมากจนไม่น่าจะแพร่เชื้อ)

#ถ้าพบว่ามีบุคคลที่ใกล้ชิดป่วยเป็นวัณโรคควรทำอย่างไร
เมื่อมีผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยวัณโรคอย่างใกล้ชิด สิ่งแรกแพทย์จะแนะนำคือพยายามสืบค้นก่อนว่าผู้สัมผัสโรคดังกล่าวมีภาวะวัณโรคเกิดขึ้นหรือยัง โดยจากการซักประวัติว่ามีอาการบ่งชี้หรือไม่ เช่น ไอเรื้อรัง มีไข้ เหงื่อออกกลางคืนหรือน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และทำการตรวจเพิ่มเติมว่ามีภาพรังสีปอดที่ผิดปกติหรือไม่ ถ้าพบว่ามีวัณโรคก็ทำการรักษาแบบผู้ป่วยวัณโรคไป ในกรณีที่ไม่พบว่าเป็นวัณโรค การที่จะบอกว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อแฝง (หรือเคยรับเชื้อเข้าไปหรือยัง) สามารถทำได้โดยวิธีอ้อมๆ คือการทดสอบภูมิคุ้มกันต่อวัณโรค โดยหมอจะทำการฉีดสารสกัดจากเชื้อวัณโรคเข้าไปใต้ผิวหนังและรอเป็นเวลา 48 ชั่วโมงวัดว่าเกิดปฏิกิริยาขึ้นหรือไม่ในบริเวณที่ฉีด ถ้าเกิดปฏิกิริยาเป็นบวก (คือมีตุ่มแดงขนาดเกิน 10 มิลลิเมตร) แสดงว่าผู้ถูกทดสอบมีภูมิต่อเชื้อแสดงว่าอาจเคยติดเชื้อมาก่อน อย่างไรก็ตามการทดสอบทางผิวหนังแล้วผลบวกพบได้บ่อยในคนไทยทั่วๆ ไป ดังนั้นการที่มีการทดสอบทางผิวหนังเป็นบวก ไม่ได้หมายความว่าจะป่วยเป็นวัณโรคแล้ว อาจเกิดจากการฉีดวัคซีนบีซีจีตั้งแต่เกิดหรือเคยมีการรับเชื้อที่เกิดมาก่อน ดังนั้นการทดสอบทางผิวหนังจึงไม่ค่อยมีประโยชน์มากนักในคนไทย แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดวัณโรคสูง เช่น ในเด็กเล็ก ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ดี แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาโดยการทานยาต้านวัณโรค 1 ชนิดเป็นเวลา 6-9 เดือนเพื่อป้องกันโอกาสการเกิดโรคในอนาคต

#วัณโรคดื้อยาคืออะไร
ยามาตรฐานที่ใช้ในการรักษาวัณโรค (first line drugs) มีอยู่ประมาณ 5 ชนิด ซึ่งการใช้ยาสูตรมาตรฐานรักษาวัณโรคที่ไม่ดื้อยาและผู้ป่วยรับยาอย่างถูกต้องจะมีโอกาสรักษาหายขาดมากกว่า 90% แต่ปัจจุบันเริ่มพบว่ามีวัณโรคที่ดื้อต่อยามาตรฐาน โดยพบมากในผู้ป่วยที่มีประวัติการรักษาที่ไม่เหมาะสมครบถ้วนมาก่อน ปัญหาของเชื้อที่ดื้อยาคือ ถ้ามีเชื้อที่ดื้อต่อยาต้านวัณโรคหลายตัว การรักษาด้วยยามาตรฐานจะไม่ได้ผล จำเป็นต้องใช้ยาสำรอง (second line drug) ซึ่งจะมีราคาแพงมาก มีผลข้างเคียงสูงแต่ก็ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ควรอยู่ในการดูแลของผู้ที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ แนวทางการป้องกันเชื้อดื้อยาที่สำคัญคือต้องให้ผู้ป่วยวัณโรคทุกรายได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่แรก

#วัคซีนป้องกันวัณโรคมีหรือไม่
จริงๆ แล้วเด็กไทยเกือบทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนบีซีจีตั้งแต่แรกเกิดอยู่แล้ว แต่ผลการป้องกันโรคของวัคซีนนี้ได้ผลไม่ดี พบว่าอาจมีผลช่วยป้องกันการติดเชื้อชนิดที่รุนแรงในเด็กช่วงอายุขวบปีแรก แต่ไม่มีผลในการป้องกันการเกิดโรคในผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงถือว่าปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันวัณโรคที่ได้ผล วิธีการป้องกันการแพร่เชื้อวัณโรคที่ดีที่สุดคือการให้การวินิจฉัยผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคให้เร็วที่สุดและให้การรักษาที่เหมาะสมเพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อจากผู้ป่วยและผู้ป่วยวัณโรคในระยะแพร่เชื้อควรปฏิบัติตัวให้เหมาะสม เช่น ใช้หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ชุมชนจนกว่าจะได้รับการรักษาในระยะที่เหมาะสมและไม่มีการแพร่เชื้ออีกต่อไป
------------------------------------------------------------
บทความโดย รศ. นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
------------------------------------------------------------

ที่อยู่

ถนน สาธารณสุข 3
Bangkok
11000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

66025901886

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แพทยสภาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง แพทยสภา:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด