สำนักงานเจ้าคณะภาค 10

สำนักงานเจ้าคณะภาค 10 สำนักงานเจ้าคณะภาค 10 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สำนักงานเจ้าคณะภาค 10 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 344 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

เปิดเหมือนปกติ

15/04/2018

วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๑ พระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๐ ได้ออกตรวจเยี่ยมวัดและมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เจ้าอาวาสวัดตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย วัดหัวทด ตำบลเสาธงชัย วัดด่านใต้พัฒนาราม ตำบลภูผาหมอก วัดท่าสว่าง ตำบลโพนสำราญ วัดบ้านตาแท่น ตำบลบึงมะลู วัดหนองตลาดราชบำรุง ตำบลบึงมะลู และวัดบ้านเขวา โดยได้สอบถามสภาพความพร้อมของบังเกอร์หลบภัย ที่มีอยู่ตามวัดต่างๆ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติศาสนกิจของคณะสงฆ์อำเภอกันทรลักษ์ และได้เดินทางไปเยี่ยมอาการอาพาธของเจ้าคณะอำเภอกันทรลักษ์ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของเครื่องอุโภคบริโภคเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่จุดตรวจและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ในการตรวจเยี่ยมวัดตามแนวตะเข็บชายแดนในครั้งนี้ มีพระมหาคะนอง ปคุโณ เลขานุการรองเจ้าคณะภาค ๑๐, พระครูสุตภัทราภรณ์ เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ, พระครูวิสุทธิ์ธรรมาภิรัติ
เลขานุการเจ้าคณะอำเภอกันทรลักษ์,
พระมหาเฉลิมชัย อิทฺธิญาโณ จร.วัดชำแสง เป็นผู้ประสานงาน และนายเนติวุฒิ แสนคุ้ม ปลัดอำเภอกันทราลักษณ์ เป็นผู้ให้ความสะดวก

วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๑ พระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๐  ได้ออกตรวจเยี่ยมวั...
15/04/2018

วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๑ พระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๐ ได้ออกตรวจเยี่ยมวัดและมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่เจ้าอาวาสวัดตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย วัดหัวทด ตำบลเสาธงชัย วัดด่านใต้พัฒนาราม ตำบลภูผาหมอก วัดท่าสว่าง ตำบลโพนสำราญ วัดบ้านตาแท่น ตำบลบึงมะลู วัดหนองตลาดราชบำรุง ตำบลบึงมะลู และวัดบ้านเขวา โดยได้สอบถามสภาพความพร้อมของบังเกอร์หลบภัย ที่มีอยู่ตามวัดต่างๆ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติศาสนกิจของคณะสงฆ์อำเภอกันทรลักษ์ และได้เดินทางไปเยี่ยมอาการอาพาธของเจ้าคณะอำเภอกันทรลักษ์ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของเครื่องอุโภคบริโภคเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่จุดตรวจและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ในการตรวจเยี่ยมวัดตามแนวตะเข็บชายแดนในครั้งนี้ มีพระมหาคะนอง ปคุโณ เลขานุการรองเจ้าคณะภาค ๑๐, พระครูสุตภัทราภรณ์ เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ, พระครูวิสุทธิ์ธรรมาภิรัติ
เลขานุการเจ้าคณะอำเภอกันทรลักษ์,
พระมหาเฉลิมชัย อิทฺธิญาโณ จร.วัดชำแสง เป็นผู้ประสานงาน และนายเนติวุฒิ แสนคุ้ม ปลัดอำเภอกันทราลักษณ์ เป็นผู้ให้ความสะดวก

วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๑ พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ เจ้าคณะภาค ๑๐ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานพิธีบรรพชาโครงการ...
08/04/2018

วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๑ พระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ เจ้าคณะภาค ๑๐ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานพิธีบรรพชาโครงการสามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 7

ณ วัดป่าไทรงาม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี

--------------------------------

สามารถติดตามรับชม "สามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี 7"
ห้องเรียนธรรมะถ่ายทอดสด แห่งแรกในไทย
เริ่มถ่ายทอดสด 12.00 น. วันจักรีที่ 6 เมษายน - 6 พฤษภาคม 61

🚩 ช่องทางรับชม "ถ่ายทอดสด" 🚩
ระหว่างวันที่ 6 เมษายน - 6 พฤษภาคม 61

▶️ ชมทางช่องทรูวิชั่นส์ 60 และ 99 หรือทรูวิชั่นส์ HD ช่อง 119 และ 333

#สามเณรปลูกปัญญาธรรม

08/04/2018
สามเณรปลูกปัญญาธรรม

🚩 LIVE สด 🚩
เริ่มแล้ว พิธีบรรพชาสามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 7 ติดตามอนุโมทนาบุญกันค่ะ
**********************************
🚩 ช่องทางรับชม "ถ่ายทอดสด" 🚩
วันนี้ - 6 พฤษภาคม 61

▶️ ช่องทรูวิชั่นส์ 60, 99 ทรูวิชั่นส์ HD ช่อง 119, 333

▶️ ช่องทรูปลูกปัญญา : ทรูวิชั่นส์ 37 / PSI 188 / DTV 315 เวลา 00.00 น. - 22.00 น.

↔️ ชมออนไลน์ฟรี ที่ www.trueplookpanya.com/truelittlemonk

↔️ แอปพลิเคชัน True ID

**********************************
🚩 ช่องทางรับชม "สรุปกิจวัตรประจำวัน" 🚩

▶️ ช่องทรูปลูกปัญญา:
ทรูวิชั่นส์ 37 / PSI 188 / DTV 315
( ย้อนหลัง 1 วัน)

เวลา : 21.00 น. - 21.45 น.
เวลา : 04.45 น. - 05.30 น. (รีรัน)

▶️ True4U ช่อง 24
(ย้อนหลัง 2 วัน)

วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 05.00 - 06.00 น.
วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 06.00 -07.00 น.

#สามเณรปลูกปัญญาธรรม

🚩 LIVE สด 🚩
เริ่มแล้ว พิธีบรรพชาสามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 7 ติดตามอนุโมทนาบุญกันค่ะ
**********************************
🚩 ช่องทางรับชม "ถ่ายทอดสด" 🚩
วันนี้ - 6 พฤษภาคม 61

▶️ ช่องทรูวิชั่นส์ 60, 99 ทรูวิชั่นส์ HD ช่อง 119, 333

▶️ ช่องทรูปลูกปัญญา : ทรูวิชั่นส์ 37 / PSI 188 / DTV 315 เวลา 00.00 น. - 22.00 น.

↔️ ชมออนไลน์ฟรี ที่ www.trueplookpanya.com/truelittlemonk

↔️ แอปพลิเคชัน True ID

**********************************
🚩 ช่องทางรับชม "สรุปกิจวัตรประจำวัน" 🚩

▶️ ช่องทรูปลูกปัญญา:
ทรูวิชั่นส์ 37 / PSI 188 / DTV 315
( ย้อนหลัง 1 วัน)

เวลา : 21.00 น. - 21.45 น.
เวลา : 04.45 น. - 05.30 น. (รีรัน)

▶️ True4U ช่อง 24
(ย้อนหลัง 2 วัน)

วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 05.00 - 06.00 น.
วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 06.00 -07.00 น.

#สามเณรปลูกปัญญาธรรม

เปิดตัวหนังสือ"ลมหายใจชายแดนใต้ บนเส้นทางแห่งศรัทธา" https://www.dailynews.co.th/article/632683 via @dailynewstwit
16/03/2018
เปิดตัวหนังสือ'ลมหายใจชายแดนใต้ บนเส้นทางแห่งศรัทธา'

เปิดตัวหนังสือ"ลมหายใจชายแดนใต้ บนเส้นทางแห่งศรัทธา" https://www.dailynews.co.th/article/632683 via @dailynewstwit

งานเสวนาเปิดตัวหนังสือ “ลมหายใจชายแดนใต้ บนเส้นทางแห่งศรัทธา” หนังสือรางวัลพระนักเขียนปัญจสิกขะ ประจำป.....

ผมคิดว่ามานานมากว่าจะทำอย่างไรให้มีโอกาสได้พูดคุยกับ “พระภิกษุที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 5 จังหวัดชายแดน” และทั้งคิดมานาน...
14/03/2018
เสียงสะท้อนจาก'พระสงฆ์' 5 จังหวัดชายแดนใต้

ผมคิดว่ามานานมากว่าจะทำอย่างไรให้มีโอกาสได้พูดคุยกับ “พระภิกษุที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 5 จังหวัดชายแดน” และทั้งคิดมานานแบบคนห่างไกลวัดว่า...ทำไม?!? มหาเถรสมาคมหรือคณะสงฆ์ส่วนกลางไม่ลงไปช่วยเหลือ หรือใยดีต่อการเป็นอยู่ของคณะสงฆ์หรือชาวพุทธในพื้นที่บ้าง.... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/632123

สัปดาห์นี้มาฟังเสียงสะท้อนจากพระสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 5 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงชาวพุทธในชายแดน.....

การบวชเรียนเป็นสิ่งคู่กับสังคมไทยมาแต่เดิม อยากได้วิชาความรู้อะไรต้องไปบวชเรียน ไม่ว่าจะเป็นวิชาหนังสือ วิชารบทัพจับศึกใ...
11/03/2018
มโนปณิธานของพระราชกิจจาภรณ์ (๒๐) การศึกษาของพระเณรในยุคดิจิตอล | Manasikul online มน​สิ​กุล​ ออนไลน์

การบวชเรียนเป็นสิ่งคู่กับสังคมไทยมาแต่เดิม อยากได้วิชาความรู้อะไรต้องไปบวชเรียน ไม่ว่าจะเป็นวิชาหนังสือ วิชารบทัพจับศึกให้ฤกษ์ยาม หมอยา คาถาอาคม และความรู้อื่นๆ

สมัยโน้น วิชาเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ เป็นเนื้อหาหลักของการศึกษาชาติยุคโบราณ จะสร้างตน สร้างฐานะ สร้างบ้านเมือง ต้องแสวงหาไว้ใส่ตัว บวชแล้วจึงได้เรียน

“จะว่าไป ประเทศชาติบ้านเมืองเราถูกสร้างขึ้นมาจากรากฐานความรู้ที่มาจากการบวชเรียน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งบวชเป็นพระภิกษุแสวงหาวิชาความรู้ ก็ได้รับการทำนายจากชาวจีนชราว่าจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน

ผู้คนสมัยนี้ลืมสิ่งที่บรรพชนท่านคิดท่านทำไปหมด ได้ของใหม่กลับมองว่า สิ่งที่ท่านคิดท่านทำนั้นเป็นอวิชชาไปเสียแล้ว

(อ่านต่อได้ที่นี่)
https://manasikul.com/2018/03/11/%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88-3/

Home Manopanithan มโนปณิธานของพระราชกิจจาภรณ์ (๒๐) การศึกษาของพระเณรในยุคดิจิตอล พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ManopanithanPrese...

มโนปณิธาน (หน้าธรรมวิจัย หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันอังคารที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ )บายไลน์  มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ (๑๙) กว่ามะ...
27/02/2018

มโนปณิธาน (หน้าธรรมวิจัย หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันอังคารที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ )
บายไลน์ มนสิกุล โอวาทเภสัชช์

(๑๙) กว่ามะม่วงจะสุก

หลังจากการตัดสินใจอีกครั้งผ่านไปด้วยดี ท่านเจ้าคุณอาจารย์พระราชกิจจาภรณ์ สมัยยังเป็นพระมหาเทอด ญาณวชิโร ก็เดินทางโดยรถไฟกลับวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ
จุดเปลี่ยนในชีวิตอีกครั้งจากศรัทธาญาติโยมที่ตั้งใจนิมนต์ท่านเป็นเจ้าอาวาสในวัยหนุ่ม นำมาสู่การเติบโตทางความคิดที่นำไปสู่ความลุ่มลึกในการมองภาพรวมของคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาอย่างไร
ในวันที่มีโอกาสไปกราบท่านเจ้าคุณอาจารย์ ท่านเมตตาพาชมกุฏิหลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ในคณะ ๕ ซึ่งมีเพียงเตียงไม้เล็กๆ ติดหน้าต่างบานหนึ่ง หันศรีษะไปทางภูเขาทอง แล้วท่านก็เล่าให้ฟังว่า ปกติเวลาจำวัดหลวงพ่อสมเด็จจะหันศรีษะไปทางภูเขาทอง เพื่อเป็นการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ท่านจะจำวัดบนพื้นไม้ ในห้องเดิมซึ่งอยู่มาตั้งแต่ครั้งเป็นสามเณร ปูผ้าอาบผืนเดียว มีหมอนใบเดียว ห่มผ้าจีวรจำวัด ท่านจะไม่ใช้ผ้าห่ม จนกระทั่งในช่วงหลังๆ ท่านเริ่มชราและอาพาธ คุณหมอจึงให้ท่านจำวัดบนเตียงนี้ แต่ช่วงแรกๆ ท่านก็ยังลงมาปูผ้าอาบจำวัดข้างๆ เตียง บอกว่า ท่านจำวัดบนพื้นไม้มานานจนชินแล้ว

แม้เวลาสรงน้ำ ท่านก็ใช้ผ้าอาบเช็ดตัว ไม่ใช้ผ้าขนหนู มีโยมมาถวายผ้าห่มหรือผ้าเช็ดตัว ท่านจะรับไว้เพื่อรักษาศรัทธา แล้วมอบให้พระเณรตามโอกาส

ที่หน้าห้องมีโต๊ะทำงานของหลวงพ่อสมเด็จ เป็นเพียงโต๊ะตัวเล็กๆ ธรรมดาและเก้าอี้ตัวเดียวเท่านั้น ท่านเจ้าคุณอาจารย์เล่าต่อมาว่า หลังทำวัตรค่ำหลวงพ่อสมเด็จจะนั่งที่โต๊ะตัวนี้เป็นประจำ ดูฤกษ์ยามออกรถใหม่ ลงไม้มงคลปลูกบ้าน ดูฤกษ์งานแต่ง ตั้งชื่อให้กับเด็กที่เกิดใหม่ ตามแต่จะมีผู้มาขอ และวินิจฉัยการพระศาสนาในประเทศ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงการพระศาสนาในต่างประเทศทั่วโลก พระเณรในพระอารามมีเรื่องอะไรก็จะมากราบเรียนท่านที่นี่ เวลาดูข่าวจะไม่มีใครรบกวนท่าน โดยเฉพาะข่าวในพระราชสำนัก หากพอมีเวลาก็จะเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้พระเณรฟังไม่รู้จักเหนื่อย สำหรับญาติโยมที่มาพบ ท่านจะรับที่ศาลาเรือนไทยหน้ากุฏิ ท่านจะฟังปัญหาจากญาติโยมที่มาปรึกษาอย่างตั้งใจ ให้เขาคลายใจว่า มีผู้รับรู้ทุกข์ของเขา แล้วก็จะให้ข้อธรรม ให้ศีลให้พร พอเป็นหลักในการประครองสติต่อไป

จากนั้นท่านก็พาชมสมุดวิชาโบราณต่างๆ ของสำนัก ตั้งแต่ตำรายา ตำราพิชัยสงคราม โหราศาสตร์ ฤกษ์ยาม เป็นต้น ดูสมุดบันทึกและหนังสือที่หลวงพ่อสมเด็จเรียนบาลีตั้งแต่เป็นสามเณร เป็นพระมหา ตลอดจนงานหนังสือที่หลวงพ่อสมเด็จเขียน ไปจนถึงอาสนะที่หลวงพ่อสมเด็จนั่ง ทุกอย่างจัดวางไว้คงเดิมสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพื่อเป็นประธานให้กับคณะสงฆ์ได้มีกำลังใจในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนากันอย่างเต็มกำลัง ทำให้ได้มีโอกาสสัมผัสวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อสมเด็จที่เรียบง่าย แม้ว่าท่านจะมีงานบริหารคณะสงฆ์มากมายในยุคที่เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชก็ตาม
ท่านเมตตาเล่าให้ฟังต่อมาว่า กลับไปครั้งนี้หลวงพ่อสมเด็จเริ่มสอนให้คิด ให้มองคณะสงฆ์แบบภาพรวม ไม่ให้มองจุดใดจุดหนึ่ง หรือมุมใดมุมหนึ่ง สอนให้มีชุดความรู้ และชุดความคิดหลายๆ ชุด สอนให้เห็นว่า การปกครองคณะสงฆ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นกลไกให้พระศาสนาเดินไปได้อย่างมีทิศทาง ไม่ใช่ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ หลวงพ่อสมเด็จบอกเสมอว่า มีผู้อยากให้คณะสงฆ์อ่อนแอ อ่อนกำลัง จึงพยายามทำลายระบบการปกครองคณะสงฆ์ เหมือนพยายามตัดเส้นเอ็นออกจากกระดูก ในที่สุดพระศาสนาก็เดินต่อไปไม่ได้ เพราะไร้ทิศทาง คณะสงฆ์จึงต้องฝากพระศาสนาไว้กับงานเผยแผ่ ทำงานเผยแผ่กันให้มาก การเผยแผ่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการปกครองคณะสงฆ์ แม้การก่อสร้างซ่อมแซมบูรณะวัดวาวิหารเรือนพระเจดีย์ พระเณรก็ต้องทำ รวมไปถึงการช่วยเหลือสงเคราะห์สังคม การศึกษาทั้งนักธรรม บาลี และปริยัติสามัญ ตลอดจนความรู้อื่นๆ ที่ไม่ขัดพระธรรมวินัย ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ เป็นความมั่นคงของพระศาสนา

ท่านสอนให้มองกว้างออกไปจนถึงต่างประเทศ ต้องนำพระศาสนาออกไปยังต่างประเทศ เป็นการเตรียมหาที่มั่นแห่งใหม่ให้กับพระศาสนา หากพระโสณะพระอุตระไม่เสียสละเดินทางจาริกท่องเที่ยวมา สุวรรณภูมิก็คงไม่ได้เป็นที่มั่นพระศาสนามาจนถึงทุกวันนี้

“ขณะเดียวกัน ในช่วงนั้น ก็เริ่มเขียน “หลักการทำบุญและการปฏิบัติธรรม” ซึ่งตอนแรกไม่ได้ตั้งใจทำเป็นหนังสือ แต่เริ่มต้นจากการเขียนจดหมายถึงโยมแม่ใหญ่ (โยมย่า) ก่อน เพราะตอนที่กลับมาที่บ้านเกิดในอุบลราชธานี ทุกครั้งที่วัดจัดปฏิบัติธรรม โยมแม่ใหญ่ก็จะเข้าวัดปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดด้วยเป็นประจำ ส่วนโยมพ่อใหญ่ (โยมปู่) แม้ไม่ค่อยได้เข้าวัด แต่ท่านก็จิตใจดี คิดตามประสาชาวบ้านว่า โยมแม่ใหญ่เข้าวัดแล้ว ตัวท่านก็คงจะได้เหมือนกัน เพราะโยมพ่อใหญ่มีอัธยาศัยชอบสันโดษ ไม่ชอบผู้คนมากมาย ชอบอยู่เถียงนา อยู่ตามป่า ตามทุ่ง แต่ถึงแม้โยมพ่อใหญ่ไม่ได้เข้าวัด พอถึงวันพระท่านก็จะเป็นผู้คอยเตือนโยมแม่ใหญ่ให้ไปวัดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำไร่ ทำนา ทำสวน หากได้ยินเสียงพระกลองแลงสะท้อนาจากวัด โยมพ่อใหญ่ก็จะเตือนให้โยมแม่ใหญ่วางมือจากงานไปวัดฟังเทศน์ ส่วนอาตมาตอนเป็นเด็กก็จะมีหน้าที่เก็บดอกไม้เตรียมให้โยมแม่ใหญ่ไปบูชาพระ
“ตอนที่กลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง ก็เห็นว่า โยมทั้งสองอายุมากแล้ว อาจจะอยู่อีกไม่นาน และการจากกันครั้งที่สอง โยมก็คงคิดถึงเหมือนกัน จะทำอย่างไรให้โยมได้ฟังธรรม จึงเริ่มเขียนจดหมาย เขียนด้วยลายมือ เนื่องจากเป็นจดหมายที่ค่อนข้างยาว ไม่อาจเขียนจบในวันเดียว ดังนั้นจึงใช้เวลาในตอนเช้าตื่นมาตีสี่ตีห้าก็เขียนก่อนออกไปบิณฑบาต เขียนทุกวันจนคิดว่าเพียงพอต่อฉบับหนึ่งก็ส่งให้โยม แล้วก็ซื้อเครื่องเล่นเทปไปให้โยมเครื่องหนึ่ง พร้อมกับเทปธรรมะของหลวงพ่อชา สุภัทโท บ้าง ละครธรรมะบ้าง ที่คิดว่าเหมาะกับท่าน แล้วก็เขียนจดหมายแต่ละฉบับไปให้
“จนกระทั่ง เขียนถึงฉบับที่สองหรือที่สาม ไม่แน่ใจ โยมปู่ก็ป่วย อาตมากลับมาเยี่ยมหลายครั้ง แล้วในที่สุดโยมปู่ก็สิ้น โดยที่ยังไม่ได้อ่านจดหมายฉบับต่อมา ช่วงเวลานั้น เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ความพลัดพรากเป็นธรรมดามาเยือน จึงนำจดหมายฉบับนั้นเผาไปให้โยมพ่อใหญ่ด้วย ต่อมาอีกไม่กี่ปี โยมแม่ใหญ่ก็จากไปเช่นกัน จดหมายก็เขียนต่อเนื่องเป็นฉบับที่ ๔ ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายที่เขียน
“หนังสือ หลักการทำบุญและการปฏิบัติธรรม เล่มนี้ จริงๆ แล้วไม่ได้เจตนาให้เป็นหนังสือ แต่เป็นจดหมายที่เขียนถึงโยม ต่อมามีโยมเห็นต้นฉบับที่เขียนเป็นลายมือ เขาก็เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จึงขอไปพิมพ์ จึงรวบรวมพิมพ์ขึ้นมา ก็มีปรับสำนวนบ้าง เพิ่มเติมอะไรลงไปบ้าง เพื่อให้เป็นหนังสือมากขึ้น”
นั่นจึงเป็นจุดกำเนิดของหนังสือที่เขียนจากประสบการณ์ชีวิตจริงของท่าน ทำให้เข้าใจบวรพระพุทธศาสนาที่หยั่งลึกในประเทศไทย อยู่ในหัวใจชาวไทย มายาวนานกว่า ๑๐๐๐ ปี จนเกิดความมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ จากจุดกำเนิดเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งที่ปรารถนาจะเป็นพระ เพราะเห็นคุณย่าเตรียมข้าวปลาอาหารและดูแลมะม่วงที่กำลังออกผลเป็นอย่างดีเพื่อเตรียมไว้ใส่บาตรและไปวัดรักษาอุโบสถศีลในวันพระ ก่อเกิดเป็นมโนปณิธานอันมั่นคงในวันนี้
(โปรดติดตามตอนต่อไป หน้าธรรมวิจัย วันอังคารหน้า )

ในคณะ ๕ ซึ่งมีเพียงเตียงไม้เล็กๆ ติดหน้าต่างบานหนึ่ง หันศรีษะไปทางภูเขาทอง ปกติเวลาจำวัดหลวงพ่อสมเด็จจะหันศรีษะไปทางภูเข...
27/02/2018
มโนปณิธานของพระราชกิจจาภรณ์ (๑๙) กว่ามะม่วงจะสุก | Manasikul online มน​สิ​กุล​ ออนไลน์

ในคณะ ๕ ซึ่งมีเพียงเตียงไม้เล็กๆ ติดหน้าต่างบานหนึ่ง หันศรีษะไปทางภูเขาทอง ปกติเวลาจำวัดหลวงพ่อสมเด็จจะหันศรีษะไปทางภูเขาทอง เพื่อเป็นการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ท่านจะจำวัดบนพื้นไม้ ในห้องเดิมซึ่งอยู่มาตั้งแต่ครั้งเป็นสามเณร ปูผ้าอาบผืนเดียว มีหมอนใบเดียว ห่มผ้าจีวรจำวัด ท่านจะไม่ใช้ผ้าห่ม จนกระทั่งในช่วงหลังๆ ท่านเริ่มชราและอาพาธ คุณหมอจึงให้ท่านจำวัดบนเตียงนี้ แต่ช่วงแรกๆ ท่านก็ยังลงมาปูผ้าอาบจำวัดข้างๆ เตียง บอกว่า ท่านจำวัดบนพื้นไม้มานานจนชินแล้ว

แม้เวลาสรงน้ำ ท่านก็ใช้ผ้าอาบเช็ดตัว ไม่ใช้ผ้าขนหนู มีโยมมาถวายผ้าห่มหรือผ้าเช็ดตัว ท่านจะรับไว้เพื่อรักษาศรัทธา แล้วมอบให้พระเณรตามโอกาส

ที่หน้าห้องมีโต๊ะทำงานของหลวงพ่อสมเด็จ เป็นเพียงโต๊ะตัวเล็กๆ ธรรมดาและเก้าอี้ตัวเดียวเท่านั้น ท่านเจ้าคุณอาจารย์เล่าต่อมาว่า หลังทำวัตรค่ำหลวงพ่อสมเด็จจะนั่งที่โต๊ะตัวนี้เป็นประจำ ดูฤกษ์ยามออกรถใหม่ ลงไม้มงคลปลูกบ้าน ดูฤกษ์งานแต่ง ตั้งชื่อให้กับเด็กที่เกิดใหม่ ตามแต่จะมีผู้มาขอ และวินิจฉัยการพระศาสนาในประเทศ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงการพระศาสนาในต่างประเทศทั่วโลก พระเณรในพระอารามมีเรื่องอะไรก็จะมากราบเรียนท่านที่นี่ เวลาดูข่าวจะไม่มีใครรบกวนท่าน โดยเฉพาะข่าวในพระราชสำนัก หากพอมีเวลาก็จะเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้พระเณรฟังไม่รู้จักเหนื่อย สำหรับญาติโยมที่มาพบ ท่านจะรับที่ศาลาเรือนไทยหน้ากุฏิ ท่านจะฟังปัญหาจากญาติโยมที่มาปรึกษาอย่างตั้งใจ ให้เขาคลายใจว่า มีผู้รับรู้ทุกข์ของเขา แล้วก็จะให้ข้อธรรม ให้ศีลให้พร พอเป็นหลักในการประครองสติต่อไป

(อ่านต่อ) https://manasikul.com/2018/02/27/%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88-2/

Home Manopanithan มโนปณิธานของพระราชกิจจาภรณ์ (๑๙) กว่ามะม่วงจะสุก พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร ) ManopanithanPresent MomentUncategorisedUncategorizedมโ...

รัฐบาลอังกฤษ ถวายพระบรมสารีริกธาตุ แด่ รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินเพียงพระองค์เดียว ที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมั่...
24/02/2018

รัฐบาลอังกฤษ ถวายพระบรมสารีริกธาตุ แด่ รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินเพียงพระองค์เดียว ที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง

ย้อนหลังกลับไปเมื่อร.ศ.115 หรือตรงกันกับพ.ศ.2439 อินเดียยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มิสเตอร์วิลเลียม เปปเป วิศวกรชาวอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นอาศัยอยู่ในประเทศใต้อาณานิคมอย่างอินเดีย ได้เห็นลูกไฟสว่างไสวจากที่พักของเขา แสงประหลาดนั้นเปล่งแสงท่ามกลางความมืดของยามราตรี วิศวกรจากอังกฤษรายนั้นเห็นว่าทิศทางของแสงอยู่ทางสถูปร้าง วันต่อมาเขาไปขุดบริเวณนั้นและได้พบกับผอบบรรจุของบางอย่าง โดยผอบนั้นมีจารึกตัวอักษรโบราณกำกับไว้ด้วย

ภายหลังจึงทราบว่า เป็นอักษรโบราณซึ่งถอดความโดยผู้เชี่ยวชาญออกมาได้ความว่าของในผอบนั้นคือ “พระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในส่วนของศากยะราชสกุล ซึ่งได้รับการแบ่งไปในคราวโทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ภายหลังถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระหลังพุทธกาล”

เมื่อทราบดังนั้น รัฐบาลอังกฤษ ซึ่งปกครองประเทศอินเดีย ในขณะนั้น เห็นสมควรถวายพระบรมสารีริกธาตุดังกล่าว แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินเพียงพระองค์เดียว ที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง

ปีพุทธศักราช 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ขณะดำรงยศเป็นพระยาสุขุมนัยวินิต เป็นผู้แทนรัฐบาล ออกเดินทางไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากรัฐบาลประเทศอินเดีย กลับสู่สยามประเทศ และได้มีจดหมายเหตุบันทึกไว้ว่า ในพิธีรับมอบ เจ้าพระยายมราชเกิดความสงสัยในพระบรมสารีริกธาตุ พลันก็ปรากฏรัศมีเป็นประกายแผ่ออกจากพระบรมสารีริกธาตุ เป็นที่น่าอัศจรรย์ จนหมดความสงสัย ขณะเดินทางกลับเรือได้เผชิญพายุอย่างหนัก ท่านได้อธิษฐานขอบารมีจากพระบรมสารีริกธาตุ ให้ปลอดภัย ก็ปรากฏรัศมีพวยพุ่งออกจากพระบรมสารีริกธาตุ พายุได้พลันสงบลง

ปีพุทธศักราช 2442 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ ณ พระเจดีย์บรมบรรพต ภูเขาทอง วัดสระเกศ และ ประกอบพิธีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ อย่างยิ่งใหญ่ เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน นับตั้งแต่นั้นมา และพระองค์ได้แจกจ่ายไปให้กับประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาต่างๆ เช่น พม่า ลาว ลังกา ญี่ปุ่น ไซบีเรีย เป็นต้น

อนึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานถุงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดียนั้น แก่ เจ้าพระยายมราช นำไปเก็บรักษาไว้ เพื่อเป็นบรรณาการในการเป็นผู้แทนรัฐบาลกรุงสยาม ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ในคราวนั้นด้วย ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุ ได้เสด็จมาเพิ่ม ในถุงบรรจุ ของเจ้าพระยายมราชนั้น เมื่อนำความ ขึ้นกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาทราบแล้ว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช นำไปเก็บรักษาสักการะ บูชาไว้ที่บ้านของท่าน ตามเดิม

แต่ภายหลัง ผู้สืบสกุลเจ้าพระยายมราช ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนนั้น มาถวายสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งคณะสงฆ์วัดสระเกศ พร้อมพุทธศาสนิกชน ทั้งมวล เห็นสมควรอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งผู้สืบสกุลเจ้าพระยายมราช ได้อัญเชิญมาถวายนั้น ขึ้นไปประดิษฐานไว้ ณ พระเจดีย์บรมบรรพต ภูเขาทอง

ภาพประกอบ: พระยายมราช (ปั้น สุขุม) และพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมา

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
29/01/2018

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

พระครูอุบลภาวนาวิเทศ (เฮ็นนิ่ง เกวลี) เจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ สอบพระอุปัชฌาย์ผ่าน

ภายหลังรับใบตราตั้งพระอุปัชฌาย์แล้ว ได้เดินทางมากราบสักการะรูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) และเข้ากราบสักการะพระเดชพระคุณพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 10 จากนั้น ได้เดินทางไปกราบสักการะพระราชสุเมธาจารย์(สุเมโธ)

โดยในวันที่ 28 ม.ค.2561 ที่ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา กรุงเทพฯ ได้จัดพิธีการมอบตราตั้งพระอุปัชฌาย์ที่ผ่านการสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง, สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก, พระวิสุทธิวงศาจารย์ รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ร่วมเป็นประธานมอบตราตั้งแก่พระอุปัชาย์ใหม่ที่ผ่านการสอบ จำนวน 200 รูป

พระครูอุบลภาวนาวิเทศ (เฮ็นนิ่ง เกวลี) เจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ จ.อุบลราชธานี เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมวัดป่านานาชาติ ที่ได้ผ่านการสอบเป็นพระอุปัชฌาย์ตามระบบคณะสงฆ์ไทย แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 17 พ.ศ.2536 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ ออกตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งนับว่า เป็นพระชาวต่างประเทศรูปแรก ที่เข้าระบบการสอบของคณะสงฆ์

พระครูอุบลภาวนาวิเทศ มีความสนใจวิปัสสนากรรมฐานมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ ที่มหาวิทยาลัยฟรี กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และได้ไปฝึกนั่งสมาธิที่วัดไทยในเยอรมนี โดยปั่นจักรยานไปวัดไทยราว 40 นาที จากนั้น จึงได้อ่านหนังสือสอนวิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ชา สุภัทโท ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และเคยได้มาประเทศไทย ชอบวิถีวัฒนธรรมของคนไทย ชอบพระพุทธศาสนา เมื่อเรียนจบจึงตัดสินใจมาที่วัดป่านานาชาติ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นวัดป่าสายหลวงปูชา จึงได้ตัดสินใจบวชที่วัดดังกล่าวในปี 2541 ตอนอายุประมาณ 28 ปี กระทั่งได้รับความไว้วางใจจากพระราชภาวนาวิกรม หรือหลวงพ่อเลียม วัดหนองป่าพง และได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในขณะนั้น สนับสนุนให้พระต่างชาติได้มาบวช และทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา
“การมาสอบพระอุปัชฌาย์ครั้งนี้ ทางพระเถระ โดยพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค 10 เห็นว่า ควรจะมีพระอุปัชฌาย์ในวัดป่านานาชาติ ทำหน้าที่บวชพระภิกษุทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากพระเถระในวัดก็มีอายุมากขึ้น จึงได้ส่งเสริมให้อาตมาเข้าสู่กระบวนการสอบพระอุปัชฌาย์ตามระบบคณะสงฆ์ไทย ถือเป็นพระภิกษุชาวต่างประเทศรูปแรกที่ได้เข้ามาสอบในระบบคณะสงฆ์ไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ)ท่านได้เมตตาแต่งตั้ง พระเถระรุ่นอาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์เป็นกรณีพิเศษ เช่น หลวงพ่อสุเมโธ หรือพระราชสุเมธาจารย์ ท่านอาจารย์อมโร หรือพระวิเทศพุทธิคุณ ท่านพระอาจารย์ปสันโน หรือพระโพธิญาณวิเทศ เป็นต้น”

พระครูอุบลชภาวนาวิเทศ กล่าวว่ารู้สึกภูมิใจที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สำคัญเช่นนี้ ขอบคุณคณะสงฆ์ไทยที่ให้โอกาสพระชาวต่างประเทศได้ทำหน้าที่เหมือนกับพระสงฆ์ไทย ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจเป็นเกียรติ เพราะที่ผ่านมาพระพรหมสิทธิ ให้คำปรึกษาและส่งเสริมพระป่าสายวิปัสสนากรรมฐานมาโดยตลอด อีกทั้งการสอบพระอุปัชฌาย์ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพระสงฆ์ไทย โดยเฉพาะพระชาวต่างชาติถือว่า ยากขึ้นไปอีก เพราะจะต้องท่องบาลีให้ถูกต้อง เขียนให้ถูกต้อง ผ่านทดสอบความรู้ทางพระธรรมวินัยอีกด้วย”

ที่อยู่


เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานเจ้าคณะภาค 10ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ

ความคิดเห็น

วัดสุวรรณวิจิตร (Watsuwanwijitara) เหตุเกิดที่วัดนี้
เหตุเกิดที่สุรินทร์
สาธุ
เจ้าคณะจังหวัดภาคศูนย์ภาค๑๐ทุกจังหวัด