สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเ

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเ, หน่วยงานราชการ, ประเทศไทย, Bangkok.

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๒ (ฉบับที่ ๓๑๓)...
25/01/2022

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๒ (ฉบับที่ ๓๑๓) [กระทรวงเกษตรและสหกรณ์]
ดูรายละเอียด

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/017/T_0006.PDF

ระวัง แมลงวันผลไม้ ในพุทราสภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า อากาศร้อนในตอนกลางวัน  เตือนผู้ปลูกพุทรา ในระยะ ...
24/01/2022

ระวัง แมลงวันผลไม้ ในพุทรา

สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า อากาศร้อนในตอนกลางวัน เตือนผู้ปลูกพุทรา ในระยะ พัฒนาผล รับมือแมลงวันผลไม้
ตัวเต็มวัยวางไข่ในผล ตั้งแต่ระยะผลอ่อนไปจนกระทั่งผลสุก หนอนกัดกินชอนไชอยู่ภายในผลจนเป็นโพรง ทำให้ผลพุทราเน่า ร่วงหล่น เมื่อหนอนโตเต็มที่จะเจาะออกมาเข้าดักแด้ในดิน

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

1. รักษาความสะอาดแปลงปลูกโดยเก็บผลที่เน่าเสียออกจากแปลง และนำไปฝังกลบที่ระดับความลึกจากหน้าดิน 15 ซม. หรือเผาเพื่อลดการสะสมและขยายพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ในแปลงปลูก
2. ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ลดการเกิดร่มเงาในทรงพุ่ม ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ และเอื้อให้ศัตรูธรรมชาติที่อาศัยอยู่ในแปลงปลูกมีบทบาทในการทำลายแมลงวันผลไม้ได้มากขึ้น
3. ห่อผลโดยใช้ถุงพลาสติกใสขนาด 5x9 นิ้ว ตัดมุมถุงด้านล่างขนาดไม่เกิน 4 มิลลิเมตร เพื่อระบายน้ำและอากาศ โดยเริ่มห่อผลพุทราที่อายุไม่เกิน 70 วัน หลังติดผล (กรณีพุทราจัมโบ้)
4. ติดกับดักโดยใช้สารล่อชนิดเมทธิลยูจินอล ผสมด้วยสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี ในอัตรา 4:1 โดยปริมาตร หยดลงบนก้อนสำลี 3-5 หยด แขวนกับดักในทรงพุ่มสูงประมาณ 1 เมตร จำนวน 2 กับดัก ต่อพื้นที่ 1 ไร่ เพื่อสำรวจการระบาดของแมลงวันผลไม้ในแปลงปลูก และกำจัดตัวเต็มวัยเพศผู้ โดยถ้าพบปริมาณแมลงวันผลไม้เพิ่มมากขึ้นในกับดักโดยเฉพาะช่วงใกล้เก็บเกี่ยว ดำเนินการพ่นเหยื่อพิษโปรตีน
5. พ่นเหยื่อพิษโปรตีนไฮโดรไลเซท อัตราเหยื่อโปรตีน 200 มิลลิลิตร ผสมสารกำจัดแมลงมาลาไทออน 83% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 5 ลิตร เดินพ่นแบบเป็นจุด ต้นละ 4 จุด ทุก 7 วัน โดยพ่นเวลาเช้าตรู่ ซึ่งเป็นช่วงที่แมลงวันผลไม้ออกหาอาหาร

ระวัง แมลงวันผลไม้ ในพุทรา

สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า อากาศร้อนในตอนกลางวัน เตือนผู้ปลูกพุทรา ในระยะ พัฒนาผล รับมือแมลงวันผลไม้
ตัวเต็มวัยวางไข่ในผล ตั้งแต่ระยะผลอ่อนไปจนกระทั่งผลสุก หนอนกัดกินชอนไชอยู่ภายในผลจนเป็นโพรง ทำให้ผลพุทราเน่า ร่วงหล่น เมื่อหนอนโตเต็มที่จะเจาะออกมาเข้าดักแด้ในดิน

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

1. รักษาความสะอาดแปลงปลูกโดยเก็บผลที่เน่าเสียออกจากแปลง และนำไปฝังกลบที่ระดับความลึกจากหน้าดิน 15 ซม. หรือเผาเพื่อลดการสะสมและขยายพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ในแปลงปลูก
2. ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ลดการเกิดร่มเงาในทรงพุ่ม ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ และเอื้อให้ศัตรูธรรมชาติที่อาศัยอยู่ในแปลงปลูกมีบทบาทในการทำลายแมลงวันผลไม้ได้มากขึ้น
3. ห่อผลโดยใช้ถุงพลาสติกใสขนาด 5x9 นิ้ว ตัดมุมถุงด้านล่างขนาดไม่เกิน 4 มิลลิเมตร เพื่อระบายน้ำและอากาศ โดยเริ่มห่อผลพุทราที่อายุไม่เกิน 70 วัน หลังติดผล (กรณีพุทราจัมโบ้)
4. ติดกับดักโดยใช้สารล่อชนิดเมทธิลยูจินอล ผสมด้วยสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี ในอัตรา 4:1 โดยปริมาตร หยดลงบนก้อนสำลี 3-5 หยด แขวนกับดักในทรงพุ่มสูงประมาณ 1 เมตร จำนวน 2 กับดัก ต่อพื้นที่ 1 ไร่ เพื่อสำรวจการระบาดของแมลงวันผลไม้ในแปลงปลูก และกำจัดตัวเต็มวัยเพศผู้ โดยถ้าพบปริมาณแมลงวันผลไม้เพิ่มมากขึ้นในกับดักโดยเฉพาะช่วงใกล้เก็บเกี่ยว ดำเนินการพ่นเหยื่อพิษโปรตีน
5. พ่นเหยื่อพิษโปรตีนไฮโดรไลเซท อัตราเหยื่อโปรตีน 200 มิลลิลิตร ผสมสารกำจัดแมลงมาลาไทออน 83% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 5 ลิตร เดินพ่นแบบเป็นจุด ต้นละ 4 จุด ทุก 7 วัน โดยพ่นเวลาเช้าตรู่ ซึ่งเป็นช่วงที่แมลงวันผลไม้ออกหาอาหาร

คำแนะนำเลือกซื้อ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร
24/01/2022

คำแนะนำเลือกซื้อ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร

คำแนะนำเลือกซื้อ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร

ข้อกำหนด 8 ประการ เพื่อได้การรับรองแหล่งผลิต GAP พืช
24/01/2022

ข้อกำหนด 8 ประการ เพื่อได้การรับรองแหล่งผลิต GAP พืช

ข้อกำหนด 8 ประการ เพื่อได้การรับรองแหล่งผลิต GAP พืช

คำแนะนำการดูแลรักษาต้นไม้ผล ให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติภัยแล้ง
23/01/2022

คำแนะนำการดูแลรักษาต้นไม้ผล ให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติภัยแล้ง

คำแนะนำการดูแลรักษาต้นไม้ผล ให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติภัยแล้ง

ระวังเพลี้ยแป้งระบาดสวนทุเรียน..สร้างปัญหาการส่งออก !!!เพลี้ยแป้ง (mealybugs)เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญพบระบาดทำความเสียหายต่...
23/01/2022

ระวังเพลี้ยแป้งระบาดสวนทุเรียน..สร้างปัญหาการส่งออก !!!

เพลี้ยแป้ง (mealybugs)เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญพบระบาดทำความเสียหายต่อทุเรียนในแหล่งปลูกทั่วไปดูดกินน้ำเลี้ยงจากบริเวณกิ่ง ช่อดอก ผลอ่อน ผลแก่ โดยมีมดแดงและมดดำช่วยคาบพาไปตามส่วนต่างๆ ของพืช ส่วนที่ถูกทำลายจะแคระแกร็น และชะงักการเจริญเติบโต นอกจากนี้ เพลี้ยแป้งจะขับน้ำหวาน (honeydew) ออกมา เป็นเหตุให้ราดำเข้าทำลายซ้ำ ถ้าเพลี้ยแป้งเข้าทำลายทุเรียนผลเล็กจะทำให้ผลแคระแกร็นไม่เจริญเติบโตต่อไป แต่ถ้าเป็นทุเรียนผลใหญ่จะไม่มีความเสียหายต่อเนื้อของทุเรียน แต่ทำให้คุณภาพของผลทุเรียนเสียไป ราคาต่ำ สร้างปัญหาการส่งออกเนื่องจากบางประเทศมีเงื่อนไขกำหนดห้ามมีเพลี้ยแป้งติดไปกับผลทุเรียนส่งออก และเป็นที่รังเกียจของผู้บริโภค

รูปร่างลักษณะ เพลี้ยแป้งเพศเมียมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร มีสีเหลืองอ่อนหรือชมพู ลักษณะอ้วนสั้น มีผงสีขาวคล้ายผงแป้งปกคลุมลำตัวอยู่ ไข่เป็นกลุ่ม จำนวนไข่แต่ละกลุ่ม 100-200 ฟอง เพศเมียตัวหนึ่งสามารถวางไข่ได้ 600-800 ฟอง ในเวลา 14 วัน ไข่จะฟักอยู่ในถุงใต้ท้องเพศเมีย ระยะไข่ประมาณ 6-10 วัน ส่วนเพศเมียเมื่อหยุดไข่ก็จะตายไป ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ มีสีเหลืองอ่อนไม่มีผงสีขาว ตัวอ่อนจะคลานออกจากกลุ่มไข่เพื่อหาที่ๆ เหมาะสมเพื่ออยู่อาศัย เพศเมียมีการลอกคราบ 3 ครั้ง และไม่มีปีก ส่วนเพศผู้ลอกคราบ 4 ครั้ง มีปีก และมีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย เพศเมียจะวางไข่หลังการลอกคราบครั้งที่ 3 เพลี้ยแป้งสามารถขยายพันธุ์ได้ 2-3 รุ่น ใน 1 ปี ในระยะที่พืชอาหารไม่เหมาะสม เพลี้ยแป้งอาศัยอยู่ใต้ดินตามรากพืช เช่น หญ้าแห้วหมู โดยมีมดที่อาศัยกินสิ่งที่ขับถ่ายของเพลี้ยแป้งเป็นตัวพาไปอาศัยตามส่วนต่างๆ ของต้นทุเรียนเพลี้ยแป้งจะระบาดทำความเสียหายแก่ผลทุเรียน ตั้งแต่ระยะที่ทุเรียนเริ่มติดผลจนกระทั่งผลโตเต็มที่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว หรือ กลางเดือนกรกฎาคมสำหรับทุเรียนรุ่นหลัง
พืชอาหาร ทุเรียน มังคุด เงาะ และ สับปะรด

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

1. หากพบเพลี้ยแป้งระบาดเล็กน้อยให้ตัดส่วนที่ถูกทำลายทิ้งเสีย
2. เมื่อพบเพลี้ยแป้งปริมาณน้อยบนผลทุเรียนใช้แปลงปัด หรือใช้น้ำพ่นให้เพลี้ยแป้งหลุดไปหรือการใช้น้ำผสม white oil อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ช่วยในการกำจัดเพลี้ยแป้งได้ดี
3. เนื่องจากเพลี้ยแป้งแพร่ระบาดโดยมีมดพาไป การป้องกันโดยใช้ผ้าชุบสารฆ่าแมลง เช่น malathion (Malathion 83 83% EC) อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ carbaryl (Sevin 85 WP 85% WP) อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พันไว้ตามกิ่งสามารถป้องกันไม่ให้มดคาบเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่างๆ ของทุเรียนและต้องชุบสารฆ่าแมลงซ้ำทุก 10 วัน หรือการพ่นสารฆ่าแมลงไปที่โคนต้นจะช่วยป้องกันมดและลดการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งได้มาก
4. สารฆ่าแมลงที่ได้ผลในการควบคุมเพลี้ยแป้งคือ สาร carbaryl (Sevin 85 WP 85% WP) อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นสารเฉพาะต้นที่พบเพลี้ยแป้งทำลายและต้องหยุดใช้สารเคมีก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน

ระวังเพลี้ยแป้งระบาดสวนทุเรียน..สร้างปัญหาการส่งออก !!!

เพลี้ยแป้ง (mealybugs)เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญพบระบาดทำความเสียหายต่อทุเรียนในแหล่งปลูกทั่วไปดูดกินน้ำเลี้ยงจากบริเวณกิ่ง ช่อดอก ผลอ่อน ผลแก่ โดยมีมดแดงและมดดำช่วยคาบพาไปตามส่วนต่างๆ ของพืช ส่วนที่ถูกทำลายจะแคระแกร็น และชะงักการเจริญเติบโต นอกจากนี้ เพลี้ยแป้งจะขับน้ำหวาน (honeydew) ออกมา เป็นเหตุให้ราดำเข้าทำลายซ้ำ ถ้าเพลี้ยแป้งเข้าทำลายทุเรียนผลเล็กจะทำให้ผลแคระแกร็นไม่เจริญเติบโตต่อไป แต่ถ้าเป็นทุเรียนผลใหญ่จะไม่มีความเสียหายต่อเนื้อของทุเรียน แต่ทำให้คุณภาพของผลทุเรียนเสียไป ราคาต่ำ สร้างปัญหาการส่งออกเนื่องจากบางประเทศมีเงื่อนไขกำหนดห้ามมีเพลี้ยแป้งติดไปกับผลทุเรียนส่งออก และเป็นที่รังเกียจของผู้บริโภค

รูปร่างลักษณะ เพลี้ยแป้งเพศเมียมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร มีสีเหลืองอ่อนหรือชมพู ลักษณะอ้วนสั้น มีผงสีขาวคล้ายผงแป้งปกคลุมลำตัวอยู่ ไข่เป็นกลุ่ม จำนวนไข่แต่ละกลุ่ม 100-200 ฟอง เพศเมียตัวหนึ่งสามารถวางไข่ได้ 600-800 ฟอง ในเวลา 14 วัน ไข่จะฟักอยู่ในถุงใต้ท้องเพศเมีย ระยะไข่ประมาณ 6-10 วัน ส่วนเพศเมียเมื่อหยุดไข่ก็จะตายไป ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ มีสีเหลืองอ่อนไม่มีผงสีขาว ตัวอ่อนจะคลานออกจากกลุ่มไข่เพื่อหาที่ๆ เหมาะสมเพื่ออยู่อาศัย เพศเมียมีการลอกคราบ 3 ครั้ง และไม่มีปีก ส่วนเพศผู้ลอกคราบ 4 ครั้ง มีปีก และมีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย เพศเมียจะวางไข่หลังการลอกคราบครั้งที่ 3 เพลี้ยแป้งสามารถขยายพันธุ์ได้ 2-3 รุ่น ใน 1 ปี ในระยะที่พืชอาหารไม่เหมาะสม เพลี้ยแป้งอาศัยอยู่ใต้ดินตามรากพืช เช่น หญ้าแห้วหมู โดยมีมดที่อาศัยกินสิ่งที่ขับถ่ายของเพลี้ยแป้งเป็นตัวพาไปอาศัยตามส่วนต่างๆ ของต้นทุเรียนเพลี้ยแป้งจะระบาดทำความเสียหายแก่ผลทุเรียน ตั้งแต่ระยะที่ทุเรียนเริ่มติดผลจนกระทั่งผลโตเต็มที่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว หรือ กลางเดือนกรกฎาคมสำหรับทุเรียนรุ่นหลัง
พืชอาหาร ทุเรียน มังคุด เงาะ และ สับปะรด

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

1. หากพบเพลี้ยแป้งระบาดเล็กน้อยให้ตัดส่วนที่ถูกทำลายทิ้งเสีย
2. เมื่อพบเพลี้ยแป้งปริมาณน้อยบนผลทุเรียนใช้แปลงปัด หรือใช้น้ำพ่นให้เพลี้ยแป้งหลุดไปหรือการใช้น้ำผสม white oil อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ช่วยในการกำจัดเพลี้ยแป้งได้ดี
3. เนื่องจากเพลี้ยแป้งแพร่ระบาดโดยมีมดพาไป การป้องกันโดยใช้ผ้าชุบสารฆ่าแมลง เช่น malathion (Malathion 83 83% EC) อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ carbaryl (Sevin 85 WP 85% WP) อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พันไว้ตามกิ่งสามารถป้องกันไม่ให้มดคาบเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่างๆ ของทุเรียนและต้องชุบสารฆ่าแมลงซ้ำทุก 10 วัน หรือการพ่นสารฆ่าแมลงไปที่โคนต้นจะช่วยป้องกันมดและลดการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งได้มาก
4. สารฆ่าแมลงที่ได้ผลในการควบคุมเพลี้ยแป้งคือ สาร carbaryl (Sevin 85 WP 85% WP) อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นสารเฉพาะต้นที่พบเพลี้ยแป้งทำลายและต้องหยุดใช้สารเคมีก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน

พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้าระหว่างวันที่ 21- 27  มกราคม  2565
22/01/2022

พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า
ระหว่างวันที่ 21- 27 มกราคม 2565

พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตร 7 วันข้างหน้า
ระหว่างวันที่ 21- 27 มกราคม 2565

ระวังโรครากเน่า ต้นเหี่ยว ผลเน่า ในมะเขือม่วงมะเขือยาว เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือม่วงมะเขือยาว ให้ระวังโรครากเน่า ต้นเหี่...
22/01/2022

ระวังโรครากเน่า ต้นเหี่ยว ผลเน่า ในมะเขือม่วงมะเขือยาว

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือม่วงมะเขือยาว ให้ระวังโรครากเน่า ต้นเหี่ยว ผลเน่า ในมะเขือม่วงมะเขือยาว จากุเชื้อ รา Phytophthora parasitica Dastur เชื้อเข้าทำลายบริเวณรากและลำด้น ทำให้มะเขือแสดงอาการเหี่ยวเฉาเหมือนขาดน้ำ เมื่อใช้มีดเฉือนตามขวางลำต้นพบท่อน้ำท่ออาหารถูกทำลาย เนื้อเยื่อพืชเป็นสีน้ำตาลดำหรือสีดำ เกิดการ เน่ารอบต้นทำให้ส่วนที่เป็นโรคจนถึงยอด มีอาการเหี่ยวและแห้งตาย หากเชื้อเข้าทำลายใบ ทำให้ใบไหม้คล้าย ถูกน้ำร้อนลวก เชื้อเข้าทำลายที่บริเวณขั้วผลโดยการกระเด็นของน้ำ หรือบริเวณปลายผลที่ติดกับพื้นดิน ทำให้ เกิดอาการฉ่ำน้ำ แล้วลุกลามขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผลเน่าดำเกือบทั้งผล การแพร่ระบาด สามารถอยู่รอดนอกฤดูในดินและในเศษซากพืช ในลักษณะสปอร์ผนังหนา (chlamydospores) เป็นจำนวนมาก อาจอยู่ในดินได้นาน 4-6 ปี พบว่ารานี้เข้าทำลายพืชได้ดีในสภาพแวดล้อม ที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช ตั้งแต่ในแปลงกล้า จนถึงแปลงปลูก การแพร่ ระบาดของราจากส่วนของเศษซากพืชที่เป็นโรค โดยสปอร์ผนังหนาที่อยู่ในดินเข้าทำลายพืชโดยตรง หรืออาจ อยู่ในลักษณะของสปอร์ที่ว่ายน้ำได้ (zoospores) โดยน้ำฝน น้ำชลประทานพาไป จากแหล่งหนึ่งไปยังแหล่ง หนึ่งได้ นอกจากเข้าทำลายมะเขือม่วงผลเล็กแล้ว ยังทำลายมะเขือม่วงผลใหญ่ มะเขือเปราะ และมะเขือยาว ได้ด้วย

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

ทำได้โดยเก็บเศษซากพืชหรือส่วนที่เป็นโรคออกไปเผาทำลาย ปลูกพืชในพื้นที่ดินที่มี การระบายน้ำได้ดี ไม่เป็นที่น้ำขังและไม่ปลูกมะเขือแน่นจนเกินไป หากพบโรคให้ใช้สารเคมีควบคุมรา เช่น metalaxyl พ่น หรือทาบนส่วนที่เป็นโรค เพื่อควบคุมราที่บริเวณแผล บนกิ่ง ลำต้น โคนต้นพืชที่เป็นโรค ทำความสะอาดเครื่องมือการเกษตรด้วยสารเคมีควบคุมราหรือแอลกอฮอลล์ 95 เปอร์เซ็นต์ ควรปล่อยพื้นที่ ที่เป็นโรคไว้นานเกิน 5 ปี แล้วปลูกพืชหมุนเวียน

ระวังโรครากเน่า ต้นเหี่ยว ผลเน่า ในมะเขือม่วงมะเขือยาว

เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะเขือม่วงมะเขือยาว ให้ระวังโรครากเน่า ต้นเหี่ยว ผลเน่า ในมะเขือม่วงมะเขือยาว จากุเชื้อ รา Phytophthora parasitica Dastur เชื้อเข้าทำลายบริเวณรากและลำด้น ทำให้มะเขือแสดงอาการเหี่ยวเฉาเหมือนขาดน้ำ เมื่อใช้มีดเฉือนตามขวางลำต้นพบท่อน้ำท่ออาหารถูกทำลาย เนื้อเยื่อพืชเป็นสีน้ำตาลดำหรือสีดำ เกิดการ เน่ารอบต้นทำให้ส่วนที่เป็นโรคจนถึงยอด มีอาการเหี่ยวและแห้งตาย หากเชื้อเข้าทำลายใบ ทำให้ใบไหม้คล้าย ถูกน้ำร้อนลวก เชื้อเข้าทำลายที่บริเวณขั้วผลโดยการกระเด็นของน้ำ หรือบริเวณปลายผลที่ติดกับพื้นดิน ทำให้ เกิดอาการฉ่ำน้ำ แล้วลุกลามขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผลเน่าดำเกือบทั้งผล การแพร่ระบาด สามารถอยู่รอดนอกฤดูในดินและในเศษซากพืช ในลักษณะสปอร์ผนังหนา (chlamydospores) เป็นจำนวนมาก อาจอยู่ในดินได้นาน 4-6 ปี พบว่ารานี้เข้าทำลายพืชได้ดีในสภาพแวดล้อม ที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช ตั้งแต่ในแปลงกล้า จนถึงแปลงปลูก การแพร่ ระบาดของราจากส่วนของเศษซากพืชที่เป็นโรค โดยสปอร์ผนังหนาที่อยู่ในดินเข้าทำลายพืชโดยตรง หรืออาจ อยู่ในลักษณะของสปอร์ที่ว่ายน้ำได้ (zoospores) โดยน้ำฝน น้ำชลประทานพาไป จากแหล่งหนึ่งไปยังแหล่ง หนึ่งได้ นอกจากเข้าทำลายมะเขือม่วงผลเล็กแล้ว ยังทำลายมะเขือม่วงผลใหญ่ มะเขือเปราะ และมะเขือยาว ได้ด้วย

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

ทำได้โดยเก็บเศษซากพืชหรือส่วนที่เป็นโรคออกไปเผาทำลาย ปลูกพืชในพื้นที่ดินที่มี การระบายน้ำได้ดี ไม่เป็นที่น้ำขังและไม่ปลูกมะเขือแน่นจนเกินไป หากพบโรคให้ใช้สารเคมีควบคุมรา เช่น metalaxyl พ่น หรือทาบนส่วนที่เป็นโรค เพื่อควบคุมราที่บริเวณแผล บนกิ่ง ลำต้น โคนต้นพืชที่เป็นโรค ทำความสะอาดเครื่องมือการเกษตรด้วยสารเคมีควบคุมราหรือแอลกอฮอลล์ 95 เปอร์เซ็นต์ ควรปล่อยพื้นที่ ที่เป็นโรคไว้นานเกิน 5 ปี แล้วปลูกพืชหมุนเวียน

ระวัง หนอนกระทู้หอม ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่สภาพอากาศในช่วงนี้แดดแรง ลมแรงและอากาศแห้งในตอนกลางวัน อากาศเย็นอุณหภูมิลดต่ำลงใ...
21/01/2022

ระวัง หนอนกระทู้หอม ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่

สภาพอากาศในช่วงนี้แดดแรง ลมแรงและอากาศแห้งในตอนกลางวัน อากาศเย็นอุณหภูมิลดต่ำลงในตอนกลางคืน เตือนผู้ปลูกหอมแดง, หอมหัวใหญ่ ในระยะ พัฒนาหัว รับมือหนอนกระทู้หอม
หนอนกระทู้หอมเจาะเข้าไปอาศัยในใบหอม กัดกินเนื้อเยื่อใบหอมทำให้ใบมีสีขาว และกัดกินไปถึงหัวหอมทำให้ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้

แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. เก็บกลุ่มไข่และหนอนทำลายเพื่อช่วยลดการระบาด
2. ในระยะหนอนขนาดเล็กและมีการระบาดน้อย พ่นด้วยเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ทูริงเยนซิส อัตรา 60-80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ นิวคลีโอโพลีฮีโดรไวรัส (เอ็นพีวีหนอนกระทู้หอม) อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
3. สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด เช่น โทลเฟนไพแร็ด 16% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอฟีนาเพอร์ 10% SC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟลูเบนไดอะไมด์ 20% WG อัตรา 6 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SL อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อินดอกซาคาร์บ 15% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ
อีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ หรือ สไปนีโทแรม 12% SC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร เมื่อพบกลุ่มไข่เฉลี่ย 0.5 กลุ่มต่อ 1 ตารางเมตร โดยการสุ่มนับแบบทแยงมุม 25 จุดต่อไร่ พ่นสารจนกว่าการทำลายจะลดลงต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

ระวัง หนอนกระทู้หอม ในหอมแดง, หอมหัวใหญ่

สภาพอากาศในช่วงนี้แดดแรง ลมแรงและอากาศแห้งในตอนกลางวัน อากาศเย็นอุณหภูมิลดต่ำลงในตอนกลางคืน เตือนผู้ปลูกหอมแดง, หอมหัวใหญ่ ในระยะ พัฒนาหัว รับมือหนอนกระทู้หอม
หนอนกระทู้หอมเจาะเข้าไปอาศัยในใบหอม กัดกินเนื้อเยื่อใบหอมทำให้ใบมีสีขาว และกัดกินไปถึงหัวหอมทำให้ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้

แนวทางป้องกัน/แก้ไข
1. เก็บกลุ่มไข่และหนอนทำลายเพื่อช่วยลดการระบาด
2. ในระยะหนอนขนาดเล็กและมีการระบาดน้อย พ่นด้วยเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ทูริงเยนซิส อัตรา 60-80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ นิวคลีโอโพลีฮีโดรไวรัส (เอ็นพีวีหนอนกระทู้หอม) อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
3. สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด เช่น โทลเฟนไพแร็ด 16% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอฟีนาเพอร์ 10% SC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟลูเบนไดอะไมด์ 20% WG อัตรา 6 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SL อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อินดอกซาคาร์บ 15% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ
อีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ หรือ สไปนีโทแรม 12% SC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร เมื่อพบกลุ่มไข่เฉลี่ย 0.5 กลุ่มต่อ 1 ตารางเมตร โดยการสุ่มนับแบบทแยงมุม 25 จุดต่อไร่ พ่นสารจนกว่าการทำลายจะลดลงต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

เตือนผู้ประกอบการตรุษจีนนี้ จีนแจ้งปิด ด่านตงซิง  ด่านโหย่วอี้กวน และด่านรถไฟผิงเสียง ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นคร...
20/01/2022

เตือนผู้ประกอบการตรุษจีนนี้ จีนแจ้งปิด ด่านตงซิง ด่านโหย่วอี้กวน และด่านรถไฟผิงเสียง

ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ได้ประสานขอให้กรมวิชาการเกษตรแจ้งผู้ประกอบการวางแผนการส่งออกผลไม้ผ่านด่านทางบกของจีนในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนเนื่องจากบางด่านของจีนจะหยุดให้บริการ จึงได้ขอให้กรมวิชาการเกษตรแจ้งผู้ประกอบการให้วางแผนการส่งออกในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับสินค้าผลไม้ที่จะส่งออก

สำหรับด่านนำเข้าของจีนที่จะปิดทำการในช่วงระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวน 3 ด่าน ได้แก่ ด่านตงซิง ด่านโหย่วอี้กวน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันมีการจำกัดจำนวนรถเข้าวันละประมาณ 80 – 100 คัน ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และด่านรถไฟผิงเสียง จะปิดรับการยื่นสำแดงนำเข้าผลไม้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2565 หลังจากที่เปิดให้นำเข้าในเดือนมกราคม 2565 ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 ตามมาตรการเปิด 14 วัน และปิด 14 วัน เหลือเพียงด่านโม่ฮานที่ยังเปิดทำการอยู่ในช่วงวันดังกล่าว แต่จำกัดจำนวนรถบรรทุกสินค้าผ่านเข้าด่านโม่ฮานวันละประมาณ 100 คัน และมีรถรอผ่านด่านจำนวนมาก ซึ่งการดำเนินการอาจล่าช้าเนื่องจากผู้ประกอบการที่รับยื่นสำแดงสินค้าบางส่วนหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีน

“ในช่วงนี้ผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ควรชะลอการผ่านเส้นทางบกจากเวียดนามเข้าจีนและใช้เส้นทางขนส่งทางอื่นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงสินค้าตกค้างและผ่านด่านไม่ทันก่อนช่วงหยุดเทศกาลตรุษจีน แม้ว่าด่าน โม่ฮานจะไม่ได้ปิดช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่ปริมาณรถขนส่งสินค้าฝั่งบ่อเต็นที่รอผ่านเข้าจีนที่ด่านโม่ฮานมีจำนวนมาก และการดำเนินงานช่วงเทศกาลตรุษจีนอาจมีความล่าช้า ผู้ประกอบการจึงควรประสานงานกับผู้ให้บริการขนส่งอย่างใกล้ชิดก่อนการส่งออก นอกจากนี้ การขนส่งผลไม้ในเส้นทางบกเข้าจีนยังคงมีความเสี่ยงทั้งระยะเวลาในการรอผ่านด่าน และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19

ระวัง หนอนเจาะผลมะเขือ ในมะเขือสภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็น ความชื้นสูงในตอนเช้า และกลางคืน กลางวันอากาศร้อนอบอ้าว ชาโยเต...
20/01/2022

ระวัง หนอนเจาะผลมะเขือ ในมะเขือ

สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็น ความชื้นสูงในตอนเช้า และกลางคืน กลางวันอากาศร้อนอบอ้าว ชาโยเต้ หรือ ฟักแม้ว หรือ มะระหวาน เตือนผู้ปลูกมะเขือ ในระยะ เก็บผลผลิต รับมือหนอนเจาะผลมะเขือ ระยะเจริญเติบโต หนอนเจาะผลมะเขือทำความเสียหายแก่ยอดมะเขือ โดยตัวหนอนเจาะเข้าไปกินภายในลำต้นสูงจากยอดประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ทำให้ยอดเหี่ยวเวลาแดดจัด ระยะติดผล หนอนจะเจาะเข้าไปกินภายในผล

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

๑. หมั่นสำรวจตรวจแปลง และเก็บยอดหรือผลที่ถูกทำลายทิ้ง
๒. ถ้าพบยอดเหี่ยว ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ หรือผลอ่อนถูกทำลาย ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ พ่นสาร เบตาไซฟลูทริน ๒.๕% อีซี อัตรา ๘๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล ๕.๑๗% อีซี อัตรา ๑๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
***เลือกใช้สารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง และควรพ่นสารติดต่อกันอย่างน้อย ๒-๓ ครั้ง ห่างกัน ๑ สัปดาห์

ระวัง หนอนเจาะผลมะเขือ ในมะเขือ

สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็น ความชื้นสูงในตอนเช้า และกลางคืน กลางวันอากาศร้อนอบอ้าว ชาโยเต้ หรือ ฟักแม้ว หรือ มะระหวาน เตือนผู้ปลูกมะเขือ ในระยะ เก็บผลผลิต รับมือหนอนเจาะผลมะเขือ ระยะเจริญเติบโต หนอนเจาะผลมะเขือทำความเสียหายแก่ยอดมะเขือ โดยตัวหนอนเจาะเข้าไปกินภายในลำต้นสูงจากยอดประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ทำให้ยอดเหี่ยวเวลาแดดจัด ระยะติดผล หนอนจะเจาะเข้าไปกินภายในผล

แนวทางป้องกัน/แก้ไข

๑. หมั่นสำรวจตรวจแปลง และเก็บยอดหรือผลที่ถูกทำลายทิ้ง
๒. ถ้าพบยอดเหี่ยว ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ หรือผลอ่อนถูกทำลาย ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ พ่นสาร เบตาไซฟลูทริน ๒.๕% อีซี อัตรา ๘๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล ๕.๑๗% อีซี อัตรา ๑๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร
***เลือกใช้สารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง และควรพ่นสารติดต่อกันอย่างน้อย ๒-๓ ครั้ง ห่างกัน ๑ สัปดาห์

ที่อยู่

ประเทศไทย
Bangkok
10900

เว็บไซต์

https://www.doa.go.th/ard/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ความสุขที่เกิดจากการร่วมมือกันของคนในชุมชน😀
ติดต่อช่องทางไหนได้บ้างครับ ทักเฟส ไม่มีการตอบรับ โทรก็ไม่มีผู้รับสายเลยครับ
📖 e-book ออนไลน์ # กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน แนะนำเรื่อง คู่มือ อาหารสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน ในสถานการณ์ ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ที่จัดทำโดย กลุ่มงานเภสัชกรรมและกลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เนื้อหาน่าสนใจที่กล่าวถึงมี ๓๗ สมุนไพร เสริมภูมิ กับตัวอย่างกว่าร้อยเมนู พร้อมกับ เมนูแนะนำและวิธีทำ ติดตามลิงก์นี้
ระวังแมลงวันทองพริกในพริก สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง เตือนผู้ปลูกพริก ในระยะ เก็บเกี่ยว รับมือแมลงวันทองพริก ตัวเต็มวัยวางไข่ในระยะพริกใกล้เปลี่ยนสี ไปจนกระทั่งผลสุก หนอนกัดกินชอนไชอยู่ภายในผล ทำให้ผลพริกเน่า ร่วงหล่น เมื่อหนอนโตเต็มที่จะเจาะออกมาเข้าดักแด้ในดิน แนวทางป้องกัน/แก้ไข 1. ทำความสะอาดแปลงปลูก โดยการเก็บพริกที่ร่วงหล่นเผาทำลาย เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวันทองพริก 2. ใช้น้ำมันปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ 83.9% EC อัตรา 60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร เน้นพ่นที่ผลพริกทุก 5-7 วัน ในกรณีพื้นที่ที่พบการระบาดเป็นประจำ พ่นครั้งแรกเมื่อพริกเริ่มติดผล หยุดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 5-7 วัน 3. เมื่อพริกเริ่มติดผล พ่นเหยื่อพิษโปรตีนเป็นจุดทุกต้นรอบแปลงและพ่นเป็นแถวต้นละจุด ห่างกันแถวละ 5 เมตร พ่นทุกสัปดาห์ หรือ เทเหยื่อพิษโปรตีนใส่ในกับดักดัดแปลง เช่น ขวดพลาสติกเจาะช่องให้แมลงสามารถบินเข้ากับดักได้ และติดตั้งกับดักสูงจากพื้นดิน 15 เซนติเมตร รอบแปลงปลูก 4. ใช้สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ มาลาไทออน 83% EC อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร #ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
ตู้ดูดความชื้นAutoDessicator"Weifo"รับประกัน/ดูแลหลังการขายต่อเนื่อง สอบถามเพิ่มเติม: idline:weifo1 Tel.062-4944693/092-3624299 Website:www.weifothailand.com
ระวัง โรคใบติดหรือใบไหม้ (เชื้อรา Rhizoctonia solani) ในสวนทุเรียนพื้นที่ภาคใต้ . สภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ช่วงนี้ฝนฟ้าคะนอง มีความชื้นสูง เตือนผู้ปลูกทุเรียน ในระยะเก็บผลผลิต รับมือโรคใบติดหรือใบไหม้ (เชื้อรา Rhizoctonia solani) . อาการเริ่มแรกพบแผลคล้ายถูกน้ำร้อนลวกบนใบ ต่อมาแผลขยายตัวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอน มักพบอาการของโรคที่ใบอ่อนก่อน จากนั้นลุกลามไปยังใบปกติข้างเคียง . ถ้ามีความชื้นสูงเชื้อราสาเหตุโรคจะสร้างเส้นใยมีลักษณะคล้ายใยแมงมุมยึดใบให้ติดกัน ใบที่เป็นโรคจะแห้งติดอยู่กับกิ่ง ก่อนหลุดร่วงไปสัมผัสกับใบที่อยู่ด้านล่าง . โรคจะลุกลามทำให้ใบไหม้เห็นเป็นหย่อม ๆ ใบแห้งติดกันเป็นกระจุกแขวนค้างตามกิ่ง ต่อมาใบจะร่วงจนเหลือแต่กิ่ง และกิ่งแห้งในที่สุด ทำให้ต้นเสียรูปทรง . แนวทางการป้องกันกำจัด . (1) กำจัดวัชพืชในแปลงปลูก เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี เป็นการลดความชื้นสะสม . (2) ในแปลงปลูกที่มีความชื้นสูงและมีการระบาดของโรคเป็นประจำ ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพื่อลดการแตกใบ . (3) หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบเริ่มมีการระบาดของโรค ตัดส่วนที่เป็นโรคและเก็บเศษพืชที่เป็นโรคและใบที่ร่วงหล่น นำไปทำลายนอกแปลงปลูก สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรคพืช . (4) ช่วงการตัดแต่งกิ่ง ตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสมและมีทรงพุ่มโปร่ง เพื่อให้ทุเรียนได้รับแสงแดดและอากาศถ่ายเทได้ดี เป็นการลดความชื้น ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรค #โรคใบติด #โรคใบไหม้ #ทุเรียน #เชื้อรา #เตือนภัยเกษตร #กรมวิชาการเกษตร​ #รู้ใจเกษตรกร . ภาพ: สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร
ขออนุญาตินะครับ คืออยากจะสอบถามเรื่อง วันเดือนปีผลิต ที่ติดข้างขวดสารเคมีทางการเกษตรว่า ปัจจุบัน มีมาตรฐานกลางมั๊ยครับ แต่ละบริษัท รู้สึกว่าแตกต่างกัน ผมเกษตรผู้ใช้เดาไม่ค่อยถูก บางทีถึงกับซื้อของ 5-6 ปีมาใช้ ด้วยความเข้าใจผิด
แมลงอะไรครับที่ต้นส้มโอ
มะม่วงเบาของใครมีบ่างครับ
มารู้จัก #พันธุ์ไม้ไล่อากาศพิษ 🌱🌲🌳🌴🌵 ที่ทางหน่วยงาน สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร นำมาบอกเล่าให้เราฟัง นำมาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน 🏢 หรือประดับตามมุมของบ้าน 🏠 ก็ดีไม่น้อยนะ 🤗🤗🤗
สวัสดีค่ะ มีเรื่องสอบถามค่ะ เกี่ยวกับการนำเข้าพืชที่เป็นสิ่งต้องห้ามเพื่อการบริโภคนี่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตไหมคะ เพราะในประกาศกรมวิชาการเกษตรจะมีเรื่องการนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อกิจการอื่น เช่น เพื่อวิเคราะห์คุณภาพ แต่ไม่ทราบว่าการนำเข้าเพื่อกินเองนี่นับรวมเป็นกิจการอื่นไหม หรือไม่นับรวมคะ ไม่ได้กวนนะคะแต่สงสัยจริง ๆ ค่ะ อยากทำให้ถูกต้องเพราะประกาศเขียนไว้ไม่หมดไม่ชัดค่ะ
สวัสดีครับ กระผมอยากจะรบกวนปรึกษาและสอบถามครับ กระผมมีความประสงค์จะนำเมล็ดพันธุ์มันแกว ส่งไปประเทศเกาหลีใต้ และสหรัฐ กระผมอยากจะให้ทางสำนักควบคุมพืช ออกใบการควบคุม พืช ต้องทำอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ