GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอว

GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอว เป็นองค์กรในการนำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการ NASA ERTS-1 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของโลก เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2514 ภายใต้การดำเนินงานของโครงการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยดาวเทียม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดย ทำหน้าที่ ประสานงาน จัดหาข้อมูลดาวเทียม ดำเนินการวิเคราะห์ข้มูล ถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนจัดหาทุนฝึกอบรม ดูงาน และการประชุม ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ ด้วยผลสำเร็จของโครงการ จึงได้มีการเปลี่ยนสถานภาพโครงการฯ เป็นหน่วยงานระดับกองชื่อ กองสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยดาวเทียม ใน พ.ศ.2522 และใน พ.ศ.2525 ได้ดำเนินการจัดตั้งสถานีรับสัญญาณดาวเทียมขึ้นที่ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร นับเป็นสถานีรับแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อปี 2541 รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูประบบราชการเพื่อให้การทำงานคล่องตัวขึ้น จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ.2542 และด้วยความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีด้านการสำรวจข้อมูลระยะไกลและระบบ สารสนเทศภูมิศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ใน พ.ศ.2543 กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่โดยรวมกองสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยดาวเทียม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และ ฝ่ายประสานงานและส่งเสริมการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2543 ในนามของ " สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) " ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2543

เปิดเหมือนปกติ

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) วันที่ 22 มกราคม 2565 พบจุดความร้อนทั้งประเ...
23/01/2022

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) วันที่ 22 มกราคม 2565 พบจุดความร้อนทั้งประเทศ จำนวน 51 จุด เพิ่มขึ้นจากวานก่อน 37 จุด โดยพบมากสุดในพื้นที่เขตสปก. จำนวน 21 จุด พื้นที่เกษตร จำนวน 12 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 7 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 6 จุด และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ จำนวน 5 จุด ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด คือ #ขอนแก่น 6 จุด #อุดรธานี 4 จุด #สระแก้ว 4 จุด ตามลำดับ โดยเช้าวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยรวมยังคงอยู่ในระดับดี มีฝุ่นบ้างเล็กน้อยในบางพื้นที่ จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง คาดว่าน่าจะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร
.
สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน พบมากสุดที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 462 จุด รองลงมาอันดับ 2 เป็นราชอาณาจักรกัมพูชา จำนวน 436 จุด และอันดับที่ 3 เป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 107 จุดตามลำดับ ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
.
ทั้งนี้ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THOES-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th
#จิสด้า #gistda #จิสด้าก้าวสู่ปีที่22 #ไฟป่า #หมอกควัน #คุณภาพชีวิต #วิเคราะห์ข้อมูล #มลพิษทางอากาศ
#จุดความร้อน #คุณภาพอากาศ #ค่าฝุ่นละออง #ฝุ่นพิษวิกฤติชาติ #รู้สู้ภัยพิบัติ

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) วันที่ 22 มกราคม 2565 พบจุดความร้อนทั้งประเทศ จำนวน 51 จุด เพิ่มขึ้นจากวานก่อน 37 จุด โดยพบมากสุดในพื้นที่เขตสปก. จำนวน 21 จุด พื้นที่เกษตร จำนวน 12 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 7 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 6 จุด และพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ จำนวน 5 จุด ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด คือ #ขอนแก่น 6 จุด #อุดรธานี 4 จุด #สระแก้ว 4 จุด ตามลำดับ โดยเช้าวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยรวมยังคงอยู่ในระดับดี มีฝุ่นบ้างเล็กน้อยในบางพื้นที่ จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง คาดว่าน่าจะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร
.
สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน พบมากสุดที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 462 จุด รองลงมาอันดับ 2 เป็นราชอาณาจักรกัมพูชา จำนวน 436 จุด และอันดับที่ 3 เป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 107 จุดตามลำดับ ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
.
ทั้งนี้ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THOES-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th
#จิสด้า #gistda #จิสด้าก้าวสู่ปีที่22 #ไฟป่า #หมอกควัน #คุณภาพชีวิต #วิเคราะห์ข้อมูล #มลพิษทางอากาศ
#จุดความร้อน #คุณภาพอากาศ #ค่าฝุ่นละออง #ฝุ่นพิษวิกฤติชาติ #รู้สู้ภัยพิบัติ

22/01/2022

📣📣📣ด่วน!! สำหรับ ผู้สนใจนำเสนอนวัตกรรม บทความวิชาการ นวัตกรรมเทคโนโลยี Positioning& Location services สามารถลงทะเบียนได้ที่ http://mga-conference.com/
จนถึง 21 ม.ค.65
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วม ทั่วไปยังสามารถลงทะเบียนได้ตามปกติ

🔊🔊 “Multi-GNSS Asia Annual Conference 2022” งานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ประจำปี 2565 ในวันที่ 10-11 มีนาคม 2565 ณ โรงแรม The Royal Paradise Hotel & Spa Patong Phuket 🔊🔊 ในรูปแบบ Hybrid Conference ‼️

GISTDA และหน่วยงานพันธมิตรขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุม หรือนำเสนอบทความวิชาการด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และบทความทางวิชาการ "Paper and R&D Presentation Session"
เพื่อสร้างหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดโอกาสให้นักลงเข้ามาพบปะหารือและร่วมลงทุนในประเทศไทย

📣📣 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ MGA registration site ตาม link แนบด้านล่าง 📣📣
สำหรับผู้จะสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม และนำเสนอบทความวิชาการ (สามารถส่งบทคัดย่อได้ภายในวันที่ 21 มกราคม 2565)
http://mga-conference.com/

จุดความร้อนลดฮวบ!!! เหตุจากฝนตกหลายพื้นที่ ⛈⛈.GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIR...
22/01/2022

จุดความร้อนลดฮวบ!!! เหตุจากฝนตกหลายพื้นที่ ⛈⛈
.
GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) วันที่ 21 มกราคม 2565 พบจุดความร้อนทั้งประเทศเพียง 14 จุด ลดลงจากวานก่อน 241 จุด โดยพบมากสุดในพื้นที่เขตสปก. จำนวน 5 จุด พื้นที่เกษตร จำนวน 4 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 3 จุด และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2 จุด ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด คือ #เชียงใหม่ 2 จุด #กระบี่ 2 จุด #สุราษฎร์ธานี 2 จุด โดยเช้าวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก สอดคล้องกับข้อมูลจุดความร้อนที่ลดลง จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 14 จุด บนพื้นที่ 10 จังหวัดเท่านั้น เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย
.
สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน ราชอาณาจักรกัมพูชายังคงครองแชมป์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 จำนวน 672 จุด รองลงมาอันดับ 2 เป็นสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 342 จุด และอันดับที่ 3 เป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 76 จุดตามลำดับ ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรกัมพูชาบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
.
ทั้งนี้ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THOES-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th
#จิสด้า #gistda #จิสด้าก้าวสู่ปีที่22 #ไฟป่า #หมอกควัน #คุณภาพชีวิต #วิเคราะห์ข้อมูล #มลพิษทางอากาศ
#จุดความร้อน #คุณภาพอากาศ #ค่าฝุ่นละออง #ฝุ่นพิษวิกฤติชาติ #รู้สู้ภัยพิบัติ

จุดความร้อนลดฮวบ!!! เหตุจากฝนตกหลายพื้นที่ ⛈⛈
.
GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) วันที่ 21 มกราคม 2565 พบจุดความร้อนทั้งประเทศเพียง 14 จุด ลดลงจากวานก่อน 241 จุด โดยพบมากสุดในพื้นที่เขตสปก. จำนวน 5 จุด พื้นที่เกษตร จำนวน 4 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 3 จุด และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2 จุด ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด คือ #เชียงใหม่ 2 จุด #กระบี่ 2 จุด #สุราษฎร์ธานี 2 จุด โดยเช้าวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก สอดคล้องกับข้อมูลจุดความร้อนที่ลดลง จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 14 จุด บนพื้นที่ 10 จังหวัดเท่านั้น เนื่องจากเกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย
.
สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน ราชอาณาจักรกัมพูชายังคงครองแชมป์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 จำนวน 672 จุด รองลงมาอันดับ 2 เป็นสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 342 จุด และอันดับที่ 3 เป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 76 จุดตามลำดับ ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรกัมพูชาบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณแนวชายแดน และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
.
ทั้งนี้ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THOES-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th
#จิสด้า #gistda #จิสด้าก้าวสู่ปีที่22 #ไฟป่า #หมอกควัน #คุณภาพชีวิต #วิเคราะห์ข้อมูล #มลพิษทางอากาศ
#จุดความร้อน #คุณภาพอากาศ #ค่าฝุ่นละออง #ฝุ่นพิษวิกฤติชาติ #รู้สู้ภัยพิบัติ

มุมมองจากอวกาศ Image of the week around the world“กำแพงเมืองจีน” Serie 2 : 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (ยุคกลาง 3/7 และยุคใหม่...
22/01/2022

มุมมองจากอวกาศ Image of the week around the world
“กำแพงเมืองจีน”
Serie 2 : 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (ยุคกลาง 3/7 และยุคใหม่)
พิกัด 40°41′N 117°14′E / 40.68°N 117.23°E
.
“กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก กำแพงหมื่นลี้จากฝีมือมนุษย์ ตำนานความเกรียงไกรของประเทศจีน”
กำแพงเมืองจีน (Great Wall of Chaina) หรือกำแพงหมื่นลี้ ตั้งอยู่บนพรมแดนทางตอนเหนือของประเทศจีน เริ่มต้นสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน (ราวปี พ.ศ.322-337 หรือ 221-206 ปีก่อนคริสตกาล) เมื่อปี ค.ศ. 1987 หรือ พ.ศ. 2530 องค์การ UNESCO ได้บันทึก เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่สร้างสรรค์ด้วยฝีมือของชาวจีน กว่า 1 ล้านชีวิต โดยใช้วัสดุก่อสร้างที่หาได้ในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งมีตั้งแต่ดิน ดินเหนียว กรวด หิน ไม้ หินอ่อน หินแกรนิต โคลนเป็นต้น ในสมัยพระเจ้าชิวังตี่หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ชิง กำแพงเมืองจีนมีอาณาเขตครอบคลุมทั้งหมด 9 มณฑล คือ มณฑลเหลียวหนิง (Liaoning), มณฑลเทียนจิน (Tianjin), มณฑลเหอเป่ย์ (Hebei), ปักกิ่ง (Beijing), เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (Inner Mongolia), มณฑลซานซี (Shanxi), มณฑลส่านซี (Shaanxi), เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย (Ningxia) และ มณฑลกานซู (Gansu) ด้วยความครอบคลุมขนาดนี้ ชาวจีนจึงมอบอีกสมญาหนึ่งให้กับมันว่า "กำแพงหมื่นลี้" นั่นเองครับ
.
ในช่วงต่อมาได้มีการทำต่อเติมกำแพงเมืองจีนในราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 - ค.ศ. 1644) มีความยาวทั้งสิ้น 6,350 กิโลเมตร สูงประมาณ 7 เมตรและกว้าง 5 เมตร สามารถขนส่งอาหาร และอาวุธยามศึกได้อย่างสะดวก ด้านในของกำแพงเมืองมีประตูที่ทำบันไดหินไว้ การขึ้นลงสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีป้อมจุดไฟสัญญาณแจ้งเหตุเป็นช่วง ๆ ป้อมสำหรับเก็บอาวุธ อาหารและที่พักของทหาร ยามศึกสงครามก็จะใช้เป็นที่กำบังได้ เวลามีศัตรูบุกเข้ามาก็จะจุดไฟสัญญาณให้มีควันขึ้นบนป้อม เมื่อป้อมใกล้เคียงเห็นควันก็จะจุดไฟแจ้งเหตุต่อๆ กันไปเพื่อส่งข่าวไปยังทั่วประเทศได้ทันที ซึ่งแต่ละป้อมจะห่างกันประมาณ 300 - 500 หลา
.
กำแพงนี้สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันศัตรูทางบก แต่ถึงอย่างไรจีนก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของมองโกล ชนกลุ่มนี้ชาวจีนเรียกว่า ฮวนหรือพวกป่าเถื่อน การตกอยู่ภายใต้อำนาจพวกมองโกลเพราะจีนมีความขัดแย้งกันเอง ทำให้ศัตรูรุกรานได้ ส่วนทางน้ำจีนก็ถูกศัตรูรุกรานในสมัยจักรวรรดินิยม เหมือนกับชาติอื่นๆที่ถูกชาติตะวันตกรุกรานไปทั่วโลกในสมัยใหม่ในประวัติศาสตร์สากล ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน การป้องกันข้าศึกศัตรูสิ่งใดๆก็ขวางกั้นไม่ได้ นอกจากความรักใคร่สามัคคีของคนในชาตินั่นเอง
.
ในบรรดากำแพงต่างๆที่มีอยู่ทั่วโลก กำแพงเมืองจีนเป็นกำแพงที่ยาวและใหญ่ที่สุด ที่สร้างด้วยแรงงานคนนับล้าน ใช้เวลานานนับ 10 ปี และแรงงานเหล่านี้ล้มตายจากการก่อสร้างนับหมื่นคน ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือสถาปัตยกรรมที่เป็นฝีมือของมนุษย์ที่ใหญ่โตมโหฬารยิ่ง และยังเชื่อกันว่าเป็นสิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่ในโลกที่สามารถมองเห็นได้จากดวงจันทร์ (ชาวสหรัฐอเมริกาคงเห็นตอนไปเหยียบดวงจันทร์หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ เพราะมนุษย์คนอื่นยังไม่เคยไปดวงจันทร์) หลายท่านเคยได้ยินคำนี้ไหมครับ "เล็กๆจีนไม่ ใหญ่ๆ จีนทำ" เพราะนอกจากกำแพงเมืองจีนแล้ว สถาปัตยกรรมอื่นๆของจีนล้วนใหญ่โตมโหฬารทั้งสิ้น เช่น พระราชวังกู้กง จัตตุรัสเทียนอันเหมิน หอฟ้าเทียนถาน และอื่นๆอีกมากมาย
.
กำแพงเมืองจีนเมื่อก่อสร้างมานานย่อมผุพังไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะในชนบทห่างไกล ขาดการดูแลรักษาจากชาวบ้าน ในปัจจุบันรัฐบาลจีนได้บูรณะซ่อมแซมทำให้กำแพงเมืองจีนยังคงความสวยงาม สง่า น่าทึ่ง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญให้ทุกคนที่เดินทางไปปักกิ่งได้แวะไปเยี่ยมเยือนเสมอ เมื่อยืนอยู่บนกำแพงทอดสายตาดูกำแพงเมืองจีนแล้ว เหมือนมังกรเลื้อยไปตามภูเขาที่คดเคี้ยวดูแล้วอดชื่นชมมนุษย์ในสมัยนั้นไม่ได้จริงๆ อีกทั้งในปัจจุบันกำแพงเมืองจีน กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายสิบล้านคนต่อปีเลยทีเดียวครับและยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่อยู่ทั้งในยุคกลางและยุคใหม่อีกด้วย
.
ขอบคุณข้อมูลจาก 🙏
https://sites.google.com/site/7wondersoftheworldomg/3-smay-yukh-paccuban/3-3-kaphaeng-meuxng-cin-tid-pho-khrang-thi-2-cak-yukh-klang
http://www.badalinggreatwall.com/index.html
https://mgronline.com/china/detail/9590000098731
https://www.winnews.tv/news/10649

มุมมองจากอวกาศ Image of the week around the world
“กำแพงเมืองจีน”
Serie 2 : 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (ยุคกลาง 3/7 และยุคใหม่)
พิกัด 40°41′N 117°14′E / 40.68°N 117.23°E
.
“กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก กำแพงหมื่นลี้จากฝีมือมนุษย์ ตำนานความเกรียงไกรของประเทศจีน”
กำแพงเมืองจีน (Great Wall of Chaina) หรือกำแพงหมื่นลี้ ตั้งอยู่บนพรมแดนทางตอนเหนือของประเทศจีน เริ่มต้นสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน (ราวปี พ.ศ.322-337 หรือ 221-206 ปีก่อนคริสตกาล) เมื่อปี ค.ศ. 1987 หรือ พ.ศ. 2530 องค์การ UNESCO ได้บันทึก เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่สร้างสรรค์ด้วยฝีมือของชาวจีน กว่า 1 ล้านชีวิต โดยใช้วัสดุก่อสร้างที่หาได้ในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งมีตั้งแต่ดิน ดินเหนียว กรวด หิน ไม้ หินอ่อน หินแกรนิต โคลนเป็นต้น ในสมัยพระเจ้าชิวังตี่หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ชิง กำแพงเมืองจีนมีอาณาเขตครอบคลุมทั้งหมด 9 มณฑล คือ มณฑลเหลียวหนิง (Liaoning), มณฑลเทียนจิน (Tianjin), มณฑลเหอเป่ย์ (Hebei), ปักกิ่ง (Beijing), เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (Inner Mongolia), มณฑลซานซี (Shanxi), มณฑลส่านซี (Shaanxi), เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย (Ningxia) และ มณฑลกานซู (Gansu) ด้วยความครอบคลุมขนาดนี้ ชาวจีนจึงมอบอีกสมญาหนึ่งให้กับมันว่า "กำแพงหมื่นลี้" นั่นเองครับ
.
ในช่วงต่อมาได้มีการทำต่อเติมกำแพงเมืองจีนในราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 - ค.ศ. 1644) มีความยาวทั้งสิ้น 6,350 กิโลเมตร สูงประมาณ 7 เมตรและกว้าง 5 เมตร สามารถขนส่งอาหาร และอาวุธยามศึกได้อย่างสะดวก ด้านในของกำแพงเมืองมีประตูที่ทำบันไดหินไว้ การขึ้นลงสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีป้อมจุดไฟสัญญาณแจ้งเหตุเป็นช่วง ๆ ป้อมสำหรับเก็บอาวุธ อาหารและที่พักของทหาร ยามศึกสงครามก็จะใช้เป็นที่กำบังได้ เวลามีศัตรูบุกเข้ามาก็จะจุดไฟสัญญาณให้มีควันขึ้นบนป้อม เมื่อป้อมใกล้เคียงเห็นควันก็จะจุดไฟแจ้งเหตุต่อๆ กันไปเพื่อส่งข่าวไปยังทั่วประเทศได้ทันที ซึ่งแต่ละป้อมจะห่างกันประมาณ 300 - 500 หลา
.
กำแพงนี้สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันศัตรูทางบก แต่ถึงอย่างไรจีนก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของมองโกล ชนกลุ่มนี้ชาวจีนเรียกว่า ฮวนหรือพวกป่าเถื่อน การตกอยู่ภายใต้อำนาจพวกมองโกลเพราะจีนมีความขัดแย้งกันเอง ทำให้ศัตรูรุกรานได้ ส่วนทางน้ำจีนก็ถูกศัตรูรุกรานในสมัยจักรวรรดินิยม เหมือนกับชาติอื่นๆที่ถูกชาติตะวันตกรุกรานไปทั่วโลกในสมัยใหม่ในประวัติศาสตร์สากล ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน การป้องกันข้าศึกศัตรูสิ่งใดๆก็ขวางกั้นไม่ได้ นอกจากความรักใคร่สามัคคีของคนในชาตินั่นเอง
.
ในบรรดากำแพงต่างๆที่มีอยู่ทั่วโลก กำแพงเมืองจีนเป็นกำแพงที่ยาวและใหญ่ที่สุด ที่สร้างด้วยแรงงานคนนับล้าน ใช้เวลานานนับ 10 ปี และแรงงานเหล่านี้ล้มตายจากการก่อสร้างนับหมื่นคน ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือสถาปัตยกรรมที่เป็นฝีมือของมนุษย์ที่ใหญ่โตมโหฬารยิ่ง และยังเชื่อกันว่าเป็นสิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียวที่มีอยู่ในโลกที่สามารถมองเห็นได้จากดวงจันทร์ (ชาวสหรัฐอเมริกาคงเห็นตอนไปเหยียบดวงจันทร์หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ เพราะมนุษย์คนอื่นยังไม่เคยไปดวงจันทร์) หลายท่านเคยได้ยินคำนี้ไหมครับ "เล็กๆจีนไม่ ใหญ่ๆ จีนทำ" เพราะนอกจากกำแพงเมืองจีนแล้ว สถาปัตยกรรมอื่นๆของจีนล้วนใหญ่โตมโหฬารทั้งสิ้น เช่น พระราชวังกู้กง จัตตุรัสเทียนอันเหมิน หอฟ้าเทียนถาน และอื่นๆอีกมากมาย
.
กำแพงเมืองจีนเมื่อก่อสร้างมานานย่อมผุพังไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะในชนบทห่างไกล ขาดการดูแลรักษาจากชาวบ้าน ในปัจจุบันรัฐบาลจีนได้บูรณะซ่อมแซมทำให้กำแพงเมืองจีนยังคงความสวยงาม สง่า น่าทึ่ง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญให้ทุกคนที่เดินทางไปปักกิ่งได้แวะไปเยี่ยมเยือนเสมอ เมื่อยืนอยู่บนกำแพงทอดสายตาดูกำแพงเมืองจีนแล้ว เหมือนมังกรเลื้อยไปตามภูเขาที่คดเคี้ยวดูแล้วอดชื่นชมมนุษย์ในสมัยนั้นไม่ได้จริงๆ อีกทั้งในปัจจุบันกำแพงเมืองจีน กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายสิบล้านคนต่อปีเลยทีเดียวครับและยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่อยู่ทั้งในยุคกลางและยุคใหม่อีกด้วย
.
ขอบคุณข้อมูลจาก 🙏
https://sites.google.com/site/7wondersoftheworldomg/3-smay-yukh-paccuban/3-3-kaphaeng-meuxng-cin-tid-pho-khrang-thi-2-cak-yukh-klang
http://www.badalinggreatwall.com/index.html
https://mgronline.com/china/detail/9590000098731
https://www.winnews.tv/news/10649

🔊🔊 “Multi-GNSS Asia Annual Conference 2022” งานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ประจำปี 2565 ในวันที่ 10-11 มีนาคม 2565 ณ โรงแ...
21/01/2022

🔊🔊 “Multi-GNSS Asia Annual Conference 2022” งานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ประจำปี 2565 ในวันที่ 10-11 มีนาคม 2565 ณ โรงแรม The Royal Paradise Hotel & Spa Patong Phuket 🔊🔊 ในรูปแบบ Hybrid Conference ‼️

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุม หรือนำเสนอบทความวิชาการด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และบทความทางวิชาการ "Paper and R&D Presentation Session"
เพื่อสร้างหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดโอกาสให้นักลงเข้ามาพบปะหารือและร่วมลงทุนในประเทศไทย
📣📣 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ MGA registration site ตาม link แนบด้านล่าง 📣📣
💢 สำหรับผู้จะสนใจนำเสนอบทความวิชาการ สามารถส่งบทคัดย่อได้ภายในวันที่ 21 มกราคม 2565 💢

http://mga-conference.com/

🔊🔊 “Multi-GNSS Asia Annual Conference 2022” งานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ประจำปี 2565 ในวันที่ 10-11 มีนาคม 2565 ณ โรงแรม The Royal Paradise Hotel & Spa Patong Phuket 🔊🔊 ในรูปแบบ Hybrid Conference ‼️

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุม หรือนำเสนอบทความวิชาการด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และบทความทางวิชาการ "Paper and R&D Presentation Session"
เพื่อสร้างหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดโอกาสให้นักลงเข้ามาพบปะหารือและร่วมลงทุนในประเทศไทย
📣📣 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ MGA registration site ตาม link แนบด้านล่าง 📣📣
💢 สำหรับผู้จะสนใจนำเสนอบทความวิชาการ สามารถส่งบทคัดย่อได้ภายในวันที่ 21 มกราคม 2565 💢

http://mga-conference.com/

ที่อยู่

Government Complex Building B
Bangkok
10210

ข้อมูลรถโดยสาร รถประจำทาง สาย 52 ปากเกร็ด - บางซื่อ (จากตลาดปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวขวาถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน ถนนประดิพัทธ์ ถนนเตชะวนิช ถนนโรงปูนซีเมนต์ สุดเส้นทางที่สถานีรถไฟบางซื่อ) สาย 150 ปากเกร็ด - ม.ราม (จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ถนนลาดพร้าว ถนนสุขาภิบาล1 ถนนรามอินทรา อนุสาวรีย์หลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ สุดเส้นทางที่ท่าน้ำปากเกร็ด) สาย 356 ปากเกร็ด - รังสิต (รถวิ่งเป็นวงกลม เริ่มต้นจากปากเกร็ด ผ่านแยกหลักสี่ เลี้ยวซ้าย ไปยังสนามบินดอนเมือง สะพานใหม่ วิ่งถนนพหลโยธิน ตลาดยิ่งเจริญ ผ่านวงเวียนหลักสี่ เข้าถนนแจ้งวัฒนะ กลับไปวนที่ปากเกร็ด) รถตู้ รถตู้ ต.88 อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - ปากเกร็ด - ท่าน้ำนนทบุรี โดยจุดเริ่มต้นจากบริเวณอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปตามถนนพหลโยธิน ขึ้นทางด่วนพหลโยธิน ลงทางด่วนที่ด่านงามวงศ์วาน เข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน ถนนติวานนท์ ถนนประชาราษฎ์สุดเส้นทางที่ท่าน้ำนนทบุรี รถตู้ ต.77 รามคำแหง - ปากเกร็ด โดยจุดเริ่มต้นจากบริเวณถนนรามคำแหงแยกลำสาลี ข้ามสะพานคลองแสนแสบ ไปตามถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก ถนนพหลโยธิน ถนนงามวงศ์วาน ถนนประชาชื่น ถนนแจ้งวัฒนะ สุดเส้นทางที่ท่าน้ำปากเกร็ด รถตู้ ต.79 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - ท่าน้ำนนทบุรี โดยจุดเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปตามถนนงามวงศ์วาน ถนนติวานนท์ ถนนประชาราษฎ์ สุดเส้นทางที่ท่าน้ำนนทบุรี รถตู้ ต.80 รามคำแหง - ท่าน้ำนนทบุรี โดยเริ่มต้นจากบริเวณถนนรามคำแหงไปตามถนนศรีนครินทร์ ถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก ถนนวงศ์สว่าง ถนนพิบูลสงคราม ถนนประชาราษฎ์ สุดเส้นทางที่ท่าน้ำนนทบุรี รถตู้ ต.122 สวนจตุจักร - ท่าน้ำนนทบุรี โดยเริ่มต้นจากบริเวณถนนกำแพงเพชร 2 ไปตามถนนกำแพงเพชร ถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนประชานิเวศ 1 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ ถนนประชาชื่น แยกพงษ์เพชร ถนนงามวงศ์วาน แยกแคราย ถนนติวานนท์ ถนนประชาราษฎ์ สุดเส้นทางที่ท่าน้ำนนทบุรี รถตู้ ต.102 สนามหลวง - ปากเกร็ด โดยจุดเริ่มต้นจากบริเวณถนนราชดำเนินกลาง ถนนพิษณุโลก ขึ้นทางด่วนยมราช ลงทางด่วนที่ด่านแจ้งวัฒนะ เข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ สุดเส้นทางที่ท่าน้ำปากเกร็ด

ข้อมูลทั่วไป

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) มีตัวย่อว่า "สทอภ." และมีชื่อภาษาอังกฤษ "Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization) - GISTDA" เป็นหน่วยงานของรัฐในรูปแบบองค์การมหาชน ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารและดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบริการข้อมูลภูมิสารสนเทศ บริการวิชาการต่าง ๆ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621438877

เว็บไซต์

https://www.gistda.or.th

ผลิตภัณฑ์

Geo-Informatics

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอว:

วิดีโอทั้งหมด

THEOS-2

THEOS-2 : เพื่อการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ของประเทศที่หลากหลายมิติและมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Theos-2-by-gistda-1755530084761707/

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

1st Thailand Drone Symposium “UAS FOR TOMORROW” ครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับจัดงานสัมมนาระดับประเทศที่มุ่งเน้นด้านอากาศยานไร้คนขับโดยเฉพาะ โดยงานนี้ ถือเป็นเวทีให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมเสวนาและหารือ เพื่อเดินหน้าไปสู่อนาคตของการใช้อากาศยานไร้คนขับในประเทศไทยร่วมกัน . สุดท้ายนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand ร่วมกับ GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณผู้ร่วมงาน 1st Thailand Drone Symposium: UAS for Tomorrow งานสัมนาออนไลน์ ซึ่งนับเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสในการการเข้าถึงเทคโนโลยีและการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย เพื่อยกระดับการขึ้นเป็นผู้นำได้ในระดับภูมิภาค . แล้วพบกันใหม่ค่ะ : )
งานนี้ไม่ควรพลาด ! สัมมนาวิชาการ “การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ภาคตะวันออก” ภายในงาน จะมีการเปิดตัว “รายงานการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน ภาคตะวันออก ปี พ.ศ. 2564” ที่จัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง GISTDA, TDRI และ มูลนิธิเสนาะ อูนากูล โดยถือเป็นโอกาสอันดีของทุกท่าน ที่จะได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันพัฒนาภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นในการสร้างความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสังคม และประชาชน เป็นสำคัญ เพื่อสร้างการรับรู้การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกที่ได้ทำมาแล้ว และที่กำลังจะทำให้เกิดขึ้นในอนาคต และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อไป ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมงานสัมมนาในหัวข้อดังกล่าว ในวันอังคารที่ 11 มกราคม 2565 เวลา 10.00-12.00 น. ในรูปแบบ Online ดัง Link แนบท้าย หรือสแกนคิวอาร์โค้ดในภาพเพิ่อเข้าร่วม และผ่าน Facebook Live Page: GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) Meeting link - https://gistda.webex.com/gistda/j.php?MTID=m67b14299bc09ddc4cc40ff88d1b59797
มาอีกแล้ววววว กับกิจกรรมถ่ายรูปบนอวกาศ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ 2565 รวมสนุกได้เลยที่ https://gistdavirtual.com/G2022
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และเครือข่าย . ภูมิใจเสนอผลงานการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไต้คนขับ ภายใต้เครือข่ายอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ ทั้งในบริบทการกำกับดูแลควบคู่ไปกับการส่งเสริมพัฒนา ตลอดจนการสร้างมาตรฐานของผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ ให้มีความรู้ ความชำนาญ รวมไปถึงการนำระบบจัดการจราจรทางอากาศของโดรนมาใช้งานเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ . ติดตามก้าวต่อไปของการพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ เร็วๆ นี้
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และเครือข่าย . ภูมิใจเสนอผลงานการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไต้คนขับ ภายใต้เครือข่ายอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ ทั้งในบริบทการกำกับดูแลควบคู่ไปกับการส่งเสริมพัฒนา ตลอดจนการสร้างมาตรฐานของผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับ ให้มีความรู้ ความชำนาญ รวมไปถึงการนำระบบจัดการจราจรทางอากาศของโดรนมาใช้งานเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ . ติดตามก้าวต่อไปของการพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ เร็วๆ นี้
#24ชั่วโมงสุดท้าย ของการเปิดร้บไอเดียในการวิเคราะห์และบริหารวิกฤตการเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ Big Data . GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ชวนร่วมออกแบบแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมและใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาวเทียม, โดรน, ข้อมูลจากเซนเซอร์ตรวจวัดต่าง ๆ หรือข้อมูลจากภาคประชาชน . ไอเดียที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วม FAIPA HACKATHON [OPEN HOUSE] พร้อมได้รับการสนับนสนุนจาก GISTDA ในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขและบริหารจัดการเหตุการณ์ไฟป่าให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนนำไปใช้เพื่อวางแผนรับมือภัยพิบัติจากไฟป่า . ปิดรับสมัครวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านการคัดเลือก ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2564 ฟอร์มทีมแล้วส่งไอเดียเข้ามาเล้ย! https://bit.ly/3l7K0fC . สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม FB Page : HER Interview โทร. 094-989-6698 (อาทิตยา) อีเมล [email protected] #FAIPAHACKATHON #GISTDA
โค้งสุดท้ายของการเปิดร้บไอเดียในการวิเคราะห์และบริหารวิกฤตการเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ Big Data ผ่านโครงการ FAIPA HACKATHON และกิจกรรม FAIPA HACKATHON [OPEN HOUSE] . GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเวทีรับฟังแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมและใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาวเทียม, โดรน, ข้อมูลจากเซนเซอร์ตรวจวัดต่าง ๆ หรือข้อมูลจากภาคประชาชน ทั้งนี้ ไอเดียที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมโครงการ FAIPA HACKATHON พร้อมได้รับการสนับนสนุนจาก GISTDA ในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขและบริหารจัดการเหตุการณ์ไฟป่าให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนนำไปใช้เพื่อวางแผนรับมือภัยพิบัติจากไฟป่าได้ดียิ่งขึ้น . เปิดรับไอเดียแล้ววันนี้ - 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านการคัดเลือก ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2564 ฟอร์มทีมแล้วส่งไอเดียเข้ามาเล้ย! https://bit.ly/3l7K0fC . สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม FB Page : HER Interview โทร. 094-989-6698 (อาทิตยา) อีเมล [email protected] #FAIPAHACKATHON #GISTDA
GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไปส่งไอเดียในการการวิเคราะห์และบริหารวิกฤตการเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ Big Data ผ่านโครงการ FAIPA HACKATHON ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 60,000 บาท!! . ทั้งนี้ ไอเดียที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมโครงการ FAIPA HACKATHON [OPEN HOUSE] ในวันที่ 8 มกราคม 2656 พร้อมทั้งจะได้รับการสนับสนุนจาก GISTDA ในการนำไอเดียมาประยุกต์ใช้งานจริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขและบริหารจัดการเหตุการณ์ไฟป่าตลอดจนนำไปใช้เพื่อวางแผนรับมือภัยพิบัติจากไฟป่าได้ดียิ่งขึ้น . เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ - 22 ธันวาคม 2564 ส่งไอเดียการประกวด ที่ที่ https://bit.ly/3l7K0fC) . สอบถามรายละเอียด: ติดตามรายละเอียดโครงการ FB Page : HER Interview โทร. 094-989-6698 (อาทิตยา) อีเมล [email protected]
GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ชวนนิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไป ร่วมส่งไอเดียในการวิเคราะห์และบริหารวิกฤตการเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและ Big Data ผ่านโครงการ FAIPA HACKATHON! . โดย HACKTAHON (แฮคการ์ธอน) ครั้งนี้ จะเป็นเวทีรับฟังแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมและใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาวเทียม, โดรน, ข้อมูลจากเซนเซอร์ตรวจวัดต่าง ๆ หรือข้อมูลจากภาคประชาชน ทั้งนี้ ไอเดียที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมโครงการ FAIPA HACKATHON พร้อมได้รับการสนับนสนุนจาก GISTDA ในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขและบริหารจัดการเหตุการณ์ไฟป่าให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนนำไปใช้เพื่อวางแผนรับมือภัยพิบัติจากไฟป่าได้ดียิ่งขึ้น . เปิดรับไอเดียแล้ววันนี้ - 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านการคัดเลือก ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2564 ฟอร์มทีมแล้วส่งไอเดียเข้ามาเล้ย! https://bit.ly/3l7K0fC . สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม FB Page : HER Interview โทร. 094-989-6698 (อาทิตยา) อีเมล [email protected] #FAIPAHACKATHON #GISTDA
ฝากติดตามด้วยนะครับ เรื่องราวจากเทคโนโลยีอวกาศ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ทาง JAXA ได้จัดการแข่งขันโครงการ The 2nd Kibo Robot Programming Challenge รอบชิงแชมป์เอเชีย โดยเป็นการรันโค้ดโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee บนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งมีนักบินอวกาศญี่ปุ่น อะกิฮิโกะ โฮชิเดะ (Akihiko Hoshide) ทำหน้าที่ดูแลการแข่งขันอยู่บน Kibo Module ของสถานีอวกาศนานาชาติ . พิธีกรประจำการแข่งขันคือ คิมิยะ ยูอิ (Kimiya Yui) นักบินอวกาศญี่ปุ่น และ ศ. ดร.ชินอิจิ นากาซึกะ (Prof. Dr. Shinichi Nakasuka) ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ มหาวิทยาลัยโตเกียว เป็นผู้เชี่ยวชาญคอยให้ความคิดเห็นถึงผลรันโค้ดโปรแกรมของแต่ละทีม . ซึ่งทีม Indentation Error แชมป์ประเทศไทยได้เข้าร่วมการแข่งขันร่วมกับเยาวชนอีก 8 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย บังคลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และไต้หวัน . โดยผลการแข่งขันปรากฤฎว่า ทีม Indentation Error จากประเทศไทย ทำคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถคว้ารางวัลที่ 1 มาครองได้สำเร็จ . 🏆 รางวัลทีมชนะเลิศ Best Achievement Onboard Award ทีมที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดจากผลการรันที่แย่ที่สุด Indentation Error (Thailand) Worst Score: 28.86 pt (A Class) . สำหรับทีม Indentation Error ตัวแทนจากประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกในทีม 3 คน จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ประกอบด้วย 👨🏻‍💻 นายธฤต วิทย์วรสกุล ชั้น ม.5 (หัวหน้าทีม) 🧑🏻‍💻 นายกรปภพ สิทธิฤทธิ์ ชั้น ม.4 👨🏻‍💻 ด.ช.เสฎฐพันธ์ เหล่าอารีย์ ชั้น ม.3 . 🎥 สามารถชมคลิปไฮไลต์ประกาศรางวัลได้ที่ลิงก์ https://www.facebook.com/NSTDASpaceEducation/videos/662316514749632 . 2nd Kibo Robot Programming Challenge (Kibo-RPC), Final Round YouTube : https://youtu.be/eDXf1ISUBmA . www.nstda.or.th/jaxa-thailand/2nd-kibo-rpc . จัดโดย 🚀 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) / NSTDA - สวทช. 🚀 องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) หน่วยงานร่วมจัด 🚀 GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) 🚀 สถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ INSTED สนับสนุนโดย 🚀 Thaicom PLC. . \🇹🇭🏆✨ ขอแสดงความยินดีกับน้องๆทีม Indentation Error / 🚀🤖👨🏻‍💻🧑🏻‍💻👨🏻‍💻🇹🇭🇯🇵🇦🇺🇧🇩🇮🇩🇲🇾🇸🇬🇻🇳🇹🇼 🛰️📡🌏 #NSTDASpaceEducation #NSTDA #สวทช #KiboRPC #KiboRPCTH #Astrobee #IntBall #KiboA
Spacefaring countries of ESCAP's Regional Space Applications Programme for Sustainable Development (RESAP) provided over 85GB satellite-derived data to GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) for monitoring Thailand's flood situation. ESCAP also facilitated GISTDA to work with United Nations Satellite Centre - Unosat to activate International Charter: Space and Major Disasters. This is one of our work in #AsiaPacific. More: https://bit.ly/3D1WKMe #DRRDay with UNDRR, Asian Disaster Preparedness Center - ADPC, and กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand. #OnlyTogether