17/09/2026
ระบบแนะนำการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในนาข้าว
"จากมือหว่านสู่แผนที่นำทางในโดรนการเกษตร"
การปลูกข้าวของเกษตรกรไทยในอดีตมักประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยไนโตรเจนที่เป็นธาตุอาหารหลักที่ต้นข้าวต้องการมากที่สุด เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต สร้างใบ ขยายขนาด และเพิ่มผลผลิต ซึ่งโดยทั่วไปเกษตรกรมักใส่ปุ๋ยตามประสบการณ์ เช่น ใส่ที่อัตราเท่ากันทั้งแปลง หรืออาจจะแตกต่างกันตามที่ตามองเห็นสภาพข้าวภายในแปลง ส่งผลให้บางพื้นที่ในแปลงนาได้รับปุ๋ยมากเกินความจำเป็นจนกลายเป็นต้นทุนสูญเปล่า เกิดสารตกค้างในดิน และปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ในขณะที่บางพื้นที่กลับได้รับปุ๋ยไม่เพียงพอ
เพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการใส่ปุ๋ยตามความต้องการจริงของพืช และเพิ่มความสม่ำเสมอของผลผลิตทั่วทั้งแปลง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้มีการพัฒนา “เครื่องมือแนะนำการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน (N) ในนาข้าว โดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียม” ขึ้น โดยเป็นฟีเจอร์หนึ่งของ “Dragonfly” แพลตฟอร์มดิจิทัลทางการเกษตรเชิงพื้นที่ระดับรายแปลง ซึ่งตัวแอปพลิเคชัน Dragonfly นี้ถือเป็นสิ่งที่เกิดจากแนวคิดแบบ Agriculture Solution อย่างแท้จริง ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาการเกษตรแบบครบวงจรและตรงจุด
“ภานุ เนื่องจำนงค์” หัวหน้าฝ่ายจัดการการเกษตร GISTDA กล่าวว่า การวิเคราะห์ปริมาณไนโตรเจนในนาข้าวผ่านแอปพลิเคชัน Dragonfly มีจุดเริ่มต้นมาจากการใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม ภายใต้โครงการดาวเทียม THEOS-2 โดยโมเดลการคำนวณนี้ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 และเป็นการทำงานระหว่าง GISTDA, กรมการข้าว และคณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ปรับปรุงโมเดลต้นแบบที่เคยใช้กับข้าวสาลีให้สามารถนำมาใช้จริงกับข้าวในประเทศไทยได้
กลไกการทำงานเริ่มจากที่เกษตรกรระบุปริมาณผลผลิตข้าวที่ต้องการลง จำนวนครั้งและวันที่คาดว่าจะใส่ปุ๋ย สัดส่วนการใส่ในแต่ละครั้ง รวมถึงสูตรปุ๋ยที่จะใช้ในแต่ละครั้งของรอบการเพาะปลูกนั้นลงในแอปพลิเคชัน ระบบจะทำการ หาภาพดาวเทียมที่บันทึกภาพแปลงนาข้าวก่อนถึงกำหนดวันที่เกษตรกรจะใส่ปุ๋ย เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์และคำนวณเป็นปริมาณ ธาตุไนโตรเจนที่ต้นข้าวสะสมอยู่จริง ในขณะนั้น จากการดูดซับไนโตรเจนจากดินที่มีอยู่ก่อนเพาะปลูก เพื่อนำมาประเมินปริมาณธาตุไนโตรเจนที่เกษตรกรต้องใส่เพิ่มเพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวตามที่ต้องการ
โดยผลลัพธ์จะถูกแสดงผลบนหน้าจอสมาร์ตโฟนเป็นแผนที่แปลงเกษตรกรรมที่แบ่งออกเป็น 3 โซนสีตามระดับความต้องการไนโตรเจนของต้นข้าว เช่น โซนสีน้ำตาลเข้ม/แดง เป็นบริเวณที่พืชขาดแคลนไนโตรเจนสูง แอปพลิเคชันจะแนะนำให้ใส่ปุ๋ยในปริมาณมากเป็นพิเศษเพื่อบำรุงต้นข้าว โซนสีเหลือง/ส้ม เป็นบริเวณที่มีปริมาณไนโตรเจนในระดับปานกลางหรือเหมาะสมอยู่แล้ว ระบบจะแนะนำให้ใส่ปุ๋ยในปริมาณปานกลาง และโซนสีเขียว เป็นบริเวณที่มีปริมาณไนโตรเจนสูงเพียงพอแล้ว ระบบจะแนะนำให้ใส่น้อยที่สุดหรือไม่ต้องใส่เลย
อย่างไรก็ดีแม้ว่าระบบจะสามารถสร้างแผนที่คำนวณปริมาณปุ๋ยไนโตรเจนแบบแยกโซนได้อย่างชัดเจน แต่ยังเป็นการยากในทางปฏิบัติที่เกษตรกรจะเดินหว่านปุ๋ยด้วยตนเองตามขอบเขตโซนสีบนแผนที่สมาร์ตโฟน .. ปีนี้จึงถือเป็นปีแรกที่มีการทดสอบเชื่อมโยงแผนที่การแนะนำการใส่ไนโตรเจน จากดาวเทียมเข้ากับโดรนเพื่อการเกษตรอย่างเป็นทางการ…
ฝ่ายจัดการการเกษตรฯ อธิบายว่า การทำงานดังกล่าว เริ่มจากการส่งออกข้อมูลแผนที่ จากแอปพลิเคชัน Dragonfly เข้าสู่รีโมทคอนโทรลของโดรนการเกษตรเชิงพาณิชย์ แผนที่ จะถูกนำไปซ้อนทับบนพิกัดแผนที่ฐาน และโดรนจะสามารถรับทราบ ขอบเขตแปลงและปริมาณปุ๋ยที่ต้องใส่ในแต่ละโซนสีต่างๆ เมื่อเริ่มปฏิบัติการ โดรนจะบินเพื่อฉีดพ่น ปุ๋ยในรูปแบบอัตโนมัติ ตามแผนที่จากแอปพลิเคชัน Dragonfly โดยหัวพ่นหรือช่องปล่อยปุ๋ยจะปรับอัตราการไหลโดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อบินเข้าสู่โซนสีน้ำตาลจะเปิดช่องปล่อยปุ๋ยให้ออกในปริมาณมาก และเมื่อบินเข้าสู่โซนสีเขียวจะปรับลดปริมาณการปล่อยปุ๋ยลงทันที
ทั้งนี้คณะทำงานได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเขตชลประทาน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยขอแบ่งแปลงจากเกษตรกรออกเป็น 2 ส่วนเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ คือ แปลงควบคุม ซึ่งให้เกษตรกรมีการใส่ปุ๋ยตามความต้องการของเกษตรกรเองตามประสบการณ์ และ แปลงทดสอบ ที่ใช้ผลการแนะนำที่คำนวณได้จากแอปพลิเคชัน Dragonfly และมีการใส่ปุ๋ย โดยโดรนแบบอัตโนมัติตามแผนที่โซนระดับความต้องการไนโตรเจน
เกษตรกรจะช่วยรายงานติดตามความสมบูรณ์ของต้นข้าว สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทั้งการวัดความสูงและสังเกตความเขียวของใบข้าว จนกระทั่งใส่ปุ๋ยครบทั้ง 2 หรือ 3 รอบ โดยปัจจุบันแปลงทดสอบทั้งหมดยังไม่เข้าสู่การเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่ผลจากรายงานของเกษตรกร พบว่า ต้นข้าวในแปลงทดสอบที่ใช้โดรนบินตามแผนที่ดาวเทียมมีการเจริญเติบโต ความสูง และระดับความเขียวของใบใกล้เคียงกับแปลงควบคุมดั้งเดิมจนแทบไม่เห็นความแตกต่าง แต่ใช้ปริมาณปุ๋ยน้อยกว่าโดยเฉลี่ยประมาณ 2 กิโลกรัมไนโตรเจนต่อไร่
อย่างไรก็ตาม แม้ผลการรายงาน เบื้องต้นจะพบว่าข้าวทั้งสองแปลงมีการเจริญเติบใตใกล้เคียงกัน โดยในแปลงทดสอบสามารถใช้ปุ๋ยไนโตรเจนน้อยกว่า แต่คณะทำงานจะรอดูปริมาณผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยวได้จริงในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนอีกครั้ง และยังมีแผนการทดสอบต่อไป จนโมเดลมีความแม่นยำสูงก่อนที่จะขยายไปสู่พืชอื่น ๆ เช่น อ้อย หรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
สำหรับการผลักดันให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ ในแอปพลิเคชัน Dragonfly ฝ่ายจัดการการเกษตรฯ บอกว่า ปัจจุบันแอปพลิเคชัน Dragonfly ได้พัฒนามาถึงเวอร์ชัน 4 แล้ว มีการส่งเสริมการใช้งานให้เกษตรกร รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านเกษตรไปแล้วกว่า 80,000 รายทั่วประเทศ โดย GISTDA ได้บูรณาการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอและเกษตรตำบล เป็นกลไกหลักในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรในพื้นที่จริง รวมถึงออกแบบแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย เหมาะสมกับสังคมเกษตรกรผู้สูงอายุ
การทดสอบการเชื่อมโยงแผนที่ปุ๋ยไนโตรเจนจากดาวเทียมสู่โดรนเกษตรอัตโนมัติในปีนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทย เปลี่ยนผ่านการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่ "เกษตรแม่นยำ" (Precision Agriculture) ช่วยย่อยเทคโนโลยีอวกาศให้ลงมาอยู่บนรีโมทคอนโทรลในมือเกษตรกร ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย.
__________
Rice Field Nitrogen Fertilization Recommendation System: From Manual to Drone Navigation Maps.
Rice cultivation in Thailand faces substantial economic pressure due to high production costs, with chemical nitrogen fertilizers representing one of the largest single operational expenses. Nitrogen is a vital macronutrient essential for robust plant growth and optimal crop yield. However, conventional farming practices in the region rely heavily on personal experience rather than scientific measurement, leading to significant inefficiencies across paddy fields.
To assist farmers in aligning fertilizer applications with the actual biological demands of crops and improving yield uniformity across fields, the Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (GISTDA) developed the "Nitrogen (N) Fertilizer Recommendation Tool in Rice Fields Using Satellite Technology." This feature operates as a component of Dragonfly, a spa digital agriculture platform designed for farm-level crop management.
Panu Nuengjamnong, Head of Agricultural Management, GISTDA, explained the Nitrogen (N) Fertilizer Recommendation Tool was developed through a partnership between GISTDA, the Rice Department, and Kasetsart University. The team successfully adapted a prototype nutrient model that was originally developed for wheat to fit Thai rice cultivation as part of the THEOS-2 project.
To use the tool, farmers simply input their target harvest yield and how many times they plan to apply fertilizer. Just before the scheduled fertilizing date, the system analyzes satellite imagery to estimate the amount of nitrogen the rice plants have absorbed. It then calculates the exact amount of additional fertilizer needed to reach the target yield.
The platform displays analytical results on a mobile application or web application as a 3-color zonal map reflecting the crop's nitrogen requirements: Brown Zone (High Deficit): Indicates severe nitrogen deficiency; the app recommends high fertilizer application, yellow zone (Moderate Level): Indicates adequate nitrogen levels; the app recommends a moderate fertilizer application and green zone (Sufficient Level): Indicates high/sufficient nitrogen levels; the app recommends minimal or no fertilizer application.
To resolve manual spreading challenges, this year marks the first official trial linking satellite-based recommendation maps directly with agricultural drones.
The workflow operates through a seamless digital connection: Data export: Prescription maps generated by the Dragonfly application are transferred to the drone's remote controller, spatial recognition: The drone automatically processes field boundaries and reads the precise fertilizer dosage required for each color zone and autonomous spraying: The drone executes an automated flight path, applying variable-rate fertilizer across the plot strictly according to the map recommendations.
To evaluate practical efficiency, the team collaborated with rice farmers in the irrigated district of Doem Bang Nang Buat, Suphan Buri Province, splitting fields into two comparative plots: Control Plot: Managed using the farmer's traditional fertilizer practices and Test Plot: Managed using Dragonfly app recommendations, with fertilizer applied autonomously by drones according to the color-coded maps.
Farmers monitored and reported crop health twice weekly. Initial observations revealed that rice plants in the test plot matched the control plot in overall growth, height, and leaf greenness, while reducing nitrogen fertilizer application by an average of 2 kg of Nitrogen per rai. The Final yield performance will be assessed during the harvest period between October and November. The team plans to conduct additional trials to further refine the model's precision before scaling the model to other crops, including sugarcane and maize.
The Dragonfly application is currently in Version 4, according to the Agricultural Management Division of GISTDA. The technology has already been introduced to over 80,000 farmers and agricultural officers nationwide through a partnership with the Department of Agricultural Extension.
This year's trial, which directly connects satellite-derived nitrogen recommendation maps with automated agricultural drones, marks a significant milestone in Thailand's transition to Precision Agriculture.
#อว #เกษตร #เทคโนโลยีอวกาศ #โดรน