Money Day&Night สาระด้านการเงิน กิจกรรมนักศึกษา ภาคการเงิน ม.สยาม ยินดีต้องรับเข้าสู่แฟนเพจของภาควิชาการเงินและการธนาคาร มหาวิทยาลัยสยามครับ :)
(5)

เปิดเหมือนปกติ

Thailand Investment Forum
05/04/2021

Thailand Investment Forum

สรุปตัวเลขอัตราเงินเฟ้อไทยล่าสุด ณ มี.ค. 64 ตามที่กระทรวงพาณิชย์แถลงเมื่อเช้านี้ .. แนวโน้มระยะยาวของอัตราเงินเฟ้อยังลดลงต่อเนื่อง

• อัตราเงินเฟ้อต่ำแล้วไง ? >> อัตราดอกเบี้ยนโยบายก็จะต่ำตามไป อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรวมถึงหุ้นกู้ (โดยเฉพาะกลุ่มระยะสั้น) ก็จะต่ำ ดีต่อผู้ออกตราสาร ไม่ดีต่อผู้ลงทุนในตราสาร โดยเฉพาะภาวะที่ต่ำแบบนิ่ง ๆ .. อัตราดอกเบี้ยทั่วไปก็ต่ำทั้งขาฝากและกู้ คนฝากเงินแทบไม่ได้อะไร คนกู้จ่ายดอกน้อยลง .. รวมถึงเงินเดือนก็มีแนวโน้มปรับขึ้นน้อย

• ช่วงนี้มีเรื่องบอนด์ยีลด์ที่เพิ่มขึ้น จะเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อหรือไม่ ? >> การที่บอนด์ยีลด์ขยับขึ้น สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนว่าภาวะเศรษฐกิจในอนาคตมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่ราคาสินค้าจะปรับเพิ่มขึ้นได้จริงจังและต่อเนื่องถึงขนาดที่อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งพรวดพราด แต่อัตราเงินในเฟ้อระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า อาจพุ่งขึ้นได้บ้าง เพราะอัตราเงินเฟ้อปีนี้จะเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (เม.ย. - มิ.ย. 63) ซึ่งเป็นช่วงที่แย่สุด ๆ ของสถานการณ์โควิด-19 .. แต่หลังจากนั้น ถ้าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวได้จริงจังอัตราเงินเฟ้อก็มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้แรงแบบต่อเนื่องเช่นกัน

• จะอ้างอิงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย ใช้ตัวเลขไหนดี ? >> แนะนำให้ใช้ตัวเลขค่าเฉลี่ย 10 ปีขึ้นไป .. ในเชิงการเงินอาจจะใช้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน 0.85% อื่น ๆ ก็ใช้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 0.89% .. แต่ที่แน่ ๆ ต้องไม่ใช้ตัวเลข(เคย)ยอดนิยม 3%

[ หนึ่งในข้อมูลเผยแพร่ประจำของ TIF facebook.com/ThInvestForum/posts/10157215052866557 ]

efinanceThai
24/03/2021

efinanceThai

📌10 อัตราส่วนทางการเงินแบบง่ายๆ

สำหรับใช้คัดหุ้นเข้าพอร์ต!
.
การเลือกหุ้นก็เหมือนการเลือกซื้อสินค้า แม้จะไม่มีพนักงานขายมาคอยบอกสเปคของสินค้า . . . แต่ก็โชคดีที่การเลือกหุ้นสามารถทำได้ง่ายเช่นกัน
.
เพราะเราสามารถรู้คุณสมบัติ ความสามารถของหุ้นตัวนี้ได้จากงบการเงินที่บริษัทนั้นเผยแพร่ออกมา แต่กว่าจะอ่านงบการเงินจนจบก็คงตาลายพอดี โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ดังนั้น "การอ่านอัตราส่วนทางการเงิน" จึงเข้ามาช่วยในตรงนี้ได้มาก ^^
.
มาดูกันดีกว่าว่า 10 อัตราส่วนทางการเงินที่ต้องรู้ไว้มีอะไรบ้าง!
.
.
📌1.P/E (อัตราส่วนราคาต่อกำไร)
.
เริ่มต้นกันด้วย P/E หรือ "อัตราส่วนราคาต่อกำไร" จะใช้วัดความถูกหรือแพงของหุ้นตัวนั้นๆ ด้วยการนำ "ราคาหุ้น" มาเทียบกับ "กำไรสุทธิต่อหุ้น" ที่บริษัททำได้ ดังนั้น "หาก P/E มีค่ามากก็จะถือว่าหุ้นตัวนั้นมีราคาแพง" เพราะสามารถทำกำไรในขณะนั้น ได้น้อยกว่าราคาหุ้นมาก
.
อย่างเช่น บริษัท GULF และ EGCO ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ GULF มีค่า P/E ที่ 92.48 เท่า ขณะที่ EGCO มีค่า P/E 10.91 เท่า ก็อาจจะวิเคราะห์ได้ว่า GULF มีราคาหุ้นที่แพงกว่า EGCO มาก ... "ดังนั้น P/E ยิ่งต่ำจะถือว่ายิ่งดี" .... แต่ในอีกมุมก็คือ นักลงทุนประเมินว่าในอนาคตกำไรของ GULF อาจมีการเติบโตสูงกว่า EGCO จึงยอมซื้อหุ้นที่มีค่า P/E ที่สูงกว่าเพื่อรอการเติบโตที่กำลังจะมาถึง
.
📌2.Dividend Yield (อัตราเงินปันผลตอบแทน)
.
อัตราเงินปันผลตอบแทน ใช้วัดความสามารถในการจ่ายเงินปันผลเมื่อเทียบกับราคาหุ้นตัวนั้น ด้วยการนำ "เงินปันผลต่อหุ้น" มาเทียบกับ "ราคาหุ้น" ของบริษัท ดังนั้น "ค่ายิ่งสูงจะยิ่งดี" เพราะแปลว่าบริษัทนั้นจ่ายเงินปันผลสูงเมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่เราลงทุนไป เช่น CPALL จ่ายปันผลหุ้นละ 0.90 บาทต่อหุ้น เทียบกับราคาหุ้นที่ 66.75 บาท จะเท่ากับมีอัตราเงินปันผลตอบแทน 1.35% ถือว่าน้อยกว่า TISCO ที่ปันผล 6.30 บาทต่อหุ้น และมีราคาหุ้นอยู่ที่ 96.75 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 6.51%
.
ข้อควรระวังคือ บริษัทส่วนใหญ่ที่อยู่ในช่วงของการเติบโตมักไม่ค่อยจ่ายปันผลเป็นเงินสด หรือจ่ายน้อยเพราะบริษัทต้องการรักษาเงินสดไว้ลงทุนสร้างการเติบโตต่อไป ดังนั้นบริษัทที่จ่ายปันผลน้อยไม่ได้แปลว่าจะเป็นบริษัทไม่ดีเสมอไป
.
📌3.ROA (ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์)
.
ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ ใช้วัดความสามารถของบริษัทว่า สามารถนำสินทรัพย์ไปสร้างกำไรสุทธิกลับมาได้เท่าไหร่ โดยการนำ "กำไรสุทธิ" เทียบกับ "สินทรัพย์รวม" ตัวอย่าง บริษัทเรามีบ้านราคา 100 ล้านบาทถ้าเราสามารถนำบ้านหลังนี้ไปให้เช่าและสร้างกำไรสุทธิกลับมาได้ 20 ล้านบาทในปีนั้น จะเท่ากับว่าบริษัทมีอัตราส่วน ROA อยู่ที่ 20% นั่นเอง "ดังนั้นค่านี้ยิ่งมากจะยิ่งดี" เพราะแปลว่าใช้สินทรัพย์ได้คุ้มค่า ไม่ใช่การซื้อสินทรัพย์ไม่จำเป็นมาวางไว้เฉยๆครับ
.
📌4.ROE (ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น)
.
ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ใช้วัดความสามารถของบริษัทว่านำเงินทุนของผู้ถือหุ้นไปใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน โดยการนำ "กำไรสุทธิ" เทียบกับ "ส่วนของผู้ถือหุ้น" เช่น บริษัทนี้มีส่วนของทุน ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 100 ล้านบาท ถ้าบริษัทนำเงินทุนส่วนนี้ไปใช้ดำเนินกิจการ แล้วได้กำไรกลับมา 30 ล้านบาท จะเท่ากับว่าบริษัทมีอัตราส่วน ROE อยู่ที่ 30% "ค่านี้ยิ่งสูงจะถือว่ายิ่งดี" เพราะแปลว่าบริษัทนำเงินของเราไปลงทุนแบบได้ผลตอบแทนกลับมาคุ้มค่านั่นเอง
.
แต่หากปีถัดๆไป บริษัทได้กำไรมากขึ้น "ส่วนทุนนี้" ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกัน ดังนั้นหากบริษัทยังไม่สามารถนำไปลงทุนเพื่อหากำไรเพิ่มได้ ROE จะลดลงครับ หน้าที่ของบริษัทก็คือต้องนำเงินไปลงทุนต่อไปเรื่อยๆ หรือปันผลออกมานั่นเอง
.
📌5.Liquidity Ratios (อัตราส่วนสภาพคล่อง)
.
อัตราส่วนสภาพคล่อง ใช้วัดความสามารถในการหมุนเงินของบริษัทเพื่อใช้ชำระหนี้ โดยการนำ "สินทรัพย์หมุนเวียน(Current Assets)" เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า และอื่นๆ รวมกัน มาเทียบกับ "หนี้สินหมุนเวียน(Current Liabilities)" เช่น หนี้สินของกิจการที่ต้องชำระคืนภายใน 1 ปี

"ดังนั้นหาก อัตราส่วนสภาพคล่อง มีค่ามากกว่า 1 เท่า จะแปลว่า มีหนี้สินที่ต้องชำระในระยะสั้นน้อยกว่าทรัพย์สินที่บริษัทมี" จึงถือว่าไม่น่าห่วง "ในทางตรงกันข้าม หากค่านี้ต่ำกว่า 1 เท่าลงไป เท่ากับว่าบริษัทมีหนี้สินระยะสั้นมากกว่าสินทรัพย์ที่ตัวเองมี" หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ ก็อาจต้องขายสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน หรือเพิ่มทุนมาใช้ชำระหนี้
.
ตัวอย่าง บริษัทที่มีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงก็เช่น AOT มีอัตราส่วนสภาพคล่อง 3.48 เท่า หมายถึงมีทรัพย์สินหมุนเวียนมากกว่าหนี้สินหมุนเวียนถึง 3 เท่า ขณะที่ ITD อยู่ที่ 0.84 เท่า หมายความว่าเงินที่หามาได้มีเพียงพอชำระได้แค่ 84% ของจำนวนหนี้ที่ต้องชำระนั่นเอง
.
📌6.D/E (อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น)
.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อัตราส่วนนี้จะใช้วัดว่า บริษัทใช้เงินทุนจากแหล่งไหนมาทำธุรกิจมากกว่ากัน โดยนำ "Dedt(หนี้สิน)" เทียบกับ "Equity(ส่วนของผู้ถือหุ้น)" ดังนั้นถ้า "ค่านี้ยิ่งสูงจะเท่ากับว่าบริษัทมีความเสี่ยงสูง" เพราะหนี้สินเป็นเงินทุนที่มีภาระดอกเบี้ย แม้ธุรกิจไม่ดีบริษัทก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยอยู่โดยไม่มีข้อยกเว้น "ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นหากธุรกิจในปีนั้นทำได้ไม่ดี ก็อาจประกาศงดจ่ายเงินปันผลออกไปได้"

แต่บางบริษัทก็มี D/E สูงเพราะเพิ่งลงทุนอะไรบางอย่างไป จึงต้องดูเป็นรายบริษัทไปนะครับ .. นักลงทุนบางรายก็ชอบให้บริษัทมีหนี้สินเยอะ เพราะผู้ถือหุ้นไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม แต่สามารถทำธุรกิจขนาดใหญ่ๆได้ เนื่องจากใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ (ดังนั้นเวลาที่บริษัทประกาศเพิ่มทุนแทนที่จะกู้เงิน ราคาหุ้นจึงมักจะปรับลงนั่นเอง)
.
📌7.Assets Turnover Ratio (อัตราส่วนหมุนเวียนทรัพย์สิน)
.
อัตราส่วนนี้จะคล้ายกับ ROA เพียงแต่ว่าจะเป็นการเทียบ "รายได้รวม" กับ "สินทรัพย์รวม" เพื่อใช้แสดงว่าเราสามารถนำทรัพย์สินของเราไปสร้างรายได้กลับมาได้กี่เท่า "ค่านี้ยิ่งมากจะยิ่งดี" เพราะแสดงว่าสามารถนำทรัพย์สินไปสร้างรายได้กลับมาได้สูงนั่นเอง
.
📌8.Gross Profit Margin (อัตรากำไรขั้นต้น)
.
อัตรากำไรขั้นต้น ใช้แสดงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยที่นอกจากต้นทุนสินค้าแล้ว จะไม่นำค่าใช้จ่ายอื่นๆมาคำนวณเลย เช่น ICHI มีอัตรากำไรขั้นต้นปี 63 อยู่ที่ 19.72% นั่นหมายความว่าหากบริษัทขายชาเขียว 100 บาท หักต้นทุนสินค้าเช่น ขวด น้ำชา ซีลต่างๆ แล้วจะเหลือกำไรอยู่ที่ 19.72 บาท
.
ดังนั้น "อัตรากำไรขั้นต้นยิ่งมากจะยิ่งดีครับ" เพราะมันหมายความว่าเราสามารถขายสินค้าที่มีต้นทุนต่ำในราคาสูงๆได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะแบรนด์สินค้ามีความแข็งแกร่งจนคนยอมจ่ายแพง แม้ต้นทุนสินค้าจะน้อยก็ตาม
.
📌9.EBIT Margin (อัตรากำไรจากการดำเนินงาน)
.
EBIT Margin ย่อมาจาก (Earning before interest and tax Margin) หรือเรียกกันว่า Operating Profit Margin อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย และภาษี ใช้แสดงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท หลังจากหักต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแล้ว แต่ไม่นำค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และภาษีมาคำนวณ
.
เอาไว้เปรียบเทียบบริษัทว่าหากตัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและภาษีออกไปแล้ว ความสามารถทำกำไรของบริษัทนี้เป็นอย่างไร เพราะค่าใช้จ่ายสองอย่างนี้ไม่ได้เกิดจากความสามารถของบริษัท จึงไม่สะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงนั่นเองครับ
.
📌10 Net Profit Margin (อัตรากำไรสุทธิ)
.
อัตรากำไรสุทธิ ใช้แสดงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว เช่น ต้นทุนสินค้า เงินเดือนพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการทำตลาด ดอกเบี้ย ภาษี หรือที่เรียกกันว่าบรรทัดสุดท้าย เพราะไม่ต้องนำไปหักอะไรอีกแล้วนอกจากจ่ายเงินปันผล
.
"ค่านี้ยิ่งสูงจะยิ่งดีครับ" และในตลาดหุ้นมักจะใช้ค่านี้ในการดูว่าบริษัทมีความสามารถในการจัดการทุกอย่างมากแค่ไหน เพราะหากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนทั้งบริษัทได้ดี ผลลัพธ์ในขั้นตอนสุดท้ายก็คือจะมีอัตรากำไรสุทธิสูงนั่นเองครับ
.
.
การศึกษางบการเงิน ถือเป็นการศึกษาข้อมูลในอดีตที่เกิดขึ้นไปแล้วนะครับ ... งบการเงินจึงไม่ได้การันตีว่าบริษัทจะเติบโตต่อได้จริงหรือไม่

แต่การศึกษางบการเงินจะทำให้เรารู้จักหุ้น และอุตสาหกรรมนั้นเป็นอย่างดี หากเรานำมาวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในขณะนั้นๆ เราก็พอจะประเมินแนวโน้มในอนาคตได้เช่นกัน
#วอวิดเอง


อีไฟแนนซ์ไทย สำนักข่าวหุ้น-การเงิน-การลงทุน อันดับหนึ่งของไทย
ที่มีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 1 ล้านคน/เดือน
อ่านข่าวสารการลงทุนเพื่อหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆได้ตลอดวัน
อีไฟแนนซ์ไทย “มีข่าวมีโอกาส” www.efinancethai.com


#SET #หุ้น #วิธีเล่นหุ้น

Bank of Thailand Scholarship Students
24/03/2021

Bank of Thailand Scholarship Students

(Mar 24) ธปท.เฉือนจีดีพีปีนี้เหลือโต 3% นักท่องเที่ยวหดเหลือ 3 ล้านคน : ธปท.ปรับคาดการณ์จีดีพีปี 64 เหลือ 3% จาก 3.2% และปี 65 เหลือ 4.7% จาก 4.8% เหตุนักท่องเที่ยวเหลือ 3 ล้านคน เผยเศรษฐกิจไทยใช้เวลาฟื้นตัว 2 ปีครึ่ง มาตรการรัฐ-การเงินยังเป็นแรงสนับสนุน ชี้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลน้อยรับแรงกดดันค่าบาทลดลง พร้อมปรับตัวเลขส่งออกโตพุ่ง 10% จาก 5.7% อานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2564 ลงมาอยู่ที่ระดับ 3.0% จากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ผ่านมามองอยู่ 3.2% และในปี 2565 ปรับจาก 4.8% เหลือ 4.7%

ขณะที่ภาคการส่งออกปรับประมาณการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 10.0% จาก 5.7% เนื่องจากพลวัตรการส่งออกปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากสหรัฐฯ ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ส่งผลต่อการส่งออกสินค้าของไทยปรับดีขึ้นในหลายหมวดสินค้า

ทั้งนี้ สาเหตุการปรับจีดีพีลดลงมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ จึงปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2564 เหลือ 3 ล้านคน จากเดิมอยู่ที่ 5.5 ล้านคน และในปี 2565 เหลือ 21.5 ล้านคน จาก 23 ล้านคน

ทั้งนี้ ธปท.ยังมองว่านักท่องเที่ยวจะสามารถเข้ามาได้ภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ แต่จำนวนที่ปรับลดลงมาจากนโยบายจีนที่ยังห้ามคนในประเทศเดินทาง จึงคาดว่านักท่องเที่ยวจีนเข้ามาน้อยลง ดังนั้น ปัจจัยเรื่องวัคซีน และการระบาดของโควิด-19 จึงยังเป็นต้องติดตามใกล้ชิดทั้งในและต่างประเทศ เพราะมีผลต่อการกลับมาของจำนวนนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี แนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ยังคงปรับลดลงจากผลกระทบการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่การปรับลดลงไม่มาก เนื่องมาตรการบริหารจัดการล็อกดาวน์ไม่ได้เข้มงวดเหมือนระลอกแรก และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ทำให้การปรับลดลงของจีดีพีไม่หดลงแรงมาก

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยยังคงเปราะบาง และฟื้นตัวไม่ทั่วถึง จึงต้องการแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐและการเงินต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมามาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ที่ออกมา ถือว่าได้ผลพอสมควร เนื่องจากมีการกำหนดการใช้ และพื้นที่ที่ใช้ ขณะเดียวกัน หากดูประเทศไทย เมื่อเทียบกับภูมิภาค ถือว่าไทยฟื้นตัวช้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสัดส่วนภาคการท่องเที่ยวค่อนข้างสูงถึงกว่า 10% ของจีดีพี จึงได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น

“การปรับจีดีพีจาก 3.2% เหลือ 3.0% แต่ต่างประเทศฟื้นตัวเร็ว เพราะไทยมีเรื่องของท่องเที่ยวเยอะ คาดว่าการขยายตัวจะกลับเข้าสู่ระดับปกติก่อนมีโควิด-19 ในช่วงปลายปี 2562 จะใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง หรือภายในกลางปี 2565 ดังนั้น การกระตุ้นยังเป็นเรื่องจำเป็น และการฟื้นฟูในระยะข้างหน้าเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเข้มแข็ง”

สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากประมาณการเดิมอยู่ที่ 11.6 พันล้านดอลลาร์ ลดลงเหลือ 1.2 พันล้านดอลลาร์ และทยอยปรับเพิ่มขึ้นในปี 2565 แต่ยังลดลงจากคาดการณ์เดิมที่อยู่ 29.1 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ จากดุลบัญชีเกินดุลน้อยลง สะท้อนแรงกดดันที่มาจากดุลบัญเดินสะพัดต่อค่าเงินบาทจะน้อยลง อย่างไรก็ดี ธปท.ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้าง Fx Ecosystem ต่อเนื่อง

Source: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
https://www.prachachat.net/finance/news-635853

เพิ่มเติม
- เอกสาร ธปท. https://www.bot.or.th/Thai/PressandSpeeches/Press/2021/Pages/n1764.aspx

ธนาคารแห่งประเทศไทย - Bank of Thailand
13/02/2021

ธนาคารแห่งประเทศไทย - Bank of Thailand

ใครที่อยากรู้ว่าเศรษฐศาสตร์คืออะไร❔ขอแนะนำหนังสือ "เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวอยู่" 🆕ฉบับปรับปรุงใหม่จากแบงก์ชาติ✨ แล้วคุณจะรู้ว่าเศรษฐศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิดเลยครับ ดาวน์โหลดอ่านฟรี🆓ได้แล้ววันนี้ที่ http://bit.ly/3aisznJ หรือ https://bit.ly/2ODX27p

#แบงก์ชาติ #เศรษฐศาสตร์ #เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวอยู่

03/02/2021
การเงิน การลงทุน ที่ปรึกษาการลงทุน อบรมใบอนุญาตทางการเงินและการลงทุน : imfp

การเงิน การลงทุน ที่ปรึกษาการลงทุน อบรมใบอนุญาตทางการเงินและการลงทุน : imfp

📽️ Live สด “พิธีเปิดโครงการ HERO Stock U-Challenge”
.
ครั้งแรกของประเทศ! Finansia HERO จัดการแข่งขันเทรดหุ้นจำลองระหว่าง 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ชวนน้องๆ นักศึกษามาโชว์ศักยภาพ และความรู้ด้านการลงทุน ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 100,000 บาท
.
เข้าร่วมแข่งขันและเรียนฟรี! กับ Full-time trader ชื่อดัง โค้ชพี่ป๊อบ และคุณพืช Money HERO พร้อมสอนการลงทุนตั้งแต่พื้นฐานผ่านแอปเทรดหุ้นสุดล้ำ Finansia HERO โดยทีมเทรนเนอร์
» เปิดสอน 21 มกราคม - 29 มีนาคม 64
» เริ่มแข่งขัน 15 กุมภาพันธ์ - 15 เมษายน 64
.
นักศึกษาระดับปริญญาตรี ทั้ง 9 มหาวิทยาลัย สามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 64 อ่านรายละเอียดโครงการที่นี่ https://www.fnsyrus.com/herostockuchallenge
.
รับชมพิธีเปิดโครงการ 👉https://youtu.be/FWoLp2O7Yfo

25/01/2021
การเงิน การลงทุน ที่ปรึกษาการลงทุน อบรมใบอนุญาตทางการเงินและการลงทุน : imfp

การเงิน การลงทุน ที่ปรึกษาการลงทุน อบรมใบอนุญาตทางการเงินและการลงทุน : imfp

🎥 ชม Live “ก้าวแรกสู่เทคนิคอล” กับ HERO Stock U-Challenge (25 ม.ค. 64)
.
ทำความรู้จักกับเทคนิคอลคืออะไร แท่งเทียนคืออะไร รวมถึงวิธีการดูกราฟและแนวรับ-แนวต้าน พร้อมใช้ Finansia HERO เพื่อ
✓ ดูกราฟหุ้นได้ด้วยตัวเอง
✓ เพื่อดูจุดซื้อ-ขายหุ้นที่สนใจ
.
มาเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันพร้อมกัน
⏰เวลา 13.00 - 16.00 น. ที่ Facebook กลุ่มปิด HERO Stock U-Challenge
.
✨ สอนเครื่องมือให้นักศึกษาใช้เเข่งขัน โดย คุณนิติพงษ์ หิรัญพงษ์ (โค้ชพี่ป๊อบ) และคุณสหสัญญ์ ก้องพงศ์ปีติ (พี่ซัน)
----------------------
อ่านรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
📞 Tel : 02-782-2400
🌐 Website : https://bit.ly/WebHERO
📺 YouTube : https://bit.ly/YouTubeHERO
👉 [email protected] : http://bit.ly/LineHERO
🗨 Telegram : https://bit.ly/T-HERO
🌀 Twitter : http://bit.ly/TwiiterHERO

หลักสูตรออนไลน์ ที่ทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตและมีกำไร
23/01/2021
หลักสูตรออนไลน์ ที่ทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตและมีกำไร

หลักสูตรออนไลน์ ที่ทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตและมีกำไร

แหล่งรวมคอร์สเรียนออนไลน์สำหรับเจ้าของกิจการ สอนโดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้งานได้จร.....

20/01/2021

โพสต์ที่แล้วข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยครับ ขอโทษครับ

20/01/2021

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2564
เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัว โดยขยายตัวร้อยละ 3.2 เทียบกับ ปี 2563 ที่การขยายตัวติดลบร้อยละ 6.6
อัตราเงินเฟ้อ ปี 2564 คาดว่าเท่ากับร้อยละ 1 น้อยกว่ากรอบเป้าหมาย แต่ยังดีกว่า ปี 2563 อัตราเงินเฟ้อติดลบร้อยละ 0.9 (อัตราเงินเฟ้อน้อยกว่ากรอบเป้าหมายบ่งชี้เศรษฐกิจถดถอยหรือชะลอตัว)
มูลค่าการส่งออกปี 2564 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 5.7 ดีกว่าปี 2563 ที่ติดลบร้อยละ 7.4 ปัญหาก็คือการส่งออกบริการปี 2563 หดตัวรุนแรง และปี 2564 คาดว่าจะฟื้นตัวช้า จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2564 มีเพียง 5.5 ล้านคน (เทียบกับ 39.9 ล้านคนในปี 2562 และ 6.7 ล้านคน ในปี 2563)
การบริโภคภาคเอกชน ปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 2.8 ดีกว่าปี 2563 ที่ติดลบร้อยละ1.4 แต่ยังตำ่กว่าปี 2562 ที่ขยายตัวร้อยละ 4.5
ปี 2564 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 4.9 ตามการฟื้นตัวของการส่งออกและการบริโภค รวมทั้งโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (public-private partnership) ทำให้การลงทุนปีนี้ดีกว่า ปี 2563 ที่ติดลบ 9.9 และดีกว่าปี2562 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.8
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ปัจจัยสนับสนุน คือ มาตรการการคลังของรัฐบาล มาตรการกีดกัดการค้าโลกมีแนวโน้มคลี่คลาย ปัจจัยลบ คือ การระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ มาตรการพักชำระหนี้ที่ทยอยสิ้นสุดลง
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ปัจจัยสนุบสนุน การกระจายวัคซีนป้องกันโควิด 19 โครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะในEEC

OR เปิดชื่อนักลงทุนสถาบันทั้งใน-ต่างประเทศ ที่เป็น Cornerstone Investors ตกลงที่จะซื้อหุ้น 1,714.30 ล้านหุ้น หรือ 65.7 %...
15/01/2021
OR เปิดชื่อ 28 นักลงทุนสถาบันไทย-เทศ ทำสัญญาจองซื้อไอพีโอ 1,714.30 ล้านหุ้น

OR เปิดชื่อนักลงทุนสถาบันทั้งใน-ต่างประเทศ ที่เป็น Cornerstone Investors ตกลงที่จะซื้อหุ้น 1,714.30 ล้านหุ้น หรือ 65.7 % ของจำนวนไอพีโอทั้งหมด กองทุน GIC Private Limited ในสิงคโปร์ ได้รับจัดสรร 215 ล้านหุ้น

บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) หรือ"โออาร์" ได้เปิดเผยในไฟลิ่งว่า บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาลงทุนในหุ้น (Cornerstone Placing Agreement) กับผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ที่จองซื้อในประเทศไทยและในต่างประเทศจำนวนรวม 28 ราย (รวมเรียกว่าผู้ลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors)

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ได้ตกลงที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ OR จำนวนรวม 1,714.30 ล้านหุ้น ( 65.7 % ของจำนวนหุ้นไอพีโอในครั้งนี้ ) ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาดังกล่าว)
อ่านต่อ https://moneyandbanking.co.th/article/or-ipo-stock

กองทุน GIC Private Limited ในสิงคโปร์ ติดโผได้รับจัดสรรหุ้น OR จำนวน 215 ล้านหุ้น

15/01/2021
ระบบจองเวลาเปิดบัญชี ที่สาขาธนาคารกสิกรไทย

🔥 เรื่องวิธีการจัดสรรหุ้น PTTOR

ในส่วนลูกค้ารายย่อยในประเทศทั้งหมดนั้น จะจัดสรรผ่าน Selling Agent ซึ่งได้แก่

ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกสิกรไทย เท่านั้น

โดยสามารถทำการจองได้ในระหว่าง

วันที่ 24 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12:00น. (เที่ยง)

รูปแบบการจัดสรรจะเป็นแบบ Small Lot First

ดังนั้น

นักลงทุนที่ต้องการจองซื้อ จะต้องไปติดต่อจองซื้อ ผ่าน

ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกสิกรไทย

ระหว่างวันที่ 24 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12:00น. (เที่ยง) เท่านั้น

ทั้งช่องทาง online และสาขา ทั่วประเทศ

(การจองหุ้นใหม่ OR นี้ไม่มีจองผ่านโบรกเกอร์)

เอกสาร ต้องเตรียม

1.บัตรประชาชน
2.สมุดธนาคาร
3. จำเลขที่บัญชีซื้อขายหุ้น
4. จำเลขที่สมาชิกโบรกเกอร์ที่จะนำหุ้นเข้า Port
5.เตรียมเงิน (มีจอง online ผ่าน แอฟของธนาคาร ได้ด้วย )

****ทั้งนี้ การจองหุ้นผ่านสามารถของธนาคารกสิกรไทย นักลงทุน ต้องทำการจองคิว ผ่านระบบออนไลน์ของธนาคารกสิกรไทยก่อน

ตามลิงค์ ข้างล่างนี้ โดยระบบการจองหุ้น จะเปิดให้ลงทะเบียนในวันจันทร์ที่ 18 มกราคม เริ่ม 6.00น. เป็นต้นไป

https://www.kasikornbank.com/th/branch-register/Pages/index.aspx

บริการจองคิวสาขาธนาคารกสิกรไทยเพื่อจองซื้อหุ้น OR จะเปิดให้บริการได้ในวันที่ 18 มกราคม 2564 เวลา 6.00 น. เป็นต้นไป

ที่อยู่

38 ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ
Bangkok
10160

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Money Day&Nightผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

รบกวนช่วยทำแบบสอบถามด้วยครับ ขอบคุณครับ