Bangrak STIs Center (โรงพยาบาลบางรัก)

Bangrak  STIs Center (โรงพยาบาลบางรัก) Bangrak STIs Center
วิธีการมารักษารพ.บางรัก ประกาศ โรงพยาบาลบางรัก ย้ายจาก ซ.สาทร 9 ถ.สาทรใต้ มาอยู่ที่สาขาบางโคล่ และ สาขาราชประชา (ชั่วคราวระหว่างรอเปิดตึกใหม่) ตามแผนที่ด้านล่าง คลินิกบางรัก ณ บางโคล่ (อยู่ในสำนักวัณโรค) https://goo.gl/maps/wFnNjiSgeZH2 (หากเดินทางมาBTS ให้ลงสถานีตากสินต่อรถเมล์สาย1,17,35,75,544 ลงเจริญกรุง85 จากนั้นนั่งสองแถวหรือมอเตอไซค์ลงโรงพยาบาลโรคปอด,หรือลงBTSสถานีสุรศักดิ์ไปโรคพยาบาลโรคปอดราคาประมาณ40บาท) 🚺🚹แนะนำให้เพศหญิงและชายมาที่นี่🚹🚺 คลินิกบางรัก ณ ราชประชา (อยู่ในโรงพยาบาลราชประชาสมาสัย พระประแดง) ขณะนี้คลินิกบางรัก ณ ราชประชา รับเฉพาะผู้ป่วยชาย 🚹รับเฉพาะชาย🚹 ผู้ป่วยเก่าทั้งหมด ให้รักษาต่อที่คลินิกบางรัก ณ บางโคล่ https://goo.gl/maps/jTgzN3GtXwB2 เวลาตรวจ : 🕖 วันจันทร์ถึงศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ วันจันทร์ 8.30-15.00 วันอังคาร 8.30-15.00 วันพุธ 8.30-12.00 วันพฤหัส 8.30-15.00 วันศุกร์ 8.30-15.00 คลินิกผิวหนังเปิดที่บางโคล่ทุกวัน เวลา8.30-11.00 ⚠️คำเตือน⚠️ (ปิดรับบัตรรอบเช้า 11.00 ปิดรับบัตรรอบบ่าย 14.00) การรักษาทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1-2ชั่วโมงโดยประมาณ การเตรียมตัว : 1. ไม่ต้องจองคิว 2.งดมีเพศสัมพันธ์ก่อนมาตรวจอย่างน้อย 24 ชั่วโมง 3.งดสวนล้างช่องคลอด รอให้ประจำเดือนหมด 4.เพศชายกลั้นปัสสาวะก่อนมา 2 ชั่วโมง ค่าใช้จ่าย : คิดราคาตามรัฐบาล โดยการมาครั้งแรกจะมีการคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ หนองใน หนองในเทียม ตรวจอวัยวะเพศ เอชไอวี ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี ค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 1,500-2,000 บาท หากรวมค่ายา มักจะอยู่ประมาณ 1,500-2,200 บาท หลังจากนั้นครั้งต่อๆไป จะเป็นการตรวจเฉพาะโรค ค่าใช้จ่ายแล้วแต่โรคที่เป็น อยู่ที่ประมาณ 100-1,000 บาทต่อครั้ง ยกตัวอย่างเช่น โรคหูดหงอนไก่ คัดกรองครั้งแรกประมาณ 1500-2000บาท ครั้งต่อไปจะมีแค่ค่าทายาประมาณ180บาทต่อครั้ง หากมีข้อสงสัย : ติดต่อเบอร์โทรศัพท์ บางโคล่ 0818759904 ราชประชา 02 385 9135 ถึง 7 ต่อ 1505 (ติดต่อได้เฉพาะเวลาราชการ) Inboxทาง facebook มีเจ้าหน้าที่คอยตอบคำถามให้ค่ะ ❌ไม่รับปรึกษาโรคทางโทรศัพท์และ facebook เนื่องจากต้องใช้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วย❌
(2)

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระวังภัยเงียบจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี สาม...
13/06/2020

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนระวังภัยเงียบจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้ และเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ
แหล่งข่าว https://www.komchadluek.net/news/regional/433767

12/06/2020
คำแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคหูดข้าวสุก #หูดข้าวสุก

คำแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคหูดข้าวสุก #หูดข้าวสุก

คำแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคหูดข้าวสุก กลุ่มบางรักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

02/06/2020

วัน พุธ ที่ 3 มิถุนายน 63
คลินิกบางรักทั้งสองแห่ง
ปิดให้บริการ 1 วัน

แผนที่ คลินิกบางรัก ณ บางโคล่
22/05/2020

แผนที่ คลินิกบางรัก ณ บางโคล่

14/05/2020
คำแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคซิฟิลิส #ซิฟิลิส

สำหรับท่านใดที่เป็นโรคซิฟิลิส สามารถฟังคำแนะนำของแพทย์ได้ตามคลิปนี้ค่ะ

คำแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคซิฟิลิส กลุ่มบางรักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ดาวน์โหลด ฟรี!!คู่มือ เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์รวม 60 คำถาม ที่หลายคนสงสัยในแง่มุมต่างๆ พร้อมภาพและคำตอบจากแพทย์ผู้เชี่...
01/05/2020
คู่มือ เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! ชุดที่ 1 - Thaihealth.or.th | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภ

ดาวน์โหลด ฟรี!!
คู่มือ เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์

รวม 60 คำถาม ที่หลายคนสงสัยในแง่มุมต่างๆ พร้อมภาพและคำตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฎิบัติกับชีวิตวิถีใหม่

คู่มือ แบ่งเป็น 3 ชุด โหลดเก็บไว้ เพื่อปลอดภัยจากโควิด-19 คลิก

คู่มือ ชุดที่ 1 : http://llln.me/coSNP3T
คู่มือ ชุดที่ 2 : http://llln.me/UXJP9Am
คู่มือ ชุดที่ 3 : http://llln.me/Ewx4toL

คู่มือ เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! ชุดที่ 1 - พันธกิจการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. คือ ส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุน .....

29/04/2020

ประกาศ
คลินิกบางรัก ปิดทำการ วันที่ 4,6,11 พฤษภาคม 2563
(วันหยุดราชการ)

ขอเชิญส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรมโครงการประกวดคลิปสั้น (Viral Clip)ในประเด็นสถานศึกษาปลอดบุหรี่ภายใต้ หัวข้อ"สิ่งแวดล้อมปลอด...
20/04/2020

ขอเชิญส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม
โครงการประกวดคลิปสั้น (Viral Clip)
ในประเด็นสถานศึกษาปลอดบุหรี่
ภายใต้ หัวข้อ
"สิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ ตามกฎหมาย"
เพียงแค่ ทำหนังสั้น/viral clip ความยาวไม่เกิน 1.30 นาที
เข้าไปอ่านรายละเอียด กติกา และสมัครเข้าร่วมกันได้ที่ 👇https://drive.google.com/drive/folders/1XeXsmIAwSW-dR1s-jZvB5pBKCCQUhMRK?fbclid=IwAR1kZ7x49Cq1aTfjshUQRfWnSF9qr0lhEGaqKWoVZdfpAB8HJ5GVZ_iKzfk

ลุ้นชิงรางวัลเงินสดรวมกว่า 55,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และเกียรติบัตรอีกมากมาย

05/04/2020

ประกาศ
คลินิกบางรัก ปิดทำการ 1 วัน
วันจักรี 6 เมษายน 2563
(วันหยุดราชการ)

01/04/2020

เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
คลินิกบางรัก ทั้งสองแห่งขอเลื่อนการเปิดรับบัตรผู้ป่วยเป็น
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-11.00 น. และ 13.00-15.00 น.
ยกเว้นวันพุธเปิดบริการเฉพาะช่วง 08.30-11.00 น.

ขอขอบคุณ คุณ Sonthipat Sonthichai ที่บริจาคยางยืดเพื่อให้ทางบางรักได้นำไปทำ face shields ค่ะ ในภาวะcovid 2019 ขอให้ท่านม...
27/03/2020

ขอขอบคุณ คุณ Sonthipat Sonthichai ที่บริจาคยางยืดเพื่อให้ทางบางรักได้นำไปทำ face shields ค่ะ ในภาวะcovid 2019 ขอให้ท่านมีแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป

ทางบางรักยังคงเปิดให้บริการ แต่จะไม่ทำการนัดผู้ป่วยต่อเนื่อง สามารถพูดคุยกับทีมงานได้ทางไลน์โรงพยาบาลบางรัก(รูปด้านล่าง) ขอบพระคุณค่ะ

26/03/2020

ด้วยสถานการณ์COVID2019 คลินิกบางรักทั้งสองสาขา ขออนุญาตรับแต่ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น และผู้ป่วยที่มีนัดกับโรงพยาบาลจะขออนุญาตเลื่อนนัดจนกว่าสถานการณ์จะสงบ
ขอบพระคุณค่ะ

ติดต่อเราผ่านไลน์ได้นะ
26/03/2020

ติดต่อเราผ่านไลน์ได้นะ

สำหรับท่านที่สงสัยเรื่องเพศสัมพันธ์xโคโรน่าไวรัสค่ะ Credit :ข่าวด่วนออนไลน์
19/03/2020

สำหรับท่านที่สงสัยเรื่องเพศสัมพันธ์xโคโรน่าไวรัสค่ะ
Credit :ข่าวด่วนออนไลน์

ทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคน จาก คลินิกบางรักขอขอบคุณ กลุ่ม Cabin Crew รุ่น 72 ที่บริจาค Maskให้พวกเรา
13/03/2020

ทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคน จาก คลินิกบางรัก
ขอขอบคุณ กลุ่ม Cabin Crew รุ่น 72 ที่บริจาค Maskให้พวกเรา

บริการที่มีให้ที่โรงพยาบาลบางรัก
10/03/2020

บริการที่มีให้ที่โรงพยาบาลบางรัก

มาเจอกันได้ค่ะ
10/03/2020

มาเจอกันได้ค่ะ

ให้ภาพ...เล่าเรื่อง
05/03/2020

ให้ภาพ...เล่าเรื่อง

📸 ถ่ายภาพ....แลกของแจกกันนนน 🥰

ต้อนรับเดือนมีนาคม เพราะวันที่ 1 มี.ค. ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ยุติการเลือกปฏิบัตินั่นเองงงง เราอยากได้พลังจากคุณมาช่วยกันลดการตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงความเท่าเทียมทางเพศ

กับกิจกรรม "ให้ภาพ...เล่าเรื่อง สานพลังแบบไหน ลดตีตราและเลือกปฏิบัติ"

- กติกา -

1. ถ่ายรูปของคุณ จะเดี่ยว คู่ หรือหมู่ เพื่อสื่อถึงการสานพลัง
2. เขียน Caption ให้สอดคล้องกับภาพ เพื่อลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ
3.Comment ใต้โพสต์ ไลก์และแชร์เปิดสาธารณะด้วยนะ
พร้อมติด #zerodiscrimination

ลุ้นรับเสื้อยืดเท่ๆ 👕 ไปเลยจ้าาา

ตั้งแต่วันนี้ - 20 มี.ค. 63 และ ประกาศผล 23 มี.ค. 63 นะฮ้าบ

#safeSEXstory #zerodiscrimination #HIV #Condom

สอบถามข้อมูลโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ทาง Line 1422 (Chat Bot) หรือ รู้กันทันโรค🔹ติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมควบคุมโร...
27/02/2020

สอบถามข้อมูลโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ทาง Line 1422 (Chat Bot) หรือ รู้กันทันโรค
🔹ติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมควบคุมโรค
🔹สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
#โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019ป้องกันได้
#คร.OK
#ถาม-ตอบ
#โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
#COVID-19
#https://ddc.moph.go.th/
ช่องทางใหม่คุยกับ 1422
1.แสกน QR Code
2.เปิด LInk เข้าสู่ LINE
3.เริมสนทนาได้เลย
4.พร้อมศึกษาข้อมูลต่างๆ ใน rich menu

27/02/2020

เนื่องด้วยสถานการณ์ COVID2019 นั้น หากผู้ป่วยท่านใด อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง สามารถเลื่อนวันนัดได้จนกว่าจะครบเวลาเฝ้าระวังค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

25/02/2020
Sexpert Family

เปิดใจ ใส่ถุง กันเถอะ

วัยรุ่นทุกคน ขอเวลา 3 นาที ดูบทเรียนจากเรื่องจริง จะได้ไม่เสียใจภายหลัง

เมื่อคำว่าไว้ใจทำให้เจ็บ และคำว่าเข็ดมาช้าไป มีอาการไหนเหมือนในคลิป อย่าชะล่าใจรีบไปหาหมอนะ

#วัยรุ่นพกถุง #รับผิดชอบตัวเอง #ห่วงใยคนอื่น #เพศศึกษานอกห้องเรียน #สสส

27 กุมภาพันธ์ นี้เวลา 13.00 - 16.30 น.
24/02/2020

27 กุมภาพันธ์ นี้
เวลา 13.00 - 16.30 น.

21/02/2020
สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth

เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การท้องไม่พร้อม ดูแลปกป้องตนเอง
พกถุงยาง = ความรับผิดชอบ

#สสส #thaihealth #ถุงยางอนามัย #พกถุงยาง #รับผิดชอบ #วัยรุ่นพกถุง #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #HIV

สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์วัยรุ่นไทยสูงขึ้น เฉลี่ย 14 คนต่อวัน ด้าน 5 โรคฮิต ได้แก่ โรคหนองใน ซิฟิลิส หนองในเทียม กามโรค แผลริมอ่อน และมีโอกาสติดเชื้อ HIV ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป 5 – 9 เท่า และจากสถิติพบแม่วัยรุ่นคลอดลูก 190 คนต่อวัน แม้จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเทียบกับประเทศที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกัน ไทยยังอยู่ในอัตราสูง

เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การท้องไม่พร้อม ดูแลปกป้องตนเอง พกถุงยาง = ความรับผิดชอบ

#สสส #thaihealth #ถุงยางอนามัย #พกถุงยาง #รับผิดชอบ #วัยรุ่นพกถุง #โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ #HIV

การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ข้อมู...
14/02/2020

การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี
สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์
ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

14 FEB 2020Free Condom Day
13/02/2020

14 FEB 2020
Free Condom Day

13 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
12/02/2020

13 กุมภาพันธ์ นี้
เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

❣️ เวทีนี้มีแต่รัก...รับเดือนกุมภาพันธ์ ❣️

เสวนา “Stop Drinking Start Condom”
ในงาน วัยรุ่นยุคใหม่ มีรักปลอดภัย รู้ทันภัยแอลกอฮอล์

วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ที่มาพร้อมประเด็นน่าสนใจ

🌹สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่น
โดย...หมอออม กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

🌹การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในยุคออนไลน์และการรักษาที่เป็นมิตรกับวัยรุ่น
โดย...หมอท๊อฟฟี่ ผอ.โรงพยาบาลกุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี

🌹ALCOHOL กับ เพศสัมพันธ์ เสี่ยงไหม ????
โดย...หมอต้น ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

🌹แขกรับเชิญพิเศษ!! ปูเป้ เกศรินทร์ ศิลปิน ดารา จากช่อง 7HD หรือ เภา จากละครนางสิบสอง

👉🏻 เชิญชวนร่วมแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถาม พร้อมลุ้นรับของรางวัลเพียบ!!!!

📌 ถ่ายทอดสดบรรยากาศจากหน้างานส่งตรงถึงมือคุณ 13 ก.พ.นี้!! เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป

#stopdrinking #startcondom #safeSEXstory

"แพทยสภา ออกโรง จบดราม่า พีท เลือดบวก""...U=U เพียงแต่บอกว่าการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันกับผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไว...
08/02/2020

"แพทยสภา ออกโรง จบดราม่า พีท เลือดบวก"

"...U=U เพียงแต่บอกว่าการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันกับผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไวรัสจน U (undetectable) แล้วปลอดภัยจากการติดเชื้อเอชไอวี U=U ไม่ได้บอกว่าสามารถมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันก็ได้ .."

"การที่เป็น U (undetectable) ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆได้ถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัย
ดังนั้น ข้อเท็จจริง (fact) ของ U=U จึงไม่ใช่เป็นตัวชี้ว่าไม่ต้องใส่ถุงยางอนามัย หรือพูดสั้นๆคือ..

“U equals to U but does not equal to condomless sex.."

"U equals to U but does not equal to condomless sex”

ข้อมูลวิชาการจาก ศ.นพ.ประพันธ์ ภานุภาค กรณีที่มีความสับสนในสื่อสังคม เรื่องของผู้ป่วยโรคเอดส์ที่รับยาต้านไวรัสจน U=U นั้น โดยทางแพทยสภาได้ทำหนังสือขอข้อเท็จจริง เพื่อเผยแพร่ มีรายละเอียดดังนี้
****************************

เรียน ศาสตราจารย์ กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค

ตามที่มีข้อมูลและภาพข่าวปรากฏในสื่อมวลชนแขนงต่างๆ กรณี นายฐิฏิวัสส์ ศิรเศรษฐกร หรือ พีท คนเลือดบวก เปิดคอร์สสอนคนติดเชื้อ HIV มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย โดยในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางช่องอัมรินทร์ทีวี เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2020 ที่ผ่านมา ดำเนินรายการโดย คุณพุทธ อภิวรรณ และมีผู้ร่วมรายการ 1.ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย 2.นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระ 3.นายฐิฏิวัสส์ ศิรเศรษฐกร พีท คนเลือดบวก
.
ทั้งนี้จากรายการดังกล่าวมีระยะเวลากว่า 40 นาที และเป็นการถามตอบความคิดเห็นกับผู้ร่วมรายการทั้ง 3 ท่านดังกล่าว จึงอาจจะทำให้เนื้อหาที่ถูกถ่ายทอดเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม ทางแพทยสภาจึงขอให้ท่านกรุณาให้ข้อมูลทางวิชาการต่อแพทยสภาเพื่อให้นำไปเผยแพร่ให้ความรู้ที่ถูกต้องและเหมาะกับบริบทประเทศไทย ในประเด็น ดังนี้

1.ข้อมูล U=U หมายความว่าอย่างไร ?และจะมีวิธีการตรวจสอบผู้ติดเชื้อที่อยู่ในภาวะ U ได้อย่างไร ได้อย่างไร?
.
2. ข้อมูลการใช้ยาต้านไวรัส (PrEP)ที่ปลอดภัย และเหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน เป็นอย่างไร?
.
3. พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์กับหลายคู่นอนในกลุ่ม U ดังกล่าว มีความเสี่ยงหรือไม่ อย่างไร?
.
4. การที่มีผู้แนะนำไม่ให้ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ ในกลุ่มคนไข้ที่เป็น U = U ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร
.
5. ข้อมูลอื่นที่ท่านต้องการสื่อไปยังผู้ติดเชื้อ HIV และประชาชน
.
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ข้อมูลเพื่อเผยแพร่สู่ประชาชนต่อไป
.
ขอแสดงความนับถือ
พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ
เลขาธิการแพทยสภา
5 กพ.2563
*********************************

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
7 กุมภาพันธ์ 2563
เรื่อง ให้ข้อมูลทางวิชาการ
เรียน เลขาธิการแพทยสภา
อ้างถึง หนังสือแพทยสภาที่ พส.๐๑๑/๙๙๔ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563
.
ตามหนังสือแพทยสภาที่อ้างถึงกระผมขอให้ข้อมูลเป็นข้อๆตามที่ถามมาดังนี้:
.
1.ข้อมูล U=U หมายความว่าอย่างไร และจะมีวิธีการตรวจสอบผู้ติดเชื้อที่อยู่ในภาวะ U ได้อย่างไร
.
U=U หรือ Undetectable=Untransmittable เป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่ได้จากการศึกษาวิจัย 3 โครงการใหญ่ที่ร่วมกันทำในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย เป็นการศึกษาที่วางแผนและดำเนินการอย่างรัดกุม มีการตรวจสอบจากหลายฝ่ายเพื่อให้ข้อมูลน่าเชื่อถือที่สุด ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่แล้วในวารสารการแพทย์ระดับชั้นนำ สองการศึกษาเป็นการติดตามคู่ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีผลเลือดต่าง (ฝ่ายหนึ่งติดเชื้อ อีกฝ่ายไม่ติดเชื้อ) ส่วนอีกการศึกษาเป็นการติดตามคู่ชายกับหญิงที่มีผลเลือดต่าง โดยฝ่ายที่ติดเชื้อได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสจนมีปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดต่ำมาก คือต่ำกว่า 200 copies ต่อซีซีของเลือด หรือที่เรียกว่าตรวจไม่เจอ (undetectable) นักวิจัยติดตามคู่ที่ไม่ติดเชื้อทุก 1-2 เดือน ให้บันทึกความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ การใช้หรือไม่ใช่ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งนั้นๆ โดยทุกคนได้รับข้อมูลการใช้ถุงยางอนามัยอย่างดี พร้อมกับได้รับแจกถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นไปใช้ อีกทั้งสามารถขอรับ Pre-exposure prophylaxis (PrEP) และ Post-exposure prophylaxis (PEP) ถ้ามีความต้องการ มีการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และซิฟิลิส และการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆเป็นระยะๆ จากการติดตามคู่ที่มีผลเลือดต่างดังกล่าวเกือบ 2,000 คู่ ไปเป็นระยะเวลา 3,000 คู่-ปี (เฉลี่ยติดตามแต่ละคู่ไปประมาณปีครึ่ง) ไม่ปรากฎว่ามีใครติดเชื้อเอชไอวีจากคู่ของเขาเลย ทั้งๆที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยมากถึง 130,000 ครั้ง (เฉลี่ยปีละ 43 ตรั้งต่อคน)
.
แสดงว่าผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาต้านไวรัสจนตรวจไม่เจอเชื้อในเลือดแล้ว (Undetectable) จะไม่ถ่ายทอดหรือแพร่เชื้อให้ผู้อื่นแม้จะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใข้ถุงยางอนามัยก็ตาม (Untransmittable) กล่าวคือ U=U หรือ ไม่เจอ=ไม่แพร่
การศึกษาพบว่าประมาณร้อยละ 40 ของคนที่ไม่ติดเชื้อในโครงการยังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับคนอื่นนอกคู่ เลยพบติดเชื้อเอชไอวีขึ้นมา 15 ราย ทุกรายพิสูจน์ได้ว่าเป็นเชื้อคนละตัวกับกับคู่ของตัวเองที่ติดเชื้อ ข้อมูลนี้บอกว่าการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไวรัสจนตรวจไม่เจอเชื้อในเลือดแล้วปลอดภัยกว่าการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับคนที่ไม่รู้สถานะการติดเชื้อ (ไม่เคยตรวจเลือด) หรือกับคนที่เคยตรวจแล้วว่าไม่ติดเชื้อแต่นานเกิน 3-6 เดือนไปแล้ว ซึ่งอาจติดเชื้อขึ้นมาแล้วก็ได้
.
ข้อมูลเชิงประจักษ์เรื่อง U=U มีมาก่อนนั้นแล้วหลายปีจากการศึกษาก่อนหน้านี้
.
ที่พบว่าการเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเร็ว จะสามารถป้องกันคู่นอนของเขาไม่ให้ติดเชื้อได้ถึง 96% ที่รู้จักกันในชื่อว่า ‘Treatment as Prevention’ โดยที่ 4% ที่ยังติดเชื้ออยู่นั้นเพราะกินยาต้านฯยังไม่ถึง 6 เดือน เชื้อยังไม่ถึงระดับ undetectable ดังนั้น ถ้าดูเฉพาะคู่ของคนที่ undetectable ก็จะป้องกันได้ 100% เช่นกัน ดังนั้น U=U จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่มีใครแย้งได้
.
ส่วนจะมีวิธีการตรวจสอบผู้ติดเชื้อว่าอยู่ในภาวะ Undetectable ได้อย่างไรนั้น ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกบอกไม่ได้ นอกจากการตรวจวัดระดับปริมาณไวรัสในเลือดที่ผู้ติดเชื้อทุกคนมีสิทธิ์ตรวจได้ปีละครั้ง หรือมากกว่านั้นถ้ามีประวัติกินยาไม่ต่อเนื่อง หรือในปีแรกที่กินยาตรวจได้ 2 ครั้ง คือหลังกินยา 6 เดือนและ 12 เดือน ดังนั้นผู้ที่จะทราบก็คือแพทย์ผู้รักษา และตัวคนไข้เอง คนอื่นอยากจะรู้ก็ต้องถามคนไข้ ส่วนคนไข้จะบอกความจริงหรือไม่ก็แล้วแต่ปัจจัยแวดล้อมว่ามีเหตุใดที่จะทำให้เขาไม่พูดความจริงหรือไม่ และคนที่รับข้อมูลก็ต้องไปชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือของข้อมูลเองเพื่อตัดสินใจกระทำการใดๆ
.
2. ข้อมูลการใช้ยาต้านไวรัส PrEP และ PEP ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสังคมปัจจุบันเป็นอย่างไร
.
PrEP มีข้อบ่งใช้โดยองค์การอนามัยโลกในผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งมี Guideline ของประเทศกำหนดไว้แล้ว เช่นคนที่ไม่สามารถใช้ถุงยางอนามัยได้ทุกครั้งเวลามีเพศสัมพันธ์ คนที่มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้านี้ คนที่มีคู่นอนมากกว่า 3 คนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เป็นต้น คนที่เข้าข่ายดังกล่าวในประเทศไทยก็จะได้แก่ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย สาวประเภทสอง ชาย หญิงหรือสาวประเภทสองที่มีอาชีพบริการทางเพศ ผู้เสพยาเสพติดโดยการฉีด และคู่ของผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไวรัสไม่ถึว 6 เดือน ปริมาณไวรัสในเลือดยังไม่ถึงกับ undetectable
.
PrEP ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพเกือบ 100% ถ้ากินสม่ำเสมอและถูกวิธี เช่นทั่วโลกมีคนกิน PrEP กว่าล้านคน พบว่า PrEP ล้มเหลวเพียง 5 คน ส่วนความปลอดภัยค่อนข้างสูงเพราะช่วงเวลาในการใช้ไม่นาน และมีการตรวจดูการทำงานของไตเป็นระยะตามกำหนดเวลา
.
ในสังคมปัจจุบันในบริบทของประเทศไทย PrEP จัดเป็นมาตราการเสริม หรือมาตราการร่วม (กับถุงยางอนามัย และวิธีป้องกันอื่นๆ) ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ในผู้ที่ไม่สามารถใช้ถุงยางอนามัยได้ทุกครั้งเวลามีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และวัยรุ่นสาวประเภทสอง โดยได้รับการบรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของการป้องกันโรคของคนไทยทุกคนทุกสิทธิ์ เพื่อหวังว่าเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการยุติปัญหาเอดส์ของประเทศร่วมกับการตรวจเร็ว รักษาเร็ว (Test and Treat) หรือ U=U ซึ่งหลายประเทศพิสูจน์แล้วว่าเป็นมาตราการร่วม (U=U + PrEP) ที่มีประสิทธิภาพจริงในการยุติเอดส์ PrEP แม้จะต้องหาซื้อด้วยเงินส่วนตัวก็คุ้มค่า เพราะราคายาเพียงเดือนละ 340 บาท เทียบกับโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อขึ้นมาปีละ 6% ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง
.
ส่วน PEP จะใช้กับคนที่ไปมีพฤติกรรมเสี่ยงมาไม่เกิน 72 ชั่วโมง เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัย หรือถุงยางแตก หรือถูกข่มขืนมา หรือถูกเข็มที่ใช้กับผู้ติดเชื้อตำ ประสิทธิภาพสูง แต่ไม่สามารถบอกตัวเลขได้ เพราะไม่สามารถทำ placebo-controlled trial ได้เนื่องจากผิดมนุษยธรรม ส่วนความปลอดภัยมีสูง เพราะรับประทานเพียงเดือนเดียว ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท รัฐยังไม่จ่ายให้ฟรี เพราะถือเป็นพฤติกรรมที่ตัวเองไปเสี่ยงมา นอกจากคนที่ถูกข่มขืนมา หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ถูกเข็มตำ ส่วนคนที่เดินเข้ามาขอซื้อ PEP กินเอง เพราะไปเสี่ยงมา แพทย์ก็จะสั่งให้เพราะถือว่าเขาเป็นคนใส่ใจในสุขภาพ
.
3.พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์กับหลายคู่นอนในกลุ่ม U ดังกล่าว มีความเสี่ยงหรือไม่อย่างไร
.
U=U เพียงแต่บอกว่าการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันกับผู้ติดเชื้อที่กินยาต้านไวรัสจน U (undetectable) แล้วปลอดภัยจากการติดเชื้อเอชไอวี U=U ไม่ได้บอกว่าสามารถมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันก็ได้ เพราะการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เป็นการตกลงยินยอมร่วมกันของคนสองคนบนพื้นฐานของข้อมูล และความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีอยู่ และบนพื้นฐานของความต้องการว่าจะป้องกันหรือไม่ป้องกันอะไร เช่น ป้องกันเอชไอวี หรือป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือป้องกันการตั้งครรภ์ หรือป้องกันทั้ง 2 หรือ 3 อย่าง เพราะ U ตัวแรกป้องกันได้เฉพาะเอชไอวีเท่านั้น
.
หลักการที่กล่าวนี้ตรงกับกฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์ที่แก้ไขในปี 2553 ก่อนที่ข้อมูลเรื่อง U=U จะออกมา กฎหมายนี้ (เรียก Swiss Statement) บอกว่าชาวสวิสที่ติดเชื้อ ได้รับยาต้านไวรัสจนตรวจไม่เจอเชื้อในเลือดตั้งแต่ 2 ครั้งติดต่อกันขึ้นไป สามารถมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนของเขาโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยได้โดยไม่ผิดกฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์อีกต่อไป
.
ถ้าคู่นอนของเขาเข้าใจและยินยอม จะเห็นได้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันต้องเป็นการตกลงพร้อมใจของทั้งคู่เท่านั้น คนอื่นไม่เกี่ยว U=U ก็ไม่เกี่ยว ดังนั้น การที่คนที่ undetectable (U) แล้วจะไปมีเพศสัมพันธ์กับหลายคู่นอน ไม่ว่าจะป้องกันหรือไม่ป้องกันก็ตาม ไม่เกี่ยวกับ U=U
.
การนำข้อเท็จจริงของ U=U ไปตีความ ขยายความ หรือตั้งเป็นทฤษฎีใหม่ ลัทธิใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล อาจถูกก็ได้ ผิดก็ได้ ปัญญาชนควรใช้ปัญญาในการพิจารณาแยกแยะให้ถ่องแท้ รอบด้าน ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดมีประโยชน์ แล้วนำไปประยุกต์ใช้ให้ตรงกับจริตของแต่ละบุคคล ไม่ควรจะมาบอกว่า U=U ไม่จริงหรือไม่ควรจะเผยแพร่ เพราะ U=U มีประโยชน์กับผู้ติดเชื้อและสังคมในวงกว้างหลายเท่าตัวมาก ถ้าเทียบกับเรื่องใส่หรือไม่ใส่ถุงยางอนามัยอย่างเดียว
.
4.การที่มีผู้แนะนำไม่ให้ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ ในกลุ่มคนไข้ที่เป็น U=U ท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร
.
ความจริง คำถามข้อนี้ได้ตอบไปแล้วในคำถามก่อนหน้านี้ (ข้อ 3) ขอย้ำอีกครั้งว่า ข้อเท็จจริงเรื่อง U=U ไม่ได้เกี่ยวกับการแนะนำว่าไม่ต้องใช้ถุงยางอนามัยแล้วถ้า U (undetectable) เพียงแต่บอกว่าถ้าเป็น U (undetectable) แล้ว จะไม่ใส่ถุงยางอนามัยเพราะไม่มีถุงยาง ถุงยางแตก ก็ไม่เป็นไร หรืออยากมีลูกตามช่องทางธรรมชาติ ก็ทำได้ ไม่ต้องเป็นกังวล หรือโทษตัวเอง จะได้มีความมั่นใจในชีวิตมากขึ้น ชีวิตครอบครัวจะได้มีความสุขมากขึ้น ส่วนการตัดสินใจจะใส่หรือไม่ใส่ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์แต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม และการตัดสินใจและการยินยอมร่วมกันของคน 2 คนที่จะมีเพศสัมพันธ์กัน ว่าต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร เป็นห่วงอะไร เช่น เป็นห่วงเรื่องตั้งครรภ์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆหรือไม่
.
เพราะการที่เป็น U (undetectable) ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆได้ถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัย ดังนั้น ข้อเท็จจริง (fact) ของ U=U จึงไม่ใช่เป็นตัวชี้ว่าไม่ต้องใส่ถุงยางอนามัย หรือพูดสั้นๆคือ
.
“U equals to U but does not equal to condomless sex”
.
5.ข้อมูลอื่นที่ท่านต้องการสื่อไปยังผู้ติดเชื้อเอชไอวี และประชาชนเพิ่มเติม
.
การถกเถียงหรือความเห็นต่างเรื่องการนำข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ของเรื่อง U=U ไปประยุกต์ใช้ทั้งกับผู้ติดเชื้อและสังคมในภาพรวมซึ่งกำลังเกิดขึ้นในบ้านเราขณะนี้ไม่ใช่สิ่งแปลกอะไร เพราะได้เกิดขึ้นแล้วในหลายๆประเทศทั่วโลกก่อนหน้าเราหลายปี เพราะแพทย์ ผู้ติดเชื้อ และประชาชนทั่วไปต่างก็มีข้อกังวล หรือแนวคิดของตัวเองในการนำข้อมูลเรื่อง U=U ไปใช้ในวงกว้าง ทุกคนต่างก็หวังดี และสิ่งที่เป็นห่วงก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุมีผล ส่วนจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
.
บางคนก็ไม่รู้ความจริง ฟังคนเขาวิจารณ์แล้วก็พลอยเห็นด้วย ร่วมวิจารณ์ด้วย บางคนที่รู้จริงก็คิดว่าไม่ควรจะบอกความจริงทั้งหมดแก่ผู้ติดเชื้อหรือสังคม เช่น มีคนไข้คนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่าไปอ่านเจอเรื่อง U=U จากสื่อต่างประเทศ ตัวเองก็ undetectable มาหลายปีแล้ว คราวไปพบแพทย์ครั้งล่าสุด แพทย์ถามว่า 3 เดือนที่ผ่านมาใส่ถุงยางอนามัยกี่ครั้งในการมีเพศสัมพันธ์ 10 ครั้ง คนไข้ก็ตอบไปตามความจริงว่า 3 ครั้ง เพราะไม่อยากจะไปโกหกหมอว่าใส่ทุกครั้งเหมือนเมื่อตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลัวถูกหมอว่า ตอบไปเท่านั้น คุณหมอเปรี้ยงใส่เลย “เธอนี่ใจร้ายมาก แกล้งจะทำให้สามีติดเชื้อหรือ” คนไข้ปล่อยโฮใหญ่ต่อหน้าหมอเลย นี่แสดงว่าหมอท่านนี้ยังไม่เปิดเผยความจริงทั้งหมดกับคนไข้ ซึ่งก็ยังมีอีกหลายคนที่เห็นด้วยกับความปรารถนาดีของคุณหมอท่านนี้
.
ความเห็นต่างดังกล่าว ทำให้มีการโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนในที่ประชุมนานาชาติเรื่องเอดส์เมื่อ 3 ปีก่อนว่าทำไมวงการแพทย์ วงการสาธารณสุขจึงยังไม่เอาความรู้เรื่อง U=U ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้ติดเชื้อและกับสังคมอย่างจริงจังเสียที รออะไรหรือเกร็งอะไรกันอยู่
.
ประเทศต้องการนโยบายสาธารณะเรื่อง U=U ของประเทศ ของกระทรวงสาธารณสุข ของสมาคมโรคเอดส์ ของแพทยสภา เป็นต้น อาจจะไม่ต้องเห็นด้วย หรือเหมือนกันทุกประเด็น
.
ผู้ติดเชื้อ ประชาชนทั่วไป และสื่อจะเป็นคนพิจารณา และเลือกนำไปประยุกต์ใช้เองตามที่ตนเองเห็นว่าดีและถูกต้องที่สุด เพราะทุกคนมีความคิดของตัวเอง ไม่ต้องถูกสื่อโซเชียลมอมเมา ไม่ต้องมีการโต้แย้งมากมายด้วยถ้อยคำที่รุนแรง หยาบคาย ป่าเถื่อนอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้
.
ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทยพิจารณาเรื่อง U=U แล้วเห็นว่ามีประโยชน์มากกว่าโทษหรือข้อกังวล ทั้งต่อผู้ติดเชื้อและประชาชนทั่วไป จึงได้มีบทความ หรือจะเรียกว่านโยบายสาธารณะเรื่อง U=U ของสภากาชาดไทยก็ได้ออกมาตั้งแต่ปี 2561 และนำเรื่อง U=U หรือ ไม่เจอ=ไม่แพร่ เป็นคำขวัญในการรณรงค์วันเอดส์โลกปี 2561 ผู้สนใจสามารถหาอ่านได้จากเวปไซด์ของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
.
โดยสรุป สภากาชาดไทยมองว่า U=U มีประโยชน์หลายด้านดังนี้
.
1.ผู้ติดเชื้อ จะได้มีแรงจูงใจในการกินยาต่อเนื่อง ไปตรวจหาปริมาณไวรัสในเลือดทุกปีตามสิทธิ์ และต้องรู้ผลของการตรวจนั้นว่าตรวจไม่เจอจริงหรือไม่ จะได้แต่งงาน มีครอบครัวได้ สุขภาพจิตดีขึ้น มีความมั่นใจตนเองมากขึ้น กล้าตัดสินใจเปิดเผยผลเลือดของตนให้คู่นอนทราบมากขึ้น กล้าชวนคู่ไปตรวจเอดส์มากขึ้น กล้าตัดสินใจตั้งครรภ์มากขึ้น และเลิกโทษตัวเองว่าตัวเองอาจทำให้คู่ติดเชื้อขึ้นมา เพราะไม่สามารถใส่ถุงยางอนามัยได้ทุกครั้ง หรือไม่ต้องกลัวว่าพูดไม่จริงกับหมอเวลาหมอถามว่าใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งหรือเปล่า ก็ตอบว่าทุกครั้งเพราะเกรงใจหมอ ทั้งๆที่ในชีวิตจริงทำไม่ได้ทุกครั้ง
.
2.ประชาชนทั่วไป ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง หรือไม่เคยไปตรวจเลือดจะได้กล้าไปตรวจ เพราะถ้าตรวจเจอจะได้เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาทันที รักษาจนตรวจไม่เจอ นอกจากจะไม่ป่วยแล้ว ยังมีครอบครัวได้ และเมื่อสังคมเข้าใจประเด็น U=U จะได้เลิกรังเกียจ และกีดกันผู้ติดเชื้อ สนับสนุนผู้ติดเชื้อให้เข้าสู่ระบบการรักษา ไม่มีเหตุผลในการห้ามผู้ติดเชื้อไม่ให้เข้าทำงาน เพราะผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาแล้วไม่เป็นอันตรายต่อคู่นอนของเขาแม้จะไม่ใช้ถุงยางอนามัยก็ตาม เขาก็ยิ่งไม่เป็นอันตรายต่อคนในที่ทำงาน อีกทั้งคนไข้ที่ได้รับยาก็จะมีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุขัยเท่าคนอื่นๆที่ไม่ติดเชื้อ สามารถทำประโยชน์ให้กับองค์กรได้ไม่แตกต่างจากคนที่ไม่ติดเชื้อ และไม่เพิ่มภาระค่ารักษาพยาบาลให้กับองค์กร เพราะรัฐรับภาระการรักษาพยาบาลให้ผู้ติดเชื้อทุกคน ดังนั้น U=U น่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้สังคมเลิกมองโรคเอดส์เป็นโรคอันตราย เลิกตีตรา และเลิกรังเกียจผู้ติดเชื้อเสียที
.
กระผมหวังว่าข้อมูลที่ให้มาน่าจะเป็นประโยชน์กับแพทยสภาในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
. ขอแสดงความนับถือ
(ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค)
ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

******
แพทยสภาจึงขอประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงให้ผู้สนใจทราบต่อไป

ที่อยู่

116 Sut Prasoet Alley, Bang Khlo, Bang Kho Laem
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 15:00
อังคาร 08:30 - 14:00
พุธ 08:30 - 11:00
พฤหัสบดี 08:30 - 15:00
ศุกร์ 08:30 - 15:00

เบอร์โทรศัพท์

+66818759904

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Bangrak STIs Center (โรงพยาบาลบางรัก)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตารางทำการคลินิกบางรัก

คลินิกบางรัก ณ บางโคล่ มีบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกวันจันทร์-ศุกร์

ยกเว้น บ่าย วันพุธ ไม่รับผู้ป่วย และบริการตรวจโรคผิวหนัง วันจันทร์-ศุกร์ (เฉพาะภาคเช้า)

คลินิกบางรัก ณ ราชประชามีบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกวันจันทร์-ศุกร์

ยกเว้น บ่าย วันพุธ ไม่รับผู้ป่วย

ปิดทำการ เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด