ศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก

ศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก

News and articles on global and Thailand greenhouse gas situations Thailand Greenhouse Gas Management Organization (Public Organization) or TGO is an autonomous government organization with the mission to promote climate-friendly social and economic development and growth in Thailand through carbon market, carbon business, low carbon society, and GHG management.

For more information, please visit http://www.tgo.or.th/

เปิดเหมือนปกติ

𝗤𝘂𝗲𝗲𝗻 ‘𝗶𝗿𝗿𝗶𝘁𝗮𝘁𝗲𝗱’ 𝗯𝘆 𝘄𝗼𝗿𝗹𝗱 𝗹𝗲𝗮𝗱𝗲𝗿𝘀 𝘁𝗮𝗹𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗻𝗼𝘁 𝗱𝗼𝗶𝗻𝗴 𝗼𝗻 𝗰𝗹𝗶𝗺𝗮𝘁𝗲 𝗰𝗿𝗶𝘀𝗶𝘀สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธ แห่งสหราชอาณาจักร มีพระ...
16/10/2021

𝗤𝘂𝗲𝗲𝗻 ‘𝗶𝗿𝗿𝗶𝘁𝗮𝘁𝗲𝗱’ 𝗯𝘆 𝘄𝗼𝗿𝗹𝗱 𝗹𝗲𝗮𝗱𝗲𝗿𝘀 𝘁𝗮𝗹𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗻𝗼𝘁 𝗱𝗼𝗶𝗻𝗴 𝗼𝗻 𝗰𝗹𝗶𝗺𝗮𝘁𝗲 𝗰𝗿𝗶𝘀𝗶𝘀

สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธ แห่งสหราชอาณาจักร มีพระดำรัสในเชิงตำหนิต่อผู้นำที่ไม่ดำเนินการอะไรต่อวิกฤติการภูมิอากาศ โดยพระองค์รู้สึก “𝙞𝙧𝙧𝙞𝙩𝙖𝙩𝙚𝙙” จากผู้ที่ “𝙩𝙖𝙡𝙠 𝙗𝙪𝙩 𝙙𝙤𝙣’𝙩 𝙙𝙤”

ซึ่งพระดำรัสของพระองค์ได้ถูกบันทึกได้ระหว่างการถ่ายทอดสดทาง Livestream ในระหว่างการเสด็จเปิดประชุมสภาฯ ของเวลส์ ที่เมือง Cardiff ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในช่วงการปฏิสันถารกับ 𝗗𝘂𝗰𝗵𝗲𝘀𝘀 𝗼𝗳 𝗖𝗼𝗿𝗻𝘄𝗮𝗹𝗹 และ 𝗘𝗹𝗶𝗻 𝗝𝗼𝗻𝗲𝘀 (the parliament’s presiding officer) โดยพระองค์ได้กล่าวถึงการประชุม Cop26 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ โดยพระองค์มีหมายกำหนดการเข้าร่วมการประชุมพร้อมกับสมาชิกของราชวงศ์ท่านอื่นๆ

พระองค์ได้ตรัส ว่า “𝘌𝘹𝘵𝘳𝘢𝘰𝘳𝘥𝘪𝘯𝘢𝘳𝘺 𝘪𝘴𝘯’𝘵 𝘪𝘵. 𝘐’𝘷𝘦 𝘣𝘦𝘦𝘯 𝘩𝘦𝘢𝘳𝘪𝘯𝘨 𝘢𝘭𝘭 𝘢𝘣𝘰𝘶𝘵 𝘊𝘰𝘱 ... 𝘴𝘵𝘪𝘭𝘭 𝘥𝘰𝘯’𝘵 𝘬𝘯𝘰𝘸 𝘸𝘩𝘰 𝘪𝘴 𝘤𝘰𝘮𝘪𝘯𝘨. 𝘕𝘰 𝘪𝘥𝘦𝘢.
“𝘞𝘦 𝘰𝘯𝘭𝘺 𝘬𝘯𝘰𝘸 𝘢𝘣𝘰𝘶𝘵 𝘱𝘦𝘰𝘱𝘭𝘦 𝘸𝘩𝘰 𝘢𝘳𝘦 𝘯𝘰𝘵 𝘤𝘰𝘮𝘪𝘯𝘨 ... 𝘐𝘵’𝘴 𝘳𝘦𝘢𝘭𝘭𝘺 𝘪𝘳𝘳𝘪𝘵𝘢𝘵𝘪𝘯𝘨 𝘸𝘩𝘦𝘯 𝘵𝘩𝘦𝘺 𝘵𝘢𝘭𝘬, 𝘣𝘶𝘵 𝘵𝘩𝘦𝘺 𝘥𝘰𝘯’𝘵 𝘥𝘰.”

และ 𝗘𝗹𝗶𝗻 𝗝𝗼𝗻𝗲𝘀 ได้กล่าวตอบพระองค์ว่า “𝘌𝘹𝘢𝘤𝘵𝘭𝘺. 𝘐𝘵’𝘴 𝘢 𝘵𝘪𝘮𝘦 𝘧𝘰𝘳 𝘥𝘰𝘪𝘯𝘨 ... 𝘢𝘯𝘥 𝘸𝘢𝘵𝘤𝘩𝘪𝘯𝘨 𝘺𝘰𝘶𝘳 𝘨𝘳𝘢𝘯𝘥𝘴𝘰𝘯 [𝘗𝘳𝘪𝘯𝘤𝘦 𝘞𝘪𝘭𝘭𝘪𝘢𝘮] 𝘰𝘯 𝘵𝘩𝘦 𝘵𝘦𝘭𝘦𝘷𝘪𝘴𝘪𝘰𝘯 𝘵𝘩𝘪𝘴 𝘮𝘰𝘳𝘯𝘪𝘯𝘨 𝘴𝘢𝘺𝘪𝘯𝘨 𝘵𝘩𝘦𝘳𝘦’𝘴 𝘯𝘰 𝘱𝘰𝘪𝘯𝘵 𝘨𝘰𝘪𝘯𝘨 𝘵𝘰 𝘴𝘱𝘢𝘤𝘦, 𝘸𝘦 𝘯𝘦𝘦𝘥 𝘵𝘰 𝘴𝘢𝘷𝘦 𝘵𝘩𝘦 𝘌𝘢𝘳𝘵𝘩.”

ซึ่งพระองค์ได้ทรงแย้มพระสรวล และตรัสตอบว่า “𝗬𝗲𝘀, 𝗜 𝗿𝗲𝗮𝗱 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗶𝘁.”

เจ้าชายวิลเลี่ยม ได้กล่าวประณาม มหาเศรษฐี เช่น Elon Musk และ Jeff Bezos สำหรับการริเริ่มการท่องเที่ยวอวกาศ แทนที่จะมุ่งช่วยแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อมบนโลก โดยได้มีพระดำรัสถึงเรื่องนี้ว่า “𝙒𝙚 𝙣𝙚𝙚𝙙 𝙨𝙤𝙢𝙚 𝙤𝙛 𝙩𝙝𝙚 𝙬𝙤𝙧𝙡𝙙’𝙨 𝙜𝙧𝙚𝙖𝙩𝙚𝙨𝙩 𝙗𝙧𝙖𝙞𝙣𝙨 𝙖𝙣𝙙 𝙢𝙞𝙣𝙙𝙨 𝙛𝙞𝙭𝙚𝙙 𝙤𝙣 𝙩𝙧𝙮𝙞𝙣𝙜 𝙩𝙤 𝙧𝙚𝙥𝙖𝙞𝙧 𝙩𝙝𝙞𝙨 𝙥𝙡𝙖𝙣𝙚𝙩, 𝙣𝙤𝙩 𝙩𝙧𝙮𝙞𝙣𝙜 𝙩𝙤 𝙛𝙞𝙣𝙙 𝙩𝙝𝙚 𝙣𝙚𝙭𝙩 𝙥𝙡𝙖𝙘𝙚 𝙩𝙤 𝙜𝙤 𝙖𝙣𝙙 𝙡𝙞𝙫𝙚.”

𝗗𝘂𝗸𝗲 𝗼𝗳 𝗖𝗮𝗺𝗯𝗿𝗶𝗱𝗴𝗲 ได้ทรงแสดงความขุ่นเคืองที่ยังคงมีความเฉยเมยต่อการแก้ปัญหาทางภูมิอากาศ และยังได้แสดงความกังวลต่อการประชุม Cop26 โดยได้ตรัสให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “𝙄 𝙩𝙝𝙞𝙣𝙠 𝙛𝙤𝙧 𝘾𝙤𝙥 𝙩𝙤 𝙘𝙤𝙢𝙢𝙪𝙣𝙞𝙘𝙖𝙩𝙚 𝙫𝙚𝙧𝙮 𝙘𝙡𝙚𝙖𝙧𝙡𝙮 𝙖𝙣𝙙 𝙫𝙚𝙧𝙮 𝙝𝙤𝙣𝙚𝙨𝙩𝙡𝙮 𝙬𝙝𝙖𝙩 𝙩𝙝𝙚 𝙥𝙧𝙤𝙗𝙡𝙚𝙢𝙨 𝙖𝙧𝙚 𝙖𝙣𝙙 𝙬𝙝𝙖𝙩 𝙩𝙝𝙚 𝙨𝙤𝙡𝙪𝙩𝙞𝙤𝙣𝙨 𝙖𝙧𝙚 𝙜𝙤𝙞𝙣𝙜 𝙩𝙤 𝙗𝙚 𝙞𝙨 𝙘𝙧𝙞𝙩𝙞𝙘𝙖𝙡. “𝙒𝙚 𝙘𝙖𝙣’𝙩 𝙝𝙖𝙫𝙚 𝙢𝙤𝙧𝙚 𝙘𝙡𝙚𝙫𝙚𝙧 𝙨𝙥𝙚𝙖𝙠, 𝙘𝙡𝙚𝙫𝙚𝙧 𝙬𝙤𝙧𝙙𝙨 𝙗𝙪𝙩 𝙣𝙤𝙩 𝙚𝙣𝙤𝙪𝙜𝙝 𝙖𝙘𝙩𝙞𝙤𝙣.”

ท่ามกลางผู้นำจากนานาประเทศ ผู้นำจากหลาบประเทศที่มีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง บางส่วนยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมการประชุม เช่น นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย 𝗦𝗰𝗼𝘁𝘁 𝗠𝗼𝗿𝗿𝗶𝘀𝗼𝗻 ประธานาธิบดีจีน 𝗫𝗶 𝗝𝗶𝗻𝗽𝗶𝗻𝗴 และประธานาธิบดี 𝗩𝗹𝗮𝗱𝗶𝗺𝗶𝗿 𝗣𝘂𝘁𝗶𝗻 นายกรัฐมนตรีอินเดีย 𝗡𝗮𝗿𝗲𝗻𝗱𝗿𝗮 𝗠𝗼𝗱𝗶 และประธานาธิบดีบราซิล 𝗝𝗮𝗶𝗿 𝗕𝗼𝗹𝘀𝗼𝗻𝗮𝗿𝗼 โดยที่ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 𝗝𝗼𝗲 𝗕𝗶𝗱𝗲𝗻 ได้ยืนยันการเข้าร่วมการประชุม

พระราชินีได้เน้นย้ำพระดำริของพระองค์ เช่นเดียวกับความเห็นของเจ้าฟ้าชายชาลส์ ที่ทรงพระราชทานสัมภาษณ์กับ BBC เมื่อต้นสัปดาห์ โดยมงกุฏราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักร ได้ตรัสแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในระหว่างการประชุมของผู้นำจากนานาชาติที่ Glasgow ว่าจะเป็นเพียง “𝙟𝙪𝙨𝙩 𝙩𝙖𝙡𝙠”, “𝙏𝙝𝙚 𝙥𝙧𝙤𝙗𝙡𝙚𝙢 𝙞𝙨 𝙩𝙤 𝙜𝙚𝙩 𝙖𝙘𝙩𝙞𝙤𝙣 𝙤𝙣 𝙩𝙝𝙚 𝙜𝙧𝙤𝙪𝙣𝙙,”

ที่มา : https://bit.ly/3BNEe9n

𝗤𝘂𝗲𝗲𝗻 ‘𝗶𝗿𝗿𝗶𝘁𝗮𝘁𝗲𝗱’ 𝗯𝘆 𝘄𝗼𝗿𝗹𝗱 𝗹𝗲𝗮𝗱𝗲𝗿𝘀 𝘁𝗮𝗹𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗻𝗼𝘁 𝗱𝗼𝗶𝗻𝗴 𝗼𝗻 𝗰𝗹𝗶𝗺𝗮𝘁𝗲 𝗰𝗿𝗶𝘀𝗶𝘀

สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธ แห่งสหราชอาณาจักร มีพระดำรัสในเชิงตำหนิต่อผู้นำที่ไม่ดำเนินการอะไรต่อวิกฤติการภูมิอากาศ โดยพระองค์รู้สึก “𝙞𝙧𝙧𝙞𝙩𝙖𝙩𝙚𝙙” จากผู้ที่ “𝙩𝙖𝙡𝙠 𝙗𝙪𝙩 𝙙𝙤𝙣’𝙩 𝙙𝙤”

ซึ่งพระดำรัสของพระองค์ได้ถูกบันทึกได้ระหว่างการถ่ายทอดสดทาง Livestream ในระหว่างการเสด็จเปิดประชุมสภาฯ ของเวลส์ ที่เมือง Cardiff ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในช่วงการปฏิสันถารกับ 𝗗𝘂𝗰𝗵𝗲𝘀𝘀 𝗼𝗳 𝗖𝗼𝗿𝗻𝘄𝗮𝗹𝗹 และ 𝗘𝗹𝗶𝗻 𝗝𝗼𝗻𝗲𝘀 (the parliament’s presiding officer) โดยพระองค์ได้กล่าวถึงการประชุม Cop26 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ โดยพระองค์มีหมายกำหนดการเข้าร่วมการประชุมพร้อมกับสมาชิกของราชวงศ์ท่านอื่นๆ

พระองค์ได้ตรัส ว่า “𝘌𝘹𝘵𝘳𝘢𝘰𝘳𝘥𝘪𝘯𝘢𝘳𝘺 𝘪𝘴𝘯’𝘵 𝘪𝘵. 𝘐’𝘷𝘦 𝘣𝘦𝘦𝘯 𝘩𝘦𝘢𝘳𝘪𝘯𝘨 𝘢𝘭𝘭 𝘢𝘣𝘰𝘶𝘵 𝘊𝘰𝘱 ... 𝘴𝘵𝘪𝘭𝘭 𝘥𝘰𝘯’𝘵 𝘬𝘯𝘰𝘸 𝘸𝘩𝘰 𝘪𝘴 𝘤𝘰𝘮𝘪𝘯𝘨. 𝘕𝘰 𝘪𝘥𝘦𝘢.
“𝘞𝘦 𝘰𝘯𝘭𝘺 𝘬𝘯𝘰𝘸 𝘢𝘣𝘰𝘶𝘵 𝘱𝘦𝘰𝘱𝘭𝘦 𝘸𝘩𝘰 𝘢𝘳𝘦 𝘯𝘰𝘵 𝘤𝘰𝘮𝘪𝘯𝘨 ... 𝘐𝘵’𝘴 𝘳𝘦𝘢𝘭𝘭𝘺 𝘪𝘳𝘳𝘪𝘵𝘢𝘵𝘪𝘯𝘨 𝘸𝘩𝘦𝘯 𝘵𝘩𝘦𝘺 𝘵𝘢𝘭𝘬, 𝘣𝘶𝘵 𝘵𝘩𝘦𝘺 𝘥𝘰𝘯’𝘵 𝘥𝘰.”

และ 𝗘𝗹𝗶𝗻 𝗝𝗼𝗻𝗲𝘀 ได้กล่าวตอบพระองค์ว่า “𝘌𝘹𝘢𝘤𝘵𝘭𝘺. 𝘐𝘵’𝘴 𝘢 𝘵𝘪𝘮𝘦 𝘧𝘰𝘳 𝘥𝘰𝘪𝘯𝘨 ... 𝘢𝘯𝘥 𝘸𝘢𝘵𝘤𝘩𝘪𝘯𝘨 𝘺𝘰𝘶𝘳 𝘨𝘳𝘢𝘯𝘥𝘴𝘰𝘯 [𝘗𝘳𝘪𝘯𝘤𝘦 𝘞𝘪𝘭𝘭𝘪𝘢𝘮] 𝘰𝘯 𝘵𝘩𝘦 𝘵𝘦𝘭𝘦𝘷𝘪𝘴𝘪𝘰𝘯 𝘵𝘩𝘪𝘴 𝘮𝘰𝘳𝘯𝘪𝘯𝘨 𝘴𝘢𝘺𝘪𝘯𝘨 𝘵𝘩𝘦𝘳𝘦’𝘴 𝘯𝘰 𝘱𝘰𝘪𝘯𝘵 𝘨𝘰𝘪𝘯𝘨 𝘵𝘰 𝘴𝘱𝘢𝘤𝘦, 𝘸𝘦 𝘯𝘦𝘦𝘥 𝘵𝘰 𝘴𝘢𝘷𝘦 𝘵𝘩𝘦 𝘌𝘢𝘳𝘵𝘩.”

ซึ่งพระองค์ได้ทรงแย้มพระสรวล และตรัสตอบว่า “𝗬𝗲𝘀, 𝗜 𝗿𝗲𝗮𝗱 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗶𝘁.”

เจ้าชายวิลเลี่ยม ได้กล่าวประณาม มหาเศรษฐี เช่น Elon Musk และ Jeff Bezos สำหรับการริเริ่มการท่องเที่ยวอวกาศ แทนที่จะมุ่งช่วยแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อมบนโลก โดยได้มีพระดำรัสถึงเรื่องนี้ว่า “𝙒𝙚 𝙣𝙚𝙚𝙙 𝙨𝙤𝙢𝙚 𝙤𝙛 𝙩𝙝𝙚 𝙬𝙤𝙧𝙡𝙙’𝙨 𝙜𝙧𝙚𝙖𝙩𝙚𝙨𝙩 𝙗𝙧𝙖𝙞𝙣𝙨 𝙖𝙣𝙙 𝙢𝙞𝙣𝙙𝙨 𝙛𝙞𝙭𝙚𝙙 𝙤𝙣 𝙩𝙧𝙮𝙞𝙣𝙜 𝙩𝙤 𝙧𝙚𝙥𝙖𝙞𝙧 𝙩𝙝𝙞𝙨 𝙥𝙡𝙖𝙣𝙚𝙩, 𝙣𝙤𝙩 𝙩𝙧𝙮𝙞𝙣𝙜 𝙩𝙤 𝙛𝙞𝙣𝙙 𝙩𝙝𝙚 𝙣𝙚𝙭𝙩 𝙥𝙡𝙖𝙘𝙚 𝙩𝙤 𝙜𝙤 𝙖𝙣𝙙 𝙡𝙞𝙫𝙚.”

𝗗𝘂𝗸𝗲 𝗼𝗳 𝗖𝗮𝗺𝗯𝗿𝗶𝗱𝗴𝗲 ได้ทรงแสดงความขุ่นเคืองที่ยังคงมีความเฉยเมยต่อการแก้ปัญหาทางภูมิอากาศ และยังได้แสดงความกังวลต่อการประชุม Cop26 โดยได้ตรัสให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “𝙄 𝙩𝙝𝙞𝙣𝙠 𝙛𝙤𝙧 𝘾𝙤𝙥 𝙩𝙤 𝙘𝙤𝙢𝙢𝙪𝙣𝙞𝙘𝙖𝙩𝙚 𝙫𝙚𝙧𝙮 𝙘𝙡𝙚𝙖𝙧𝙡𝙮 𝙖𝙣𝙙 𝙫𝙚𝙧𝙮 𝙝𝙤𝙣𝙚𝙨𝙩𝙡𝙮 𝙬𝙝𝙖𝙩 𝙩𝙝𝙚 𝙥𝙧𝙤𝙗𝙡𝙚𝙢𝙨 𝙖𝙧𝙚 𝙖𝙣𝙙 𝙬𝙝𝙖𝙩 𝙩𝙝𝙚 𝙨𝙤𝙡𝙪𝙩𝙞𝙤𝙣𝙨 𝙖𝙧𝙚 𝙜𝙤𝙞𝙣𝙜 𝙩𝙤 𝙗𝙚 𝙞𝙨 𝙘𝙧𝙞𝙩𝙞𝙘𝙖𝙡. “𝙒𝙚 𝙘𝙖𝙣’𝙩 𝙝𝙖𝙫𝙚 𝙢𝙤𝙧𝙚 𝙘𝙡𝙚𝙫𝙚𝙧 𝙨𝙥𝙚𝙖𝙠, 𝙘𝙡𝙚𝙫𝙚𝙧 𝙬𝙤𝙧𝙙𝙨 𝙗𝙪𝙩 𝙣𝙤𝙩 𝙚𝙣𝙤𝙪𝙜𝙝 𝙖𝙘𝙩𝙞𝙤𝙣.”

ท่ามกลางผู้นำจากนานาประเทศ ผู้นำจากหลาบประเทศที่มีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง บางส่วนยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมการประชุม เช่น นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย 𝗦𝗰𝗼𝘁𝘁 𝗠𝗼𝗿𝗿𝗶𝘀𝗼𝗻 ประธานาธิบดีจีน 𝗫𝗶 𝗝𝗶𝗻𝗽𝗶𝗻𝗴 และประธานาธิบดี 𝗩𝗹𝗮𝗱𝗶𝗺𝗶𝗿 𝗣𝘂𝘁𝗶𝗻 นายกรัฐมนตรีอินเดีย 𝗡𝗮𝗿𝗲𝗻𝗱𝗿𝗮 𝗠𝗼𝗱𝗶 และประธานาธิบดีบราซิล 𝗝𝗮𝗶𝗿 𝗕𝗼𝗹𝘀𝗼𝗻𝗮𝗿𝗼 โดยที่ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 𝗝𝗼𝗲 𝗕𝗶𝗱𝗲𝗻 ได้ยืนยันการเข้าร่วมการประชุม

พระราชินีได้เน้นย้ำพระดำริของพระองค์ เช่นเดียวกับความเห็นของเจ้าฟ้าชายชาลส์ ที่ทรงพระราชทานสัมภาษณ์กับ BBC เมื่อต้นสัปดาห์ โดยมงกุฏราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักร ได้ตรัสแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในระหว่างการประชุมของผู้นำจากนานาชาติที่ Glasgow ว่าจะเป็นเพียง “𝙟𝙪𝙨𝙩 𝙩𝙖𝙡𝙠”, “𝙏𝙝𝙚 𝙥𝙧𝙤𝙗𝙡𝙚𝙢 𝙞𝙨 𝙩𝙤 𝙜𝙚𝙩 𝙖𝙘𝙩𝙞𝙤𝙣 𝙤𝙣 𝙩𝙝𝙚 𝙜𝙧𝙤𝙪𝙣𝙙,”

ที่มา : https://bit.ly/3BNEe9n

งานสัมมนา “การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการจัดทำข้อมูลเพื่อการรายงานด้านความยั่งยืนขององค์กร (Climate A...
16/10/2021

งานสัมมนา “การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการจัดทำข้อมูลเพื่อการรายงานด้านความยั่งยืนขององค์กร (Climate Action, ESG and a company’s reporting)” เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Environmental, Social, Governance: ESG) และ การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการจัดทำข้อมูลเพื่อการรายงานด้านความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งจะมีทำให้องค์กรภาคธุรกิจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานขององค์กร และสามารถดึงดูดความสนใจจาก นักลงทุนทั่วโลก ผู้จัดการกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างประเทศ สำหรับการลงทุนในบริษัทที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนทั้งของกิจการและสังคมมากขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายเหมาะสำหรับ ผู้สนใจและองค์กรทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มองค์กรในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุน และกองทุนต่างๆ
.
งานสัมมนาจัดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 13.30-16.30 น.
.
สามารถเข้าร่วมผ่าน Zoom Meeting (ลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/ลงทะเบียนCMA1) หรือ รับชมการถ่ายทอดสดผ่าน page : องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก – องค์การมหาชน
.
หากมีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่: นางสาว วันทนีย์ ศรีพวงผกาพันธุ์ Email : [email protected] และ นายนพรัตน์ พรหมอินทร์ Email : [email protected]

งานสัมมนา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (...
15/10/2021

งานสัมมนา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Carbon Footprint of Circular Economy Product : CE-CFP) เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy และทราบถึงหลักเกณฑ์การให้การรับรอง Carbon Footprint of Circular Economy Product กับทาง TGO โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำหรับ ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจเรื่อง เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (CE-CFP)
.
งานสัมมนาจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 13.30-16.30 น.
.
สามารถเข้าร่วมผ่าน Microsoft Team (ลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/2YRA95G) หรือ รับชมการถ่ายทอดสดผ่าน page : องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก – องค์การมหาชน
.
หากมีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่: นางสาวพนิตนันท์ ใจแจ้ง Email : [email protected] และ นางสาวพวงพันธ์ ศรีทอง Email : [email protected]

𝐌𝐚𝐝𝐞 𝐨𝐟 𝐀𝐢𝐫 ผู้ผลิต 𝐂𝐚𝐫𝐛𝐨𝐧 𝐍𝐞𝐠𝐚𝐭𝐢𝐯𝐞 𝐓𝐡𝐞𝐫𝐦𝐨𝐩𝐥𝐚𝐬𝐭𝐢𝐜𝐌𝐚𝐝𝐞 𝐨𝐟 𝐀𝐢𝐫 (𝐌𝐨𝐀) ธุรกิจ startup จาก Berlin สร้างวัสดุที่คงทนเพื่อการใช...
14/10/2021

𝐌𝐚𝐝𝐞 𝐨𝐟 𝐀𝐢𝐫 ผู้ผลิต 𝐂𝐚𝐫𝐛𝐨𝐧 𝐍𝐞𝐠𝐚𝐭𝐢𝐯𝐞 𝐓𝐡𝐞𝐫𝐦𝐨𝐩𝐥𝐚𝐬𝐭𝐢𝐜

𝐌𝐚𝐝𝐞 𝐨𝐟 𝐀𝐢𝐫 (𝐌𝐨𝐀) ธุรกิจ startup จาก Berlin สร้างวัสดุที่คงทนเพื่อการใช้งานที่หลากหลายจากกระบวนการ pyrolyze ของขยะเศษไม้ เพื่อดักจับและกักเก็บคาร์บอนไว้ได้เป็นเวลายาวนาน หรือ เรียกได้ว่า เป็น carbon-negative thermoplastic ซึ่งทำมาจาก biochar และ bioplastics

𝐌𝐨𝐀 มุ่งหวังว่า ผลิตภัณฑ์ที่สามารถกักเก็บคาร์บอนได้นี้จะสามารถทดแทน fossil-based thermoplastics ซึ่งได้ร่วมมือกับบริษัทรถยนต์ชื่อดัง Audi เพื่อใช้ในการสร้างผนังส่วนหน้าและรอบนอก (façade) ของอาคารโชว์รูม และยังได้ร่วมมือกับบริษัทแฟชั่นชั้นนำ H&M เพื่อผลิตแว่นกันแดด biomass-based sunglasses ไปพร้อมๆ กับการทำลองพัฒนาวัสดุเพื่อการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ

CEO ของบริษัท 𝐀𝐥𝐥𝐢𝐬𝐨𝐧 𝐃𝐫𝐢𝐧𝐠 ได้อธิบายว่า วัตถุดิบของเรา คือ ชีวมวล เช่น ขี้เลื่อย ชิ้นไม้เล็กๆ ซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมไม้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกนำไปกำจัดโดยการฝังกลบ หรือเผาไหม้ ซึ่งโดยกระบวนการเหล่านี้ทำให้สูญเสียการกักเก็บคาร์บอนที่เคยอยู่ในวัสดุออกไป

สำหรับวิธีการผลิตวัสดุของเรา เริ่มจากขบวนการ pyrolysis เพื่อผลิต biochar ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปของเศษวัสดุชีวมวลให้อยู่ในรูปของคาร์บอน ซึ่งเกือบจะบริสุทธิ์เทียบเท่ากับธาตุคาร์บอน และด้วยเหตุนี้เองที่ ธาตุคาร์บอนจะถูกกักไว้ในวัสดุของเรา ซึ่งจะไม่เปลี่ยนรูปกลับไปเป็นแก๊ส CO2

ในปี 2016 บริษัทส่งมอบวัสดุกว่า 10 ตันให้กับลูกค้า 4 ราย ซึ่งบริษัทเหล่านี้ ต้องการ decarbonize จาก supply chain ด้วยวัสดุ carbon-negative ในขณะที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยจะใช้เศษชีวมวลจากป่าปลูกเป็นวัตถุดิบ เพื่อผลิตวัสดุเท่านั้น และการผลิตวัสดุยังสามารถทำได้จากชีวมวลประเภทอื่นอีกด้วย ซึ่งในเวลานี้ MoA มุ่งเป้าไปที่เศษเหลือทิ้งและจะขยายไปสู่ชีวมวลประเภทอื่นๆ โดยต้องการให้การประกอบธุรกิจนี้ไม่เป็นการสร้างให้เกิด monocrop ขึ้นในภาคเกษตรกรรม

𝐌𝐨𝐀 ได้มองถึงความสำคัญของวงจรคาร์บอนในธรรมชาติ หากชีวมวลเกิดการย่อยสลายตามธรรมชาติก็จะเป็นการคืนคาร์บอนกลับสู่บรรยากาศในรูปแบบ CO2 การใช้วัสดุที่กักเก็บคาร์บอนมาใช้ในการก่อสร้างจะเป็นการช่วยชะลอกระบวนการนี้ออกไป เช่น การใช้ไม้ในการก่อสร้างนั้นจะเป็นการยืดเวลาการปล่อยคาร์บอนกลับสู่บรรยากาศออกไปได้ 30 - 50 ปี ทดแทนการใช้วัสดุที่ก่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เช่น เหล็กกล้า และในขณะนี้ MoA ได้มุ่งหวังให้วัสดุ biomass-based thermoplastic มีคุณสมบัติทนไฟ เพื่อให้สามารถใช้ได้ทั้งในและนอกอาคาร และบริษัทไม่ได้วางตัวผลิตภัณฑ์นี้สำหรับสินค้าไม่คงทน หรือสินค้าใช้แล้วทิ้ง เช่น ขวดน้ำ ฝาปิดถ้วยกาแฟ แต่มุงหวังให้ใช้วัสดุนี้กับสิ่งที่ต้องการความคงทนถาวรและใช้ทดแทน “high emissions thermoplastics” และวัสดุนี้ไม่ใช่ พลาสติกประเภทย่อสลายได้ (biodegradable) แต่เป็นพลาสติกที่คงทนและกักเก็บคาร์บอนไว้ ซึ่งผลิตภัณฑ์พลาสติกในท้องตลาดทุกวันนี้ กว่า 50% เป็นแบบย่อยสลายได้ แต่วัสดุนี้แตกต่างออกไป หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากอีกมุมหนึ่งของความยั่งยืน

สำหรับราคาของวัสดุนี้ จะมีราคาสูงกว่า วัสดุ thermoplastics ทั่วไปในท้องตลาด และจะมีราคาอยู่ระหว่าง fossil-plastic และ bioplastic ซึ่งหวังว่าจะเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้กับ fossil plastic ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และเรียกได้ว่าวัสดุนี้เป็น circular material ตลอดทั้งวงจร

ที่มา : https://tcrn.ch/3mOQVe0, https://bit.ly/3j0o9Wp

🙏🏻 13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร .❤️ สถิตในใจตราบนิจนิรัน...
13/10/2021

🙏🏻 13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
.
❤️ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์
❤️ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
.
🙏🏻 ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

🙏🏻 13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
.
❤️ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์
❤️ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
.
🙏🏻 ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

ผู้ประกอบการเหมืองรายใหญ่ของโลกประกาศเป้าหมาย net zero carbon emissions ภายในปี 2050จากการประชุม International Council o...
08/10/2021

ผู้ประกอบการเหมืองรายใหญ่ของโลกประกาศเป้าหมาย net zero carbon emissions ภายในปี 2050

จากการประชุม International Council on Mining and Metals (ICMM) ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเหมืองรายใหญ่ได้ประกาศเป้าหมาย net zero สำหรับการปล่อยกีาซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม ภายในปี 2050 หรือเร็วกว่านั้น
สมาชิกของ ICMM members ได้ให้คำมั่นที่จะดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย net zero สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง หรือ scope one และการปล่อยทางอ้อม หรือ scope two ซึ่งนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของเรา จากแถลงการณ์ในจดหมายเปิดผนึกของ CEO Rohitesh Dhawan ที่ลงนามร่วมกันโดย 28 ผู้บริหารจากธุรกิจเหมืองขนาดใหญ่ของโลก

แถลงการณ์นี้เกิดขึ้นก่อน การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนหน้า โดยต้องการแสดงถึงความทะเยอทะยานในด้าน climate action ที่เพิ่มมากขึ้นจากเกือบ 200 ประเทศภาคีของความตกลงปารีส

ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น Anglo American, Rio Tinto และ BHP ได้รับแรงกดดันจากนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมและผู้ถือหุ้น ให้เกิดการให้คำมั่นต่อเป้าหมาย net zero ซึ่งการให้คำมั่นต่อเป้าหมายนี้เป็นแถลงการณ์ร่วมของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมเหมืองและโลหะของโลก โดยสมาชิก 28 รายในแถลงการณ์นี้ ประกอบกิจการครอบคลุมกว่า 650 เหมือง ใน 50 ประเทศ จะรายงานผลการดำเนินงานของกระบวนการ decarbonise ทุกปี

𝐊𝐨𝐧𝐫𝐚𝐝 𝐯𝐨𝐧 𝐒𝐳𝐜𝐳𝐞𝐩𝐚𝐧𝐬𝐤𝐢 (Managing Director and Partner) แห่ง Boston Consulting Group ได้ให้ความเห็นว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่กำลังเผชิญกับ “𝑑𝑒𝑐𝑎𝑟𝑏𝑜𝑛𝑖𝑠𝑎𝑡𝑖𝑜𝑛 𝑐ℎ𝑎𝑙𝑙𝑒𝑛𝑔𝑒” เพราะว่าที่ภาคธุรกิจนี้จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขณะที่ผลิตแร่โลหะ เช่น นิกเกิล และทองแดง ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ-สังคมคาร์บอนต่ำ

การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมในอุตสาหกรรมนี้ จะเกิดจากการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการใช้น้ำมันดีเซลในรถบรรทุก ส่วนเป้าหมายการลดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ หรือ scope three emissions ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตของลูกค้า เช่น การถลุงสินแร่เหล็กให้เป็นเหล็กกล้านั้น กำหนดให้มีการตั้งเป้าหมายภายในปี 2023 หรือสั้นกว่านั้นหากเป็นไปได้ เนื่องจากเทคโนโลยี carbon-free steel นั้นยังไม่ผ่านการพิสูจน์จนเป็นที่ยอมรับ

ที่ผ่านมา ระหว่าปี 2016 - 2018 สมาชิกของ ICMM ซึ่งรวมทั้ง Barrick Gold และ Alcoa ได้รายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ 6%
ที่มา: https://reut.rs/3oDCQSW

ผู้ประกอบการเหมืองรายใหญ่ของโลกประกาศเป้าหมาย net zero carbon emissions ภายในปี 2050

จากการประชุม International Council on Mining and Metals (ICMM) ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเหมืองรายใหญ่ได้ประกาศเป้าหมาย net zero สำหรับการปล่อยกีาซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม ภายในปี 2050 หรือเร็วกว่านั้น
สมาชิกของ ICMM members ได้ให้คำมั่นที่จะดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย net zero สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง หรือ scope one และการปล่อยทางอ้อม หรือ scope two ซึ่งนับว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของเรา จากแถลงการณ์ในจดหมายเปิดผนึกของ CEO Rohitesh Dhawan ที่ลงนามร่วมกันโดย 28 ผู้บริหารจากธุรกิจเหมืองขนาดใหญ่ของโลก

แถลงการณ์นี้เกิดขึ้นก่อน การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนหน้า โดยต้องการแสดงถึงความทะเยอทะยานในด้าน climate action ที่เพิ่มมากขึ้นจากเกือบ 200 ประเทศภาคีของความตกลงปารีส

ผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น Anglo American, Rio Tinto และ BHP ได้รับแรงกดดันจากนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมและผู้ถือหุ้น ให้เกิดการให้คำมั่นต่อเป้าหมาย net zero ซึ่งการให้คำมั่นต่อเป้าหมายนี้เป็นแถลงการณ์ร่วมของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมเหมืองและโลหะของโลก โดยสมาชิก 28 รายในแถลงการณ์นี้ ประกอบกิจการครอบคลุมกว่า 650 เหมือง ใน 50 ประเทศ จะรายงานผลการดำเนินงานของกระบวนการ decarbonise ทุกปี

𝐊𝐨𝐧𝐫𝐚𝐝 𝐯𝐨𝐧 𝐒𝐳𝐜𝐳𝐞𝐩𝐚𝐧𝐬𝐤𝐢 (Managing Director and Partner) แห่ง Boston Consulting Group ได้ให้ความเห็นว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่กำลังเผชิญกับ “𝑑𝑒𝑐𝑎𝑟𝑏𝑜𝑛𝑖𝑠𝑎𝑡𝑖𝑜𝑛 𝑐ℎ𝑎𝑙𝑙𝑒𝑛𝑔𝑒” เพราะว่าที่ภาคธุรกิจนี้จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขณะที่ผลิตแร่โลหะ เช่น นิกเกิล และทองแดง ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ-สังคมคาร์บอนต่ำ

การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมในอุตสาหกรรมนี้ จะเกิดจากการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการใช้น้ำมันดีเซลในรถบรรทุก ส่วนเป้าหมายการลดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ หรือ scope three emissions ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตของลูกค้า เช่น การถลุงสินแร่เหล็กให้เป็นเหล็กกล้านั้น กำหนดให้มีการตั้งเป้าหมายภายในปี 2023 หรือสั้นกว่านั้นหากเป็นไปได้ เนื่องจากเทคโนโลยี carbon-free steel นั้นยังไม่ผ่านการพิสูจน์จนเป็นที่ยอมรับ

ที่ผ่านมา ระหว่าปี 2016 - 2018 สมาชิกของ ICMM ซึ่งรวมทั้ง Barrick Gold และ Alcoa ได้รายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ 6%
ที่มา: https://reut.rs/3oDCQSW

โลกหรี่แสงลง จากผลของ 𝐂𝐥𝐢𝐦𝐚𝐭𝐞 𝐂𝐡𝐚𝐧𝐠𝐞น้ำในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้น เป็นสาเหตุในความสว่างของโลกลดลง จากผลการศึกษาชิ้นใหม่นักวิจ...
08/10/2021

โลกหรี่แสงลง จากผลของ 𝐂𝐥𝐢𝐦𝐚𝐭𝐞 𝐂𝐡𝐚𝐧𝐠𝐞

น้ำในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้น เป็นสาเหตุในความสว่างของโลกลดลง จากผลการศึกษาชิ้นใหม่

นักวิจัยใช้เเวลานับทศวรรษเพื่อตรวจวัดการสะท้อนแสงของโลก (𝐞𝐚𝐫𝐭𝐡𝐬𝐡𝐢𝐧𝐞) จากการที่โลกสะท้อนแสงไปยังพื้นผิวของดวงจันทร์นั้นมีค่าลดลง สอดคล้องกับการตรวจวัดโดยดาวเทียมที่พบว่าค่าการสะท้อนแสงของโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

ค่าการสะท้อนแสงของโลกในปัจจุบันลดลงราว ครึ่งวัตต์ ต่อ ตารางเมตร เมื่อเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อน คิดเป็นการลดลงราว 0.5% ซึ่งโดยปกติแล้วโลกจะสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ออกไปราว 30% และยังพบว่าค่าการสะท้อนลงลงอย่างมากในช่วง 3 ปีหลังนี้เอง จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร AGU journal Geophysical Research Letters

𝐏𝐡𝐢𝐥𝐢𝐩 𝐆𝐨𝐨𝐝𝐞 นักวิจัยจาก New Jersey Institute of Technology หัวหน้าทีมวิจัยในการศึกษาครั้งนี้ กล่าวว่า "𝑻𝒉𝒆 𝒂𝒍𝒃𝒆𝒅𝒐 𝒅𝒓𝒐𝒑 𝒘𝒂𝒔 𝒔𝒖𝒄𝒉 𝒂 𝒔𝒖𝒓𝒑𝒓𝒊𝒔𝒆 𝒕𝒐 𝒖𝒔 𝒘𝒉𝒆𝒏 𝒘𝒆 𝒂𝒏𝒂𝒍𝒚𝒛𝒆𝒅 𝒕𝒉𝒆 𝒍𝒂𝒔𝒕 𝒕𝒉𝒓𝒆𝒆 𝒚𝒆𝒂𝒓𝒔 𝒐𝒇 𝒅𝒂𝒕𝒂 𝒂𝒇𝒕𝒆𝒓 𝟏𝟕 𝒚𝒆𝒂𝒓𝒔 𝒐𝒇 𝒏𝒆𝒂𝒓𝒍𝒚 𝒇𝒍𝒂𝒕 𝒂𝒍𝒃𝒆𝒅𝒐," การศึกษานี้ได้อ้างอิงข้อมูลที่รวบรวมจาก Big Bear Solar Observatory ในเขต Southern California ระหว่างปี 1998 ถึงปี 2017

ปัจจัย 2 ประการที่ส่งผลต่อการส่องผ่านของแสงอาทิตย์ลงมาถึงพื้นโลกคือ ความสว่างของดวงอาทิตย์ และการสะท้อนของโลก ในการศึกษานี้ นักวิจัยพบว่าค่าความสว่างของโลก (Earth's albedo) ที่เปลี่ยนแปลงนี้ไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงความสว่างของดวงอาทิตย์ ซึ่งหมายความว่า การเปลี่ยนแปลงค่าการสะท้อนแสงของโลกเกิดจากอะไรบางอย่างของโลกเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ความสว่างและการสะท้อนของชั้นเมฆลดลงในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ จากการตรวจวัดด้วยดาวเทียมของ NASA ในโครงการ Clouds and the Earth's Radiant Energy System (CERES) project

ที่บริเวณเดียวกันจากฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่อุณหภูมิผิวน้ำของทะเลเพิ่มสูงขึ้น ได้รับการบันทึกเพื่อศึกษาการผกผันของสภาพภูมิอากาศ (reversal of a climatic condition) หรือเรียกว่าปรากฏการณ์ Pacific Decadal Oscillation ซึ่งคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โลกที่หรี่แสงลง หรืออีกนัยหนึ่งคือ สิ่งที่ทำให้เห็นถึงปริมาณการดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์จากระบบภูมิอากาศของโลก และเมื่อการดูดซับพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ถึงจุดที่มีนัยสำคัญ ก็จะมีอิทธิพลต่อบรรยากาศและมหาสมุทรของโลก และอาจจะส่งผลต่อภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้นอีก ด้วยการดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์เพิ่มเติมขึ้น และยังสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในช่วงสองทศวรรษหลังนี้อีกด้วย

𝐄𝐝𝐰𝐚𝐫𝐝 𝐒𝐜𝐡𝐰𝐢𝐞𝐭𝐞𝐫𝐦𝐚𝐧 นักดาราศาสตร์ แห่ง University of California at Riverside ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษานี้ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเเติมว่า "It's actually quite concerning," เพราะโดยปกตินักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งความหวังว่า โลกที่ร้อนขึ้นจะะมีชั้นเมฆปกคลุมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสะท้อนทำให้โลกมีค่าความสว่างเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลและลดภาวะโลกร้อนลงได้บ้าง แต่การศึกษานี้แสดงผลของความจริงที่ตรงข้าม
ที่มา: https://bit.ly/2YoZdkf

ที่อยู่

120 Ratthaprasasanabhakti Building, 9th Fl. The Government Complex Commemorating His Majesty, Chaeng Wattana Road, Laksi
Bangkok
10210

ข้อมูลทั่วไป

เพจศูนย์ข้อมูลข่าวสารก๊าซเรือนกระจก เป็นกลางทางการเมือง​ เราเสนอข่าวสารและส่งเสริมด้านการจัดการ​ก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการพัฒนา​คุณภาพ​สิ่งแวดล้อม ดังนั้นแอดมิน ขอสงวนสิทธิ์​การลบ​ ข้อความที่ชี้นำทางการเมือง​ หรือส่งเสริมให้เกิดความเกลียดชัง​ทางแนวคิดด้านการเมือง​ เชื้อชาติ​ ศาสนา​ และพระมหากษัตริย์

เบอร์โทรศัพท์

+66 2 141 9790

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด