กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า แ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า แ "เพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ ภายในปี
พ. ศ. 2569" FanPage กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการขึ้นเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร ภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์

เพื่อกระตุ้นในการอนุรักษ์ และปลุก จิตสำนึกให้ชุมชนมีความหวงแหนและการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่น ให้ทุกภาคส่วน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งอาหาร แหล่งนันทนาการและการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประเทศไทย

เปิดเหมือนปกติ

DNPnews : สบอ.3 (บ้านโป่ง) ยกระดับปราบปราม ตั้งชุดปฎิบัติการพิเศษปกป้องผืนป่าตะวันตก 6 จังหวัดอ่านเพิ่ม:http://news.dnp....
14/01/2022
สบอ.3 (บ้านโป่ง) ยกระดับปราบปราม ตั้งชุดปฎิบัติการพิเศษปกป้องผืนป่าตะวันตก 6 จังหวัด

DNPnews : สบอ.3 (บ้านโป่ง) ยกระดับปราบปราม ตั้งชุดปฎิบัติการพิเศษปกป้องผืนป่าตะวันตก 6 จังหวัด

อ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go.th/news/11847

วันที่ 14 มกราคม 2565 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวย […]

14 มกราคม ของทุกปี วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติป่าไม้เป็นทรัพยากรที่สําคัญของชาติ ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่...
13/01/2022

14 มกราคม ของทุกปี วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

ป่าไม้เป็นทรัพยากรที่สําคัญของชาติ ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ประชาชน ช่วยรักษา ความสมดุลของภาวะแวดล้อมและป้องกันภัยธรรมชาติซึ่งนําความเสียหายอย่างร้ายแรง แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สาเหตุที่ทําให้เกิดภัยธรรมชาติส่วนหนึ่งมาจากการลักลอบตัดไม้ ทําลายป่าจนทําให้เกิดความเสียหายต่อสภาพป่าไม้ของชาติ ทําให้เกิดความไม่สมดุลทางภาวะ แวดล้อมจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 พระราชกําหนดดังกล่าวได้ให้อํานาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอํานาจสั่งการให้สัมปทานป่าไม้สิ้นสุดลง ทั้งแปลงได้ ดังนั้นการจัดวางโครงการทําไม้ทั่วประเทศต้องยุติลงทุกโครงการและทุกพื้นที่ เหตุเนื่องมาจากอุทกภัยภาคใต้ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2531 โดยเฉพาะที่ตําบลกระทุน อําเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และวาตภัยจากพายุเกย์ที่จังหวัดชุมพร เมื่อพ.ศ. 2532 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่าภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการ ลักลอบตัดไม้ทําลายป่า จําเป็นต้องทําการรณรงค์ต่อเนื่องและระยะยาวให้ประชาชนได้เข้าใจ และให้ ความสําคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยสร้างจิตสํานึกให้กับประชาชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจ เกิดขึ้นจากการตัดไม้ทําลายป่าเพื่อต้องการอนุรักษ์ป่าไม้ที่มีอยู่อย่างจํากัดมิให้ถูกทําลายต่อไป พร้อม ทั้งได้กําหนดให้ช่วงปี 2532 - 2535 เป็น “ปีแห่งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ” และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533 กําหนดให้วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี เป็น “วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ”

โดยมีวัตถุประสงควัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในชาติได้ระลึกถึงผลเสียที่เกิดจากการตัดไม้ทําลายป่าซึ่งทําให้ประชาชน จํานวนมากต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และเพื่อให้ประชาชนได้ระลึกถึงความสําคัญของงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ คือการที่รัฐบาลได้สั่งยกเลิกสัมปทานป่าไม้ทั่วประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2532

#วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ #14มกราคม

14 มกราคม ของทุกปี วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

ป่าไม้เป็นทรัพยากรที่สําคัญของชาติ ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ประชาชน ช่วยรักษา ความสมดุลของภาวะแวดล้อมและป้องกันภัยธรรมชาติซึ่งนําความเสียหายอย่างร้ายแรง แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สาเหตุที่ทําให้เกิดภัยธรรมชาติส่วนหนึ่งมาจากการลักลอบตัดไม้ ทําลายป่าจนทําให้เกิดความเสียหายต่อสภาพป่าไม้ของชาติ ทําให้เกิดความไม่สมดุลทางภาวะ แวดล้อมจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 พระราชกําหนดดังกล่าวได้ให้อํานาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอํานาจสั่งการให้สัมปทานป่าไม้สิ้นสุดลง ทั้งแปลงได้ ดังนั้นการจัดวางโครงการทําไม้ทั่วประเทศต้องยุติลงทุกโครงการและทุกพื้นที่ เหตุเนื่องมาจากอุทกภัยภาคใต้ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2531 โดยเฉพาะที่ตําบลกระทุน อําเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และวาตภัยจากพายุเกย์ที่จังหวัดชุมพร เมื่อพ.ศ. 2532 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่าภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการ ลักลอบตัดไม้ทําลายป่า จําเป็นต้องทําการรณรงค์ต่อเนื่องและระยะยาวให้ประชาชนได้เข้าใจ และให้ ความสําคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยสร้างจิตสํานึกให้กับประชาชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจ เกิดขึ้นจากการตัดไม้ทําลายป่าเพื่อต้องการอนุรักษ์ป่าไม้ที่มีอยู่อย่างจํากัดมิให้ถูกทําลายต่อไป พร้อม ทั้งได้กําหนดให้ช่วงปี 2532 - 2535 เป็น “ปีแห่งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ” และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533 กําหนดให้วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี เป็น “วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ”

โดยมีวัตถุประสงควัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในชาติได้ระลึกถึงผลเสียที่เกิดจากการตัดไม้ทําลายป่าซึ่งทําให้ประชาชน จํานวนมากต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และเพื่อให้ประชาชนได้ระลึกถึงความสําคัญของงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ คือการที่รัฐบาลได้สั่งยกเลิกสัมปทานป่าไม้ทั่วประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2532

#วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ #14มกราคม

DNPnews :อช.เกาะลันตา ช่วย 6 ชีวิตชาวประมงเรืออับปาง ใกล้เกาะห้า 13 มกราคม นายสุธน เวียงดาว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกา...
13/01/2022

DNPnews :อช.เกาะลันตา ช่วย 6 ชีวิตชาวประมงเรืออับปาง ใกล้เกาะห้า

13 มกราคม นายสุธน เวียงดาว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่ามีชาวประมงขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเรือรั่วอยู่กลางทะเล ใกล้กับเกาะห้า

เจ้าหน้าที่สายตรวจ ประจำอยู่บนแพศูนย์บริการลอยน้ำที่เกาะห้านำเรือตรวจการณ์ของอุทยานฯ ออกไปให้การช่วยเหลือ พบมีลูกเรือ 6 คน จึงได้รับทุกคนขึ้นเรือยางได้นำมาพักบนแพศูนย์บริการลอยน้ำที่เกาะห้า โดยทุกคนมีอาการปลอดภัย

เรือลำดังกล่าวเป็นเรือประมงชื่อ แพรวพลอย มีเรือ 6 คน เป็นเรือ มาจาก ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา ได้มาทำประมงดักในพื้นที่ แต่เรือเกิดรั่ว ลูกเรือจึงโทรขอความช่วยเหลือจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

รมว.ทส. สั่งเข้มติดตามคดี 'เสือโคร่ง' ให้ถึงที่สุด กำชับยกระดับมาตรการตรวจตรารักษาป่าอ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go.th/new...
13/01/2022
รมว.ทส. สั่งเข้มติดตามคดี ‘เสือโคร่ง’ ให้ถึงที่สุด กำชับยกระดับมาตรการตรวจตรารักษาป่า

รมว.ทส. สั่งเข้มติดตามคดี 'เสือโคร่ง' ให้ถึงที่สุด กำชับยกระดับมาตรการตรวจตรารักษาป่า

อ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go.th/news/11809

วันที่ 13 มกราคม 2565 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทร […]

DNPnews :'พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน' ได้รับบรรจุบัญชีรายชื่อเบื้องต้น ขึ้นทะเบียนมรดกโลกอ่านเพิ่ม: http://news.dn...
13/01/2022
‘พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน’ ได้รับบรรจุบัญชีรายชื่อเบื้องต้น ขึ้นทะเบียนมรดกโ

DNPnews :'พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน' ได้รับบรรจุบัญชีรายชื่อเบื้องต้น ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

อ่านเพิ่ม: http://news.dnp.go.th/news/11767

วันที่ 13 มกราคม 2565 นางสุนีย์ ศักดิ์เสือ ผู้อำนวยการก […]

DNPnews :ขหล.ภูเขากระโดง เชิญเที่ยวชมการแสดง "แสง สี เสียง ตำนานรักภูเขาไฟกระโดง" ปี 2565อ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go.th...
13/01/2022
ขหล.ภูเขากระโดง เชิญเที่ยวชมการแสดง “แสง สี เสียง ตำนานรักภูเขาไฟกระโดง” ปี 2565

DNPnews :ขหล.ภูเขากระโดง เชิญเที่ยวชมการแสดง "แสง สี เสียง ตำนานรักภูเขาไฟกระโดง" ปี 2565

อ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go.th/news/11785

วันที่ 13 มกราคม 2565 นายรณภพ ณรงค์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสั […]

DNPnews :ขสป.ลำน้ำน่านฝั่งขวา ฝึกผู้นำชุมชนใช้อุปกรณ์ดับไฟป่า สาธิตการอัดเชื้อเพลิงจากเศษใบไม้อ่านเพิ่ม:http://news.dnp....
13/01/2022
ขสป.ลำน้ำน่านฝั่งขวา ฝึกผู้นำชุมชนใช้อุปกรณ์ดับไฟป่า สาธิตการอัดเชื้อเพลิงจากเศษใบไม้

DNPnews :ขสป.ลำน้ำน่านฝั่งขวา ฝึกผู้นำชุมชนใช้อุปกรณ์ดับไฟป่า สาธิตการอัดเชื้อเพลิงจากเศษใบไม้

อ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go.th/news/11702

#ป้องกันไฟป่า

วันที่ 12 มกราคม 2565 นายสัมพันธ์ ใจสุดา หัวหน้า​เขต​รั […]

"หนูเหม็น" Moonrat𝘌𝘤𝘩𝘪𝘯𝘰𝘴𝘰𝘳𝘦𝘹 𝘨𝘺𝘮𝘯𝘶𝘳𝘢หนูเหม็นเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก หน้าตาคล้ายหนูแต่ไม่ใช่หนู และก็ไม่ได้อยู่...
12/01/2022

"หนูเหม็น"
Moonrat
𝘌𝘤𝘩𝘪𝘯𝘰𝘴𝘰𝘳𝘦𝘹 𝘨𝘺𝘮𝘯𝘶𝘳𝘢

หนูเหม็นเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก หน้าตาคล้ายหนูแต่ไม่ใช่หนู และก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับสัตว์ฟันแทะ (พวกหนูหรือกระรอก) แต่อยู่วงศ์เดียวกับเม่นแคระ (วงศ์ Erinaceidae) ที่เป็นสัตว์เลี้ยงที่นิยมในปัจจุบัน เป็นสัตว์ที่มีข้อมูลน้อยเพราะว่าเห็นตัวได้ยาก มีบ้างที่เห็นจากกล้องดักถ่ายภาพ

การกระจายพันธุ์พบตั้งแต่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานลงไปจนถึงปลายแหลมมลายู เกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว

มีปลายปากด้านบนยื่นเรียวออกมามากกว่าปากด้านล่าง ปลายจมูกบอบบางและบาน ลักษณะพิเศษนี้เพื่อใช้ตรวจหาเหยื่อ มีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัวที่ใช้สื่อสารกับตัวอื่น ใช้ป้องกันตัวหรือทำเครื่องหมายอาณาเขตของมัน สามารถส่งกลิ่นออกไปได้ไกลเป็นระยะหลายเมตร ซึ่งกลิ่นนี้มีส่วนผสมของแอมโมเนียกลิ่นจึงค่อนข้างแรงจึงเป็นที่มาของชื่อภาษาไทยว่า หนูเหม็น

หนูเหม็นออกหากินเวลากลางคืน กลางวันซ่อนตัวในโพรงไม้หรือรากไม้ หรืออยู่ในโพรงดิน

เป็นสัตว์ที่พบได้บ่อยจากกล้องดักถ่ายภาพในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของภาคใต้ พบเกือบทุกแห่งที่มีการตั้งกล้องสภาพป่าที่พบส่วนใหญ่พบในป่าดิบชื้น มีรายงานว่าพบในป่าโกงกางด้วย และส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้กับลำธารที่มีน้ำไหลผ่าน พื้นที่ราบตามรอยต่อของป่า สวนผลไม้หรือสวนปาล์มน้ำมันที่ค่อนข้างรกก็มีโอกาสเจอ มีรายงานการศึกษาหนูเหม็นที่ดักได้ที่สวนปาล์มน้ำมัน พบว่าหนูเหม็นก็กินลูกปาล์มน้ำมัน และในระหว่างที่เลี้ยงก็กินผลไม้อื่นได้ เช่น กล้วยและแอปเปิ้ล

พื้นที่ที่เจอหนูเหม็นส่วนใหญ่พื้นดินต้องไม่แข็ง เพราะอาหารส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังทั้งที่อยู่บนพื้นดิน เช่น แมลงสาบ แมงมุม ด้วง กิ้งกือ ตะขาบ และพวกที่อยู่ใต้พื้นดิน เช่น ไส้เดือน และก็พบว่าหนูเหม็นกินสัตว์ที่อยู่ในน้ำด้วย มีรายงานการตรวจกระเพาะอาหารของหนูเหม็น พบว่ามีบางส่วนเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ เช่น กุ้ง ปู ปลา และหอย นั่นคือหนูเหม็นสามารถว่ายน้ำหรือดำน้ำได้

มีการศึกษาในรัฐซาบาห์ที่เกาะบอร์เนียว ข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพที่ติดตั้งทั้งพื้นที่ป่าอนุรักษ์และนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ส่วนใหญ่เป็นสวนปาล์มน้ำมัน จึงพบหนูเหม็นได้ทั้งสองที่ แต่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากกว่ามาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อพื้นที่สวนปาล์มมากขึ้นและพื้นที่ป่าลดลง จำนวนหนูเหม็นก็ลดลงตามไปด้วยทั้งในป่าอนุรักษ์และนอกป่าอนุรักษ์

ถึงแม้ว่าหนูเหม็นจะอยู่ได้ในป่าหลายรูปแบบ แต่ประชากรหลักก็อยู่ในป่า ถ้าป่าเหลือน้อยประชากรหลักก็เหลือน้อยตามไปด้วย ที่เจอในสวนคือส่วนที่ออกมาจากป่า ถ้าป่าหมดสัตว์ก็อยู่ไม่ได้ เมื่อนั้นเราคงไม่ได้เจอสัตว์ป่าในสวนอีก

https://link.springer.com/content/pdf/10.1016/j.mambio.2018.10.003.pdf

ที่มา : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา • Hala Bala Wildlife Research Station

"หนูเหม็น"
Moonrat
𝘌𝘤𝘩𝘪𝘯𝘰𝘴𝘰𝘳𝘦𝘹 𝘨𝘺𝘮𝘯𝘶𝘳𝘢

หนูเหม็นเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก หน้าตาคล้ายหนูแต่ไม่ใช่หนู และก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับสัตว์ฟันแทะ (พวกหนูหรือกระรอก) แต่อยู่วงศ์เดียวกับเม่นแคระ (วงศ์ Erinaceidae) ที่เป็นสัตว์เลี้ยงที่นิยมในปัจจุบัน เป็นสัตว์ที่มีข้อมูลน้อยเพราะว่าเห็นตัวได้ยาก มีบ้างที่เห็นจากกล้องดักถ่ายภาพ

การกระจายพันธุ์พบตั้งแต่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานลงไปจนถึงปลายแหลมมลายู เกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว

มีปลายปากด้านบนยื่นเรียวออกมามากกว่าปากด้านล่าง ปลายจมูกบอบบางและบาน ลักษณะพิเศษนี้เพื่อใช้ตรวจหาเหยื่อ มีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัวที่ใช้สื่อสารกับตัวอื่น ใช้ป้องกันตัวหรือทำเครื่องหมายอาณาเขตของมัน สามารถส่งกลิ่นออกไปได้ไกลเป็นระยะหลายเมตร ซึ่งกลิ่นนี้มีส่วนผสมของแอมโมเนียกลิ่นจึงค่อนข้างแรงจึงเป็นที่มาของชื่อภาษาไทยว่า หนูเหม็น

หนูเหม็นออกหากินเวลากลางคืน กลางวันซ่อนตัวในโพรงไม้หรือรากไม้ หรืออยู่ในโพรงดิน

เป็นสัตว์ที่พบได้บ่อยจากกล้องดักถ่ายภาพในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของภาคใต้ พบเกือบทุกแห่งที่มีการตั้งกล้องสภาพป่าที่พบส่วนใหญ่พบในป่าดิบชื้น มีรายงานว่าพบในป่าโกงกางด้วย และส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้กับลำธารที่มีน้ำไหลผ่าน พื้นที่ราบตามรอยต่อของป่า สวนผลไม้หรือสวนปาล์มน้ำมันที่ค่อนข้างรกก็มีโอกาสเจอ มีรายงานการศึกษาหนูเหม็นที่ดักได้ที่สวนปาล์มน้ำมัน พบว่าหนูเหม็นก็กินลูกปาล์มน้ำมัน และในระหว่างที่เลี้ยงก็กินผลไม้อื่นได้ เช่น กล้วยและแอปเปิ้ล

พื้นที่ที่เจอหนูเหม็นส่วนใหญ่พื้นดินต้องไม่แข็ง เพราะอาหารส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังทั้งที่อยู่บนพื้นดิน เช่น แมลงสาบ แมงมุม ด้วง กิ้งกือ ตะขาบ และพวกที่อยู่ใต้พื้นดิน เช่น ไส้เดือน และก็พบว่าหนูเหม็นกินสัตว์ที่อยู่ในน้ำด้วย มีรายงานการตรวจกระเพาะอาหารของหนูเหม็น พบว่ามีบางส่วนเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ เช่น กุ้ง ปู ปลา และหอย นั่นคือหนูเหม็นสามารถว่ายน้ำหรือดำน้ำได้

มีการศึกษาในรัฐซาบาห์ที่เกาะบอร์เนียว ข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพที่ติดตั้งทั้งพื้นที่ป่าอนุรักษ์และนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ส่วนใหญ่เป็นสวนปาล์มน้ำมัน จึงพบหนูเหม็นได้ทั้งสองที่ แต่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากกว่ามาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อพื้นที่สวนปาล์มมากขึ้นและพื้นที่ป่าลดลง จำนวนหนูเหม็นก็ลดลงตามไปด้วยทั้งในป่าอนุรักษ์และนอกป่าอนุรักษ์

ถึงแม้ว่าหนูเหม็นจะอยู่ได้ในป่าหลายรูปแบบ แต่ประชากรหลักก็อยู่ในป่า ถ้าป่าเหลือน้อยประชากรหลักก็เหลือน้อยตามไปด้วย ที่เจอในสวนคือส่วนที่ออกมาจากป่า ถ้าป่าหมดสัตว์ก็อยู่ไม่ได้ เมื่อนั้นเราคงไม่ได้เจอสัตว์ป่าในสวนอีก

https://link.springer.com/content/pdf/10.1016/j.mambio.2018.10.003.pdf

ที่มา : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา • Hala Bala Wildlife Research Station

DNPnews :กรมอุทยานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ จ.แม่ฮ่องสอนhttp://news.dnp.go.th/news/1171...
12/01/2022
กรมอุทยานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ จ.แม่ฮ่องสอน

DNPnews :กรมอุทยานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ จ.แม่ฮ่องสอน

http://news.dnp.go.th/news/11718

วันที่ 11 มกราคม 2565 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็ […]

DNPnews : อุทยานฯ ทองผาภูมิ ลาดตระเวนยึดซากเสือโคร่ง 2 ตัว กลางป่าใกล้ชายแดนไทย-พม่าอ่านต่อ http://news.dnp.go.th/news/1...
12/01/2022
อุทยานฯ ทองผาภูมิ ลาดตระเวนยึดซากเสือโคร่ง 2 ตัว กลางป่าใกล้ชายแดนไทย-พม่า

DNPnews : อุทยานฯ ทองผาภูมิ ลาดตระเวนยึดซากเสือโคร่ง 2 ตัว กลางป่าใกล้ชายแดนไทย-พม่า

อ่านต่อ http://news.dnp.go.th/news/11754

วันที่ 12 มกราคม 2565 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวย […]

DNPnews :จับได้แล้ว 'เสือโคร่งห้วยขาแข้ง' หลังวางกับดักล่อ ติดปลอกคอวิทยุปล่อยสู่ป่าธรรมชาติอ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go...
12/01/2022
จับได้แล้ว ‘เสือโคร่งห้วยขาแข้ง’ หลังวางกับดักล่อ ติดปลอกคอวิทยุปล่อยสู่ป่าธรรมชาติ

DNPnews :จับได้แล้ว 'เสือโคร่งห้วยขาแข้ง' หลังวางกับดักล่อ ติดปลอกคอวิทยุปล่อยสู่ป่าธรรมชาติ

อ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go.th/news/11741

วันที่ 12 มกราคม 2565 นายมีเดช เจริญกิจวนารักษ์ ผู้อำนว […]

DNPnews :ขหล.ป่าเขาภูหลวง ลาดตระเวนเก็บกู้ทำลายกับดักสัตว์ป่า พบแร้วลวดสลิงกว่า 28 อันวันที่ 12 มกราคม 2565 นายชัยพร ทับ...
12/01/2022

DNPnews :ขหล.ป่าเขาภูหลวง ลาดตระเวนเก็บกู้ทำลายกับดักสัตว์ป่า พบแร้วลวดสลิงกว่า 28 อัน

วันที่ 12 มกราคม 2565 นายชัยพร ทับทิมทอง
หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง เปิดเผย​ว่า​ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง ร่วมกับฐานปฏิบัติการป้องกันและรักษาป่าที่ นม.4 เขาภูหลวงร่วมค้นหาเก็บกู้กับดักสัตว์ป่า บริเวณพื้นที่ป่าแปลงปลูกป่าฯ FPT 48 ด้านทิศใต้บ้านคลองสาริกา ท้องที่หมู่ที่ 8 ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ผลการปฎิบัติงานค้นหาตรวจสอบพื้นที่ในวันนี้ ได้ตรวจพบกับดักสัตว์ป่า ประเภทแร้ว ซึ่งทำจากลวดสลิง โดยวางผูกกับต้นไม้ เพื่อดักสัตว์ป่า อยู่ในบริเวณพื้นที่โดยรอบที่เข้าตรวจสอบ จึงได้เก็บกู้ เพื่อนำไปทำลาย โดยได้เก็บกู้กับดักแร้วสลิง ทั้งหมดจำนวน 28 อัน และจะได้ดำเนินการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงอย่างละเอียด เพื่อค้นหา เก็บกู้ ทำลาย กับดักสัตว์ป่าที่อาจหลงเหลืออยู่ต่อไป

อ่านเพิ่ม:http://news.dnp.go.th/news/11686

#หยุดกับดักสัตว์ป่ามหันต์ภัยทำร้ายสัตว์ป่า

DNPnews  : สบอ.11 (พิษณุโลก) สนธิกำลังตำรวจ ปทส. จับกุมชายลักลอบจับนกสัตว์ป่าคุ้มครองขังกรงอ่านต่อ http://news.dnp.go.th...
12/01/2022
สบอ.11 (พิษณุโลก) สนธิกำลังตำรวจ ปทส. จับกุมชายลักลอบจับนกสัตว์ป่าคุ้มครองขังกรง

DNPnews : สบอ.11 (พิษณุโลก) สนธิกำลังตำรวจ ปทส. จับกุมชายลักลอบจับนกสัตว์ป่าคุ้มครองขังกรง

อ่านต่อ http://news.dnp.go.th/news/11677

วันที่ 11 มกราคม 2565 นายโกเมศ พุทธสอน ผู้อำนวยการสำนัก […]

"ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลา" 𝘏𝘪𝘱𝘱𝘰𝘴𝘪𝘥𝘦𝘳𝘰𝘴 𝘥𝘺𝘢𝘤𝘰𝘳𝘶𝘮 Dayak Leaf-nosed Batค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลา (𝘏𝘪𝘱𝘱𝘰𝘴𝘪𝘥𝘦𝘳𝘰𝘴 𝘥𝘺...
11/01/2022

"ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลา"
𝘏𝘪𝘱𝘱𝘰𝘴𝘪𝘥𝘦𝘳𝘰𝘴 𝘥𝘺𝘢𝘤𝘰𝘳𝘶𝘮
Dayak Leaf-nosed Bat

ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลา (𝘏𝘪𝘱𝘱𝘰𝘴𝘪𝘥𝘦𝘳𝘰𝘴 𝘥𝘺𝘢𝘤𝘰𝘳𝘶𝘮) รายงานครั้งแรกถูกพบที่เขา Mulu ในรัฐซาราวัค เกาะบอร์เนียว ในปี ค.ศ.1902 ชื่อสามัญ (common name) ของค้างคาวชนิดนี้ คือ Dayak Leaf-nosed Bat โดยคำว่า Dayak หมายถึง ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อยู่บนเกาะบอร์เนียว ส่วน Leaf-nosed หมายถึงลักษณะใบหน้าเฉพาะของกลุ่มค้างคาวหน้ายักษ์

การกระจายพันธุ์พบได้แค่เฉพาะในเกาะบอร์เนียวและคาบสมุทรมลายู

คาบสมุทรมลายูกระจายขึ้นมาสูงสุดที่ป่าฮาลา-บาลาในจังหวัดนราธิวาสและยะลา พบในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลจนถึงความสูง 900 เมตร แต่ส่วนใหญ่พบในป่าที่ราบต่ำ เกาะนอนตามโพรงไม้ โพรงหินหรือในถ้ำ ในป่า ในการสำรวจค้างคาวในป่าบาลาพบว่า ค้างคาวชนิดนี้มีลูกอ่อนที่เกาะอกแม่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งก็คล้ายกันกับสัตว์ป่าหลายชนิดที่มีลูกอ่อนในช่วงนี้ ก็ตรงกันกับช่วงที่ผลไม้หรือพืชอาหารสุกมากที่สุด รวมทั้งจำนวนแมลงก็มีมากในช่วงนี้ด้วย

ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลามีขนาดของความยาวแขน Forearm : 38 - 43 มิลลิเมตร น้ำหนัก 5 - 8 กรัม มีคลื่นความถี่เสียง 167-170 kHz

สถานภาพการอนุรักษ์ของ IUCN จัดให้อยู่ในสถานะ Least Concern เป็นชนิดที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งการประเมินนี้น่าจะมาจากข้อมูลเก่าเพราะปัจจุบันพื้นที่ป่าในประเทศมาเลเซียลดลงมากแล้ว ในส่วนของประเทศไทยค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลาอยู่ในสถานะใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened – NT) ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2560)

ค้างคาวหน้ายักษ์ขนาดเล็กในกลุ่มนี้ ดูจากลักษณะภายนอกจะคล้าย ๆ กันมาก ทั้งรูปร่างและหน้าตา แต่ส่วนใหญ่ก็สามารถจำแนกจากภายนอกได้ อีกวิธีการหนึ่งที่ใช้สำรวจแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องจับตัวก็คือใช้ Bat detector เป็นเครื่องที่ใช้วัดความถี่คลื่นเสียง ค้างคาวในวงศ์ค้างคาวหน้ายักษ์แต่ละชนิดจะส่งคลื่นเสียงไม่เท่ากัน เช่น ถ้าในพื้นที่นั้นมีค้างคาวหน้ายักษ์อยู่ 3 ชนิด ก็จะมีคลื่นเสียง 3 คลื่นความถี่ ซึ่งค้างคาวหน้ายักษ์ที่พบในเมืองไทย ชนิดที่มีรายงานก็มีข้อมูลความถี่เสียงหมดแล้ว ก็เป็นวิธีสำรวจค้างคาวอย่างคร่าว ๆ ได้ดี ก็ช่วยในการศึกษาค้างคาวได้เยอะเลยทีเดียว

ปัจจุบันมีจำนวนชนิดค้างคาวไม่ต่ำกว่า 1,400 ชนิด ส่วนค้างคาวที่พบในไทยตอนนี้มีรายงานการพบไม่ต่ำกว่า 144 ชนิด และในป่าฮาลา-บาลา มีรายงานการพบค้างคาว 75 ชนิด
.
http://chm-thai.onep.go.th/doc/Publication/publication2/Vertebrates/Vertebrates60.pdf

ที่มา : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา • Hala Bala Wildlife Research Station

"ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลา"
𝘏𝘪𝘱𝘱𝘰𝘴𝘪𝘥𝘦𝘳𝘰𝘴 𝘥𝘺𝘢𝘤𝘰𝘳𝘶𝘮
Dayak Leaf-nosed Bat

ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลา (𝘏𝘪𝘱𝘱𝘰𝘴𝘪𝘥𝘦𝘳𝘰𝘴 𝘥𝘺𝘢𝘤𝘰𝘳𝘶𝘮) รายงานครั้งแรกถูกพบที่เขา Mulu ในรัฐซาราวัค เกาะบอร์เนียว ในปี ค.ศ.1902 ชื่อสามัญ (common name) ของค้างคาวชนิดนี้ คือ Dayak Leaf-nosed Bat โดยคำว่า Dayak หมายถึง ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อยู่บนเกาะบอร์เนียว ส่วน Leaf-nosed หมายถึงลักษณะใบหน้าเฉพาะของกลุ่มค้างคาวหน้ายักษ์

การกระจายพันธุ์พบได้แค่เฉพาะในเกาะบอร์เนียวและคาบสมุทรมลายู

คาบสมุทรมลายูกระจายขึ้นมาสูงสุดที่ป่าฮาลา-บาลาในจังหวัดนราธิวาสและยะลา พบในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลจนถึงความสูง 900 เมตร แต่ส่วนใหญ่พบในป่าที่ราบต่ำ เกาะนอนตามโพรงไม้ โพรงหินหรือในถ้ำ ในป่า ในการสำรวจค้างคาวในป่าบาลาพบว่า ค้างคาวชนิดนี้มีลูกอ่อนที่เกาะอกแม่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งก็คล้ายกันกับสัตว์ป่าหลายชนิดที่มีลูกอ่อนในช่วงนี้ ก็ตรงกันกับช่วงที่ผลไม้หรือพืชอาหารสุกมากที่สุด รวมทั้งจำนวนแมลงก็มีมากในช่วงนี้ด้วย

ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลามีขนาดของความยาวแขน Forearm : 38 - 43 มิลลิเมตร น้ำหนัก 5 - 8 กรัม มีคลื่นความถี่เสียง 167-170 kHz

สถานภาพการอนุรักษ์ของ IUCN จัดให้อยู่ในสถานะ Least Concern เป็นชนิดที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งการประเมินนี้น่าจะมาจากข้อมูลเก่าเพราะปัจจุบันพื้นที่ป่าในประเทศมาเลเซียลดลงมากแล้ว ในส่วนของประเทศไทยค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลา-บาลาอยู่ในสถานะใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened – NT) ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2560)

ค้างคาวหน้ายักษ์ขนาดเล็กในกลุ่มนี้ ดูจากลักษณะภายนอกจะคล้าย ๆ กันมาก ทั้งรูปร่างและหน้าตา แต่ส่วนใหญ่ก็สามารถจำแนกจากภายนอกได้ อีกวิธีการหนึ่งที่ใช้สำรวจแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องจับตัวก็คือใช้ Bat detector เป็นเครื่องที่ใช้วัดความถี่คลื่นเสียง ค้างคาวในวงศ์ค้างคาวหน้ายักษ์แต่ละชนิดจะส่งคลื่นเสียงไม่เท่ากัน เช่น ถ้าในพื้นที่นั้นมีค้างคาวหน้ายักษ์อยู่ 3 ชนิด ก็จะมีคลื่นเสียง 3 คลื่นความถี่ ซึ่งค้างคาวหน้ายักษ์ที่พบในเมืองไทย ชนิดที่มีรายงานก็มีข้อมูลความถี่เสียงหมดแล้ว ก็เป็นวิธีสำรวจค้างคาวอย่างคร่าว ๆ ได้ดี ก็ช่วยในการศึกษาค้างคาวได้เยอะเลยทีเดียว

ปัจจุบันมีจำนวนชนิดค้างคาวไม่ต่ำกว่า 1,400 ชนิด ส่วนค้างคาวที่พบในไทยตอนนี้มีรายงานการพบไม่ต่ำกว่า 144 ชนิด และในป่าฮาลา-บาลา มีรายงานการพบค้างคาว 75 ชนิด
.
http://chm-thai.onep.go.th/doc/Publication/publication2/Vertebrates/Vertebrates60.pdf

ที่มา : สถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ ป่าฮาลา-บาลา • Hala Bala Wildlife Research Station

ที่อยู่

61, ถนนพหลโยธิน
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

025610777

เว็บไซต์

www.dnp.go.th

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า แผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า แ:

วิดีโอทั้งหมด

ป่าอนุรักษ์

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

เมตตาแนะนำต้นโพสด้วยค่ะ https://www.facebook.com/groups/1284025121659053/permalink/3797179737010233/
อ่านข้อความหน่อยค่ะ
เรียนผู้จัดการเพจกรมอุทยาน อยากให้ท่านช่วยเป็นสื่อกลางประสานงานกับกรมอุทยานให้หน่อยครับ เอกสารตามภาพครับ ชาวบ้านอยากให้เจ้าหน้าที่อุทยานจากส่วนกลางลงมาในพื้นที่หมู่3บ้านเจ๊กแบ๊ ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง เพื่อรับฟังข้อมูลทั้งสองด้านทั้งจากชาวบ้านและเจ้าหน้าอุทยานในพื้นที่... เมื่อวันที6กุมภาพันธ์2560เจ้าหน้าที่อุทยานได้เข้ามาแจ้งในที่ประชุมหมู่บ้าน บ้านเจ๊กแบ๊ว่าประกาศแนวเขตในทะเลตั้งแต่บริเวณนั้นถึงบริเวณนั้นให้เป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านและประมงชายฝั่งขนาดเล็กได้รับความเดือดร้อน ชาวบ้านได้ทำหนังสือพร้อมรายชื่อผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสองหมู่บ้านเมื่อวันที่15กุมภาพันธ์2560ถึงนายกำธร เวหน นายอำเภอขณะนั้น และนายอำเภอได้เชิญนายวีระ ขุนไชยรักษ์ หัวหน้าอุทยานเกาะช้างขณะนั้นมาหารือเพื่อแก้ไขปัญหา และวันที่6มีนาคม2560มีเจ้าหน้าที่อุทยานและกำนันผู้ใหญ่บ้านแจ้งในที่ประชุมหมู่บ้านว่าทางอุทยานขอห้ามในอ่าวเกาะง่ามทั้งสองด้าน. ชาวบ้านก็สบายใจ แต่ประมาณปลายปี2563เจ้าหน้าที่อุทยานได้มาปักป้ายประกาศเขตอุทยานตามแนวเดิมและอ้างถึงมาตรา64และ65 บอกว่าเจอคือจับ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงมารับฟังข้อเท็จจริง ติดต่อได้ตามภาพครับ
ฝากดูด่วนๆๆๆๆๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอเบอร์โทรป่าไม้อำเภอกุดบากหน่อยคะ
"ขนุน กับ อุทยานแห่งชาติ" - เพื่อสัตว์ป่าหรือเพื่อใคร ? ผมใช้เวลาอยู่นานพอสมควรในการรวบรวมสติและเรียบเรียงถ้อยคำในการที่จะนำมาอธิบายและระบายความรู้สึกอันโกรธ โมโห สงสัย และไม่เข้าใจ ในการตัดสินใจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชมาให้ทุกท่านได้อ่านกัน... แต่ถ้าท่านรักป่า รักในการเสพย์ธรรมชาติ ผมคิดว่าคุณควรอ่านดู ถึงแม้มันจะยาวหน่อยก็ตาม... ย้อนกลับไปเมื่อกว่าสัปดาห์ที่แล้ว ข่าวที่ดังที่สุดในวงการนิยมไพรก็คงไม่พ้นเรื่องของพี่ดื้อ หรือช้างดื้อที่เข้ามารื้อเต๊นท์จนทำให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต... ซึ่งตอนนี้... หลายคนก็มีหลายทฤษฏีที่จะหาเหตุผลมากมายว่าทำไมมันถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นที่เขาใหญ่... ซึ่งสามารถหาได้จากหลายสื่อเลย... แต่เพียงหลังจากที่เหตุเกิดที่เขาใหญ่อุบัติได้ไม่นาน... มันก็มีข่าวมาอีกว่า "ขนุนและผองเพื่อน" เตรียมถูกเชิญให้ออกจาก แคมป์บ้านกร่าง, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยเป็นคำสั่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อย้ายหมีหมา ที่มาป้วนเปี้ยนอยู่ที่บริเวณลานตั้งแคมป์อันโด่งดัง... "ขนุนคือใคร ?" - ขนุนคือหมีหมาตัวหนึ่งที่บรรดาช่างภาพสัตว์ป่าและเจ้าหน้าที่บ้านกร่างตั้งชื่อลูกหมีหมาตัวหนึ่ง ที่ปัจจุบันถือเป็นเซเล็บแห่งบ้านกร่างก็ว่าได้... สมาชิกขาประจำที่ไปตั้งแคมป์ เดินป่า หรือถ่ายภาพสัตว์ป่าที่แก่งกระจาน ไม่มีใคร ไม่รู้จักขนุน... ขนุนยังโด่งดังไปยังต่างประเทศ ในวงการถ่ายภาพสัตว์ระดับนานาชาติ... เพราะว่ากันว่า ขนุนคือหมีหมา หรือ "Malayan Sun Bear" ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ ที่บรรดานักดูสัตว์จะหาชมและพบเจอได้ง่ายที่สุดในโลกแล้ว.... เมื่อคืนพยายามระลึกความเป็นมาของขนุนว่ามันเป็นยังไง ก็พอจะจำได้ประมาณว่า มันคือลูกหมีหมากำพร้าที่พลัดหลงจากแม่มันมาตั้งแต่ยังเล็ก... (หลายปีมาแล้ว) และมันก็มาคุ้ยขยะ หากินอาหารเหลือจากครัวบ้านกร่าง... สมัยนั้นตัวมันยังเล็กและน่าเอ็นดู ด้วยความสงสารหลายคนจึงให้อาหารมัน จึงกลายเป็นความเคยชินที่มันจะกลับมากินอาหารจากเศษอาหารที่เหลือหลังครัวบ้านกร่างเป็นประจำ... แต่เมื่อพอมันโตขึ้น เวลาผ่านไปเรื่อยๆ... แน่นอนว่าหมีป่า... มีความอันตรายอยู่ในตัว... และทางอุทยานก็สั่งเด็ดขาดว่าห้ามให้อาหาร... ขนุนเองก็หายตัวไปจากบ้านกร่างที่ละหลายๆ เดือน... คือจากที่เมื่อก่อนถูกให้อาหาร เจอแทบจะทุกวัน... การโผล่ให้เห็นของขนุนที่บ้านกร่างก็ซาและน้อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ... แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่หวนกลับมาเลย... ช่างภาพและนักดูสัตว์หลายคน... ก็ไปเสี่ยงโชคเอา... ตั้งแคมป์ หรือนอนคอยรอในช่วงเช้า-เย็นเพื่อจะได้เจอขนุน... แน่นอนว่า... ยิ่งมันโต... และเมื่อหยุดการให้อาหาร... มันก็ออกมาเจอเราน้อยลงตาม... โอกาสก็มีน้อยตาม... ทุกอย่าง... กลับเข้าสู่ความเป็นธรรมชาติมากขึ้น... นอกจากนั้นแล้วเมื่อช่วงปีสองปีมานี้... หลายครั้งที่ขนุนกลับมา... มันยังพาเพื่อนหมีหมาตัวอื่นมาอีกด้วย... จนเมื่อคืนวาน... ก็ได้ทราบว่า ขนุนถูกดักจับเรียบร้อยแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็ได้ย้ายมันไปปล่อยบนเขาพะเนินทุ่ง... ที่ตอนนี้ปิด ห้ามนักท่องเที่ยวขึ้น.... เหมือนที่เขียนไว้ตั้งแต่ต้น... ความรู้สึกที่ทราบข่าวเมื่อวาน ถาโถมเข้ามามากมาย... คำถามแรกเลยคืออุทยานแห่งชาติมีไว้เพื่ออะไร ? ช้างเขาใหญ่ เกี่ยวอะไรกับหมีหมาแก่งกระจาน ? ถ้าย้ายช้างได้ด้วย จะย้ายช้างด้วยไหม ? "เรา ในฐานะนักท่องเที่ยว ต้องการเข้าไปเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติ ก็เพื่อจะได้ดูสัตว์ในธรรมชาติ ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ป่าและธรรมชาติไม่ใช่หรือ ?" ในเมื่อทุกคนเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่ในอุทยาน มันเป็นอุบัติเหตุ... แล้วทำไมความซวย หรือกรรมต้องไปตกอยู่ที่สัตว์ป่า ? โดยเฉพาะทุกครั้งที่ "เกิดเหตุกับมนุษย์ เมื่อมนุษย์เป็นอะไรขึ้นมา ?" การมีอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ ที่ชื่อเต็มว่า "อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" ก็เพื่อจะได้อนุรักษ์สัตว์ป่า พืชป่าและทรัพยากรธรรมชาติในถิ่นที่อยู่อาศัยของเขาใช่หรือไม่ ? "และมนุษย์อย่างเรา เป็นเพียงผู้มาเยือนเท่านั้น" ผมไม่ปฏิเสธว่าหมีนั้นอันตราย... แต่ขนุน ก็เห็นมนุษย์มาตั้งแต่เด็ก และแม้แต่ชาวแคมป์แก่งกระจาน ก็คุ้นเคยกับขนุนดี... "ทุกคนมาอุทยาน ตั้งแคมป์ นอนกลางดิน กินกลางทราย ก็เพื่อต้องการที่จะถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติไม่ใช่หรือ ? และทุกคนก็พร้อมยอมรับกับความเสี่ยงไม่ใช่หรือ ? " มีหลายเสียงที่บอกผมว่า หมีเป็นสัตว์หวงถิ่น มีอาณาเขตหากินเป็นของตัวเอง การย้ายแบบสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ ถือเป็นอันตรายกับตัวหมีเองมาก อยู่ๆ เอาเขาไปปล่อยในที่ที่เขาไม่คุ้นเคย ก็ไม่ต่างอะไรกับหมีชะตาขาด ไม่น่ารอด เพราะไม่มีแม้แต่การปรับตัวอะไรเลย หรือหากอยู่ๆ ไปปล่อยในที่มีมีเจ้าถิ่น ครองอาณาเขตอยู่แล้ว... อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยเฉพาะแคมป์บ้านกร่างนั้น เป็นโคตรของโคตร Hotspot ที่คุณจะได้ใกล้ชิดกับสัตว์ใหญ่แล้ว... เสือดาวโผล่บ่อยมาก เช้าและเย็น... ยังไม่รวมช้างและกระทิงที่เดินกันให้ควั่กในยามค่ำคืน... ก็กลับไปที่คำถามเดิมอีกละครับ... แล้วเราเข้าไปเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติเพื่ออะไร ? และจะต้องมีอีกกี่เคส ? ที่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันกับมนุษย์ที่เข้าไปเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติ แล้วสัตว์คือผู้รับกรรม อย่างเคสของขนุนนี่ มันคงงงมาก ยังไม่ได้ทำอะไรเลย "กูก็อยู่ของกูดีๆ มาจับกูทำไมเนี่ย ?"... ป่าคือบ้านของสัตว์... ถ้าจะเข้าไปเยี่ยมบ้านเขา... ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ในกฏของเขา พร้อมยอมรับความเสี่ยงใช่หรือไม่ ? ผมเสียใจ... กับสิ่งที่เกิดกับขนุนมาก...​ ผมไม่คิด... ว่าคนที่ตัดสินใจออกคำสั่งนี้ จะคิดและไตร่ตรองดีแล้ว... เพราะผมเชื่อว่ามันมีทางออกมากมายหลายออปชั่นที่จะทำให้เค้าอยู่ได้เราอยู่ได้... จริงๆ ไอ้ประโยคเค้าอยู่ได้เราอยู่ได้นี่ไม่จำเป็นต้องมีด้วยซ้ำ เพราะ "อุทยานแห่งชาติ คือบ้านของสัตว์ป่า เป็นพื้นที่ของเขาที่เขาจะได้อยู่อย่างปลอดภัย โดยการปกป้องของมนุษย์" แต่พื้นที่อนุรักษ์สัตว์... แต่กลับเอาความสำคัญของมนุษย์มาก่อนแบบนี้... มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เศร้ามาก และโคตรเศร้า... ลองคิดดูสิครับ อุทยานฯที่แม้แต่ในบ้านของเขา (สัตว์ป่า)เอง... ก็ไม่มีแม้แต่ที่ให้เจ้าของบ้านยืน.... ภาพขนุนภาพนี้... ผมถ่ายได้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนขนุนออกมาหากินหลังครัวในตอนกลางคืน จากที่เฝ้ารออยู่หลายชั่วโมง... และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอกับขนุน... กว่าสิบครั้งหลังสุดที่ไป... ผมไม่ได้เจอกับขนุนอีกเลย... แต่ก็มีคนเจอเรื่อยๆ เพียงแค่ดวงของเรามันไม่ตรงกัน... ผมขอไว้อาลัยให้กับการถูกตัดสินชะตาชีวิตอย่างอยุติธรรมใรครั้งนี้... และอยากให้กรมอุทยานฯ ได้ทบทวนบทบาท และตรึกตรองหน้าที่ของตนเองให้ดี... เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น... และผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น... #ขอให้น้องปลอดภัย #หมีหมาผิดอะไร #ขอความยุติธรรมให้สัตว์ป่า #อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ฝากด้วยครับ น้ำตกโตนงาช้าง จ.สงขลา ครับ
เราจะอยู่กันอย่างไร เมื่อลิงแสมบนเขาวัง เพชรบุรี ลงมาทำลายบ้านเรือนเราเสียหายจนนับครั้งไม่ ถ้วน ประสบปัญหานี้กันมาร่วม 20ปี... ปีละ หลายๆครั้ง แต่ละครั้ง แต่ละปี เราต้อง เสียค่าซ่อมแซมบ้าน และทรัพย์สินที่เสีย หาย ไปไม่รู้เท่าไร หลายๆครั้งก็กระโดด จนทะลุหลังคาเข้ามาในตัวบ้าน กัดทำร้ายชาวบ้าน นอกจากทรัพย์สินเสียหาย แล้ว ต้องโดนกัดทำร้าย จนบาดเจ็บกันอีก หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูและ และแก้ไขให้ เราบ้างได้ไหม แจ้งไปกี่ครั้ง ก็เงียบหาย ภาพเหล่านี้ เป็นแค่เพียงบางส่วน ของบ้านผมบ้าน เดียวเท่านั้น ถ้ารวมทั้งหมดของชาวบ้านที่ได้รับ ผลกระทบละ...เท่าไร เราจะเอา เงินที่ไหนมาเป็นเงินซ่อมแซมบ้านได้ทุกครั้ง และ จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งคอยเฝ้าบ้านคอยระวังลิง ได้ทุกวัน เพราะต้องออกไปทำมาหากิน เดือดร้อนจริงๆ เพราะลิงเขาวัง
เราจะอยู่กันอย่างไร เมื่อลิงแสมบนเขาวัง เพชรบุรี ลงมาทำลายบ้านเรือนเราเสียหายจนนับครั้งไม่ ถ้วน ประสบปัญหานี้กันมาร่วม 20ปี... ปีละ หลายๆครั้ง แต่ละครั้ง แต่ละปี เราต้อง เสียค่าซ่อมแซมบ้าน และทรัพย์สินที่เสีย หาย ไปไม่รู้เท่าไร หลายๆครั้งก็กระโดด จนทะลุหลังคาเข้ามาในตัว บ้าน กัดทำร้ายชาวบ้าน นอกจากทรัพย์สินเสียหาย แล้ว ต้องโดนกัดทำร้าย จนบาดเจ็บกันอีก หย่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูและ และแก้ไขให้ เราบ้างได้ไหม แจ้งไปกี่ครั้ง ก็เงียบหาย ภาพเหล่านี้ เป็นแค่เพียงบางส่วน ของบ้านผมบ้าน เดียวเท่านั้น ถ้ารวมทั้งหมดของชาวบ้านที่ได้รับ ผลกระทบละ...เท่าไร เราจะอยู่กันได้ไหม เราจะอยู่กันอย่าไร เราจะเอา เงินที่ไหนมาเป็นเงินซ่อมแซมบ้านได้ทุกครั้ง และ จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งคอยเฝ้าบ้านคอยระวังลิง ได้ทุกวัน เพราะต้องออกไปทำมาหากิน
จัดการด้วยค่า สงสารน้อง