หน่วยบริการสุขภาพบุคลากร

หน่วยบริการสุขภาพบุคลากร เป็นหน่วยงานต้นแบบในการดูแลและให้บริการด้านสุขภาพแก่บุคลากรอย่างครบวงจร
(1)

เปิดเหมือนปกติ

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital
23/12/2020

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital

เรียน ผู้รับบริการ
เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และลดการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 จึงขอความร่วมมือผู้รับบริการ งดเยี่ยมทุกกรณี ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563

#COVID19
#งดเยี่ยมทุกกรณี
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.rama.mahidol.ac.th/th/news/patient/21dec2020-1616

วันนี้ทางฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ มีบริการช่วยลงทะเบียน icheckup ให้แก่บุคลากรคณะฯ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.30 น. ที่ห้องคอมพิว...
08/12/2020

วันนี้ทางฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ มีบริการช่วยลงทะเบียน icheckup ให้แก่บุคลากรคณะฯ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.30 น.
ที่ห้องคอมพิวเตอร์ 317 ชั้น3 อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี นะคะ

🎉ขอเชิญบุคลากรคณะฯ ตรวจสุขภาพประจำปี 2564🎉 ผ่านระบบ HC i service ผ่านหัวข้อ iCheckup http://iprofile.rama.mahidol.ac.th:...
02/12/2020

🎉ขอเชิญบุคลากรคณะฯ ตรวจสุขภาพประจำปี 2564🎉 ผ่านระบบ HC i service ผ่านหัวข้อ iCheckup
http://iprofile.rama.mahidol.ac.th:8080/hrWeb/ (เชื่อมต่อด้วย wifi คณะฯ)
🗓 ระบบจะเปิดให้หน่วยงานของท่านสามารถเข้าไปลงทะเบียนนัดหมายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 ถึง 15 มิถุนายน 2564 และพบแพทย์ได้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน 2564

📝 สามารถตรวจสอบรายชื่อและขั้นตอนการรับเข้าบริการได้ที่ Intranet ฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ และท่านสามารถเข้ารับบริการช่วยลงทะเบียน iCheckup ได้ในวันที่ 8 และ 16 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.30 น. ณ ห้องคอมพิวเตอร์ 317 และ 318 อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี

23/03/2020

จากสถานการณ์ COVID-19 หน่วยบริการสุขภาพบุคลากรขอปรับบริการ ดังนี้

1. เลื่อนการตรวจสุขภาพประจำปี (Check-up) ไปก่อน ตั้งแต่วันที่ 23/3/63
2. ปรับลดบริการห้องตรวจทั่วไปโดย
2.1 คนไข้โรคเรื้อรังในระบบนัดที่อาการคงที่ แต่ยังจำเป็นต้องใช้ยา แพทย์จะติดต่อเพื่อให้มารับยา หรือญาติมารับแทน หรือจัดส่งยาทางไปรษณีย์ที่บ้าน (ตั้งแต่ต้น เมย.) โดยไม่ต้องพบแพทย์
2.2 ตรวจสุขภาพบุคลากรเข้าใหม่เฉพาะที่ยังมีนัดค้างไว้ และ ที่ทางฝ่ายทรัพยากรบุคคลประสานมา
2.3 ตรวจรักษาโรคเจ็บป่วยเฉียบพลันเท่าที่จะสามารถให้บริการได้ โดยทรัพยากรจำกัดมาก หรือบุคลากรสามารถไปขอรับบริการโดยตรงที่อายุรกรรมหรือแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ (การให้บริการออกใบรับรองแพทย์ การฉีดวัคซีน เฉพาะกรณีที่จำเป็น)
2.4 บุคลากรที่ป่วยโรคทางเดินหายใจ ให้ไปรับการรักษาโดยตรงที่คลีนิคโรคทางเดินหายใจ (ARIC) ซึ่งจะมีช่องทางพิเศษ (Fast tract) โดยมีแพทย์และเจ้าหน้าที่จากหน่วยบริการสุขภาพบุคลากรไปร่วมให้บริการ แยกห้องเฉพาะ

หากมีข้อสงสัย โทร 02-201-0443-4

05/10/2018

ตามที่หน่วยบริการสุขภาพบุคลากร งานบริหารการรักษาพยาบาล ได้ดำเนินการนัดวันทำการทดสอบTuberculin Skin Test ของกลุ่มพยาบาล
ในวันจันทร์ที่ 8 ต.ค.61 จากเดิมหน้าหอประชุมอารี วัลยะเสวี อาคาร 1 ชั้น 2
#ขอเปลี่ยนสถานที่เป็น >> ศูนย์เสริมพลัง อาคารเรียนรวม (อาคารบริหาร) ชั้น1 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 12.00 น.
เนื่องจาก หน้าห้องประชุมอารี วัลยะเสวี มีงานของทางคณะ
จึงขอย้ายสถานที่ค่ะ

หากมีข้อสงสัยโทร 0443,0445

ขอบคุณค่ะ

เจ้าหน้าที่หน่วยบริการสุขภาพบุคลากร

เชิญชวนบุคลากรที่พลาดจากการฉีดวัคซีนรอบบุคลากร สามารถซื้อยา ชนิด 4 สายพันธ์ ราคาพิเศษสำหรับบุคลากรเท่านั้น  เพียงเข็มละ ...
16/06/2018

เชิญชวนบุคลากรที่พลาดจากการฉีดวัคซีนรอบบุคลากร สามารถซื้อยา ชนิด 4 สายพันธ์ ราคาพิเศษสำหรับบุคลากรเท่านั้น เพียงเข็มละ 260 บาท ไปฉีดช่วง 18-30 มิ. ย. 8-14 น. ( ยกเว้นวันเสาร์ 8-12น. หยุดวันอาทิตย์)ที่ชั้น 1 SDMCได้ โดยลงทะเบียน i vaccine ไปก่อน เพื่อการบันทึกข้อมูลในระบบ HR i service หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ซื้อฉีดกันเอง ก็ขอให้ลง i vaccine เช่นเดียวกัน (ระบบจะเปิดถีง30 มิ.ย.) และ ส่ง ชื่อ รหัส จนท. และ lot ยามาทาง email : [email protected] .com เพื่อทาง หน่วยฯจะทำการบันทึกเข้าระบบ i vaccine ให้ท่านต่อไป ข้อมูลท่านจะได้ไม่สูญหาย และอยู่ในระบบของ HR
ศ. นพ. วินัย วนานุกูล ท่านก็ซื้อแบบ 4 สายพันธ์มาให้ฉีดนะคะ อาจารย์คงเป็นห่วงว่าวัคซีนฟรีจะไม่พอ
ท่านใดที่ยังไม่ได้ฉีด รีบมาฉีดกันนะคะ ก่อนหมดช่วงเวลาดีๆนี้ค่ะ

เพิ่งผ่านพ้นไปสำหรับการจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้บุคลากรในช่วง 11-15 มิ.ย.61 มีผู้มารีบบริการทั้งสิน7052 ท่าน ขอบ...
16/06/2018

เพิ่งผ่านพ้นไปสำหรับการจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้บุคลากรในช่วง 11-15 มิ.ย.61 มีผู้มารีบบริการทั้งสิน7052 ท่าน
ขอบพระคุณท่านผู้บริหารมาเป็นแบบอย่างที่ดี ตั้งแต่ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี
รศ. นพ. สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี
ศ. นพ. วินัย วนานุกูล และ อาจารย์นพ.ณรงค์ฤทธิ์ มัศยาอานนท์ และหัวหน้าภาควิชาต่างๆรวมทั้งคณาจารย์ เสียดายที่ยุ่งๆเลยไม่ได้ขออนุญาตท่านเก็บภาพมาฝากพวกเรา พอจังหวะหายยุ่งก็มีภาพเก็บตกมาให้ดูกันเล็กน้อยค่ะ
และขอบคุณกำลังใจจากผู้มารับบริการที่ชื่นชมน้องๆว่ามือเบา ไม่ค่อยเจ็บ น้องๆให้บริการดี และขั้นตอนรวดเร็ว ใช้เวลา5-15 นาที ( ช่วงพึคสุดประมาณ 30 นาที)
ถ้าจังหวะไหนไม่สะดวก ขรุขระไปบ้าง หัวหน้าหน่วยบริการสุขภาพขอน้อมรับไว้แก้ไขในโอกาสต่อไปนะคะ

เชิญชวนบุคลากร    พี่ๆที่เกษียณ   น้องๆนักศึกษารามา มารับการฉีดวัคซีนไขหวัดใหญ่ประจำปี 2561 กันนะคะ 11-15 มิย. นี้ ณ หน้...
29/05/2018

เชิญชวนบุคลากร พี่ๆที่เกษียณ น้องๆนักศึกษารามา มารับการฉีดวัคซีนไขหวัดใหญ่ประจำปี 2561 กันนะคะ 11-15 มิย. นี้ ณ หน้าห้องอารี ค่ะ

13/07/2017

วันนี้งดให้บริการคลินิกบ่ายนะค่ะ
เนื่องจาก มีจัดการบรรยายวัคซีนทางเลือกค่ะ
ณ ห้องประชุมอารี วัลยะเสวี
โดย ผศ.นพ.ชนเมธ เตชะแสนศิริ
และ ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

12/07/2017
หน่วยบริการสุขภาพบุคลากร

มาฟังกันนะคะ ความรู้ดีๆเกี่ยวกับวัคซีน ใหม่ๆ

โครงการให้ความรู้“วัคซีนทางเลือกราคาสวัสดิการปี 60 ”
วันที่ 13 กรกฏาคม 2560 ณ ห้องประชุมอารี วัลยะเสวี
ขอเชิญบุคลากร สมาชิกชมรมรามาอาวุโส และนักศึกษา เข้าร่วมฟังบรรยาย ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ใน“วัคซีนทางเลือกราคาสวัสดิการปี 60 ” โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชนเมธ เตชะแสนศิริ และศาสตราจารย์แพทย์หญิงศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล
หน้างานมีกิจกรรมและให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนของบริษัทยาต่างๆเช่นวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก(HPV) วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด และวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก (ตั้งแต่เวลา 11.00 น.-15.30 น.)
11.00-12.30 น. ชมโปสเตอร์ให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนต่างๆและสอบถามข้อมูลจากผู้แทนยา*
12.30-13.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังบรรยาย
13.00-13.15 น. กล่าวเปิดตัวโครงการและเปิดการบรรยาย โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์วินัย วนานุกูล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี
13.15-13.35 น. บรรยายเรื่องวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชนเมธ เตชะแสนศิริ
13.35-13.55 น.
บรรยายเรื่องวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส
โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชนเมธ เตชะแสนศิริ
13.55-14.15 น. บรรยายเรื่องวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด
โดยศาสตราจารย์แพทย์หญิงศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล
14.15 -14.35 น. แนะนำวัคซีนใหม่ วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก
โดยศาสตราจารย์แพทย์หญิงศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล
14.35-15.00 น. ถาม-ตอบปัญหา
15.00-15.15 น. ชี้แจงขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ โดยหน่วยบริการสุขภาพบุคลากร
15.15-15.30 น. จับรางวัลผู้โชคดี

พรุ่งนี้แล้วนะคะ
12/07/2017

พรุ่งนี้แล้วนะคะ

12/07/2017

โครงการให้ความรู้“วัคซีนทางเลือกราคาสวัสดิการปี 60 ”
วันที่ 13 กรกฏาคม 2560 ณ ห้องประชุมอารี วัลยะเสวี
ขอเชิญบุคลากร สมาชิกชมรมรามาอาวุโส และนักศึกษา เข้าร่วมฟังบรรยาย ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ใน“วัคซีนทางเลือกราคาสวัสดิการปี 60 ” โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชนเมธ เตชะแสนศิริ และศาสตราจารย์แพทย์หญิงศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล
หน้างานมีกิจกรรมและให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนของบริษัทยาต่างๆเช่นวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก(HPV) วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด และวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก (ตั้งแต่เวลา 11.00 น.-15.30 น.)
11.00-12.30 น. ชมโปสเตอร์ให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนต่างๆและสอบถามข้อมูลจากผู้แทนยา*
12.30-13.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมฟังบรรยาย
13.00-13.15 น. กล่าวเปิดตัวโครงการและเปิดการบรรยาย โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์วินัย วนานุกูล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี
13.15-13.35 น. บรรยายเรื่องวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชนเมธ เตชะแสนศิริ
13.35-13.55 น.
บรรยายเรื่องวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส
โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชนเมธ เตชะแสนศิริ
13.55-14.15 น. บรรยายเรื่องวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด
โดยศาสตราจารย์แพทย์หญิงศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล
14.15 -14.35 น. แนะนำวัคซีนใหม่ วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก
โดยศาสตราจารย์แพทย์หญิงศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล
14.35-15.00 น. ถาม-ตอบปัญหา
15.00-15.15 น. ชี้แจงขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ โดยหน่วยบริการสุขภาพบุคลากร
15.15-15.30 น. จับรางวัลผู้โชคดี

Timeline Photos
06/12/2013

Timeline Photos

19/06/2013

ยินดีต้อนรับกลุ่มผุ้รับบริการกลุ่มใหม่คือบุคลากรมหิดลที่ทำประกันสังคมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ 1 มิ.ย.56
สามารถสอบถามข้อมูล รายละเอียดมาได้ทาง call center 02 200 4033 นะคะ

07/06/2013
http://www.rtcog.or.th/html/articles_details

วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกและการฉีด HPV Vaccine
หน่วยสวัสดิการสุขภาพรามาธิบดี
มะเร็งปากมดลูกพบเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในสตรีไทย สาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกคือ การติดเชื้อ HPV ชนิดก่อมะเร็ง การป้องกันมะเร็งปากมดลูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ การตรวจคัดโรคโดยการทำ Pap smear หรือ HPV test เป็นการป้องกันแบบทุติยภูมิ ซึ่งเป็นการตรวจหาสตรีที่ติดเชื้อ HPV หรือมีความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกจากการติดเชื้อ HPV แล้ว ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักหรือขั้นตอนแรกของกระบวนการก่อมะเร็งปากมดลูก การฉีด HPV vaccine เพื่อสร้างเสริมให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ HPV เป็นการป้องกันแบบปฐมภูมิ ราชวิทยาลัยสูติ นรีแพทย์แห่งประเทศไทย (.2551) สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย (2555) จึงแนะนำการให้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV และลดอุบัติการณ์ของมะเร็งปากมดลูกในระยะยาว
ผลการศึกษา เกี่ยวกับ HPV vaccine พบว่ามีความปลอดภัยสูง กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้แรงกว่าการติดเชื้อ HPV ตามธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพสูงมากอย่างมีนัยสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ HPV จากเชื้อ HPV สายพันธุ์เดียวกับวัคซีนที่ฉีด อย่างไรก็ตามการตรวจ คัดโรคมะเร็งปากมดลูกก็ยังมีความจำเป็นอยู่ เนื่องจาก HPV 16/18 vaccine สามารถครอบคลุมเชื้อ HPV 16/18 ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ได้ประมาณร้อยละ 70 ถึงแม้ว่าจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันรอยโรคก่อนมะเร็งที่เกิดจากเชื้อ HPV 16/18 ได้สูงถึงร้อยละ 99-100 ก็ตาม มีข้อมูลการศึกษาติดตามภายหลังการฉีดวัคซีนจนถึง 5–8.5 ปี พบว่าเมื่อฉีดให้ผู้ที่ไม่เคยมีการติดเชื้อ HPV มาก่อน วัคซีนทั้งสองชนิดมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่เกิดจากสายพันธุ์ที่บรรจุในวัคซีน และป้องกันการคงอยู่ของเชื้อ ภายหลังที่มีการติดเชื้อได้ประมาณร้อยละ 90-96 นอกจากนี้ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าวัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ข้ามสายพันธุ์ (สายพันธุ์ 31, 33, 45, 52 และ 58) จากที่บรรจุในวัคซีนในระดับหนึ่งด้วย แม้ว่าป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้แต่ไม่สามารถขจัดการติดเชื้อที่มีอยู่ หรือรักษาโรคที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อได้

ขนิดของ HPV Vaccine
วัคซีนป้องกันHPVที่ใช้มี 2 ชนิด ได้แก่
1.วัคซีนเอชพีวีชนิด 4 สายพันธุ์ (Gardasil) คือ สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ป้องกันทั้งมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อ HPV 16, 18) และหูดบริเวณอวัยวะเพศที่เกิดจากเชื้อ HPV 6, 11)
2.วัคซีนเอชพีวีชนิด 2 สายพันธุ์ (Cervarix) คือ สายพันธุ์ 16 และ 18 ป้องกันมะเร็งปากมดลูก (ที่เกิดจากเชื้อ HPV 16, 18)
วัคซีนทั้งสองชนิดมีสายพันธุ์ HPV 16 และ 18 (ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกในสตรีทั่วโลก ประมาณร้อยละ 70) ผสมกับสารประกอบเสริม ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ช่วงอายุที่แนะนำให้ฉีด HPV Vaccine
แนะนำให้ฉีดวัคซีนแก่เด็กวัยรุ่นหญิง ผู้หญิงอายุ 9-26 ปี (ช่วงที่ดีที่สุดคือช่วงอายุ 11-15 ปี เพราะพบว่าเป็นอายุที่เหมาะสมและได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเป็นอายุก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ยังไม่ติดเชื้อ HPV และพบว่ามีระดับภูมิคุ้มกันสูงกว่า 2 เท่าเมื่อเปรียบเที่ยบกับการฉีดในช่วงอายุ 16-26 ปี) ส่วนสตรีที่มีอายุมากกว่า 26 ปี ยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ HPV สำหรับการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นซ้ำ (booster) ยังไม่มีข้อมูลว่าควรฉีดเมื่อไร ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันพบว่าระดับ antibody ยังคงป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้นานอย่างน้อย 5.5 ปี
และแนะนำฉีดHPVชนิด 4 สายพันธุ์ (quadrivalent) แก่ผู้ชายที่มีอายุ 19–26 ปีโดยเฉพาะกลุ่มชายรักร่วมเพศเพื่อป้องกันการติดเชื้อHPVบริเวณทวารหนัก และการเป็นมะเร็งของทวารหนัก (anal cancer) เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อHPVแล้วเป็นมะเร็ง บริเวณอวัยวะเพศ

ขนาดและการฉีด HPV Vaccine
การฉีด HPV vaccine ให้ฉีด 0.5 มล. เข้ากล้ามเนื้อจำนวน 3 ครั้ง (3 เข็ม) ดังนี้
ครั้งที่ 1 : ฉีดในวันที่กำหนดเลือก
ครั้งที่ 2 : ฉีดในเดือนที่ 1-2 หลังจากการฉีดครั้งแรก
(Cervarix แนะนำเดือนที่ 1 และ Gardasil แนะนำเดือนที่ 2)
ครั้งที่ 3 : ฉีดในเดือนที่ 6 หลังจากการฉีดครั้งแรก

อาการข้างเคียงของการฉีด HPV Vaccine
โดยทั่วไปการฉีด HPV vaccine มีความปลอดภัยสูง ไม่พบอาการข้างเคียงชนิดรุนแรง อาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้แก่
1. อาการข้างเคียงบริเวณที่ฉีดวัคซีน เช่น ปวด บวม แดง และคัน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง เป็นอยู่ชั่วคราวและหายไปเอง
2. อาการทั่วไป เช่น ไข้ พบประมาณร้อยละ 10 ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายไปได้เอง อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย และผื่นคันตามตัว อาการเหล่านี้ไม่รุนแรงและหายไปได้เอง

สิ่งที่ควรทราบก่อนการฉีด HPV Vaccine
1) ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ HPV (HPV test)ก่อนการฉีด HPV vaccine เนื่องจากการตรวจหาเชื้อ HPV ไม่สามารถระบุได้ว่าเคยมีการติดเชื้อมาแล้วหรือไม่ ถ้าผลการตรวจให้ผลบวกก็บอกได้เพียงว่า มีการติดเชื้อ HPV อยู่ในปัจจุบันหรือไม่เท่านั้น
2) การฉีดวัคซีน HPV ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV หูดหงอนไก่ได้ทุกราย
3) การฉีดวัคซีน HPV ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ไม่ได้มีในวัคซีน
4) ถ้ามีการติดเชื้อ HPV แล้วประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลงหรือได้ประโยชน์ไม่สูงเท่าที่ควร
5) การฉีดวัคซีน HPV ไม่สามารถใช้รักษาหูดหงอนไก่ รอยโรคก่อนมะเร็งปากมดลูก รอยโรคก่อนมะเร็งของช่องคลอดและรอยโรคก่อนมะเร็งปากช่องคลอดได้ ถ้ามีรอยโรคดังกล่าวควรรักษาให้หายก่อน
6) การฉีดวัคซีน HPV ไม่สามารถป้องกันโรคอื่น ๆ ของอวัยวะเพศที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ HPV เช่น โรคเริม และตกขาวจากเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ เป็นต้น
7) ถ้ามีภูมิคุ้มกันต่ำหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนอาจจะลดลง
8) หลังจากฉีดวัคซีน HPV แล้ว ถ้ามีเพศสัมพันธ์ ควรจะมีเพศสัมพันธ์ในเชิงป้องกันการติดเชื้อ HPV ด้วย เช่น การมีคู่นอนคนเดียว (monogamous) หรือ การคุมกำเนิดโดยการใช้ถุงยางอนามัย เป็นต้น

สิ่งที่ควรปฏิบัติในการฉีด HPV Vaccine
1. ควรฉีดวัคซีน HPV ให้ครบ 3 เข็มในช่วงที่กำหนด
2. ไม่แนะนำให้ฉีดในขณะตั้งครรภ์ ในช่วงที่ฉีดวัคซีน HPV ควรคุมกำเนิดด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพไว้ก่อนจนกระทั่งฉีดครบ 3 เข็มไปแล้วอย่างน้อย 1 เดือน หรือถ้าตั้งครรภ์ขณะยังฉีดไม่ครบ 3 เข็ม ให้เลื่อนไปฉีดหลังคลอด
3. หลังฉีดวัคซีน HPV แล้ว ควรนอนพักสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที ไม่ควรเดินกลับคนเดียวหรือขับรถกลับด้วยตนเอง ควรมีเพื่อนหรือผู้ปกครองมาด้วย
4. การฉีดวัคซีน HPV ไม่สามารถใช้ทดแทนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ หลังฉีดวัคซีน HPV แล้ว ควรมารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามที่แพทย์นัดเมื่อถึงวัยอันควร เนื่องจาก HPV 16/18 vaccine ครอบคลุมเฉพาะเชื้อ HPV 16 และ HPV 18 ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกประมาณร้อยละ 70 เท่านั้น สตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วควรได้รับการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามปกติ ถ้าตรวจพบความผิดปกติควรให้การรักษาตามมาตรฐานก่อนการฉีด HPV vaccine เนื่องจากการฉีด HPV vaccine ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินโรค จึงอาจจะพิจารณาการฉีด HPV vaccine ในกรณีดังกล่าวได้ แต่ต้องอธิบายให้ผู้รับการฉีดวัคซีนเข้าใจด้วยว่า ประสิทธิภาพของ HPV vaccine อาจจะลดลงถ้าเคยติดเชื้อ HPV สายพันธุ์เดียวกับวัคซีนมาก่อน เมื่อเปรียบเทียบกับสตรีที่ไม่เคยติดเชื้อ HPV เลย อย่างไรก็ตามต้องเน้นย้ำถึงการมารับ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอด้วย

สตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว
สตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว สามารถฉีด HPV vaccine ได้ สตรีที่เคยมีผล Pap smear ผิดปกติ ควรได้รับการดูแลตามมาตรฐาน ถ้าได้รับการรักษาหายแล้ว สามารถฉีดวัคซีนได้ แต่ควรให้คำแนะนำว่าประสิทธิภาพของวัคซีนอาจจะลดลงถ้าเคยติดเชื้อ HPV มาก่อน อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะฉีดวัคซีนแล้ว ก็ยังต้องมารับ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอด้วย

คำแนะนำในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก
1. ควรฉีดวัคซีน HPV ให้ครบ 3 เข็มในช่วงอายุที่กำหนด
2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่นการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การมีคู่นอนหลายคน การสูบบุหรี่ เป็นต้น
3. ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอด้วย


เอกสารอ้างอิง
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และ สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย. (2551)“วัคซีนเอชพีวี กับการ ป้องกันมะเร็งปากมดลูก” สืบค้นทาง on line เมื่อ 6 มิถุนายน 2556 จาก
http://www.rtcog.or.th/html/articles_details.

จตุพล ศรีสมบูรณ์ .(มปป.)”แพทย์ มช. แนะวิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกและการฉีด HPV Vaccine(ตอน 2)” สืบค้นทาง on line เมื่อ 6 มิถุนายน 2556 จากhttp://blog.eduzones.com/moble/944

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ปี.(2555)”คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (Recommended Adult and Elderly Immunization Schedule) .” )” สืบค้นทาง on line เมื่อ 6 มิถุนายน 2556 จาก http://www.google.co.th/webhp?hl=th&tab=Tw#q=hpv+ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์

คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทยได้ให้การรับรองขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปิลโลมา (Human Pap...
16/05/2013
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทยได้ให้การรับรองขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปิลโลมา (Human Papilloma virus vaccine) หรือ "วัคซีนเอชพีวี" จาก 2 บริษัทผู้ผลิตในปี 2550 และในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์การใช้วัคซีนนี้ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และสื่อสารมวลชน ซึ่งบางครั้งมีข้อมูลที่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย จึงร่วมกับสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย จัดทำคำแนะนำ ดังนี้


มะเร็งปากมดลูก : ปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย แต่ละปีมีหญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ 6,500-7,000 คน ร้อยละ 40-50 จะเสียชีวิต ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกประมาณ 350 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี


เชื้อเอชพีวี : เป็นไวรัสที่ติดต่อผ่านการสัมผัส ซึ่งส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยเชื้อไวรัสผ่านเข้าทางเยื่อบุอวัยวะเพศหรือปากมดลูกเมื่อมีแผลหรือรอยถลอก เชื้อเอชพีวีมีกว่า 100 สายพันธุ์ แต่ชนิดที่จะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกมี 15 สายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุประมาณร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูก ที่เหลืออีกร้อยละ 30 เกิดจากไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์อื่น เชื้อเอชพีวีชนิดก่อมะเร็งจะทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง และถ้ารอยโรคก่อนมะเร็งนี้ไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องก็จะกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ดังนั้น สตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วควรได้รับการตรวจคัดกรองหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นวินิจฉัยและการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก


วัคซีนเอชพีวี : ปัจจุบันมีจำหน่าย 2 ชนิด คือ 1.ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อแล้วกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 6,11,16,18 และ 2.ชนิดที่กระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16,18 จากการศึกษาวัคซีนทั้ง 2 ชนิด มีประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันเชื้อเอชพีวีชนิดก่อมะเร็งสายพันธุ์ 16 และ 18 เท่านั้น จึงป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณร้อยละ 70 (ไม่ใช่ร้อยละ 100) ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้ง 2 ชนิดนี้ จึงยังต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอต่อไป


สำหรับวัคซีนชนิดที่กระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 6 และ 11 จะป้องกันโรคหูดหงอนไก่ที่เกิดจากเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 6 และ 11 ได้ด้วย ทั้งนี้ วัคซีนทั้ง 2 ชนิด ใช้สำหรับป้องกันเท่านั้น และจะมีประโยชน์สูงสุดเมื่อฉีดก่อนได้รับเชื้อเอชพีวี หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ส่วนในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว ถ้าได้รับเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ที่มีอยู่ในวัคซีน 16 หรือ 18 สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง หรือทั้ง 2 สายพันธุ์อยู่ก่อนแล้วการฉีดวัคซีนจะได้ประโยชน์น้อยลง


ปัจจุบันมีการแนะนำให้ฉีดวัคซีนเอชพีวีในสตรีอายุ 11-26 ปี (ก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก) สำหรับการฉีดวัคซีนเอชพีวีในหญิงช่วงอายุมากกว่า 26 ปี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาเป็นรายๆ ไป และปัจจุบันไม่แนะนำให้ตรวจหาเชื้อเอชพีวีก่อนฉีดวัคซีน การฉีดวัคซีนเอชพีวีต้องฉีด 3 ครั้ง คือ เมื่อเริ่มฉีดครั้งแรก หลังจากนั้น 1-2 เดือน จะฉีดครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 หลังจากครั้งแรก 6 เดือน ปัจจุบันราคาวัคซีนเอชพีวี 3 เข็ม ประมาณ 12,000-14,000 บาท


จากการศึกษาในผู้หญิงอายุ 9-55 ปี พบว่าการฉีดวัคซีนเอชพีวีอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย แต่อาจมีอาการบวม แดง มีไข้ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงเหมือนการฉีดวัคซีนอื่นๆ จากการติดตามหลังฉีดแล้ว 6 ปี พบว่าภูมิคุ้มกันเชื้อเอชพีวีอยู่ในระดับที่สูงพอ จึงยังไม่มีข้อบ่งชี้ให้ฉีดกระตุ้นซ้ำ อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนเอชพีวีในผู้ชาย และในสตรีที่กำลังตั้งครรภ์


หากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้วัคซีนเอชพีวี หรือมะเร็งปากมดลูก ติดต่อที่ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย (http://www.rtcog.or.th/) หรือที่สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย (http://www.tgcsthai.com/)

09 พฤษภาคม 2556การประชุม AOCOG 2013วันที่ 20-23 ตุลาคม 2556 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ สี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ อ่านต่อ..

ที่อยู่

ชั้น 2 อาคาร 1โรงพยาบาลรามาธิบดี 270 ถ.พระราม6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

02-2010443-4

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หน่วยบริการสุขภาพบุคลากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หน่วยบริการสุขภาพบุคลากร:

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ข่าวดีสำหรับชาวรามาผู้รอคอยวัคซีนทางเลือก ขอเชิญเข้าฟังการบรรยาย และร่มโครงการได้ เจอกันวันที่ 13 ก.ค. 60 นี้นะคะ