ภาพและกิจกรรม Motorways กรมทางหลวง

ภาพและกิจกรรม Motorways กรมทางหลวง Motorway ดูแลผู้ใช้ทางด้วยมาตรฐานชั้นทางพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง

เปิดเหมือนปกติ

กรมทางหลวง
23/09/2020

กรมทางหลวง

กรมทางหลวง ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ช่วงที่ 1 กลางดง - ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. แล้วเสร็จ ชูเป็นต้นแบบของโครงการในช่วงต่อๆไป
นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย รองอธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) ช่วงที่ 1 กลางดง – ปางอโศก กม.150+500 – 154+000 ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทางหลวง กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยให้กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างให้ ประกอบด้วยงานหลักๆ 5 งาน ได้แก่ งานย้ายรางรถไฟเดิม งานดินตัดและงานถมวัสดุในหน้าตัดคันทางรถไฟความเร็วสูง งานชั้นวัสดุ Top Layerหรืองานบดอัดวัสดุก่อนงานวางรางและหินโรยทาง งานคอนกรีตประกอบคันทางรถไฟความเร็วสูง และงานถนนบริการขนานกับคันทางรถไฟความเร็วสูง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร นั้น
ปัจจุบันกรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ 100%และคาดว่าจะส่งมอบงานให้การรถไฟแห่งประเทศไทยภายในเดือนกันยายน 2563 โดยโครงการนี้จะถือเป็นต้นแบบในการดำเนินงานในช่วงต่อไปของโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการทำงาน คุณภาพของวัสดุ ทำให้สามารถใช้วัสดุภายในประเทศให้มากที่สุด ซึ่งกรมทางหลวงได้ปรับปรุงคุณภาพวัสดุ เช่น คอนกรีต เหล็กเส้น และงานชั้นวัสดุ Top Layer ให้มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานรถไฟความเร็วสูง
รองอธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ช่วงที่ 1 กลางดง – ปางอโศกใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องใช้กระบวนการทำงานของกรมทางหลวงเองมาประยุกต์ให้เข้ากับกระบวนการทำงานของรถไฟความเร็วสูงโดยผู้ควบคุมงานจากประเทศจีน ซึ่งทางกรมทางหลวงได้ทำงานควบคู่กับการศึกษาและเรียนรู้ เพื่อให้สามารถใช้วัสดุภายในประเทศให้ได้มากที่สุดและที่ผ่านมาได้นำเข้าวัสดุจากประเทศจีน 2 รายการ ได้แก่ ผ้าใบกันความชื้น และสายดิน คิดเป็น 2% ของมูลค่าก่อสร้างรวมทั้งหมด นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังได้จัดทำคู่มือการก่อสร้างคันทางรถไฟความเร็วสูงตามประสบการณ์การทำงานกับผู้ควบคุมจากประเทศจีน เพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจหรือผู้รับจ้างอื่นๆต่อไป
ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง จะช่วยเสริมสร้างโครงข่ายการคมนาคมของประเทศรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการคมนาคมขนส่งถึงประเทศจีน อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
#กรมทางหลวง
#กระทรวงคมนาคม
#รถไฟความเร็วสูงไทยจีน
#สายด่วนกรมทางหลวง1586
#เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง

ภท.ลุยเปิดโครงการนำยางพารามาใช้ปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ใน 3 จ.อีสาน
20/09/2020
ภท.ลุยเปิดโครงการนำยางพารามาใช้ปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ใน 3 จ.อีสาน

ภท.ลุยเปิดโครงการนำยางพารามาใช้ปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ใน 3 จ.อีสาน

3 รมต.ภท. ลุยเปิดโครงการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) ใน 3 จ.อีสาน พร้อมชมการสาธิตข.....

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563  กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จัดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างองค์กรแห่งความสุข  โดยมอบทุนอาหารกลา...
18/09/2020

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จัดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างองค์กรแห่งความสุข โดยมอบทุนอาหารกลางวัน อุปกรณ์ทางการศึกษา และสิ่งของที่จำเป็น พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน แก่น้องๆ เด็กนักเรียน โรงเรียนวัดคลองขุด และโรงเรียนบ้านหมูดุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

กรมทางหลวง
18/09/2020

กรมทางหลวง

วันที่ 17 กันยายน 2563 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ประธานคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนฯ) นายโกมล เดชกวินเลิศ ผู้อำนวยการสำนักเครื่องกลและสื่อสาร (เลขานุการคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนฯ) และนายอานนท์ พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารเครื่องจักรกล เข้ารับรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2563 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล จัดขึ้นโดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง โดยได้รับเกียรติจากท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้มอบรางวัล ซึ่งเงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง ได้รับรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2563 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลผลการดำเนินงานดีเด่น และ รางวัลการพัฒนาดีเด่น
#ทุนหมุนเวียนดีเด่น2563
#เงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง
#กรมทางหลวง
#สำนักเครื่องกลและสื่อสาร
#กระทรวงคมนาคม
#สายด่วนกรมทางหลวง1586
#เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง

16/09/2020

รายการ “ทางเลือก..ทางหลวง ”
ตอน โครงการปรับปรุงทางแยกต่างระดับบางปะอิน

เตรียมเปิดทดลองใช้ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น นําร่อง 4 ด่าน ปลาย ปี 2563 นี้! .#นายศักดิ์สยาม_ชิดชอบ รัฐมนต...
15/09/2020

เตรียมเปิดทดลองใช้ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น นําร่อง 4 ด่าน ปลาย ปี 2563 นี้!
.
#นายศักดิ์สยาม_ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผลักดัน ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น M-Flow เป็นการใช้เทคโนโลยี Video tolling แบบ AI ตรวจจับป้ายทะเบียนบันทึกทะเบียนและเรียกเก็บค่าผ่านทางแบบรายเดือน พร้อมเตรียมเปิดทดลองนำร่อง 4 ด่าน ปลายปี 2563 ด่านธัญบุรี 1/ ด่านธัญบุรี 2/ ด่านทับช้าง 1/ ด่านทับช้าง 2

15/09/2020

รายการ : My Motorway
ประเด็น : แนะนำด่านฯ กาญจนบุรี

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม
14/09/2020

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับข้อมูลทะเบียนยานพาหนะและบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาและพัฒนาระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow)

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับข้อมูลทะเบียนยานพาหนะระหว่าง กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมทางหลวง (ทล.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาและพัฒนาระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M - Flow) ในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน (Single Platform System) ร่วมกันระหว่าง ขบ. ทล. กทพ. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) โดยมี ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมพิธีดังกล่าว และมี นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ผู้บริหาร และพนักงาน กทพ. ให้การต้อนรับ ในวันที่ 14 กันยายน 2563 ณ ห้องประชุม 2301 อาคาร 2 กทพ. เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคมเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าเก็บค่าผ่านทางพิเศษ และได้สั่งการให้ ทล. และ กทพ. ดำเนินการศึกษาทดลองนำระบบการให้บริการทางพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น Multi – lane Free Flow หรือ M - Flow มาใช้งานเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณหน้าด่านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยที่ผู้ใช้ทางพิเศษสามารถผ่านช่องทางไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่ง กทพ. มีแผนจะนำระบบกล้องอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติที่เชื่อมต่อข้อมูลกับ ขบ. มาใช้ร่วมกับระบบชำระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในเบื้องต้น กทพ. จะนำร่องการใช้งานระบบ M - Flow ในโครงการทางพิเศษฉลองรัชและด่านที่เป็นจุดรองรับการจราจรที่ทิศทางขาเข้าเมืองที่มีปริมาณจราจรหนาแน่น อาทิ ด่านบางนา กม.6 ขาเข้า ด่านดาวคะนอง รวมถึงนำไปใช้กับทางพิเศษที่ กทพ. กำลังดำเนินการก่อสร้าง ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก และโครงการทางพิเศษฉลองรัช - นครนายก - สระบุรี อีกด้วย ทั้งนี้ ความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลงที่จะเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนรถระหว่าง กทพ. และ ขบ. จะช่วยให้ กทพ. สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ชำระค่าผ่านทางไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่เพื่อสามารถติดตามเรียกเก็บค่าผ่านทางและดำเนินการตามกฎหมายได้

14/09/2020
คมนาคม เดินหน้าระบบ M-Flow .mp4

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับข้อมูลทะเบียนยานพาหนะ และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาและพัฒนาระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติ แบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) ในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน (Single Platform System)

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563  กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จัดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างองค์กรแห่งความสุข  โดยมอบทุนอาหารกลา...
11/09/2020

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จัดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างองค์กรแห่งความสุข โดยมอบทุนอาหารกลางวัน อุปกรณ์ทางการศึกษา และสิ่งของที่จำเป็น พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่น้องๆ เด็กนักเรียน ณ โรงเรียนบ้านบุ่งเข้ และโรงเรียนวัดสบกเขียว อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

กรมทางหลวง
08/09/2020

กรมทางหลวง

กรมทางหลวงขอเชิญชมนิทรรศการผลงานออกแบบ ภายใต้แนวคิด “พัฒนาโครงข่ายทางหลวง เพื่อประสิทธิภาพการเดินทาง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน”
กรมทางหลวง โดยสำนักสำรวจและออกแบบ จัดนิทรรศการผลงานออกแบบภายใต้แนวคิด “พัฒนาโครงข่ายทางหลวง เพื่อประสิทธิภาพการเดินทาง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน” โดยวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนแนวความคิดในการออกแบบโครงการต่างๆ ของสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กับบุคลากรและนักวิชาการเพื่อพัฒนางานออกแบบให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
โดยนายประมณฑ์ สถาพรนานนท์ วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจและออกแบบ ได้เปิดเผยว่าการจัดงานในครั้งนี้ สำนักสำรวจและออกแบบได้ดำเนินการภายใต้แนวคิดซึ่งประกอบไปด้วย แนวคิดที่ได้จะพัฒนาทางแยกต่าง เพื่อแก้ปัญหาจราจรในบริเวณจุดตัดเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง แนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงเดิม แก้ปัญหาจราจร เพิ่มความสามารถในการรองรับปริมาณจราจร แนวคิดที่จะขยายโครงข่ายพัฒนาทางเลี่ยงเมืองแบ่งเบาปริมาณการจราจรทางหลวงสายหลัก แนวคิดในการเพิ่มศักยภาพการเดินทางสู่ภูมิภาคด้วยทางมอเตอร์เวย์ และแนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ สำรวจสภาพภูมิประเทศ สำรวจทางธรณี ปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวง
นายประมณฑ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับนิทรรศการที่จัดแสดงประกอบไปด้วยบูทโครงการสำคัญๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ทางเลี่ยงเมืองและทางตัดใหม่ มอเตอร์เวย์ ทางหลวงเชื่อมระหว่างประเทศ งานสำรวจภูมิประเทศ สำรวจธรณีวิทยา สถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรม โมเดลกรมทางหลวงใหม่ และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง พร้อมทั้งได้เชิญชวนบุคลากรทางด้านการออกแบบหรือผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวความคิดและสะท้อนถึงผลตอบรับของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้วเพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาต่อยอดในการออกแบบในอนาคตให้สอดคล้องกันจนนำไปสู่การตั้งงบประมาณเพื่อก่อสร้างได้จริง โดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธนิทรรศการต่างๆ โดยการจัดงานอยู่ระหว่างวันที่ 10 – 11 กันยายน 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 16.00 น. ณ บริเวณลานชั้น 1 อาคารเฉลียว วัชรพุกก์ ถนนพระรามหก กรมทางหลวง
......................
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง
8 กันยายน 2563

มอเตอร์เวย์ “บางใหญ่” สร้างคืบ 38% เร่งให้เสร็จเปิดใช้ปี’66
06/09/2020
มอเตอร์เวย์ “บางใหญ่” สร้างคืบ 38% เร่งให้เสร็จเปิดใช้ปี’66

มอเตอร์เวย์ “บางใหญ่” สร้างคืบ 38% เร่งให้เสร็จเปิดใช้ปี’66

ปิดจ็อบเวนคืนที่ดินจบ “กรมทางหลวง” สปีดมอเตอร์เวย์ “บางใหญ่-กาญจนบุรี” เต็มสูบ เผย 8 เดือนผลงานก่อสร้างรุด...

กรมทางหลวง
06/09/2020

กรมทางหลวง

อนุทิน-ศักดิ์สยาม-มนัญญา เปิดโครงการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) จังหวัดสตูล พร้อมชมการสาธิตขั้นตอนการผลิต “แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต” และ “หลักนำทางยางธรรมชาติ” ด้วยฝีมือคนไทย ตะลึง ราคายางพารา พุ่งทะลุ มากกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว
.
วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายพิบูลย์ รัชกิจประการ นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย พร้อมข้าราชการระดับสูงกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนำน้ำยางพารา มาใช้เพื่อปรับปรุงอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 404 กิโลเมตรที่ 102+150 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล
.
นายอนุทิน กล่าวในพิธีเปิด โดยได้แสดงความชื่นชมโครงการผลิต “แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต” และ “หลักนำทางยางธรรมชาติ” สามารถที่จะช่วยลดแรงปะทะที่เกิดจากการชน ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน ประกอบกับมีสัดส่วนการใช้น้ำยางพารา เป็นส่วนผสมจำนวนมาก ซึ่งเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา สร้างรายได้ โดยตรงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท
.
“โครงการนี้จะสร้างความมั่งคั่ง สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรโดยตรง ในสัดส่วนที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนให้แก่พี่น้องเกษตรกร ด้วยการเรียนรู้ และต่อยอดองค์ความรู้ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ซึ่งจะทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพารา มีรายได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต เป็นการสร้างเสถียรภาพด้านราคายางพาราในประเทศให้มากขึ้นอีกด้วย”นายอนุทิน กล่าว
.
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า โครงการนี้คือนโยบาย “Thai First ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน”เพราะผลิตคิดค้นโดยคนไทย นำสินค้าที่ผลิตมาใช้ในประเทศ ในช่วงแรกของโครงการ เงินรายได้เข้าถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง ซึ่งจะมีสัดส่วนที่ถึงมือเกษตรกรสูงถึง 70 % หรือ 3 หมื่นล้านบาท
.
ด้านนายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ถือเป็นความสำเร็จของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการทำโครงการนำน้ำยางพารา มาใช้เพื่อปรับปรุงอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยทางถนน ส่งผลให้เกิดเสถียรภาพในด้านราคายางพาราอย่างยั่งยืน โครงการระยะแรก เฉพาะแผ่นยางพาราหุ้ม จะเสื่อมสภาพใน3ปี จะมีการผลิตทดแทนในปีที่4 และทดแทนในทุกๆปี
.
"ครบ 3 ปี จะต้องเปลี่ยนเฉพาะ rubber fender 1/3 เพราะ rubber fender มีอายุ ใข้งานกลางแจ้ง ได้ ครั้ง ละ 3 ปี ซึ่งจะทำ ให้ต้องมีการสร้าง rubber fender ทดแทนทุกปี เริ่มจาก ปี 2566 เป็น ต้นไป ซื่งจะต้องใช้น้ำยางดิบ ปีละ ประมาณ 3.5 แสนตัน ในการผลิต rubber fender สำหรับ concrete barriers เมื่อดำเนินการติดตั้ง แล้ว สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนได้ตลอดไป"รมว.คมนาคม กล่าว
.
ขณะที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า หลังจากที่มีการเซ็นบันทึกความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงคมนาคม ในเรื่องการผลิต“แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต” และ “หลักนำทางยางธรรมชาติ” เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 แล้วนั้นปรากฎว่า ราคายางพารามีการทุบสถิติเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขณะนี้ทราบว่าน้ำยางพารามีราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง 60 กว่าบาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ที่จะมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนช่วยสำคัญที่จะทำให้เกิดสถียรภาพของราคายางพาราในประเทศไทย
.
“ดิฉัน เชื่อมั่นว่า ราคายางพารา แม้จะมาจากหลายปัจจัย แต่ 2 โครงการ ที่ทำ คือ แผ่นยางครอบแบริเอ่อร์ และเสาหลักนำทาง ที่ดูดซับปริมาณน้ำยางพารา จะช่วยทำให้ราคายางพาราเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีเหตุผล ตามกลไกตลาดที่สะท้อนออกมาตลอดไป เกษตรกรชาวสวนยางจะได้มีเงินมีทองเพิ่มมากขึ้น"รมช.เกษตร กล่าว
.
สำหรับการเปิดโครงการที่จังหวัดสตูล นั้นเพราะเครื่องผลิต“แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต” ได้จัดทำและประสบความสำเร็จโดยความร่วมมือของ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกอบเครื่องมือดังกล่าวสำเร็จที่จังหวัดสตูล เป็นที่แรกของประเทศไทย โดยขณะนี้มีโครงการอบรม ขยายความคิดในการทำเครื่องมือดังกล่าวไปในกลุ่มชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยาง วิสาหกิจ ในจังหวัดอื่น ๆ อีกหลายแห่ง เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชน
*****************

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม
06/09/2020

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจราชการพื้นที่จังหวัดระนอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและ จราจร นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ตรวจราชการพื้นที่จังหวัดระนอง เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2563 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง โดยมี นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงระนอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จังหวัดระนอง ให้การต้อนรับ
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานพิธีส่งมอบพื้นที่แขวงทางหลวงระนองให้โรงพยาบาลระนอง เนื่องจากโรงพยาบาลประสบปัญหาข้อจำกัดพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องขอใช้พื้นที่ของแขวงทางหลวงระนอง เนื้อที่ 16 ไร่ เพื่อลดความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ตามแผนการพัฒนาโรงพยาบาลระนอง โดยมีนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง และนายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำพิธีการส่งมอบ
ในการนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ได้พบปะประชาชนและรับฟังปัญหาด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม และได้ติดตามแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ปีงบประมาณ 2563 ประกอบด้วย
1.โครงการพัฒนาทางหลวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การจราจรและขนส่ง งานยกระดับมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง สายชุมพร - ระนอง ตอน 4 ระยะทาง 32.4 กม. ความก้าวหน้า ร้อยละ 94.7
2.โครงการฯ สายชุมพร - ระนอง ตอน บ.ทรายแดง - บ.บางบอน ระยะทาง 17.7 กม. ความก้าวหน้า ร้อยละ 37.8
3.โครงการฯ สายราชกรูด - หลังสวน บ.หาดยาย - บ.วังตะกอ ระยะทาง 6.4 กม. อยู่ในขั้นตอนส่งมอบพื้นที่

05/09/2020
คนภูมิใจไทย

คนภูมิใจไทย

“1 ปี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ กับการพัฒนาการคมนาคมทั้ง 4 มิติ ถนน - ราง - น้ำ - อากาศ”
.
ผลงานคือสิ่งแทนความตั้งใจ
เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น

#ศักดิ์สยาม #Saksayam #คมนาคม #คุณภาพชีวิตที่ดี #ประชาชน

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม
05/09/2020

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม

กระทรวงคมนาคมสรุปสถานการณ์การเดินทางและอุบัติเหตุในช่วงวันหยุด ณ วันที่ 5 กันยายน 2563

กระทรวงคมนาคม รายงานสถานการณ์ผลการอำนวยความสะดวก ปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 4 - 7 กันยายน 2563 ณ วันที่ 5 กันยายน 2563 สามารถจัดบริการขนส่งสาธารณะได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง โดยมีผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะกว่า 4.42 ล้านคน ต่ำกว่าประมาณการ 10.78% มีปริมาณการจราจรเข้า - ออก กรุงเทพฯ 5.99 ล้านคัน ในขณะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม จำนวน 144 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 19 คน บาดเจ็บ 140 คน สาเหตุหลักของอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และดูแลความปลอดภัยการเดินทางของประชาชน รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 4 - 7 กันยายน 2563 ณ วันที่ 5 กันยายน 2563 พบว่า มีประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 4,420,195 คน-เที่ยว ต่ำกว่าประมาณการ 10.78% มีปริมาณการจราจรเดินทางเข้า - ออกกรุงเทพฯ จำนวน 5,990,103 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 5,592,869 คัน สูงกว่าประมาณการ 35.08% ส่วนสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ณ วันที่ 5 กันยายน 2563 พบว่า มีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้น 144 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 19 คน บาดเจ็บ 140 คน บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง 75.69% สาเหตุสำคัญเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 69.44% มีอุบัติเหตุที่มีรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้อง จำนวน 41 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 12 คน นอกจากนี้มีอุบัติเหตุบนระบบขนส่งสาธารณะโดยรถโดยสารสาธารณะ จำนวน 2 ครั้ง ไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ไม่มีการให้บริการขนส่งสาธารณะทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ เกิดอุบัติเหตุ

สำหรับการเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2563 สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง อย่างไรก็ดี พบว่า มีจำนวนผู้ใช้บริการเดินทางด้วยรถ บขส. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ คาดว่าประชาชนส่วนหนึ่งหยุดอยู่บ้านเพื่อพักผ่อนและบางส่วนเปลี่ยนการเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว นอกจากนี้ในการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ ณ จุดตรวจความพร้อม 121 แห่ง จำนวน 24,557 คัน พบข้อบกพร่อง 19 คัน ได้สั่งให้แก้ไข 19 คัน ส่วนความพร้อมของท่าเรือ/แพ รวมถึงการปฏิบัติงานพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่รถไฟ รถไฟฟ้า และผู้ประจำเรือไม่พบว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดแต่อย่างใด

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การเดินทางและดำเนินการเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน เน้นย้ำการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณะสุขในระบบรถโดยสารสาธารณะเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน การเตรียมความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้เดินทางกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน บริการที่พักผ่อน น้ำดื่ม บริการข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ จุดพักรถ จุดบริการในสถานีและเส้นทางสำคัญ และจุดบริการร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งนี้ ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถประสานเจ้าหน้าที่ด้านการเดินทาง ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุและรับเรื่องข้อร้องเรียนต่าง ๆ ได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356 ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ โทร. 1584 ศูนย์บัญชาการกรมทารวมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน การเตรียมความพร้อมให้บริการจุดพักรถ ตั้งจุดบริการในสถานีและเส้นทางสำคัญ เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางตลอด 24 ชั่วโมง และมีจุดบริการร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้บริการช่วยเหลือผู้เดินทางกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หลวง โทร. 1586 ศูนย์ความปลอดภัยกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146 ศูนย์ควบคุมทางพิเศษบูรพาวิถี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทร. 1543 ศูนย์รัชดา ขสมก. โทร. 1348 และศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ รฟท. โทร. 1690

กระทรวงคมนาคม
5 กันยายน 2563

ที่อยู่

อาคาร19 ถนนศรีอยุธยา
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

1586#7

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ภาพและกิจกรรม Motorways กรมทางหลวงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด