Clicky

แผนกควบคุมสินค้าอันตราย ท่า

แผนกควบคุมสินค้าอันตราย ท่า บริการด้านข้อมูลสินค้าอันตราย หน่วยงานที่ให้บริการด้านข้อมูลสินค้าอันตราย ท่าเรือกรุงเทพ การเท่าเรือแห่งประเทศไทย

เปิดเหมือนปกติ

หนึ่งในข้อบังคับเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตรายก็คือ การบรรจุ (Packing) ซึ่งนอกจากจะต้องเลือกใช้รูปแบบของบรรจุภัรฑ์ให้ถูก...
07/10/2022

หนึ่งในข้อบังคับเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตรายก็คือ การบรรจุ (Packing) ซึ่งนอกจากจะต้องเลือกใช้รูปแบบของบรรจุภัรฑ์ให้ถูกต้องตามข้อกำหนดแล้ว บรรจุภัณฑ์ที่จะนำมาใช้บรรจุสินค้าอันตรายเพื่อการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศจะต้องรองรับสินค้าอันตรายตามระดับ Packing Goup ได้ และต้องมีความคงทนแข็งแรงเพียงพอที่จะรักษาสินค้าอันตรายภายในไม่ให้รั่วไหลหรือเสียหายระหว่างกาารขนส่งอันแสนหฤโหด

"บรรจุภัณฑ์" ที่จะนำมาใช้บรรจุสินค้าอันตรายต้องมีสมบัติทั่วไปดังนี้
1. ต้องแข็งแรงเพียงพอต่อสภาพการกระแทกและการยกย้ายระหว่างการขนส่ง
2. ต้องถูกขึ้นรูปและปิดสนิทเพื่อป้องกันการรั่วไหลของสินค้าภายในได้
3. ไม่มีการปนเปื้อนของสินค้าอันตรายที่ด้านนอก
4. ต้องปิดอย่างถูกต้องตามข้อมูลของผู้ผลิต
5. ต้องผ่านการรับรองจากผู้มีอำนาจรัฐตามสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังมีหลักเกณฑ์เฉพาะอื่นๆ เช่น ไม่ถูกทำลายโดยสินค้าอันตรายภายใน ไม่เป็นตัวเร่งหรือเกิดปฏิกิริยากับสินค้าอันตราย บรรจุไม่เกินปริมาณที่กำหนด เป็นต้น

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ที่เป็น DRUMs (1H), JERRICANS (3H), Rigid IBC (31H), composite IBCs ที่ทำจากวัสดุพลาสติก ยังถูกกำหนดอายุในการนำมาใช้บรรจุสินค้าอันตรายไว้ที่ 5 ปีนับจากวันที่ผลิต (4.1.1.15)

ซึ่งบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวจะมีข้อบังคับให้ระบุเดือนที่ผลิตลงในรหัสเครื่องหมายรับรองบรรจุภัณฑ์ (UN Mark) นอกเหนือไปจากปีที่ผลิตตามบรรจุภัณฑ์รูปแบบอื่นด้วย

ดังนั้น ก่อนจะนำ Drum หรือ Jerrican ที่ทำจากพลาสติกมาใช้บรรจุสินค้าอันตรายมาใข้งาน อย่าลืมสังเกตเดือนและปีผลิตใน UN Mark ด้วยนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าอันตราย

27/09/2022

สินค้าอันตราย ไม่ใช่ วัตถุอันตราย
ก๊าซไวไฟ ไม่ใช่ คลาส 3
รัก ไม่ใช่ ดวงดาวเมื่อพราวแสง

09/09/2022
จะส่งออกสินค้าอันตราย  โดยนำสินค้าเข้ามาบรรจุในท่าเรือกรุงเทพต้องยื่นข้อมูลอย่างไร ?ปัจจุบันการผู้ใช้บริการที่ต้องการนำส...
02/09/2022

จะส่งออกสินค้าอันตราย โดยนำสินค้าเข้ามาบรรจุในท่าเรือกรุงเทพต้องยื่นข้อมูลอย่างไร ?

ปัจจุบันการผู้ใช้บริการที่ต้องการนำสินค้าเข้ามาบรรจุในเขตท่าเรือกรุงเทพ ต้องมีการยื่นข้อมูลผ่านระบบ e-Port ทั้งการยื่นเอกสารทำแบบขออนุญาตนำสินค้าส่งออกเพื่อเข้าบรรจุที่ ทกท. (ทกท.05) และ การยื่นข้อมูลสินค้าอันตรายขาออก (คสอ.07)

โดยสามารถศึกษาคู่มือการใช้งานระบบได้ดังนี้
1. คู่มือการยื่นเอกสาร ทกท.05 t.ly/ZkX0
2. คู่มือการยื่นเอกสาร คสอ.07 t.ly/YQvI

หากมีข้อสงสัยในยื่นข้อมูลสินค้าอันตรายขาออก หรือมีปัญหาใดๆ ในการใช้บริการเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือกรุงเทพ สามารถสอบถามผ่าน Line Official ไอดี

Excepted quantities (EQ) คืออะไร    ข้อยกเว้นตามปริมาณยกเว้น (Limited Quantities - EQ) เป็นอีกหนึ่งข้อยกเว้นสำหรับการปฏิ...
16/08/2022

Excepted quantities (EQ) คืออะไร

ข้อยกเว้นตามปริมาณยกเว้น (Limited Quantities - EQ) เป็นอีกหนึ่งข้อยกเว้นสำหรับการปฏิบัติตามประมวลข้อบังคับว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเลระหว่างประเทศ (IMDG Code) อันเนื่องจากระดับความเสี่ยงของสินค้าอันตรายที่ลดลงตามปริมาณของการขนส่งสินค้าอันตราย ดังนั้นเมื่อขนาดของบรรจุภัณฑ์ชั้นในและชั้นนอกของสินค้าอันตรายมีขนาดไม่เกินเงื่อนไขที่กำหนดในคอลัมน์ที่ 7b ใน Dangerous Goods List ก็จะได้รับการยกเว้นในการปฏิบัติตามข้อบังคับทั้งหมด คงเหลือไว้เพียงเต่ข้อบังคับตามข้อ 1.3 Training, การจำแนกและกลุ่มการบรรจุใน Part 2 (การจำแนก), ข้อกำหนดที่ 4.1.1.1, 4.1.1.2, 4.1.1.4, 4.1.1.4.1 และ 4.1.1.6 ใน Part 4 (การบรรจุ) และการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารตามข้อกำหนดที่ 5.4 โดยในส่วนที่ยกเว้นออกไปนั้นให้ดำเนินการตามข้อบังคับที่ 3.5 แทน

ลองพิจารณาดูการขนส่งสินค้าอันตรายภายใต้ข้อยกเว้น EQ นี้จะได้รับข้อยกเว้นหลายอย่าง เช่น ไม่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับ UN Mark, ไม่ต้องติดฉลากประเภทสินค้าอันตราย, ไม่ต้องติดป้ายสินค้าอันตรายใดๆ ที่ตู้สินค้า หรือแม้กระทั่งไม่ต้องปฏิบัติตามหลักการบรรทุกและแยกสินค้าอันตราย

อย่างไรก็ดี สินค้าอันตรายภายใต้ข้อยกเว้นนี้จะต้องดำเนินการบางประการตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับข้อ 3.5 เช่น ติดเครื่องหมาย EQ ที่บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกหรือ Overpack, การระบุ “dangerous goods in excepted quantities” ในเอกสารสำแดงสินค้าอันตราย, รวมทั้งถูกจำกัดการบรรจุในตู้สินค้าไว้ไม่เกิน 1,000 บรรจุภัณฑ์

ตามระเบียบฯ ของท่าเรือกรุงเทพ สินค้าอันตรายกลุ่มที่ 2 ที่ขนส่งภายใต้ข้อยกเว้น EQ จะได้รับข้อยกเว้นให้สามารถฝากเก็บในพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพได้ด้วยครับ

ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบปริมาณ EQ ของแต่ละ UN ได้ที่ http://check.dgbkp.in.th/

เผยแพร่เอกสารความปลอดภัย เรื่อง การนำเข้าและส่งออกสินค้าอันตรายของท่าเรือกรุงเทพ ตามลิงค์นี้ครับhttps://drive.google.com...
10/08/2022

เผยแพร่เอกสารความปลอดภัย เรื่อง การนำเข้าและส่งออกสินค้าอันตรายของท่าเรือกรุงเทพ ตามลิงค์นี้ครับ

https://drive.google.com/file/d/1WB9aelHYBzMjjKfazhN8jD3_N1JOSvaN/view?usp=sharing

สำหรับท่านที่อยากได้ตัว hard copies ต้องรอสั่งพิมพ์ก่อนนะครับ

09/08/2022

กับคำถามที่ว่า "การท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณอย่างไร ?"

แล้วคุณจะรู้ว่าเราเป็นมากกว่าบริการท่าเทียบเรือ

เรือที่ต้องการถ่ายเทขยะและของเสียปนน้ำมัน ต้องมีการส่งแบบแจ้งข้อมูลของเสียจากเรือให้ทางท่าเรือกรุงเทพ ก่อนเรือเข้าเทียบท...
31/05/2022

เรือที่ต้องการถ่ายเทขยะและของเสียปนน้ำมัน ต้องมีการส่งแบบแจ้งข้อมูลของเสียจากเรือให้ทางท่าเรือกรุงเทพ ก่อนเรือเข้าเทียบท่าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และต้องปฏิบัติตามคู่มือการจัดการของเสียจากเรือ ท่าเรือกรุงเทพ


http://www.port.co.th/cs/internet/internet/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2.html

ขั้นตอนการติดต่อรับตู้สินค้าอันตรายกลุ่มที่ 2 (ข้างลำเรือ)
16/05/2022

ขั้นตอนการติดต่อรับตู้สินค้าอันตรายกลุ่มที่ 2 (ข้างลำเรือ)

การตรวสอบกลุ่มสินค้าอันตรายผ่านเว็บ dgbkp.in.th อธิบายวิธีการตรวจสอบสินค้าอันตรายที่จะนำเข้าหรือส่งออกผ่านท่าเรือกรุงเทพ...
11/05/2022
การตรวสอบกลุ่มสินค้าอันตรายผ่านเว็บ dgbkp.in.th

การตรวสอบกลุ่มสินค้าอันตรายผ่านเว็บ dgbkp.in.th

อธิบายวิธีการตรวจสอบสินค้าอันตรายที่จะนำเข้าหรือส่งออกผ่านท่าเรือกรุงเทพถูกจัดอยู่ในกลุ่มใด จะต้องรับมอบ/ส่งมอบข้างลำเรือหรือไม่ มีข้อยกเว้นหรือข้อปฏิบัติพิเศษอย่างไร

หากมีข้อสงสัยในการตรวจสอบกลุ่มของสินค้าอันตราย หรือมีปัญหาใดๆ ในการใช้บริการเกี่ยวกับสินค้าอันตรายของท่าเรือกรุงเทพ สามารถสอบถามผ่าน Line Official ไอดี

ขอขอบคุณเสียงผู้บรรยายกิติมศักดิ์จาก "AI for Thai" จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

อธิบายวิธีการตรวจสอบสินค้าอันตรายที่จะนำเข้าหรือส่งออกผ่านท่าเรือกรุงเทพถูกจัดอยู่ในกลุ่มใด จะต้องรั.....

บริมาณเป็นตัวแปรที่ส่งผลระดับความเสี่ยงในกระบวนการขนส่งสินค้าอันตราย เมื่อเราใช้บรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กเมื่อเกิดเหตุไม่ว่าจะเ...
29/04/2022

บริมาณเป็นตัวแปรที่ส่งผลระดับความเสี่ยงในกระบวนการขนส่งสินค้าอันตราย เมื่อเราใช้บรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กเมื่อเกิดเหตุไม่ว่าจะเป็นการหกรั่วไหลหรือไฟไหม้จะมีระดับความรุนแรงไม่มากเท่าบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ ดังนั้น เมื่อมีการขนส่งด้วยบรรจุภัณฑ์เล็กๆ จึงควรได้รับการยกเว้นให้ไม่ใช้มาตรการจำกัดความเสี่ยงตามข้อบังคับการขนส่ง เช่น ความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ การติดฉลากเตือนถึงความเสี่ยง เป็นต้น

IMDG Code ได้กำหนดปริมาณที่จำกัด (Limited Quantity - LQ) ของสินค้าอันตรายแต่ละ UN เพื่อเป็นมาตรฐานในการยกเว้นให้สินค้าอันตรายที่บรรจุในปริมาณน้อยๆ ไว้ในคอลัมน์ที่ 7a ของตาราง Dangerous Goods List ใน Part 3 โดยเมื่อขนส่งภายใต้เงื่อนไขนี้แล้ว จะถูกบังคับให้ปฏิบัติตามมาตรการใน Chapter 3.4 เท่านั้น โดยไม่ต้องปฏิบัติในมาตรการอื่นๆ ของ IMDG Code อีกต่อไป

ข้อสังเกต ก็คือ สินค้าอันตรายแต่ละหมายเลข UN หรือ Packing Group นั้น จะมีปริมาณไม่เท่ากัน และในบาง UN มีค่าเป็น 0 คือไม่มีข้อยกเว้นนี้ในการขนส่งสินค้าอันตราย UN นั้น

ท่าเรือกรุงเทพก็นำหลักการยกเว้นเกี่ยวกับการกำหนดปริมาณที่จำกัด (LQ) มาใช้เป็นข้อยกเว้นสำหรับสินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๒ ด้วย ซึ่งหากขนส่งด้วยขนาดบรรจุภัณฑ์ขนาดอื่นๆ จะไม่อนุญาตให้ฝากเก็บในท่าเรือกรุงเทพ แต่หากขนส่งภายใต้เงื่อนไข LQ แล้ว จะได้รับการยกเว้นให้สามารถฝากเก็บได้ช่นเดียวกับสินค้าอันตรายกลุ่มที่ ๓

ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบปริมาณ LQ ของแต่ละ UN ได้ที่ http://check.dgbkp.in.th/

การขนส่งแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมภายใต้ข้อบังคับการขนส่งสินค้าอันตรายสากล จะถูกจำแนกเป็นสินค้าอันตราย UN 3090, lithuim metal ...
01/03/2022

การขนส่งแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมภายใต้ข้อบังคับการขนส่งสินค้าอันตรายสากล จะถูกจำแนกเป็นสินค้าอันตราย UN 3090, lithuim metal cells or batteries และ UN 3480, lithium ion cells or batteries รวมถึงการขนส่งอุปกรณ์ที่บรรจุแบตเตอรี่ลิธียมไว้ภายใน (UN 3091 หรือ UN 3481) ซึ่งจัดเป็นสินค้าอันตรายประเภทที่ 9 และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ของข้อกำหนด อันได้แก่ การติดฉลาก ป้าย เครื่องหมาย การบรรจุและการใช้บรรจุภัณฑ์ และอื่นๆ รวมถึงการสำแดงข้อมูลสินค้าอันตรายในขั้นตอนการนำส่งสินค้าอันตราย

เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเธียมมีข้อยกเว้นสำหรับการขนส่งแบตเตอรี่ที่มีลักษณะความเสี่ยงไม่สูงตามข้อยกเว้นพิเศษข้อที่ 188 (Special Provision 188; SP188) ซึ่งไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับต่างๆ รวมถึงการยื่นข้อมูลสินค้าอันตรายด้วย นอกจากการติดเครื่องหมายตามที่ SP188 กำหนด

นั่นคือ กรณีแบตเตอรี่ลิเธียมที่เป้นไปตามเงื่อนไข SP188 ไม่ต้องยื่นสำแดงข้อมูลสินค้าอันตราย เพียงแต่ติดเครื่องหมายเตือนว่ามีแบเตอรี่ลิเธียมที่บรรจุภัณฑ์เท่านั้น

ส่วนแบตเตอรี่ที่ไม่เป็นไปตามข้อยกเว้น SP188 นั้น จะมีความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สามารถได้รับข้อยกเว้นได้ จึงจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับช่นเดียวกับการขนส่งสินค้าอันตรายอื่นทั้งหมด รวมถึงการใช้ฉลากและป้ายประเภท 9 ด้วย แต่มีการเพิ่มรูปกลุ่มแบตเตอรรี่ลงในฉลากประเภท 9 (แบบ 9A) เพื่อสื่อถึงความเป็นอันตราย และต้องมีการสำแดงข้อมูลสินค้าอันตรายเช่นเดียวกับสินค้าอันตรายอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ในการการขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมที่ไม่ได้รับข้อยกเว้นตาม SP188 ผ่านท่าเรือกรุงเทพ จะต้องยื่นข้อมูลสินค้าอันตรายผ่านระบบ One Stop e-Port Service ตามระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าอันตรายของท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ. ๒๕๖๓ และต้องติดฉลากแบบ 9A ที่บรรจุภัณฑ์ด้วย

ในกรณีที่พนักงานท่าเรือกรุงเทพพบบรรจุภัณฑ์ของแบตเเตอรี่ลิเธียมที่ไม่เป็นไปตามข้อยกเว้น SP188 แต่ไม่มีการยื่นข้อมูลมาในระบบฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนในการปรับผู้เกี่ยวข้องตามบทลงโทษที่ระบุไว้ในระเบียบ กทท.ฯ

ขอแสดงความยินดี กับผู้โชคดีทั้งสามท่านด้วยครับhttps://line.me/R/home/public/post?id=587yrtgg&postId=1164396884404019440ต...
04/02/2022

ขอแสดงความยินดี กับผู้โชคดีทั้งสามท่านด้วยครับ

https://line.me/R/home/public/post?id=587yrtgg&postId=1164396884404019440

ติดตามกิจกรรมดีๆ และลุ้นรับของรางวัลในครั้งถัดไปครับ

สินค้าอันตรายประเภท 5.1 เป็นสารหรือวัตถุที่มีสมบัติเป็น "สารออกซิไดซ์" หรือ "Oxidizing Substances" ซึ่งถูกจำแนกเป็นลักษณ...
18/01/2022

สินค้าอันตรายประเภท 5.1 เป็นสารหรือวัตถุที่มีสมบัติเป็น "สารออกซิไดซ์" หรือ "Oxidizing Substances" ซึ่งถูกจำแนกเป็นลักษณะอันตรายหนึ่งในการขนส่งทุกรูปแบบสากล โดยการจำแนกสินค้าอันตรายประเภท 5.1 นี้ต้องใช้ทั้งการผลทดสอบตามมาตรฐานและประสบการณ์ของผู้จำแนก ซึ่งตามหลักการแล้วการใช้วิจารณญาณบนความรู้ที่ถูกต้องนั้นมีความสำคัญมากกว่าผลการทดสอบเสียอีก

ด้วยสมบัติของสารประเภทนี้ที่สามารถแตกตัวปลดปล่อยออกซิเจนได้ง่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม และเนื่องจากออกซิเจนเป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบของไฟ ดังนั้นในขณะขนส่งระดับความเสี่ยงจากความรุนแรงของไฟไหม้จึงสูงขึ้นมาก

นอกจากนี้ ของผสมระหว่างสารออกซิไดซ์และสารอินทรีย์ เช่น น้ำตาล แป้ง น้ำมัน ฯลฯ เป็นของผสมที่มีความอันตรายสูง เนื่องจากของผสมนี้พร้อมที่จะลุกไหม้ได้ทันทีที่เกิดการเสียดสีหรือแม้แต่ถูกกระแทก และอาจเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงหากมีปริมาณที่เพียงพอ

การแตกตัวของสารออกซิไดซ์ส่วนมากจะให้ความร้อนออกมาจำนวนมาก ความร้อนเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้เกิดการแตกตัวเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อไป หากมีความร้อนและปริมาณของสารมากเกินจุดวิกฤติ ก็จะทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงเช่นกัน (ดังกรณีเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือเมืองเบรุต เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2020)

การทำปฏิกิริยาระหว่างสารออกซิไดซ์และกรดจะเป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงและเกิดก๊าซพิษขึ้นมา เช่นเดียวกับกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ที่มีสารออกซิไดซ์เกี่ยวข้องก็จะมีก๊าซพิษเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน (กรณีไฟไหม้เรือ KMTC HONGKONG เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2019)

หากสารอออกซิไดซ์มีสมบัติความอันตรายอื่น หรือมีสมบัติเป็นมลพิษทางทะเล ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นไปอีก

สินค้าอันตรายที่ถูกจำแนกเป็น Class 5.1 หรือมีสมบัติความอันตรายรองเป็นสารออกซิไดซ์จะไม่อนุญาตให้ฝากเเก็บในเขตท่าเรือกรุงเทพ ยกเว้นบรรจุมาตามเงื่อนไข Limited Quantity หรือ Excepted Quantity

สิทธิพิเศษสำหรับเพื่อนทาง Line  เท่านั้น ร่วมตอบแบบสอบถามการใช้บริการของแผนกควบคุมสินค้าอันตราย ท่าเรือกรุงเทพ ก่อนวันที...
10/01/2022

สิทธิพิเศษสำหรับเพื่อนทาง Line เท่านั้น ร่วมตอบแบบสอบถามการใช้บริการของแผนกควบคุมสินค้าอันตราย ท่าเรือกรุงเทพ ก่อนวันที่ 31 ม.ค. 2565

มีสิทธิ์ได้รับของพรีเมี่ยมคอลเล็คชั่นพิเศษจากท่าเรือกรุงเทพจำนวน 3 รางวัล

ร่วมตอบแบบสอบถามได้ที่
https://liff.line.me/1565701692-EW4d3B4O/form/olN3VDyVczVyzRmb

ขอให้ท่านเป็นผู้โชคดีนะครับ

คำถามจากแฟนเพจได้กรุณาถามเข้ามาครับ "segregation group คืออะไรคะ ทำไมบางสายเรือสำคัญ บางสายเรือไม่สำคัญ" เป็นเรื่องที่น่...
24/12/2021

คำถามจากแฟนเพจได้กรุณาถามเข้ามาครับ "segregation group คืออะไรคะ ทำไมบางสายเรือสำคัญ บางสายเรือไม่สำคัญ" เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เราเลยนำมาโพสต์เป็นความรู้แก่แฟนเพจทุกท่าน

เป็นที่ทราบกันดีว่าในการขนส่งสินค้าอันตรายนั้น มีข้อบังคับเรื่องการบรรทุกรวมและการแยกสินค้าอันตรายออกจากกัน ข้อบังคับเหล่านี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละรูปแบบการขนส่ง ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ IMDG Code 2020 ซึ่งเป็นข้อบังคับล่าสุดในการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ


"Segregation Group" เป็นข้อบังคับที่ 7.2.5 ซึ่งจะกำหนดหลักเกณฑ์การแยกสินค้าอันตรายระหว่างขนส่งออกจากกัน ในประเทศไทยคำนี้อาจถูกแปลเป็นคำว่า "กลุ่มความเข้ากันได้" ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะมันเป็นคนละความหมายกับคำว่า "compattibity group" ที่ถูกใช้เฉพาะกับสินค้าอันตรายประเภทที่ 1 (Class 1)

หลักเกณฑ์การแยกสินค้าอันตรายโดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 เงื่อนไข โดยเงื่อนไขแรกจะใช้การแยกในระดับ Class ตาม Segregation table (ขอยกยอดไว้อธิบายในโอกาสหน้า) และเงื่อนไขการแยกเฉพาะแต่ละ UN ซึ่งจะปรากฎรหัส "Segregation Group" ในคอลัมน์ที่ 16b (Segregation) ในบัญชีรายการสินค้าอันตราย (Chapter 3.2)

คอลัมน์ที่ 16b เป็นข้อมูลข้อบังคับเกี่ยวกับการแยกสินค้าอันตราย (Segregation) ซึ่งหากเป็น UN ที่มีข้อบังคับในส่วนนี้ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อบังคับในส่วนนี้ด้วย ข้อบังคับเหล่านี้จะปรากฎเป็นรหัสซึ่งอาจเป็นได้ 2 แบบ คือ SGxx และ SGGxx (xx เป็นเลขลำดับ) ข้อบังคับเกี่ยวกับ segregation group ก็คือชุดรหัสที่ขึ้นต้นด้วย SGG นั่นเองครับ

Segregation Group Code จะมีรหัสตั้งแต่ SGG1 - acids จนถึง SGG18 - alkalis และ SGG1a - strong acids รวมเป็น 19 กลุ่ม ซึ่งจะบ่งบอกว่าสินค้าอันตราย UN นั้นมีสมบัติการแยกกันอยู่ในกลุ่มใด และเมื่อพิจารณารหัส SG ของ UN ที่จะนำบรรจุตู้รวมหรือบรรทุกขึ้นเรือในบริเวณเดียวกันก็จะทราบว่าสอดคล้องตามข้อบังคับหรือไม่

ยกตัวอย่าง เราจะบรรจุ UN3320, SODIUM BOROHYDRIDE AND SODIUM HYDROXIDE SOLUTION , Class 8, PG III กับ UN3277, CHLOROFORMATES, TOXIC, CORROSIVE, N.O.S., Class 8(6.1), PG II ในตู้สินค้าเดียวกันได้หรือไม่ เมื่อเราตรวจสอบคอลัมน์ที่ 16b ของ UN3320 เราจะพบรหัส SGG18, SG35 (SGG18 คือ alkalis และ SG35 คือ Stow “separated from” SGG1 – acids.) และเมื่อเราไปดูคอลัมน์ที่ 16b ของ UN3277 จะพบ SGG1, SG36, SG49 นั่นเราก็ได้คีย์เวิร์ดว่า "separated form" ก็สรุปได้เลยว่า "บรรจุไปตู้เดียวกันไม่ได้"

ข้อสังเกตอย่างนึงคือ หากเราพิจารณาเงื่อนไขการแยกสินค้าอันตรายโดยใช้ Segregation table เราจะพบว่าสามารถบรรจุในตู้เดียวกันได้ ซึ่งตามข้อบังคับ IMDG Code จะต้องพิจารณาเงื่อนไขในคอลัมน์ 16b ก่อนเสมอ

จะเห็นว่า Segregation group มีความสำคัญมากในการจัดการขนส่งสินค้าอันตรายด้วยบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก หน่วยขนส่ง หรือพาหนะไปด้วยกัน แต่อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าสินค้าอันตรายทุกรายการจะมีรหัส SGG และตามข้อบังคับเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าอันตราย (Chapter 5.4) ก็กำหนดให้ระบุ SGG เฉพาะสินค้าอันตราย N.O.S. ที่ผู้ส่งต้องการให้แยกจากสินค้าอันตรายอื่นโดยระบุรหัส SGG ขึ้นมาเป็นพิเศษเท่านั้น ดังนั้นในข้อกำหนดของการยื่นเอกสารข้อมูลจึงไม่มีข้อบังคับที่จะต้องระบุ segregation group แก่สายเรือ และทางสายเรือเองก็สามารถนำข้อมูลสินค้าอันตรายที่ได้รับ (UN, PSN, Class, PG, Sub.hazard) มาดำเนินการตามเงื่อนไขข้อบังคับการแยกสินค้าอันตรายบนเรือของตนได้

อย่างไรก็ดี ผู้ส่งและผู้บรรจุหน่วยขนส่งจะต้องตรวจสอบการบรรจุรวมสินค้าอันตรายให้เป็นไปตามข้องบังคับ IMDG Code อย่างถูกต้องและต้องให้คำรับรองเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเอกสาร Container/vehicle packing certificate มอบให้ผู้รับขนส่งเสมอ

คสอUpdate

เหล้า ไวน์ เบียร์ ฯลฯ เหล่านี้จัดเป็นสินค้าอันตรายเมื่อขนส่งหรือเปล่า? สหประชาชาติกำหนดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้า...
21/12/2021

เหล้า ไวน์ เบียร์ ฯลฯ เหล่านี้จัดเป็นสินค้าอันตรายเมื่อขนส่งหรือเปล่า?

สหประชาชาติกำหนดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าอันตราย (UN3065) สำหรับการขนส่งในทุกรูปแบบการขนส่ง แต่อย่างไรก็ดี มีข้อยกเว้นบางอย่างสำหรับการขนส่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในกรณีที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเข้มข้นไม่เกิน 24% โดยปริมาตร จะไม่ถือว่าเป็นสินค้าอันตราย

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเข้มข้นมากกว่า 24% แต่ไม่เกิน 70% โดยปริมาตร จัดเป็นสินค้าอันตราย (UN 3065, ALCOHOLIC BEVERAGES with more than 24% but not more than 70% alcohol by volume, Class 3, PG III) โดยมีข้อกำหนดพิเศษว่าหากขนส่งด้วยบรรจุภัณฑ์ขนาดไม่เกิน 250 ลิตร จะไม่จัดเป็นสินค้าอันตราย

ถ้าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเข้มข้นมากกว่า 70% โดยปริมาตร จัดเป็นสินค้าอันตราย (UN 3065, ALCOHOLIC BEVERAGES with more than 70% alcohol by volume, Class 3, PG III) โดยไม่มีข้อกำหนดพิเศษ

ในการขนส่งผ่านท่าเรือกรุงเทพ ในกรณีที่ถูกจัดเป็นสินค้าอันตรายต้องปฏิบัติตามระเบียบ กทท. โดยหากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีจุดวาบไฟต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสจะถูกจัดเป็นสินค้าอันตรายกลุ่มที่ 2 ที่ต้องขนถ่ายข้างลำเรือ ยกเว้นขนส่งด้วยขนาดบรรจุภัรฑ์เป้นไปตามข้อยกเว้น Linited Quantity (LQ) หรือ Excepted Quantity (EQ) จะสามารถฝากเก็บในท่าเรือกรุงเทพได้ และสามารถขอให้โรงพักสินค้าเก็บสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำเร็จรูปในห้องเก็บสินค้ามีค่าที่โรงพักสินค้าพิธีการแทนการส่งมาเก็บไว้ ณ คลังสินค้าอันตราย

ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบเงื่อนไขของ LQ และ EQ ได้จาก http://check.dgbkp.in.th/

คสอUpdate

ข้อมูล EmS ใน IMDG COde สำคัญอย่างไร ในคอลัมน์ที่ 15 ของตารางบัญชีรายการสินค้าอันตราย ซึ่งเป็นอยู่ใน Part 3 ของข้อบังคับ...
20/12/2021

ข้อมูล EmS ใน IMDG COde สำคัญอย่างไร

ในคอลัมน์ที่ 15 ของตารางบัญชีรายการสินค้าอันตราย ซึ่งเป็นอยู่ใน Part 3 ของข้อบังคับ IMDG Code นั้นเป็นข้อมูลที่ถูกเรียกว่า "EmS" อันเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีเหตุฉุกเฉินทั้งเหตุไฟไหม้ (FIRE) และเหตุรั่วไหล (SPILLAGE) สอดคล้องกับเอกสาร "วิธีการตอบโต้เหตุฉุกเฉินสำหรับเรือบรรทุกสินค้าอันตราย (The EmS Guide - Revised Emergency Response Procedures for Ships Carring Dangerous Goods)"

ข้อมูลจะประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกจแเป็นข้อมูลสำหรับกรณีไฟไหม้ (Fire schedule) เช่น F-H อีกชุดนึงจะเป็นข้อมูลสำหรับกรณีรั่วไหล (Spillage schedule) เช่น S-Q และถ้าพบว่ามีการขีดเส้นใต้รหัสใดๆ ก็จะหมายถึงจะมีคำแนะนำในกรณีพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาด้วย ซึ่งรหัสทั้งสองชุดนี้จะนำไปสู่ข้อมูลตามวิธีการตอบโต้เหตุฉุกเฉินดังกล่าว (เอกสารนี้ IMO ก็รวบรวมไว้ใน IMDG Code เล่ม Supplement ด้วยเช่นกัน)

ข้อมูล EmS เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องมีการแจ้งให้กับผู้เกี่ยวข้องตามข้อบังคับที่ ๕.๔.๓.๔ โดยสามารถดำเนินการส่งมอบด้วยวิธีการใดๆ ดังนี้
1. เพิ่มเป็นรายการข้อมูลพิเศษในเอกสารขนส่ง มานิเฟส หรือเอกสารประกอบสินค้าอันตราย
2. แยกเป็นเอกสารประกอบ เช่น เป็นข้อมูลใน SDS
3. แยกเป็นเอกสารขั้นตอนปฏิบัติ เช่น ขั้นตอนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ขั้นตอนปฐมพยามบาล

แม้ว่าข้อมูล EmS จะเป็นข้อมูลที่บังคับ (madatory) ต้องมีการส่งมอบตาม IMDG Code แต่วิธีการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินนั้นเป็นคำแนะนำ (recommendatory) ผู้ปฏิบัติสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางในปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้วยวิธีการที่เหมาะสมได้

ที่อยู่

คลองเตย
Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
19:00 - 23:59
อังคาร 08:30 - 18:00
19:00 - 00:00
พุธ 08:30 - 18:00
19:00 - 00:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
19:00 - 23:59
ศุกร์ 08:30 - 18:00
19:00 - 23:59
เสาร์ 08:30 - 18:00
19:00 - 23:59

เบอร์โทรศัพท์

+6622693148

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แผนกควบคุมสินค้าอันตราย ท่าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง แผนกควบคุมสินค้าอันตราย ท่า:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

คำถามจากแฟนเพจได้กรุณาถามเข้ามาครับ "segregation group คืออะไรคะ ทำไมบางสายเรือสำคัญ บางสายเรือไม่สำคัญ" เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เราเลยนำมาโพสต์เป็นความรู้แก่แฟนเพจทุกท่าน

เป็นที่ทราบกันดีว่าในการขนส่งสินค้าอันตรายนั้น มีข้อบังคับเรื่องการบรรทุกรวมและการแยกสินค้าอันตรายออกจากกัน ข้อบังคับเหล่านี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละรูปแบบการขนส่ง ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ IMDG Code 2020 ซึ่งเป็นข้อบังคับล่าสุดในการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ


"Segregation Group" เป็นข้อบังคับที่ 7.2.5 ซึ่งจะกำหนดหลักเกณฑ์การแยกสินค้าอันตรายระหว่างขนส่งออกจากกัน ในประเทศไทยคำนี้อาจถูกแปลเป็นคำว่า "กลุ่มความเข้ากันได้" ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะมันเป็นคนละความหมายกับคำว่า "compattibity group" ที่ถูกใช้เฉพาะกับสินค้าอันตรายประเภทที่ 1 (Class 1)

หลักเกณฑ์การแยกสินค้าอันตรายโดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 เงื่อนไข โดยเงื่อนไขแรกจะใช้การแยกในระดับ Class ตาม Segregation table (ขอยกยอดไว้อธิบายในโอกาสหน้า) และเงื่อนไขการแยกเฉพาะแต่ละ UN ซึ่งจะปรากฎรหัส "Segregation Group" ในคอลัมน์ที่ 16b (Segregation) ในบัญชีรายการสินค้าอันตราย (Chapter 3.2)

คอลัมน์ที่ 16b เป็นข้อมูลข้อบังคับเกี่ยวกับการแยกสินค้าอันตราย (Segregation) ซึ่งหากเป็น UN ที่มีข้อบังคับในส่วนนี้ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อบังคับในส่วนนี้ด้วย ข้อบังคับเหล่านี้จะปรากฎเป็นรหัสซึ่งอาจเป็นได้ 2 แบบ คือ SGxx และ SGGxx (xx เป็นเลขลำดับ) ข้อบังคับเกี่ยวกับ segregation group ก็คือชุดรหัสที่ขึ้นต้นด้วย SGG นั่นเองครับ

Segregation Group Code จะมีรหัสตั้งแต่ SGG1 - acids จนถึง SGG18 - alkalis และ SGG1a - strong acids รวมเป็น 19 กลุ่ม ซึ่งจะบ่งบอกว่าสินค้าอันตราย UN นั้นมีสมบัติการแยกกันอยู่ในกลุ่มใด และเมื่อพิจารณารหัส SG ของ UN ที่จะนำบรรจุตู้รวมหรือบรรทุกขึ้นเรือในบริเวณเดียวกันก็จะทราบว่าสอดคล้องตามข้อบังคับหรือไม่

ยกตัวอย่าง เราจะบรรจุ UN3320, SODIUM BOROHYDRIDE AND SODIUM HYDROXIDE SOLUTION , Class 8, PG III กับ UN3277, CHLOROFORMATES, TOXIC, CORROSIVE, N.O.S., Class 8(6.1), PG II ในตู้สินค้าเดียวกันได้หรือไม่ เมื่อเราตรวจสอบคอลัมน์ที่ 16b ของ UN3320 เราจะพบรหัส SGG18, SG35 (SGG18 คือ alkalis และ SG35 คือ Stow “separated from” SGG1 – acids.) และเมื่อเราไปดูคอลัมน์ที่ 16b ของ UN3277 จะพบ SGG1, SG36, SG49 นั่นเราก็ได้คีย์เวิร์ดว่า "separated form" ก็สรุปได้เลยว่า "บรรจุไปตู้เดียวกันไม่ได้"

ข้อสังเกตอย่างนึงคือ หากเราพิจารณาเงื่อนไขการแยกสินค้าอันตรายโดยใช้ Segregation table เราจะพบว่าสามารถบรรจุในตู้เดียวกันได้ ซึ่งตามข้อบังคับ IMDG Code จะต้องพิจารณาเงื่อนไขในคอลัมน์ 16b ก่อนเสมอ

จะเห็นว่า Segregation group มีความสำคัญมากในการจัดการขนส่งสินค้าอันตรายด้วยบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก หน่วยขนส่ง หรือพาหนะไปด้วยกัน แต่อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าสินค้าอันตรายทุกรายการจะมีรหัส SGG และตามข้อบังคับเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าอันตราย (Chapter 5.4) ก็กำหนดให้ระบุ SGG เฉพาะสินค้าอันตราย N.O.S. ที่ผู้ส่งต้องการให้แยกจากสินค้าอันตรายอื่นโดยระบุรหัส SGG ขึ้นมาเป็นพิเศษเท่านั้น ดังนั้นในข้อกำหนดของการยื่นเอกสารข้อมูลจึงไม่มีข้อบังคับที่จะต้องระบุ segregation group แก่สายเรือ และทางสายเรือเองก็สามารถนำข้อมูลสินค้าอันตรายที่ได้รับ (UN, PSN, Class, PG, Sub.hazard) มาดำเนินการตามเงื่อนไขข้อบังคับการแยกสินค้าอันตรายบนเรือของตนได้

อย่างไรก็ดี ผู้ส่งและผู้บรรจุหน่วยขนส่งจะต้องตรวจสอบการบรรจุรวมสินค้าอันตรายให้เป็นไปตามข้องบังคับ IMDG Code อย่างถูกต้องและต้องให้คำรับรองเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเอกสาร Container/vehicle packing certificate มอบให้ผู้รับขนส่งเสมอ

คสอUpdate
เหล้า ไวน์ เบียร์ ฯลฯ เหล่านี้จัดเป็นสินค้าอันตรายเมื่อขนส่งหรือเปล่า?

สหประชาชาติกำหนดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าอันตราย (UN3065) สำหรับการขนส่งในทุกรูปแบบการขนส่ง แต่อย่างไรก็ดี มีข้อยกเว้นบางอย่างสำหรับการขนส่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ในกรณีที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเข้มข้นไม่เกิน 24% โดยปริมาตร จะไม่ถือว่าเป็นสินค้าอันตราย

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเข้มข้นมากกว่า 24% แต่ไม่เกิน 70% โดยปริมาตร จัดเป็นสินค้าอันตราย (UN 3065, ALCOHOLIC BEVERAGES with more than 24% but not more than 70% alcohol by volume, Class 3, PG III) โดยมีข้อกำหนดพิเศษว่าหากขนส่งด้วยบรรจุภัณฑ์ขนาดไม่เกิน 250 ลิตร จะไม่จัดเป็นสินค้าอันตราย

ถ้าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเข้มข้นมากกว่า 70% โดยปริมาตร จัดเป็นสินค้าอันตราย (UN 3065, ALCOHOLIC BEVERAGES with more than 70% alcohol by volume, Class 3, PG III) โดยไม่มีข้อกำหนดพิเศษ

ในการขนส่งผ่านท่าเรือกรุงเทพ ในกรณีที่ถูกจัดเป็นสินค้าอันตรายต้องปฏิบัติตามระเบียบ กทท. โดยหากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีจุดวาบไฟต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสจะถูกจัดเป็นสินค้าอันตรายกลุ่มที่ 2 ที่ต้องขนถ่ายข้างลำเรือ ยกเว้นขนส่งด้วยขนาดบรรจุภัรฑ์เป้นไปตามข้อยกเว้น Linited Quantity (LQ) หรือ Excepted Quantity (EQ) จะสามารถฝากเก็บในท่าเรือกรุงเทพได้ และสามารถขอให้โรงพักสินค้าเก็บสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำเร็จรูปในห้องเก็บสินค้ามีค่าที่โรงพักสินค้าพิธีการแทนการส่งมาเก็บไว้ ณ คลังสินค้าอันตราย

ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบเงื่อนไขของ LQ และ EQ ได้จาก http://check.dgbkp.in.th/

คสอUpdate
ข้อมูล EmS ใน IMDG COde สำคัญอย่างไร

ในคอลัมน์ที่ 15 ของตารางบัญชีรายการสินค้าอันตราย ซึ่งเป็นอยู่ใน Part 3 ของข้อบังคับ IMDG Code นั้นเป็นข้อมูลที่ถูกเรียกว่า "EmS" อันเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีเหตุฉุกเฉินทั้งเหตุไฟไหม้ (FIRE) และเหตุรั่วไหล (SPILLAGE) สอดคล้องกับเอกสาร "วิธีการตอบโต้เหตุฉุกเฉินสำหรับเรือบรรทุกสินค้าอันตราย (The EmS Guide - Revised Emergency Response Procedures for Ships Carring Dangerous Goods)"

ข้อมูลจะประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกจแเป็นข้อมูลสำหรับกรณีไฟไหม้ (Fire schedule) เช่น F-H อีกชุดนึงจะเป็นข้อมูลสำหรับกรณีรั่วไหล (Spillage schedule) เช่น S-Q และถ้าพบว่ามีการขีดเส้นใต้รหัสใดๆ ก็จะหมายถึงจะมีคำแนะนำในกรณีพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาด้วย ซึ่งรหัสทั้งสองชุดนี้จะนำไปสู่ข้อมูลตามวิธีการตอบโต้เหตุฉุกเฉินดังกล่าว (เอกสารนี้ IMO ก็รวบรวมไว้ใน IMDG Code เล่ม Supplement ด้วยเช่นกัน)

ข้อมูล EmS เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องมีการแจ้งให้กับผู้เกี่ยวข้องตามข้อบังคับที่ ๕.๔.๓.๔ โดยสามารถดำเนินการส่งมอบด้วยวิธีการใดๆ ดังนี้
1. เพิ่มเป็นรายการข้อมูลพิเศษในเอกสารขนส่ง มานิเฟส หรือเอกสารประกอบสินค้าอันตราย
2. แยกเป็นเอกสารประกอบ เช่น เป็นข้อมูลใน SDS
3. แยกเป็นเอกสารขั้นตอนปฏิบัติ เช่น ขั้นตอนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ขั้นตอนปฐมพยามบาล

แม้ว่าข้อมูล EmS จะเป็นข้อมูลที่บังคับ (madatory) ต้องมีการส่งมอบตาม IMDG Code แต่วิธีการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินนั้นเป็นคำแนะนำ (recommendatory) ผู้ปฏิบัติสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางในปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้วยวิธีการที่เหมาะสมได้

ระเบียบ กทท. ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าอันตรายของท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ. ๒๕๖๓ แบ่งสินค้าอันตรายออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งจะมีวิธีปฏิบัติแตกต่างกันออกไป

ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบกลุ่มของสินค้าอันตรายได้จาก http://check.dgbkp.in.th/ โดยกรอกเพียงหมายเลข UN และกดตรวจสอบเท่านั้น ก็จะทราบว่าสินค้าอันตรายนั้นจัดอยู่ในกลุ่มใด และยังทราบปริมาณและเงื่อนไขของ Limited Quantity และ Excepted Quantity ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่ท่าเรือกรุงเทพรับฝากเก็บอีกด้วย

ไม่เคยยื่น DG คงไม่เก็ต 🤣🤣🤣
แม้การขนส่งทางถนนในประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อบังคับสากลใดๆ แต่กฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่งวัตถุอันตรายทางถนน พ.ศ. 2558 ใช้มาตรฐานความตกลงว่าด้วยการขนส่งสินค้าอันตรายระหว่างประเทศทางถนนของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรปแห่งสหประชาชาติ (ADR) ในการขนส่งสินค้าอันตราย (วัตถุอันตราย) ทางถนนของประเทศไทย

ดังนั้น การดำเนินการตามเงื่อนไขตามกฎกระทรวงฯ และประกาศกรมฯ ที่เกี่ยวข้องในการขนส่งสินค้าอันตรายทางถนน จะทำการขนส่งที่ต่อเนืองไปสอดคล้องกับข้อกำหนดสากล

ข้อกฎหมายที่ต้องคำนึงถึง เมื่อเราต้องการขนส่งสินค้าอันตราย ได้แก่

1. ตัวรถต้องมีอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่จําเป็นหรือที่ใช้สําหรับป้องกันอันตรายเมื่อมีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน

2. ต้องมีเอกสารการขนส่งที่ต้องจัดให้มีไว้ประจำรถที่ใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย

3. ภาชนะบรรจุให้เป็นไปตามมาตรฐานของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4. ติดป้ายอักษร ภาพ และเครื่องหมาย ที่ภาชนะและที่รถขนส่งตามมาตรฐานที่กำหนด

5. การผูกรัด การติดตรึง และการบรรทุกเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

6. คนขับรถต้องผ่านการฝึกอบรมและมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๔

นอกจากนี้ ผู้รับใบอนุญาตขนส่งต้องจัดทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งวัตถุอันตรายตามที่อธิบดีฯ ประกาศกำหนดด้วย

อย่างไรก็ดี สำหรับการขนส่งที่เป็นไปตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ข้อยกเว้นสำหรับการขนส่งวัตถุอันตรายในลักษณะหรือปริมาณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายน้อย พ.ศ. 2559 จะได้รับข้อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯ รวมถึงไม่ต้องใช้คนขับรถมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่ ๔ ด้วย

แต่หากขนส่งสินค้าอันตรายเพื่อการส่งออกผ่านท่าเรือ ตัวสินค้าอันตรายและหน่วยขนส่งที่ใช้ ต้องดำเนินการตามข้อบังคับสากลที่เกี่ยวข้อง (IMDG Code)

กรณีที่เรือมีการบรรทุกสินค้าอันตรายและเทียบท่าที่ท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กทท. จะไม่รับขนถ่ายสินค้าอันตรายประเภทที่ 1, 6.2 และ 7 แล้วสายเรือตัวแทนต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

ตามระเบียบระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าอันตรายของท่าเรือกรุงเทพ พ.ศ. ๒๕๖๓ (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/013/T_0001.PDF) กำหนดให้เรือหรือตัวแทนสายเรือต้องยื่นสำแดงรายการสินค้าอันตรายที่นำเข้ามาภายในเขตท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งเขตท่าเรือกรุงเทพนั้นหมายถึงพื้นที่ในเขตรั้วศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ หลักผูกเรือกลางน้ำ และท่าเทียบเรือชายฝั่งและเรือลำเลียงด้วย

ดังนั้น เรือที่บรรทุกสินค้าอันตรายไว้บนเรือ แม้ว่าจะไม่มีการขนถ่ายผ่านท่าเรือกรุงเทพ "ต้องยื่นข้อมูลสินค้าอันตรายแก่ท่าเรือกรุงเทพทุกรายการ"

ดังนั้น เรือที่บรรทุกสินค้าอันตรายกลุ่มที่ 1 ( Class 1, 6.2, 7) จึงต้องยื่นข้อมูลผ่ายระบบ One Stop e-Port Service (http://www.e-service.port.co.th/EPort/) ด้วยเช่นกัน แต่จะไม่มีการขนถ่ายสินค้าผ่านท่าเรือกรุงเทพ

ผ่านไปด้วยดีกับการฝึกปฏิบัติและการซ้อมอพยบในเหตุการณ์​ไฟไหม้สินค้าอันตราย โดยแผนกป้องกันอุบัติภัย ร่วมกับสำนักแพทย์​และ​อนามัย การท่าเรือแห่งประเทศไทย​ แผนกคลังสินค้าอันตราย ท่าเรือกรุงเทพฯ และ แผนกควบคุมสินค้าอันตราย ท่าเรือกรุงเทพ

ทั้งนี้ ได้รับการอำนวยความสะดวกและร่วมสังเกตการณ์​จากสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ สำนักท่าเรือภูมิภาค และแผนกรักษาความปลอดภัย รวมทั้งได้รับความร่วมมือในการร่วมฝึกซ้อมจากผู้ใช้บริการเป็นอย่างดี

การฝึกปฏิบัติในครั้งนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และได้ข้อสรุปเพื่อเป็นพื้นฐานในการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบต่อไป

#​คสอUpdate
ประกาศครับ

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 - 16.00 น.
ท่าเรือกรุงเทพจะจัดซ้อมขั้นตอนการเผชิญเหตุไฟไหม้สินค้าอันตราย ณ บริเวณคลังสินค้าอันตรายและพื้นที่ใกล้เคียง

ผู้ใช้บริการในพื้นคลังสินค้าอันตราย รวมถึงแผนกควบคุมสินค้าอันตราย แผนกคลังสินค้าตกค้าง ได้โปรดอย่าตื่นตระหนก (จนเกินเหตุ) และให้ความร่วมมือตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามขั้นตอนการตอบโต้เหตุฉุกเฉินกรณีไฟไหม้สินค้าอันตรายจนจบเหตุการณ์

ขออภัยในความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ทางคลังสินค้าอันตรายจะให้บริการตามปกติทันทีหลังจากการฝึกซ้อมเสร็จสิ้น

x

องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)

สถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ กรมศุลกากร : The Customs Department DIProm VR Gallery สถานีหัตถศิลป์ Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology SEAMEO STEM-ED Philippine Embassy in Thailand สำนักวิจัยและบริการวิชาการ สำนักงาน กกพ. สำนักงานหนังสือเดินทาง MRT คลอ Alex Cigar & Whisky Bar ทนายความอำเภอช้างกลาง Lawyer at Chang ทนายความอำเภอเฉลิมพระเกียร Embajada de Chile en Tailandia สำนักงานประปาสาขาพระโขนง ศูนย์สร้างสุขทุกวัยบ่อนไก่