พิพิธภัณฑ์สมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

พิพิธภัณฑ์สมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ศูนย์กลางการอ้างอิงมาตรฐานสมุนไพรเพื่อการวิจัยด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรในระดับสากล

เปิดเหมือนปกติ

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช
29/09/2020

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

🍀 🎋 🌸 " พฤกษาน่ารู้... "กากหมากตาฤๅษี" 🌿 𝘉𝘢𝘭𝘢𝘯𝘰𝘱𝘩𝘰𝘳𝘢 𝘧𝘶𝘯𝘨𝘰𝘴𝘢 J.R.Forst. & G.Forst.
🎋 🌸 🍀

🍁 วงศ์ : Balanophoraceae

🌾 กากหมากตาฤๅษี เป็นไม้ล้มลุก เบียนราก (root parasite) เกาะอาศัยแย่งอาหารจากรากพืชชนิดอื่น ลำต้นอยู่รวมกันเป็นก้อนอยู่ใต้ดิน มีหลายสี เช่น สีน้ำตาล สีแดง สีแดงปนน้ำตาล สีเหลือง หรือสีเหลืองปนส้ม แยกเพศร่วมต้นหรือต่างต้น ใบคล้ายเกล็ด ดอกช่อ สีแดงอมน้ำตาล มีกลิ่นหอมเอียน ช่อแก่จะชูก้านขึ้นพ้นผิวดินเป็นกลุ่มหรือเป็นกระจุก กลุ่มหนึ่งอาจมีถึง 10 ดอก ช่อดอกเพศผู้มีสีเหลืองอมเขียวอ่อน มีขนาดเล็ก ส่วนช่อดอกเพศเมียมีสีน้ำตาลอมแดง ดอกเล็กละเอียดจำนวนมาก อยู่ชิดกันแน่น ออกดอกในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนกุมภาพันธ์

💐 มีเขตการกระจายพันธุ์ในอินเดีย จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีน มาเลเซีย และออสเตรเลีย ส่วนในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค ขึ้นในป่าดิบชื้น บนเขาสูง ที่ระดับความสูง 500-2,000 ม.

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช
29/09/2020

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

🌿 🎋 🌷 พรรณไม้เกียรติประวัติไทย "แจง" 🌺 🍂 🌿

ตรีผลสมุฏฐาน คือ จำนวนผลไม้ที่มีที่ตั้ง ๓ อย่าง (ที่เกิดแห่งผล ๓ อย่าง) คือ๑)ลูกมะตูม๒)ลูกยอ ๓)ลูกผักชีลาสรรพคุณ แก้สมุฏ...
28/09/2020

ตรีผลสมุฏฐาน คือ จำนวนผลไม้ที่มีที่ตั้ง ๓ อย่าง
(ที่เกิดแห่งผล ๓ อย่าง) คือ
๑)ลูกมะตูม
๒)ลูกยอ
๓)ลูกผักชีลา
สรรพคุณ แก้สมุฏฐานแห่งตรีโทษ ขับลมต่างๆ แก้อาเจียน แก้โรคไตพิการ
ตาม ตำราประมวลหลักเภสัช ของ โรงเรียนแพทย์แผนโบราณ วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘
ตรีผลสมุฏฐาน (มีผลเป็นที่ตั้ง)

๑)ลูกมะตูม บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับผายลม
๒)ลูกยอ รสร้อน ขับผายลมในลำไส้และกระเพาะอาหาร
๓)ลูกผักชีลา รสขมฝาดหวาน แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้ไข้ แก้ริดสีดวงในตา

สุดยอดนักพฤกษศาสตร์ไทย : เต็ม สมิตินันทน์ - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา | TOP PICK TODAY | LINE TODAY
28/09/2020
สุดยอดนักพฤกษศาสตร์ไทย : เต็ม สมิตินันทน์ - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา | TOP PICK TODAY | LINE TODAY

สุดยอดนักพฤกษศาสตร์ไทย : เต็ม สมิตินันทน์ - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา | TOP PICK TODAY | LINE TODAY

คนใกล้ตัวจะรู้ว่า ต่อให้การสำรวจพรรณไม้จะต้องบุกป่าฝ่าดง ยากลำบากเพียงใด ชายคนนี้จะมุ่งมั่นไปด้วยตัวเอ...

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช
25/09/2020

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

🌿 🌺 🍀 พรรณไม้หายากจากป่าตะวันออก “นมควาย”
🌾𝘜𝘷𝘢𝘳𝘪𝘢 𝘩𝘢𝘩𝘯𝘪𝘪 (Finet & Gagnep.) J.Sinclair 🍀🌿 🌺

🌾 วงศ์ : ANNONACEAE

💐 พรรณไม้หายาก ไม้เถาเนื้อแข็ง ดอกและผลสุกสีเหลืองจำปา ในป่าตะวันออก พบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไนและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ที่ระดับความสูง 120-500 ม. 💐

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช
24/09/2020

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

🌿 🍒 🍁 ไม้ป่ากินได้... "กำจัดต้น" 🌱 🥭 🌿

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช
23/09/2020

สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

☘️ 🍄 🎋 พืชสมุนไพรน่ารู้... "กระทุงหมาบ้า"
𝘋𝘳𝘦𝘨𝘦𝘢 𝘷𝘰𝘭𝘶𝘣𝘪𝘭𝘪𝘴 (L.f.) Hook.f. 🎋 🍄 ☘️

🌿 วงศ์ : APOCYNACEAE
🍁 ชื่ออื่น : กระทงหมาบ้า คันชุนสุนัขบ้า (ภาคกลาง), เครือเขาคลอน เครือเถาหมู ง่วนหมู ผักฮ้วนหมู ฮ้วนหมู (ภาคเหนือ)

🌾 กระทุงหมาบ้าเป็นไม้เถา น้ำยางใส ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ดอกช่อซี่ร่ม สีเขียว ออกที่ซอกใบ ผลเป็นฝักคู่หรือเดี่ยว

💐 สรรพคุณ : ราก กระทุ้งพิษ แก้ฝีภายใน ขับปัสสาวะ ถอนพิษไข้ แก้พิษน้ำดีกำเริบ ทำให้อาเจียน ช่วยให้นอนหลับ ใบ รักษาแผลน้ำร้อนลวก แก้บวม แก้ฝี

🌷 อ้างอิง : ความหลากหลายทางชีวภาพพืชสมุนไพรในประเทศไทย เล่ม 2 หน้า 16. สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. 2561.

ผักชีชื่อวงศ์: APIACEAE (UMBELLIFERAE)ชื่อวิทยาศาสตร์: Coriandrum sativum L.ชื่อพ้อง: Bifora loureiroi Kostel., Coriandr...
22/09/2020

ผักชี
ชื่อวงศ์: APIACEAE (UMBELLIFERAE)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Coriandrum sativum L.
ชื่อพ้อง: Bifora loureiroi Kostel., Coriandropsis syriaca H. Wolff., Coriandrum globosum Salisb., C. majus Gouan., Selinum coriandrum Krause
ชื่อท้องถิ่น: ผักชี (ทั่วไป), ผักหอม (นครพนม), ผักหอมน้อย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), ผักหอมป้อม, ผักหอมผอม (ภาคเหนือ), ยำแย้ (กระบี่), ผักป้อม (ภาคเหนือ)
ชื่อสามัญ: Coriander, Cilantro, Chinese parsley
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นยาว 10-40 ซม. ตั้งตรง สูง 10-40 ซม. ใบ เป็นใบประกอบ ก้านใบยาว ใบติดกับลำต้นแบบสลับ ใบของต้นที่ยังไม่ออกดอก รูปร่างใบฝอยเกือบกลม ขอบใบจักเป็นพัน ถ้าใบจากต้นที่ออกดอก ขอบใบจักเป็นฝอยละเอียด และลึกเข้ามากลางใบ ดอก ช่อดอกแบบช่อซี่ร่มเชิงประกอบ ออกที่ปลายยอด ดอกย่อยสีขาวขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงยาวไม่เท่ากัน ชั้นนอกยาว 0.8 มม. กลีบนอกสุดยาว 2.5-3 มม. เว้าเล็กน้อย ชั้นในยาว 0.8 มม. ผล ค่อนข้างกลม สีน้ำตาลอ่อน ไม่มีขน เป็นคลื่น เปลือกแข็ง แตกเป็น 2 ซีก เมล็ด มี 2 เมล็ด

การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย: ทางภาคเหนือ: เชียงใหม่ (ดอยสุเทพ, ขุนคง, ดอยเชียงดาว, ฝาง), น่าน (ดอยภูคา); ภาคกลาง: กรุงเทพมหานคร

การกระจายพันธุ์ในต่างประเทศ: แถบยุโรป, ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เอเชีย

นิเวศวิทยา: พบเป็นพืชปลูก ชอบแสงแดดจัดหรือปานกลาง

การใช้ประโยชน์: ยอด ใบ รับประทานกับน้ำพริก ใส่ยำต่าง ๆ (ขอนแก่น, มหาสารคาม, เลย)

สรรพคุณ: ทั้งต้น รสเผ็ด ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ขับลม เจริญอาหาร แก้ท้องอืดเฟ้อ ผล รสขมหวานฝาด แก้พิษตานซาง แก้กระหายน้ำ แก้คลื่นเหียนอาเจียน ขับลมในลำไส้ ราก รสหอมเย็น กระทุ้งพิษไข้หัด อีสุกอีใส

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: การศึกษาทางเภสัชวิทยา เมล็ดผักชีลามีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร โดยมีการทดลองกับหนูแรท สายพันธุ์วิสตาร์ พบว่าผลผักชีลาขนาด 500 mg/kg ลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เหนี่ยวนำด้วย NaCl และ ethanol ได้ แต่ผงผักชีลาไม่สามารถยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เหนี่ยวนำด้วย indomethacin นอกจากนี้เมล็ดผักชีลายังมีฤทธิ์คลายความวิตกกังวล มีการทดลองกับหนูถีบจักรเพศผู้ ด้วยวิธี elevated plus-maze ซึ่งเป็นวิธีประเมินฤทธิ์คลายกังวลโดยทดสอบความกลัว และอาการวิตกกังวลของหนู เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อันตราย และอาจมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับได้ด้วย

เอกสารอ้างอิง
1.พ.ญ.พิสุทธิพร ฉ่ำใจ. (ม.ป.ป.). สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์เพื่อการไปใช้. ต้นธรรม สำนักพิมพ์, กรุงเทพฯ
2.พรทิพย์ เติมวิเศษ และธนาธิป ฉิมแพ. 2560. ประมวลสรรพคุณสมุนไพรไทย เล่ม 2. แมกเนท สโตร์, กรุงเทพฯ.
3.วัชรี ประชาศรัยสรเดช. 2542. ผักพื้นเมือง เหนือ อีสาน ใต้. กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ กองพฤกษศาสตร์และวัชพืช กรมวิชาการเกษตร. กรุงเทพฯ.
4.สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กรุงเทพฯ.
5.Alhaider AA, Mossa JS, Al-Sohaibani MO, Rafatullah S, Qureshi S. Al-Mofleh IA. 2006. Protection of gastric mucosal damage by Coriandrum sativum L. pretreatment in Wistar albino rats. Environmental Toxicology and Pharmacology 2006.
6. Hedge, I. C. and J. M. Lamond. Umbelliferae. 1992. In T. Santisuk and K. Larsen, ed. Flora of Thailand. Vol. 5 Part 4. The Chutima press, Bangkok.
7. Khasaki M, AazamMF. Emamghoreishi M. 2005. Coriandrum sativum: evaluation of its anxiolytic effect in the elevated plus-maze. Journal of Ethnopharmacology.

มะตูมชื่อวงศ์: RUTACEAEชื่อวิทยาศาสตร์: Aegle marmelos (L.) Corrêa ex Roxb.ชื่อพ้อง: Belou marmelos (L.) Lyons, Bilacus ...
22/09/2020

มะตูม
ชื่อวงศ์: RUTACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์: Aegle marmelos (L.) Corrêa ex Roxb.
ชื่อพ้อง: Belou marmelos (L.) Lyons, Bilacus marmelos (L.) Kuntze, Crateva marmelos L., Cra teva religiosa Ainslie, Feronia pellucida Roth
ชื่อท้องถิ่น: กะทันตาเถร, ตุ่มตัง (ปัตตานี), พะโนงค์ (เขมร), มะปิน (ภาคเหนือ), มะปีส่า (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ: Bael fruit tree, Bengal quince, Bilak, Bili, Golden apple, Stone apple, Wood apple

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: เป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 6-12 ม. โคนต้นและกิ่งก้านมีหนามยาว แข็ง หนามเดี่ยวหรือเป็นคู่ ใบ เป็นใบประกอบ เรียงสลับ มีใบย่อย 3 ใบ ใบย่อยรูปรีหรือรูปไข่แกมรูปใบหอก ขอบหยักซี่ฟันและเป็นคลื่น เกลี้ยง เนื้อบาง เมื่อส่องดูจะเห็นจุดโปร่งแสงอยู่ทั่วไป ดอก ออกเป็นกระจุก มี 2-3 ดอก หรือเป็นช่อแบบช่อกระจะ ตามกิ่งหรือซอกใบ ยาว 4-5 ซม. ดอกสมบูรณ์เพศ มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยง 4 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกรูปสามเหลี่ยม ร่วงง่าย กลีบดอก 4 กลีบ สีขาวอมเขียว เกสรเพศผู้จำนวนมาก สีขาว ติดรอบจานฐานรองดอก รังไข่เหนือวงกลีบ ผล แบบผลมีเนื้อหนึ่งถึงหลายเมล็ด รูปค่อนข้างกลม ผิวเรียบและแข็ง เนื้อผลมีลักษณะใส เหนียว เมล็ด แบนมีขนอ่อนนุ่มปกคลุม เยื่อหุ้มเมล็ดสีขาว

การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย: พบได้ทั่วไปในทุกภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้

การกระจายพันธุ์ในต่างประเทศ: พบได้ใน อินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน บังกลาเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

นิเวศวิทยา: พบตามป่าเบญจพรรณ หรือป่าที่มีลักษณะแห้งแล้ง

การใช้ประโยชน์: ไม้มะตูมใช้ทำตัวเกวียน เพลาเกวียน หวี และเครื่องดนตรี ยางจากผลดิบใช้ผสมสี ทาแทนกาว เปลือกและผลดิบนำมาบดละเอียดให้สีเหลืองใช้ย้อมผ้า เนื้อในผลสุกนิยมรับประทานเป็นของหวาน เชื่อม หรือตากแห้งเพื่อนำมาต้มน้ำ ใบอ่อนนิยมรับประทานเป็นผัก

สรรพคุณ: มะตูมมีสรรพคุณบำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ แก้ท้องเสีย แก้บิด ขับลม บำรุงธาตุไฟ บำรุงกำลัง และแก้ไข้

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
- จากการสำรวจสมุนไพรพื้นบ้านที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยหมอพื้นบ้าน และผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเพื่อรักษาอาการท้องร่วงในเมือง West Bank ประเทศปาเลสไตน์พบว่ามีการใช้มะตูมในการรักษาถึง 95%
- จากงานวิจัยองค์ประกอบที่มีฤทธิ์รักษาโรคในระยะต่าง ๆ ของมะตูมพบว่า ในผลดิบของมะตูมมีสารแทนนินในประมาณที่เหมาะสมกับการช่วยบรรเทาอาการท้องร่วงได้
- ผลงานวิจัยสารสกัดจากใบมะตูมในหนูขาวที่เป็นโรคเบาหวานพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และพบว่า ใบมะตูมช่วยปกป้องตับที่กระตุ้นให้เกิดความเป็นพิษด้วยแอลกอฮอล์ได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่าสารสกัดจากใบมะตูมสามารถช่วยลดการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด เช่น เซลล์มะเร็งปอด เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง
1.กมลทิพย์ ประเทศ. (พ.ศ. ๒๕๔๓). เข้าถึงได้จาก ฐานข้อมูลข้อมูลท้องถิ่น สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร: https://arit.kpru.ac.th/ap/rlocal/index.php/2014-06-12-08-32-11/48-2014-06-12-08-29-53/herbalmedicine-kamphaeng/1080-aegle-marmelos
2.กัญจนา ดีวิเศษ (บรรณาธิการ). (2547). เภสัชกรรมแผนไทย. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ตำราการแพทย์แผนไทย สถาบันส่งเสริมการแพทย์แผนไทย มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา.
3.คณะอนุกรรมการจัดทำตำราอ้างอิงยาสมุนไพรไทย ในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย. (พ.ศ. ๒๕๕๘). ตำราอ้างอิงยาสมุนไพรไทย เล่ม ๒ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาศมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ ๖๐ พรรษา. กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).
4.ชยันต์ พิเชียรสุนทร. (พ.ศ. ๒๕๕๘). คำอธิบาย ตำราโอสถพระนารายณ์ ฉบับเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษามหาราชา ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒. ใน แม้นมาส ชวลิต และวิเชียร จีรวงส์ ชยันต์ พิเชียรสุนทร. กรุงเทพฯ: อมรินทร์ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
5.ดรุณ เพ็ชรพลาย, และชาตรี ชาญประเสริฐ ณุฉัตรา จันทร์สุวานิตย์. (2548). พืชสมุนไพรในประเทศไทย ตอนที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.
6.ธนิดา ขุนบุญจันทร์ (บรรณาธิการ). (2554). สมุนไพรพื้นบ้านลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้าน. กรุงเทพมหานคร: สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย.
7.ปริทรรศน์ ไตรสนธิ, ปรัชญา ศรีสง่า และอังคณา อินตา ชูศรี ไตรสนธิ. (พ.ศ. ๒๕๖๑). พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ศาสตร์แห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น. เชียงใหม่: องค์การสวนพฤกษศาสตร์ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
8.พ.ญ.พิสุทธิพร ฉ่ำใจ. (พ.ศ. ๒๕๔๙). สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์เพื่อการนำมาใช้ ALL ABOUT HERBS: Qualities and Usefulness. กรุงทพฯ: ต้นธรรม สำนักพิมพ์.
9.พ.ญ.พิสุทธิพร ฉ่ำใจ. (ม.ป.ป.). สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์เพื่อการไปใช้. กรุงเทพมหานคร: ต้นธรรม สำนักพิมพ์.
10.พญ. นันทิสา โชติรสนิรมิตร. (พฤศจิกายน-ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐). เข้าถึงได้จาก CAB NEWSLETTERS:https://www.rihes.cmu.ac.th/cab/wp-content/uploads/2017/12/CAB-117.pdf
11.พรทิพย์ เติมวิเศษ และคณะ (บรรณาธิการ). (2555). ประมวลสรรพคุณสมุนไพรไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
12.พรทิพย์ เติมวิเศษ และธนาธิป ฉิมแพ. (2560). ประมวลสรรพคุณสมุนไพรไทย เล่ม 2. กรุงเทพมหานคร: แมกเนท สโตร์.
13.วินัย สมประสงค์, พงษ์ศักดิ์ พลตรี, ปราโมทย์ ไตรบุญ, กาญจนา พฤษพันธ์, วิลาสินี ปานอินทร์ วัชรี ประชาศรัยสรเดช. (2548). ผักพื้นเมืองเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 50 พรรษา 2 เมษายน 2458. กรุงเทพมหานคร: กลุ่มวิจัยเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืช กองคุ้มครองพืช กรมวิชาการเกษตร.
14.สมุนไพรสำหรับงานสารารณสุขมูลฐาน ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ และศูนย์สมุนไพรทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2551). สมุนไพรสำหรับงานสารารณสุขมูลฐาน. กรุงเทพมหานคร: สมุนไพรสำหรับงานสารารณสุขมูลฐาน ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ และศูนย์สมุนไพรทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
15.สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2557). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพรรณพืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
16.สุภาภรณ์ ปิติพร. (2557). บันทึกของแผ่นดิน 7 สมุนไพร ดูแล แม่หญิง. ปราจีนบุรี: มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในพระราชอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี.
17.อัญชลี จูฑะพุทธิ, พรทิพย์ เติมวิเศษ, เบญจมา บุญเติม (บรรณาธิการ). (พ.ศ. ๒๕๕๗). ยาสมุนไพรที่ใช้ในสาธาณสุขมูลฐานในอาเซียน. (ภาษาไทยโดย นันทนา สิทธิชัย, ผู้แปล) กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
18.Alhaider AA, Mossa JS, Al-Sohaibani MO, Rafatullah S, Qureshi S. Al-Mofleh IA. (2006). Protection of gastric mucosal damage by Coriandrum sativum L. pretreatment in Wistar albino rats. Environmental Toxicology and Pharmacology 2006.
19.Khasaki M, AazamMF. Emamghoreishi M. (2005). Coriandrum sativum: evaluation of its anxiolytic effect in the elevated plus-maze. Journal of Ethnopharmacology.
20.Ola Ibrahim Ayesh, Cynthia Anderson Nidal Amin Jaradat. (2016). Ethnopharmacological survey about medicinal plants utilized by herbalists and traditional practitioner healers for treatments of diarrhea in the West Bank/Palestine. Journal of Ethnopharmacology, 57-66.
21.Parul Singh, Ranjana Mehrotra Nisha Yadav. (2011). Determination of Some Ethnomedicinally Important Constituents of Aegle marmelos Fruit During Different Stages of Ripening. Chinese Journal of Natural Medicines , 204-209.
22.The Plant List (2013). Version 1.1. (7th August 2020). เข้าถึงได้จาก http://www.theplantlist.org/

ยอชื่อวงศ์: RUBIACEAEชื่อวิทยาศาสตร์: Morinda citrifolia L.ชื่อพ้อง: Belicea hoffimannioides Lundell, Morinda aspera Wig...
22/09/2020

ยอ
ชื่อวงศ์: RUBIACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์: Morinda citrifolia L.
ชื่อพ้อง: Belicea hoffimannioides Lundell, Morinda aspera Wight & Arn., M. asperula Standl., M. chachuca Buch.-Ham., M. elliptica (Hook. f.) Ridl.
ชื่อท้องถิ่น: ยอ (ภาคกลาง), ยอบ้าน (ภาคกลาง), ยอเถื่อน (ชุมพร), ยอป่า (ภาคเหนือ, สตูล, ตรัง) มะตาเสือ (ภาคเหนือ), แยใหญ่ (กระเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), อุ้มลูกดูหนัง (ภาคใต้)
ชื่อสามัญ: Beach mulberry, Cheese fruit, Indian mulberry

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่มีลำต้นตั้งตรง สูง 5-7 ม. เปลือกต้น เรียบ มีสีน้ำตาลเทา ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีกว้าง กว้าง 6-17 ซม. ยาว 3-4 ซม. โคนแหลม ปลายแหลมหรือมีติ่งแหลมเล็ก ๆ ขอบเรียบ เนื้อใบสีเขียวเป็นมัน แผ่นใบบางเป็นลอน มีหูใบอยู่ระหว่างโคนใบ ดอก ออกเป็นช่อที่ซอกใบหรือตามปลายยอด ขนาดประมาณ 2 ซม. ดอกมีขนาดเล็กสีขาว กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ผล เป็นผลรวม รูปทรงกลมหรือทรงรูปรี ผิวขรุขระเป็นตุ่ม ผลดิบสีเขียว ผลสุกสีขาวแกมเขียวหรือขาวหม่น มีกลิ่นรุนแรง ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมาก

การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย: พบได้ทุกภาคของประเทศไทย

การกระจายพันธุ์ในต่างประเทศ: พบการกระจายพันธุ์ในอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกีนี ทางตอนบนของออสเตรเลีย และหมู่เกาะแฟซิฟิก

นิเวศวิทยา: พบเป็นพืชปลูก เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดจัดหรือปานกลาง

การใช้ประโยชน์: ใบ ภาคกลางใช้เป็นผักรองทำกระทงห่อหมก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนำไปทำแกงอ่อมใบยอ ภาคใต้นำไปทำแกงเผ็ดปลาใส่ขมิ้น ผลแก่ ตำส้ม

สรรพคุณ: ราก รสเฝื่อน เป็นยาระบาย แก้กษัย ผสมยารักษาวัณโรค ต้น รสเฝื่อน ผสมยารักษาวัณโรค ใบ รสขมเฝื่อน รักษาวัณโรค แก้กษัยคั้นน้ำสระผมฆ่าเหา ทาแก้โรคเก๊าต์ ปวดตามข้อนิ้วมือนิ้วเท้า ใบสดย่างไฟหรือปรุงยาประคบแก้ปวดบวม แก้อักเสบ ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ บำรุงธาตุ ดอก รสเฝื่อน ผสมยารักษาโรค ผล รสเผ็ดปร่า แก้คลื่นเหียนอาเจียน เผาเป็นถ่านผสมเกลือเล็กน้อยอมแก้เหงือกเปื่อยเป็นขุมบวม ต้มดื่มขับประจำเดือน ขับเลือดลม ขับลมในลำไส้ ขับผายลม ขับน้ำความปลา แก้เสียงแหบแห้ง แก้ร้อนในอก แก้กษัย ทำน้ำกระสายยา หมกไฟหรือต้มกับน้ำกินเป็นยาบำรุงธาตุ

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง:
- ฤทธิ์ต้านอาการคลื่นไส้อาเจียน จากการศึกษาผลของน้ำลูกยอในการยับยั้งอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมาลาเรีย พบว่า น้ำลูกยอสามารถลดอาการอาเจียนได้ แต่มีประสิทธิ์ภาพน้อยกว่าการใช้เมโทโคลพาไมค์
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สารสกัดรากยอด้วยเมทานอล มีผลต้านอนุมูลอิสระในการทดสอบด้วยเฟอร์ริกไทโอซัยเนต แต่ไม่พบฤทธิ์ดังกล่าวในสารสกัดจากผลและใบ และจากการทดสอบฤทธิ์ต้านการเกิดอนุมูลซูเปอร์ออกไซด์แอนอิออนของน้ำผลยอ (น้ำโนนิ) โดยใช้เทคนิคบลูเตเตราโซเลียม พบว่าน้ำโนนิมีฤทธิ์ต้านการเกิดอนุมูลอิสระในการทดสอบดังกล่าวในระดับดี
- ฤทธิ์ต้านอักเสบและฤทธิ์ลดปวด สารสกัดจากน้ำโนนิมีผลต้านการอักเสบในการทดสอบทั้งในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลองด้วยโมเดลต่าง ๆ เช่น การทดสอบฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ซัยโคลออกซิจีเนส (COX-1 และ COX-2) และการทดสอบการบวมของอุ้งเท้าหนูทดลอง ผลการลดอาการปวดในสัตว์ทดลองทั้งในโมเดลการวัดกระดูก และการใช้เตาร้อน พบว่าสารสกัดจากรากยอมีฤทธิ์ลดปวดได้ โดยสัตว์ทดลองไม่แสดงอาการพิษ
- ฤทธิ์ความเป็นพิษต่อเซลล์; สารสกัดจากน้ำโนนิมีผลกระตุ้นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น T-cell, thymocytes และ macrophages ซึ่งทำหน้าที่ผลิต cytokines ที่สำคัญต่อการยับยั้งเซลล์มะเร็งและมีผลกระตุ้นการหลั่ง cytokines เพื่อช่วยยับยั้งวงจรชีวิตเซลล์มะเร็ง อนุพันธ์อิริดอยด์ที่พบในใบยอและผลยอมีผลยับยั้งการทำงานของโปรตีนที่กระตุ้นการเจริญของเซลล์เนื้องอก และกระบวนการเปลี่ยนแปลงรูปของเซลล์เนื้องอก
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ สารสกัดจากยอมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด เช่น Staphylococcus aureus, Pseudomonas aeruginosa, Proteus morgaii, Bacillus subtilis, Escherichia coli, Helicobacter pylori, Mycobacterium tubercurosis, Salmonella และ Shigella
- ความเป็นพิษ ผลการศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดจากผลยอ พบว่าขนาดของสารสกัดที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่ง อยู่ในช่วง 0.75-1 กรัมต่อกิโลกรัม

เพิ่มเติม: ยอมีชื่ออีกอย่างว่า “อุ้มลูกดูหนัง” ในอดีตนิยมใช้ยอกับผู้หญิงหลังคลอดลูกใหม่ๆ ซึ่งจะอ่อนระโหยโรยแรงลุกไม่ขึ้น หมอตำแยจะต้มแก่นยอให้กิน ก็เลยมีเรี่ยวแรงอุ้มลูกที่เพิ่งเกิดใหม่ไปดูหนังที่มาเล่นอยู่ใกล้บ้านได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “อุ้มลูกดูหนัง”

เอกสารอ้างอิง
1. กัญจนา ดีวิเศษ (บรรณาธิการ). 2547. เภสัชกรรมแผนไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. บริษัท สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด, กรุงเทพฯ.
2. ณุฉัตรา จันทร์สุวานิชย์, ดรุณ เพ็ชรพลาย และ ชาตรี ชาญประเสริฐ. 2548. พืชสมุนไพรในประเทศไทย ตอนที่ 2. พิมพ์ครั้งที่ 3. โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์, กรุงเทพฯ.
3. ธนิดา ขุนบุญจันทร์ (บรรณาธิการ). 2554. สมุนไพรพื้นบ้านลดความเสี่ยงโรคเบาหวานตามภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้าน. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, กรุงเทพฯ.
4. พรทิพย์ เติมวิเศษ, บุษราภรณ์ ธนสีลังกูร, ธนาธิป ฉิมแพ และ ขวัญเรือน จันที. 2555. ประมวลสรรพคุณสมุนไพรไทย. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, กรุงเทพฯ.
5. ราชันย์ ภู่มา. 2559. สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา. โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กรุงเทพฯ.
6. วัชรี ประชาศรัยสรเดช (บรรณาธิการ). 2548. ผักพื้นเมืองเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 50 พรรษา 2 เมษายน 2548. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, กรุงเทพฯ.
7. สุภาภรณ์ ปิติพร (บรรณาธิการ). 2557. บันทึกของแผ่นดิน 7 สมุนไพร ดูแลแม่หญิง. บริษัท ปรมัตถ์การพิมพ์ จำกัด, กรุงเทพฯ.
8. สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันท์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กรุงเทพฯ.

ที่อยู่

693 ชั้น4 อาคารสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย ถนนบำรุงเมือง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
Bangkok
10100

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

022243265

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พิพิธภัณฑ์สมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

เว็บไซด์ www.weifothailand.com
แชมพูสมุนไพรมะกรูด อัญชัน ย่านาง...บำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวยแข็งแรง