สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ องค์กรหลักของประเทศที่กำกับดูแลและบริหารจัดการนโยบายด้านน้ำ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) หรือ ONWR. เป็นส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 46/2560 โดยให้อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อ - ต้องการให้การบริหารจัดการน้ำ ของประเทศทั้งระบบมีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน ของหน่วยงานด้านน้ำที่มีอยู่กว่า 30 หน่วยงานในปัจจุบัน - ทำหน้าที่ในการบูรณาการข้อมูล แผนงาน โครงการ งบประมาณ ตลอดจนการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์จากการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำก่อนเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ - ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของประเทศ ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ คือ 1. ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค 2. ยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) 3. ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย 4. ยุทธศาสตร์การจัดการคุณภาพน้ำ 5. ยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน 6. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมีการวางรากฐานมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน - สทนช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหา และบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งแผนงานเร่งด่วนและแผนการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ Area Base -ดำเนินการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศด้านน้ำ ที่มีเจ้าภาพกระจายในหลายหน่วยงาน โดยต้องการให้สามารถดึงข้อมูลมาใช้งานได้ทันที เพื่อเป็นฐานข้อมูล และสารสนเทศประกอบการตัดสินใจ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ -สทนช. จะเพิ่มบทบาท เพื่อรองรับการเป็น Thailand 4.0 โดยการพัฒนาองค์ความรู้ เน้นการผสมผสานระหว่างศาสตร์พระราชา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และองค์ความรู้สากล มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ -ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติระดับภาค ซึ่งจะทำให้สามารถเชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริงตรงตามเจตนารมณ์ที่ปรากฏในพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ -ดำเนินการผลักดันโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ และน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หน้าที่: วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรหลักที่กำกับดูแลและบริหารจัดการนโยบายการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ” พันธกิจ 1.ขับเคลื่อนและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ 2. กลั่นกรองแผนงานและโครงการด้านทรัพยากรน้ำให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ 3. กำกับดูแลติดตามประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ 4.เป็นศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติในสภาวะวิกฤติ 5.ส่งเสริมการบูรณาการและการมีส่วนร่วมการจัดการทรัพยากรน้ำ

15/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ความรู้สึก คำขอบคุณ และความรู้ ที่ได้จากฟาร์มตัวอย่างฯ ตอนที่ 11]
.
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลากหลายอาชีพ หลายคนต้องหยุดงาน ไม่มีรายได้ ขาดปัจจัยช่วยในการดำรงชีวิต เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนรายได้ของประชาชนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระราชทานโครงการฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด-19 มาใช้สนับสนุนการจ้างงานเพื่อให้มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว

#ฟาร์มตัวอย่าง
#Covid19

15/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

แท้จริงพื้นฐานของคนไทย เป็นคนมีระเบียบเรียบร้อยรักษาความสะอาด ร่วมด้วยช่วยกันในการทำความดี จึงขอเชิญ เพื่อนพี่น้อง มาร่วมกัน ปฏิบัติหน้าที่จิตอาสา เพื่อให้เมืองไทย น่าอยู่ และ มีความสุขทั่วหน้ากัน

#จิตอาสาพระราชทาน

สรุปสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2563
15/08/2020

สรุปสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2563

15/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

จิตอาสา 904 คือใคร ? เกี่ยวอย่างไรกับโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน เรามาทำความรู้จักกับพวกเขากัน ✨

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา
#takealook

รายงานสรุปสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2563
15/08/2020

รายงานสรุปสถานการณ์น้ำ
ประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2563

ความเคลื่อนไหว สทนช.ภาค 4
14/08/2020

ความเคลื่อนไหว สทนช.ภาค 4

ความเคลื่อนไหว สทนช.ภาค 4
14/08/2020

ความเคลื่อนไหว สทนช.ภาค 4

14/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ 💧 ความรู้สึก คำขอบคุณ จากโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ]
.
ภารกิจจิตอาสาต้านภัยแล้ง การประสานความร่วมมือการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้งและฝนทิ้งช่วง สามารถปลูกพืชทดแทน เพื่อเพิ่มรายได้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การแก้ไขภัยแล้งด้วยพลังจิตอาสา ยังได้ต่อยอดการใช้ประโยชน์จากฝายชะลอน้ำด้วยการน้อมนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แปลงไปสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน และระดับชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ตามรูปแบบ "โคก หนอง นา โมเดล"ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและแหล่งอาหารให้แก่คนในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
.
#จิตอาสาพระราชทาน
#ภัยแล้ง

ความเคลื่อนไหว สทนช.
14/08/2020

ความเคลื่อนไหว สทนช.

วันนี้ (14 สิงหาคม 2563) เวลา 13.10 น. นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะเลขานุ...
14/08/2020

วันนี้ (14 สิงหาคม 2563) เวลา 13.10 น. นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ให้สัมภาษณ์รายการ "บ่ายนี้มีคำตอบ" ในประเด็น กอนช. เตรียมพร้อมรับมือสภานการณ์น้ำ ปี 2563 ดำเนินรายการโดย คุณวิศาล ดิลกวณิช และ คุณสุนทรี อรรถสุข ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD ช่องหมายเลข 30

สามารถติดตามชมย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/1333915556668484/videos/1237703379941177/?vh=e&extid=H2Vw0MfQdNgtj1a4&d=n

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ
14/08/2020

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ

พลเอก ประวิตร เปิดงานเสวนา
“ส่องแผนรัฐ รับมือฝน ปี 2563 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา”

วันนี้ (14 ส.ค. 63) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานพิธีเปิดพร้อมกล่าวมอบนโยบายการประชุมเสวนา เรื่อง “ส่องแผนรัฐ รับมือฝน ปี 2563 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รอดหรือไม่ ?” โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนเกษตรกร ผู้แทนภาคอุตสาหกรรม และนักวิชาการ กว่า 200 คน เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 2 อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการการดำเนินงานของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เพื่อเตรียมการรับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา การบรรยายในหัวข้อ “9 แผนงานเพื่อบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา” และการเสวนา เรื่อง “ส่องแผนรัฐ รับมือฝน ปี 2563 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รอดหรือไม่ ?” โดยมี ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต นายชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำ ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาน้ำทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ของประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนและสร้างความมั่นคงด้านน้ำในทุกภาคส่วน โดยในวันนี้เป็นการร่วมกันแสดงความพร้อมของหน่วยงานภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติรับมือกับสถานการณ์ฝนในปีนี้ ตามที่รัฐบาลได้เห็นชอบ 8 มาตรการเร่งด่วน ประกอบด้วย 1)การคาดการณ์พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม 2)การปรับแผนการเพาะปลูกพืช 3)การจัดทำเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ 4)การตรวจสอบอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และสถานีโทรมาตร 5)การตรวจสอบสิ่งกีดขวางทางน้ำ 6)การสำรวจแม่น้ำคูคลองและดำเนินการขุดลอก กำจัดผักตบชวา 7)เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือ และ 8)สร้างการรับรู้กับประชาชน ซึ่งถือได้ว่าเป็นแผนรองรับสถานการณ์น้ำในเชิงป้องกัน โดยได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวล่วงหน้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขยะมูลฝอย และผักตบชวา ที่สามารถกำจัดได้แล้วกว่า 500,000 ตัน ในบริเวณต่าง ๆ 143 แห่ง รวมไปถึงการเตรียมพื้นที่รับน้ำในทุ่งเจ้าพระยา และการวางแผนกักเก็บน้ำในฤดูฝนนี้ไว้ใช้สำหรับฤดูแล้งปีหน้าให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ นอกจาก 8 มาตรการเร่งด่วนแล้ว รัฐบาลยังได้มอบหมายให้มีการจัดทำแผนงานหลักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นลุ่มน้ำที่ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเป็นแผนงานระยะยาวที่เน้นเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัย จำนวน 9 แผน ซึ่งที่ผ่านมา สทนช. รับหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการศึกษาจัดลำดับความสำคัญ โดยเป็นการศึกษาอย่างรอบคอบให้ทุกแผนงานโครงการเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด และต่อจากนี้ได้มอบหมายให้ สทนช. เร่งบูรณาการแผนหลักดังกล่าวกับหน่วยงานปฏิบัติขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพิ่มศักยภาพในการใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านการเกษตร แก้ปัญหาและพัฒนาในทุกมิติต่อไป อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวให้เกิดผลสำเร็จ ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำในพื้นที่กับภาคราชการ และสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประชาชนด้วย

ด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอนช. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เป้าหมายหลักของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และแสดงความพร้อมถึงการเตรียมรับมือฤดูฝนปี 2563 ภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 40 หน่วยงานจาก 8 กระทรวง ได้ร่วมกันขับเคลื่อนอย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงรายงานความก้าวหน้าการสนับสนุนงบกลางเพื่อช่วยเหลือภัยแล้งและเตรียมการรองรับอุทกภัย ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในปี 2563 จำนวนทั้งสิ้น 29,160 โครงการ วงเงินรวม 23,748 ล้านบาท โดยความร่วมมือจาก 15 หน่วยงาน นอกจากนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาอย่างทันท่วงที วานนี้ (13 ส.ค. 63) คณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติงบกลางโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมเพิ่มเติม รวม 11,893 ล้านบาท เพื่อดำเนินการเร่งด่วนในปี 2563 อีกจำนวนทั้งสิ้น 14 โครงการ ประกอบด้วย 1.ฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิม 2.ก่อสร้างแหล่งน้ำใหม่ 3.ระบบประปา 4.ระบบระบายน้ำชุมชน 5.ปรับปรุงคุณภาพน้ำ 6.เครื่องจักร เครื่องมือ โดยแบ่งออกเป็นโครงการในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 17 จังหวัด มีแผนงานที่มีสถานะพร้อมดำเนินการได้ทันที จำนวนทั้งสิ้น 2,135 แห่ง ได้แก่ ระบบประปา ก่อสร้างแหล่งน้ำใหม่ ฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิม และเครื่องจักร เครื่องมือ ซึ่งนอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยภายในงานวันนี้จะมีการนำเสนอมาตรการระยะยาวในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่จะกระทบกับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญระดับประเทศ และเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นไปตามแผนงานผ่านเวทีการเสวนาด้วย
----------------------------------------

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ
14 สิงหาคม 2563

14/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

จากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ในพื้นที่ชายแดน จังหวัดเชียงใหม่ บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่พื้นฐานของประชาชน จิตอาสาพระราชทานขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น

#จิตอาสาพระราชทาน

14/08/2020

9 แผนงาน เพื่อบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา

14/08/2020
รายการบ่ายนี้มีคำตอบ

รายการบ่ายนี้มีคำตอบ

✨กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เตรียมพร้อมมาตรการรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนและเตรียมกักเก็บน้ำของอ่างเก็ยน้ำทั่วประเทศ ✨

⭕️ LIVE ⭕️ รายการ “บ่ายนี้มีคำตอบ” วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2563 ออกอากาศทุกวันพุธ - ศุกร์ เวลา 13.10 - 13.45 น. ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30

14/08/2020
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ

“รายการ รู้อยู่กับน้ำ”
ตอนพิเศษ : เสวนา ส่องแผนรัฐรับมือฝน ปี 2563 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รอดหรือไม่?
ผู้ร่วมเสวนา
- ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
- รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต
- คุณชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำ
- ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน
- คุณณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
ดำเนินรายการโดย : ดาริน กำเนิดรัตน์

14/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ตอนที่ 3 พระมหากรุณาธิคุณด้านการสืบสานและส่งเสริมความเป็นแผ่นดินเกษตรของประเทศไทย ]

สรุปสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2563
14/08/2020

สรุปสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2563

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
13/08/2020

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ประชาชนและจิตอาสาร่วมเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 🙏🏻]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสร็จสิ้น ทรงพระดำเนินออกจากพระบรมมหาราชวัง เพื่อเยี่ยมราษฎรที่มารอเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางเสียงที่ประชาชนต่างเปล่งออกมาระหว่างพระดำเนินว่า "ทรงพระเจริญ" ก่อนจะเสด็จขึ้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเพื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

#ทรงพระเจริญ
#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904

13/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ 💧 ความรู้สึก คำขอบคุณ จากโครงการจิตอาสาต้านภัยแล้ง ]
.
ภารกิจจิตอาสาต้านภัยแล้ง การประสานความร่วมมือการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้งและฝนทิ้งช่วง สามารถปลูกพืชทดแทน เพื่อเพิ่มรายได้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การแก้ไขภัยแล้งด้วยพลังจิตอาสา ยังได้ต่อยอดการใช้ประโยชน์จากฝายชะลอน้ำด้วยการน้อมนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แปลงไปสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน และระดับชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ตามรูปแบบ "โคก หนอง นา โมเดล"ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพและแหล่งอาหารให้แก่คนในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
.
#จิตอาสาพระราชทาน
#ภัยแล้ง

13/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เพียงแต่เป็นแนวทางที่เหมาะสมกับวัยผู้ใหญ่ เท่านั้น
สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเองและผู้อื่นได้

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าชื่นชม คือมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ซึ่งมีการส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่นักศึกษา ด้วยศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นับเป็นเป็นต้นแบบของการทำเกษตรผสมผสานได้อย่างลงตัว น้องๆ นักศึกษา มีโอกาสได้เรียนรู้และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาต่อยอดทักษะทางการเกษตร เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงและเป็นรูปธรรม

และยังมีอีกหลายตัวอย่างของเกษตรกรคนรุ่นใหม่ ที่หันมาให้ความสนใจในการประกอบอาชีพเกษตกร โดยน้อมนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาประยุกต์ใช้ นอกจากจะมีรายได้เพียงพอเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ยังสามารถนำผลผลิตมาแบ่งปันให้แก่เพื่อนบ้านในชุมชนได้อีกด้วย

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#เศรษฐกิจพอเพียง
#เยาวชน

ครม.เคาะงบกลางเพิ่มเติมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท เร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม 76 จังหวัดทั่วประเทศ คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางปี...
13/08/2020

ครม.เคาะงบกลางเพิ่มเติมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท
เร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม 76 จังหวัดทั่วประเทศ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางปี 2563 เพิ่มเติม กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท เร่งแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะฝนทิ้งช่วงและพายุซินลากู หวังช่วยการจ้างแรงงานท้องถิ่น กระตุ้นการท่องเที่ยว-เกษตร-วิสาหกิจชุมชน

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (13 สิงหาคม 2563) ได้เห็นชอบสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบกลางในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 11,893 ล้านบาท สำหรับใช้ในการดำเนินโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 14 โครงการ 15 หน่วยงาน เพิ่มเติมจากที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว 3 ครั้ง รวมทั้งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในด้านที่ 5 การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามที่ สทนช. เสนอ เพื่อสามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งเป็นแผนงานที่มีสถานะพร้อมดำเนินการได้ทันที ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้ว

สำหรับแผนงานที่ได้รับงบกลางดังกล่าวในการดำเนินงาน ประกอบด้วย กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 8 โครงการ ได้แก่ 1)โครงการแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ จำนวน 2 แห่ง 2)โครงการปรับปรุงคลองเปรมประชากร จำนวน 2 แห่ง 3)โครงการพัฒนาหนองเล็งทราย จังหวัดพะเยา จำนวน 2 โครงการ 4)โครงการซ่อมแซมอาคารชลประทานที่เสียหายเนื่องจากอุทกภัย จำนวน 83 รายการ 5)โครงการขุดบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ลักษณะเป็น Deep Pool จุดที่ 4 6)โครงการจัดหาเรือกำจัดวัชพืช จำนวน 50 รายการ 7)โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยเหยี่ยน พร้อมระบบระบายน้ำท้ายอ่างเก็บน้ำ และ 8)โครงการขุดลอกลำน้ำอิงตอนบนพร้อมอาคารประกอบ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย(จังหวัด 76 แห่ง) โดยการสนับสนุนกว่า 10 หน่วยงาน จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1)โครงการเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 18,927 รายการ และ 2)โครงการจัดหาครุภัณฑ์เรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืช จำนวน 805 ลำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1)โครงการเติมน้ำใต้ดินในพื้นที่ตำบลทั่วประเทศ จำนวน 1,000 แห่ง และ 2)โครงการจัดหาครุภัณฑ์ชุดเจาะสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาล จำนวน 10 ชุด กองทัพบก กระทรวงกลาโหม จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการขุดลอกแก้มลิงภายในชุมชนรถไฟ และ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการจัดหาครุภัณฑ์เรือกำจัดผักตบชวาและวัชพืช จำนวน 17 รายการ

“แม้ว่ารัฐบาลได้สนับสนุนงบกลางเพื่อช่วยเหลือภัยแล้ง ปี 63 ไปแล้ว 3 ครั้ง แต่จากสภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำและอ่างเก็บน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับประชาชนในภาคอุตสาหกรรมอพยพกลับภูมิลำเนาเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรทั้งนอกและในเขตชลประทานมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุดีเปรสชั่นซินลากู เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังพบว่ามีหลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอยู่ สทนช. ได้ประสานกระทรวงมหาดไทย เพื่อวิเคราะห์และกลั่นกรองแผนงาน/โครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่ามีแผนงานโครงการที่ต้องดำเนินการเพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในปัจจุบันสามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที จำนวน 14 โครงการ จาก 15 หน่วยงาน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถเก็บกักน้ำในฤดูฝน ปี 2563 และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มการลงทุนภาครัฐโดยการช่วยกระตุ้นการซื้อวัสดุและจ้างแรงงานคนในท้องถิ่น ด้านการท่องเที่ยว ด้านเกษตร ด้านการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนได้อีกด้วย ทั้งนี้ สทนช. จะติดตามและประเมินผลการดำเนินงานที่ได้รับงบกลางในครั้งนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาด้านน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง” เลขาธิการ สทนช. กล่าวในตอนท้าย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
13 สิงหาคม 2563

สรุปข่าวที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ประจำวันที่ 12-13 สิงหาคม 2563* เพื่อให้ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวส...
13/08/2020

สรุปข่าวที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ประจำวันที่ 12-13 สิงหาคม 2563

* เพื่อให้ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ ประจำวัน ได้มีแหล่งในการสืบค้นข้อมูล โดยข่าวที่นำมาเผยแพร่ เป็นข่าวที่อยู่ในระบบบริการติดตามข่าวสารจากสื่อหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ที่ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บอกรับเป็นสมาชิก

วันนี้ (13 สิงหาคม 2563) นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้าร่วมรับฟังการบรรยายในห...
13/08/2020

วันนี้ (13 สิงหาคม 2563) นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้าร่วมรับฟังการบรรยายในหัวข้อ "A Story behind Success : บนเส้นทางของผู้บุกเบิก" โดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมตามหลักสูตรการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.1) จัดโดยสำนักงาน ก.พ. และในวันนี้เป็นการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ป.ย.ป.1 ครั้งที่ 5 ณ ห้องประชุม 1 อาคารสำนักงาน ก.พ. จังหวัดนนทบุรี

13/08/2020
รายการ รู้อยู่กับน้ำ” ตอนพิเศษ : เสวนา ส่องแผนรัฐรับมือฝน ปี 2563 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รอดหรือไม่?

เชิญชวนติดตามชม “รายการ รู้อยู่กับน้ำ”
ตอนพิเศษ : เสวนา ส่องแผนรัฐรับมือฝน ปี 2563 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รอดหรือไม่?
ผู้ร่วมเสวนา :
- ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
- รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต
- คุณชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำ
- ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน
- คุณณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
ผู้ดำเนินรายการ : ดาริน กำเนิดรัตน์
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2563 เวลา 11.00 - 12.00 น. ได้ที่ FB : กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ https://www.facebook.com/NationalWaterCommand/

รายงานสรุปสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2563
13/08/2020

รายงานสรุปสถานการณ์น้ำ
ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2563

ที่อยู่

อาคารจุฑามาศ เลขที่ 89/168-170 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
Bangkok
10210

ข้อมูลทั่วไป

องค์กรหลักที่กำกับดูแลและบริหารจัดการนโยบายการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ:

วิดีโอทั้งหมด

เรื่องราวของเรา

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) หรือ ONWR ก่อตั้งขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 46/2560 โดยให้อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อ - บริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศทั้งระบบมีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน ของหน่วยงานด้านน้ำที่มีอยู่กว่า 40 หน่วยงานในปัจจุบัน - ทำหน้าที่ในการบูรณาการข้อมูล แผนงาน โครงการ งบประมาณ ตลอดจนการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์จากการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำก่อนเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ - ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ คือ 1. ด้านการจัดการน้ำอุปโภคบริโภค 2. ด้านการสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) 3. ด้านการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย 4. ด้านการจัดการคุณภาพน้ำ 5. ยุทธด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน 6. ด้านการบริหารจัดการ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมีการวางรากฐานมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน - สทนช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหา และบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วต่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งแผนงานเร่งด่วนและแผนการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ Area Based -ดำเนินการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศด้านน้ำ ที่มีเจ้าภาพกระจายในหลายหน่วยงาน โดยต้องการให้สามารถดึงข้อมูลมาใช้งานได้ทันที เพื่อเป็นฐานข้อมูล และสารสนเทศประกอบการตัดสินใจ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ -สทนช. จะเพิ่มบทบาท เพื่อรองรับการเป็น Thailand 4.0 โดยการพัฒนาองค์ความรู้ เน้นการผสมผสานระหว่างศาสตร์พระราชา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และองค์ความรู้สากล มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ -ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค1-4 ซึ่งจะทำให้สามารถเชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริงตรงตามเจตนารมณ์ที่ปรากฏในพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 -ดำเนินการผลักดันโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ และน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

จัดสัมนา พร้อมที่พัก ' ⛅️เขาใหญ่ฟ้าใสรีสอร์ท🌈 ' 💗 PACKAGE MEETING 💗 PACKAGE สัมนา เริ่มต้นเพียง 400.- / ท่าน 🎉Package A : HALF DAY WITH LUNCH ห้องประชุม อุปกรณ์ พร้อมอาหารกลางววัน เริ่ม 400.- / ท่าน 🎉Package B : HALF DAY WITH LUNCH & COFFEE BREAK ห้องประชุม อุปกรณ์ พร้อมอาหารกลางวัน และ อาหารว่าง เริ่ม 500.- / ท่าน 🎉Package C : FULL DAY ห้องประชุม อุปกรณ์ พร้อมอาหารกลางวัน และ อาหารว่าง 2 เซ็ต เริ่ม 600.- / ท่าน -------------------------------------------------------------------- PACKAGE สัมนา พร้อม ห้องพัก เริ่มต้น 1,350.- / ท่าน 🎉WEEKDAYS [ Sun - Thu ] เริ่มต้น 1,350 บาท / ท่าน 😮Special Promotion สำหรับสถาบันการศึกษา หรือ ข้าราชการ ที่มาสัมนาพร้อมที่พัก ลดทันที 20%🤩 * โปรโมชั่นเฉพาะ WEEKDAYS [ Sun - Thru ] เท่านั้น ราคานี้รวม ✅ ห้องพัก Superior ✅ อาหารเช้า ✅ อาหารกลางวัน ✅ ชา - กาแฟพร้อมของว่าง เช้าและบ่าย ✅ ฟรีห้องประชุมและอุปกรณ์ ✅ ฟรี Wi-Fi 🎉WEEKENDS [ Fri - Sat ] เริ่มต้น 1,500 บาท / ท่าน ราคานี้รวม ✅ ห้องพัก Superior ✅ อาหารเช้า ✅ อาหารกลางวัน ✅ ชา - กาแฟพร้อมของว่าง เช้าและบ่าย ✅ ฟรีห้องประชุมและอุปกรณ์ ✅ ฟรี Wi-Fi Check In : 12.00 PM Check Out : 12.00 PM 📍999 หมู่ 9 ถนนผ่านศึก-กุดคล้า ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30320 📞 094-894-9144
หน่วยงานราชการ สำนักงานทรัพยากรนำ้แห่งชาติ http://www.onwr.go.th/ โทร 02-5219140
น้ำคือชีวิตช่วยทีครับ https://www.facebook.com/100001378525306/posts/1990593607663237?sfns=mo
ซัมซุงซุปเปอร์เซฟวิ่ง 10/6 รับเงินคืน 6% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้นทุกปี ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-5 (กรณีมีชีวิต) รับเงินคืน 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้นทุกปี ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 6-9 (กรณีมีชีวิต) เมื่อครบสัญญารับเงินก้อนใหญ่ 638% รวมรับสูงสุด 700% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น (กรณีมีชีวิต) #ให้ความคุ้มครองจากกรณีเสียชีวิต สูงสุด 600% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น #ผู้เอาประกันภัยสามารถนำเบี้ยประกันภัยไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี * ไม่ต้องตรวจสุขภาพ * ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ * อายุที่รับประกันภัย 1 วัน - 75 ปี * ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี ชำระเบี้ยประกันภัย 6 ปี * ทุนประกันภัยเริ่มต้นตั้งแต่ 20,000 บาท * ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นงวดรายปีเท่านั้น * เบี้ยประกันภัยงวดรายปี 1,000 บาท ต่อทุนประกันภัย 1,000 บาท เท่ากัน ทุกเพศ ทุกอายุ * ไม่สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมใดๆ ได้
ขออนุญาตรายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเวียลเวง พื้นที่บ้านหนองสระ หมู่๑๖ ต.ไพศาล อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ณ ปัจจุบัน(25/01/62) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 080-796-2656 อบต.มานะ เกษรัมย์
เว็บไซต์ธุรกิจและเศรษฐกิจ ตารามีฆลเมืองพุทธ
#สายน้ำของพระราชา​