สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุ

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
(The National Human Rights Commission of Thailand - NHRCT) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

องค์กรตามรัฐธรรมนูญเพื่อการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

"สิทธิมนุษยชนคือเรื่องของทุกคน"

สายด่วนร้องเรียน 1377

เปิดเหมือนปกติ

Statement of the National Human Rights Commission of Thailand (NHRCT) The NHRCT urges all parties to cease violence     ...
11/10/2021

Statement of the National Human Rights Commission of Thailand (NHRCT)
The NHRCT urges all parties to cease violence


On the night of 6 October 2021, a crowd control police officer was shot and seriously wounded when he was on duty in the area of Din Daeng. Previously, officers and some protestors had been also seriously injured during the protest.

From continuous monitoring the situation of various groups' political rallies and all affected parties, the NHRCT has serious concerns over the prolonged and severe clashes between crowd control police officers and some protesters.

Thus, the NHRCT urges all parties to consider the following:

1. The protestors should truly exercise their freedom of peaceful assembly and without weapons so that the importance of the demand is heard and that there is no condition for the police to use extreme crowd control operations. Nevertheless, the government must implement the crowd control procedures in accordance with the international standards. The operation must be strictly proportional and appropriate, and differentiate between the peaceful protestors and those who use violence, being tolerant to listen to different viewpoints.

2. All parties should consider supporting the central forum in order to have an open and honest discussion about the solutions. This forum will provide an opportunity for protesters and government officials to converse and listen to each other's viewpoints in order to decrease confrontation and violence. The NHRCT stands ready to support the process of finding a peaceful solution.

In addition, the NHRCT would like to express the appreciation to the Department of Rights and Liberties Protection, Ministry of Justice, Department of Children and Youth Affairs, Ministry of Social Development and Human Security, and the National Housing for accepting the NHRCT's proposal to jointly visit the Din Daeng residential area to listen to problems and demands from people affected by the assembly situation. It is hoped that all parties will exercise their rights and freedoms constructively within the framework of the Constitution and human rights principles and that all forms of violence will cease in order to avoid injury and loss to all parties, including the impact on nearby communities.

The National Human Rights Commission of Thailand
8 October 2021

Statement of the National Human Rights Commission of Thailand (NHRCT)
The NHRCT urges all parties to cease violence


On the night of 6 October 2021, a crowd control police officer was shot and seriously wounded when he was on duty in the area of Din Daeng. Previously, officers and some protestors had been also seriously injured during the protest.

From continuous monitoring the situation of various groups' political rallies and all affected parties, the NHRCT has serious concerns over the prolonged and severe clashes between crowd control police officers and some protesters.

Thus, the NHRCT urges all parties to consider the following:

1. The protestors should truly exercise their freedom of peaceful assembly and without weapons so that the importance of the demand is heard and that there is no condition for the police to use extreme crowd control operations. Nevertheless, the government must implement the crowd control procedures in accordance with the international standards. The operation must be strictly proportional and appropriate, and differentiate between the peaceful protestors and those who use violence, being tolerant to listen to different viewpoints.

2. All parties should consider supporting the central forum in order to have an open and honest discussion about the solutions. This forum will provide an opportunity for protesters and government officials to converse and listen to each other's viewpoints in order to decrease confrontation and violence. The NHRCT stands ready to support the process of finding a peaceful solution.

In addition, the NHRCT would like to express the appreciation to the Department of Rights and Liberties Protection, Ministry of Justice, Department of Children and Youth Affairs, Ministry of Social Development and Human Security, and the National Housing for accepting the NHRCT's proposal to jointly visit the Din Daeng residential area to listen to problems and demands from people affected by the assembly situation. It is hoped that all parties will exercise their rights and freedoms constructively within the framework of the Constitution and human rights principles and that all forms of violence will cease in order to avoid injury and loss to all parties, including the impact on nearby communities.

The National Human Rights Commission of Thailand
8 October 2021

10/10/2021
อันดามันต้องรอด-เสียงจากชาวเลอันดามัน ภาค 2

นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เป็นวิทยากร การสัมมนาเรื่อง เสียงจากชาวเลแห่งอันดามันภาค 2
ตอน : ชาวเลคือเจ้าของอันดามันที่แท้จริง
จัดโดย มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
มูลนิธิภาคใต้สีเขียว มูลนิธิชุมชนไท
เครือข่ายชาวเลอันดามัน
กลุ่ม#SAVEANDAMAN

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)เรื่อง ขอทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง        ตามที่ปรากฏเหตุเจ้าหน้าที่ตำรว...
08/10/2021

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
เรื่อง ขอทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง


ตามที่ปรากฏเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนนายหนึ่งถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากปฏิบัติการควบคุมฝูงชนในการชุมนุมทางการเมืองบริเวณแยกดินแดงเมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2564 โดยที่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมบางคนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการใช้ความรุนแรงเข้าปะทะกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนและผู้ชุมนุมบางส่วน ซึ่งยืดเยื้อมานานและมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

กสม.จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณาร่วมกัน ดังนี้

1. ขอให้ผู้ชุมนุมใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่างแท้จริง เพื่อให้ความสำคัญของข้อเรียกร้องถูกรับฟังและไม่มีเงื่อนไขใดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ปฏิบัติการควบคุมฝูงชนในขั้นรุนแรง ขณะที่รัฐบาลต้องใช้แนวทางในการจัดการและควบคุมฝูงชนให้สอดคล้องกับหลักการสากลตามขั้นตอน ได้สัดส่วนที่เหมาะสมอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมโดยสงบกับผู้ที่ใช้ความรุนแรงแบบแยกแยะ รวมทั้งใช้ความอดทนอดกลั้นในการรับฟังเสียงของผู้ที่เห็นต่าง

2. ขอให้ทุกฝ่ายสนับสนุนให้มีเวทีกลางในการเจรจาแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีโอกาสพูดคุยกันและรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน เพื่อลดการเผชิญหน้าและการใช้ความรุนแรงลง โดย กสม.พร้อมมีส่วนร่วมสนับสนุนในกระบวนการแสวงหาทางออกอย่างสันติ

ทั้งนี้ กสม.ขอขอบคุณกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการเคหะแห่งชาติ ที่ได้ตอบรับข้อเสนอของ กสม.โดยได้ลงพื้นที่บริเวณที่พักอาศัยย่านดินแดงเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเรียกร้องจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุมร่วมกัน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายจะใช้สิทธิและเสรีภาพภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างสร้างสรรค์ และยุติการใช้ความรุนแรงต่อกันทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียของทุกฝ่าย รวมถึงผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
8 ตุลาคม 2564

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
เรื่อง ขอทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง


ตามที่ปรากฏเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนนายหนึ่งถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากปฏิบัติการควบคุมฝูงชนในการชุมนุมทางการเมืองบริเวณแยกดินแดงเมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2564 โดยที่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมบางคนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการใช้ความรุนแรงเข้าปะทะกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนและผู้ชุมนุมบางส่วน ซึ่งยืดเยื้อมานานและมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

กสม.จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณาร่วมกัน ดังนี้

1. ขอให้ผู้ชุมนุมใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่างแท้จริง เพื่อให้ความสำคัญของข้อเรียกร้องถูกรับฟังและไม่มีเงื่อนไขใดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ปฏิบัติการควบคุมฝูงชนในขั้นรุนแรง ขณะที่รัฐบาลต้องใช้แนวทางในการจัดการและควบคุมฝูงชนให้สอดคล้องกับหลักการสากลตามขั้นตอน ได้สัดส่วนที่เหมาะสมอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมโดยสงบกับผู้ที่ใช้ความรุนแรงแบบแยกแยะ รวมทั้งใช้ความอดทนอดกลั้นในการรับฟังเสียงของผู้ที่เห็นต่าง

2. ขอให้ทุกฝ่ายสนับสนุนให้มีเวทีกลางในการเจรจาแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีโอกาสพูดคุยกันและรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน เพื่อลดการเผชิญหน้าและการใช้ความรุนแรงลง โดย กสม.พร้อมมีส่วนร่วมสนับสนุนในกระบวนการแสวงหาทางออกอย่างสันติ

ทั้งนี้ กสม.ขอขอบคุณกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการเคหะแห่งชาติ ที่ได้ตอบรับข้อเสนอของ กสม.โดยได้ลงพื้นที่บริเวณที่พักอาศัยย่านดินแดงเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเรียกร้องจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุมร่วมกัน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายจะใช้สิทธิและเสรีภาพภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างสร้างสรรค์ และยุติการใช้ความรุนแรงต่อกันทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียของทุกฝ่าย รวมถึงผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
8 ตุลาคม 2564

กสม. ประชุมร่วม ยธ. - พม. หารือแนวทางการเยียวยาประชาชนย่านดินแดงผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุม          เมื่อวันท...
08/10/2021

กสม. ประชุมร่วม ยธ. - พม. หารือแนวทางการเยียวยาประชาชนย่านดินแดงผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุม


เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 เวลา 16.00 น. นายวสันต์ ภัยหลักลี้ นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประชุมร่วมกับ ดร.โฆสิต สุวินิจจิต คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พัฒนาและบูรณาการเครือข่ายภาคประชาชน กระทรวงยุติธรรม นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และนายเทพฤทธิ ฤทธิณรงค์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เพื่อหารือถึงแนวทางการเยียวยาประชาชนชาวแฟลตดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุม และแสวงหาแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติในสถานการณ์การชุมนุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เสนอให้มีหน่วยงานกลางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและจัดให้มีเวทีเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกฝ่ายต่อไป

(กสม.แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 3/2564)กสม.เห็นชอบให้นายแพทย์ พิทักษ์พล บุณยมาลิก เป็นเลขาธิการ กสม.คนใหม่ - เผย ...
07/10/2021

(กสม.แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 3/2564)

กสม.เห็นชอบให้นายแพทย์ พิทักษ์พล บุณยมาลิก เป็นเลขาธิการ กสม.คนใหม่ - เผย สตช. สำนักงาน ป.ป.ส. เตรียมแก้ไขระเบียบการตรวจหาสารเสพติด ณ ด่านตรวจ โดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศตามข้อเสนอแนะของ กสม.


วันที่ 7 ตุลาคม 2564 เวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายชนินทร์ เกตุปราชญ์ รองเลขาธิการ กสม. แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 3/2564 โดยมีวาระสำคัญดังนี้

1. กสม.เห็นชอบให้นายแพทย์ พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการ สธ. เป็นเลขาธิการ กสม.คนใหม่

ตามที่สำนักงาน กสม. ได้รับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (เลขาธิการ กสม.) ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 และคณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสม. ได้ดำเนินการจัดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเข้ารับการสรรหา จำนวน 2 ราย ต่อสาธารณะพร้อมตอบข้อซักถาม เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 นั้น ปัจจุบัน การดำเนินการสรรหาและคัดเลือกได้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่ง กสม.ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในการประชุมครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้นายแพทย์พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสม. ต่อไป

ทั้งนี้ นายแพทย์พิทักษ์พล เป็นผู้มีคุณวุฒิด้านการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจ (M.B.A) จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) และด้านนโยบาย การวางแผน และเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข (M.Sc.) มหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร และปริญญาเอกด้านสาธารณสุขศาสตร์ (Ph.D.) จากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา

สำหรับประสบการณ์การทำงานที่สำคัญ นายแพทย์พิทักษ์พล เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีผลงานวิจัยและวิชาการในด้านสุขภาพจิตและการสาธารณสุข และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

2. พม. สตช. และสำนักงาน ป.ป.ส. วางแนวทางแก้ไขระเบียบและจัดทำแนวปฏิบัติการตรวจค้นและตรวจหาสารเสพติด ณ ด่านตรวจ โดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศตามข้อเสนอแนะของ กสม.

กรณีนี้ สืบเนื่องจาก กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนรวม 20 คำร้องในปี 2563 กล่าวอ้างว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ด่านตรวจของสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายแห่งปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายหรือการตรวจค้นยานพาหนะโดยละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เช่น มีการเลือกตรวจหาสารเสพติดเฉพาะบุคคลเพศชาย ไม่แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ไม่แจ้งเหตุอันควรสงสัย ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้วาจาไม่เหมาะสมต่อบุคคลหลากหลายทางเพศ ไม่มีห้องน้ำสำหรับการจัดเก็บปัสสาวะที่มิดชิด หรือไม่มีห้องน้ำเฉพาะสำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

กสม.ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 จึงมีข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) จัดทำแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดพื้นที่ที่เหมาะสมในส่วนที่เกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ หรือจุดสกัด เพื่อให้การตรวจค้นและการตรวจหาสารเสพติดมีการปฏิบัติโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคล และในส่วนของการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะควรจัดให้มีสถานที่มิดชิด นอกจากนี้ยังเสนอให้ สตช. และสำนักงาน ป.ป.ส. ปรับปรุงวิธีการในการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดของเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสม โดย สตช. ควรกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เป็นไปตามระเบียบและมาตรการปฏิบัติที่ถูกต้องของ สตช. อย่างเคร่งครัด รวมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดทำบันทึกการค้นไว้ทุกครั้งเพื่อเป็นหลักประกันให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา พม. มีหนังสือแจ้งมายังสำนักงาน กสม. ระบุว่า พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สำนักงาน ป.ป.ส. และ สตช. ได้ประชุมหารือร่วมกันเพื่อดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของ กสม. ในกรณีนี้ สรุปได้ดังนี้

1) สำนักงาน ป.ป.ส. จะดำเนินการโดยเร่งด่วนในการปรับปรุงแก้ไขอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับวิธีการและเงื่อนไขการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งจะมีการกำหนดให้มีสถานที่ตรวจหรือห้องน้ำที่มิดชิดโดยคำนึงถึงอัตลักษณ์ทางเพศ เพศสภาพ เพศสภาวะ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งการใช้กิริยาวาจาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องสุภาพและละเว้นการล้อเลียนหรือดูหมิ่นในความแตกต่างทางเพศของบุคคล

2) สตช. ได้มีหนังสือแจ้งไปยังตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของ กสม. โดยแจ้งแนวปฏิบัติในบริเวณจุดตรวจที่ไม่มีห้องน้ำให้มีการนำผู้ได้รับการตรวจไปยังบริเวณใกล้เคียงที่มีห้องน้ำหรือนำไปที่สถานีตำรวจ ให้มีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวการปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดตรวจ และให้ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้น

ทั้งนี้ สตช. และสำนักงาน ป.ป.ส. จะนำแนวปฏิบัติด้านการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตาม พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ไปปรับใช้เพิ่มเติมในการจัดทำแนวปฏิบัติการตรวจหาสารเสพติดและแนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจหาสารเสพติดเพื่อให้การปฏิบัติงานคำนึงถึงการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อันสอดคล้องตามข้อเสนอแนะของ กสม.ต่อไป

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
7 ตุลาคม 2564

07/10/2021
Iive กสม.แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ครั้งที่ 3/2564 วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2564

(Live) 10.30 น. กสม.แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ครั้งที่ 3/2564 วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2564

วาระการแถลงข่าว
1. กสม.เห็นชอบให้นายแพทย์ พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการ สธ. เป็นเลขาธิการ กสม.คนใหม่

2. พม. สตช. และสำนักงาน ป.ป.ส. วางแนวทางแก้ไขระเบียบและจัดทำแนวปฏิบัติการตรวจค้นและตรวจหาสารเสพติด ณ ด่านตรวจ โดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศตามข้อเสนอแนะของ กสม.

ผู้แถลงข่าว : นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายชนินทร์ เกตุปราชญ์ รองเลขาธิการ กสม.

มติการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 38/2564 (16)วันที่ 6 ตุลาคม 2564 คณะกรรมการสิทธิมน...
06/10/2021

มติการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 38/2564 (16)

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านบริหาร ครั้งที่ 38/2564 (16) ณ ห้องประชุม 704 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบออนไลน์ ( Zoom meeting) โดยมีมติการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

พิจารณารายงานผลการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันการพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.

พิจารณารายชื่อบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2563 เพื่อเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกรับรางวัล “สิทธิมนุษยชนสากล Emilio F. Mignone ประจำปี 2564” ซึ่งจัดโดยกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอาร์เจนตินา

พิจารณาแต่งตั้ง นายบุญเกื้อ สมนึก อดีตเลขาธิการ กสม. เป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าด้วยที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประจำประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2564

พิจารณาแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

มติการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 38/2564 (16)

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านบริหาร ครั้งที่ 38/2564 (16) ณ ห้องประชุม 704 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบออนไลน์ ( Zoom meeting) โดยมีมติการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

พิจารณารายงานผลการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันการพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.

พิจารณารายชื่อบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2563 เพื่อเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกรับรางวัล “สิทธิมนุษยชนสากล Emilio F. Mignone ประจำปี 2564” ซึ่งจัดโดยกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอาร์เจนตินา

พิจารณาแต่งตั้ง นายบุญเกื้อ สมนึก อดีตเลขาธิการ กสม. เป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าด้วยที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการประจำประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2564

พิจารณาแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

ที่อยู่

120 หมู่ 3
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621413800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด