Clicky

โรงเรียนนายเรือ

โรงเรียนนายเรือ แหล่งผลิต “ร า ก แ ก้ ว” ของกองทัพเรือ

“ ท้องฟ้าเหนือคุ้งน้ำเจ้าพระยาในยามบ่ายวันนั้น ไม่มีใครทราบว่าจะเป็นเช่นใด หากแต่บรรยากาศภายในพระราชวังเดิม และความรู้สึกภายในจิตใจของ นักเรียนนายเรือ ครู ข้าราชการทหารเรือทุกคน คงจินตนาการได้ไม่ยาก เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระราชวังเดิม ให้เป็นสถานที่ตั้งอย่างเป็นทางการ ของสถาบันอันทรงเกียรติที่ชื่อว่า โรงเรียนนายเรือ ”

โรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันป...
23/10/2022

โรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ณ ลานพระราชวังดุสิต

ในวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม เวลา 06.30 น. พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการ
โรงเรียนนายเรือ มอบหมายให้นาวาโท ภารดร เกิดแจ้ง ผู้บังคับกองพันที่ 2 กรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ พร้อมด้วยนักเรียนนายเรือ เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมีโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช เป็นหน่วยรับผิดชอบจัดพิธีฯ และมีโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาป้องกันประเทศ เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะฯ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างเอนกอนันต์

โรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันป...
23/10/2022

โรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ

ในวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปวางพวงมาลา
ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ อำเภอ พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

ในการนี้พลเรือเอก ระพีพงษ์ โสวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ นำหน่วยงานราชการภาคเอกชนและหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ร่วมทำพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ทั้งนี้พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการ
โรงเรียนนายเรือ มอบหมายให้พลเรือตรี รังสรรค์ แตงฉิม รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ พร้อมด้วย
กำลังพลโรงเรียนนายเรือ เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ฯ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกองทัพเรือ และพสกนิกรชาวไทย

โรงเรียนนายเรือจัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหา...
23/10/2022

โรงเรียนนายเรือจัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช

ในวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการ
โรงเรียนนายเรือ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ณ หน้ากองบัญชาการโรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง
จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือ กำลังพลโรงเรียนนายเรือและนักเรียนนายเรือร่วมพิธีฯ

สืบเนื่องจากวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี ถือเป็น“วันปิยมหาราช” ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต
ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เหล่าประชาชนทั้งชาติร่วมน้อมรำลึกในพระมหา
กรุณาธิคุณต่อพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นพระราชบิดาของพระบุพการี
ของกองทัพเรือ ด้วยในสมัยโบราณยังมิได้มีการแบ่งแยกกำลังรบทางเรือออกจากทางบก จวบจนรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเริ่มมีการแบ่งแยกกำลังรบทางเรือออกจากทางบก
เมื่อครั้งเริ่มแรกตั้งกรมทหารเรือนั้น กิจการทหารเรือบางประเภทยังขาดบุคคลที่มีความรู้ความชำนาญ
จำเป็นต้องจ้างชาวต่างประเทศเข้ามารับราชการตามตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ อาทิผู้บังคับการเรือ และผู้บัญชาการ
ป้อมต่างๆ
ต่อมาภายหลังเหตุการณ์ ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระราชดำริว่า กิจการของทหารเรือเท่าที่อาศัยชาวต่างประเทศเข้ามาประจำตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ นั้น
ไม่อาจที่จะหวังในด้านการรักษาอธิปไตยของชาติได้ดีเท่ากับคนไทยเอง พระองค์มีพระราชประสงค์ให้จัด
การศึกษาแก่ท หารเรือไทยให้มีความ รู้ความสามารถเพี ยงพอที่จะรับตำแหน่งหน้าที่ต่ างๆ
ในเรือแทนชาวต่างชาติที่จ้างไว้ต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระราชโอรสสองพระองค์ไปทรงศึกษา
วิชาการทหารเรือยังต่างประเทศ คือ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ให้ไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ
ณ ประเทศอังกฤษ และ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ ให้ไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ
ณ ประเทศเยอรมันนี ( พ.ศ.2454-2456)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเห็นความสำคัญของการให้คนไทยทำหน้าที่
แทนชาวต่างประเทศในตำแหน่งสำคัญทางทหาร จึงได้มีการจัดส่งนายทหารไปรับการศึกษาจาก
ต่างประเทศอีก มีการพัฒนาทั้งองค์บุคคลและองค์วัตถุควบคู่กันไป ปรับปรุงกำลังรบทางเรือให้ทันสมัยและ
มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทรงจัดการการศึกษาแก่ทหารเรือไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมทหารเรือ
จัดการฝึกสอนวิชาการทหารเรือขึ้น โดยเริ่มตั้งโรงเรียนขึ้นครั้งแรกที่บริเวณ อู่หลวงใต้วัดระฆัง
ตรงข้ามท่าราชวรดิฐ สำหรับอบรมนายทหารชั้นประทวน หรือฝ่ายช่างกลและเดินเรือ ต่อมาทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนนายสิบ นายร้อยทหารเรือฝ่ายบกขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2438 ภายหลังเหตุการณ์
ร.ศ.112 เพียง 2 ปี (โรงเรียนนายสิบทหารเรือเป็นต้นกำเนิดโรงเรียนชุมพลทหารเรือ)
และในปี พ.ศ.2440 ได้จัดตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารเรือขึ้นอีกโรงเรียนหนึ่ง จนถึงปี
พ.ศ.2442 ได้จัดตั้งโรงเรียนนายเรือ ขึ้นที่วังนันทอุทยาน (สวนอนันต์) มีนายนาวาโท ไซเดอลิน (Seidelin)
เป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายเรือคนแรก ทั้งนี้ในปี พ.ศ.2434 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกกรมทหารเรือออกจาก กระทรวงยุทธนาธิการ เป็นกรมอิสระ เพื่อจัด
หน้าที่การงานเฉพาะส่วนของกรมทหารเรือได้โดยสิทธิ์ขาด ตั้งแต่นั้นมากิจการของกรมทหารเรือก็ได้รับ
การพัฒนาให้เป็นไปตามแบบอารยประเทศทางยุโรป
ในปี พ.ศ.2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทาน พระราชวังเดิม
ให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนนายเรือ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
ได้เสด็จฯ มาเปิด โรงเรียนนายเรือ ซึ่งต่อมา ทางกองทัพเรือจึงได้ถือเอาวันที่ 20 พฤศจิกายน นี้ เป็นวัน
กองทัพเรือ และเป็นวันสถาปนาโรงเรียนนายเรือ
การที่กองทัพเรือได้เจริญก้าวหน้ามาถึงปัจจุบันก็ด้วยพระวิจารณญาณและพระปรีชาสามารถของ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โดยแท้

วันปิยมหาราช วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรง...
23/10/2022

วันปิยมหาราช วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช" ซึ่งมีความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน"

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

#วันปิยมหาราช
#กองทัพเรือที่ประชาขนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

"๒๓ ตุลาคม พระปิยมหาราชรำลึก ทรงเป็นมิ่งขวัญชาติราชประชา พระเกียรติคุณคู่ฟ้าสถาพรฯ"
20/10/2022

"๒๓ ตุลาคม พระปิยมหาราชรำลึก ทรงเป็นมิ่งขวัญชาติราชประชา พระเกียรติคุณคู่ฟ้าสถาพรฯ"

20/10/2022
20/10/2022
20/10/2022
20/10/2022
ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือแถลงเจตนารมณ์ และ มอบนโยบายประจำปีงบประมาณ 2566 แก่หน่วยขึ้นตรงโรงเรียนนายเรือ   โดยเน้นย้ำให้...
19/10/2022

ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือแถลงเจตนารมณ์ และ มอบนโยบายประจำปีงบประมาณ 2566 แก่หน่วยขึ้นตรงโรงเรียนนายเรือ โดยเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายมีทัศนคติที่ดี ยึดมั่น จงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

เมื่อวันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น. พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือได้แถลงเจตนารมณ์และมอบนโยบายผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ประจำปีงบประมาณ 2566 แก่กำลังพลโรงเรียนนายเรือ ณ ห้องเรียนรวม อาคารเรียน 10 ฝ่ายศึกษาโรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
สำหรับนโยบายของผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ได้กำหนดขึ้นให้สอดคล้องกับนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงาน ในการร่วมกันขับเคลื่อนโรงเรียนนายไปถึงซึ่งภารกิจหน้าที่ รวมทั้งวิสัยทัศน์ให้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหน้าที่ที่สำคัญของโรงเรียนนายเรือคือการสร้างนายทหารเรือให้เป็นรากแก้วของกองทัพเรือที่เข้มแข็ง และมีคุณภาพ โดยโรงเรียนนายเรือจะต้องดำเนินการให้นักเรียนนายเรือ ได้รับการฝึกอบรมวิชาการทหารเรือ ปลูกฝังภาวะผู้นำ ระเบียบ วินัย ความเป็นชาวเรือ ให้การศึกษาภาควิชาการชั้นอุดมศึกษา และสอนวิขาการเทคนิคของพรรค – เหล่าต่างๆ เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือสามารถทำหน้าที่ นายทหารสัญญาบัตรตามพรรค – เหล่าได้อย่างดี และและเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายมีทัศนคติที่ดี ยึดมั่น จงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
โดยนโยบายของผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือประจำปี 2566 มีด้วยกัน 19 ด้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.พิทักษ์รักษา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยศักยภาพทั้งปวงของโรงเรียนนายเรือ
2.พัฒนาหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ ให้สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพเรือ โดยมุงเน้นให้ นักเรียนนายเรือได้รับความรู้ด้านวิชาการทหารเรือให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของโรงเรียนนายเรือ ในลำดับที่ 1
3.เพิ่มพูนความรู้ในด้านปฏิบัติการเรือดำน้ำแก่นักเรียนนายเรือ ทั้งทางทฤษฎีในห้องเรียน และการศึกษาดูงานที่กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ เพื่อให้เข้าใจในประวัติศาสตร์การมีเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เหตุผลความจำเป็นการมีกำลังรบเรือดำน้ำในกองทัพเรือ รวมทั้ง ขีดความสามารถและขีดจำกัดของเรือดำน้ำในเบื้องต้น
4.ปรับปฏิทินการศึกษาของนักเรียนนายเรือ ให้สามารถดำรงการฝึกภาคทะเลทั้งสองครั้งตามจำนวนวันที่กำหนดอย่างเพียงพอ รวมทั้งให้มีโอกาสฝึกภาคทะเลเส้นทางที่เป็นการเดินเรือระยะไกลไปต่างประเทศ เพื่อให้นักเรียนนายเรือมีชั่วโมงการฝึกในทะเลอย่างต่อเนื่อง
5. ให้ดำรงความพร้อมของท่าเทียบเรือเสือซ่อนเล็บ ในการรองรับการเทียบ – ออกจากเทียบของเรือฝึกนักเรียนนายเรือ ประเภทเรือฟริเกตขนาดใหญ่เช่นเรือชุด เรือหลวงนเรศวร
6.เพิ่มการฝึกเดินเรือด้วยเครื่องฝึกจำลองการเดินเรือให้นักเรียนนายเรือจนชำนาญ ให้นักเรียนนายเรือ ที่จะทำหน้าที่ผู้นำเรือมีความมั่นใจ ในการฝึกจากเครื่องฝึกก่อนการลงเรือฝึกการนำเรือในร่องน้ำเจ้าพระยา และในทะเล เพราะสถิติที่ผ่านมาพบว่านักเรียนนายเรือที่มีผลการฝึกด้วยเครื่องฝึกที่ดี จะสามารถปฏิบัติจริงในเรือได้ดีด้วยเช่นกัน
7. พัฒนาความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษตามความเหมาะสม
8. ควบคุมกำกับดูแลการใช้พลังงาน ทั้งไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ให้ลดลง 20 % ของเกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียนนายเรือ และให้ปฏิบัติตามมาตรการประหยัดพลังงานของกองทัพเรือ พศ.2565 อย่างจริงจัง
9.ให้ดำเนินการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติเนื่องในปีครบรอบ 100 ปี วัน สิ้นพระชนม์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์
10.พัฒนาขีดความสามารถและกลไกความร่วมมือ การบริหาร จัดการภัยพิบัติเพื่อการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
จังหวัดสมุทรปราการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการประสานงานของหน่วยบรรเทาสาธารณภัยโรงเรียนนายเรือ และกับทางจังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งใช้ข้อมูลสถานีวัดระดับน้ำ วิเคราะห์แจ้งเตือนแนวโน้มอุทกภัยจากแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นประโยชน์แก่ทางจังหวัดสมุทรปราการได้อย่างทันท่วงที
11.ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนา ที่สามารถนำไปสู่การผลิต และเป็นประโยชน์ต่อปฏิบัติการทางทหารเรือ ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ที่จะได้ต่อโรงเรียนนายเรือ และกองทัพเรือโดยตรง
12. ดำรงประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใส ในการบริหารงบประมาณของโรงเรียนนายเรือ
13. บริหารจัดการบ้านพักข้าราชการ ที่พักของนักเรียนนายเรือ อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงพัฒนาบ้านพัก และภูมิทัศน์โดยรอบให้เรียบร้อยน่าอยู่ อาศัย และปลอดภัย
14. ส่งเสริมให้มีโครงการ/กิจกรรมเพื่อลดรายจ่าย ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพลโรงเรียนนายเรือนักเรียนนายเรือ
15.เสริมสร้างความศรัทธานาชื่นชมของประชาชนต่อโรงเรียนนายเรือ ด้วยการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน
และมุ่งดำเนินการต่อปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในรูปแบบกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน ต่อยอดโครงการคลองสวยน้ำใส
16. ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้าง การจัดหน่วยให้เหมาะสมกับภาระงาน ได้แก่ การยกระดับ ฝ่ายอำนวยการ ในส่วนบัญชาการจากหัวหน้ากองเป็น ผู้อำนวยการกอง ด้วยความเหมาะสมกับปริมาณภาระงาน และ การพิจารณาให้มีฝ่ายอำนวยการของฝ่ายศึกษาเพิ่มขึ้นมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานให้ดียิ่งขึ้น
17. เตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้หลักสูตรการศึกษาเป็นไปโดยมาตรฐาน เตรียมรับการประเมินจากหน่วยนอก เช่น สมศ.
18. พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลโรงเรียนนายเรือ ให้ได้ตามมาตรฐาน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ทั้ง 9 ด้าน
19.ฝ่ายอำนวยการทุกสาย หน่วยขึ้นตรงโรงเรียนนายเรือจัดทำแผนปฏิบัติงานตลอดปีให้ประสานสอดคล้องกัน รวมเป็นพลังที่จะขับเคลื่อนโรงเรียนนายเรือ เดินไปอย่างมีพลังมีประสิทธิภาพ และให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ

สุดท้ายผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือได้ขอให้หัวหน้าหน่วยทุกหน่วยขึ้นตรงโรงเรียนนายเรือ และผู้นำตามลำดับชั้น ใช้ความเป็นผู้นำ ผู้บริหาร บริหารคน บริหารงาน บริหารทรัพยากรอย่างเป็นระบบ เป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม ส่งเสริมคนดีให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน กับขอให้นักเรียนนายเรือ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ฝึกดำรงตนอยู่ในกรอบการปฏิบัติ กรอบวินัย ที่กรมนักเรียนนายเรือรักษาพระองค์ กำหนด เพื่อที่จะสำเร็จการศึกษาไปเป็นนายทหารสัญญาบัตร ที่เพียบพร้อมด้วยความรู้ ความสามารถ ความเป็นผู้นำ และได้เน้นย้ำว่า ผู้บังคับบัญชาทุกชั้น กำลังพลทุกนาย นักเรียนนายเรือทุกนาย ต้องมีทัศนคติที่ดี ยึดมั่น จงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

#โรงเรียนนายเรือ
#แหล่งผลิตนายทหารเรืออันเป็นรากแก้วของกองทัพเรือ
#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

18/10/2022
โรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลา และน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  ...
15/10/2022

โรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลา และน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 ของจังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2565 พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ มอบหมายให้มีผู้แทน และกำลังพลของโรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลา และน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 ของจังหวัดสมุทรปราการ
โดยใน เวลา 07.30 น.นาวาเอก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิริพงศ์ ศรีสุขกาญจน์ หัวหน้ากองยุทธการและการข่าว กองบัญชาการโรงเรียนนายเรือ พร้อมด้วยกำลังพลของโรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลฯ โดยมีนาย ศุภมิตร ชิณศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการทหาร ตำรวจเข้าร่วมพิธีฯ ณ สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และในเวลา 18.00 น.นาวาเอก ณฤทธิ์ พิชิตชโลธร หัวหน้ากองกิจการพลเรือน กองบัญชาการโรงเรียนนายเรือ พร้อมด้วยกำลังพลของโรงเรียนนายเรือเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา และน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ โดยมีนาย ศุภมิตร ชิณศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการทหาร ตำรวจเข้าร่วมพิธีฯ ณ สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเ...
14/10/2022

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันนี้ 13 ตุลาคม 2565 เวลา 17.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย

เครดิตภาพจาก : Web_มติชน

#ทรงพระเจริญ
#รับเสด็จ
#13ตุลาคม
#อุทยานเฉลิมพระเกียรติ

โรงเรียนนายเรือจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิต...
13/10/2022

โรงเรียนนายเรือจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565
เมื่อวันพุธที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 14.00 น. พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้าย
วันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565
โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือ พร้อมด้วยกำลังพลโรงเรียนนายเรือ ร่วมพิธีฯ ณ หอประชุมภูติอนันต์ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
ในการนี้ โรงเรียนนายเรือ ได้จัดให้มีพิธีบำเพ็ญกุศล โดยผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นถวายพวงมาลัยจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมถวายความเคารพ ต่อจากนั้นพระสงฆ์สวดมาติกา และผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือทอดผ้าบังสกุล และถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ให้แด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากวัดมหาวงษ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมระลึกในพระมหารกรุณาธิคุณ
เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565

ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือและภริยา นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือพร้อมภริยา เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระ...
13/10/2022

ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือและภริยา นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือพร้อมภริยา เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และกิจกรรมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 ของกองทัพเรือ
เมื่อวันพุธที่ 12 ตุลาคม 2565 กองทัพเรือได้จัดให้มีพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และกิจกรรมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565

โดยในเวลา 07.10 น. พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุและสามเณร จำนวน 89 รูป ณ โถงหน้าห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
โดยมี นางจตุพร ชมเชิงแพทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือพร้อมภริยา เข้าร่วมพิธีฯ และในส่วนของโรงเรียนนายเรือมีพลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ และพลตำรวจตรีหญิง ดร. สุรัมภา
รอดมณี พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือ และภริยา เข้าร่วมพิธีในครี้งนี้

ต่อมาในเวลา 08.10 น. ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ และภริยาพร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือ และภริยา ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ
จากนั้นในเวลา 09.10 น. ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ และภริยาพร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือ และภริยาร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ
และพิธีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ

โรงเรียนนายเรือจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ในการพัฒนา และทำความสะอาด วัดพิชัยสงค...
11/10/2022

โรงเรียนนายเรือจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี
ด้วยหัวใจ” ในการพัฒนา และทำความสะอาด วัดพิชัยสงคราม ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้าย
วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
13 ตุลาคม 2565 และวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2565
ในวันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2565 เวลา 13.20 น. พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่โรงเรียนนายเรือ พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสาโรงเรียนนายเรือ ร่วมกับชุมชนตรอกถ่าน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ในการถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม และอุปกรณ์ป้องกันโควิด 19 พร้อมทั้งพัฒนา และทำความสะอาดบริเวณรอบพระอุโบสถ์ ณ วัดพิชัยสงคราม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
ในการนี้ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือได้นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่โรงเรียนนายเรือ
ร่วมถวายเครื่องไทยธรรม และอุปกรณ์ป้องกันโควิด 19 แด่พระมหาธีรานันท์ เจ้าอาวาส ต่อจากนั้นได้ร่วม
ทำกิจกรรมพัฒนา และทำความสะอาดรอบพระอุโบสถ์ กับกำลังพลจิตอาสาจำนวน 77 นาย เพื่อถวาย
เป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 และวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2565

11/10/2022

พระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระราชทานอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แนวพระราชพระดำริของทั้งสองพระองค์ ผ่านองค์ความรู้เรื่อง ป่า และ น้ำ

ทั้งสองพระองค์ จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๗.๐๐ น.
ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จโดยพร้อมเพรียงกัน

#ทรงพระเจริญ
#๑๓ตุลาคม๒๕๖๕
#อุทยานเฉลิมพระเกียรติ

โรงเรียนนายเรือจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ในการบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชก...
10/10/2022

โรงเรียนนายเรือจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี
ด้วยหัวใจ” ในการบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 และวันปิยมหาราช
23 ตุลาคม 2565
ในวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2565 เวลา 10.30 น. พลเรือโท ประวุฒิ รอดมณี
ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่โรงเรียนนายเรือ และกำลังพลจิตอาสา
โรงเรียนนายเรือ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”
ในการบริจาคโลหิต ณ สโมสรสัญญาบัตรโรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนไม่สะดวกในการเดินทางไปบริจาคโลหิตให้แก่สภากาชาดไทย
และโรงพยาบาลต่างๆ ส่งผลให้ปริมาณโลหิตสำรองขาดแคลนไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาลต่างๆ
โรงเรียนนายเรือจึงได้จัดกำลังพลจิตอาสาในการบริจาคโลหิตให้กับโรงพยาบาลสมเด็จ
พระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 และวันปิยมหาราช
23 ตุลาคม 2565 และช่วยแก้ไขวิกฤตการณ์ขาดแคลนโลหิตสำรองให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
กรมแพทย์ทหารเรือ โดยการบริจาคในครั้งนี้โรงเรียนนายเรือได้บริจาคโลหิตเป็นจำนวน 31,950 ซีซี

7 ตุลาคม 2463"เรือหลวงพระร่วง เดินทางมาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา"เรือรบหลวงของสยาม เดินทางมาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ในเวลานั้น...
08/10/2022

7 ตุลาคม 2463

"เรือหลวงพระร่วง เดินทางมาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา"

เรือรบหลวงของสยาม เดินทางมาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ในเวลานั้นเทคโนโลยีที่จะช่วยในการเดินเรือมีเพียงเรดาร์ และเครื่องวิทยุสำหรับติดต่อราชการ การนำเรือหลวงกลับด้วยพระองค์นับเป็นพระอัจฉริยภาพของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์โดยแท้ เรือรบหลวงของสยามลำนี้ มีชื่อว่า “เรือหลวงพระร่วง”

#รักษ์ราชย์ #วันนี้ในอดีต

ขอบคุณที่มา:เพจ กองทัพเรือ Royal Thai Navy

ผู้บัญชาการทหารเรือ   มอบนโยบายประจำปีงบประมาณ 2566 แก่หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ มุ่งสู่เป้าหมาย “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อ...
08/10/2022

ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบนโยบายประจำปีงบประมาณ 2566 แก่หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ มุ่งสู่เป้าหมาย “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่น และภาคภูมิใจ - The Trusted Navy”

วันนี้ (7 ตุลาคม 2565) เวลา 13.30 น พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
ได้มอบนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยเชิญชวนกำลังพลกองทัพเรือ ยืนไว้อาลัย
เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นเวลา 1 นาที ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ รวมถึงมีการถ่ายทอดสัญญาณ ไปยังห้องประชุมของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและที่ประจำอยู่สำนักงานในต่างประเทศ
ในการแถลงนโยบาย ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า จากสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงและสภาพปัญหาของกองทัพเรือในปัจจุบันมีความซับซ้อน ในขณะเดียวกันกองทัพเรือก็มีปัญหาสะสมบางประการ ซึ่งแม้ว่าผู้บริหารกองทัพเรือในอดีตจะพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบรรลุวิสัยทัศน์ของกองทัพเรือ ดังนั้นเพื่อเป็นการวางรากฐานให้กองทัพเรือก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงในทิศทางที่ถูกต้อง จึงนำมาสู่การกำหนดนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือประจำปีงบประมาณ 2566 ซึ่งเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือท่านที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคงของกองทัพเรือ และเพื่อให้กำลังพลทุกนายได้ร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของกองทัพเรือที่กำหนดไว้คือเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ
สำหรับนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือประจำปี 2566 ประกอบด้วย นโยบายเร่งด่วน 3 ด้าน
และนโยบายหลัก 9 ด้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
นโยบายเร่งด่วน ด้านที่ 1 คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทัพเรือ ตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ จำนวน 5 ข้อ ประกอบด้วย
ข้อ 1 การพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อาทิ การสนับสนุนการดำเนินงานของ
ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน โครงการตามแนวพระราชดำริที่กองทัพเรือรับผิดชอบ
การเตรียมการจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567
ข้อ 2 การพัฒนากองทัพและเสริมสร้างกำลังรบให้เป็นไปตามทิศทางยุทธศาสตร์กองทัพเรือ
อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างการจัดและแนวทางการปฏิบัติงานของ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ให้สอดคล้องกับแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือ พ.ศ.2563 และการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์อำนวยการ
รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ข้อ 3 การพัฒนาการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังรบให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ อาทิ การดำรงการฝึกกองทัพเรือเพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังรบและระบบอำนวยการยุทธ์ รวมทั้งทดสอบแผนป้องกันประเทศด้านทิศตะวันออกในส่วนของกองทัพเรือ การสานต่อการพัฒนาการฝึกร่วมระหว่าง กองทัพเรือ กับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และ หน่วยงานในเครือข่าย ศรชล. ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ
ข้อ 4 การดำรงความต่อเนื่องในการพัฒนาระบบการทำสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง
โดยเพิ่มเติมการแลกเปลี่ยนข้อมูลดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศร่วมกับภาคเอกชน การฝึกอบรมกำลังพลและวางระบบการจัดการความรู้ ให้มีความพร้อมในการใช้งานระบบควบคุมบังคับบัญชาและสั่งการ การศึกษาแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลและภาพสถานการณ์ระหว่างศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ กับศูนย์ปฏิบัติการเหล่าทัพ และ ศูนย์บัญชาการทางทหาร (ศบท.) การยกระดับขีดความสามารถด้านสงครามไซเบอร์ ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ รองรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ การเสริมสร้างและบูรณาการขีดความสามารถด้านกิจการอวกาศและดาวเทียมร่วมกับกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ การจัดทำแนวทางการพัฒนาโครงการอากาศยานไร้คนขับ
ของกองทัพเรือทั้งระบบ
ข้อ 5 การส่งเสริมผลงานวิจัยและพัฒนาทางการทหาร ให้เป็นไปตามทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (S - Curve 11) โดยการนำผลงานวิจัยด้านยุทโธปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมาทดลองใช้กับหน่วย การนำผลงานวิจัยด้านยุทโธปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมาทดลองใช้กับหน่วย การศึกษาและเตรียมการในการจัดสร้างเรือฟริเกต โดยอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศ การส่งเสริม
การพัฒนาศูนย์นวัตกรรมทางเรือและทางทะเล ภายใต้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
นโยบายเร่งด่วน ด้านที่ 2 คือ การเสริมสร้างความร่วมมือ กับ กองทัพเรือมิตรประเทศ
เพื่อเพิ่มบทบาทนำในภูมิภาค
ข้อ 1 การดำเนินความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างสมดุล อาทิ การฟื้นฟูความสัมพันธ์และความร่วมมือกับกองทัพเรือมิตรประเทศ การดำรงความต่อเนื่องในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับกองทัพเรือ การส่งเสริมให้ผู้บังคับหน่วยกำลังระดับภูมิภาคได้มีการกระชับความร่วมมือกับผู้บังคับหน่วยกำลังที่มีพื้นที่ปฏิบัติการติดต่อกัน ทั้ง Online และ On site
ข้อ 2 การส่งเสริมให้ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) มีบทบาทนำร่วมกับหน่วยยามฝั่ง (Coast Guard) หรือ หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในระดับภูมิภาคและประเทศรอบบ้าน โดยส่งเสริมให้ ศรชล. เข้าร่วมกิจกรรมความร่วมมือของกองทัพเรือ กับ กองทัพเรือมิตรประเทศ
นโยบายเร่งด่วน ด้านที่ 3 คือการเสริมสร้าง การบริหารจัดการ เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ศรัทธา ของประชาชน จำนวน 5 ข้อ
ข้อ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใส ในระบบการบริหารและการใช้จ่ายงบประมาณของกองทัพเรือ ยกระดับมาตรฐานของกองทัพเรือในการดำเนินการตามการประเมิน
ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส หรือ ITA ปรับปรุงโครงสร้างการจัดหน่วยงานและระบบการบริหารกำลังพล เพื่อรองรับการดำเนินโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ข้อ 2 การพัฒนาระบบการบริหารจัดการกำลังพลให้มีมาตรฐาน โดยพัฒนาระบบการประเมินสมรรถนะ (Competency) และผลการปฏิบัติงาน (Performance) กำลังพลให้มีมาตรฐาน การทบทวน
และจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพการงาน (Career Path) ของกำลังพลให้สามารถนำมาใช้ในการบริหารกำลังพลได้อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอมรับ
ข้อ 3 การยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของกำลังพล ทร. โดยการพัฒนาระบบการบริหารจัดการบ้านพักข้าราชการให้มีประสิทธิภาพ สำรวจและจัดทำโครงการระยะยาวสำหรับการก่อสร้าง
และซ่อมแซมที่พักอาศัยของกำลังพล ตลอดจนดำเนินโครงการและกิจกรรมที่เป็นการลดรายจ่าย
และเพิ่มรายได้ให้กับกำลังพล เช่น ร้านธงฟ้าราคาประหยัด แก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับกำลังพลกองทัพเรืออย่างยั่งยืน
ข้อ 4 การส่งเสริมการตระหนักรู้ภาวะโลกร้อนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งสริมการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (Bio-Circular-Green : BCG) และ การส่งเสริมเศรษฐกิจสีน้ำเงิน(Blue Economy) รวมถึงการสนับสนุนหน่วยงานของกองทัพเรือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางทะเล ได้ตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล
เช่นการลดขยะทะเลและชายฝั่ง
ข้อ 5 การเสริมสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา ของประชาชนที่มีต่อกองทัพเรือ โดยการดำรง
ความต่อเนื่องในการดำเนินการเชิงรุกในการแบ่งมอบความรับผิดชอบพื้นที่ต่าง ๆ ให้กับหน่วยงาน
ของกองทัพเรือ อาทิ โครงการบ้าน วัด โรงเรียน (บวร) และคลองสวยน้ำใส บูรณาการงานประชาสัมพันธ์
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับภาคประชาชน รวมถึงการสนับสนุนการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในปี พ.ศ.2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามวิถีทางของประชาธิปไตย
สำหรับนโยบายหลัก 9 ด้าน มาจากยุทธศาสตร์กองทัพเรือ พ.ศ.2560 - 2580 ซึ่งเป็นแผนแม่บท
การพัฒนากองทัพเรือด้านต่าง ๆ และนโยบายกองทัพเรือระยะ 5 ปี พ.ศ.2566 - 2570 มีแผนการดำเนินการ
ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย
การปรับปรุงโครงสร้างและอัตราการจัดอัตรากำลังแทนเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ใน ศรชล. การพัฒนาระบบการศึกษาของกองทัพเรือ การพัฒนาความร่วมมือด้านการข่าวในการแลกเปลี่ยนข่าวสารด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่องในทุกมิติทั้งในและต่างประเทศ การเตรียมกำลังและใช้กำลัง โดยพัฒนาการฝึกให้มี
ความสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงทะเล โดยมุ่งเน้นการฝึก 6 ส่วนหลัก ได้แก่ ด้านเรือดำน้ำ ด้านการปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก ด้านการป้องกันและควบคุมท่าเรือ ด้านการช่วยเหลือและกู้ภัยเรือดำน้ำ แนวทางการใช้กำลังของ ทร. พ.ศ.2563 และ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ การพัฒนาขีดความสามารถของฐานทัพท่าเรือและสถานีเรือต่าง ๆ และพัฒนาการฝึกด้านการส่งกำลังบำรุง การดำรงความพร้อมของระบบควบคุมบังคับบัญชาสั่งการและสถานีตรวจการณ์ (C4ISR) ตามแนวความคิดของสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (NETWOIRK CENTRIC WARFARE : NCW) การพัฒนาขีดความสามารถ
และกลไกความร่วมมือการบริหารจัดการภัยพิบัติของกองทัพเรือ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที
และมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมทางทหาร โดยให้ความสำคัญการวิจัย
และพัฒนายุทโธปกรณ์หลัก/สำคัญ ที่สามารถนำไปสู่สายการผลิตและใช้ในราชการภายในกองทัพเรือ
และการพัฒนาการบริหารจัดการภายในของกองทัพเรือให้มีมาตรฐานสากล เป็นองค์กรสมรรถนะสูง
พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงนโนบาย ผู้บัญชาการทหารเรือ และ ผู้เข้ารับฟังการแถลงนโนบาย ได้ร่วมกันร้องเพลงพระนิพนธ์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย จำนวน 3 เพลง ประกอบด้วย เพลงดาบของชาติ เดินหน้า ดอกประดู่ ทั้งนี้นโยบาย
ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ได้มอบให้แก่หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือในวันนี้ เพื่อนำไปขับเคลื่อน โดยมุ่งหวังให้บรรลุ
ผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงกำลังกองของทัพเรือ
ทุกนายนำไปปฏิบัติ โดยการมุ่งเน้นการเป็นกองทัพเรือที่มีคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใส ตรวจสอบได้ (Integrity and Transparency Organization) เพื่อนำไปสู่การเป็น “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่น ศรัทธา และภาคภูมิใจ - The Trusted Navy”

กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

ที่อยู่

204 ถ. สุขุมวิท ต. ปากน้ำ อ. เมือง
Bangkok
10270

เบอร์โทรศัพท์

02-3940441-2

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงเรียนนายเรือผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ติดแอร์ โรงเรียนสิงห์สมุทรด้วย ม.ปลาย ทุกชั้นเรียน ติดเน็ต 1 Gb โรงเรียนนายเรือ
ทุกคนมีความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ข้าพเจ้าเองก็มีความอยากเหมือนกัน แต่ความอยากของข้าพเจ้ามันไม่ได้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้กับประเทศอย่างที่เห็นกันอยู่เช่นทุกวันนี้ ตอบข้าพเจ้าได้ไหมว่า ศาสดาของศาสนาไหนและสถาบันการศึกษาไหนสอนให้คนในชาติเดียวกันแบ่งแยกดินแดน แบ่งสีเสื้อ สอนให้เอาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ สอนให้เป็นคนปากอย่างใจอย่างพูดจากลับกลอก ใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้าม สอนให้คนในชาติแตกความสามัคคี ฯลฯ ในเมื่อยังเป็นกันอยู่อย่างนี้กรุณาอย่าพูด อย่าเขียน ว่าตนนับถือศาสนา…...ว่าตนจบการศึกษาจากสถาบัน…..อายสุนัขมันครับ(สุภาพ) เราคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าคุณสมบัติที่ดีของสุนัขเป็นอย่างไรข้าพเจ้าคงไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่ทำไมเราไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน ทำไมไม่กตัญญูกตเวทีต่อสถาบันอันสูงสุดของชาติ แผ่นดินเกิด แผ่นดินอันเป็นที่รักของเรา แผ่นดินที่เรายืนเหยียบ เดินเหยียบ และขับถ่ายใส่กันอยู่ทุกวัน แผ่นดินที่บรรพบุรุษของเราเอาชีวิต เอาเลือด เอาเนื้อ หยาดเหงื่อ และหยดน้ำตาแลกมา ตรงกันข้ามพวกเราบางกลุ่ม บางคนกลับเอาผลประโยชน์ของตนเป็นใหญ่ หลงใหลยึดติดในอำนาจวาสนาที่มีอยู่ จนเกิดปัญหาบานปลาย มันสะท้อนให้เห็นว่าศาสนา(ความเชื่อ)ที่ตนเคารพนับถือ และสถาบันการศึกษาที่ให้ความรู้ความสามารถที่ศึกษาร่ำเรียนมานั้นมันไม่ได้ก่อประโยชน์เลย แล้วพวกเราจะนับถือศาสนากันไปทำไม เรียนกันไปทำไม ส่งเสริมให้ลูกหลานในบ้านเมืองซึ่งเป็นอนาคตของชาติเรียนกันไปทำไม ในเมื่อยังเป็นกันอยู่เช่นนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่า สัตว์เดรัจฉาน หรือคนที่อยู่ในยุคหิน ที่มีแต่ความป่าเถื่อน ไร้อารยธรรมอันดีงามไร้เหตุผล ไหนบอกข้าพเจ้าว่ายุคนี้เป็นยุคของปัญญาชน(ปัญญาชน ผู้มีการศึกษาเขาใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหาหรือครับ) และไม่สมกับที่อ้างตนว่าเป็นมนุษย์(ผู้มีจิตใจสูง)
เรื่องขำๆ
ข้าพเจ้าอยากให้หน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาประเทศและรัฐบาล คสช. ทำความอยากของข้าพเจ้าให้เป็นจริงหน่อย
ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ICT)ร่วมกับ กสทช. และคณะรัฐบาล คสช. ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตฟรี ที่ความเร็ว 84,000 ล้านล้านเมกะไบต์ 84,000 ล้านล้านจิกะไบต์ 84,000 ล้านล้านปี ให้กับมนุษย์ทั่วโลก ตลอดจนมนุษย์ต่างดาว ภูตผีปีศาจ เปรต อสุรกาย เทพเทวดา มาร พรหม สัตว์นรกทุกขุม เพื่อจะได้ดูละครไทยพื้นบ้านที่แสดงโดยผู้นำทหารและนักการเมืองไทย ผ่านโทรศัพท์ระบบ Android และ ios กำกับการแสดงโดยไส้ศึกที่อยู่ในจิตใจ(ความโลภ ความโกรธ ความหลง ฯลฯ) ณ หมู่บ้านเล็กๆที่ชื่อว่าไทย ตำบลเอเซีย อำเภอโลกมนุษย์ จังหวัดวัฏฏะสงสาร
ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณร่วมกับคณะรัฐบาล คสช. เอาเงินทุกสกุลบนโลกนี้มาให้ข้าพเจ้าทั้งหมดข้าพเจ้าจะเอาไปซื้อโลกใบใหม่อยู่คนเดียว เพราะข้าพเจ้าเบื่อสุนัขที่บ้านมันชอบกัดกันเนื่องจากมันแย่งอุจจาระกันรับประทาน
ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงอุตสาหกรรมและคณะรัฐบาล คสช. ผลิตของใช้ เช่น เครื่องบินส่วนตัว รถซุปเปอร์คาร์ เรือยอร์ช กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา ฯลฯ (ของแบรนด์เนม)ราคาแพงๆยี่ห้อดังๆมาให้ข้าพเจ้าทั้งหมด ข้าพเจ้าจะเอามาทำเป็นปุ๋ยหมักเพื่อผสมดินปลูกหญ้าให้กระบือรับประทาน
ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะรัฐบาล คสช. ขุดเอาแร่ธาตุต่างๆที่มีมูลค่ามีราคาที่มีอยู่ในโลกนี้และบนดวงดาวทุกดวงในจักรวาลนี้ (แร่ทองคำ เพชร พลอย หยก แพลตตินั่ม โรเดียม อัญมณีต่างๆ) มาให้ข้าพเจ้าทั้งหมด ข้าพเจ้าจะเอามาบดและอัดผสมอาหารเม็ดให้แมวที่บ้านรับประทาน (แมวที่บ้านเยอะมาก)
ข้าพเจ้าอยากให้กรมป่าไม้และคณะรัฐบาล คสช. ปลูกต้นพะยูงธรรมสักต้นหนึ่งที่กรุงเทพมหานคร แล้วบำรุงรักษารดน้ำพรวนดิน ให้ต้นไม้นี้เจริญเติบโต และแผ่กิ่งก้านสาขามีใบหนาปกคลุมไปทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทุกตรอกซอกซอย ทุกหลังคาเรือน เพื่อเป็นร่มเงาบังแสงแดดจากดวงอาทิตย์ (แสงUV) เนื่องจากข้าพเจ้าออกจากบ้านไม่ได้ เพราะข้าพเจ้าไม่มีเงินซื้อครีมกันแดด
ข้าพเจ้าอยากให้กรมชลประทานร่วมกับการประปาฯและคณะรัฐบาล คสช. กลั่นกรองน้ำในมหาสมุทรทั้งโลกให้เป็นน้ำจืดและสะอาด จากนั้นแจกจ่ายให้ทุกๆประเทศที่ขาดแคลนให้เพียงพอแก่การอุปโภค บริโภค และให้สำนักอนามัยกรมการแพทย์นำมาล้างกาย วาจา ใจ ของข้าพเจ้าและมนุษย์ทั้งโลกให้สะอาดหมดจด แล้วเหลือน้ำไว้ให้ข้าพเจ้าสักกะละมังหนึ่งเพื่อใช้ล้างมือก่อนรับประทานอาหารเพื่อป้องกันไวรัสโควิด 19 จากนั้นย้ายมหาสมุทรอินเดียพร้อมหาดทรายมาไว้หน้าบ้านข้าพเจ้า เนื่องจากข้าพเจ้าอยากเล่นน้ำทะเลและจะก่อเจดีย์ทรายถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าเคารพนับถือสูงสุด จากนั้นข้าพเจ้าจะนอนอาบแดด
ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงกลาโหมกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำตรวจแห่งชาติและคณะรัฐบาล คสช. รวบรวมขีปนาวุธนำวิถีหัวรบนิวเคลียร์พิสัยไกลข้ามทวีป ข้ามโลก ข้ามจักรวาล(ถ้ามีข้ามภพข้ามชาติด้วยยิ่งดี) ที่มีอยู่ทั้งหมดบนโลกนี้มาให้ข้าพเจ้าทั้งหมด ข้าพเจ้าจะเอามายิงความโลภ ความโกรธ ความหลง ฯลฯ ที่มีอยู่ในจิตใจข้าพเจ้า คณะรัฐบาล คสช. นักการเมืองไทย และที่มีอยู่ในจิตใจมวลมนุษย์ชาติให้หมดไปเสียทีครับ (ข้าพเจ้าคิดว่าสันติสุขจะบังเกิดขึ้นบนโลกนี้)
ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงศึกษาธิการและคณะรัฐบาล คสช. รวบรวมใบปริญญาตรี โท เอก ใบประกาศนียบัตรทักษะทางวิชาชีพและวิชาการ โล่เกียรติคุณต่างๆ รวมถึงเครื่องราด(ราดสารลำไยก็ได้)สายสะพาย เครื่องหมายยศถาบรรดาศักดิ์ต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกนี้มาให้ข้าพเจ้าทั้งหมด ข้าพเจ้าจะเอามาบดให้เป็นผงผสมแป้งทาหน้าก่อนออกจากบ้าน ข้าพเจ้าจะได้เป็นคนที่มีหน้ามีตาในสังคม
ข้าพเจ้าอยากให้กรมโยธาธิการร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และคณะรัฐบาล คสช. สร้างถนนชื่อว่า อริยมรรคมีองค์8 ที่กว้างและยาวมากกว่าทางช้างเผือกในจักรวาล 84000 ล้านเท่า จากนั้นให้รัฐบาล คสช. ใช้มาตรา44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบังคับให้มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้เดินไปบนถนนเส้นนี้จนถึงจุดหมายปลายทาง (นิพพาน) ทุกคน ทุกรูป ทุกนาม
ข้าพเจ้าอยากให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย และคณะรัฐบาล คสช. ติดตั้งระบบไฟฟ้า หลอดไฟ พร้อมสวิตซ์ปิด-เปิดไว้ที่เซลล์สมองทั้งสองซีกของมนุษย์ทุกคน เพราะเมื่อเจอปัญหาและหาทางออกไม่ได้หรือชีวิตมืดมน เราจะได้มีแสงสว่างนำทางในการดำเนินชีวิตต่อไป จากนั้นให้ขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟหลอดกลมๆที่อยู่บนท้องฟ้า(ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์)ให้เป็นหลอดตะเกียบ หรือหลอด LED น่าจะประหยัดไฟกว่าหลอดไฟที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
ข้าพเจ้าอยากให้สภากาชาดไทยร่วมกับคณะรัฐบาล คสช. ใช้มาตรา44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บังคับให้คนไทยทุกคนบริจาคเลือด หยาดเหงื่อ และหยดน้ำตาคนละ 1 หยด จากนั้นรวบรวมให้กรมแรงงานและกรมพัฒนาที่ดินเอาไปสร้างแผ่นดินผืนใหม่เตรียมไว้ให้สำหรับคนไทย เพราะถ้าหากวันใดวันหนึ่งเราสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินนี้แล้ว พวกเราและลูกหลาน เหลน โหลน ฯลฯ จะได้มีแผ่นดินผืนใหม่ได้อยู่อาศัย จากนั้นขอความร่วมมือคนไทยทุกคนสร้างกำแพงที่สูงและใหญ่กว่าภูเขาหิมาลัย 84000 ล้านเท่ารอบล้อมแผ่นดินนั้นทั้งหมด เพื่อง่ายในการรักษาและปกป้องอธิปไตยของชาติ
ข้าพเจ้าอยากให้กรมผังเมืองและคณะรัฐบาล คสช. ออกแบบวางผังพื้นที่ที่ยาววาหนาคืบกว้างศอก (ร่างกายมนุษย์ทุกคน)ให้มีศักยภาพเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น สมองคิดในสิ่งที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์ ปากพูดความจริงที่เป็นประโยชน์ ใช้คำสุภาพ มือทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น เท้าก้าวย่างอย่างถ่อมตน มีสติ จิตใจสงบร่มเย็น เป็นต้น จากนั้นออกแบบวางผังตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้าใหม่ทั้งหมด เพราะว่าข้าพเจ้ามองดูแล้วมันกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเอาเสียเลย หรือจัดเรียงเป็นตัวอักษรว่า “สามัคคี สามัคคี และจงสามัคคี” ก็ได้
ข้าพเจ้าอยากให้กองทัพเรือร่วมกับกรมการทหารช่างและคณะรัฐบาล คสช. นำเรือดำน้ำที่ทันสมัยที่สุดดำลงไปในจิตสำนึกและมันสมองของคณะรัฐบาล คสช. นักการเมือง ข้าราชการทุกคน รวมถึงข้าพเจ้าด้วย จากนั้นตรวจสอบซ่อมแซมแก้ไขในส่วนที่บกพร่องสึกหรอให้ดีขึ้นและส่งเสริมสนับสนุนในส่วนที่ดีแล้วให้ดีมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นให้หัวหน้ารัฐบาลนำคณะรัฐบาล คสช.แบกเรือดำน้ำมาที่สระหลังบ้านข้าพเจ้า เพื่อมาดำหาเข็มเย็บผ้าที่ข้าพเจ้าทำหล่น
ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับคณะรัฐบาล คสช. ปลูกต้นจิตสำนึกลงบนหัวใจคนไทยทุกคนและรดน้ำพรวนดิน ดูแลรักษ์ษาให้เจริญเติบโต แตกกิ่งก้านสาขา ผลิดอก ออกผลเป็นคุณธรรมต่างๆ เช่น ความกตัญญูกตเวที เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา ฯลฯ จากนั้นปลูกข้าวพันธุ์ไทยบนพื้นที่ที่เป็นอากาศที่อยู่ในขอบเขตราชอาณาจักรไทยทั้งหมด และให้คนไทยได้บริโภคข้าวฟรีตลอดอายุขัย ถ้าเหลือก็ส่งออกขายให้กับมนุษย์ทั่วโลก ตลอดจนขายให้กับมนุษย์ต่างดาว ภูตผี ปีศาจ เทพเทวดา มาร พรหม ฯลฯ เพื่อทำให้ดัชนีมวลรวมของประเทศสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ประเทศไทยเราจะได้เป็นเสือตัวที่ 1 ทางด้านเศรษฐกิจของเอเซีย ที่ 1 ของโลก และเป็นเสือตัวที่ 1 ของสามแดนโลกธาตุนี้(31ภพภูมิ)
ข้าพเจ้าอยากให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกองทัพอากาศและคณะรัฐบาล คสช. ขึ้นไปเอาดินบนดวงดาวทุกดวงในจักรวาลนี้มาถมมหาสมุทรทั้งโลก จากนั้นปลูกพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณต้านโรคโควิด19 ทุกๆสายพันธุ์ เมื่อพืชนั้นเจริญเติบโตแล้วก็สกัดเป็นยาน้ำ ยาเม็ด แคปซูล หรือสกัดเป็นวัคซีนแจกและฉีดฟรีให้กับมนุษย์ทั่วโลก จากนั้นให้กระทรวงพาณิชย์ส่งออกขาย ยาและวัคซีนนี้ไปยังมนุษย์ต่างดาว ภูตผี ปีศาจ เปรต อสูรกาย เทพเทวดา มาร พรหม ฯลฯ เพื่อเป็นการขยายตลาดสินค้าไทยและสินค้าโลกให้แพร่หลายเพื่อทำให้ GDP ของประเทศรวมถึงของโลกสูงกว่าที่เป็นอยู่ และส่งออกคนไทยที่เนรคุณต่อแผ่นดินให้พญามัจจุราช อบรม สั่งสอนและปรับทัศนคติ (ก่อนจะถมมหาสมุทรข้าพเจ้าแนะนำว่าควรจะนั่งหรือนอนรอที่ชายหาดให้ กุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ จมน้ำตายให้หมดเสียก่อน)
ข้าพเจ้าอยากให้สำนักนายกรัฐมนตรี กรมศาสนาและคณะรัฐบาล คสช. คัดสรรค์คุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นศาสดาหรือผู้นำทางจิตวิญญาณของมนุษย์ว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีความรักและเมตตาต่อมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมเสมอกัน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง และมีปกติสั่งสอนให้มนุษย์รู้คุณและตอบแทนคุณทุกๆสรรพสิ่งที่เป็นเหตุให้มนุษย์ดำรงคงชีวิตอยู่ได้บนพื้นฐานความจริง จากนั้นขึ้นไปสร้างหอไตรซึ่งเป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและสถานที่ปฏิบัติธรรมบนดวงดาวทุกดวงในจักรวาลนี้ เพื่อให้มนุษย์ต่างดาว ภูตผี ปีศาจ เทพเทวดา มาร พรหม ฯลฯ ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติธรรม

วาระเพื่อแผ่นดินเกิด
ข้าพเจ้าเด็กชายขี้ขลาด ตาขาว เพื่อนๆชอบเรียกข้าพเจ้าว่า “อ้ายเด็กเมื่อวานซืน” ในฐานะคนไทยคนหนึ่งใต้ร่มพระบารมีฯ และมหาเศวตฉัตรบรมราชจักรีวงศ์ ขอเสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่มีปัญหากันอยู่ในขณะนี้ ภาพที่ข้าพเจ้าอยากเห็นคือการจัดพิธีแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อดวงพระวิญญาณบรรพบุรุษของไทย ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พิธีนี้ต้องรวบรวมไพร่พลทหารกล้า นักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในบ้านเมือง แกนนำรัฐบาลและฝ่ายค้าน บุคคลที่เป็นเลิศทางสาขาวิชาชีพต่างๆ เช่น ศิลปินสาขาวิชาต่างๆ นักกวี นักปราชญ์ พระเถระ พราหมณ์ ชี เด็กนักเรียนที่เป็นเลิศทางวิชาการสาขาต่างๆ ผู้แทนของศาสนาทุกศาสนา สัญญาลักษณ์ความเป็นไทย เช่น ศาลาไทย ต้นราชพฤกษ์ ช้างคู่บ้านคู่เมือง เครื่องดนตรีไทย อาหารไทย ชุดแต่งกายประจำชาติ เครื่องใช้ไม้สอยที่แสดงถึงความเป็นไทยทั้งหมด พระบรมฉายาลักษณ์พระมหากษัตริย์ทุกๆพระองค์ หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ ฯลฯ ขาดเสียมิได้ คือ พระพุทธรูป พระไตรปิฎกฉบับสมบูรณ์ จัดเตรียมเพื่อพิธีกอบกู้ และประกาศเอกราชความเป็นไทยให้กลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ ได้มีชีวิตอย่างปกติสุขบนพื้นฐานความพอเพียง สมดั่งพระราชปณิธานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานให้กับคนไทยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ (ทำการ ถ่ายทอดสดทางสื่อต่างๆทั่วประเทศ และทั่วโลก) จัดเตรียมให้มีข้าราชการ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านสำคัญๆทั้งหมด ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อหน้าพระแก้วมรกตคู่บ้านคู่เมือง(พระมหามณีรัตนปฏิมากร) ฯลฯ เสร็จแล้วจัดให้พระสงฆ์เจริญพุทธมนต์สวดพระปริตร สวดปฏิจจสมุปบาท และสวดบทรัตนสูตร จากนั้นให้นำธงชาติไทยทั้งหมดตั้งแต่สมัยโบราณถึงปัจจุบัน(ธงแดงเกลี้ยงสมัยอยุธยา ธงวงจักร ธงช้างเผือกในวงจักร ธงช้างเผือกปล่อยหรือธงช้างเผือกเปล่า ธงแดงห้าริ้ว ธงช้างเผือกทรงเครื่อง และธงไตรรงค์ )นำธงแต่ละผืนผูกกับเสาที่จัดเตรียมไว้แล้ว หลังจากนั้นให้ผู้นำรัฐบาลและผู้นำฝ่ายค้าน(หรือผู้นำฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ)ชักธงขึ้น พร้อมกับร่วมกันขับร้องเพลงชาติไทยพร้อมกันทั้งประเทศ ต่อด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นน้อมนำเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด คุณธรรม ๔ ประการ และกระแสพระราชดำรัส(พระสุรเสียง)ในหลวงรัชกาลที่ 9 “รู้รักสามัคคี” ฯลฯ ตามด้วยเพลงปลุกใจต่างๆ เช่น สยามมานุสติ, ศึกบางระจัน, ถามคนไทย, ใต้ร่มธงไทย,เราสู้,สุดแผ่นดิน ฯลฯ จบด้วยเพลงสยามเมืองยิ้ม จากนั้นกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาทเรื่องความสามัคคี ฯลฯ ในวันรุ่งขึ้นของวันถัดไป ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด(พ่อเมือง)ทำบุญเมือง(จัดให้พระสงฆ์สวดพระปริตร สวดปฏิจจสมุปบาท และสวดบทรัตนสูตร) ที่เสาหลักเมืองของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษผู้ทรงคุณสูงชาติที่ปกป้อง คุ้มครอง รักษาพสุธาผืนนี้ให้พวกเราได้อยู่อาศัยทุกวันนี้ เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งที่เป็นอัปมงคล สิ่งที่เลวร้ายทั้งหลายให้ออกไปจากผืนแผ่นดินไทย ก่อให้เกิดความสามัคคีของคนในชาติ ฯลฯ ขั้นตอนที่กล่าวมาเป็นขั้นตอนที่รวบรัด (ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม) ที่ข้าพเจ้านำเสนอแนวคิดเช่นนี้เพราะคิดว่า ไผ่ต่างเหล่าต่างกอ ต่างสี ก็ล้วนแต่เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดินเดียวกัน ผืนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของพวกเรา เอาชีวิต เอาเลือด เอาเนื้อ หยาดเหงื่อ และหยดน้ำตาแลกมา แต่คนในชาติกลับมาทะเลาะกันเอง ฆ่ากันเอง นี่ไม่ใช่วิสัยที่ดีของปัญญาชนคนไทยใช่ไหมล่ะครับ ข้าพเจ้ามีความปรารถนาเช่นเดียวกันกับคนไทยทุกคน คือต้องการให้บ้านเมืองเป็นปกติสุข และอยากเห็นรอยยิ้มที่จริงใจของคนไทยอีกครั้ง(ยิ้มสยาม) ถ้าเป็นไปได้ข้าพเจ้าขอเอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเป็นราชพลีเพื่อให้แผ่นดินไทยสงบสุข นอกจากนี้ข้าพเจ้าปรารถนาเปลี่ยน คำว่าประชาธิปไตย เป็น ธรรมาธิปไตย โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อความที่เขียนมาในเอกสารนี้ มีประโยคใดวรรคใดไม่เหมาะสม ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว แต่ทว่าข้าพเจ้ามีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ประชาชนคนไทย พระพุทธศาสนา ศาสนาทุกศาสนาและมวลมนุษยชาติแล้วไซร้ เหตุใดปัจจัยใดเป็นไปเพื่อโภคทรัพย์ มรรคผลนิพพาน หรือบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ จตุราริยสัจจ์ มีมหาสติ มหาปัญญา แตกฉานในอรรถ ธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ และตรัสรู้เป็นพระศรีอริยเมตไตรยจงบังเกิดแก่ข้าพเจ้าในอนาคตกาลเบื้องหน้านี้เทอญ ด้วยพลานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระศาสดาของทุกศาสนาพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่มีอยู่จริงในสากลโลก รวมถึงคุณงามความดีทั้งหลายที่ท่านทำจงคุ้มครอง ปกป้อง รักษาผืนแผ่นดินไทยพร้อมท่านผู้อ่านและครอบครัว มนุษยชาติทุกชาติ ทุกภาษา ทุกศาสนาจงประสบแต่ความสุขความเจริญตลอดอายุขัย และข้าพเจ้าขอให้พระสัทธรรมคำสั่งสอนอันวิเศษขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงอยู่คู่โลก อย่างน้อยที่สุดถึงปีพุทธศักราช ๕๐๐๐ หรือตลอดกาล เพื่อเป็นมหาคุณมหาประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ตลอดกาลนาน
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสามแดนโลกธาตุนี่นี้ เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ เราบ่ผิดท่านมล้าง ศาสตราวุธนั้นคืนสนอง”
ธรรมาธิปไตยรักษาแผ่นดิน , เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก , หิริ โอตตัปปะ ธรรมคุ้มครองโลก
ถึงเวลาแล้วหรือยัง! ที่พวกเราต้องร่วมกันสังคายนาอีกครั้งทั้งฆราวาสและพระสงฆ์

ขอน้อมใจและกายก้มกราบพระรัตนตรัยนับล้านๆครั้ง
เด็กชายขี้ขลาด ตาขาว

หมายเหตุ คำใด ประโยคใดวรรคใดไม่สุภาพไม่เหมาะสม ผู้อ่านสามารถปรับเปลี่ยนให้สุภาพและเหมาะสมเองได้
x

Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ (แสดงผลทั้งหมด)

Royal Thai Navy Academy Royal Thai Navy Academy วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปรา สำนักงาน กสทช.เขต 11 Amphoe Muang Samut Prakan เมืองสมุทรปราการ Thaimmtc - ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี Samutprakarn Samutprakan สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปร เทศบาลนครสมุทรปราการ รอกตกปลามือสองญี่ปุ่น Shimano Daiwa Ab สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปรา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบ เทศบาลตำบลบางเสาธง