ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน

ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน (Energy Service Link) “ศูนย์บริการร่วม รวมเรื่องพลังงาน บริการครบวงจร” เป็นศูนย์บริการที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และสามารถตอบสนองต่อความต้องการในบริการที่หลาหลาย ทั้งในด้านข้อมูลข่าวสาร การรับเรื่องส่งต่อ การร้องเรียน การขออนุญาตและคำขอต่างๆ และการบริการแบบเบ็ดเสร็จตามภารกิจของกระทรวงพลังงาน อันเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและหน่วยงาน
(1)

เปิดเหมือนปกติ

กระทรวงพลังงาน
04/11/2020

กระทรวงพลังงาน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ภูเก็ต เยี่ยมชมการบริหารจัดการขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ตเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า หนุนการส่งเสริมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามแผน AEDP 2018
วันนี้ (2 พ.ย. 63) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดภูเก็ต เยี่ยมชมกระบวนการผลิตไฟฟ้าของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของภูเก็ตในปีงบประมาณ 2563 มีขยะมูลฝอยเข้าสู่ศูนย์กำจัดขยะฯ เฉลี่ย 833 ตัน/วัน ซึ่งลดลง 13.5% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นขยะที่คัดแยกเบื้องต้นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 3 อำเภอในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง และนำมากำจัดโดยการเผาในเตาซึ่งจะได้พลังงานความร้อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนขยะทั่วไปจะนำไปฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล
ทั้งนี้ มีโรงเตาเผาขยะมูลฝอย 2 โรง โดยโรงเตาเผาขยะมูลฝอยชุมชน 1 เป็นเตาเผาที่กรมโยธาธิการและผังเมืองถ่ายโอนให้เทศบาลนครภูเก็ตดูแล งบประมาณ 788 ล้านบาท กำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุด 2.5 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้า 144 หน่วย/ตันขยะ ปัจจุบันหยุดการดำเนินการ อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติให้เอกชนร่วมดำเนินการ ส่วนอีกโรงเป็นเตาเผาที่บริษัท พีเจทีเทคโนโลยี เป็นผู้รับสัญญาดำเนินการตั้งแต่ปี 2555 งบประมาณ 994 ล้านบาท กำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุด 12 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้า 350 หน่วย/ตันขยะ
“กระทรวงพลังงานจะสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานขยะ โดยกำหนดให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะถึง 400 เมกะวัตต์ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(PDP2018 rev.1) ซึ่งจะเตรียมการออกมาตรการรับซื้อไฟฟ้า Feed-in Trariff ภายในปี 2564 เพื่อให้สามารถรับซื้อได้ภายในปี 2565 ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยกระทรวงพลังงานเห็นว่านอกจากจะเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังจะช่วยในเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีปัญหาเรื่องการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม”นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก - องค์การมหาชน
04/11/2020

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก - องค์การมหาชน

รู้จักกับ แผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ (𝑵𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏𝒂𝒍𝒍𝒚 𝑨𝒑𝒑𝒓𝒐𝒑𝒓𝒊𝒂𝒕𝒆 𝑴𝒊𝒕𝒊𝒈𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏 𝑨𝒄𝒕𝒊𝒐𝒏𝒔 : 𝑵𝑨𝑴𝑨𝒔)

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้แถลงความสำเร็จการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย NAMA ได้มีคำถามเข้ามาทาง Inbox เพื่อของรายระเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการที่ประเทศไทยได้ดำเนินงานจนบรรลุผลสำเร็จ จึงขอนำเสนอความเป็นมาของเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ

𝑵𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏𝒂𝒍𝒍𝒚 𝑨𝒑𝒑𝒓𝒐𝒑𝒓𝒊𝒂𝒕𝒆 𝑴𝒊𝒕𝒊𝒈𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏 𝑨𝒄𝒕𝒊𝒐𝒏𝒔 : 𝑵𝑨𝑴𝑨𝒔 หมายถึงนโยบายและการปฏิบัติของประเทศที่แสดงถึงเจตจำนงการลดก๊าซเรือนกระจก โดยคำว่า “Nationally Appropriate” แสดงถึง การปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม และสอดคล้องกับหลักการ 𝐂𝐁𝐃𝐑 (𝐜𝐨𝐦𝐦𝐨𝐧 𝐛𝐮𝐭 𝐝𝐢𝐟𝐟𝐞𝐫𝐞𝐧𝐭𝐢𝐚𝐭𝐞𝐝 𝐫𝐞𝐬𝐩𝐨𝐧𝐬𝐢𝐛𝐢𝐥𝐢𝐭𝐢𝐞𝐬) และระดับความสามารถของการดำเนินงาน โดยเน้นย้ำถึงความช่วยเหลือทางการเงินจากประเทศพัฒนาแล้วไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก

𝐍𝐀𝐌𝐀𝐬 มีการบัญญัติขึ้นครั้งแรกใน แผนปฏิบัติการบาหลี (Bali Action Plan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่นำทางบาหลี (Bali Road Map) ซึ่งได้รับการยอมรับจากที่ประชุมอณุสัญญาสหประชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Climate Change Conference in Bali) เมื่อ เดือนธันวาคม 2007 และได้ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ข้อตกลงCopenhagen Accord ในการประชุม United Nations Climate Change Conference in Copenhagen (COP 15) ในเดือนธันวาคม 2009

แผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ อาจเป็นการดำเนินการในภาคเศรษฐกิจอันใดอันหนึ่ง หรือเป็นการดำเนินงานบูรณาการจากหลายภาคส่วน 𝐍𝐀𝐌𝐀𝐬 อาจได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศในด้านเทคโนโลยี การเงิน และการถ่ายทอดความรู้ โดยมีมุ่งหวังให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเมื่อเปรียบเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการดำเนินงานโดยปกติ ('business as usual') ภายในปี 2020

สำหรับการดำเนินงานตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่
1. เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ NAMAs - https://climate.onep.go.th/th/topic/database/nc-bur-btr/gas_targets/
2. ผลการดำเนินงาน - https://climate.onep.go.th/th/topic/database/nc-bur-btr/gas_result/

Ref: https://bit.ly/37Y3yNZ

#NAMAs #mitigation #GHGreduction #NationalGoal #ReductionTarget

กระทรวงพลังงาน
04/11/2020

กระทรวงพลังงาน

มติบอร์ดกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เห็นชอบ 6,500 ล้านบาท
เพื่อขับเคลื่อนแผนและมาตรการ ปีงบประมาณ 2564
นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2563 ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2564 วงเงิน 6,500 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ ในการนำไปใช้ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ อุดหนุนโครงการต่างๆ ที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้เงินกองทุนฯ ตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยในปีนี้ได้ให้ความสำคัญลำดับต้นกับการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสนับสนุนการสร้างงานและสร้างรายได้ รวมถึง ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนในภาคส่วนต่างๆ อาทิ กลุ่มโรงงาน อุตสาหกรรม อาคาร บ้านอยู่อาศัย เป็นต้น ตลอดจนการสร้างงานวิจัย สร้างนวัตกรรมใหม่ และการสร้างบุคลากร
ทั้งนี้ การจัดสรรเงินกองทุนฯ ในปีงบประมาณ 2564 ประกอบด้วย 2 แผน คือ แผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน มีกรอบวงเงินสนับสนุน จำนวน 6,305 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 7 กลุ่มงานย่อย ดังนี้
(1) กลุ่มงานตามกฎหมาย วงเงินสนับสนุน 200 ล้านบาท (2) กลุ่มงานสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน วงเงินสนับสนุน 500 ล้านบาท (3) กลุ่มงานศึกษา ค้นคว้าวิจัย นวัตกรรม และสาธิตต้นแบบ วงเงินสนับสนุน 355 ล้านบาท (4) กลุ่มงานสื่อสาร และข้อมูล ข่าวสาร วงเงินสนับสนุน 200 ล้านบาท (5) กลุ่มงานพัฒนาบุคลากร วงเงินสนับสนุน 450 ล้านบาท (6) กลุ่มงานส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในกลุ่มโรงงาน อุตสาหกรรม อาคาร บ้านอยู่อาศัย ภาคขนส่ง ธุรกิจฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ และพื้นที่พิเศษ วงเงินสนับสนุน 2,200 ล้านบาท และ (7) กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก วงเงินสนับสนุน 2,400 ล้านบาท ส่วนอีกหนึ่งแผน คือ แผนบริหารจัดการ ส.กทอ. วงเงินสนับสนุน 195 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก คณะกรรมการกองทุนฯ เห็นชอบแนวทางบริหารจัดการในหลักการ โดยให้คณะกรรมการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอโครงการระดับจังหวัดและจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่ โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานหารือกับกระทรวงมหาดไทยในรายละเอียดและนำเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณา ต่อไป ทั้งนี้ ในปีต่อไปคณะกรรมการกองทุนฯ มีมติเห็นควรให้ทบทวนแนวทางการสนับสนุนโครงการภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก โดยให้กำหนดเงื่อนไขด้านการร่วมสมทบทุนทั้งด้านตัวเงิน (in cash) และด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงิน (in kind) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการส่งเสริม
โดยหลังจากนี้ กระทรวงพลังงานจะนำแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขฯ ที่คณะกรรมการกองทุนฯ มีมติเห็นชอบแล้วเสนอให้เสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมภายในเดือนพฤศจิกายน 2563 ซึ่งหลังจาก กพช. มีมติเห็นชอบก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดสรรเงินกองทุนฯ โดยคาดว่าจะสามารถประกาศยุทธศาสตร์การจัดสรรฯ และประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการได้ประมาณเดือนธันวาคม 2563

กระทรวงพลังงาน
02/11/2020

กระทรวงพลังงาน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ภูเก็ต เยี่ยมชมการบริหารจัดการขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ตเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า หนุนการส่งเสริมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามแผน AEDP 2018
วันนี้ (2 พ.ย. 63) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดภูเก็ต เยี่ยมชมกระบวนการผลิตไฟฟ้าของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของภูเก็ตในปีงบประมาณ 2563 มีขยะมูลฝอยเข้าสู่ศูนย์กำจัดขยะฯ เฉลี่ย 833 ตัน/วัน ซึ่งลดลง 13.5% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นขยะที่คัดแยกเบื้องต้นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 3 อำเภอในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง และนำมากำจัดโดยการเผาในเตาซึ่งจะได้พลังงานความร้อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนขยะทั่วไปจะนำไปฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล
ทั้งนี้ มีโรงเตาเผาขยะมูลฝอย 2 โรง โดยโรงเตาเผาขยะมูลฝอยชุมชน 1 เป็นเตาเผาที่กรมโยธาธิการและผังเมืองถ่ายโอนให้เทศบาลนครภูเก็ตดูแล งบประมาณ 788 ล้านบาท กำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุด 2.5 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้า 144 หน่วย/ตันขยะ ปัจจุบันหยุดการดำเนินการ อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติให้เอกชนร่วมดำเนินการ ส่วนอีกโรงเป็นเตาเผาที่บริษัท พีเจทีเทคโนโลยี เป็นผู้รับสัญญาดำเนินการตั้งแต่ปี 2555 งบประมาณ 994 ล้านบาท กำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุด 12 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้า 350 หน่วย/ตันขยะ
“กระทรวงพลังงานจะสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานขยะ โดยกำหนดให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะถึง 400 เมกะวัตต์ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(PDP2018 rev.1) ซึ่งจะเตรียมการออกมาตรการรับซื้อไฟฟ้า Feed-in Trariff ภายในปี 2564 เพื่อให้สามารถรับซื้อได้ภายในปี 2565 ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยกระทรวงพลังงานเห็นว่านอกจากจะเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังจะช่วยในเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีปัญหาเรื่องการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม”นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

กระทรวงพลังงาน
23/10/2020

กระทรวงพลังงาน

ก.พลังงานสั่งการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
จากเหตุท่อส่งก๊าซระเบิดอย่างเต็มที่

(22 ต.ค.63) จากกรณีที่ได้เกิดเหตุก๊าซธรรมชาติรั่วและเกิดเพลิงไหม้ บริเวณตรงข้ามวัดเปร็งราษฎร์บำรุง ถนนเทพราช – ลาดกระบัง ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้เกิดก๊าซฯ ฟุ้งกระจายสู่บรรยากาศและเกิดการติดไฟนั้น นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่าได้รับรายงานเบื้องต้น ว่าสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบจาก กรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับ ปตท.และ กฟผ. และเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้บาดเจ็บจำนวน 28 ราย และนำส่ง รพ. ลาดกระบัง, รพ.บางบ่อ, รพ.บางเสาธง, รพ.จุฬารัตน์ 11, รพ.บางนา 2, รพ. พุทธโสธร, รพ.บ้านโพธิ์และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบความเสียหายต่อชุมชน โรงเรียน และ โรงงาน ในนิคมเอเชียสุวรรณภูมิ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ
ในส่วนการผลิตไฟฟ้านั้น เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สายส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟ้ฟาฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขนาด 230 กิโลโวลต์ (kV) คลองใหม่ – ลำลูกกา วงจร 1 และ 2 ขัดข้อง แต่ยังสามารถส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยนำสายส่งชั่วคราว 230 kV พระนครใต้-เทพารักษ์เข้าใช้งาน รวมทั้งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกงหน่วยที่ 5 และเดินเครื่องโรงไฟฟ้าวังน้อย หน่วยที่ 3 ซึ่ง กฟผ.ยืนยันไม่กระทบกับผู้ใช้ไฟอย่างแน่นอน
“กระทรวงพลังงานขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน ประสาน ปตท. กฟผ.บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัดสมุทรปราการ โดยให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)บริหารจัดการสถานการณ์ในเหตุการณ์ดังกล่าวให้ดีที่สุด เร่งหาสาเหตุและดูแลความปลอดภัยของประชาชน การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยและผู้เสียชีวิต และการชดเชยความเสียหายในส่วนที่เกี่ยวข้อง” ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าว

กรมธุรกิจพลังงาน
12/10/2020

กรมธุรกิจพลังงาน

สแกน QR Code
ตรวจสอบรายชื่อ “รถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ที่ผู้ผลิตรถยนต์รับรอง” up date (เพิ่มเติม 28 ตุลาคม 2563)
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป กรมธุรกิจพลังงาน ประกาศเปลี่ยนชื่อน้ำมันให้ "น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10" เป็น "น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา" ตามนโยบายส่งเสริมน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี1o ให้เป็นน้ำมันดีเซลฐานของประเทศ ซึ่งมีส่วนผสมของไบโอดีเซลในสัดส่วนร้อยละ 10 โดยปริมาตร
น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา สามารถใช้กับรถยนต์ดีเซลส่วนใหญ่ ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไป ที่ผู้ผลิตรถยนต์รับรอง
สำหรับรถเก่าและรถยุโรป สามารถเติมน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 ได้
สามารถตรวจสอบรุ่นรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา
ตามแนบท้ายประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล พ.ศ. 2563
หรือ คลิ๊กลิ้งค์
http://elaw.doeb.go.th/document_doeb/TH/699TH_0001.pdf
หรือ คลิ๊ก https://www.doeb.go.th/2017/WebB10/Index.html
+++หากไม่มีรายชื่อรุ่นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรม ปรากฏตามข้อมูลนี้ สามารถใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7
#น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา

กระทรวงพลังงาน
08/10/2020

กระทรวงพลังงาน

กฟผ. จัดงาน Thailand Clean Energy Network 2020 ผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้ผลิตไฟฟ้า ประสานความร่วมมือขับเคลื่อนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมาย Nationally Determined Contribution (NDC) ผ่านมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคผลิตไฟฟ้า และการส่งเสริมการซื้อขายเครดิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate : REC)
วันนี้ (8 ตุลาคม 2563) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Thailand Clean Energy Network 2020” โดยมี มร.เคส พิเทอร์ ราเดอ (H.E. Mr.Kees Pieter Rade) เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เครือข่ายการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคผลิตไฟฟ้า ผู้แทนบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (IPP) และขนาดเล็ก (SPP) ทั้งในและต่างประเทศ ผู้แทนบริษัทเอกชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกว่า 170 คน ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ประเทศไทยมีเป้าหมายท้าทายยิ่งขึ้นสำหรับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในปีนี้ที่เข้าสู่ข้อเสนอการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Nationally Determined Contribution : NDC) จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่วันนี้ กฟผ. ได้พัฒนากลไกใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate) หรือ REC ขึ้นมา โดยกลไกดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศมากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก และยังเป็นอีกกลไกที่จะนำประเทศไทยไปสู่การบรรลุเป้าหมายระดับชาติ เพื่อให้คนไทยได้ใช้พลังงานสะอาดและยั่งยืน
ด้านนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้ผลิตไฟฟ้าดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคผลิตไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา ได้นำผลการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งของ กฟผ. และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (IPP) มารวมกันซึ่งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 10.03 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งผลจากความร่วมมือนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างการนำส่งให้กระทรวงพลังงานเพื่อรวมเป็นส่วนหนึ่งของการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน เพื่อช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามแผนการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ หรือ NAMA ทั้งนี้การผนึกกำลังเป็นเครือข่าย Thailand Clean Energy Network จะส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศ อันจะนำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำต่อไป
ภายในงาน กฟผ. ยังได้เปิดตัวธุรกิจซื้อขายใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) รวมทั้งการให้บริการรับรอง REC ที่ กฟผ. ได้รับสิทธิ์จาก The International REC Standard (I-REC) ให้เป็นผู้รับรอง REC แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยคาดว่าธุรกิจ REC จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของสหประชาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

SETA2020 Virtual Exhibition & Conference | Zipevent - Inspiration Everywhere
07/10/2020
SETA2020 Virtual Exhibition & Conference | Zipevent - Inspiration Everywhere

SETA2020 Virtual Exhibition & Conference | Zipevent - Inspiration Everywhere

SETA2020 Virtual Exhibition & Conference - ลงทะเบียน/Register SETA 2020 Open Registration Today! About The Show The 5th edition of Smart Energy Transformation Asia (SETA), formerly known as Smart Energy Technology Asia, is the leading meeting place for the ASEAN energy sector. This...

07/10/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ เพราะน้ำคือชีวิต ]
.
จิตอาสาร่วมกับชุมชนในพื้นที่ บ้านโป่งกก ตำบลแก้มอ้น อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี สร้างฝายชะลอน้ำ สร้างความชุ่มชื้น คืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนป่า เพราะน้ำคือชีวิต

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

07/10/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ]
.
เป็นหลักการดำเนินชีวิตที่ล้นเกล้าราชกาลที่ ๙ ทรงคิดขึ้นเพื่อให้พสกนิกร ได้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข เพราะในขณะนี้ทั่วโลกประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 เราสามารถนำปรัชญาของพระองค์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างดี

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
07/10/2020

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[💛 ความจริงจังตั้งใจ คือกุญแจแห่งความสำเร็จ 💜 ]
.
ติดตามกิจกรรมจิตอาสา 904 ประจำวันจากเพจโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน เราทำอะไร ที่ไหน หรือช่วยเหลือประชาชนที่ใดบ้าง
.
#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

07/10/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ศูนย์รวมใจชาวไทยสมัครสมาน ]
.
สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเสาหลักให้กับชาติบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ จวบจนปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ของชาติไทย มายาวนานกว่า 700 ปี และเป็นสถาบันทางสังคมที่เข้มแข็งยืนยง ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นไท ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ตราบจนปัจจุบัน
ธ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและดำรงอยู่ภายใต้ทศพิธราชธรรม ทรงเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศในทุกด้าน อันได้แก่ การปกครองประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงน้อมนำ พระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จนก่อให้เกิดเป็นพลังที่สำคัญยิ่งในการ ผลักดันให้ประเทศไทย ยืนหยัดอยู่ในสังคมแห่งอารยประเทศได้อย่างสง่างาม

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

07/10/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ศูนย์รวมใจชาวไทยสมัครสมาน ]
.
สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเสาหลักให้กับชาติบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ จวบจนปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ของชาติไทย มายาวนานกว่า 700 ปี และเป็นสถาบันทางสังคมที่เข้มแข็งยืนยง ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นไท ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ตราบจนปัจจุบัน
ธ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและดำรงอยู่ภายใต้ทศพิธราชธรรม ทรงเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศในทุกด้าน อันได้แก่ การปกครองประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงน้อมนำ พระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จนก่อให้เกิดเป็นพลังที่สำคัญยิ่งในการ ผลักดันให้ประเทศไทย ยืนหยัดอยู่ในสังคมแห่งอารยประเทศได้อย่างสง่างาม

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

07/10/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ศูนย์รวมใจชาวไทยสมัครสมาน ]
.
สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเสาหลักให้กับชาติบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ จวบจนปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ของชาติไทย มายาวนานกว่า 700 ปี และเป็นสถาบันทางสังคมที่เข้มแข็งยืนยง ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นไท ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ตราบจนปัจจุบัน
ธ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและดำรงอยู่ภายใต้ทศพิธราชธรรม ทรงเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศในทุกด้าน อันได้แก่ การปกครองประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงน้อมนำ พระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จนก่อให้เกิดเป็นพลังที่สำคัญยิ่งในการ ผลักดันให้ประเทศไทย ยืนหยัดอยู่ในสังคมแห่งอารยประเทศได้อย่างสง่างาม

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

ที่อยู่

555/2 EnCo B, Vibhavadi Rangsit Road, Chatuchak
Bangkok
10900

BTS สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต / MRT สถานีจตุจักร สายรถประจำทาง : 29 3 510 77 555 191 69 187 ปอพ.35-1 90 52

ข้อมูลทั่วไป

ช่องทางการให้บริการ 1. walk in ณ ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน 2. ให้บริการผ่านระบบ call center 02-140-7000 3. ให้บริการผ่าน E-mail : [email protected] 4. ให้บริการผ่านเว็บไซต์ www.energyservicecenter.go.th

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

02-140-7000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน:

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

อยากทราบว่า ตอนนี้ปาล์มดิบล้นตลาด และมีราคาถูกมาก แต่ราคา ไบโอดีเซล ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง เพราะเหตุใด
“ร้อยล้านความผิด แม่ก็ยังให้อภัย” มางาน “พระมิ่งมารดา ศรีแห่งแผ่นดิน” ค่ะ