โรงพยาบาลตาหูคอจมูก

โรงพยาบาลตาหูคอจมูก โรงพยาบาล ตา หู คอ จมูก เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.00 - 20.00 น. โทร. 02 8866600-13 โรงพยาบาลเฉพาะทาง เปิดให้บริการรักษาโรคหู คอ จมูก โรคทางตา และทันตกรรม โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ โดยตรง ให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 - 20.00 น. ทุกวัน
(1012)

เปิดเหมือนปกติ

เบาหวานขึ้นตา
04/07/2021

เบาหวานขึ้นตา

Updateราคาเลสิกล่าสุดของโรงพยาบาลตาหูคอจมูก EENT Lasik Center ค่ะ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-433-3619 , 02 886 6...
10/06/2021

Updateราคาเลสิกล่าสุดของโรงพยาบาลตาหูคอจมูก EENT Lasik Center ค่ะ
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-433-3619 , 02 886 6600 ต่อ5001

ราคานี้กันยาวๆถึง 26 ธันวาคม 2564
กับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท
❤PRK ราคา 37,000 บาท (จากปกติ 39,000 บาท)
❤LASIK (SBK) ราคา 39,000 บาท (จากปกติ 42,000 บาท)
❤FemtoLASIK ราคา 58,000 บาท (จากปกติ 68,000 บาท)
❤ReLEx SMILE ราคา 87,000 บาท (จากปกติ 92,000 บาท)
#เห็นกันชัดๆ #กิจกรรมไหนก็เอาอยู่
#เลสิกโรงพยาบาลตาหูคอจมูก
#Lasik
#FemtoLasik
#ReLEx

Updateราคาเลสิกล่าสุดของโรงพยาบาลตาหูคอจมูก EENT Lasik Center ค่ะ
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-433-3619 , 02 886 6600 ต่อ5001

ราคานี้กันยาวๆถึง 26 ธันวาคม 2564
กับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท
❤PRK ราคา 37,000 บาท (จากปกติ 39,000 บาท)
❤LASIK (SBK) ราคา 39,000 บาท (จากปกติ 42,000 บาท)
❤FemtoLASIK ราคา 58,000 บาท (จากปกติ 68,000 บาท)
❤ReLEx SMILE ราคา 87,000 บาท (จากปกติ 92,000 บาท)
#เห็นกันชัดๆ #กิจกรรมไหนก็เอาอยู่
#เลสิกโรงพยาบาลตาหูคอจมูก
#Lasik
#FemtoLasik
#ReLEx

ในวันที่มาผ่าตัดเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ#เลสิกโรงพยาบาลตาหูคอจมูก
19/04/2021
การทำ Femto LASIK ที่ศูนย์เลสิก รพ.ตาหูคอจมูก มีขั้นตอนอย่างไร

ในวันที่มาผ่าตัดเป็นอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ
#เลสิกโรงพยาบาลตาหูคอจมูก

ในวันที่มาผ่าตัดจะมีขั้นตอนคร่าวๆดังนี้1. มาที่ศูนย์เพื่อตรวจสอบเอกสารต่างๆ2. วัดสายตาอีกครั้ง3. เข้าห้องผ...

เป็นที่กังวลโดยทั่วกันเกี่ยวกับตาแดงและโควิด🔥คนไข้ที่จิดเชื้อโควิด มีอาการเยื่อบุตาอักเสบ พบได้ 0.8-31.6% 🔥โดยมักพบมีอาก...
14/04/2021

เป็นที่กังวลโดยทั่วกันเกี่ยวกับตาแดงและโควิด
🔥คนไข้ที่จิดเชื้อโควิด มีอาการเยื่อบุตาอักเสบ พบได้ 0.8-31.6%
🔥โดยมักพบมีอาการตาแดงหลังจากมีอาการทางเดินหายใจ2-21วัน
❌ไม่สามารถวินิจฉัยโรคโควิดจากการตรวจตาเพียงอย่างเดียวได้ค่ะ

อ่านข้อมูลละเอียดได้ในภาพ
ข้อมูลจากราชวิทยาลัยจักษุแห่งประเทศไทย

ตัวไรบริเวณขนตา Ocular demodicosis ตัวไรกลุ่มนี้เรียกกันว่า Demodex อยู่ในรูขุมขน (hair follicle) และในต่อมต่าง ๆ บริเวณ...
12/04/2021

ตัวไรบริเวณขนตา Ocular demodicosis

ตัวไรกลุ่มนี้เรียกกันว่า Demodex อยู่ในรูขุมขน (hair follicle) และในต่อมต่าง ๆ บริเวณโคนขนตา เช่น ต่อม Zeis, Moll, Meibomian ของหนังตา กล่าวกันว่าว่า ขนตาแต่ละเส้นอาจมีตัวไรนี้ได้ถึง 25 ตัว สามารถเคลื่อนไหวได้ 8-16 มม ต่อชั่วโมง จะขยับตัวในที่มืด ถ้าเจอแสงมันจะมุดเข้าไปลึกลงในรูขน ดังนั้น เวลาตรวจอาจมีแสงสว่างจาก slit lamp มันจะมุดเข้าไปในรูขน ต้องถอนขนตาถึงตรวจพบตัวมัน ทั้งตัวอ่อนและตัวแก่มันกิน cell ผิว (epithelial cell) ทำให้รอบ ๆ ขนตามีสาร keratin และไขมัน ลักษณะเหมือนปลอกหุ้มรูขุมขน
ตัว Demodex ที่พบบริเวณขนตา คือ Demodex folliculorum ที่รูขุมขนและ D.brevis พบที่ต่อม Zeis, Moll มีขนาด 0.4 ม.ม สำหรับ D folliculorum และขนาด 0.15 มม ใน D brevis มีผู้ศึกษาพบว่า D folliculorum พบในโคนขนตาได้ 95% และมีคนรายงานว่าในคนอายุ 61 ปี พบไรตัวนี้ถึง 84% ถ้าตรวจในคนอายุ 70 ปี อาจพบไรตัวนี้ได้ 100% การพบไรตัวนี้จากรูขุมขนตามิได้หมายความว่ามันก่อให้เกิดโรคเสมอไป หากมีอาการร่วมกับตรวจพบตัวไร อาจเกิดความไม่สมดุลของร่างกายเรากับจำนวนตัวไร ก่อให้เกิดโรค จึงควรจะขจัดตัวไรให้อาการของโรคลดลง
อาการที่เกิดจากตัว Demodex
เปลือกตาหนา มีขุย ๆ (scaling)
ขนตาร่วง เพียงใช้ประคีบจับขนตาก็หลุดแล้วเยื่อบุตาอักเสบ แสบตา ตาแห้ง
มีอาการของ MGD (meibomian gland dysfunction) บางคนตาพร่ามัวลงจากมีการอักเสบของผิวกระจกตา
อาการแสดงที่ตรวจพบ
Dry eye
มีหลอดเลือดบริเวณผิวตา
อาจมีลักษณะของการอักเสบของผิวตา (marginal corneal infiltrate)
มีฝ้าขาวที่ผิวกระจกตา (superficial corneal opacity)
บางรายพบเป็น nodular corneal scar
มีลักษณะของ MGD
recurrent chalazion

การรักษา
โดยทั่วไป หากมีอาการถึงจะให้การรักษาและพยายามขจัดตัวไรให้เหลือน้อยลง เชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่สามารถขจัดมันหมดได้ การรักษาเน้นไปที่สุขอนามัยของเปลือกตา (lid hygiene) ด้วยการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นและแชมพูสำหรับเด็กผสมน้ำเท่าตัว

สำหรับยาหรือสารที่ขจัดไรนี้โดยตรงอาจใช้
3% tea tree oil หรือ 5-10% tea tree ointment
mercury oxide ointment
ivermectin 1% cream
terpinen-4-ol (cliradex)
อาจใช้ยา antibiotic eye ointment ป้ายหนังตาหลังทำความสะอาด

บทความโดย พญ. สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต

ตัวไรบริเวณขนตา Ocular demodicosis

ตัวไรกลุ่มนี้เรียกกันว่า Demodex อยู่ในรูขุมขน (hair follicle) และในต่อมต่าง ๆ บริเวณโคนขนตา เช่น ต่อม Zeis, Moll, Meibomian ของหนังตา กล่าวกันว่าว่า ขนตาแต่ละเส้นอาจมีตัวไรนี้ได้ถึง 25 ตัว สามารถเคลื่อนไหวได้ 8-16 มม ต่อชั่วโมง จะขยับตัวในที่มืด ถ้าเจอแสงมันจะมุดเข้าไปลึกลงในรูขน ดังนั้น เวลาตรวจอาจมีแสงสว่างจาก slit lamp มันจะมุดเข้าไปในรูขน ต้องถอนขนตาถึงตรวจพบตัวมัน ทั้งตัวอ่อนและตัวแก่มันกิน cell ผิว (epithelial cell) ทำให้รอบ ๆ ขนตามีสาร keratin และไขมัน ลักษณะเหมือนปลอกหุ้มรูขุมขน
ตัว Demodex ที่พบบริเวณขนตา คือ Demodex folliculorum ที่รูขุมขนและ D.brevis พบที่ต่อม Zeis, Moll มีขนาด 0.4 ม.ม สำหรับ D folliculorum และขนาด 0.15 มม ใน D brevis มีผู้ศึกษาพบว่า D folliculorum พบในโคนขนตาได้ 95% และมีคนรายงานว่าในคนอายุ 61 ปี พบไรตัวนี้ถึง 84% ถ้าตรวจในคนอายุ 70 ปี อาจพบไรตัวนี้ได้ 100% การพบไรตัวนี้จากรูขุมขนตามิได้หมายความว่ามันก่อให้เกิดโรคเสมอไป หากมีอาการร่วมกับตรวจพบตัวไร อาจเกิดความไม่สมดุลของร่างกายเรากับจำนวนตัวไร ก่อให้เกิดโรค จึงควรจะขจัดตัวไรให้อาการของโรคลดลง
อาการที่เกิดจากตัว Demodex
เปลือกตาหนา มีขุย ๆ (scaling)
ขนตาร่วง เพียงใช้ประคีบจับขนตาก็หลุดแล้วเยื่อบุตาอักเสบ แสบตา ตาแห้ง
มีอาการของ MGD (meibomian gland dysfunction) บางคนตาพร่ามัวลงจากมีการอักเสบของผิวกระจกตา
อาการแสดงที่ตรวจพบ
Dry eye
มีหลอดเลือดบริเวณผิวตา
อาจมีลักษณะของการอักเสบของผิวตา (marginal corneal infiltrate)
มีฝ้าขาวที่ผิวกระจกตา (superficial corneal opacity)
บางรายพบเป็น nodular corneal scar
มีลักษณะของ MGD
recurrent chalazion

การรักษา
โดยทั่วไป หากมีอาการถึงจะให้การรักษาและพยายามขจัดตัวไรให้เหลือน้อยลง เชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่สามารถขจัดมันหมดได้ การรักษาเน้นไปที่สุขอนามัยของเปลือกตา (lid hygiene) ด้วยการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นและแชมพูสำหรับเด็กผสมน้ำเท่าตัว

สำหรับยาหรือสารที่ขจัดไรนี้โดยตรงอาจใช้
3% tea tree oil หรือ 5-10% tea tree ointment
mercury oxide ointment
ivermectin 1% cream
terpinen-4-ol (cliradex)
อาจใช้ยา antibiotic eye ointment ป้ายหนังตาหลังทำความสะอาด

บทความโดย พญ. สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต

Alcohol กับสุขภาพตา พบบทความพูดถึงเหล้ากับสุขภาพดวงตาใน web health kuru.com ขอเอามา share เล่าสู่กันฟัง  แม้ว่ามีงานวิจั...
31/03/2021

Alcohol กับสุขภาพตา

พบบทความพูดถึงเหล้ากับสุขภาพดวงตาใน web health kuru.com ขอเอามา share เล่าสู่กันฟัง
แม้ว่ามีงานวิจัยบางอันบ่งว่า การดื่มเหล้าเล็กน้อยดีต่อสุขภาพ แต่รายงานส่วนใหญ่บ่งว่า เหล้ามีผลเสียต่อสุขภาพมากว่า
ผลของเหล้าต่อดวงตา
การดื่มระยะสั้น ๆ มีผลต่อ
ลดความเร็วของการหดม่านตาเวลาดวงตาถูกแสงไฟ (ลด pupil light reaction) กล่าวคือ ในภาวะปกติ หากดวงตาเจอแสงไฟม่านตาจะหดเล็กลง เพื่อลดแสงที่จะเข้าตาด้วยระยะเวลาสั้น ๆ หากดื่มเหล้าเข้าไป ปฏิกิริยาหดตัวของม่านตาช้าลง ผู้ดื่มเหล้าจึงมักมีปัญหาเวลาขับรถตอนกลางคืน เมื่อตาเจอแสงไฟ ม่านตาหดช้าลง ทำให้การมองเห็นลดลงจากการมีแสงจ้ามากเกินไป เนื่องจากการส่งต่อการรับรู้การเห็นจากตาสู่สมองติดขัดช้าลง ผู้ดื่มเหล้าขับรถกลางคืนมักมีอุบัติเหตุ
หนังตากระตุก (myokymia) ไปยังสมองผิดปกติ ผู้ดื่มเหล้าจะเกิดภาวะนี้ได้บ่อยเพราะการสื่อสาร (neurotransmitter) ไปยังสมองผิดปกติ
ในคนปกติ สามารถมองเห็นได้ใน contrast ต่าง ๆ กัน คือ contrast ลดลง ตาจะยังปรับพอมองเห็นได้ ผู้ดื่มเหล้าพบว่าการมองเห็นใน contrast ต่าง ๆ ลดลงถึงร้อยละ 30 (contrast sensitivity ลดลง)
การมองเห็นด้านข้างลดลง (ลด peripheral vision) ทัศนวิสัยในการขับรถแย่ลง
ตาแห้ง เหล้ามีฤทธิ์ diuretic คือเพิ่มการขับปัสสาวะทำให้ร่างกายขาดน้ำ ตาจึงแห้งง่ายกว่าคนปกติ
การดื่มระยะยาว
เกิดโรคต้อกระจกได้เร็วกว่าคนปกติ
มีสถิติของโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (central serous retinopathy) และภาวะจอตาบวม (central serous retinopathy) มากกว่าคนไม่ดื่มเหล้า
ดื่มเหล้าก่อให้เกิดภาวะ fatty liver ทำให้การดูดซึมวิตามินลดลง เกิดภาวะขาดวิตามินที่จำเป็นสำหรับดวงตา เช่น ขาดวิตามินเอ ทำให้เกิดภาวะตาแห้ง ตาบอดกลางคืน (night blindness) บางรายนำไปสู่กระจกตาบาง อีกทั้งการขาดวิตามิน B-1 อาจทำให้กล้ามเนื้อกลอกตาอัมภาต
หากเหล้าที่ดื่มอาจมี methanol ปนอยู่เพียง 10 c.c ของ methanol ถ้าดื่มเข้าไปจะเผาผลาญเป็น formic acid ที่ทำลายประสาทตา (toxic optic neuropathy)
2.5 การดื่มเหล้าอาจลดความดันตาลงในระยะเวลาสั้น ๆ แต่หากดื่มเป็นประจำเวลานานกลับทำให้ความคันตาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การดื่มเหล้าไม่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นต้อหิน
หนังตาบวม ๆ บางรายเปลือกตาบวมเป็นถุงใต้ตา
สุราทำลายตับ เกิดภาวะตาเหลือง (juandice)
สตรีที่ดื่มเหล้ามากขณะตั้งครรภ์ อาจก่อให้เกิดภาวะ fetal alcohol syndrome ซึ่งทำให้เด็กคลอดออกมาผิดปกติ ประกอบด้วย optic nerve hypoplasia, nystagmus ตาเข หนังตาบวม
บทความโดย ศ.พญ. สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต

Alcohol กับสุขภาพตา

พบบทความพูดถึงเหล้ากับสุขภาพดวงตาใน web health kuru.com ขอเอามา share เล่าสู่กันฟัง
แม้ว่ามีงานวิจัยบางอันบ่งว่า การดื่มเหล้าเล็กน้อยดีต่อสุขภาพ แต่รายงานส่วนใหญ่บ่งว่า เหล้ามีผลเสียต่อสุขภาพมากว่า
ผลของเหล้าต่อดวงตา
การดื่มระยะสั้น ๆ มีผลต่อ
ลดความเร็วของการหดม่านตาเวลาดวงตาถูกแสงไฟ (ลด pupil light reaction) กล่าวคือ ในภาวะปกติ หากดวงตาเจอแสงไฟม่านตาจะหดเล็กลง เพื่อลดแสงที่จะเข้าตาด้วยระยะเวลาสั้น ๆ หากดื่มเหล้าเข้าไป ปฏิกิริยาหดตัวของม่านตาช้าลง ผู้ดื่มเหล้าจึงมักมีปัญหาเวลาขับรถตอนกลางคืน เมื่อตาเจอแสงไฟ ม่านตาหดช้าลง ทำให้การมองเห็นลดลงจากการมีแสงจ้ามากเกินไป เนื่องจากการส่งต่อการรับรู้การเห็นจากตาสู่สมองติดขัดช้าลง ผู้ดื่มเหล้าขับรถกลางคืนมักมีอุบัติเหตุ
หนังตากระตุก (myokymia) ไปยังสมองผิดปกติ ผู้ดื่มเหล้าจะเกิดภาวะนี้ได้บ่อยเพราะการสื่อสาร (neurotransmitter) ไปยังสมองผิดปกติ
ในคนปกติ สามารถมองเห็นได้ใน contrast ต่าง ๆ กัน คือ contrast ลดลง ตาจะยังปรับพอมองเห็นได้ ผู้ดื่มเหล้าพบว่าการมองเห็นใน contrast ต่าง ๆ ลดลงถึงร้อยละ 30 (contrast sensitivity ลดลง)
การมองเห็นด้านข้างลดลง (ลด peripheral vision) ทัศนวิสัยในการขับรถแย่ลง
ตาแห้ง เหล้ามีฤทธิ์ diuretic คือเพิ่มการขับปัสสาวะทำให้ร่างกายขาดน้ำ ตาจึงแห้งง่ายกว่าคนปกติ
การดื่มระยะยาว
เกิดโรคต้อกระจกได้เร็วกว่าคนปกติ
มีสถิติของโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (central serous retinopathy) และภาวะจอตาบวม (central serous retinopathy) มากกว่าคนไม่ดื่มเหล้า
ดื่มเหล้าก่อให้เกิดภาวะ fatty liver ทำให้การดูดซึมวิตามินลดลง เกิดภาวะขาดวิตามินที่จำเป็นสำหรับดวงตา เช่น ขาดวิตามินเอ ทำให้เกิดภาวะตาแห้ง ตาบอดกลางคืน (night blindness) บางรายนำไปสู่กระจกตาบาง อีกทั้งการขาดวิตามิน B-1 อาจทำให้กล้ามเนื้อกลอกตาอัมภาต
หากเหล้าที่ดื่มอาจมี methanol ปนอยู่เพียง 10 c.c ของ methanol ถ้าดื่มเข้าไปจะเผาผลาญเป็น formic acid ที่ทำลายประสาทตา (toxic optic neuropathy)
2.5 การดื่มเหล้าอาจลดความดันตาลงในระยะเวลาสั้น ๆ แต่หากดื่มเป็นประจำเวลานานกลับทำให้ความคันตาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การดื่มเหล้าไม่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นต้อหิน
หนังตาบวม ๆ บางรายเปลือกตาบวมเป็นถุงใต้ตา
สุราทำลายตับ เกิดภาวะตาเหลือง (juandice)
สตรีที่ดื่มเหล้ามากขณะตั้งครรภ์ อาจก่อให้เกิดภาวะ fetal alcohol syndrome ซึ่งทำให้เด็กคลอดออกมาผิดปกติ ประกอบด้วย optic nerve hypoplasia, nystagmus ตาเข หนังตาบวม
บทความโดย ศ.พญ. สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต

ReLEx SMILE REVIEW จากคุณJack
20/02/2021

ReLEx SMILE REVIEW จากคุณJack

วันนี้คุณ Jack Brown ได้เข้ามาตรวจตาหลังทำ ReLEx SMILE ไปครบ 1 เดือนแล้ว การมองเห็นได้ระดับดีมาก คือ 20/16 ทั้งสองข้าง สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้น เห็นบอกว่ากำลังมีแผนจะไปเที่ยวทางเหนืออีก รอติดตามคุณ Jack กันนะครับ
cr: https://www.facebook.com/jackbrown85
#สายตาดีมีไว้บอกต่อ
#ManachaiLasik
#Lasik #RelexSMILE
#เลสิกโรงพยาบาลตาหูคอจมูก

ศูนย์เลสิก ร่วมกับบัตรเครดิต KTC มอบสิทธิพิเศษ- Femto LASIK ราคา 58,000 บาท (ปกติราคา 68,000 บาท )- ReLEx SMILE ราคา 82,...
17/02/2021

ศูนย์เลสิก ร่วมกับบัตรเครดิต KTC มอบสิทธิพิเศษ
- Femto LASIK ราคา 58,000 บาท (ปกติราคา 68,000 บาท )
- ReLEx SMILE ราคา 82,000 บาท (ปกติราคา 92,000 บาท)
- ค่าตรวจประเมินสภาพตา 1,200 บาท

การเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการตรวจ
- ควรงดใส่คอนแทคเลนส์ 3-7 วัน
- ไม่ควรขับรถมาด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ควรมีเพื่อนหรือญาติมาด้วย
เนื่องจากในขั้นตอนการตรวจประเมินจะมีการหยอดยาขยายม่านตา ทำให้ ดวงตาแพ้แสง สู้แสงไม่ได้เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง และควรเตรียมแว่นกันแดดมาด้วย
- ควรงดใช้ยารักษาสิว เช่น Roaccutane, Acnotin หรือ Isotret มาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน
- ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยานอนหลับก่อนการตรวจประเมิน
- ควรตรวจในวันที่สะดวก เพราะการตรวจประเมินสภาพตาจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง

โทร.จองนัดตรวจได้ที่เบอร์ 02-886-6600 ต่อ 5001

ศูนย์เลสิก ร่วมกับบัตรเครดิต KTC มอบสิทธิพิเศษ
- Femto LASIK ราคา 58,000 บาท (ปกติราคา 68,000 บาท )
- ReLEx SMILE ราคา 82,000 บาท (ปกติราคา 92,000 บาท)
- ค่าตรวจประเมินสภาพตา 1,200 บาท

การเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการตรวจ
- ควรงดใส่คอนแทคเลนส์ 3-7 วัน
- ไม่ควรขับรถมาด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ควรมีเพื่อนหรือญาติมาด้วย
เนื่องจากในขั้นตอนการตรวจประเมินจะมีการหยอดยาขยายม่านตา ทำให้ ดวงตาแพ้แสง สู้แสงไม่ได้เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง และควรเตรียมแว่นกันแดดมาด้วย
- ควรงดใช้ยารักษาสิว เช่น Roaccutane, Acnotin หรือ Isotret มาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน
- ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยานอนหลับก่อนการตรวจประเมิน
- ควรตรวจในวันที่สะดวก เพราะการตรวจประเมินสภาพตาจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง

โทร.จองนัดตรวจได้ที่เบอร์ 02-886-6600 ต่อ 5001

ความรู้ทั่วไป และ โรคเกี่ยวกับเยื่อบุตา
29/01/2021

ความรู้ทั่วไป และ โรคเกี่ยวกับเยื่อบุตา

พยาธิอะไรเอ่ย

วันนี้อ่านพบที่คุณหมออนุสรณ์ share ลงมาใน FB พยาธิตัวกลมในลูกตาของผู้ป่วยชายชาวอินเดีย ขนาดยาวถึง 15 ซ.ม. จาก Medical center ใน Kundapu อินเดีย ลงใน Medical video Eye care เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2019 หมอใช้มีดกรีดผ่านเยื่อบุตา จับพยาธิซึ่งบิดตัวไปมาใต้เยื่อบุตา ค่อย ๆ ดึงออกมา พบเป็นพยาธิตัวกลม ชื่อ Wuchereria bancrofti ยาวถึง 15 ซ.ม.
พยาธินี้พบได้เฉพาะภูมิประเทศร้อนชื้น (tropical climate) ได้แก่ แถบเอเชีย แอฟริกา แปซิฟิกตะวันตก และอเมริกาใต้ ประเทศไทยเราก็อยู่ในข่ายที่พบได้ โดยเชื้อนี้อยู่ในยุง เมื่อเราถูกยุงกัดจะปล่อยตัวอ่อน (larvae ผ่านผิวหนัง) เข้าร่างกายเรา เมื่อโตเต็มที่จะไปตามกระแสน้ำเหลือง (lymphatic system) จึงสามารถไปอยู่ได้ทั่วร่างกาย มักไปที่ไต ต่อมน้ำเหลือง รบกวนระบบน้ำเหลือง มีผลต่อระบบน้ำและระบบคุ้มกัน (immune) ของร่างกาย ก่อให้เกิดการอักเสบบริเวณต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้บริเวณนั้นบวมน้ำ ในประเทศไทยเคยมีรายงานพยาธิไปรบกวนระบบน้ำเหลืองบริเวณขา ทำให้ผู้ป่วยเท้าบวม เรียกกันว่าโรคเท้าช้าง (elephantiasis)
มีรายงานว่าพยาธิตัวนี้อยู่ในร่างกายคนได้นาน 6-8 ปี สร้างตัวอ่อนจำนวนเป็นล้าน ๆ ตัวในเลือด ทำให้แพร่กระจายไปคนอื่นได้ เมื่อโตเต็มที่จะไปอยู่ในน้ำเหลือง ถ้ายุงกัดคนที่เป็นโรคนี้ไปกัดคนอื่น จะเป็นการกระจายเชื้อจากคนหนึ่งไปอีกคนได้ ยุงที่เป็นพาหะมักจะกัดคนเวลาหัวค่ำหรือใกล้รุ่ง มักเป็นในคนที่ถูกยุงกัดหลาย ๆ ครั้ง จึงมักเกิดในคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเป็น ยุงจึงนอกจากทำให้เกิดไข้มาเลเรีย ไข้เลือดออก ยังทำให้เกิดพยาธิตัวนี้ด้วย
เนื่องจากพยาธิตัวนี้อยู่ในน้ำเหลือง จึงอาจก่อให้เกิดอาการตามอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งที่ตา ดังเช่นชาวอินเดียผู้นี้

บทความโดย ศ.พญ. สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต

#พยาธิในตา

สนใจเลสิกสามารถนัดเข้ารับคำปรึกษาได้นะคะ
29/01/2021

สนใจเลสิกสามารถนัดเข้ารับคำปรึกษาได้นะคะ

10/01/2021

หัดเยอรมัน
พ.ญ.สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต
เมื่อหลายปีก่อน เคยเป็นอาสาสมัครตรวจโรคตา ดูสภาพสายตาของเด็กนักเรียนโรงเรียนตาบอดแห่งประเทศไทย ที่อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อดูสาเหตุของตาบอดในเด็ก ตลอดจนคัดกรองเด็กนักเรียนในโรงเรียนตาบอด อาจมีบางรายที่ยังต้องการรับการรักษาเพื่อให้สายตาดีขึ้น หรือบางรายเพื่อประคับประคองให้สายตาที่เหลืออยู่บ้างให้อยู่อย่างนั้นตลอดไป ในสมัยก่อน เด็กนักเรียนในโรงเรียนตาบอดบางคน อาจไม่ได้ผ่านการตรวจตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ที่ลงความเห็นว่าควรรับการศึกษาจากโรงเรียนคนตาบอด ส่วนมากผู้ปกครองจะเลี้ยงดูกันเอง อาจไปรับการตรวจจากแพทย์ทั่วไป ลงความเห็นว่าตาบอด พออายุถึงวัยเรียนก็ส่งมาเข้าเรียนโรงเรียนคนตาบอด จำได้ว่า วันหนึ่ง เจอเด็กหญิงอุบล อายุ 8 ปี เป็นนักเรียนประจำ ตรวจพบต้อกระจกในตาทั้งสองข้าง ต้อหนามากจนมองไม่เห็นจอตาและประสาทตา แต่คาดว่าน่าจะยังพอใช้ได้ เนื่องจากรูม่านตายังมีปฏิกิริยาต่อแสงพอสมควร วันที่ตรวจพบว่าเด็กเกือบมองไม่เห็นเลย เห็นเพียงมือไหว ๆ (hand motion) จึงได้รับมาทำการักษาในโรงพยาบาล จากการตรวจและซักประวัติจึงพบว่า นอกจากตาไม่เห็นแล้ว การได้ยินยังไม่ดีนัก เรียกว่าพิการทั้งตาและหู เมื่อซักประวัติและตรวจอย่างละเอียด จึงพบว่า เด็กหญิงอุบลอยู่ในกลุ่มโรคที่เรียกว่า congenital rubella syndrome (CRS) เกิดความผิดปกติจากการที่แม่เป็นหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก
ภาวะ CRS นี้ รายงานครั้งแรกโดย Norman Mcalister Gregg จักษุแพทย์ชาวออสเตรเลียในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการระบาดของโรคหัดเยอรมัน ตัวท่านเป็นจักษุแพทย์โรคเด็ก ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงที่ทำต้อกระจกในระยะนั้น 78 ราย ถามและซักประวัติมารดาเป็นหัดเยอรมันถึง 68 ราย และได้เสนอผลงานนี้ในการประชุมวิชาการว่า พบต้อกระจกในเด็กจำนวนมากในมารดาที่เป็นหัดเยอรมัน เมื่อปี 1941 หลังจากติดตามผู้ป่วยต่อมา มารดาในเด็กกลุ่มนี้แจ้งว่า เด็กมีการได้ยินน้อยกว่าปกติ ท่านได้เสนอให้ที่ประชุมทราบว่า เป็นทั้งต้อกระจกและหูหนวก ซึ่งต่อมา ศาสตราจารย์ Olivia Lancaster จากมหาวิทยาลัย Sydney ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเกี่ยวข้องกับโรคหัดเยอรมันในมารดา เรียกกันว่า CRS
อาการที่ class ของ CRS ประกอบด้วย 3 อย่าง (triad) ได้แก่ หู ตา และหัวใจ
1. sensorial neural deaf (หูหนวกจากระบบประสาทหู) พบได้ถึง 58%
2. มีความผิดปกติทางตา พบได้ 43% ได้แก่ภาวะต้อกระจก, micropathalmos และ retinopaty
3. มีความผิดปกติของหัวใจ พบได้ 30% ได้แก่ pulmonary artery stenosis, patent ductus arteriosus (PDA)
ภาวะอื่นที่อาจพบบ้าง ได้แก่ ผิดปกติของม้าม ตับ ไขกระดูก microcephaly น้ำหนักแรกคลอดน้อย IQ ต่ำ ตลอดจน thrombocytopenia เป็นต้น
ระยะหลัง มีการศึกษาพบว่าจะเกิดภาวะนี้
1. ถ้ามารดาเป็นหัดเยอรมันในระยะ 0-28 วันก่อนปฏิสนธิ (ก่อนตั้งครรภ์) พบได้ 43%
2. อายุครรภ์ 1-12 สัปดาห์ พบได้ 51%
3. อายุครรภ์ 13-26 สัปดาห์ พบได้ 23%
4. ในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์เกือบไม่พบเลย
ด้วยเหตุที่อาการของหัดเยอรมันมีน้อยมากเมื่อเทียบกับหัดธรรมดา กล่าวคือ อาจไม่มีอาการอะไรเลย หรือมีการติดเชื้อระบบหายใจส่วนต้น ไข้ต่ำ ๆ ตาแดง ต่อมน้ำเหลืองหลังหูและท้ายทอยโต มีผื่น maculopapular rash ที่ผิวหนัง
เมื่อมารดาติดเชื้อไวรัสนี้ เด็กในครรภ์ อาจจะ
1. ปกติดี
2. เสียชีวิตในท้อง
3. เด็กเกิดมาพร้อมภาวะ CRS
เมื่อเด็กเกิดมาพร้อมกับภาวะ CSR คงต้องรักษาตามอาการที่เป็น สำหรับเด็กหญิงอุบล เมื่อมารับการผ่าตัดต้อกระจก ทำให้สายตาดีขึ้น เริ่มเห็นดีกว่าเดิมมากจนสามารถไปเรียนในโรงเรียนปกติได้ แต่ต้องได้รับการช่วยเหลือบ้าง เนื่องจากเด็กไม่ได้รับการรักษาแต่แรก อาจมีภาวะตาขี้เกียจร่วมด้วย และโชคดีที่หูยังเสียไม่มาก และหัวใจก็ยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างปกติ
การป้องกันมิให้เกิดภาวะนี้ทำได้โดยรณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันในสตรีวัยเจริญพันธุ์น่าจะดีที่สุด

ที่อยู่

341
Bangkok
10700

เบอร์โทรศัพท์

028866600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงพยาบาลตาหูคอจมูกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง โรงพยาบาลตาหูคอจมูก:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด