สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station

สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station © สถานีข่าวกระทรวงการคลัง เพื่อข้อมูลข่าวสารและนานาสาระถึงสมาชิกที่กด Like หรือ Share ทุกท่านคะ
(111)

เปิดเหมือนปกติ

09/11/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ✨ หมดปัญหารายจ่ายเกินรายได้ ช่วงโควิด ❗️ ]
ในสถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 ในปัจจุบันทำให้หลาย ๆ ครัวเรือนประสบปัญหาการมีรายได้ที่ลดลง แต่ยังคงมีรายจ่ายคงที่ในการอุปโภค บริโภคในครอบครัว
ด้วยในพื้นที่บริเวณ พัน.ร.รร.จปร. นั้นมีพื้นที่ส่วนกลาง
ที่สามารถนำมาใช้สอยอรรถประโยชน์ได้ในหลายด้าน จึงได้มีการนำพื้นที่ดังกล่าวนั้นมาใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร เช่น การปลูกผักสวนครัว สร้างบ่อเลี้ยงปลา และนำผลผลิตทางการเกษตรที่ได้มาจำหน่ายให้กับครอบครัวกำลังพล และประชาชนในพื้นที่ชุมชนรอบค่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
นอกจากจะเป็นการลดรายจ่ายลงแล้ว ยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว และสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวกำลังพลในหน่วยทหารได้อีกด้วย
#ทหารพันธุ์ดี
#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

[ ✨ หมดปัญหารายจ่ายเกินรายได้ ช่วงโควิด ❗️ ]

ในสถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 ในปัจจุบันทำให้หลาย ๆ ครัวเรือนประสบปัญหาการมีรายได้ที่ลดลง แต่ยังคงมีรายจ่ายคงที่ในการอุปโภค บริโภคในครอบครัว

ด้วยในพื้นที่บริเวณ พัน.ร.รร.จปร. นั้นมีพื้นที่ส่วนกลาง
ที่สามารถนำมาใช้สอยอรรถประโยชน์ได้ในหลายด้าน จึงได้มีการนำพื้นที่ดังกล่าวนั้นมาใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร เช่น การปลูกผักสวนครัว สร้างบ่อเลี้ยงปลา และนำผลผลิตทางการเกษตรที่ได้มาจำหน่ายให้กับครอบครัวกำลังพล และประชาชนในพื้นที่ชุมชนรอบค่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นอกจากจะเป็นการลดรายจ่ายลงแล้ว ยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว และสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวกำลังพลในหน่วยทหารได้อีกด้วย

#ทหารพันธุ์ดี
#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตรวจเยี่ยมการปฏ...
09/11/2020

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกรมธนารักษ์ และมอบนโยบาย โดยมี นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมผู้บริหารให้การต้อนรับ และสรุปผลการปฏิบัติงานของกรมธนารักษ์ ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กรมธนารักษ์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563

[💛 ปฐมพยาบาลถูกวิธี ชีวีปลอดภัย 💜 ].ติดตามกิจกรรมจิตอาสา 904 ประจำวันจากเพจโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน เราทำอะไร ที่ไหน หรื...
09/11/2020

[💛 ปฐมพยาบาลถูกวิธี ชีวีปลอดภัย 💜 ]
.
ติดตามกิจกรรมจิตอาสา 904 ประจำวันจากเพจโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน เราทำอะไร ที่ไหน หรือช่วยเหลือประชาชนที่ใดบ้าง
#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

[💛 ปฐมพยาบาลถูกวิธี ชีวีปลอดภัย 💜 ]
.
ติดตามกิจกรรมจิตอาสา 904 ประจำวันจากเพจโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน เราทำอะไร ที่ไหน หรือช่วยเหลือประชาชนที่ใดบ้าง

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

09/11/2020
Live NBT2HD

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์พิเศษรายการเคลียร์คัด ชัดเจน ในประเด็น "รัฐครึ่งหนึ่ง ประชาชนครึ่งหนึ่ง" ทางช่อง NBT2HD เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563

🔵Live เคลียร์คัด ชัดเจน 9 พ.ย.2563
(เวลา 15:30-15:55 น.)

💥รัฐครึ่งหนึ่ง ประชาชนครึ่งหนึ่ง
🔸🔸พรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง

▪️ชมสดกดช่อง 2 : NBT2HD
▪️Facebook Live : Live NBT2HD
#เคลียร์คัดชัดเจน
#กรมประชาสัมพันธ์

กระทรวงการคลังย้ำคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 (11/11)  นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้าน...
09/11/2020

กระทรวงการคลังย้ำคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 (11/11)

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอีกครั้งในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 (11/11) ระหว่างเวลา 06.00 น. – 23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.คอม จนกว่าจะครบจำนวน ทั้งนี้ ขอย้ำว่า ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้จะต้องเป็นผู้ไม่เคยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน หรือเป็นผู้เคยลงทะเบียนแต่ไม่สำเร็จจึงถือเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ ซึ่ง ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 มีสิทธิคงเหลือจากผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิและผู้ไม่เริ่มใช้สิทธิภายในกำหนด 14 วัน ที่จะนำมาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเป็นจำนวน 2.3 ล้านสิทธิ

รองโฆษกกระทรวงการคลังยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงคุณสมบัติของผู้ที่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการว่า ต้องเป็นประชาชนสัญชาติไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งได้รับสิทธิจากโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขอให้เตรียมลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในวันที่ 11/11 ก่อนจำนวนสิทธิจะหมดลงอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับสิทธิและใช้สิทธิตามโครงการคนละครึ่งแล้ว จะไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืนได้

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 5.57 แสนร้านค้า และผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 7,352,274 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 10,155 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 5,178 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 4,977 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 214 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตรวจเยี่ยมการปฏ...
09/11/2020

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกรมบัญชีกลาง และมอบนโยบาย โดยมี นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมผู้บริหารให้การต้อนรับ และสรุปผลการปฏิบัติงานของกรมบัญชีกลาง ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 7 กรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563

คุ้มเกินห้ามใจ!! บ้านมือสอง ธอส. ในมหกรรม 11.11 พบกับ 111 ทรัพย์เด่น  ธอส.เปิดประมูลขายออนไลน์ผ่านแอป G H Bank Smart NPA...
09/11/2020

คุ้มเกินห้ามใจ!! บ้านมือสอง ธอส. ในมหกรรม 11.11 พบกับ 111 ทรัพย์เด่น
ธอส.เปิดประมูลขายออนไลน์ผ่านแอป G H Bank Smart NPA

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เอาใจคนอยากมีบ้าน จัดมหกรรม 11.11 ประมูลบ้านออนไลน์กับ ธอส. ประจำเดือนพฤศจิกายน คัดทรัพย์ 111 รายการ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงในส่วนภูมิภาคมาให้เลือกซื้อได้ง่ายๆ ผ่าน Application : G H Bank Smart NPA ราคาเริ่มต้นประมูลลดจัดหนักสูงสุดถึง 40%จากราคาปกติ ราคาต่ำสุดเพียง 420,000 บาทเท่านั้น พิเศษ!! มอบส่วนลดเพิ่มอีก10% จากราคาที่ปิดประมูล หากทำสัญญาและทำนิติกรรมภายใน 30 ธันวาคม 2563 ให้ผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 60 เดือน ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี เริ่มประมูลพร้อมกันวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ระหว่างเวลา 12.00-13.00 น.

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน2563 ธอส. มีกำหนดจัดมหกรรม 11.11 ประมูลบ้านออนไลน์กับ ธอส. ประจำเดือนพฤศจิกายน โดยธนาคารได้คัดทรัพย์ใหม่สภาพดีทั่วประเทศรวม 111 รายการ ทั้งประเภททาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ห้องชุด และอาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า มาเปิดประมูลให้กับลูกค้าที่ต้องการมีบ้านได้เลือกซื้อผ่าน Application : G H Bank Smart NPA ราคาเริ่มต้นประมูลให้ส่วนลดแบบจัดหนักสูงสุด 40% จากราคาปกติ และเพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้มีบ้านเป็นของตนเองง่ายขึ้น ธอส.ยังเตรียมมอบส่วนลดเพิ่มให้กับผู้ชนะการประมูลอีก 10% จากราคาที่ปิดประมูล หากทำสัญญาและทำนิติกรรมภายใน 30 ธันวาคม 2563 (กรณีทำสัญญาและทำนิติกรรมหลังวันที่ 30 ธันวาคม 2563 แต่ไม่เกินวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 จะได้รับส่วนลดเพิ่มจากราคาที่ประมูลได้เหลือ 5%) โดยทรัพย์ที่นำมาเปิดประมูลครั้งนี้แบ่งเป็น รายการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 50 รายการ มีรายการที่น่าสนใจ อาทิ ทรัพย์ที่ราคาเริ่มต้นประมูลต่ำสุดเพียง 420,000 บาท ได้แก่ ห้องชุด ขนาด 32.06 ตารางเมตร โครงการบ้านเอื้ออาทรวัดศรีวารีน้อย 3 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ส่วนรายการที่เป็นทรัพย์เด่นทำเลทอง ได้แก่ ทรัพย์ประเภทบ้านแฝด 2 ชั้น เนื้อที่ 37.1 ตารางวา ในหมู่บ้านชวนชื่นเพชรเกษม 81 เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ราคาเริ่มต้นประมูลลด 10% จากราคาปกติ โดยอยู่ที่ 3,330,000 บาท และทรัพย์ประเภททาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ขนาด 18.8 ตารางวา หมู่บ้านพฤกษา 92 รังสิต-ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งถือเป็นทำเลศักยภาพ ไม่ห่างจาก ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา ราคาเริ่มต้นประมูลลดเหลือเพียง 1,360,000 บาท จากราคาปกติที่ 1,700,000 บาท

ขณะที่ทรัพย์ในภูมิภาคที่นำออกประมูลมีจำนวน 61 รายการ แบ่งเป็นรายการที่น่าสนใจ อาทิ รายการที่มีราคาเริ่มต้นประมูลต่ำสุด 450,000 บาท ได้แก่ อาคารพาณิชย์ 1 ชั้น ขนาด 18 ตารางวา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ส่วนทรัพย์ที่ราคาเริ่มต้นประมูลลดสูงที่สุด 40% จากราคาปกติ มีจำนวนถึง 3 รายการ อาทิ ทรัพย์ประเภท ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ขนาด 25 ตารางวา โครงการเมืองใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ราคาเพียง 720,000 บาท และบ้านแฝด 1 ชั้น ขนาด 39 ตารางวา โครงการตะวันทอง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ราคาเริ่มต้นประมูล 1,080,000 บาท ส่วนรายการที่ตั้งอยู่ในทำเลดี อาทิ รายการทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 63.10 ตารางวา ในโครงการรุ่งธนา 6 อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ห่างจากถนนสายหลักสายเชียงใหม่ – สันกำแพงเพียง 2 กิโลเมตร ใกล้กับห้างสรรพสินค้า ธนาคาร ตลาดสด และร้านสะดวกซื้อ ราคาเริ่มต้นประมูลเพียง 2,300,000 บาทเท่านั้น

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมรายการทรัพย์ NPA ที่เปิดประมูลครั้งนี้ได้ด้วยตนเอง ณ สถานที่ตั้งทรัพย์ ก่อนการเข้าร่วมประมูล นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้โปรโมชั่นผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0% ได้นาน 12-60 เดือน หรือเทดาวน์แล้วยื่นกู้เลยก็มีสิทธิ์เลือกใช้โปรโมชั่นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% ได้นาน 12-48 เดือน โดยระยะเวลาดอกเบี้ย 0% กำหนดตามระยะเวลาการถือครองทรัพย์ของธนาคาร หรือกรณีกู้ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และ ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกเพียง 2.80% ต่อปีเท่านั้น และยังได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1% ของวงเงินทำนิติกรรมอีกด้วย

ทั้งนี้ มหกรรม 11.11 ประมูลบ้านออนไลน์กับ ธอส. ประจำเดือนพฤศจิกายน ในวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2563 จะเริ่มเปิดประมูลพร้อมกันทั้ง 111 รายการ ตั้งแต่เวลา 12.00 – 13.00 น. ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถดาวน์โหลด Application : G H Bank Smart NPA และลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลออนไลน์ได้จนถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.40 น.(เฉพาะลูกค้าที่ยังไม่เคยลงทะเบียน) ส่วนผู้ชนะการประมูลจะได้รับ QR Code สำหรับติดต่อกับธนาคารเพื่อชำระเงินและทำสัญญาตามที่ธนาคารกำหนดภายใน 3 วันทำการนับถัดจากวันที่ประมูลได้ หรือติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารเพิ่มเติมได้ที่ www.ghbhomecenter.com และ www.ghbank.co.th หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฝ่ายบริหาร NPA โทร. 0-2202-1822, 0-2202-1582-3 และ 0-2202-1016 และฝ่ายบริหารหนี้ภูมิภาค โทร.0-2202-1170 และ 0-2202-2036

09/11/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ตอนที่ 6 พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา เพื่อความผาสุกของประเทศชาติและประชาชน ]

[ ตอนที่ 6 พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา เพื่อความผาสุกของประเทศชาติและประชาชน ]

----------------

⭐️ สามารถรับชมตอนอื่นๆ ได้ที่
https://www.facebook.com/watch/106130694462981/282697372842570/
สามารถกดติดตาม(Follow) Playlist ได้เพื่อรับชมเนื้อหาตอนใหม่ๆหรือย้อนหลังครับ

ประธานสมาคมธนาคารไทยแนะทางรอดภายใต้ Perfect Stormนายผยง ศรีวณิช   ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยถึง มุมมองทิศทางเศรษฐกิจใน...
09/11/2020

ประธานสมาคมธนาคารไทยแนะทางรอดภายใต้ Perfect Storm

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยถึง มุมมองทิศทางเศรษฐกิจในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า มีความท้าทายทั้งจากเรื่องผลกระทบของโควิด-19 และการปรับตัวให้อยู่รอดในยุค Disruption เศรษฐกิจจึงอยู่ภายใต้ “พายุใหญ่แห่งยุค” หรือ Perfect Storm ที่มีความรุนแรงและความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่สำหรับประเทศไทยอาจจะเจอกับความท้าทายมากกว่าหลายๆ ประเทศ เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย อาทิ พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวในระดับสูง ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเข้าสู่สังคมสูงอายุ

พายุใหญ่แต่ละครั้งจะทิ้งมรดกแห่งการเปลี่ยนแปลงไว้ ในคราวนี้มองว่ามี 3 ประเด็นสำคัญ ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็น New Paradigm ที่เกิดขึ้น

ประเด็นแรก คือ การฟื้นตัวจะเป็นแบบ K-Shaped Recovery จะไม่ได้เป็นการกลับไปอยู่ที่จุดเดิม หรือ status quo โดย K-Shaped Recovery หมายถึงทิศทางการฟื้นตัวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มแรกที่สามารถกลับสู่จุดเดิมได้เร็ว และกลุ่มที่สองที่กลับมาได้ช้าหรือกลับมาไม่ได้ โดยในระยะสั้นเห็นได้ชัดว่าหลายกิจกรรมยังโดนจำกัดโดยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดทำให้ฟื้นตัวได้ยากและยังไม่รู้จุดสิ้นสุดของมาตรการ นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเกิดเป็น New Normal ซึ่งธุรกิจที่เก็บเกี่ยวโอกาสได้ เช่น ธุรกิจ platform จะเติบโตได้ดี ขณะที่มีธุรกิจอีกจำนวนมากที่ปรับตัวไม่ทัน

ประเด็นที่สอง คือ แนวคิดทางนโยบายที่เปลี่ยนไปจากเดิม ธนาคารกลางและ Think Tank อย่าง IMF ออกมาบอกว่าสามารถใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยที่ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อและปัญหาหนี้สาธารณะตามมามีค่อนข้างน้อย และไม่ต้องรีบถอนนโยบายเหมือนในอดีต สหรัฐฯ และยุโรปจึงมีแนวโน้มจะมีการใช้ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่เข้มข้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในเบื้องต้นแนวคิดใหม่นี้ อาจทำให้ตลาดการเงินคลายความกังวลในเรื่องหนี้สาธารณะ และลดโอกาสเกิดปัญหาหนี้ซ้อนปัญหาสาธารณสุขโดยไม่จำเป็น แต่ก็แลกมาด้วยการสั่งสมความเปราะบางในระยะยาวที่มากกว่าเดิม

ประเด็นที่สาม คือ การจัดใหม่ของระบบทุนนิยม โดยโลกเสี่ยงที่จะแบ่งขั้ว หรือ Deglobalize ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะยังดำเนินต่อไป ขณะที่ระบบทุนนิยมจะโดนเรียกร้องให้ปรับตัวในหลายมิติ อาทิ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อระบบนิเวศมากขึ้น รวมทั้งการให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและความเป็นธรรมในเชิงสังคมและเศรษฐกิจ เพราะนี่เป็นจุดอ่อนที่สำคัญของระบบทุนนิยมเดิม โดยเฉพาะการที่ Digital Disruption มักทำให้เกิด Winner และ Loser ในลักษณะ Winner takes all และนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและช่องว่างทางสังคมที่ขยายกว้างขึ้น

นายผยง ศรีวณิช กล่าวในตอนท้ายว่า โลกข้างหน้าที่จะเกิดขึ้น ยังไม่มีใครบอกได้ว่า New paradigm ทั้งสามจะนำไปสู่รูปแบบการทำธุรกิจอย่างไร มีสูตรสำเร็จหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจต้องเดินไปข้างหน้าอย่างยืดหยุ่น และต้องกล้าทำในสิ่งใหม่ๆ โดยยึดหลักที่ว่า การลองผิดลองถูกนั้นจะช่วยให้มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มโอกาสในการหา The right solution ภายใต้ต้นทุนของการผิดพลาดที่ต่ำ เปรียบได้กับการใช้ Speed boat เพื่อความคล่องตัว และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ของการเปลี่ยนแปลง



ฝ่ายกลยุทธ์การตลาด
โทร. 0 2208 4174-8
9 พฤศจิกายน 2563

การประชุม/สัมมนาการบริหารงานจัดเก็บภาษีของสรรพากรภาค (ก.บ.ภ.) ครั้งที่ 1/2564นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร...
07/11/2020

การประชุม/สัมมนาการบริหารงานจัดเก็บภาษีของสรรพากรภาค (ก.บ.ภ.) ครั้งที่ 1/2564

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานการประชุม/สัมมนาการบริหารงานจัดเก็บภาษีของสรรพากรภาค (ก.บ.ภ.) ครั้งที่ 1/2564 เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการบริหารการจัดเก็บภาษีในภาพรวมของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งสร้างขวัญ กำลังใจ และให้ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานให้สามารถปฏิบัติภารกิจบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2563

ผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 14นายพรชัย  ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศ...
07/11/2020

ผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 14

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Finance Ministers’ Meeting: ASEM FinMM) หรืออาเซมครั้งที่ 14 ในรูปแบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ (นาย A H M Mustafa Kamal) เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกอาเซม ทั้งจากยุโรป และเอเชีย รวม 43ประเทศ รวมถึงผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ สหภาพยุโรป สำนักเลขาธิการอาเซียน ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ มูลนิธิเอเชีย-ยุโรป และสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 เข้าร่วมการประชุม ซึ่งหัวข้อหลักที่ใช้ในการหารือคือการสร้างความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งยั่งยืนทั่วถึงและสมดุลจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (Addressing COVID-19: Ensuring a Strong,Sustainable, Inclusive and Balanced Recovery) โดยมีสาระที่สำคัญ ดังนี้

1. การระบาดของCOVID-19นำมาซึ่งความท้าทายที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ต่อนานาประเทศทั่วโลก ทั้งยังได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการจ้างงาน รายได้ การประกอบธุรกิจ การลงทุน การค้า และวิถีการดำรงชีวิตประจำวันโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเปราะบางรวมไปถึงผลกระทบต่อความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) โดยที่ประชุมได้แสดงความกังวลถึงผลกระทบที่เกิดจากการระบาดระลอก 2 ที่มีต่อประเทศสมาชิก

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจาก COVID-19 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 1 ล้านคน โดยผู้แทนจากธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย และกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้นำเสนอภาพรวมการรับมือกับ COVID-19 ของประเทศต่าง ๆ โดยใช้นโยบายการทางการเงินและการคลังมาใช้เป็นมาตรการพื้นฐานซึ่งส่งผลกระทบถึงความท้าทายในการรักษาระดับหนี้สาธารณะและความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ นอกจากนี้ ได้มีข้อเสนอแนะในการให้ความสำคัญกับการนำระบบเศรษฐกิจดิจิทัลมาปรับใช้ และพัฒนาขีดความสามารถของแต่ละประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวเพื่อการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในระยะยาว รวมทั้งการให้ความสำคัญกับความร่วมมือกันระหว่างประเทศเพื่อก้าวข้ามวิกฤตทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด(Least Developing Countries)

2. การประชุม ASEM FinMM ในครั้งนี้ประเทศสมาชิกได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการรับมือและการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของ COVID-19 โดยในส่วนของประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวต่อที่ประชุมถึงมาตรการที่รัฐบาลไทยใช้ในการรับมือกับการระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา อาทิ การตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการด้านนโยบายการรับมือและกระตุ้นเศรษฐกิจ การออกมาตรการการเงินและการคลังเพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น อาทิ เงินช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการว่างงาน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การขยายระยะเวลาชำระหนี้ของธนาคารพาณิชย์แก่บริษัทและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มาตรการเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวภายในประเทศ เป็นต้น โดยมาตรการเหล่านี้ล้วนมีการดำเนินการอย่างระมัดระวังภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลัง

พร้อมกันนี้ ยังได้ชี้แจงต่อที่ประชุมเพิ่มเติมถึงความจริงจังของประเทศไทยในการรักษาความสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและการปฏิรูปโครงสร้างของประเทศในระยะยาว ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจท้องถิ่นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงภายในประเทศและระหว่างประเทศ และการพัฒนาการใช้ระบบดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงินให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้งานในแต่ละกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยระบบดิจิทัลจะช่วยให้การติดต่อสื่อสารและส่งผ่านข้อมูลมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนในการดำเนินการ และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีของภาครัฐ โดยการทบทวนการปฏิรูประบบภาษีให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ และเอื้อต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว นอกจากนี้ จะมีการพิจารณามาตรการระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทางสังคม อาทิ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เป็นต้น

ทั้งนี้ จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการรับมือกับวิกฤต COVID-19 ของประเทศสมาชิกแสดงให้เห็นว่า การบรรเทาผลกระทบจากCOVID-19 ทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคม การควบคุมและป้องกันการระบาด การประคับประคองผู้ประกอบการและธุรกิจ และการคิดค้นและแสวงหาแนวทางการรับมือ COVID-19 ที่ยั่งยืนล้วนเป็นประเด็นที่ประเทศสมาชิกให้ความสำคัญ และเอเซมยังคงเชื่อมั่นในการสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งและความเข้าใจอันดีระหว่างกันของ 2 ภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศสมาชิกล้วนประสบกับความยากลำบากและความท้าทายอันเกิดจาก COIVD-19

อนึ่ง การเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวของไทยเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการเมืองการต่างประเทศและความมั่นคงซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของไทยในหลากหลายมิติ และผลักดันให้เกิดความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องรวมไปถึงส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกับต่างประเทศเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันต่อไป

สำนักนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
โทร. (02) 273-9020 ต่อ 3613

https://bit.ly/3p6ED0z

ที่อยู่

กลุ่มสารนิเทศการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท
Bangkok
10400

ข้อมูลทั่วไป

ดำเนินการโดย กลุ่มสารนิเทศการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

021265800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Stationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สถานีข่าวกระทรวงการคลัง : Ministry of Finance News Station:

วิดีโอทั้งหมด

Finance Ministry’s official page

เพื่อข้อมูลข่าวสารและนานาสาระถึงสมาชิกที่กด Like, Follow หรือ Share ทุกท่านคะ

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด