กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประวัติกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

จากการพัฒนาของประเทศในด้านต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผานมา เช่น การทำการประมง อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การพัฒนาแหล่งชุมชนและอื่นๆ ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมาก ก่อให้เกิดการเลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อความเสื่อมโทรมของทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการใช้ที่ดินชายฝั่งทะเลมาก จนเกิดความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างรุนแรง พื้นที่ป่าชายเลนลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากการบุกรุกและเปลี่ยนแปลงสภาพเพื่อประโยชน์ในด้านอื่นๆ แหล่งปะการังและหญ้าทะเลอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ประกอบกับสภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำเสื่อมโทรม ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตและขยายพันธ์ของสัตว์น้ำ ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ลดลงอย่างมาก

ด้วยความตระหนักว่าการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีเอกภาพ ขาดการบูรณาการและไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง หรือมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ จึงได้มีการปฏิรูประบบราชการและมีพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 กำหนดให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการจัดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้ถูกจัดตั้งขึ้น โดยรวมงานที่เกี่ยวข้องในด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จากกรมประมง กรมป่าไม้ และกรมพัฒนาที่ดินในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาอยู่ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีภารกิจในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะพื้นที่ดินชายทะเล ป่าชายเลน แนวปะการัง หญ้าทะเลและสัตว์ทะเล เพื่อให้กิดความสมดุลและเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน
(1197)

เปิดเหมือนปกติ

สวัสดี พี่น้องเครือข่ายอนุรักษ์ทะเลไทยทะเลไทย สวยทุกวัน#รักษ์ทะเล #ทะเลและชายฝั่ง ‪#สมบัติอันล้ำค่าร่วมรักษาให้ยั่งยืน‬ ...
13/05/2021

สวัสดี พี่น้องเครือข่ายอนุรักษ์ทะเลไทย

ทะเลไทย สวยทุกวัน
#รักษ์ทะเล #ทะเลและชายฝั่ง ‪#สมบัติอันล้ำค่าร่วมรักษาให้ยั่งยืน‬ #dmcrth #พวกเราชาวทะเล #โควิด๑๙เราต้องรอด

สวัสดี พี่น้องเครือข่ายอนุรักษ์ทะเลไทย

ทะเลไทย สวยทุกวัน
#รักษ์ทะเล #ทะเลและชายฝั่ง ‪#สมบัติอันล้ำค่าร่วมรักษาให้ยั่งยืน‬ #dmcrth #พวกเราชาวทะเล #โควิด๑๙เราต้องรอด

"ลาดตระเวนเชิงคุณภาพคุ้มครองทรัพยากรป่าชายเลนคุระบุรี"วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ปฏิบัติ...
13/05/2021

"ลาดตระเวนเชิงคุณภาพคุ้มครองทรัพยากรป่าชายเลนคุระบุรี"
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ เพื่อคุ้มครองป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าชายเลน โดยใช้รถยนต์ตรวจการณ์และเดินเท้าระยะทางประมาณ ๗.๖ กม. ท้องที่บ้านบางครั่ง ม.๓ ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนโครงการกิ่งอำเภอคุระบุรี แปลงที่สาม โดยไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด

"อนุบาลในพื้นที่ธรรมชาติ เพิ่มโอกาสรอดลูกพันธุ์เต่าทะเล"วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ติดตา...
13/05/2021

"อนุบาลในพื้นที่ธรรมชาติ เพิ่มโอกาสรอดลูกพันธุ์เต่าทะเล"
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ติดตามการเจริญเติบโตของลูกเต่าทะเลที่นำมาอนุบาลในกระชัง ในพื้นที่เกาะพระทอง ค.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งมีอายุ ๔ เดือน รวม ๑๒๖ ตัว ภายใต้โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูเต่าทะเลในการมีส่วนร่วมของชุมชน พบลูกเต่ามีสุขภาพดี ทั้งนี้ เมื่อลูกเต่าทะเลโตจนมีขนาดที่เหมาะสมแล้ว จะนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

"สำรวจแหล่งอาศัยพะยูนทะเลสัตหีบ พบแนวหญ้าทะเลมีผลกระทบ"วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนบนฝั่ง...
13/05/2021

"สำรวจแหล่งอาศัยพะยูนทะเลสัตหีบ พบแนวหญ้าทะเลมีผลกระทบ"
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก สำรวจสถานภาพสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ บริเวณหาดอาภากร ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลเพื่อสำรวจร่องรอยการกินหญ้าทะเลของพะยูน พื้นที่ประมาณ ๖๓ ไร่ ในช่วงเวลาที่น้ำลงต่ำสุดของวัน ผลการสำรวจพบหญ้ากุยช่ายทะเลเป็นชนิดเด่น ลักษณะพื้นทะเลเป็นทรายปนโคลนปนเศษเปลือกหอย แต่ไม่พบร่องรอยกินอาหารของพะยูน ทั้งนี้ จะมีการสำรวจครั้งต่อไปอีก โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำทะเล เพื่อวิเคราะห์หาสารพันธุกรรมตกค้างในสิ่งแวดล้อม (Environmental DNA) ซึ่งดำเนินการร่วมกับ ดร. วรธา กลิ่นสวาท และ ดร. วัลลภ ชุติพงศ์ จากห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยาการอนุรักษ์ (CEG: Conservation Ecology Group) คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นอกจากนี้ ในพื้นที่พบกิจกรรมที่ส่งผลต่อแนวหญ้าทะเล ได้แก่ การปล่อยน้ำเสียจากแหล่งชุมชนลงสู่แนวหญ้าทะเล ร่องรอยการทิ้งสมอเรือ การขุดหาหอยในแนวหญ้าทะเล และเศษขยะพลาสติกจำนวนมาก

"บูรณาการสำรวจทะเลหน้าสนามบินอู่ตะเภา พบตะกอนทะเลสีชมพู"วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะวั...
13/05/2021

"บูรณาการสำรวจทะเลหน้าสนามบินอู่ตะเภา พบตะกอนทะเลสีชมพู"
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะวันออก ตรวจสอบคุณภาพภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล บริเวณหน้าสนามบินอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ตามที่ได้รับทราบข่าวชาวประมงพื้นบ้านพบตะกอนสีชมพูพื้นทะเลและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ จากเว็บไซต์ “เดลินิวส์” ผลการหารือร่วมกับ กรมประมงจังหวัด กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๓ ทสจ.ระยอง และ ศร.ชล. ทราบว่าสำนักงานประมงจังหวัดระยอง ส่งตัวอย่างน้ำไปวิเคราะห์ พบว่าเกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอม แต่ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้น้ำทะเลเป็นสีชมพู และยังไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นจึงลงพื้นที่สำรวจพื้นที่เบื้องต้นพบว่าน้ำทะเลและดินตะกอนมีสีปกติ ไม่มีสีชมพู ทั้งนี้ ไม่พบสัตว์น้ำตาย และได้สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและแพลงก์ตอนพืช ๓ สถานี ได้แก่ EOD1 (ห่างจากฝั่ง ๐.๗ กม.) EOD2 (ห่างจากฝั่ง ๒.๐ กม.) และ EOD3 (ห่างจากฝั่ง ๓.๐ กม.) พร้อมทั้งวัดคุณภาพน้ำทั่วไป พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำทะเลชายฝั่งประเภทที่ ๔ เพื่อการนันทนาการ (คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, ๒๕๖๐) นอกจากนั้น กรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างดินตะกอนเพื่อนำไปวิเคราะห์หาสารมลพิษ และจากการสัมภาษณ์ชาวประมง ทราบว่าในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๖.๐๐ น. ได้ออกไปเก็บลอบปู แล้วพบว่าในอวนมีตะกอนและน้ำทะเลมีสีชมพู จึงได้แจ้งไปที่สำนักงานประมงจังหวัดระยอง

"เที่ยวทิพย์ ตามกรมทะเลสำรวจแนวปะการังที่เกาะมันใน"วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะวันออก ...
13/05/2021

"เที่ยวทิพย์ ตามกรมทะเลสำรวจแนวปะการังที่เกาะมันใน"
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะวันออก สำรวจสถานภาพแนวปะการัง โดยวิธี Line intercept transect บริเวณเกาะมันใน จ.ระยอง ๒ จุด ได้แก่ หาดหน้าบ้าน และอ่าวต้นเลียบ พบว่า แนวปะการังที่หาดหน้าบ้านอยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ดีมาก ส่วนที่อ่าวต้นเลียบอยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง และยังไม่พบปะการังฟอกขาว ปะการังชนิดเด่นคือ ปะการังโขด (Porites lutea.) ปะการังสมองร่องยาว (Platygyra sp.) และปะการังวงแหวน (Favia sp.) โรคบนปะการังที่มีชีวิตพบ ๔ รูปแบบ ได้แก่ โรคเนื้องอกสีชมพู (Trematodiasis) โรคที่เกิดแล้วปรากฏเม็ดสี (Pigmentation response) โรคที่เกิดจากสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงทำให้ปะการังฟอกขาว เป็นจุด เส้น และรูปแบบที่ไม่แน่นอน (Focal Bleaching and Non Focal Bleaching) และโรคการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ (Growth anomalie) ส่วนปัจจัยที่รบกวนสุขภาพปะการังมี ๒ รูปแบบ คือ การทับถมของตะกอนในบางส่วนของโคโลนี (Sediment Damage) และการกัดแทะของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแนวปะการัง (Predation; PRD) กลุ่มปลาชนิดเด่น ได้แก่ Family กลุ่มปลาสลิดหิน (Pomacentridae) ปลาสลิดหินเทาหางพริ้ว (Neopomacentrus filamentosus) รองลงมาคือ Family กลุ่มปลากล้วย (Caesionidae) ได้แก่ ปลากล้วยหลังเหลือง (Caesio teres) และFamily กลุ่มปลานกขุนทอง (Labridae) ได้แก่ ปลานกขุนทอง (Halichoeres nigriscens)

"ยกระดับการคุ้มครองทะเลบ้านหลวงโป๊ะ ติดตั้งทุ่นทะเลบางละมุง"วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๒ (ชลบุรี) ...
13/05/2021

"ยกระดับการคุ้มครองทะเลบ้านหลวงโป๊ะ ติดตั้งทุ่นทะเลบางละมุง"
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๒ (ชลบุรี) ร่วมกับกรมประมง เทศบาลตำบลบางละมุง และกลุ่มชุมชนชายฝั่งบ้านโรงโป๊ะ ติดตั้งทุนแนวเขตการอนุรักษ์ ๒๕ ชุด บริเวณชายฝั่งทะเลบ้านหลวงโป๊ะ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อจัดตั้งเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำของชุมชนโดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนชายฝั่งเป็นอย่างดี

"พายุผ่านช่วยลดความร้อนน้ำทะเลระยอง ช่วยปะการังไม่ฟอกขาว"วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะว...
13/05/2021

"พายุผ่านช่วยลดความร้อนน้ำทะเลระยอง ช่วยปะการังไม่ฟอกขาว"
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยฝั่งตะวันออก สำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำทะเล โดยใช้อุปกรณ์วัดอุณหภูมิน้ำทะเล (Data logger) บริเวณท่าเรือเกาะมันใน อ.แกลง จ.ระยอง ผลการติดตามพบว่าในช่วงวันที่ ๗-๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ อุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณสถานีท่าเรือเกาะมันในสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคมเป็นต้นมา โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓๑.๖๙±๐.๓๗ องศาเซลเซียส และพบว่าอุณหภูมิของน้ำทะเลยังคงมีค่าเฉลี่ยสูงเกินกว่า ๓๑.๐ องศาเซลเซียส ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดปะการังฟอกขาวในบริเวณดังกล่าวได้ และข้อมูลภาพดาวเทียมแสดงแนวโน้มอุณหภูมิของน้ำทะเลและการแจ้งเตือนปะการังฟอกขาว (NOAA Satellite and Information Service, Coral Reef Watch) ได้ประเมินแนวโน้มการเกิดปะการังฟอกขาวในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ พบว่าพื้นที่บริเวณชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกของประเทศไทย มีแนวโน้มความเสี่ยงในการเกิดปะการังฟอกขาวลดลง และอยู่ในเกณฑ์ที่ควรเฝ้าระวังเท่านั้น ซึ่งอาจเกิดจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ ๕-๗ พฤษภาคมที่ผ่านมา จึงทำให้การประเมินแนวโน้มอุณหภูมิของน้ำทะเลลดลง ส่วนค่าคุณภาพน้ำทะเลทั่วไปอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ ๒ เพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง

"พาสำรวจสถานภาพแนวปะการังบริเวณกองหินใต้น้ำ ทะเลชุมพร"วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนกลาง สำ...
13/05/2021

"พาสำรวจสถานภาพแนวปะการังบริเวณกองหินใต้น้ำ ทะเลชุมพร"
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนกลาง สำรวจสถานภาพทรัพยากรปะการังบริเวณกองหินในเขต อ.ละแม จ.ชุมพร ๓ แห่ง ได้แก่ หินคันธุลี หินพุ่ม และหินเจนทะเล โดยวิธีดำน้ำลึก Line-Intercept Transect ผลการสำรวจที่ระดับความลึกน้ำทะเล ๓-๑๒ เมตร อุณหภูมิน้ำประมาณ ๓๑ องศาเซลเซียส ทัศนวิสัยใต้น้ำ ๕-๑๐ เมตร ปะการังกลุ่มเด่น ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังช่องเล็ก (Montipora sp.) ปะการังวงแหวน (Favia sp.) ปะการังสมองใหญ่ (Symphyllia sp.) ปะการังสมองร่องยาว (Platygyra sp.) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) ปะการังดอกไม้ทะเล (Goniopora sp.) ปะการังลายดอกไม้ (Pavona sp.) ส่วนสัตว์ในแนวปะการังที่พบส่วนใหญ่ได้แก่ เม่นดำหนามยาว (Diadema setosum) ทากเปลือยโจรันนา (Jorunna funebris) และบางพื้นที่มีตะกอนปกคลุมบนปะการัง และพบขยะในแนวปะการรัง เช่น เศษอวน และเชือก ส่วนกลุ่มโรคปะการังที่พบ เช่น โรคจุดชมพู เป็นต้น

"เที่ยวทะเลให้ปลอดภัย ระวังภัยจากสัตว์ทะเล : การตำ/แทง"หยุดยาวๆ แบบนี้ หลายท่านอาจเดินทางไปเที่ยวทะเลกันบ้าง เพื่อความปล...
13/05/2021

"เที่ยวทะเลให้ปลอดภัย ระวังภัยจากสัตว์ทะเล : การตำ/แทง"
หยุดยาวๆ แบบนี้ หลายท่านอาจเดินทางไปเที่ยวทะเลกันบ้าง เพื่อความปลอดภัยทางทะเล กรม ทช. ขอแนะนำสัตว์ทะเลที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวในรูปแบบการแทง ทิ่ม หรือตำ เช่น ปลาดาวหนาม เม่นทะเล ปลากระเบน ปลาดุกทะเล ปลาสิงโต และปลากะรังหัวโขน เป็นต้น
Ref. #ฐานข้อมูลสัตว์ทะเลมีพิษ https://km.dmcr.go.th/th/c_265
#รักษ์ทะเล #ทะเลและชายฝั่ง ‪#สมบัติอันล้ำค่าร่วมรักษาให้ยั่งยืน‬ #dmcrth

"เที่ยวทะเลให้ปลอดภัย ระวังภัยจากสัตว์ทะเล : การตำ/แทง"
หยุดยาวๆ แบบนี้ หลายท่านอาจเดินทางไปเที่ยวทะเลกันบ้าง เพื่อความปลอดภัยทางทะเล กรม ทช. ขอแนะนำสัตว์ทะเลที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวในรูปแบบการแทง ทิ่ม หรือตำ เช่น ปลาดาวหนาม เม่นทะเล ปลากระเบน ปลาดุกทะเล ปลาสิงโต และปลากะรังหัวโขน เป็นต้น
Ref. #ฐานข้อมูลสัตว์ทะเลมีพิษ https://km.dmcr.go.th/th/c_265
#รักษ์ทะเล #ทะเลและชายฝั่ง ‪#สมบัติอันล้ำค่าร่วมรักษาให้ยั่งยืน‬ #dmcrth

“ยึดเพิ่มอีก ลอบพับได้ ชายฝั่งทะเลคลองโคน”วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๖.๐๐ น. กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๘ (สมุทรสาคร) น...
13/05/2021

“ยึดเพิ่มอีก ลอบพับได้ ชายฝั่งทะเลคลองโคน”
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๖.๐๐ น. กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๘ (สมุทรสาคร) นำเรือ ทช.๓๑๐ ออกปฏิบัติงานตรวจตราป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายประมง ขณะออกตรวจพบเครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ ๔๗ ชุด ห่างจากฝั่ง ๗๐๐ เมตร บริเวณชายฝั่งทะเล ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงยึดเครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ ซึ่งมีช่องทางเข้าออกของสัตว์น้ำ สลับซ้ายขวา อยู่ทางด้านข้างใช้สำหรับดักสัตว์น้ำ ซึ่งมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.๒๕๕๘ ตาม ม.๖๗ (๒) และพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่๒) พ.ศ.๒๕๖๐ (ฉบับแก้ไข) จึงนำส่งของกลางที่ สภ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ขยะมาก เร่งเก็บออกจากแม่น้ำระยองก่อนออกทะเล”วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๑ (ระยอง) นำเรือ ทช. และเร...
13/05/2021

“ขยะมาก เร่งเก็บออกจากแม่น้ำระยองก่อนออกทะเล”
วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๑ (ระยอง) นำเรือ ทช. และเรือท้องแบน เก็บขยะที่ตกค้างในพื้นที่ป่าชายเลน และแนวทุ่นกักขยะ บริเวณพื้นที่โครงการป่าในเมืองจังหวัดระยอง "ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง" ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ได้ขยะรวม ๔๑๘ กก. เมื่อคัดแยกตามแบบฟอร์มบันทึกข้อมูล ICC Card พบว่าขยะส่วนใหญ่เป็น ขวดน้ำพลาสติก ถุงพลาสติก ขวดแก้ว รองเท้า และของใช้ประจำวัน จากนั้นนำขยะไปรีไซเคิลเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนต่อไป

13/05/2021
ประทับใจ ชื่นชมเรือประมงบ้านน้ำเค็มปล่อยพี่จุดคืนทะเล

“ประทับใจ ชื่นชมเรือประมงบ้านน้ำเค็มปล่อยพี่จุดคืนทะเล”
จากข้อมูลเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เรือประมงชื่อ สิริกัญญา บ้านน้ำเค็ม จ.พังงา พบปลาฉลามวาฬติดในอวนในขณะที่กำลังทำการประมง จึงช่วยกันปล่อยคืนปลาฉลามวาฬกลับคืนสู่ทะเลได้อย่างปลอดภัย

สวัสดี พี่น้องเครือข่ายอนุรักษ์ทะเลไทยสวนสนประดิพัทธ์ หรือสวนสน เป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อว่าสวยและสะอาดที่สุดจุดหนึ่งของเมือ...
13/05/2021

สวัสดี พี่น้องเครือข่ายอนุรักษ์ทะเลไทย

สวนสนประดิพัทธ์ หรือสวนสน เป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อว่าสวยและสะอาดที่สุดจุดหนึ่งของเมืองหัวหิน โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ของกองทัพบกดูแล ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาในพื้นที่ชายหาด เพื่อพักผ่อนหย่อนใจได้
#รักษ์ทะเล #ทะเลและชายฝั่ง ‪#สมบัติอันล้ำค่าร่วมรักษาให้ยั่งยืน‬ #dmcrth #สวนสน

สวัสดี พี่น้องเครือข่ายอนุรักษ์ทะเลไทย

สวนสนประดิพัทธ์ หรือสวนสน เป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อว่าสวยและสะอาดที่สุดจุดหนึ่งของเมืองหัวหิน โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ของกองทัพบกดูแล ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาในพื้นที่ชายหาด เพื่อพักผ่อนหย่อนใจได้
#รักษ์ทะเล #ทะเลและชายฝั่ง ‪#สมบัติอันล้ำค่าร่วมรักษาให้ยั่งยืน‬ #dmcrth #สวนสน

“ต่อยอดกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนมดตะนอย ฟื้นฟูทะเล”วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๗ (ตรัง) ติดตามโค...
12/05/2021

“ต่อยอดกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนมดตะนอย ฟื้นฟูทะเล”
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๗ (ตรัง) ติดตามโครงการพัฒนาฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งและสิ่งแวดล้อมทางทะเลของกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนมดตะนอย ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณงบเงินอุดหนุนชุมชนชายฝั่งจากกรม ทช. ตามปีงบประมาณ ๒๕๖๔ โดยโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดกิจกรรมของกลุ่มในการร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติริมชายฝั่งของชุมชน โดยเฉพาะกิจกรรมเพาะและขยายพันธุ์หญ้าทะเล ธนาคารปูและหมึก เพื่อปลูกฟื้นฟูและขยายพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งหญ้าทะเลและชายฝั่งทะเลของชุมชนมดตะนอย จ.ตรัง

“จับมือประมงสมุทรสาคร เตรียมขึ้นทะเบียนชุมชนชายฝั่ง”วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๘ (สมุทรสาคร) ร่วมก...
12/05/2021

“จับมือประมงสมุทรสาคร เตรียมขึ้นทะเบียนชุมชนชายฝั่ง”
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๘ (สมุทรสาคร) ร่วมกับประมงจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพกลุ่มชุมชนชายฝั่ง รับฟังความคิดเห็นการเลี้ยงหอยแมลงภู่ ในเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภทการเพาะเลี้ยงหอยทะเล พ.ศ.๒๕๖๐ โดยมี นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สมุทรสาคร เป็นประธาน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มชุมชนชายฝั่งใน ต.นาโคก และ ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ในการเลี้ยงหอยแมลงภู่ ตามประกาศคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีข้อสรุป ให้ชุมชนชายฝั่งจัดตั้งกลุ่มชุมชนชายฝั่ง เพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ สำนักงาน ทช.ที่๘ ได้ชี้แจง ขั้นตอนการจดขึ้นทะเบียนชุมชนชายฝั่ง ตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้กับชุมชนชายฝั่งในพื้นที่ทราบ

12/05/2021
นาทีที่งดงาม พบพะยูนว่ายหากินหญ้าทะเลข้างเกาะระ ทะเลคุระบุรี

"นาทีที่งดงาม พบพะยูนว่ายหากินหญ้าทะเลข้างเกาะระ ทะเลคุระบุรี"
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ปฏิบัติงานคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณพื้นที่ อ.คุระบุรี จ.พังงา ในระหว่างการลาดตระเวนบริเวณแหลมไม้ตาย อ.คุระบุรี จ.พังงา พบพะยูน ว่ายน้ำหากินและขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ ๑ ตัว ความยาวประมาณ ๒ เมตร น้ำหนักประมาณ ๒๐๐ กก. คาดว่าพะยูนเข้ามาหากินหญ้าทะเลในบริเวณนี้ ซึ่งกรม ทช. จะได้ประชาสัมพันธ์และเฝ้าระวังความปลอดภัยจากเรือประมงที่สัญจรในเส้นทางดังกล่าวต่อไป
#dmcrth #พะยูน #สัตว์สงวน #เกาะระ

"ลาดตะเวนป่าชายเลนเขตทะเลคุระบุรี สถานการณ์ดีไม่มีบุกรุก"วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ลาดต...
12/05/2021

"ลาดตะเวนป่าชายเลนเขตทะเลคุระบุรี สถานการณ์ดีไม่มีบุกรุก"
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ลาดตระเวนเชิงคุณภาพเพื่อป้องกันรักษาป่าชายเลน ท้องที่บ้านบางเอียง ม.๙ ต.บางวัน บ้านบางแดด ม.๗ และบ้านทุ่งรัก ม.๖ ต.แม่นางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนโครงการกิ่งอำเภอคุระบุรี แปลงที่สาม ระยะทางรวม ๑๐.๗ กม. เหตุการณ์ทั่วไปปกติ ไม่พบการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนแต่อย่างใด

"ลาดตะเวนป่าควนโต๊ะหลาและป่าแหลมซำ ป่าชายเลนสมบูรณ์ดี"วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ลาดตระเ...
12/05/2021

"ลาดตะเวนป่าควนโต๊ะหลาและป่าแหลมซำ ป่าชายเลนสมบูรณ์ดี"
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) ลาดตระเวนเชิงคุณภาพเพื่อป้องกันรักษาป่า บริเวณท้องที่บ้านเจ้าขรัว ม.๓ ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและป่าแหลมซำ และเขตป่าชายเลนตามมติ ค.ร.ม. ๑๕ ธ.ค. ๒๕๓๐ มติ ค.ร.ม. ๒๒ ส.ค. ๒๕๔๓ และ ๑๗ ต.ค. ๒๕๔๓ ระยะทางรวม ๒.๙๘ กม. เหตุการณ์ทั่วไปปกติ ไม่พบการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนแต่อย่างใด

“ตรวจเรือประมงชลบุรีและแปดริ้ว เอกสารครบตามระเบียบ IUU”วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๒ (ชลบุรี) นำเรื...
12/05/2021

“ตรวจเรือประมงชลบุรีและแปดริ้ว เอกสารครบตามระเบียบ IUU”
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๒ (ชลบุรี) นำเรือ ทช.๑๐๒ ตรวจตราพื้นที่ตามมาตรการป้องกันและปราบปราม รองรับแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายไร้การควบคุม (IUU) ทะเลฉะเชิงเทราและชลบุรี รวม ๑๐ ลำ เป็นเรืออวนลากแผ่นตะเฆ่ เรืออวนลากคานถ่าง และเรืออวนลากคู่ ผลการตรวจสอบมีเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ไม่พบความผิดตามกฎหมาย จึงประชาสัมพันธ์การทำประมงที่ถูกกฎหมายโดยไม่ให้ละเมิดกฎหมายทะเลต่างๆ รวมทั้งการบริหารจัดการขยะทะเล

"น้องเต่าตนุหาดราไวย์ยังรอฟัก สถานการณ์ทั่วไปปลอดภัยดี"วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๑๐ (กระบี่) และศ...
12/05/2021

"น้องเต่าตนุหาดราไวย์ยังรอฟัก สถานการณ์ทั่วไปปลอดภัยดี"
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๑๐ (กระบี่) และศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามันตอนบน ร่วมกับเทศบาลตำบลราไวย์ ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความสงบประจำหมู่บ้าน ปฏิบัติงานศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่าทะเล หาดแหลมไผ่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยจัดเวรยามเฝ้าระวังดูแลป้องกันรังไข่เต่า เพื่อให้ปลอดภัยจากอันตรายหรือผลกระทบตลอดช่วงเวลาการฟักไข่จนเป็นตัวโดยวิธีธรรมชาติประมาณ ๕๐-๖๐ วัน ต่อเนื่อง และเดินลาดตระเวนช่วยเหลือการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล (เดินเต่า) ในพื้นที่

"พาสำรวจชายฝั่งหาดอ่าวเคย อ่าวคลองเรียน ทะเลพังงา สวยสงบเงียบ"วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา)...
12/05/2021

"พาสำรวจชายฝั่งหาดอ่าวเคย อ่าวคลองเรียน ทะเลพังงา สวยสงบเงียบ"
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) สำรวจพื้นที่ตามระบบหาดในเขต จ.พังงา ๒ พื้นที่ โดย (๑) หาดอ่าวคลองเรียน (T7D๑๙๘) ท้องที่ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง ลักษณะหาดทรายสีน้ำตาลอ่อน เม็ดทรายละเอียด พบกากแร่สีดำปนอยู่กับทรายชายหาด น้ำทะเลใส กระแสน้ำชายฝั่งไหลไปทางทิศใต้ อุณหภูมิชายหาด ๓๒.๒ องศาเซลเซียส ความเร็วลม ๓.๙ กม./ชม. ลักษณะคลื่นเป็นคลื่นงัด อัตราคลื่นกระทบฝั่ง ๕ ครั้ง/นาที สภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใส ขยะชายหาดที่มากับน้ำทะเลพบเล็กน้อย การใช้ประโยชน์ชายฝั่งใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ มีร้านค้าขายอาหาร ไม่พบนักท่องเที่ยว ไม่พบการกัดเซาะชายฝั่งหรือโครงสร้างป้องกัน​การกัดเซาะ​ชายฝั่ง (๒) หาดอ่าวเคย (T7C๑๗๖) ท้องที่ ต.คุระ อ.คุระบุรี ลักษณะหาดทรายสีน้ำตาลเข้ม เม็ดทรายละเอียด น้ำทะเลขุ่นเล็กน้อย กระแสน้ำชายฝั่งไหลไปทางทิศใต้ อุณหภูมิชายหาด ๓๔.๔ องศาเซลเซียส ความเร็วลม ๑๑.๘ กม./ชม. ลักษณะคลื่นเป็นคลื่นงัด อัตราคลื่นกระทบฝั่ง ๗ ครั้ง/นาที สภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใส ขยะชายหาดที่มากับน้ำทะเลพบเล็กน้อย การใช้ประโยชน์ชายฝั่งเป็นสถาน​ที่ท่องเที่ยวพักผ่อน​หย่อน​ใจ มีร้านค้าขายอาหาร และพื้นที่สาธารณะ ไม่พบนักท่องเที่ยว​ ไม่พบการกัดเซาะชายฝั่งหรือโครงสร้างเพื่อป้องกัน​การกัดเซาะ​ชายฝั่ง

"ติดประกาศขอคืนผืนป่าชายเลนบางเตยใต้ เขตพังงาต่อเนื่อง" วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) นำป้า...
12/05/2021

"ติดประกาศขอคืนผืนป่าชายเลนบางเตยใต้ เขตพังงาต่อเนื่อง"
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) นำป้ายประกาศ แบบ ปส.ม.๒๕ (ข) คำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาทอยและป่านางหงษ์ จ.พังงา เรื่องให้ผู้กระทำผิดออกจากป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาทอยและป่านางหงษ์ หรืองดเว้นการกระทำใดๆ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือรื้อถอน แก้ไข หรือทำประการอื่นใด แก่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพในเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้วแต่กรณี ซึ่งตรวจยึดไว้เมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เนื้อที่ ๒๖-๐-๘๐ ไร่ ท้องที่บ้านบางเตยใต้ ม.๗ ต.บางเตย อ.เมือง จ.พังงา และอีกพื้นที่ขนาด ๒๘-๐-๓๒ ไร่ ตรวจยึดเมื่อ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐ โดยปิดประกาศ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองพังงา สถานีตำรวจภูธรเมืองพังงา เทศบาลตำบลบางเตย ที่ทำการกำนันตำบลบางเตย ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ม.๗ ต.บางเตย และบริเวณแปลงที่ตรวจยึด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ที่อยู่

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ
Bangkok
10210

ข้อมูลทั่วไป

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หมายถึง สิ่งที่มีอยู่หรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือที่มนุษย์สร้างขึ้นในบริเวณทะเลและชายฝั่ง อันอาจนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ เช่น กรวด หิน ดิน ทราย เลน น้ำ พืช ป่าชายเลน ส่วนประกอบของพืช หรือส่วนประกอบของสัตว์ และหมายรวมถึงความสวยงามที่ประกอบขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่หรือที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้น

เบอร์โทรศัพท์

+66 2 141 1300

เว็บไซต์

ผลิตภัณฑ์

https://marinegiscenter.dmcr.go.th/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

https://www.facebook.com/100002183007546/posts/4024894500926610/?sfnsn=mo อยากให้มีแบบนี้บ้างจัง
ร้อยแปดเหตุผล..ที่นิคมอุตสาหกรรมไม่ควรเกิดขึ้นบนแผ่นดินจะนะ ติดตามกันครับ 10 พ.ค. 64 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป เพจ : สื่อเถื่อน
วิถีประมงพื้นบ้านไม่ได้ราบรื่นเสมอไปหรอกครับ... เมื่อคืนเกิดคลื่นลมแรงทำให้เรือของพี่น้องประมงพื้นบ้านอ่าวประจวบฯ คั่นกะไดจมและเสียหายไปหลายลำ Cr.Noi Koson
ทะเลไทย ยังสมบูรณ์​ วันที่พบ 5 พฤษภาคม​ 2564 ร่องน้ำเกาะไผ่ เกาะล้าน พัทยา อ่าวไทย
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
เพราะเราเชื่อมั่นในทะเลไทยและเยาวชนคนรุ่นใหม่..... เจ้าหนุ่มลูกผสมสตูล/โคราช(นกฮูก)ปิดเทอมลงมาเรียนรู้วิถีประมงพื้นบ้านโรงเรียนของประชาชน หวังว่าโตขึ้นเจ้าจะรักทะเล..... Cr.สมยศ โต๊ะหลังถ่ายภาพ
พี่เจริญเป็นชาวประมงที่พยายามอนุรักษ์ให้ประมงและชุมชนอยู่คู่กันได้อย่างยั่งยืน โดยใช้เครื่องมือเฉพาะในการจับสัตว์น้ำแต่ละชนิด นอกจากนั้นยังมีการทำบ้านปลา เพื่อให้สัตว์น้ำมีที่หลบภัยและขยายพันธุ์เติบโต อย่างไรก็ดี พี่เจริญเล่าว่าปัจจุบันทรัพยากรในทะเลถูกทำลายไปจำนวนมาก ด้วยเพราะเครื่องมือที่ใช้เช่นอวนลาก ติดสัตว์น้ำขนาดเล็กโดยที่สัตว์เหล่านี้ยังไม่ทันได้สืบพันธุ์ แม้จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ปลาสายไหม ปลาข้าวสาร ปลาจิ้งจั้ง และปลาฉิ้งฉ้าง แต่ในความจริงนั้นปลาต่างชื่อนี้คือปลาชนิดเดียวกัน คือเป็นลูกปลากะตัก ที่ยังโตไม่เต็มไปที รวมถึงอาจมีสินค้าจากลูกปลาทูวางขายด้วย ปลากะตักโตเต็มวัยเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำปลาชั้นดี เป็นอาหารของคน และสัตวน้ำอื่นๆ ในท้องทะเล เช่น วาฬและโลมา เช่นเดียวกับปลาทูไทยตัวโตเนื้อแน่นที่เราคุ้นเคยกัน หากเราปล่อยให้ยังมีการจับ “ตัวอ่อน” ปลากะตัก ลูกปลาทูมากินก่อนเวลา จะเท่ากับเราตัดโอกาสที่จะได้กินอาหารทะเลดีๆ ในอนาคต “ถ้าปลามันได้ขนาด หนึ่งครัวเรือนได้กินหนึ่งตัวก็อิ่มแล้ว แต่ถ้าตัวเล็กอาจต้องทานเป็นร้อยตัว สูญเสียทรัพยากรไปเท่าไร” พี่เจริญกล่าว เขา “คาดหวังลึกๆ” ว่าอยากให้ห้างร้านและผู้บริโภคปรับเปลี่ยนวิธีคิด หยุดบริโภคและจำหน่ายสัตว์น้ำขนาดเล็ก ซึ่งจะช่วยช่วยสร้างทะเลให้มีความยั่งยืนได้ กรีนพีซจึงอยากชวนทุกคนร่วมเป็นอีกแรงในกา ร#บอกห้างหยุดขายสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยการหยุดซื้อ หยุดบริโภคสัตว์น้ำวัยอ่อน หากไม่มีการบริโภค ขายไม่ได้ คนจับก็หยุดจับ Cr.Greenpeace Greenpeace Thailand
“คนจับปลา” จากชาวประมง ส่งตรงถึงผู้บริโภค คนอยู่ได้ ทะเลอยู่รอด ... อาหารทะเลเป็นที่โปรดปรานของใครหลายๆ คน แต่เคยสงสัยไหมว่า ปลาหนึ่งตัวที่อยู่บนโต๊ะอาหารนั้น มีที่มาอย่างไร ถูกจับมาจากที่ไหน โดยวิธีการอะไร และมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด . นับเป็นความโชคดีที่ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตภูมิศาสตร์ที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล ที่เป็นทั้งแหล่งอาหารให้กับคนในประเทศและสามารถส่งออกสร้างรายได้มหาศาล แต่ปัจจุบันทรัพยากรทางทะเลที่มีอยู่กำลังถูกทำลาย ความอุดมสมบูรณ์ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง การทำประมงเกินขนาดที่เน้นปริมาณและขาดความรับผิดชอบคือหนึ่งในตัวการที่ทำลายความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล สัตว์น้ำวัยอ่อนที่สมควรได้เติบโตกลับถูกจับทั้งที่ยังไม่โตเต็มวัย ทำให้ทะเลไทยเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว และกำลังกลายเป็นวิกฤตอาหารทะเลที่ถูกซ่อนเอาไว้ จนผู้บริโภคไม่ทันได้ตระหนัก . วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย ได้เปิดเผยถึงสถิติการจับสัตว์น้ำทะเลที่น่าสนใจไว้ว่า “ปี 2562 ประเทศไทยมีปริมาณการจับสัตว์น้ำทะเลโดยรวมกว่า 1,500,000 ตัน มาจากการประมงพาณิชย์ 1,249,203 ตัน และจากประมงขนาดเล็กหรือประมงพื้นบ้าน 161,462.36 ตัน จากปริมาณสัตว์น้ำจำนวนมหาศาลที่จับได้โดยการประมงพาณิชย์ พบว่ามีเพียง 50% เท่านั้นที่สามารถนำมาบริโภคได้ แต่อีก 50% กลับไม่ได้คุณภาพ เป็นสัตว์น้ำทะเลวัยอ่อนที่ยังไม่โตเต็มวัย ซึ่งจะถูกนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ในที่สุด นั่นทำให้อาหารทะเลมีราคาแพง ในขณะที่ผลผลิตจากการประมงพื้นบ้านเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณภาพถึง 90% แม้ผลผลิตที่ได้จะน้อยกว่ามากแต่กลับมีคุณภาพมากกว่า” . ซึ่งนายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยมองว่า เราอาจไม่สามารถกล่าวได้ว่าประมงพาณิชย์คือตัวการสำคัญในการทำลายความสมบูรณ์ของทะเล แต่การทำประมงโดยใช้เครื่องมือที่ทำลายล้างและเกินขนาด อันเป็นการทำประมงที่ขาดความรับผิดชอบต่างหากคือตัวการแห่งความเสื่อมโทรมของท้องทะเลไทย คำถามต่อมาคือ เครื่องมือทำลายล้างเหล่านั้นมีอะไรบ้าง? เครื่องมือประมงที่ถือเป็นตัวทำลายล้าง ประกอบไปด้วย “อวนลาก” มีลักษณะคล้ายถุง และใช้เรือลากอวนให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า โดยลากตั้งแต่พื้นทะเลไปจนถึงผิวน้ำ ซึ่ง 2 ใน 3 ของสัตว์น้ำที่จับได้ล้วนไม่ใช่สัตว์น้ำเป้าหมาย ยังไม่โตเต็มวัย ทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ พื้นทะเลเสียหายเหมือนถูกรถไถกวาดหน้าดิน บ้างก็ใช้เรือลากคู่ กลายเป็นเรืออวนลากคู่ ซึ่งนับเป็นเครื่องมือที่ทำลายระบบนิเวศทางทะเลมากที่สุด “อวนรุน” คล้ายกับอวนลาก แต่ต่างกันที่จะดันไปข้างหน้า โดยใช้อวนประกบกับคันรุน มักพบในน้ำตื้น ซึ่งทำลายหน้าดินใกล้บริเวณชายฝั่งทะเล นิยมใช้เพื่อจับกุ้ง เคย ปลากะตัก หมึก แต่เนื่องจากปากอวนที่เปิดสูงทำให้จับสัตว์น้ำที่ไม่ใช่เป้าหมายมาด้วย . “อวนล้อม” เรือจับปลากะตักประกอบแสงไฟล่อปลาในเวลากลางคืน โดยใช้ร่วมกับอวนตาถี่ ทำให้ปลาเศรษฐกิจชนิดอื่นซึ่งไม่ใช่ปลาเป้าหมายและสัตว์น้ำวัยอ่อนถูกจับติดขึ้นไปด้วย และโดยส่วนมากมักใช้อวนตาถี่หรืออวนตามุ้งที่มีขนาดเล็กมากๆ มาใช้ในการทำประมง เพื่อให้ได้สัตว์น้ำในปริมาณมาก ซึ่งแน่นอนว่าสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยย่อมหลุดลอดไปได้ยาก โดยเฉพาะลูกปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ปลาทู ปลาอินทรี ทำให้ทรัพยากรทางทะเลถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว . ในขณะที่ประมงพื้นบ้านหรือประมงชายฝั่ง เป็นการประมงขนาดเล็ก ใช้เครื่องมือแบบพื้นบ้านที่แยกตามประเภทของสัตว์น้ำที่ต้องการจับ เช่น อวนปลา อวนกุ้ง อวนปลาหมึก เน้นการเลือกจับตามประเภท ตามฤดูกาล แม้จะจับได้ในปริมาณน้อย แต่มีคุณภาพ และไม่ตักตวงจากธรรมชาติจนเกินความจำเป็น ซึ่งวิโชคศักดิ์ในฐานะที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลมายาวนาน มองว่า ภูมิปัญญาของการประมงพื้นบ้านที่มีอยู่ ตลอดจนการปลุกจิตสำนึกและปรับปรุงเครื่องมือในการทำประมงจะเป็นทางรอดให้กับทะเลไทย . ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน อ่าวคั่นกระได จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบกับวิกฤตทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรมอย่างหนักอันเกิดจากการใช้อวนตาถี่และการทำประมงเกินขนาด กวาดจับสัตว์น้ำน้อยใหญ่แทบทุกชนิด จนทำให้ไม่มีปลาและสัตว์น้ำอื่นให้จับ ชาวประมงต้องออกเรือไปหาปลาต่างพื้นที่จนทรัพยากรทางทะเลร่อยหรอไปเรื่อยๆ . จนกระทั่งในปี 2551 ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมรักษ์ทะเลไทย ชาวประมงบ้านคั่นกระไดจึงได้รวมกลุ่มกันเพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทะเลหน้าบ้านให้กลับคืนมา พร้อมส่งเสริมและเผยแพร่การทำประมงพื้นบ้านไปพร้อมๆ กัน . เริ่มจากการเลิกใช้อวนตาถี่ สร้าง “ซั้งกอ” และ “ธนาคารปู” เพื่อเป็นบ้านให้กับสัตว์น้ำวัยอ่อน ห้ามใช้เครื่องมือทำประมงทำลายล้าง ควบคู่กับการวางมาตรการสำหรับคนนอกพื้นที่ที่จะเข้ามาจับปลาในเขตของตน ซึ่งการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวคั่นกระไดประสบความสำเร็จอย่างมาก เพียงระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน สัตว์น้ำกลับคืนสู่อ่าวคั่นกระไดอีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านตระหนักความสำคัญของการอนุรักษ์มากขึ้น . ชาวประมงบ้านคั่นกระไดจึงกลายเป็นภาพสะท้อนของชุมชนประมงพื้นบ้านอีกหลายๆ แห่ง ที่รวมตัวกันขึ้นเป็นสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้างแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือการทำประมงอย่างยั่งยืนเพื่อดูแลรักษาทะเล และผลิตอาหารทะเลที่สด สะอาด ปลอดสารเคมีให้กับผู้บริโภค . ไม่เพียงเท่านั้นสมาคมรักษ์ทะเลไทยและสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยได้สร้างช่องทางจำหน่ายสัตว์น้ำโดยชาวประมงพื้นบ้านเอง เพื่อให้ชาวประมงสามารถขายสัตว์น้ำได้ในราคาที่เป็นธรรมไม่ผ่านระบบแพปลาหรือพ่อค้าคนกลางที่ค้าขายแบบผูกขาดอันส่งผลให้อาหารทะเลมีราคาสูง และเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับอาหารทะเลที่สะอาดปลอดภัย อันเป็นที่มาของ “ร้านคนจับปลา” ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูป และอาหารสำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นโดยเครือข่ายประมงพื้นบ้าน โดยก่อตั้งครั้งแรกที่ประจวบคีรีขันธ์ในปี 2557 ก่อนขยายต่อไปยังนครศรีธรรมราช สตูล และตรัง . ฉลาก “คนจับปลา” หรือ Fisherfolk ที่ประทับอยู่บนแพ็กเกจอาหารทะเลของร้านคนจับปลา แม้จะเป็นชื่อง่ายๆ แต่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวและความเป็นมาที่น่าสนใจ และทำให้ผู้บริโภคอย่างเราได้เข้าใจชาวประมงและสถานการณ์ของทรัพยากรทางทะเลได้มากขึ้น “ร้านคนจับปลา” เป็นกิจการของชาวประมงในนามสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ได้ร่วมหุ้นกับสมาคมรักษ์ทะเลไทย ดำเนินการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนและกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) โดยยึดหลัก GREEN-CLEAN-FAIR เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน เริ่มจาก GREEN คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม CLEAN เน้นสะอาด ปลอดภัย ไร้สารเคมี และ FAIR สร้างความเป็นธรรมตลอดเส้นทาง เป็นธุรกิจอาหารทะเลปลอดภัยที่ดำเนินควบคู่ไปกับความยั่งยืนของระบบนิเวศและเป็นธรรมต่อชาวประมง โดยร้านคนจับปลาจะรับซื้อสัตว์น้ำจากชาวประมงพื้นบ้านที่เป็นเครือข่ายในราคาที่สูงกว่าตลาดประมาณ 20% เงื่อนไขสำคัญของกิจการร้านคนจับปลาคือ ผลกำไรที่ได้จากการดำเนินการต้องคืนกลับไปสู่การอนุรักษ์ท้องทะเลอันเป็นแหล่งหากินของชาวประมงต่อไป โดยผลกำไรต้องแบ่ง 30% เป็นค่าบริหารจัดการ 30% ปันคืนให้กับชุมชน อีก 40% เข้าสู่งานอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทะเล เช่น การทำซั้งกอและธนาคารปู เป็นต้น ดังนั้นผู้บริโภคที่อุดหนุนสินค้าจึงมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาท้องทะเลไปกับสมาชิกชาวประมงในเครือข่ายด้วยเช่นกัน . อาหารทะเลแบรนด์คนจับปลานั้นอยู่ภายใต้มาตรฐาน “BLUE BRAND CERTIFIED” หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งถูกกำหนดขึ้นโดยสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยและสมาคมรักษ์ทะเลไทย เพื่อการันตีความสด สะอาด และปลอดภัย . การที่จะได้รับมาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED นั้น อาหารทะเลดังกล่าวต้องเป็นสัตว์น้ำทะเลที่จับได้จากท้องถิ่นโดยชุมชนประมงที่ไม่ใช้เครื่องมือประมงที่ไม่ยั่งยืนและไม่รับผิดชอบ เช่น อวนลาก อวนตาถี่ อุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า, จับสัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม, ไม่ใช้สารเคมีและสารกันเสียทั้งในอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม, สินค้าต้องสามารถสืบย้อนหาแหล่งที่มาได้, เชื่อมโยงอย่างเหนียวแน่นกับงานอนุรักษ์ในท้องถิ่นและการจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน, สะอาดและมีแนวทางจัดการของเสียที่ชัดเจน, มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน . นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่ามาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED ไม่เพียงเป็นตราสัญลักษณ์ที่การันตีอาหารทะเลที่สด สะอาด ปลอดภัย สำหรับผู้บริโภคเท่านั้น หากยังเป็นการรับประกันถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล และนั่นหมายถึงความมั่นคงทางอาหารต่อคนรุ่นหลังอีกด้วย . ผลิตภัณฑ์ของร้านคนจับปลามีหลายชนิดทั้งอาหารแช่แข็งอย่าง กุ้งแชบ๊วย ปลาทู ปลาหลังเขียว จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ปูม้า กั้ง ปลากุเลาจากนครศรีธรรมราช, กุ้งแชบ๊วยจากตรัง, ปลาอินทรีของสตูล นอกจากนี้ยังมีสินค้าแปรรูปอย่างกะปิ ปลาอินทรีเค็ม ปลาหลังเขียวหวาน-เค็ม ปลากุเลาเค็ม กุ้งแห้ง และหมึกแดดเดียว เป็นต้น . ในอดีตผู้บริโภคในเมืองอาจได้รับรู้เรื่องราวของชาวประมงผ่านข่าวการเรียกร้อง หรือการประท้วงต่างๆ โดยอาจจะไม่เข้าใจความเป็นมามากนัก ร้านคนจับปลาจึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสื่อสารด้วยวิธีแบบใหม่ โดยใช้ปลาเป็นสื่อกลางในการบอกเล่าเรื่องราวของประมงพื้นบ้าน และความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้สังคมในวงกว้างได้รับรู้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อไป เพราะผู้บริโภคถือเป็นส่วนสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตลาด . ปัจจุบันร้านคนจับปลามีช่องทางการจำหน่ายผ่านทาง page และทาง Line รวมถึงวางจำหน่ายที่ร้านเลมอนฟาร์ม ซึ่งถือว่าช่องทางจำหน่ายยังมีไม่มากนัก เพราะฉะนั้นนอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสื่อสารเรื่องราวของชาวประมงให้ผู้บริโภคได้รับรู้แล้ว การขยายช่องทางการจำหน่ายจึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของร้านคนจับปลา . ที่ผ่านมาคนจับปลายังคงพัฒนาช่องทางการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างตลาดให้กับชาวประมงพื้นบ้าน และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันที่หันมาให้ความสนใจอาหารปลอดสารมากขึ้น ทั้งผ่านการตลาดออนไลน์และการออกร้านตามงานต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวประมงได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งร้านคนจับปลาเชื่อว่ามันไม่เพียงเป็นการสร้างตลาดเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนจับปลาและคนกินปลาอีกด้วย ชาวประมงเองเขาจะนึกถึงคนกินมากขึ้น เหมือนกำลังทำอาหารให้ญาติพี่น้องของตนได้กิน และสำหรับผู้บริโภคเองก็จะรู้ที่มาของปลา หรืออาหารทะเลที่ซื้อมามากขึ้น รู้ว่าใครเป็นคนจับ จับมาอย่างไร รู้ว่าเงินที่เราจ่ายไปนั้นจะไปถึงใครบ้าง . และที่สำคัญ เงินที่จ่ายออกไปนั้นไม่ใช่เพียงการซื้ออาหารทะเล แต่มันคือการลงทุนเพื่อสุขภาพของตัวเราเอง ที่สามารถดำเนินควบคู่ไปพร้อมกับการอนุรักษ์ท้องทะเล และการอุดหนุนเกื้อกูลชาวประมงพื้นบ้านไปพร้อมๆ กัน. ที่มา: ผู้จัดการ 360