สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุ

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (The National Human Rights Commission of Thailand - NHRCT) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์กรตามรัฐธรรมนูญเพื่อการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน "รู้สิทธิ รักสิทธิ ไม่ละเมิดสิทธิ" สายด่วนร้องเรียน 1377

เปิดเหมือนปกติ

เนื่องในเทศกาลวันเด็กปี 2564 สำนักงาน กสม.  ขอเชิญชวนเด็ก ๆ รับชมนิทานส่งเสริมสิทธิเด็กเรื่อง “มดจิ๋วสีรุ้ง” .เรื่องราวก...
10/01/2021

เนื่องในเทศกาลวันเด็กปี 2564 สำนักงาน กสม. ขอเชิญชวนเด็ก ๆ รับชมนิทานส่งเสริมสิทธิเด็กเรื่อง “มดจิ๋วสีรุ้ง”
.
เรื่องราวการผจญภัยของพี่น้องมดจิ๋วหลากสี สะท้อนการส่งเสริมสิทธิเด็ก โดยการปลูกฝังให้เด็ก ๆ รู้จักเคารพในตัวเองและยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน เสริมการมองโลกอย่างมีจินตนาการ และชักชวนให้ผู้ใหญ่เปิดรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ๆ จากนิทานโดยไม่ด่วนสรุปและตัดสิน
.
📺รับชมการ์ตูนแอนิเมชั่นที่: https://youtu.be/xOzmn7mJjrg
📖คลิกอ่าน e-book ที่: https://bit.ly/2DzzNmX
📥หรือดาวน์โหลดไฟล์นิทานที่ https://bit.ly/2RfCMVg

สารเนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปีพุทธศักราช 2564 วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2564-------------------------------------...
09/01/2021

สาร
เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปีพุทธศักราช 2564
วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2564
-------------------------------------

‘เด็ก’ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) หมายถึง ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี (เว้นแต่จะบรรลุนิติภาวะก่อนหน้านั้นตามกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับกับเด็ก) การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กตามอนุสัญญาฯ มีหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1) การไม่เลือกปฏิบัติต่อเด็กทุกคนที่มีความแตกต่างกันด้วยเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง หรือ สถานะอื่น ๆ 2) การคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กในทุกการกระทำที่เกี่ยวข้องกับเด็ก 3) การคุ้มครองสิทธิของเด็กในการมีชีวิตอยู่รอด และ 4) การพัฒนาและรับฟังความเห็นของเด็กตามสมควรแก่อายุและวุฒิภาวะ นอกจากนี้อนุสัญญาฯยังได้รับรองสิทธิอื่น ๆ อีกหลายด้าน เช่น สิทธิที่จะมีมาตรฐานการดำรงชีวิตที่เพียงพอสำหรับการพัฒนาของเด็ก สิทธิด้านการศึกษา สิทธิด้านสุขภาพ สิทธิที่จะไม่ถูกแทรกแซงในความเป็นส่วนตัวโดยมิชอบ สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากความรุนแรงและการถูกแสวงประโยชน์ และการปฏิบัติต่อเด็กที่ถูกกล่าวหาทางอาญา เป็นต้น

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ห่วงใยและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของเด็กในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนที่ถูกต้องตามหลักสากลให้แก่เยาวชน ด้วยการจัดทำและเผยแพร่คู่มือจัดการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนศึกษาขั้นพื้นฐาน 5 ช่วงชั้น สำหรับนักเรียนระดับปฐมวัย – มัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาได้มีเครื่องมือในการส่งเสริมความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนให้แก่เยาวชน การจัดทำโครงการเยาวชนคนรุ่นใหม่ใส่ใจและยืนเคียงข้างสิทธิมนุษยชน (Youth Standing Up for Human Rights) เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้ในสิทธิมนุษยชนภายใต้บริบทของสังคมไทย ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การจัดทำข้อเสนอแนะในการคุ้มครองสิทธิเด็กในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้พิจารณาแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการไม่เปิดเผยข้อมูลประวัติการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กที่ก้าวพลาดได้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป รวมทั้งการจัดทำข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการแก้ไขกฎหมายกรณีปัญหาความรุนแรงทางเพศต่อเด็กนักเรียนโดยครูหรือบุคลากรทางการศึกษาเสนอไปยังรัฐบาลด้วย ประการสำคัญ กสม. ได้จัดตั้งกลไกเฝ้าระวังและติดตามการละเมิดสิทธิของเด็กซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางทั้งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และการชุมนุมทางการเมือง

เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 นี้ กสม. ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติ ขอส่งพลังใจและความปรารถนาดีไปยังเด็ก ๆ และเยาวชนให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง เข้าใจและยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมกันของมนุษย์ เพื่อสามารถก้าวผ่านทุกวิกฤตการณ์ และเติบโตเป็นอนาคตที่งดงามของสังคมได้ พร้อมกันนี้ ขอให้ผู้ใหญ่ร่วมกันดูแลให้เด็ก ๆ ทุกคนในประเทศได้มีสิทธิที่จะมีชีวิตรอด ได้รับการปกป้องคุ้มครอง ได้รับการพัฒนา และมีส่วนร่วมแสดงความเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่ออนาคตของตนเองได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ

นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำหน้าที่แทน
ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เมื่อโควิด 19 ทำให้ วันเด็กแห่งชาติที่เป็นวันสุดพิเศษของเด็ก ๆ จำเป็นต้องงดจัดในสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโ...
08/01/2021

เมื่อโควิด 19 ทำให้ วันเด็กแห่งชาติที่เป็นวันสุดพิเศษของเด็ก ๆ จำเป็นต้องงดจัด

ในสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังอยู่ในระดับที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องงดจัดงานวันเด็กเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เราจึงไม่ได้เห็นภาพความสนุกสนานของงานวันเด็กในปีนี้

นับจากที่ประเทศไทยได้พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายแรกเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาควบคุมการดำเนินชีวิตประจำวันในทุกพื้นที่ของประเทศ และต่อมาดูเหมือนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะทุเลาลง เด็ก ๆ ได้ไปโรงเรียนเหมือนเดิม ได้ออกไปเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้น เพราะวันนี้ เด็ก ๆ ต้องกลับมาเรียนผ่านระบบออนไลน์อีกครั้ง หลายหน่วยงานงดการจัดงานวันเด็ก เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเร็วและยังไม่สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อให้ลดน้อยลงได้

ประเทศไทยทุกวันนี้มีอัตราการเกิดของเด็กน้อยลงเรื่อย ๆ ในอีกสามสิบปีข้างหน้าคาดว่าจะมีผู้ใหญ่ 2 คนดูแลคนแก่ 1 คน ซึ่งผู้ใหญ่ 2 คนนี้จะต้องแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมาก ดังนั้น ไม่ว่าจะมองมุมสิทธิหรือเศรษฐกิจ เราจำเป็นต้องให้เด็ก ๆ ได้รับการพัฒนาสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เด็ก ๆ ควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้เหมาะสมกับพัฒนาการและช่วงวัย ยิ่งในสภาวะการแพร่ระบาดเช่นนี้ เด็ก ๆ จะต้องเข้าถึงสิทธิในการดูแลสุขภาพที่มีมาตรฐานสูงที่สุดเท่าที่จะหาได้ และพวกเราควรช่วยกันดูแลเด็ก ๆ ให้ก้าวผ่านทุกวิกฤตได้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง

จากการสำรวจขององค์การยูนิเซฟ พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่เห็นว่าวิกฤตโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ส่งผลให้พวกเขามีความเครียด วิตกกังวลและเบื่อหน่าย เด็ก ๆ รู้สึกกังวลด้านการเรียนและปัญหาความรุนแรงในครอบครัว มาตรการล็อคดาวน์ยิ่งทำให้เด็กต้องเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลายครอบครัวสูญเสียรายได้ ส่งผลกระทบต่อการขาดแคลนอาหารและปัจจัยจำเป็นในการดำรงชีพของเด็ก ปัญหาเหล่านี้จึงอาจเพิ่มความเครียดให้แก่ทุกคนจนอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงภายในบ้านสูงขึ้น ซึ่งเด็ก ๆ ควรได้รับความคุ้มครองจากการใช้ความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

ผู้ใหญ่จะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันสร้างมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้รับการดูแลให้มีชีวิตที่ปกติสุข ซึ่งหากเราพิจารณาสิทธิเด็กตามอนุสัญญาสิทธิเด็กทั้ง 54 ข้อแล้วนั้น จะประกอบไปด้วยสาระสำคัญเรื่องสิทธิของเด็ก 4 ด้าน ได้แก่ สิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิในการพัฒนา สิทธิในการมีส่วนร่วม ซึ่งจะต้องตั้งอยู่บนหลักการไม่เลือกปฏิบัติและถือประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง เราควรจะช่วยให้เด็กได้เติมเต็มศักยภาพและพร้อมจะเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและสร้างสรรค์

#สิทธิเด็ก #humanrights #

The Office of the NHRCT keeps providing public services after an order for its personnel to work from home during a new ...
08/01/2021

The Office of the NHRCT keeps providing public services after an order for its personnel to work from home during a new wave of Covid-19 pandemic:
Complaints of human rights violation can be submitted online and still in person

On 4 January 2021, Mr. Boongua Somnuk, Secretary-General of the National Human Rights Commission of Thailand reveals that due to the situation of new wave of pandemic of COVID-19 spreading widely in many areas of Thailand, the government has put in place various measures to resolve emergency situations by virtue of the Emergency Decree on Public Administration in Emergency Situations, B.E. 2548 (2005). They include the government’s annoucement dated on 3 January 2021 declaring Bangkok, vicinity provinces and other provinces, totaling 28 provinces, “the most controlled areas”, including other requirements and practices.

The Office of the National Human Rights Commission of Thailand (Office of the NHRCT) with the approval of the Chairperson of the National Human Rights Commission of Thailand, therefore, adopts the urgent measures for the purpose of prevention and cotrol of the disease outbreak, ordering staff members to work from home between 5-31 January 2021. The Office also issues the Announcement No.5 dated 4 January 2021 to maintain public services as follows:

1. Complaints on human rights violation can be submitted through electronic channel via http://www.nhrc.or.th/Complaints/Online-complaints.aspx, or people can make a direct phone call to the Director of Complaint Screening and Human Rights Protection Coordination Unit at 061 420 7448. In necessary case, they can also visit the Office of the National Human Rights Commission of Thailand;

2. Administrative works regarding official documents, transaction and procurement are still operated and contacted at the Office of the National Human Rights Commission of Thailand;

3. Human Rights Information Centre service can be reached in the E-book form at http://library.nhrc.or.th, LINE application @:https//lin.ee/xK3jsyP or Facebook: Human Rights Information Centre.

Office of the National Human Rights Commission of Thailand
4 January 2021

มติที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 2/2564 วันที่ 6 มกราคม 2564 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน...
06/01/2021

มติที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 2/2564

วันที่ 6 มกราคม 2564 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านบริหาร ครั้งที่ 2/2564 ณ ห้องประชุม 704 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดย กสม. ได้พิจารณาและปรับแก้ (ร่าง) รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ 3 (วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 - 31 มกราคม 2564)

มติการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 1/2564วันที่ 5 มกราคม 2564 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแ...
05/01/2021

มติการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 1/2564

วันที่ 5 มกราคม 2564 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านบริหาร ครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุม 704 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีมติการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

1. กสม. มีมติรับทราบรายงานข้อมูลผู้ถูกดำเนินคดีจากกรณีการชุมนุมทางการเมือง ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ถึง 3 มกราคม 2564 และ

2. กสม. พิจารณาและปรับแก้ (ร่าง) รายงานผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2563

3. รับทราบผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามแผนปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยในงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีแผนจะดำเนินงานวิจัย 3 แผนงาน ประกอบด้วย 1) แผนงานการวิจัยเพื่อพัฒนาแนวทางการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขังสูงอายุในประเทศไทย 2) แผนงานการวิจัยเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณี การดำเนินการด้านเทคโนโลยี และ 3) แผนงานการวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ต้นแบบสิทธิในสุขภาพและการจัดทำมาตรการที่เหมาะสมในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับการกำกับและจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ

ร่วมติดตามการให้สัมภาษณ์เรื่อง สถานการณ์สิทธิเด็ก ปี 2563นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษ...
05/01/2021

ร่วมติดตามการให้สัมภาษณ์
เรื่อง สถานการณ์สิทธิเด็ก ปี 2563
นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์
ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ในรายการสำนึกของสังคม
โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ทางสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2564 เวลา 10.05 น.

สำนักงาน กสม. ออกมาตรการรองรับการบริการประชาชนระหว่างมีคำสั่งให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน แจ้งช่องทางร้องเรียนผ่านระบบออน...
04/01/2021

สำนักงาน กสม. ออกมาตรการรองรับการบริการประชาชนระหว่างมีคำสั่งให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน แจ้งช่องทางร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ หรือยื่นเรื่อง ณ สำนักงานได้ตามปกติ


วันที่ 4 มกราคม 2564 นายบุญเกื้อ สมนึก เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขยายเป็นวงกว้างไปในเขตหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดและบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564 รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด - 19) ได้มีคำสั่งให้กรุงเทพมหานคร จังหวัดในเขตปริมณฑลและจังหวัดอื่น รวม 28 จังหวัด เป็นพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ได้ออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการ เพื่อแก้ไขและระงับยับยั้งปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น นั้น

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) โดยความเห็นชอบของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงได้มีมาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่อื่นของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2564 ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบแก่ราชการและการให้บริการแก่ประชาชน สำนักงาน กสม. จึงได้ออกประกาศ เรื่อง มาตรการรองรับการบริการประชาชนในระหว่างการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 4 มกราคม 2564 เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบ ดังนี้

1. การร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สามารถยื่นร้องเรียนออนไลน์ได้ที่ระบบเรื่องร้องเรียน/บริการประชาชน ผ่านเว็บไซต์ http://www.nhrc.or.th/Complaints/ Online-complaints.aspx หรือร้องเรียนทางโทรศัพท์ต่อผู้อำนวยการกลุ่มงานกลั่นกรองรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน หมายเลข 06 1420 7448 ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นสามารถเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนได้ด้วยตนเองที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

2. การติดต่องานสารบรรณ หนังสือราชการ หรืองานธุรกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ให้ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

3. การใช้บริการศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชนของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดให้บริการเฉพาะในรูปแบบ E-book ผ่านเว็บไซต์ http://library.nhrc.or.th และสามารถติดต่อขอใช้บริการในรูปแบบออนไลน์ได้ที่ [email protected]: https://lin.ee/xK3jsyP หรือ Facebook: ศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเรื่อง มาตรการรองรับการบริการประชาชนในระหว่างการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระ...
04/01/2021

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เรื่อง มาตรการรองรับการบริการประชาชนในระหว่างการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 5)


โดยที่ได้ปรากฏสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ขยายเป็นวงกว้างไปในเขตหลายพื้นที่ของประเทศไทย มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและจังหวัดในเขตปริมณฑล ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดและบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564 รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ได้มีคำสั่งให้กรุงเทพมหานคร จังหวัดในเขตปริมณฑลและจังหวัดอื่น รวม 28 จังหวัด เป็นพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ได้ออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการ เพื่อแก้ไขและระงับยับยั้งปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น นั้น

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ประกอบกับข้อ 10 วรรคสอง ของระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าด้วยการลาของข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 และข้อ 5 ของระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าด้วยพนักงานราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 จึงกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 5) โดยความเห็นชอบของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

1. ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่อื่นของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 โดยให้ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้อำนวยการหน่วยมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย และรายงานผลที่ปฏิบัติตามเป้าหมายในช่วงที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานที่สำนักงานทุกสัปดาห์

2. ให้ข้าราชการตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนัก มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นระยะ ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีราชการจำเป็นเร่งด่วน และให้สามารถติดต่อประสานงานเพื่อปฏิบัติราชการได้ตลอดเวลาในขณะที่ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย

3. ให้สำนักเสนอรายชื่อและจำนวนบุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงานในทุกวันราชการ เพื่อมิให้ราชการและการให้บริการประชาชนสะดุดหยุดลง แต่ให้มีจำนวนเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจและน้อยที่สุด โดยให้ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้อำนวยการหน่วยเสนอรายชื่อและจำนวนต่อผู้ที่ได้รับมอบอำนาจและมอบหมายให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ขอให้คำนึงถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ สำหรับหน่วยตรวจสอบภายใน ให้ผู้อำนวยการและบุคลากรพิจารณามาปฏิบัติราชการเท่าที่จำเป็นอย่างยิ่ง และให้รายงานเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทราบผลการปฏิบัติราชการในขณะที่ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย

4. ให้เลื่อนการประชุมของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เป็นภารกิจประจำและไม่มีความเร่งด่วนออกไปก่อน หรือให้ประชุมผ่านทางแอปพลิเคชัน รวมถึงกิจกรรมที่มีการรวมหมู่คณะ หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ และให้ผู้บังคับบัญชาสามารถสั่งการปฏิบัติงานแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงที่ปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย

5. กรณีมีข้อราชการจำเป็นและหรือเร่งด่วน เช่น หากมีการกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ด้านบริหารหรือด้านคุ้มครองฯ ) หรืออื่น ๆ ให้ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้อำนวยการหน่วยที่รับผิดชอบสามารถกำหนดให้บุคลากรที่มีหน้าที่มาปฏิบัติงานนั้น ๆ เพิ่มเติมได้ เท่าที่จำเป็น

ทั้งนี้ ในการปฏิบัติตามมาตรการข้างต้น บุคลากรที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น ผู้ตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัวรุนแรง และผู้ที่มีที่พักอาศัยในเขต 28 จังหวัดที่ต้องเดินทางข้ามเขต หากไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ควรได้รับมอบหมายหรือให้มาปฏิบัติงานที่สำนักงานฯ สำหรับบุคลากรที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ให้สามารถปรับเวลาการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วน และให้บุคลากรทุกคนดำเนินการตามมาตรการและข้อกำหนดในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด - 19 ตลอดจนการดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564
นายบุญเกื้อ สมนึก
เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สวัสดีปีใหม่ 2564Happy New Year 2021."ร่วมสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนไปด้วยกัน"..ขอส่งความสุขและความปรารถนาดีสำนั...
31/12/2020

สวัสดีปีใหม่ 2564
Happy New Year 2021
.
"ร่วมสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนไปด้วยกัน"
.
.
ขอส่งความสุขและความปรารถนาดี
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

31/12/2020

คำกล่าวอวยพรปีใหม่ 2564
โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ในรายการคุยกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา FM 87.5 MHz

31/12/2020
31/12/2020
ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงทะเบียนประวัติอาชญากรในประเทศไทย

ร่วมติดตามการให้สัมภาษณ์ (ย้อนหลัง)
เรื่อง ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงทะเบียนประวัติอาชญากรในประเทศไทย
วิทยากร นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
หน้าที่แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ในรายการสำนึกของสังคม
โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ทางสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FM 101.5 MHz

เรื่อง ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงทะเบียนประวัติอาชญากรในประเทศไทย
ประกายรัตน์ ต้นธีรวงค์ กสม. ทำหน้าที่แทนประธาน กสม.

กสม. ได้พิจารณาเกี่ยวกับทะเบียนประวัติอาชญากรของประเทศไทย เห็นว่าทะเบียนประวัติอาชญากรของประเทศไทยนั้นอาจมีผลกระทบต่อสิทธิการเป็นอยู่ อาชีพ ความเป็นส่วนตัว และการเลือกปฏิบัติ ประวัติอาชญากรเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่สามารถเข้าทำงานได้ ซึ่งทะเบียนประวัติอาชญากรนั้นอาจจะเป็นดาบสองคม อาจจะเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจและเพื่อส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ ในทางกลับกันอาจจะส่งผลเสียแก่บุคคลที่ถูกขึ้นทะเบียนประวัติ โดยเฉพาะบุคคลที่ศาลยังไม่ได้พิพากษาว่ากระทำความผิด และหากศาลพิพากษาไม่ฟ้องและได้รับการปล่อยตัวแล้ว ได้เป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว แต่ประวัติก็ไม่ถูกเอาออก ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ทราบว่าหากประสงค์จะลบชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาญชญากรจะต้องยื่นคำร้องขอให้ลบชื่อออกซึ่งจะต้องดำเนินการด้วยตัวเองและต้องมีหลักฐานมายื่นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กระบวนการตรวจสอบนั้นต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน มีความล่าช้า ระยะเวลาการดำเนินการและขั้นตอนเหล่านี้เป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของประวัติ และเมื่อผู้มีประวัติอาชญากรไปสมัครงานโดยที่ถูกบังคับทางอ้อมให้ยินยอมให้ตรวจสอบประวัติอาชญากรตามระเบียบของหน่วยงานทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน หากปรากฏว่ามีชื่อในทะเบียนก็ทำให้บุคคลนั้นถูกปฏิเสธการเข้ารับทำงาน เป็นการเสียโอกาสในการทำงาน ทั้งที่จริงแล้วบุคคลนั้นควรจะเป็นกำลังในการพัฒนาชาติแต่ไม่สามารถทำงานได้ เป็นการกระทบสิทธิส่วนตัว สิทธิที่จะได้ใช้ชีวิตปกติสุข

กสม.ได้มีความเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางหรือมาตรการเพื่อส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการแก้กฎหมายเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับการพิมพ์ลายนิ้วมือที่จะลบข้อมูลตามระเบียบให้ปฏิบัติโดยอัตโนมัติ การหาแนวทางที่จะทำให้มีการส่งข้อมูลจากศาลมายังกองประวัติอาชญากรเพราะประชาชนอาจจะไม่ทราบว่าตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนจึงไม่ได้ดำเนินการขอลบชื่อ กสม. ยังได้มีข้อเสนอแนะต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการในเชิงนโยบายเพื่อจัดระเบียบและคัดแยกรายชื่อจำนวนกว่าสิบล้านรายชื่อในทะเบียนประวัติให้ลดจำนวนลง อีกทั้งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเรื่องการพิมพ์ลายนิ้วมือยังคงให้ทุกคนลงทะเบียน แม้ว่าศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องหรือไม่ได้มีการยื่นฟ้อง เมื่อมีการพิมพ์ลายนิ้วมือแล้วนั้นจะไม่ลบชื่อจากทะเบียนประวัติ ในส่วนนี้ กสม. เสนอให้แยกประเภทเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นผู้กล่าวหาที่คดียังไม่มีคำพิพากษาและส่วนที่มีคำพิพากษาแล้ว รวมถึงข้อเสนอในการร่าง พรบ. ทะเบียนประวัติ หรือระเบียบเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปด้วยความรวดเร็วและกระทบต่อสิทธิน้อยที่สุด อาจจะลบประวัติให้ผู้ที่พ้นโทษแล้ว หรือจะเปิดเผยประวัติได้มากน้อยเพียงใดจะต้องมีการศึกษาข้อมูลทั้งจากภายในประเทศและภายนอกประเทศโดยละเอียดรอบคอบและต้องขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

ที่อยู่

120 หมู่ 3
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621413800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด