ภาพและกิจกรรม Motorways กรมทางหลวง

ภาพและกิจกรรม Motorways กรมทางหลวง Motorway ดูแลผู้ใช้ทางด้วยมาตรฐานชั้นทางพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง
(3)

เปิดเหมือนปกติ

กรมทางหลวง
22/01/2021

กรมทางหลวง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งกรมทางหลวง ตรวจสอบรถบรรทุกทำอ้อยร่วงหล่นบนทางหลวง เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทางโดยเร่งด่วน
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คส่วนตัว โพสต์ข้อความ ระบุว่า ขณะขับรถอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3395 ที่บริเวณบ้านหนองยาง ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โดยขับรถตามหลังรถบรรทุกอ้อยซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว และได้เกิดเหตุอ้อยร่วงหล่นจนต้องเบรกกะทันหัน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ จนทำให้เป็นข่าวทางสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค
กรมทางหลวง โดยสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะได้ เร่งดำเนินการจัดชุดตรวจสอบน้ำหนักเคลื่อนที่หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) 3 หน่วย และหน่วยตรวจสอบน้ำหนักเคลื่อนที่ในพื้นที่ใกล้เคียง รวม 10 สถานีฯ เข้าดำเนินการลงพื้นที่จับกุมรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกินในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยทันที ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมสั่งการสถานีตรวจสอบน้ำหนักทั่วประเทศให้เข้มงวดกวดขันจับกุมรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกิน อีกทั้ง ได้จัดตั้งจุดตรวจสอบรถบรรทุกน้ำหนักเกินในพื้นที่ร้องเรียนดังกล่าวที่จังหวัดสระแก้ว ในช่วงวันที่ 21-22 มกราคม 2564 จับกุมรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกิน รวมทั้งสิ้น 5 คัน พร้อมแจ้งให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกอ้อย โรงงานน้ำตาล บรรทุกอ้อยตามกฎหมายกำหนด และปฏิบัติตามมาตรการ ขนส่งอ้อยโดยปลอดภัยกับผู้ใช้ทางหลวง โดยสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง มีสถิติการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินในปีงบประมาณ 2563 รวมทั้งสิ้น 2,796 คัน
ทั้งนี้ กระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.ทางหลวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 ซึ่งกำหนดไว้ว่าผู้ใดทำการทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย น้ำโสโครก เศษหิน ดิน ทราย หรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เป็นเหตุให้ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล เศษหิน ดิน ทราย หรือสิ่งอื่นใด ตกหล่นบนทางจราจรหรือไหล่ทาง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งหากบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และขอให้ผู้ประกอบการหยุดการกระทำดังกล่าว เพราะจะส่งผลต่อความปลอดภัย และทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้เส้นทางได้
นอกจากนี้ เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน จึงขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้เส้นทาง หากพบเห็นการกระทำดังกล่าว โปรดแจ้งสายด่วนกรมทางหลวง 1586 กด 5
#กรมทางหลวง
#กระทรวงคมนาคม
#เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง
#สายด่วนกรมทางหลวง1586กด5
#ใส่ใจผู้ใช้ทาง

รายการอุ่นใจใช้มอเตอร์เวย์ "M-Flow ระบบที่ทันสมัยสะดวกสบายไร้รอยต่อ"
17/01/2021
รายการอุ่นใจใช้มอเตอร์เวย์ ตอน M-Flow ระบบที่ทันสมัยสะดวกสบายไร้รอยต่อ

รายการอุ่นใจใช้มอเตอร์เวย์
"M-Flow ระบบที่ทันสมัยสะดวกสบายไร้รอยต่อ"

รายการอุ่นใจใช้มอเตอร์เวย์ ตอนที่ 13ตอน M-Flow ระบบที่ทันสมัยสะดวกสบายไร้รอยต่อออกอากาศ อาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2564 เ....

16/01/2021

“ทางเลือก...ทางหลวง”
มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 บนมอเตอร์เวย์ 🚘

15/01/2021
ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
09/01/2021

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

ทล.เซ็นรัวๆ4,600โครงการปิดงบ1.2แสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจ
*โควิด/2กระทบงานก่อสร้าง(บ้าง)เร่งปรับแผน
*ให้สิทธิ์ผู้รับจ้างสงวนสิทธิ์ขอชดเชยขยายเวลา

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ทั่วประเทศส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างของ ทล. บ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงที่รัฐบาลและจังหวัดออกมาตรการควบคุมเข้มงวดมากขึ้น

ในเรื่องเวลาก่อสร้าง การขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะขนส่งข้ามจังหวัด และการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงาน แม้โครงการก่อสร้างของ ทล. จะเป็นแรงงานไทยเป็นหลัก บางโครงการมีแรงงานต่างชาติแต่ถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตามทำให้ไม่ได้รับความสะดวกและประสิทธิภาพการทำงานลดลงบ้าง

ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผู้รับจ้างโครงการของ ทล. เสนอขอสงวนสิทธิ์ผลกระทบในการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่คาดว่าจะมีผู้รับจ้างทยอยขอสงวนสิทธิ์และสามารถสงวนสิทธิ์ได้ โดย ทล. จะพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อเยียวยาผู้รับจ้างที่ได้รับผลกระทบต่อไป

นอกจากนี้ได้เน้นย้ำมาตรการด้านสาธารณสุขคุมเข้มทุกโครงการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยง และช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของเจ้าหน้าที่ทล. และแรงงาน ต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า หมั่นล้างมือบ่อยๆ และงดไปในพื้นที่เสี่ยง เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และรัฐบาลสามารถควบคุมได้ ทล. จะเร่งรัดการก่อสร้าง ทั้งการเพิ่มเครื่องจักร และ ปรับเวลาทำงานของแรงงานให้แล้วเสร็จตามแผนต่อไป

นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการลงนามสัญญาจ้างผู้รับจ้างในโครงการก่อสร้างของ ทล. ในปีงบประมาณ 64 ที่ได้รับงบฯ 125,946.9253 ล้านบาท มีโครงการใหม่ทั้งหมด 4,600 โครงการ แบ่งเป็นโครงการปีเดียว ประกอบด้วยงานบำรุงทาง และงานอำนวยความปลอดภัย ก่อนหน้านี้ได้เปิดประกวดราคา และลงนามสัญญากับผู้รับจ้างแล้ว 2,000 กว่าโครงการ กำลังเปิดประกวดราคาและลงนามสัญญาให้แล้วเสร็จ มี.ค.64

ขณะเดียวกันมี 120 โครงการ ประกอบด้วย โครงการใหญ่ 90 โครงการ เป็นโครงการก่อสร้างผูกพัน ซึ่งบางโครงการมีงบประมาณเกิน 1,000 ล้านบาท ต้องเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบก่อน ถึงจะทยอยเปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้าง ช่วง ม.ค.-ก.พ.64 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังมีโครงการงบประมาณ 100 ล้านบาท อยู่ในขั้นเตรียมแบบ จากนั้นจะเสนอกระทรวงคมนาคมให้ความเห็นชอบก่อนเข้าสู่กระบวนการเปิดประกวดราคาผู้รับจ้างเช่นกัน ส่วนโครงการย่อย 30 โครงการ ที่ยังไม่ได้ประกวดราคา เนื่องจากบางโครงการมีผู้รับจ้างยื่นประกวดราคารายเดียว บางโครงการไม่มีผู้ยื่นประกวดราคา ทำให้ต้องเปิดประกวดราคาใหม่ เพื่อหาผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินการก่อสร้างต่อไป ทั้งนี้ทล.จะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

❤️❤️ฝาก กดไลค์ like ถูกใจ 👍👍 กด follow ติดตาม 😎😎และกด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#กรมทางหลวง
#สราวุธทรงศิวิไล

08/01/2021
08/01/2021
ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม
05/01/2021

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมหารือเพื่อเร่งรัดโครงการนำยางพารามาใช้ปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อเร่งรัดโครงการนำยางพารามาใช้ปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 5 มกราคม 2564 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุม กระทรวงคมนาคม โดยมี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางการพิจารณาราคากลางในการจัดซื้อยางพาราเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการจัดทำแบริเออร์หุ้มยางพารากันกระแทก (Rubber Fender Barrier : RFB) ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแผนการก่อสร้างและข้อมูลโดยละเอียด และนำมาพิจารณาให้ได้ข้อสรุปในสัปดาห์นี้ เพื่อเร่งรัดให้สามารถลงนามในสัญญาได้ภายในสัปดาห์หน้า

กรมทางหลวงวอน หยุดแชร์ข่าวเก่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ในปัจจุบัน ได้ส่งผลให้มีผู้นำข่าวเก่า เกี่ยวกับ...
05/01/2021

กรมทางหลวงวอน หยุดแชร์ข่าวเก่า
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ในปัจจุบัน ได้ส่งผลให้มีผู้นำข่าวเก่า เกี่ยวกับการปิดบริการมอเตอร์เวย์ ที่กรมทางหลวงเคยเผยแพร่ไปในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (Covid-19) ในอดีตเมื่อเมษายน 2563 กลับมาเผยแพร่และแชร์สู่สื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กรมทางหลวงยังคงเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์ 7 (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง ช่วงกรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา – มาบตาพุด) และมอเตอร์เวย์ 9 (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวน
รอบนอกกรุงเทพมหานคร ช่วงบางปะอิน – บางพลี) ตลอด 24 ชั่วโมง ตามปกติ โดยไม่ได้มีการปิดให้บริการสายทางและด่านเก็บเงินแต่อย่างใด
จึงใคร่ขอความกรุณางดแชร์ข่าวเก่า เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชนผู้ใช้เส้นทางด้วย หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1586 กด 7 หรือติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารการให้บริการได้ที่

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม
05/01/2021

ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงนโยบายปี 2564

ในวันที่ 4 มกราคม 2564 ณ ห้องประชุม 2 กระทรวงคมนาคม โดยมี นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการแถลงนโยบายฯ ดังกล่าว

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั่วทั้งประเทศอย่างบูรณาการ ทั้งทางบก ราง น้ำ
และอากาศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด โดยในปี 2564 กระทรวงคมนาคม ได้เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านคมนาคมในเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างรูปแบบการขนส่ง และการกำกับดูแลการพัฒนาระบบคมนาคมให้มีความสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และราคาสมเหตุสมผล เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน สนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ด้วยการสานต่อนโยบายเดิมจากปี 2563 และการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มเติมปี 2564 ดังนี้
1. การสานต่อนโยบายเดิมจากปี 2563 เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
1) เร่งผลักดันการปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและปัญหามลพิษในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
2) เร่งจัดทำ Taxi Application เพื่อทดแทนเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของระบบ Taxi
3) เร่งพัฒนาระบบตั๋วร่วมให้สามารถใช้บัตรโดยสารเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทุกระบบ
4) เร่งรัดพัฒนาการบริการรถ ขสมก. และการนำระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket)
มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ
5) เร่งพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางราง
6) เร่งผลักดันการขนส่งสินค้าทางน้ำจากท่าเรือบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปท่าเรือแหลมฉบัง
7) เร่งพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นศูนย์รวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าเกษตร
หรือสินค้าเน่าเสียง่ายออกสู่ตลาด
2. การขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มเติมปี 2564 เพื่อให้เดินหน้าการพัฒนาระบบคมนาคมเชิงรุก วางรากฐานการพัฒนาสู่อนาคต
เรื่องที่ 1 ศึกษาแผนแม่บท MR-MAP เพื่อวางแผนการพัฒนามอเตอร์เวย์ให้สอดคล้อง
ไปกับการขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ ซึ่งจะลดปัญหาการเวนคืนที่ดินซ้ำซ้อน ส่งเสริมการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคอย่างเป็นระบบ และบูรณาการโครงข่ายการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
เรื่องที่ 2 ศึกษาแผนโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย - อันดามัน
หรือ Land Bridge โดยการพัฒนามอเตอร์เวย์ควบคู่กับรถไฟทางคู่ เชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดชุมพร
กับจังหวัดระนอง เพื่อลดเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า เชื่อมต่อระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้กับการขนส่งและโลจิสติกส์ของทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ทำให้ประเทศไทยไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาคในอนาคต
เรื่องที่ 3 ตั้งศูนย์จัดจำหน่ายและกระจายสินค้า OTOP เพื่อส่งเสริมธุรกิจ การตลาด
และเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า ในพื้นที่สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า และท่าอากาศยาน ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก รวมถึงอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
เรื่องที่ 4 สร้างสรรค์พื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ ด้วยการปรับภูมิทัศน์พื้นที่ว่างของ
การรถไฟแห่งประเทศไทย และการทางพิเศษแห่งประเทศไทยให้สวยงามร่มรื่น และจัดพื้นที่ใช้สอย
ให้เกิดประโยชน์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่
เรื่องที่ 5 ผลักดันการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV สำหรับใช้ในระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสารไฟฟ้า เรือโดยสารไฟฟ้า และการนำระบบ EV พลังงาน Battery on Train มาใช้
กับรถไฟไทย เพื่อประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทยให้เป็นสากล
เรื่องที่ 6 ศึกษาและกำหนดแนวทางการใช้รถไฟฟ้าล้อยาง ในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนหลักในภูมิภาค ซึ่งใช้งบประมาณต่ำกว่ารถไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน
มาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และเตรียมพร้อมยกระดับการพัฒนาระบบเป็นรถไฟฟ้ารางหนัก (Heavy Rail)
ในอนาคตต่อไป
เรื่องที่ 7 พัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง หรือ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากย่านธุรกิจหรือชุมชนต่าง ๆ เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าหลัก อำนวยความสะดวกในการเดินทางจากบ้านไปถึงยัง
จุดที่หมายปลายทาง ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อการแก้ปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืน
เรื่องที่ 8 เร่งรัดการเปิดให้บริการโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่อ โดยพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2564 เพื่อเชื่อมโยงการเดินทาง
จากใจกลางเมืองสู่ปริมณฑลและภูมิภาคต่างๆ ของประเทศได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยมีสถานีกลางบางซื่อ
เป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางยุคใหม่ที่ทันสมัยเทียบเท่าสถานีรถไฟฟ้าชั้นนำของโลก
เรื่องที่ 9 แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนทางด่วน นอกจากการผลักดันใช้ระบบ
M-Flow ในการผ่านทางด่วนแล้ว ทำการเร่งรัดแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนทางด่วน โดยทำการปรับปรุงโครงข่ายทางทางพิเศษและมอเตอร์เวย์จำนวน 4 เส้นทาง ได้แก่ 1) มอเตอร์เวย์ช่วงศรีนครินทร์ - สุวรรณภูมิ
2) ถนนประเสริฐมนูกิจ - งามวงศ์วาน 3) ทางด่วนขั้นที่ 1 ต่างระดับอาจณรงค์ และ 4) ทางด่วนขั้นที่ 1
ช่วงสะพานพระราม 9 - พระราม 2 เพื่อลดความแออัด และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ประชาชน
เรื่องที่ 10 แก้ปัญหาการจราจรในจังหวัดภูเก็ต โดยบูรณาการโครงข่ายทางพิเศษ
สายกะทู้ - ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกับโครงข่ายทางหลวงแนวใหม่
สายเมืองใหม่ - เกาะแก้ว ระยะทาง 22.4 กม. ของกรมทางหลวง เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางท่องเที่ยว
จากท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา เข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ตได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ลดความแออัดบนทางหลวงหมายเลข 402
เรื่องที่ 11 วางระบบติดตามโครงการขนาดใหญ่ เพื่อบูรณาการการบริหาร สั่งการติดตามผล และแก้ไขปัญหาในการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ เช่น ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน
- นครราชสีมา ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่ - กาญจนบุรีโครงข่ายรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ - นครราชสีมา ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ มิติการประชาสัมพันธ์ มิติการเร่งรัดการก่อสร้าง มิติการบริหารจราจร และมิติการบริหารพื้นที่ร่วมกับโครงการอื่น เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อประชาชน
โครงการเหล่านี้ จะเป็นการวางรากฐานการเชื่อมโยงโครงข่ายและบริการด้านคมนาคม
อย่างบูรณาการ มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศต่อไป

ข่าวโดย กุลธิดา ไทยสุริโย
ภาพโดย ศรชัย ม่วงสิงห์ / ประไพจิตร โภชน์พันธุ์

https://motapplication.mot.go.th/mot/20-news-web/NewsDetail.html?ROW_ID=303008&ROW_ID_NEWS_M_GROUP=3

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
04/01/2021

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

“คมนาคม”เปิดนโยบายปี 64 ลุยเพิ่มอีก 11 โปรเจกท์
*ประเดิมมอเตอร์เวย์พร้อมรถไฟทางคู่ 3 เส้น
*รื้อแน่ๆเปลี่ยนแทรมเป็นรถไฟฟ้าล้อยาง
*สั่งทุกหน่วยเตรียมหั่นงบ-ปรับเนื้องาน!!
*เผื่อไว้ก่อนหากรัฐขอให้ช่วยแก้โควิด-19

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่กระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม แถลงนโยบายปี 64 โดยมีนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม ร่วมแถลงว่า ในปี 64 กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าสานต่อนโยบายเดิมจากปี 63 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 7 เรื่อง เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป, พัฒนาตั๋วร่วมให้สามารถใช้บัตรโดยสารเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทุกระบบ, การพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ และขนส่งสินค้าทางน้ำจากท่าเรือบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มเติมปี 64 อีก 11 เรื่อง เพื่อเดินหน้าการพัฒนาระบบคมนาคมเชิงรุก วางรากฐานการพัฒนาสู่อนาคต ได้แก่ 1.ศึกษาแผนแม่บท MR-MAP เพื่อวางแผนพัฒนามอเตอร์เวย์ให้สอดคล้องกับการขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ จำนวน 9 เส้นทาง 5,000 กิโลเมตร(กม.) โดยเบื้องต้นปี 64 จะใช้งบประมาณจากกองทุนมอเตอร์เวย์ดำเนินการศึกษานำร่อง 3 เส้นทางคือ ชุมพร-ระนอง 120 กม., กาญจนบุรี-ตราด 220 กม. และหนองคาย-แหลมฉบัง 490 กม., 2.ศึกษาแผนโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ Land Bridge โดยพัฒนามอเตอร์เวย์ควบคู่กับรถไฟทางคู่ และเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึกชุมพร-ระนอง ทั้งนี้คาดว่าจะลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 64 และจะศึกษาแล้วเสร็จในปี 64

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า 3.ตั้งศูนย์จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าโอท็อป, 4.สร้างพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ ปรับภูมิทัศน์พื้นที่ว่างของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ให้สวยงามร่มรื่น และจัดพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์, 5.ผลักดันการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า(EV) ในระบบขนส่งสาธารณะ, 6.ศึกษาและกำหนดแนวทางการใช้รถไฟฟ้าล้อยางในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนหลักในภูมิภาค, 7.พัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง(Feeder) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากชุมชนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า, 8.เร่งรัดเปิดให้บริการโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง และสถานีกลางบางซื่อ โดยจะให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือน พ.ย.64

นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า 9.แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนทางด่วน ทั้งการผลักดันใช้ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) และปรับปรุงโครงข่ายทางพิเศษและมอเตอร์เวย์ 4 เส้นทาง ได้แก่ มอเตอร์เวย์ช่วงศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ, ถนนประเสริฐมนูกิจ-งามวงศ์วาน, ทางด่วนขั้นที่ 1 ต่างระดับอาจณรงค์ และทางด่วนขั้นที่ 1 ช่วงสะพานพระราม 9-พระราม 2, 10.แก้ปัญหาการจราจรใน จ.ภูเก็ต โดยบูรณาการโครงข่ายทางพิเศษ สายกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. ของ กทพ. วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท กับโครงข่ายทางหลวงแนวใหม่ สายเมืองใหม่-เกาะแก้ว ระยะทาง 22.4 กม. วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท และ 11.วางระบบติดตามโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 64 กระทรวงคมนาคมได้รับจัดสรรงบประมาณกว่า 2.7 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้เนื่องจากประเทศกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมปรับงบประมาณ และเนื้องานแต่ละโครงการไว้ด้วย แต่ยังให้คงตัวโครงการเอาไว้เหมือนเดิม ซึ่งกรณีนี้เป็นการเผื่อไว้หากวงเงินกู้ในรอบแรกของรัฐบาลไม่เพียงพอ รัฐบาลก็อาจจำเป็นต้องให้แต่ละหน่วยงานกันงบประมาณส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปใช้เป็นงบกลางในการแก้ปัญหาโควิด-19 เหมือนปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ในปี 64 กระทรวงคมนาคมยังยืนยันเดินหน้าทำงานใส่เกียร์ 5 เต็มที่.

🔴ฝากกด like ถูกใจ 👍👍 กด follow ติดตาม 😎😎และกด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#นโยบายคมนาคมปี64
#ศักดิ์สยามชิดชอบ

แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง MOTORWAY กรมทางหลวง
03/01/2021

แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง MOTORWAY กรมทางหลวง

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2564 นายกิตตพันธ์ ปานจันทร์ รองอธิบดีกรมทางหลวง ฝ่ายบริหาร ดร.ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ดร.ธนศักดิ์ วงศ์ธนากิจเจริญ รองผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ดร.กฤษณะ เพ็ญสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง พร้อมคณะฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้กับประชาชนในการเดินทางช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2563 - วันที่ 4 มกราคม 2564 โดยมี นายวีร์ตรา จันทนวรางกูร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง นายชัยวัฒน์ จิตระกูล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม นายนพดล น้อยพึ่งบุญ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ 1 นายมะนูญ ชูตรี รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ 2 นายอนุศักดิ์ จักรปั่น รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการจราจร 1 นายมานิต ไพสาลี รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการจราจร 2 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัด ณ สถานที่บริการทางหลวง (Service Area) กม.49 ,จุดพักรถ (Rest Stop) หนองรี 1 กม.71+600 ขาออก และจุดพักรถ (Rest Stop) หนองรี กม.73+500 ขาเข้า บนทางหลวงพิเศษหมาย 7

ที่อยู่

อาคาร19 ถนนศรีอยุธยา
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

1586#7

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ภาพและกิจกรรม Motorways กรมทางหลวงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด