สำนักกิจการผู้ตรวจการแผ่นดินและเลขาธิการ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

สำนักกิจการผู้ตรวจการแผ่นดินและเลขาธิการ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สำนักกิจการผู้ตรวจการแผ่นดินและเลขาธิการ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, หน่วยงานราชการ, แจ้งวัฒนะ, Bangkok.
(1)

ที่อยู่

แจ้งวัฒนะ
Bangkok
10210

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักกิจการผู้ตรวจการแผ่นดินและเลขาธิการ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

#FYI #ช่วยทีครับ _/|\_ https://www.facebook.com/Ch7HDNews/videos/731775534303240/?vh=e&d=n
ความดีที่โลกลืม การปิดทองหลังพระ มีจริงไหม การว่ายน้ำไม่เห็นฝั่งอย่างพระมหาชนกในพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่9 มีตย.ปฏิบัติจริงดังนี้ 1. นายปรีชา ญานสังวรชัย(ป๋าอิ้ว)และนางบุญสม ญานสังวรชัย(พี่ฤดี) ทำเหมืองพลอยที่ ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่จ.ตราด ตั้งแต่ประมาณ 2516 เป็นต้นมา เริ่มจากไม่มีเครื่องมือ จนกระทั่งมีเครื่องมือขุดพลอยใช้แย๊กร่อนแร่พลอย และมีคนงานและผู้ร่วมงานมากขึ้น และเป็นพ่อค้าพลอยสมัยยุคดั้งเดิม ยุคแรกๆ ที่นักแสวงโชคทั่วประเทศ มาแสวงโชคกัน บิดามารดา เป็นบุคคลที่มีน้ำใจกว้างขวาง มีชาวบ้านมาขุดพลอย และตั้งรกรากมนที่ดินได้เก็บค่าเช่าตั้วแต่ปี 2525 แค่ 500-800 บาท ต่อปี ถูกกว่าค่าขยะเทศบาล ยาวนานถึงปี 2559 แต่มีบางรายที่ผู้บุกรุก อ้างเป็นเจ้าของทั้งหมด จึงฟ้องขับไล่ตามหลักฐานนส. 3 เดิมของนายปรีชา ญานสังวรชัย และนางบุญสม ญานสังวรชัย และชนะทุกศาลอย่างขาวสะอาด ทั้งศาลชั้นต้น ชั้นอุธร และศาลชั้นฏีกาจนบังคับคดีปี50. แต่ผู้บุกรุกยื้อเวลายาวนานทั้งที่พยายามไกล่เกลี่ย. ระยะเวลายืดเยื้อเพราะผู้บุกรุกไม่มาศาลยื้อไปจนหลายสิบปี จนมีโฉนดครอบครองขึ้นมามากมาย และขายต่อเป็นทอดๆ เพื่อให้ดำเนินการขับไล่ได้ยาก จึงเมตตาให่เช่าราคาถูกแต่ถูกกลุ่มคนบิดเบือนข้อมูล และกลั่นแกล้งจากหลายภาคส่วน เพราะมีหน่วยงานมาสร้างอาคารในพื้นที่และผู้บุกรุกปลูกอาศัยหนาแน่น แต่ วัด, รร, รพ.,อนามัย ถนนหนทางต่างๆ บิดามารดาและครอบครัวญานสังวรชัย ยกให้เป็นสาธารณะให้เป็นสมบัติแผ่นดิน. แต่ที่เป็นอาคารบ้านเรือนสถานที่ราชการ ตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า ควรมีเงินชดเชยที่ดิน ตั้งแต่ปี 2515 มาจนถึง 2563 และเป็นไปตามกลไกการตลาดปี 2563 คูณระยะเวลา ค่าเสียโอกาส ทางอาชีพ และเงินที่หายไปจากการขายที่ดินหรือผ่อนชำระจากชาวบ้านที่ทำสัญญาไว้ที่ยังชำระไม่หมด 2..เมื่อปีพศ. 2515 เจ้าของที่ดินเดิม ที่ดินบ่อไร่ จ.ตราด หมู่10 หมู่4 หมู่3 หมู่2 ที่ดินที่นายปรีชา ญานสังวรชัย และนางบุญสม ญานสังวรชัย ได้เสียภาษีกับเทศบาลบ่อพลอยเป็นต้นมาจนถึง ปี62 แต่เทศบาลพิมพ์ผิด เป็นนางสมบุญ ต่อจากชื่อนายปรีชา เป็นเหตุให้มีเหตุการณ์ ต่างๆตามมาตั้งเป็นข้อสังเกตุ ดังนี้ - เกิดความเข้าใจผิดว่า นางสมบุญ คลองธรรม เป็นเจ้าของที่ดิน แต่เป็นชาวบ้านที่อยู่ หมู่4 ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด แต่มีประวัติในข่าวในกูลเกิ้ล ในแฟ้มตำรวจบ่อไร่ จับยาบ้าได้เดือน ธค. 61 - ต่อมานางบุญสม ญานสังวรชัย มอบอำนาจให้นส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย ไปดำเนินการตามเจตนารมย์ของนายปรีชา ญานสังวรชัย แทนทุกคนในครอบครัวญานสังวรชัย ทำถนนหนทางเข้า-ออก ให้กับชาวบ้าน(ผู้บุกรุก)เดิมตามคำสั่งศาลฏีกาจนถึงบังคับคดีปี 50 และแบ่งแยกขายให้ผู้บุกรุกแทนการไล่ออก โดยได้เขียนหนังสือถึงจนท.ที่ดินเขาสมิง จ.ตราด แนบคำสั่งศาลฏีกาจนถึงบังคับคดีเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน(ผู้บุกรุกเดิม) และทำการแบ่งแยกที่ดินดำเนินการปี2559 เป็นต้นมา และขายไปชุดแรก แต่ชาวบ้านไม่ซื้อพร้อมกัน มีไปร้องเรียนหาว่าขับไล่เพราะความรู้น้อย และอ้างในเรื่องราคาทั้งที่ ผู้บุกรุกบ้านเป็นชื่อหนึ่ง ที่ดินเป็นอีกชื่อหนึ่ง ทำธุรกรรมไม่ได้แต่ครอบครัวญานสังวรชัย (เจ้าของที่ดินเดิมตามคำสั่งศาลฏีกาจนบังคับคดีปี50 ) ยอมขายให้แทนการไล่ออก โดยขายแต่ที่ดิน เหมือนแจกบ้านฟรี และเว้นสามปี ตามกฏหมายจัดสรรที่ดิน หลังขายล้อตแรก ล้อตต่อมาผ่อนชำระที่ดิน(เช่าซื้อ) ไม่มีดอกเบี้ยให้ผ่อนชำระที่ดิน ช่วยเหลือให้คนจนเป็นคนรวย เมื่อผ่อนชำระเสร็จเข้าแบงค์ได้หลายเท่าตัวกำไรเศรษฐีทันที แต่ที่ขายให้ชาวย้านนั้นเพราะชาวบ้านไม่จ่ายค่าเช่าครึ่งหนึ่งปีละ 500-800 บาทต่อปีจึงตำเป็นต้องขายแทนไล่ออกตามคำสั่งศาลฏีกาจนถึงบังคับคดี การปิดทองหลังพระ ยังไม่จบ ที่นายปรีชา-นางบุญสมญานสังวรชัยและครอบครัวยกสัดวาอารามถนนรพ. รร. และให้เช่าราคาถูกที่สุดในประเทศไทยยาวนานหลายช่วงอายุคนโดยไม่มีใครมองเห็นหรือกล่าวถึงความดีแต่กลับปลุกระดมเอาฟรี. เพราะอ้างอยู่มานานทั้งที่อยู่ในคำสั่งศาลจนจบคดีไปแล้ว แต่เพราะความเมตตาที่ดีเกินไปเป็นช่องว่างการหาประโยชน์บางคนบางกลุ่ม และความไม่เข้าใจเพราะบิดเบือนข้อมูลจริงแต่เดิมมา ก่อนนางบุญสม ญานสังวรชัย เสียชีวิต มอบเงินทำทางเข้า-ออกให้ผู้บุกรุกแต่เกิดเหตุการณ์สลดใจ ที่นางบุญสม ญานสังวรชัย เสียชีวิตเดือน มค.62 แต่ตอนอยู่รพ.กรุงเทพจันทบุรี มีปั๊มลายมือแม่บุญสม ญานสังวรชัย ทำเอกสารประกันชีวิต.ในกระดาษเปล่า และ นส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย เซ็นกำกับ ว่าเฉพาะประกันเท่านั้นป้องกันทำธุรกรรมอื่นๆ แต่ตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า อาจมีคนแสวงประโยชน์บางอย่างเพื่อตัวเอง ในการเขียนแบ่งผลประโยชน์ให้ตัวเองบางอย่าง จนมีการแข่งรถเพื่ออะไรบางอย่าง ซึ่งน่าจะเป็นที่ดินหรือเงิน. จากนั้นเมื่อรักษาแม่บุญสมญานสังวรชัย รพ.เอกชน จนเงินหมด ต้องย้ายมา รพ.รัฐ(รพ.พระปกเกล้าจันทบุรี) ขณะอยู่ในไอซียู แต่รพ. ติดหัวเตียง ชื่อนางสมบุญ ไม่ใส่นามสกุล แต่เมื่อแย้งบอกกับพยาบาล ก็แค่เอาป้ายชื่อออกแต่ไม่ใส่ชื่อนามสกุลอะไรที้หัวเตียง และมีการเข้าใจผิดอาจเกี่ยวเนื่องจากเป็นเจ้าของที่ดิยเดิมบ่อไร่ที่เทศบาลบ่อพลอยพิมพ์ผิดว่า นางสมบุญ ที่จับได้เดือนธค. 61 และคิดว่า เป็นคนไข้ยาเสพติด ออกจากคุกมา ทั้งที่แม่มีแฟ้มส่งตัวจาก รพ.เอกชน และประวัติบัตรทองผู้สูงอายุตลอดชีพ มารดาแม้จะทรมาน แต่ก่อนมารดาเสียชีวิต ได้กล่าวอโหสิกรรมให้กับทุกคนแบบเดียวกับ นายปรีชา ญานสังวรชัย กระดูกของบิดา-มารดา ขาวบริสุทธิ์ทั้งหมดและเปลี่บนสีเป็นสีเขียวมรกต ฉันนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย(เอก) จันทบุรี กลางสันไปทำถนนให้ชาวบ้านบ่อไร่ กลางคืนมาเเฝ้าแม่และบวชถือศิล8 ให้แม่บุญสม ญานสังวรชัย จนวันสุดท้ายแห่งการลอยอังคารรวม 4 เดือนกว่า ฉันอยู่กับพ่อแม่และดูแลท่านทั้งสองมาทั้งชีวิตจนถึงอายุ 50 ปี ฉันเขียนช่วยเหลือภาครัฐ เอกชนพลเรือน ทุกภาคส่วนในบทสรุปสุดท้ายข้อร้องเรียน1258ศูนย์ดำรงธรรมจันทบุรี
ตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า. สิ่งที่ฉัน นส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย (เอก) อายุ 51 ปี ที่อยู่ บ้านเมเต้ 73 ถ.พระยาตรัง ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี โทร. 087-0665854 (เบอร์ใช้ปัจจุบัน) สูญเสียแม้ร้องเรียนคสช.1111 ปี 61เบอร์ที่ปิดไป 065-0919656 และร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจันทบุรีเรื่องเดียวกัน เลขที่ 1258 มี 10 แผ่น 9 หน้า ตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า 1. ฉันสูญเสียที่ดินของพ่อปรีชา ญานสังวรชัย(อิ้ว) และแม่บุญสม ญานสังวรชัย ตั้งแต่ปี 2515 มีหมู่10 หมู่4 หมู่3 หมู่2 ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด มีการบุกรุกมาขุดพลอยและสร้างบ้านเรือน จนฟ้องศาลผู้บุกรุก จนชนะ3 ศาลอย่างขาวสะอาด นส. 3 เลขที่ 103 และที่อื่นที่ตกสำรวจ แต่เวลายาวนานจนเกิดโฉนดครอบครอง แต่มีการเช่าช่วงผิดกฏหมาย.และรีบขายต่อเป็นทอดๆ นำมวลชนมารับผลประโยชน์และเป็นกำแพงร่วมรับผิด และมีผู้มีอิทธิพลที่มองไม่เห็นอยู่เบื้องหลัง ทั้งที่ คุณพ่อปรีชา ญานสังวรชัย และคุณแม่บุญสม ญานสังวรชัย และฉันนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย (เอก) จันทบุรี มีพระคุณกับทุกภาคส่วน ทั้งที่มีคำสั่งศาลฏีกาจนถึงบังคับคดีปี 2550 คำสั่งศาลให้บ้านและสิ่งติดบนดินเป็นของเจ้าของที่ดินเดิมคือนายปรีชาและนางบุญสม ญานสังวรชัย ซึ่งมอบอำนาจให้นส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย (เอก)จันทบุรี อายุ 51 ปี ดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้าน และข้าราชการ และทุกภาคส่วนที่ตรวจสอบผิดพลาดและบุกรุกและเข้าใจผิดหรือหลงทาง โดยขายที่ดินให้ และให้ผ่อนตรงเพราะบ้านและที่ดินคนละชื่อ เนื่องจากเป็นผู้บุกรุก เว้น 3 ปีให้ผ่อนชำระ(เช่าซื้อ) โดยกำหนดเวลาแน่นอน ไม่มีดอกเบี้ยในการ ให้โอกาสทำคุณไถ่โทษ แต่กลับตอบแทนโดยการแต่งงานกับคนใหญ่โตโอนที่ดินฟรีทั้งที่จ่ายเงินไม่ครบโดยวางแผนให้คนในครอบครัวญานสังวรชัย แตกแยกโดยใส่ร้ายว่า พี่สาวนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย มีเงินฮุบสมบัติแล้วให้น้องชายนายเยี่ยมสยาม ญานสังวรชัย ฟ้องเป็นผู้จัดการมรดกแทนดิฉีน โดยบีบคั้นทุกด้าน จากหลายภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย สร้างสถานการณ์ นำตัวหลานชายสองคนสลับเป็นตัวประกัน โดยหลอกใช้ว่าช่วยเหลือ แล้วนำเงินเยียวยา ของนางบุญสม ญานสังวรชัย และนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย มากระจายให้มวลชน ทั้งบ่อไร่และจันทบุรีและจังหวัดอื่น มีทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย.ตรวจสอบผิดพลาด ผิดคน เรื่องยาเสพติดที่จันทบุรี และผู้ที่ตรวจสอบผิดพลาดจากหลายภาคส่วนที่มาตรวจสอบที่ดินที่บ่อไร่ จ.ตราดที่มาหลายทีมงานและหลายครั้ง ที่ตรวจสอบผิดพลาดเรื่องที่ดิน เพราะชาวบ้านอยู่ในคำสั่งศาลฏีกาจนถึงบังคับคดีคือผู้บุกรุก เกิดการเช่าช่วงและโฉนดครอบครอง แต่รีบแบ่งแยก รีบโอนเพื่อไม่ให้เหลือชื่อเจ้าของที่ดินเดิมได้ตรวจสอบยาก และขายเป็นทอดๆ มาจับคู่แต่งงานให้มีความผิดร่วม. และตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า มีไลน์การพนันต่างๆ ของผู้หญิงหน้าตาดีตั้งเป็นข้อสังเกตุว่าอาจมีส่วนพัวพันกับผลประโยชน์มีที่ดินบ่อไร่ จ.ตราด แทรกซึมเข้ามารองรับ เอาผลประโยชน์กัน โดยใช้วิธีใข้ชื่อ นามสกุล ซึ่งตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า คล้ายคลึงกันกับฉัน.นส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย (เอก) จันทบุรี หรือใช้วิธีสวมบัตรประชาชน และ/หรือบัตรข้าราชการ เพื่อรับผลประโยชน์หนือเอาความดีความชอบแทน ซึ่งแต่ละกลุ่มที่ตั้งเป็นข้อสังเกตุว่ามาเล่นจับคู่นั้น แบ่งเป็นผู้ไม่รู้เรื่องที่มาที่ไป กับผู้ที่ตั้งใจเอาผลประโยชน์และปกปิดความผิด ทั้งแบ่งเป็นเจตนาและทำตามกันมา โดยไม่มีการทำความเข้าใจให้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องแต่ได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดตั้งแต่ต้น หรือกลั่นแกล้งกันเอง แล้วทำร้ายกันไปมา เบี่ยงเบนประเด็น เป็นจับคู่แต่งงานปกปิดความผิดบางอย่างและใส่ร้าย นายปรีชา และนางบุญสม และนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย และครอบครัว ว่าค้ายาเสพติด ทั้งที่ค้ายาสระผม เป็นโอทอปจันทบุรี รวมถึงอาจเข้าใจผิดด้วยเหตุที่ใบเสร็จเสียภาษีที่ดินปี 2515 ที่ ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด มีผลประโยชน์มากเป็นพันไร่ ที่ตกสำรวจ มีหมู่10 หมู่4 หมู่3 หมู่2 ที่เขียนชื่อนายปรีชา ญานสังวรชัย ไว้ด้านบนและพิมพ์ชื่อนางบุญสม ญานสังวรชัย ผิดเป็นนางสมบุญ ไว้ด้านล่างไม่ใส่นามสกุล แต่ใบเสร็จมีการเสียภาษีมาตลอดรวมถึงใบเสียภาษีอื่นๆ แสดงความเป็นเเจ้าของที่ดินเดิม รวมถึงนส.3 เดิมของนายปรีชา ญานสังวรชัย และนางบุญสม ญานสังวรชัย ตลอดมาถึงปี 2562 ที่เทศบาลบ่อพลอย. แต่มีความพยายามส่งคนมาขโมยเอกสารในบ้านเมเต้ 73 ถ.พระยาตรัง ต.วัดใหม่ อ.เมืองจ.จันทบุรี รวมถึงทรัพย์สินเงินทอง รวมถึงแอบแสกนลายเซ็นทำธุรกรรมปลอม ต่างๆจนที่ดินหายไม่รู้ตัว จนกระทั่งพบว่าบัตรประชาชนของนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัยหาย เมื่อไปทำใหม่ในระบบกลับบอกว่าสมรส. ปี59 แต่ไปเช็คอำเภอเมืองจันทบุรี กลับบอกว่า โสดแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า อาจไปทำธุรกรรมเอาผลประโยชน์บางอย่าง ในเรื่องที่ดิน บ้านเมเต้ ก็หายไปแต่เมื่อทักท้วงจะแจ้งความ. ปรากฏว่า กองช่างเทศบาลเมืองจันทบุรี แจ้งว่าเลขระวางที่ดิน เปลี่ยน บ้านกลับมามีเหมือนเดิม ซึ่งงงมาก หายและกลับมาได้ในทันทีเมื่อบอกจะแจ้งความ และเมื่อางเกตุดูด้านหน้าเป็นชื่อใครไม่รู้แต่ด้านหลังเป็นชื่อคุณบุญสม ญานสังวรชัย เหมือนเดิม แต่ผิดสังเกตุตรงที่ มีการทำธุรกรรมไปมาหลังโฉนดที่ดินได้อย่างไร แต่ไม่ติดใจเอาผิดตรงที่ได้กลับมาเป็นชื่อคุณแม่บุญสม ญานสังวรชัย และที่ดินบ่อไร่จ.ตราด ก็ค่อยๆหายไป ทั้งที่แม่บุญสม ญานสังวรชัย ยังมีชีวิตอยู่ และคุณพ่อปรีชา ญานสังวรชัย คุณแม่บุญสม ญานสังวรชัย และฉันนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัยและคนในครอบครัวญานสังวรชัยได้ช่วยเหลือทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน พลเรือน โดยในที่บ่อไร่ได้ยก วัดบ่อพลอย รร.บ่อไร่ ถนนหนทางเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน แต่ส่วนราชการที่บุกรุกและบ้านเรือน ขายที่ดินให้ตามกลไกการตลาด แต่อนุเคราะห์ส่วนราชการ ยกอาคารที่บุกรุกเข้ามาให้ แต่ขายที่ดินตามกลไกการตลาด สมัยปี 2521 ไร่ละ 6 ล้านบาทและแจกบ้านให้ชาวบ้านแต่ขายที่ดินให้ เพื่อให้บ้านและที่ดินเป็นชื่อเดียวกันทำธุรกรรมได้ ยกเว้นคนที่ไม่ทำตามกฏหมายแม้ให้โอกาสทำคุณไถ่โทษ และยังเขียนช่วยเหลือและทางออกการแก้ไขปัญหาการเขียนขอเงินเยียวยา ความเป็นไปได้ พื้นที่เสี่ยงภัยและข้อเสนอแนะต่างๆ การตรวจอัตลักษณ์. โดยแน้นตรวจเลือดดีเอ็นเอ ไม่ใช้เล็บและผม เพราะต่อเล็บและผมปลอมได้ ต้องนำตัวเองเป็นๆไปตรวจดีเอ็นเอ ทำแฟ้มประวัติ เทียบกันตัวจริงตัวปลอม ตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า เพราะมีการสวมบัตรประชาชน บัตรข้าราชการ ตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า อาจจะแทรกซึม ทำธุรกรรมปลอม ซึ่งตั้งเป็นข้ิอสังเกตุว่า มีมาตั้งที่บิ๊กซี จันทบุรี เป็นอำเภอเมืองแต่ไม่มีที่สแกนลายนิ้วมือเมื่อปี 2562. แต่เกี่ยวกับทำธุรกรรมต่างๆ แต่การ ขอความร่วมมือในหลายภาคส่วนโดยอาจรู้เท่าไม่ถึงการ หรืออาจเป็นแผนแต่ละภาคส่วน ซึ่งอาจแตกแยกกันด้วยผลประโยชน์หรือร่วมกันมาแต่ต้น.ซึ่งต้องขอความร่วมมือในการตรวจสอบที่มาที่ไป ของการย้ายที่อยู่ การเปลี่ยนชื่อนามสกุล เงินโอนที่มาของเงินเพื่อป้องกันการฟอกเงินแปลงเป็นทรัพย์สิน ทีมาของชื่อเจ้าของเดิมก่อนเป็นโฉนดที่แบ่งแยกออกมา และตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการตับกุมหรือการให้ความดีความชอบและ. ฉันนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย(เอก) อายุ51 ปีที่อยู่ 73 ถ.พระยาตรัง ต.วัดใหม่ อ.เมืองจ.จันทบุรี 22000 โทร. 087-0665854 บัตรประชาชน เลขที่ 3 2299 00131 20 0 ออกบัตร18 ตค. 62 ฉันถูกสวมบัตรประชาชนรู้ได้จากลงทะเบียน www.เราไม่ทิ้งกัhttp://xn--q3c.com/ ไม่ผ่านและฉัน ได้เขียนเอกสารประกอบไว้ในเฟสบุค โดยพิมพ์ในค้นหาของเฟสบุคชื่อ Matae Matae แล้วกดดูในโปรไฟร์อีกครั้ง และฉันนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย ได้เขียนช่วยเหลือ ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนพลเรือน. ที่ศูนย์ดำรงธรรม จันทบุรี เลขที่ 1258 กย.62 โทร. 087-0665854 แม้ฉันจะเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจนถูกกลั่นแกล้งให้ปิดกิจการไม่มีเงินหมุนเวียนไม่มีอาชีพไม่ได้รับการช่วยเหลือและถูกใส่ร้ายให้ขาดความน่าเชื่อถือ เสียชื่อเสียง เพื่อเอาความดีความชอบไปเป็นของตนเอง เพื่อไม่ให้มีเงินทองในการดำเนินการ ในเรื่องที่ดิน และเรื่อง อื่นๆ วัตถุประสงค์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนและหน่วยงานของรัฐ ให้ความเป็นธรรมเกี่ยวกับชื่อเสียงของคุณปรีชา คุณบุญสม คุณฤดีกรณ์ ญานสังวรชัยและครอบครัว และการเงิน เกี่ยวกับเงินเยียวยาที่แต่ละภาคส่วนตรวจสอบผิดพลาดและให้โอกาสทำคุณไถ่โทษกับนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัยแล้วนั้น อันมีเงินเยียวยา เงินซื้อขายที่ดิน หรือเงินชดเชยที่ดินจากโฉนดครอบครองที่แบ่งแยกออกมา คูณระยะเวลา ค่าเสียโอกาส ตามกลไกการตลาดปี2521 ที่ประเมินเอาไว้ประมาณไร่ละ6 ล้านบาทและ อาชีพ โอทอปเครื่องาำอางค์เมเต้ที่กำลังส่งออกถูกปิดกิจการ ด้วยการถูกกลั่นแกล้ง และนำเงินกลับคืนสู่ นส.ฤดีกรณ์ญานสังวรชัย(เอก) จันทบุรี ตามจริง ซึ่งจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้กับผู้ช่วยเหลือตามกฏหมายตามจริง. แต่ปัจจุบันยังไม่ใครมารายงานความคืบหน้า หรือช่สยเหลือนำเงินต่างๆมาให้ จนถึงปัจจุบัน พค. 63 และตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า. เมื่อมค. 62 นางบุญสม ญานสังวรชัย ป่วยกระทันหัน หลังมอบเงินไปทำทางเข้าออกให้ชาวบ้านบ่อไร่จ.ตราดตามเจตนารมย์ของนายปรีชา ญานสังวรชัย. ได้ปรึกษาจนท.ที่ดินเขาสมิง จ.ตราด ถึงการช่วยเหลือชาวบ้านบ่อไร่จ.ตราด หรือผู้บุกรุกที่ดินเดิมตามคำสั่งศาลฏีกาจนถึงบังคับคดีปี 50. แม่บุญสม ญานสังวรชัย มีอาการผิดปกติหลังฉันนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย กลับจากทำถนนให้ชาวบ้านบ่อไร่ จ.ตราด มีการ. นำเลือดแม่บุญสมญานสังวรชัย(ที่มีสายเลือดราขนิกูล) ไปตรวจที่รพ.กรุงเทพจันทบุรี และของฉัน นส.ฤดีกรณ์ญานสังวรชัย บริจาคไว้ที่รพ. ปกเกล้าจันทบุรั มีแจ่งรถไปมาเพราะมีคนไปปั๊มหัวแม่มือคุณแม่บุญสม ญานสังวรชัย ในกระดาษเปล่า ตั้งเป็นข้อสังเกตุว่า อาจเขียนบางอย่างลงไปเอง ทำให้หลายภาคส่วนเข้าใจผิด ซึ่งไม่แน่ใจว่าแผนหรือเรื่องบังเอิญ หรือเข้าใจผิด? แต่ผลลัพธิ์ที่ผ่านมาคือฉันนางสาวฤดีกรณ์ญานสังวรชัย ไม่เหลืออะไรเลยทั้งทรพย์สินและชื่อเสียงแม้แต่ญาติมิตรและถูกแจ้งความเท็จใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรมแม้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือไม่ทำร้ายใครกลับแต่กลับถูกซ้ำเติมจนฉันต้องกรีดข้อมือตัวเองฉันนส.ฤดีกรณ์ ญานสังวรชัย (เอก) เล่าเรื่องและเขียนขอความเมตตาต่อทุกๆท่าน ณ เดือน พค.63 นี้ (กดดูเพิ่มเติมย้อนอดีตความดีที่โลกลืม)