สำนักงานสวัสดิการและคุ้มคร

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มคร แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

เปิดเหมือนปกติ

หรือ in box เพจก็ได้ครับ :)
17/06/2021

หรือ in box เพจก็ได้ครับ :)

หรือ in box เพจก็ได้ครับ :)

ยื่นคำร้องยังไง ?ให้ปลอดภัยจาก covid-19
27/04/2021

ยื่นคำร้องยังไง ?
ให้ปลอดภัยจาก covid-19

การยื่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงิน สำหรับประชาชน ทาง e - Service กรมสวัสดิการและคุ้มครองแร
23/04/2021
การยื่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงิน สำหรับประชาชน ทาง e - Service กรมสวัสดิการและคุ้มครองแร

การยื่นคำร้องเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงิน สำหรับประชาชน ทาง e - Service กรมสวัสดิการและคุ้มครองแร

การลาออกของลูกจ้างก็มีผลเป็นการเลิกสัญญาเมื่อนายจ้างได้ทราบการลาออกของลูกจ้างแล้ว ทำให้สัญญาจ้างระงับไปไม่มีความเป็นนายจ...
23/12/2020

การลาออกของลูกจ้างก็มีผลเป็นการเลิกสัญญาเมื่อนายจ้างได้ทราบการลาออกของลูกจ้างแล้ว ทำให้สัญญาจ้างระงับไปไม่มีความเป็นนายจ้างลูกจ้างกันต่อไป

ดูฎีกาที 6020/2545 ;10161/2551
Tiktok สรพ.7 : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/
#หวัดดีเบลล์

Tiktok สรพ.7 : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/ปล. หากนายจ้างมีความจำเป็นต้องเลื่อนวันหยุดตามประเพณีไปหยุดวันอื่นแทน ก็ต้...
22/12/2020

Tiktok สรพ.7 : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/

ปล. หากนายจ้างมีความจำเป็นต้องเลื่อนวันหยุดตามประเพณีไปหยุดวันอื่นแทน ก็ต้องตกลงกับลูกจ้าง แต่ก็เฉพาะงานในบางกิจตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 เท่านั้น เช่น ร้านอาหาร โรงแรม เป็นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตา...
18/12/2020

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ่งจำเลยจัดให้เพื่อตรวจสอบว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่ หากการตรวจปรากฏว่าโจทก์ป่วยจริงและใช้สิทธิ ลาป่วยโดยสุจริตก็จะเป็นผลดีแก่โจทก์ คำสั่งของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการทำงานที่มีเหตุผลชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โจทก์ต้องปฏิบัติตาม เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามจึงเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกรณีไม่ร้ายแรง จำเลยได้มีหนังสือตักเตือนโจทก์ และยืนยันคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามโจทก์ก็ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จำเลยจึงลงโทษให้พักงานโจทก์ 11 วัน และยืนยันให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอีก เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามจำเลยจึงมีสิทธิออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย จึงเป็นคำสั่งที่ ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการปฏบัติถูกต้องตามขั้นตอนของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้วและคำสั่งดังกล่าวถือได้ว่าไม่ใช้คำสั่งเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
เมื่อจำเลยปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนในการลงโทษตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างกรณีพักงานให้แก่โจทก์ ส่วนเรื่องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้น โจทก์ยังไม่ได้ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี และไม่เข้าด้วยกรณีตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เพราะโจทก์ถูกเลิกจ้างเนื่องจากกระทำความผิด และเพราะฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลย โดยที่จำเลยมีหนังสือตักเตือนแล้ว ซึ่งมีผลไม่เกินหนึ่งปีนับแต่โจทก์ได้รับทราบหนังสือเตือน จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ตามไปฮาต่อได้ที่ Tiktok สำนักงาน : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/

Tiktok สำนักงาน : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/คำพิพากษาฎีกาที่ 4444/2559แม้จะมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดให้จำเล...
17/12/2020

Tiktok สำนักงาน : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/

คำพิพากษาฎีกาที่ 4444/2559
แม้จะมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดให้จำเลยอาจสั่งพักงานลูกจ้างในระหว่างการสอบสวนนั้น
เป็นเพียงข้อกำหนดให้จำเลยอาจสั่งพักงานลูกจ้างในระหว่างสอบสวนได้
มิได้เป็นบทบังคับให้จำเลยจะต้องสอบสวนลูกจ้างที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทุกกรณี
และเมื่อเห็นว่าความผิดของโจทก์เป็นความผิดชัดแจ้งแล้วเช่นนี้
การที่จำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ตั้งกรรมการสอบสวนหรือสอบสวนก่อน
มิได้ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวแต่อย่างใด การเลิกจ้างจึงชอบแล้ว

16/12/2020
คร.11 สรพ.7

งานนี้บอสลุยเอง !!

การยื่นแบบแสดงสภาพการจ้าง
และสภาพการทำงาน 🤣🤣🤣
Tiktok : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/
#กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
#กระทรวงแรงงาน

Tiktok สำนักงาน : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/นายจ้างตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานภายหลังจากสัมภาษ์เสร็จแล้ว แสดงว่า การจ้า...
16/12/2020

Tiktok สำนักงาน : https://vt.tiktok.com/ZSt5eBuG/

นายจ้างตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานภายหลังจากสัมภาษ์เสร็จแล้ว แสดงว่า การจ้างงานหรือสัญญาจ้างแรงงานเกิดขึ้นแล้ว (แม้จะไม่ได้ทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือ หรือบางกรณีอาจถือเอาใบสมัครงานเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้าง)
ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่หรือมีหนี้ต่อกัน คือ นายจ้างต้องส่งมอบงานหรือมอบหมายหน้าที่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่เวลาที่ตกลงกันคือเวลาเริ่มทำงาน หรือเวลาทำงานปดติในแต่ละวัน ส่วนนายจ้างก็มีหน้าที่ จ่ายค่าจ้าง ค่าตอบแทน และผลประโยชน์อื่นที่ตกลง ตามกำหนดเวลา
หากปรากฎว่านายจ้างประกาศยกเลิกการจ้างต่อไปหรือเลิกสัญญาจ้าง ก่อนวันที่ลูกจ้างจะเริ่มงาน โดยนายจ้างไม่มีสิทธิจะเลิกสัญญาตามข้อสัญญาหรือข้อกฎหมาย เช่นนี้ ถือว่า นายจ้างผิดสัญญา เกิดความเสียหายแก่ลูกจ้างๆ ก็ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากนายจ้างได้
ส่วนจะได้ค่าเสียหายเท่าใด ก็สุดจะแต่ศาลแรงงานจะกำหนด
ดูฎีกาที่ 9249/2560 ศาลตัดสินให้นายจ้างจ่าย 2.85 แสนบาท จากที่ลูกจ้างฟ้อง 9.27 แสนบาท
แต่จะเรียกค่าบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ได้
เพราะยังไม่มีการทำงานจริง

ที่มา : Narongrit Wannaso

ผลการไม่จัดให้ลูกจ้างได้หยุดในวันหยุดตามกฎหมาย
15/12/2020

ผลการไม่จัดให้ลูกจ้างได้หยุดในวันหยุดตามกฎหมาย

การใช้แรงงานเด็ก           1. ห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นลูกจ้าง           2. กรณี ที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำ...
14/12/2020

การใช้แรงงานเด็ก

1. ห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นลูกจ้าง
2. กรณี ที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งต่อพนักงาน ตรวจแรงงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่ เด็กเข้าทำงาน และแจ้งการสิ้นสุดการ จ้างเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 7 วันนับแต่วันที่เด็กออกจากงาน นายจ้างต้องจัดให้มีเวลาพัก 1 ชั่วโมงต่อวันภายใน 4 ชั่วโมงแรกของ การทำงาน และให้มีเวลาพักย่อยได้ตามที่นายจ้างกำหนด
3. ห้ามนายจ้างใช้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 - 06.00 น. เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี
4. ห้ามนายจ้างใช้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานล่วงเวลา
5. ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานต่อไปนี้
งานหลอม เป่า หล่อ หรือรีดโลหะ
งานปั๊มโลหะ
งานเกี่ยวกับความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน เสียงและแสง ที่มีระดับแตกต่างจากปกติอันอาจเป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
งานเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
งานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษซึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือเชื้ออื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่งานในสถานี บริการที่เป็นเชื้อเพลิงตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
งานขับหรือบังคับรถยกหรือปั้นจั่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
งานใช้เลื่อยเดินด้วยพลังไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์
งานที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ, ในถ้ำ อุโมงค์ หรือปล่องในภูเขา
งานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่กำลังทำงาน
งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป
งานอื่นตามที่กำหนดในกระทรวง
6. ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในสถานที่ต่อไปนี้
โรงฆ่าสัตว์
สถานที่เล่นการพนัน
สถานที่เต้นรำ รำวง หรือ รองเง็ง
สถาน ที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่ม อย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกจ้าง หรือโดยมีที่สำหรับพักผ่อนหลับนอน หรือมีบริการนวดให้แก่ลูกค้า
สถานที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
7. ห้ามนายจ้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กแก่บุคคลอื่น
8. ห้ามนายจ้างเรียก/หรือรับ เงินประกันจากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก
9. ลูกจ้าง ซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีสิทธิลาเพื่อเข้าประชุม สัมมนา รับการอบรม รับการฝึก หรือลาเพื่อการอื่นซึ่งจัดโดยสถานศึกษา หรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ที่อธิบดีเห็นชอบ และให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างเด็กเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วัน

หลักฐานการทำงาน
1. นาย จ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นภาษาไทย ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้างและ ส่งสำเนาให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
2. ข้อ บังคับฯ ต้องระบุเรื่องต่างๆ ดังนี้ วันทำงาน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา และการทำงาน ในวันหยุด วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดวันลาและหลักเกณฑ์การลา วินัยและโทษ การร้องทุกข์ และการเลิกจ้าง
3. ทะเบียนลูกจ้างต้องมีชื่อ เพศ สัญชาติ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ปัจจุบัน วันเริ่มจ้าง ตำแหน่งหรืองานในหน้าที่ อัตราค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ ที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างและวันสิ้นสุดการจ้าง
4. เอกสาร เกี่ยวกับการคำนวณค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ต้องระบุ วันเวลาทำงาน ผลงานที่ทำได้สำหรับการจ้างตามผลงาน และจำนวนเงินที่จ่าย โดยมีลายมือชื่อลูกจ้างผู้รับเงิน

ลูกจ้างโพส Facebook มีข้อความที่ไปกระทบต่อความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจ การผลิตสินค้า หรือการให้บริการของนายจ้าง ย่อมทำ...
12/12/2020

ลูกจ้างโพส Facebook มีข้อความที่ไปกระทบต่อความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจ การผลิตสินค้า หรือการให้บริการของนายจ้าง ย่อมทำให้กิจการของนายจ้างเกิดความเสียหายในทางชื่อเสียง
การกระทำเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะอาจทำให้ถูกเลิกจ้างได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3872/2561
ในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต้องคำนึงว่ากรณีมีเหตุผลสมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่
ผู้คัดค้านลงข้อความและรูปภาพในเฟสบุ๊คว่า "นี้หรือรถที่ใช้ขนเงินเป็นล้าน...กูละเชื่อ" ข้อความและรูปภาพดังกล่าวมีลักษณะทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าผู้ร้องใช้รถที่มีสภาพไม่เหมาะสม ไม่มีความปลอดภัยในการขนส่งทรัพย์สินให้แก่ลูกค้าเป็นปกติประจำทั่วไป ซึ่งผู้คัดค้านเคยแถลงรับข้อเท็จจริงว่ารถคันที่ผู้คัดค้านใช้ในวันเกิดเหตุผู้คัดค้านไม่ได้ใช้ประจำ เพียงแต่หากวันไหนไม่มีรถคันอื่นให้ใช้จึงจะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปใช้ปฏิบัติงาน แสดงให้เห็นว่าขณะที่ผู้คัดค้านลงข้อความและรูปภาพ ผู้คัดค้านทราบดีอยู่แล้วว่าผู้ร้องไม่ได้ให้ผู้คัดค้านใช้รถคันดังกล่าวขนส่งทรัพย์สินให้แก่ลูกค้าเป็นปกติประจำทั่วไป เพียงแต่ให้ผู้คัดค้านใช้เป็นรถสำรองเท่านั้น การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการลงข้อความและรูปภาพในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ให้เห็นถึงเจตนาไม่สุจริตของผู้คัดค้าน ย่อมทำให้ผู้ร้องซึ่งประกอบธุรกิจขนส่งทรัพย์สินที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือและไว้วางใจเป็นสำคัญขาดความน่าเชื่อถือและไว้วางใจอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องได้และถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์กับผู้ร้อง กรณีมีเหตุผลสมควรที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

กฎหมายให้สิทธิลาป่วยแก่ลูกจ้างได้เท่าที่ป่วยจริงจะลาป่วย 100 วัน 1,000 วัน ก็ได้ถ้าลูกจ้างป่วยจริงๆนะ (พิมพ์ให้ดูเวอร์ๆเ...
10/12/2020

กฎหมายให้สิทธิลาป่วยแก่ลูกจ้างได้เท่าที่ป่วยจริง
จะลาป่วย 100 วัน 1,000 วัน ก็ได้ถ้าลูกจ้างป่วยจริงๆนะ
(พิมพ์ให้ดูเวอร์ๆเฉยๆ)

แต่ แต่ แต่ แต่ แต่ แต่ !!
ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันที่ป่วยได้ไม่เกิน 30 วัน/ปี
ถ้าเกินแล้ว กฎหมายไม่บังคับว่านายจ้างจะต้องให้
คือให้ก็ได้ถ้าใจดี ถ้าไม่ให้ก็ไม่ผิด :)

เช่น เดือนนี้ลูกจ้างลาป่วย 1 วัน
รวมกับของเดิมทั้งปีเป็น 31 วัน
นายจ้างให้เงินเดือนลูกจ้างเดือนละ 15,000 ตกวันละ 500
ลูกจ้างลาป่วยเกิน 30 วันไป 1 วันในปีนี้
เดือนนี้ลูกจ้างจึงโดนหัก 500 บาท
เงินเดือนออก 14,500 บาทก็ชอบด้วยกฎหมาย
แต่ถ้าไม่เกิน 30 วัน/ปี นายจ้างหักไม่ได้นะครับ
และนายจ้างไม่สามารถบังคับให้ลูกจ้างมีใบรับรองแพทย์
หากลูกจ้างลาป่วยต่อเนื่องไม่ถึง 3 วัน (ลาแค่ 1 - 2วัน)

หากนายจ้างคิดว่าลูกจ้างลาป่วยเท็จ ?
นายจ้างต้องพิสูจน์ว่าการลาดังกล่าวเป็นเท็จอย่างไร

เช่น ลูกจ้างลาป่วย แต่โพสต์เฟสเช็คอินไปเที่ยวห้างอยู่
หรือนายจ้างอาจพาลูกจ้างไปตรวจที่โรงพยาบาล
ในภายหลังจากกลับมาทำงานได้
ในบางอาการป่วยที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
(ต้องถามคุณหมออีกทีครับ)

บางครั้งแค่ปวดหัว เป็นไข้ ท้องเสียไม่ถึงขนาดที่ต้องไปโรงพยาบาล ให้เกิดภาระแก่ลูกจ้างเจตนาของกฎหมายจึงให้การลาป่วย 1 - 2 ...
08/12/2020

บางครั้งแค่ปวดหัว เป็นไข้ ท้องเสีย
ไม่ถึงขนาดที่ต้องไปโรงพยาบาล
ให้เกิดภาระแก่ลูกจ้าง
เจตนาของกฎหมายจึงให้การลาป่วย 1 - 2 วันไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ครับ
เพราะถือว่าลูกจ้างสามารถพักรักษาตัวที่บ้านได้

ลาป่วยไม่ถึง 3 วัน (คือลา 1 หรือ 2 วัน)
นายจ้างห้ามเรียกใบรับรองแพทย์
แต่ถ้าลาป่วยตั้งแต่ 3 วัน นายจ้างอาจเรียกใบรับรองแพทย์ได้

กฎหมายแรงงานเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยฯ
ดังนั้น นายจ้างจะออกกฎระเบียบที่ขัดกับที่กฎหมายไม่ได้

หากนายจ้างตั้งกฎว่า
" ลาป่วยไม่เกิน 3 วันต้องมีใบรับรองแพทย์ " ย่อมเป็นโมฆะ
เพราะเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยผลของกฎหมาย(มาตรา32)

ปล. แต่หากลาป่วยบ่อยๆเข้า
นายจ้างก็เลิกจ้างได้
เพราะเหตุหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน
เป็นเลิกจ้างที่เป็นธรรม
แต่นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย

ขออ้างถึง : เพจกฎหมายแรงงาน โดยท่าน อ. ตรีเนตร สาระพงษ์หลังเลิกงาน..เคยถูกสั่งงานผ่านไลน์มั๊ย!!การสั่งงานผ่านสื่ออีเล็กท...
08/12/2020

ขออ้างถึง : เพจกฎหมายแรงงาน
โดยท่าน อ. ตรีเนตร สาระพงษ์

หลังเลิกงาน..เคยถูกสั่งงานผ่านไลน์มั๊ย!!
การสั่งงานผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์ นอกเวลาทำงาน ถือเป็นการให้ลูกจ้างทำงานนอกเวลาทำงานปกติ ย่อมเป็นการทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุด ซึ่งลูกจ้างมีสิทธิที่จะปฎิเสธการทำงานได้ หรือถ้าลูกจ้างทำงานนายจ้างควรต้องจ่ายค่าล่วงเวลา หรือค่าทำงานในวันหยุดให้ ซึ่งในประเทศฝัรั่งเศส มีหลัก "สิทธิจะตัดขาดการสื่อสารนอกเวลาทำงาน" ที่กฎหมายให้อำนาจลูกจ้างที่จะไม่อ่าน ไม่ตอบการสื่อสารนอกเวลาทำงานได้โดยไม่มีความผิด

หลังจากอ่านบทคัดย่อไปแล้ว ขออธิบายดังนี้ครับ
"การสั่งงานผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์นอกเวลาทำงาน" ทำได้หรือไม่???
เบื้องต้นขอเรียนว่าเรื่องที่ท่านกำลังอ่านนี้เป็นเพียงความเห็นทางกฎหมาย
ทุกวันนี้พนักงานออฟฟิศรับข้อมูลมากกว่าเมื่อสี่ปีก่อนถึง 7 เท่า และจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 32 เท่าในปี 2563 ซึ่งข้อมูลที่ล้นเกินก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ(ที่มา แคโรลีน โซวาโจล ริยาลองด์, กรุงเทพธุรกิจ)
เมื่อพิจารณาจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 23 กำหนดว่าให้นายจ้างประกาศเวลาทำงาน โดยวันหนึ่งไม่เกิน 8 ชั่วโมง
การทำงานนอกเหนือหรือเกินจากเวลาทำงานปกติ 8 ชั่วโมงข้างต้นเรียกว่า "ล่วงเวลา" และถ้าเป็นการทำงานล่วงเวลานายจ้างต้องจ่าย "ค่าล่วงเวลา" ถ้าล่วงเวลาวันธรรมดาจ่าย 1.5 เท่า ถ้าล่วงเวลาในวันหยุดจ่าย 3 เท่า
ปัญหาว่าการสั่งงานผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์ เช่น ไลน์ ข้อความเฟสบุ๊ค วอทแอพ อีเมลล์ ฯ นายจ้างสามารถทำได้หรือไม่ จะขอแยกอธิบายเป็น 3 ประเด็น คือ
1) สั่งงานผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์ในช่วงเวลาทำงานปกติ เช่นนี้การสั่งการดังกล่าวสามารถทำได้เพราะนายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชาลูกจ้าง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนายจ้างได้ชำระหนี้ต่างตอบแทนในรูปของ "ค่าจ้าง" อยู่แล้ว
2) สั่งงานผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์ "นอกเวลาทำงานปกติ" หรือ "ในวันหยุด"
และผลจากคำสั่งนั้นทำให้ลูกจ้างต้อง "ทำงาน" ให้แก่นายจ้าง เช่น นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างคำนวณต้นทุน หรือทำเอกสาร หรือค้นคว้าหาข้อมูล จะเห็นได้ว่าผลจากคำสั่งดังกล่าวลูกจ้างต้อง "ทำงาน" และเป็นการทำ "นอกเหนือเวลาทำงานปกติ" หรือ "ทำงานในวันหยุด"
ผู้เขียนเห็นว่า การสั่งงานดังกล่าวมีผล ดังนี้
1) ลูกจ้างปฎิเสธที่จะทำได้ เพราะมาตรา 24 กำหนดว่าการทำงานล่วงเวลาจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วย
2) หากลูกจ้างไม่ยินยอม นายจ้างจะนำเอาเหตุดังกล่าวไปใช้ในการประเมินผลงานไม่ได้ เพราะสิทธิที่จะปฎิเสธการทำงานล่วงเวลาเป็นสิ่งที่กฎหมายบัญญัติรองรับให้สิทธิ
3) เมื่อการสั่งงานผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์เป็นการ "ทำงานล่วงเวลา" หรือ "ทำงานในวันหยุด" เพราะเป็นการทำงานนอกเหนือจากเวลาทำงานปกติ หรือทำงานในวันหยุด นายจ้างน่าจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลา หรือค่าทำงานในวันหยุดตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ในมาตรา 61,63 และมาตรา 62
4) หากการสื่อสารผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เป็นการทำงาน แต่เป็นการสอบถามหรือสื่อสารทั่วไป เช่น ถามที่เก็บกุญแจตู้ หรือขอรหัสผ่านคอมพิวเตอร์ ผู้เขียนเห็นว่า "ไม่ถือว่าเป็นการทำงาน" นายจ้างไม่ต้องรับผิดในการจ่ายค่าล่วงเวลาหรือค่าทำงานในวันหยุด
หลักสิทธิมนุษยชนกับการสั่งงานผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์นอกเวลาทำงาน
เมื่อพิจารณาจากปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มาตรา 12 ที่กำหนดว่า "บุคคลใดจะถูกแทรกแซงในความเป็นส่วนตัว ครอบครัว ที่อยู่อาศัย หรือการสื่อสาร หรือจะถูกลบหลู่เกียรติยศชื่อเสียงตามอำเภอใจหรือโดยผิดกฎหมายไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการคุัมครองต่อการแทรกแซงสิทธิหรือการลบหลู่ดังกล่าว"
จะเห็นว่าการทำงานในโลกดิจิตอลที่มีการเชื่อมต่อนายจ้างเข้ากับลูกจ้างแบบออนไลน์ทำให้นายจ้างมีเครื่องมือในการบังคับบัญชาลูกจ้างได้ตลอดเวลา แต่หากพิจารณาปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนจะเห็นได้ว่าการสั่งงานผ่านสื่ออีเล้กทรอนิกส์เป็นการ "แทรกแซง" ต่อเวลาอันเป็นส่วนตัวของลูกจ้างในช่วงเวลานอกเหนือเวลาทำงานปกติตามที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจบังคับบัญชาหรือสั่งงานของนายจ้างเอาไว้ในมาตรา 23 แห่งกฎหมายแรงงาน
อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากมาตรา 24 ในกฎหมายฉบับเดียวกันยังได้คุ้มครองลูกจ้างจากการทำงานล่วงเวลาโดยวางหลักห้ามมิให้บังคับให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง โดยนายจ้างจะต้องจ่ายค่าตอบแทนในช่วงเวลาดังกล่าวเรียกว่า "ค่าล่วงเวลา"
หลัก "สิทธิจะตัดขาดการสื่อสารนอกเวลาทำงาน" หรือที่เรียกว่า “Right to Disconnect”
ในประเทศฝรั่งเศสมีการบัญญัติกฎหมายออกมาบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มค 2017 ได้สร้างหลัก "สิทธิที่จะตัดขาดการสื่อสารนอกเวลาทำงาน" ขึ้น อันเป็นการสอดคล้องกับหลักการเคารพชั่วโมงการทำงานในเวลาทำงานปกติอย่างเคร่งครัด ซึ่งไม่เกิน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ในขณะที่ประเทศไทยไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)
ในสายตากฎหมายแรงงานฝรั่งเศสถือว่าการทำงานผ่านสื่ออีเล็กทรอนิกส์เป็นการไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้างในทางการที่จ้างเนื่องจากไม่มีการจ่ายเงินค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง
เพื่อแก้ปัญหากรณีนายจ้างสั่งงานผ่าน Social Media นอกเวลาทำงานปกติ โดยมาตรา L 2242-8 ของกฎหมายแรงงานฝรั่งเศสกำหนดว่า
"...หากเป็นเวลานอกเหนือจากช่วงเวลาทำงานปกติลูกจ้างมีสิทธิที่จะตัดขาดการติดต่อสื่อสารทางสื่ออีเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ไม่อ่าน ไม่ตอบไลน์ อีเมลล์ หรือข้อความที่ถูกส่งมานอกเวลาทำงานปกติโดยไม่มีความผิด และนายจ้างจะนำเอาเหตุแห่งการตัดขาดการติดต่อสื่อสารทางสื่ออีเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการประเมินผลการปฎิบัติงานย่อมไม่ได้" (นันทวัฒน์ บรมานันท์. www.public-Law.net)
อย่างไรก็ตามนายจ้าง และลูกจ้างอาจทำข้อตกลงยกเว้นเรื่องดังกล่าวได้ หากบริษัทหรือองค์การใดมีการทำงานที่จาเป็นต้องติดต่อ กับลูกจ้างนอกเวลางาน หรือเป็นงานที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของเขตเวลา ก็อาจกำหนดเงื่อนไขเงื่อนเวลาดังกล่าวเอาไว้ให้ชัดเจน
จากหลักกฎหมายข้างต้นสามารถแยกพิจารณาได้ว่า
1) กฎหมายแรงงานให้สิทธิที่จะ "ตัดขาด" การสื่อสาร หมายความว่า ลูกจ้างจะปิดเครื่อง จะไม่ตอบ จะไม่อ่าน หรืออ่านแล้วแต่ไม่ทำงานตามคำสั่ง หรืออำนาจบังคับบัญชาของนายจ้างได้
2) คำว่าสื่อ "อีเล็กทรอนิกส์" มิได้หมายความเฉพาะ Social media หรือ E mail แต่ยังหมายรวมถึงโทรศัพท์หรือเครื่องมื่ออื่นอีกด้วยที่ใช้ระบบ "อีเล็กทรอนิกส์" เชื่อต่อการสั่งงาน
3) กฎหมายคุ้มครอง "การตัดขาดการสื่อสาร" โดย "ไม่ถือเป็นความผิด" หรือนายจ้างจะนำไปใช้ประกอบการ "ประเมินไม่ได้"
4) ผลจากการที่กฎหมายรับรองสิทธิข้างต้น หากนายจ้างนำมาเป็นเหตุในการเลิกจ้าง ย่อมถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 49 แห่ง พรบ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ซึ่งศาลอาจพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหาย หรือให้รับกลับเข้าทำงานได้
ปัจจุบันหลัก "private employees disconnecting from electronic
communications during non - work hours" กำลังแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ เช่น ฟิลิปปินส์ หรือ New York City
จากข้อกฎหมายของประเทศฝรั่งเศส จึงเห็นว่าประเทศไทยน่าจะต้องมีการบัญญัติกฎหมายออกมารองรับการทำงานในยุคดิจิตอลต่อไป
การอ้างอิง
-นันทวัฒน์ บรมานันท์. สิทธิที่จะตัดขาดการสื่อสารนอกเวลาทำงาน, www.public-Law.net, เข้าถึงเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563
-ตรีเนตร สาระพงษ์. กฎหมายคุ้มครองแรงงาน, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ที่อยู่

22/3 หมู่ 2, อาคารสวัสดิการและคุ้มครอง ถนน บรมราชชนนี แขวง ฉิมพลี เขต ตลิ่งช
Bangkok
10170

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6628841728

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มคร:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

กระผมนายศุภชัยและภรรยา ขอขอบคุณและขอให้กำลังใจ ท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น รวมทั้งข้าราชการกระทรวงแรงงานทุกคน ที่ได้ดูแลช่วยเหลือผมและภรรยา จนได้เข้ารับการรักษาโรคโควิด19 แม้ผมจะเป็นเพียงคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ท่านก็ให้สำนักงานประกันสังคม ติดตามดูแลผมเป็นอย่างดี ผมขอขอบคุณจากใจเลยคับ #ถ้าผมหายดีแล้วผมจะสมัครมาตรา40ไวคับ
6 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม (กรณีเลิกจ้าง มีข้อพิพาทแรงงาน คำตัดสินให้ลูกจ้างชนะคดี) แต่ประกันสังคมไม่จ่ายเงิน ตามคำวินิจฉัยของพนักงานตรวจแรงงาน ต้องทำอย่างไรจึงจะได้รับเงิน ที่มีสิทธิ์ได้รับตามกฎหมาย โทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ทราบแต่เพียงว่า เงินยังไม่อนุมัติ (ผ่านมา 6 เดือนกว่าแล้ว ทำไมไม่อนุมัติเงิน) แล้วเรื่องก็เงียบหายไป (โทรติดตามหลายครั้ง เรื่องก็เงียบ จนท้อใจ ขอคำแนะนำหน่อยว่าต้องทำอย่างไร? ร้องเรียนเพื่อขอรับเงินทดแทนจากประกันสังคมได้ที่ไหน?
เป็นเพจที่ตอบเม้นดีมาก(บางเพจที่เคยเห็น-จะไม่ค่อยตอบเม้น)ขอชื่นชมครับ(เพจดีๆช่วยเหลือสังคม)😊😊😊