Forest Herbarium - BKF

Forest Herbarium - BKF สำนักงานหอพรรณไม้ "รอบรู้เรื่องพรรณไม้" หน่วยงานดีเด่นของชาติ ประจำพุทธศักราช 2550

เปิดเหมือนปกติ

“พร้อมแล้วหรือยัง ?...รับมือ PM2.5”---วันนี้ผมขอแนะนำหนังสือที่เพิ่งจะออกวางแผงไม่นานนี้เองครับ .....”ต้นไม้ลดฝุ่น PM 2....
12/11/2020

“พร้อมแล้วหรือยัง ?...รับมือ PM2.5”

---วันนี้ผมขอแนะนำหนังสือที่เพิ่งจะออกวางแผงไม่นานนี้เองครับ .....”ต้นไม้ลดฝุ่น PM 2.5”.... จะได้เตรียมตัวรับมือฝุ่นหมอกควัน ที่ดูจะเริ่มกลับมาอีกแล้วปีนี้ เขามีแจกฟรีที่ห้องสมุดพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จำนวนจำกัดครับ (ไม่จำหน่าย) หรือดาวน์โหลด pdf. ไฟล์ได้จากhttp://www.dnp.go.th/botany/PDF/publications/PM25.pdf

..........คุณครับ ! เนื้อหาสาระดีมาก ผมอ่านมาแล้ว เขาเล่าเรื่องประกอบรูปภาพได้เคลียดีครับ เช่น -บอกที่มาของฝุ่นจากที่ต่างๆ -ต้นไม้ช่วยลดฝุ่นได้อย่างไร -ต้นไม้แบบไหน/ชนิดอะไรที่จะช่วยลดฝุ่นได้ดี -รูปแบบการปลูก/จัดสวนในพื้นที่แบบต่างๆ -วิธีการปลูกดูแลต้นไม้ชนิดต่างๆ ก็มีข้อมูลให้อีกด้วย อ่านแล้วอยากไปเดินช็อปต้นไม้ทันทีเลยวันหยุดนี้ ก่อนที่กระแสการปลูกต้นไม้จะแรงไปกว่านี้ เดี๋ยวราคาต้นไม้จะขึ้นไปกว่านี้อีก

++++ กระฉูด ++++ ชื่ออื่น : กระเฉดต้น กระเฉดบก กระเฉดเทศชื่อสามัญ : Giant water sensitive plant, Giant water mimosaชื่อว...
30/10/2020

++++ กระฉูด ++++
ชื่ออื่น : กระเฉดต้น กระเฉดบก กระเฉดเทศ
ชื่อสามัญ : Giant water sensitive plant, Giant water mimosa
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Neptunia plena (L.) Benth.
วงศ์ถั่ว : (Fabaceae)

#Invasive alien species #Alien species
#พืชต่างถิ่นรุกราน
++++++++++++++
ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดมาจากเขตร้อนของทวีปอเมริกา ปัจจุบันกระจายเข้าไปในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชียและออสเตรเลีย

++ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้น้ำล้มลุก อายุหลายปี ถ้าขึ้นบนบกต้นจะตั้งตรง สูง 0.5-2 ม. บางครั้งขึ้นในน้ำซึ่งลำต้นจะเลื้อยลอยน้ำได้ ยาวถึง 7 ม. และมีนวมนุ่มสีขาวหุ้มลำต้น ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ยาว 10-20 ซม. ใบจะหุบเมื่อถูกสัมผัส ช่อดอกทรงกลมสีเหลือง ผลแบบฝักแบน รูปขอบขนาน กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 3-6 ซม. ติดเป็นกลุ่มที่ปลายก้านช่อดอก 1-10 ฝัก/กลุ่ม ผลแก่แห้งแตก มี 3-20 เมล็ด

***กระฉูดมีลักษณะคล้ายกระเฉด*** (ที่นิยมกินทั่วไป) (Neptunia oleracea) แตกต่างกันที่กระฉูดส่วนใหญ่จะพบขึ้นเป็นต้นตั้งตรง ที่ตามซอกใบและช่อดอกมีหูใบและใบประดับ รูปไข่-รูปใบหอก ยาว 1 ซม. ติดคงทน และมีต่อมกลมสีขาวที่ปลายอับเรณู สำหรับผักกระเฉดมีใบประดับและหูใบขนาดสั้นกว่า 5 มม. และหลุดร่วงง่าย และไม่พบต่อมดังกล่าว

++นิเวศวิทยา :
ชอบขึ้นตามที่โล่งแจ้งตามขอบบึง คูน้ำ มีน้ำนิ่งหรือไหลเอื่อย และมีระดับน้ำลึกไม่เกิน 50 ซม. หรือพื้นดินที่ชื้นแฉะข้างทาง ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,000 ม. ออกดอกและติดผลตลอดทั้งปี แต่ส่วนมากจะติดผลแก่ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวและฤดูร้อนต้นจะโทรมลง แล้วจะแตกกิ่งเติบโตอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน, ปัจจุบันพบไปทั่วประเทศไทยแล้ว โดยเฉพาะตามคูน้ำข้างทาง พื้นที่ชุ่มน้ำหรือที่นารกร้าง

++ประสิทธิภาพการรุกราน :
กระฉูดเป็นวัชพืชที่โตเร็วมาก อายุประมาณ 2 เดือนก็ออกดอกและติดผลได้แล้ว มีอายุยืนหลายปี ติดเมล็ดมากกว่าผักกระเฉดถึง 2 เท่า เมล็ดมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานในดิน กระฉูดเป็นวัชพืชขึ้นปกคลุมพืชชนิดอื่นได้ดี ต้นและใบซึ่งมีธาตุไนโตรเจนสูงจะเพิ่มปริมาณไนเตรทลงในน้ำ ส่งผลกระทบต่อสมดุลของสัตว์น้ำและพืชน้ำชนิดอื่นได้ พาหะที่สำคัญคือมนุษย์ที่มักจะเข้าใจผิดว่าเป็นผักกระเฉด จึงนำไปขยายพันธุ์ตามแหล่งน้ำต่างๆ การเคลื่อนย้ายดินที่มีเมล็ดไปถมที่ดินหรือดินปลูกต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีกระแสน้ำและนกที่กินเมล็ดพืชตามหน้าดินอีกด้วย

++การใช้ประโยชน์
ยอดอ่อนสามารถกินได้คล้ายผักกระเฉด แต่จะมีเนื้อที่เหนียวมากกว่าไม่นิยมกิน หรือใช้เป็นอาหารสัตว์หรือหมักปุ๋ยได้ แต่ต้องเป็นต้นที่ยังไม่ติดฝักเท่านั้น เพื่อป้องกันเมล็ดที่อาจเล็ดลอดไปกับมูลของสัตว์และการใช้ปุ๋ย

++การควบคุม :
ควรทำการกำจัดในช่วงฤดูฝน ช่วงที่กำลังมีการออกดอกก่อนการติดฝัก หากพบมีการแพร่ระบาดให้ใช้วิธีถอนหรือไถให้ถึงรากออกให้หมด รวบรวมเผาทำลายหรือใช้เป็นอาหารสัตว์หรือหมักปุ๋ยได้ หากมีต้นที่งอกใหม่จากเมล็ดหรือต้นเดิมที่ตกค้างในดินให้ใช้วิธีเดิม การกำจัดจะต้องติดตามต่อไปอีก 2-3 ปี

.........................

27/10/2020

#ปีทองของป่าบุ่งป่าทาม...

+++ปีนี้เป็นปีที่น้ำท่วมใหญ่ของลุ่มน้ำมูลตอนบนในภาคอีสาน น้ำที่กำลังหลากเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำกำลังนำพาความอุดมสมบูรณ์จากแร่ธาตุและดินตะกอนที่ไหลไปกับน้ำเข้าไปเติมให้ต้นไม้นานาพรรณในพื้นที่บุ่งทามอีกครั้งหนึ่ง เมล็ดไม้และปลาชนิดต่างๆ ถือโอกาสนี้ลอย/ว่ายไปตามน้ำ แพร่พันธุ์ออกไปในวงกว้าง

+++ป่าบุ่งทามที่อยู่ใกล้เขตที่ดอน/โคกหลายแห่งซึ่งนานๆ ทีหลายปีหนกว่าน้ำจะท่วมถึงซึ่งกำลังจะแห้งตายจากภัยแล้งที่สะสมมาหลายปี จึงกลับมาฟื้นตัวจากเหตุการณ์นี้

+++พรรณไม้น้ำ สัตว์น้ำตัวเล็ก และแพลงก์ตอนอันเป็นอาหารของปลาก็เจริญเติบโตได้ดีเพราะได้รับตะกอนสารอาหาร มีน้ำที่สะอาด มีออกซิเจนอยู่เป็นจำนวนมากจากน้ำใหม่หลังฝนตก

+++ทางน้ำเก่าที่กำลังตื้นเขินได้ถูกกระแสน้ำที่รุนแรงช่วยทะลวงซากพืชซากสวะ และตะกอนทับถมท้องน้ำ ช่วยทำความสะอาดรีเฟรชให้ทางน้ำกลับมามีชีวิตชีวา

****สถานการณ์น้ำท่วมจึงมิได้มีแต่ข้อเสีย เสียทีเดียว ในมุมของระบบนิเวศธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้ตั้งตารอช่วงเวลานี้ปีที่น้ำท่วมใหญ่จะเข้ามาช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

วิดีโอนี้เป็นสภาพของป่าบุ่งป่าทามถ่ายทำจากหลายลุ่มน้ำในภาคอีสาน ในช่วงเวลาฤดูน้ำท่วม ประกอบภาพพรรณไม้ วิถีชีวิตของผู้คนรอบป่า....นำเสนอให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจต่อระบบนิเวศชนิดนี้และร่วมกันอนุรักษ์....การแชร์/นำไปใช้ต่อโปรดอ้างอิงที่มาโดย กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

....ขอบคุณมากครับที่ให้เกียรติติดตามและรับชม....

สุดยอดนักพฤกษศาสตร์ไทย : เต็ม สมิตินันทน์ - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดาผู้บุกเบิกงานพฤกษศาสตร์ไทยในยุคปัจจุบัน และยกระดับมาตร...
28/09/2020
สุดยอดนักพฤกษศาสตร์ไทย : เต็ม สมิตินันทน์ - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา | TOP PICK TODAY | LINE TODAY

สุดยอดนักพฤกษศาสตร์ไทย : เต็ม สมิตินันทน์ - เพจยอดมนุษย์..คนธรรมดา

ผู้บุกเบิกงานพฤกษศาสตร์ไทยในยุคปัจจุบัน และยกระดับมาตรฐานสู่สากล ชายผู้เป็นหัวขบวนในการก่อตั้งโครงการพรรณพฤกษชาติของประเทศไทย (Flora of Thailand) และทำให้ความรู้ในด้านนี้ก้าวไกลอย่างมาก
#100ปีเต็มสมิตินันทน์

คนใกล้ตัวจะรู้ว่า ต่อให้การสำรวจพรรณไม้จะต้องบุกป่าฝ่าดง ยากลำบากเพียงใด ชายคนนี้จะมุ่งมั่นไปด้วยตัวเอ...

#พืชป่าสมุนไพร #พืชสมุนไพรในพื้นที่อนุรักษ์ #herbalmedicine #dnp....................................หน้าเพจใหม่สำหรับค้น...
19/09/2020

#พืชป่าสมุนไพร #พืชสมุนไพรในพื้นที่อนุรักษ์ #herbalmedicine #dnp
....................................
หน้าเพจใหม่สำหรับค้นหาข้อมูลพืชสมุนไพร....“ พืชป่าสมุนไพร ”....
http://www.dnp.go.th/botany/herb.html

ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลและการใช้พืชสมุนไพรไทยได้จากระบบฐานข้อมูลพืชป่าสมุนไพร ของกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ ซึ่งเราจะเน้นข้อมูลเครื่องยาที่มาจากพืชป่าหรือที่ขึ้นได้เองตามธรรมชาติของไทย มีพืชสมุนไพรประมาณ 700 ชนิด และตำรับยาสมุนไพรประมาณ 200 ตำรับ โดยเกือบทั้งหมดได้ข้อมูลมาจากการสัมภาษณ์หมอสมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้ง 4 แห่ง 4 ภาค ในระบบฐานข้อมูลนี้สามารถค้นหาข้อมูลจาก 2 ส่วนหลัก คือ

+++ส่วนที่ 1: ค้นหา...“พืชสมุนไพร”... ที่ใช้ทำเครื่องยาโดยพิมพ์คำต่อไปนี้ลงไป : ชื่อไทย/ชื่อท้องถิ่น/ชื่อพฤกษศาสตร์/อาการเจ็บป่วย/ชื่อโรค ซึ่งผลการค้นหาจะแสดงรายละเอียดเป็นรายชนิดพืช

+++ส่วนที่ 2 : ค้นหา... “ตำรับยา”... โดยพิมพ์คำต่อไปนี้ ชื่อตำรับยา/ชื่อโรค/อาการเจ็บป่วย/ชื่อหมอ ซึ่งผลการค้นหาจะแสดงรายละเอียดสรรพคุณ/การปรุง/การใช้ยาอย่างละเอียดในรูปไฟล์ pdf.

นอกจากเว็บไซต์นี้แล้ว ยังสามารถค้นคว้าได้จากหนังสือชื่อว่า...“พืชป่าสมุนไพร”... (เสียดายที่เราพิมพ์จำนวนจำกัด จึงขอสงวนไว้แจกหน่วยงานหรือบุคคลที่มีความจำเป็นต้องใช้อย่างจริงจัง...บุคคลทั่วไปสามารถดาวน์โหลดหนังสือจากหน้านี้เลย http://www.dnp.go.th/botany/detail.html?menu=herbariumThai_Archives

+++ยังมีแถมให้อีกครับ+++หน่วยงานและชุมชนต่างๆ ที่ต้องการจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้แบบมี qr code หากในพื้นที่ของท่านมีชนิดพรรณไม้ตรงกันกับรายชื่อที่เรามีประมาณ 1,000 ชนิด ในระบบฐานข้อมูลพืชป่าสมุนไพร (700 ชนิด) ที่ให้ลิ้งก์ไว้ข้างบนแล้ว และตรงกับในระบบฐานข้อมูลป้ายพรรณไม้ qr code (336 ชนิด) (http://www.dnp.go.th/botany/printqr.html) ท่านสามารถดาวน์โหลดภาพ qr code นำไปใช้ทำป้ายชื่อต้นไม้ได้เลยครับ....

ขอให้ทุกท่านสนุกกับเครื่องมือค้นคว้าแบบง่ายที่เราได้ใช้เวลาและทุ่มเทความพยายามในการจัดทำข้อมูลให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด อาจจะมีข้อมูลผิดพลาดอย่างไรต้องขออภัยด้วยนะครับ เราจะพยายามอัพเดทและเพิ่มเติมข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ครับ

🍃 โปสเตอร์ "พรรณไม้ในอุทยานธรรมชาติวิทยา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี : ลุ่มน้ำห้วยน้ำใส" ได้รวบรวมพรรณไม้ที่น่าสนใจและหา...
09/09/2020

🍃 โปสเตอร์ "พรรณไม้ในอุทยานธรรมชาติวิทยา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี : ลุ่มน้ำห้วยน้ำใส" ได้รวบรวมพรรณไม้ที่น่าสนใจและหายากในพื้นที่ไว้มากมาย จัดทำโดย กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช...หน่วยงาน สถานศึกษา และผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับโปสเตอร์ฟรี**ได้ที่ ห้องสมุดหอพรรณไม้ ชั้น 3 อาคารพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 🍂 #โปสเตอร์มีจำนวนจำกัด #BKF #สำรวจพรรณไม้

หรือสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้
https://drive.google.com/file/d/1KldoxKwjPDbsCDkRUoXL4ekIx4q8_Wc-/view?usp=drivesdk

:: หางไหลแดง ::▪️เถา : ใช้ดองกับเหล้าหรือเข้ายากับตัวอื่น ๆ ดื่มเป็นยาขับโลหิต ขับประจำเดือน ลิ่มก้อนเลือด บำรุงโลหิตของ...
29/06/2020

:: หางไหลแดง ::
▪️เถา : ใช้ดองกับเหล้าหรือเข้ายากับตัวอื่น ๆ ดื่มเป็นยาขับโลหิต ขับประจำเดือน ลิ่มก้อนเลือด บำรุงโลหิตของสตรี ยาขับลม ขับเสมหะ ทำให้เส้นเอ็นหย่อน, ใช้รักษาหิด เหา และเรือด ด้วยการใช้เถาสดยาวประมาณ 2–3 นิ้ว นำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมันพืช ใช้ชโลมทา ▪️เข้าตำรับยากำลังฮ่อสะพายควาย : บำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ▪️เข้าตำรับยารักษามดลูกพิการ-อักเสบ/ขับน้ำคาวปลา : แก้มดลูกพิการ มดลูกอักเสบ ช่วยบำรุงรักษามดลูก บำรุงสตรีหลังคลอด ช่วยขับน้ำคาวปลา ขับเลือดเสีย ห้ามใช้กับสตรีตั้งครรภ์

* * * * * * * * * * * *

ชื่อท้องถิ่น : หางไหลแดง ย่านอวด อวดน้ำ (ตรัง), หางไหลแดง อวดเลือด (พัทลุง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Paraderris elliptica (Wall.) Adema
ชื่อวงศ์ : FABACEAE

▪️ไม้เถาเนื้อแข็ง ยาวถึง 30 ม. เถากลม เปลือกเรียบ-แตกสะเก็ดบาง กระพี้สีม่วง แก่นสีครีม ตามส่วนอ่อน ๆ
▪️ช่อดอกและแผ่นใบด้านล่าง มีขนไหมสีสนิม-สีน้ำตาลทองแนบผิวหนาแน่น
▪️ใบประกอบแบบขนนก ปลายใบคี่ มีใบย่อย 7-9 ใบ รูปใบหอก-หอกกลับ ยาว 6-15 ซม.
▪️ช่อดอกตั้งขึ้น ยาว 7-13 ซม. เกลี้ยงเลี้ยงสีม่วงอมน้ำตาล
▪️กลีบดอกสีชมพู ยาว 1-1.3 ซม.
▪️ฝักแบน รูปขอบขนาน ยาว 7-12 ซม. ผิวเกลี้ยง

ข้อมูล : โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
*** การนำพืชสมุนไพรไปใช้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการขาดโอกาสในการรักษา #พืชป่าสมุนไพร

ต้นไม้เขตอบอุ่นบางชนิดในประเทศไทย (Some Temperate Trees in Thailand)เต็ม สมิตินันทน์วนสาร ปีที่ 24 ฉบับที่ 3, 2509++++++...
22/06/2020

ต้นไม้เขตอบอุ่นบางชนิดในประเทศไทย
(Some Temperate Trees in Thailand)
เต็ม สมิตินันทน์
วนสาร ปีที่ 24 ฉบับที่ 3, 2509
+++++++++++++++++++

จากผลการสำรวจพรรณพืชของประเทศไทย ตั้งแต่ได้เริ่มก่อตั้งหอพรรณไม้กรมป่าไม้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 (1907) มาจนถึงปัจจุบันนี้ ปรากฏว่าในประเทศ ไทยได้มีไม้ยืนต้นสกุลต่าง ๆ ที่เป็นพรรณพืชในเขตอบอุ่นหลาย ชนิดเกิดขึ้นอยู่ และเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการศึกษาค้นคว้าต่อไป จึงได้ประมวลไว้ในบทความเรื่องนี้

การปรากฏตัวของพรรณพืชเขตอบอุ่นในประเทศไทยยุคปัจจุบันนี้ ก็เป็นร่องรอยประการหนึ่ง ถึงความ เปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการของโลก เพราะในยุคเพอร์เมียน และ เทอร์เทียรีนั้น ภูมิอากาศของประเทศไทย ตกอยู่ใน เกณฑ์อบอุ่น

ดังมีหลักฐานยืนยันว่า ในยุคเพอร์เมียน (Konno 1963) นั้น ได้พบทรากชิ้นส่วนของพรรณพืชยุคโบราณ ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์อยู่ 8 ชนิดด้วยกัน

และต่อมาในยุคเทอร์เทียรี (Endo,1963) ก็ได้พบทรากชิ้นส่วน ของไม้ยืนต้นเขตอบอุ่นอยู่ 4 ชนิดด้วยกัน ในท้องที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็น พรรณไม้ในสกุล Alnus, Carpinus, Taxodium และ Sequioa ซึ่งในปัจจุบันต่างเกิดขึ้นอยู่ในเขตอบอุ่น เว้นแต่ไม้สกุล Carpinus ซึ่งยังมี พบขึ้นอยู่ในประเทศไทย

++++++++++++++

ปัจจุบันต้นไม้เขตอบอุ่นที่พบขึ้นอยู่ในประเทศไทยมีด้วยกันทั้งหมด 59 ชนิด แยกออกเป็น 13 สกุล และ 9 วงศ์ ดังนี้

วงศ์ Oleaceae

▪️สกุล Fraxinus
ต้นไม้สกุลนี้ คือ ที่รู้จักกันทางการค้าว่า Ash เท่าที่สำรวจพบมีอยู่ 3 ชนิด แต่มีชนิดเดียวคือ ไม้จันท์ทอง (Fraxinus chinensis) ที่เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่สูงกว่า 30 เมตร โตวัดรอบ 150-200 ซม. พบขึ้นตามป่า ดิบเขา ตั้งแต่ระดับสูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร ขึ้นไป ในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ และ เลย

วงศ์ Fagaceae

▪️ สกุล Quercus
ไม้สกุลนี้มีไม่น้อยกว่า 29 ชนิด ปัจจุบันไม่ได้ใช้ประโยชน์อื่นใด แม้จะได้ประกาศไว้เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. แล้วก็ตาม เรียกรวม ๆ กันว่า ไม้ก่อ ชนิด Quercus acutissima และ g aliena มีลักษณะคล้ายกับ red oak ในทวีปยุโรป พบทางจังหวัดเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ และ เลย

วงศ์ Juglandaceae

▪️ สกุล Carya
ไม้สกุลนี้พบขึ้นตามป่าดิบเขา ท้องที่อำเภอเชียงดาว และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากตัวอย่างพรรณไม้ไม่สมบูรณ์ จึงไม่อาจตรวจวิเคราะห์หาชื่อได้แน่นอน

วงศ์ Betulaceae

▪️ สกุล Betula
ต้นไม้ในสกุลนี้ คือ ไม้ที่รู้จักกันทางการค้าว่า Birch เท่าที่สำรวจพบมีอยู่เพียงชนิดเดียวคือ Betula alnoides เรียกกันว่า กำลังเสือโคร่ง เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่สูง 20-25 เมตร โตวัดรอบ 150-200 ซม. พบขึ้นทั่ว ๆ ไปตามป่าดิบเขา ตั้งแต่ระดับสูงจากน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป เปลือกมีกลิ่นหอม ชาวบ้านเชื่อว่า เอาไปต้มกินเป็นยากำลัง ได้เก็บเปลือกมาวิเคราะห์หาคุณสมบัติทางเคมีแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏผล

วงศ์ ULmaceae

▪️ สกุล Ulmus
ต้นไม้ในสกุลนี้ คือ ไม้ที่รู้จักกันทางการค้าว่า Elm เท่าที่สำรวจพบมีอยู่เพียง 1 ชนิด เรียกกันว่า คู่ช้างย้อย (Ulmus lanceifolius) เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-25 เมตร โตวัดรอบ 100-150 ซม. พบขึ้นตามป่าดิบพื้นราบและดิบเขา ในระดับสูงจากระดับน้ำทะเล 2001600 เมตร

▪️ สกุล Carpinus
ต้นไม้ในสกุลนี้รู้จักกันในต่างประเทศว่า Hornbeam เท่าที่พบมีเพียง 2 ชนิด คือ ก่อสร้อย หรือ ก่อหัด (Carpinus viminea) พบในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย เพชรบูรณ์ และ ภูกระดึง อีกชนิดหนึ่ง คือ C. loudoni พบที่ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เป็น ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15-20 เมตร โตวัดรอบ 100-200 ซม. พบขึ้นในป่าดิบเขาในระดับสูงตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป

วงศ์ Hamamelidaceae

▪️ สกุล Symingtonia
ต้นไม้สกุลนี้มีอยู่เพียงชนิดเดียวในประเทศไทย คือ Symingtonia populnea พบแห่งเดียวในป่าดิบเขาบน ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ระดับสูง 22002300 เมตร เป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูง 15-20 เมตร โตวัดรอบ 50-120 ซม

▪️ สกุล Altingia
เท่าที่ปรากฏตามหลักฐาน ไม้ ต้นในสกุลนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ในประเทศไทยเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 20-25 เมตร โตวัดรอบ 120-250 ซม. ขึ้นตามริมลำธารในป่าดิบชนิดหนึ่งเรียกกันว่า ไม้หอม (Altingia siamensis) พบที่จังหวัดน่าน อีกชนิดหนึ่งคือ 4. excelsa เรียกกันทางจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า ไม้สบ จังหวัดนครราชสีมา เรียกว่า กะตุก ไม้สกุลนี้เนื้อไม้มีกลิ่นหอม นิยมใช้ทำเครื่องเรือนและผนังบ้าน

วงศ์ Pinaceae

▪️ สกุล Pinus
คือไม้ สนเขา มีอยู่ 2 ชนิด คือ Pinus insularis (Syn. P. khasya) และ P. merkusi ชนิดแรกเรียก กันว่า สนสามใบ ชนิดหลัง สนสองใบ ต่างเป็นที่รู้จักกันดีในวงการป่าไม้ เพราะเป็นต้นไม้ที่ให้น้ำมันและชันสน

วงศ์ Podocarpaceae

▪️ สกุล Podocarpus
ไม้สกุลนี้มีอย่างน้อย 4 ชนิด พบขึ้นตามป่าดิบชื้นและป่าดิบเขาทั่ว ๆ ไปในประเทศ ชนิด Podocarpus imbricatus เรียกกันว่า พญามะขามป้อม ใบเล็ก พบขึ้นในป่าดิบเขาตั้งแต่ระดับสูง 100 เมตร ขึ้นไป P. walichi และ P fleuryi ต่างเรียกกันว่า พญาไม้ หรือ สมุลแว้ง พบในป่าดิบชื้นและป่าดิบเขาตามลำห้วย P. nerifolius เรียกกันว่า ซางอิง พบขึ้นทั่ว ๆ ไป

▪️ สกุล Dacrydium
มีอยู่ชนิดเดียว คือไม้ สามพันปี (Dacrydium elatum) พบทั่ว ๆ ไปในป่าดิบเขา ในระดับสูงตั้งแต่1,000 เมตรขึ้นไป ใบเล็กละเอียด

วงศ์ Taxaceae

▪️ สกุล Cephalotaxus มีอยู่ชนิดเดียว คือ Cephalotarus grifithi เรียกกันว่า มะขามป้อมดง เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 25-30 เมตร โตวัดรอบ 150-200 ซม ใบเล็ก ด้านล่างมีสีขาว

▪️ สกุล Calocedrus
มีอยู่ชนิดเดียว คือ Calocedrus macrolepis จำพวก สนแผง เพิ่งสำรวจพบเมื่อคราวนักพฤกษศาสตร์ ชาติเนเธอร์แลนด์ เดินทางมาสำรวจที่ป่าภูหลวง จังหวัดเลย เป็นไม้ต้น สูง 20-25 เมตร โตวัดรอบ 150-200 ซม . ขึ้นตามริมลำธารในป่าดิบเขาระดับ 800 เมตรขึ้นไป
#100ปีเต็มสมิตินันทน์

:: แซะ ::▫️เนื้อไม้หรือราก : แก้ซาง ▫️เข้าตำรับยาโรคซาง : แก้โรคซางในเด็ก ▫️เข้าตำรับยาโรคเก๊าท์ : รักษาโรคเก๊าท์ แก้ปวด...
08/06/2020

:: แซะ ::
▫️เนื้อไม้หรือราก : แก้ซาง ▫️เข้าตำรับยาโรคซาง : แก้โรคซางในเด็ก ▫️เข้าตำรับยาโรคเก๊าท์ : รักษาโรคเก๊าท์ แก้ปวดข้อ ปวดเข่า แก้พิษในกระดูก บำรุงกระดูก

* * * * * * * * * * * * * *
ชื่อท้องถิ่น : กาแซะ แซะ (ตรัง ), มะค่าขี้หมู (อุดรธานี)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Adinobotrys atropurpureus (Wall.) Dunn
ชื่อวงศ์ : FABACEAE

▪️ไม้ต้น สูงถึง 30 ม. เปลือกเรียบ กิ่งอ่อนและช่อดอกมีขนสั้น
▪️ใบเรียงเวียน ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 4–6 คู่ เรียงตรงข้าม รูปไข่-ใบหอก ยาว 7–17 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเกลี้ยง
▪️ช่อดอกตั้งขึ้น กลีบดอกสีแดงเข้ม-ชมพูอมม่วง
▪️ผลแบบฝักแบนด้านข้าง รูปรี-ใบหอก-ขอบขนาน ยาว 7–14 ซม. เปลือกฝักสีเขียวอ่อนหรือสีแดงอมม่วงเข้ม หนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยง บวมตามตำแหน่งเมล็ด

ข้อมูล : โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
*** การนำพืชสมุนไพรไปใช้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการขาดโอกาสในการรักษา #พืชป่าสมุนไพร

:: กระทุ่ม ::▪️เปลือกและใบ : ต้มน้ำดื่ม ช่วยลดความดันโลหิต แก้ไข้ ใช้อมกลั้วคอแก้อาการอักเสบของเยื่อเมือกในปาก รักษาโรคใ...
01/06/2020

:: กระทุ่ม ::
▪️เปลือกและใบ : ต้มน้ำดื่ม ช่วยลดความดันโลหิต แก้ไข้ ใช้อมกลั้วคอแก้อาการอักเสบของเยื่อเมือกในปาก รักษาโรคในลำไส้ แก้อาการปวดมดลูก ▪️เปลือก : เปลือกกระทุ่มหรือกระทุ่มโคก รากก้านเหลือง รากต่อไส้ รากทองแมว รากกะเจียน ต้มรวมกันมีสรรพคุณบำรุงเลือด ขับน้ำคาวปลาหลังคลอด แก้ปวดเมื่อย ▪️ผลสุก : ทานเนื้อหุ้มเมล็ดสุกที่มีสีส้ม ช่วยบำรุงเลือด บำรุงสายตา ▪️ราก : รักษาโรคเบาหวาน แก้ปวดท้อง ▪️เข้าตำรับยาบำรุงน้ำนม : บำรุงน้ำนม ▪️เข้าตำรับยาแก้ปวดเมื่อยเส้นเอ็น : แก้ปวดเมื่อยตามเส้นเอ็น เส้นเอ็นอักเสบ บรรเทาอาการอัมพฤกษ์-อัมพาต
* * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ชื่อท้องถิ่น : กระทุ่มบก (ตรัง), โกส้ม ตะกู (อุดรธานี), ตะกู (สระแก้ว)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Neolamarckia cadamba (Roxb.) Bosser
ชื่อวงศ์ : RUBIACEAE

▪️ไม้ต้น สูงถึง 30 ม. แตกกิ่งตั้งฉากกับลำต้น เปลือกแตกเป็นร่องตื้นตามยาว
▪️ใบเรียงตรงข้าม รูปไข่ ยาว 17-30 ซม. ปลายใบแหลม มีขนประปราย-เกลี้ยง มีหูใบที่ยอด
▪️ช่อดอกทรงกลม กว้าง 4–5 ซม. สีเหลือง

ข้อมูล : โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

*** การนำพืชสมุนไพรไปใช้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการขาดโอกาสในการรักษา #พืชป่าสมุนไพร

เอื้องแซะภู (Dendrobium margaritaceum A. Finet)***พรรณไม้ใหม่สำหรับเมืองไทย โดย เต็ม สมิตินันทน์( วนสารปีที่ 10 ฉบับที่ ...
29/05/2020

เอื้องแซะภู (Dendrobium margaritaceum A. Finet)***
พรรณไม้ใหม่สำหรับเมืองไทย
โดย เต็ม สมิตินันทน์
( วนสารปีที่ 10 ฉบับที่ 1,2495 หน้า 29-30 )
* * * * * * * * * * * * * * * * *

กล้วยไม้ชนิดนี้ นายฟิเนต์ ได้บรรยายลักษณะและตั้งชื่อไว้เมื่อปี ค.ศ.1903 ในหนังสือ Bulletin de Societe Botanique de la France จากพรรณไม้ที่นายเวอรเนต์เก็บจากป่า Haut Donnai ในประเทศเวียดนาม ปรากฏว่าขึ้นอยู่บนต้นสนสามใบ
.
เมื่อผู้เขียนได้มีโอกาสไปสำรวจเก็บหาพรรณ ไม้ป่าภูกระดึง จังหวัดเลย ในปี 2494 ได้เก็บตัวอย่างพรรณ ไม้อัดแห้งมา แต่เนื่องจากการตรวจตัวอย่างพรรณไม้แห้งจำพวกกล้วยไม้นี้ หากขาดความชำนาญแล้วก็ยากที่จะ วินิจฉัยได้ว่าเป็นพรรณไม้ชื่ออะไร เพราะส่วนต่าง ๆ ของดอกเสียรูปทรงไปหมด
.
จึงได้ส่งไปให้ดอกเตอร์กาเนแปง ตรวจที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ก็ยังหาได้รับคำตอบไม่ และพอดีท่านผู้นี้ก็ได้ถึงอนิจกรรมอย่างปัจจุบัน การตรวจหาชื่อจึงชงักไป
.
ในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2495 นี้ ผู้เขียนได้ไปป่าภูกระดึงอีก และพบกล้วยไม้ชนิดนี้กำลังผลิดอก จึงเก็บมาเลี้ยงไว้ จนปลายเดือนเมษายนดอกจึงบาน และได้มีโอกาสตรวจสอบหาชื่อ ก็ปรากฏว่า เป็นกล้วยไม้ที่มีชื่อว่า Dendrobium margaritaceum A. Finet
.
เนื่องจากกล้วยไม้ชนิดนี้น่าปลูกเลี้ยงไว้ดูเล่นได้ชนิดหนึ่ง เพราะต้นกะทัดรัด ดอกใหญ่พอสมควร และมี กลิ่นหอมเย็น หากจะได้บรรยายแต่ลักษณะย่อ ๆ ออกเผยแพร่แล้ว ก็อาจเป็นที่สนใจต่อบรรดาผู้รักษาธรรมชาติและ ต้นไม้ได้

- - - - - - - - - - - - - - -

เอื้องแซะภู เป็นกล้วยไม้อากาศชอบเกาะอยู่ตามกิ่งต้นสนสองใบและสามใบ และกิ่งไม้พุ่มเตี้ย ๆ ทั่วไปใน ป่าสนเขา ระดับสูงจากน้ำทะเลประมาณ 1,300 เมตร ลำคดงอไปมาน้อย ๆ และมักจะโค้งนิด ๆ ชิดกันเป็นกอ ลำเป็นร่องค่อนข้างลึกเรียวไปหาปลายและโคน ยาว 8-13 ซม. กาบหุ้มลำสีเทามีขนละเอียดสีดำ
.
ใบสีเขียวสดมีขนสีดำประปรายทั้งสองด้าน แต่ท้องใบมีหนามแน่นกว่า ใบเป็นรูปหอก โคนกว้าง ปลายทู่ หยักไม่เท่ากัน ยาว 4-6 ซม. กว้าง 1.5-1.8 ซม. ดอกขาวหอมอ่อน ออกตามข้อในลำเก่า ๆ และตามง่ามใบรองคู่ ยอดของลำใหม่ มีดอก 1-2 ดอก ก้านช่อดอกสั้นชิดติดกับลำต้น กาบสีน้ำตาลมีขนดำ ก้านดอกสีเขียว มีละออง สีเทาจับ ละอองนี้ถูออกได้ (glaucous) ยาวประมาณ 25 ซม. กลีบชั้นนอกสีขาว ปลายเขียวอ่อนหลังกลีบเขียวเมื่อ บานใหม่ กลีบชั้นในขาวสะอาดกว้างกว่ากลีบนอก
.
กลีบกระเป๋าเป็น 3 หยัก สีขาวแกมเหลืองอ่อน ๆ โคนกลีบม้วนขึ้นหุ้มเกสร ปลายกลีบขยายออกไม่เต็มที่ กลางกลีบเป็นสันนูน 5 สัน ประกอบขึ้นด้วยตุ่มขรุขระ สีแดงอมเหลืองสดและมีแต้มสีส้มตรงปลาย
.
*** ปัจจุบันใช้ชื่อ Dendrobium christyanum Rchb. f.
#100ปีเต็มสมิตินันทน์

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Forest Herbarium - BKFผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

การเก็บและสำรวจพรรณไม้ของประเทศไทยเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2449 หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 10 ปี โดยมีนาย H. B. G. Garrett นักการป่าไม้ชาวอังกฤษเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อมาเริ่มมีเจ้าหน้าที่ของหอพรรณไม้ ออกทำการสำรวจและเก็บตัวอย่างร่วมด้วย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2473 หอพรรณไม้ได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเพื่อเก็บรักษาตัวอย่างพรรณไม้ที่ได้จากการสำรวจ จนถึงปัจจุบันมีจำนวนตัวอย่างพรรณไม้ประมาณ 300,000 ชิ้น (สิงหาคม, 2561)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 มีการปรับโครงสร้างราชการ ทำให้งานกลุ่มพฤกษศาสตร์ป่าไม้โอนย้ายมาอยู่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามการแบ่งส่วนราชการใหม่ และได้รับการปรับสถานะจากกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ เป็นสำนักหอพรรณไม้ ตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 22 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 และปรับสถานะเป็นสำนักงานหอพรรณไม้ ภายใต้สังกัดสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2550 ในปัจจุบันกลับมาเป็นกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561

หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (Forest Herbarium - BKF) เป็นหอพรรณไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติในสังกัดอีก 71 แห่ง มีหน้าที่สำรวจและเก็บรวบรวมพรรณไม้ในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ ไว้ในรูปแบบต่างๆ อย่างเป็นระบบสากล เช่น พรรณไม้แห้ง พรรณไม้ดอง พรรณไม้ต้นแบบ และตัวอย่างส่วนต่างๆ ของพรรณไม้ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลไว้สืบค้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ บริการและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพรรณพืชทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นหน่วยงานที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัย บริการวิชาการ และนันทนาการ จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานดีเด่นของชาติ สาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำพุทธศักราช 2550 โดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของชาติ ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2555 ในส่วนของตัวหอพรรณไม้ (herbarium) ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ รุ่นที่ 2 ของสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

สอบถามชื่อพืชสกุล​ Diospyros sp.​ ครับ พบที่เขาหินปูน​ ชายแดนไทยพม่าด้านสังขละบุรีครับ​ ความสูงจากระดับน้ำทะเล300ม.ครับ แก่นไม้เจอบริเวณใกล้เคียงบนเขาลูกเดียวกันครับ ขอบพระคุณมากครับ
Do you sell volumes of Flora o Thailand please and the cost.
ขอบสอบถามชนิดครับ เป็นไม้เถา พิกัด:นครพนม
ต้นขมขาลัง หรือต้นขมกำลัง มีชื่อทางวิชาการและชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไรคับ
พอจะทราบชื่อต้นไม้ชนิดนี้ไหมค่ะ
สกุล dioscorecea ดอกหอมไกลมากหัวเล็ก
คล้าย Coelogyne phuhinrongklae แต่ไม่มั่นใจครับ
ID help please from Doi Suthep, Chiang Mai. October 2020.
คิดว่าเป็นสกุล Pseuderanthemum sp. แต่ไม่ทราบชนิดครับ?
ขออณูญาตถามชื่อค่ะ รูปถ่ายจากภูลังกา จ.บึงกาฬ
รบกวนสอบถามครับ นี่ต้นอะไรครับ ดอกสีม่วงอ่อนๆ ขึ้นตามป่าครับ สมัยก่อนแถวบ้านเยอะมาก แต่ไม่ทราบชื่อเรียกครับ
ขอสอบถามครับว่า คือ Aglaonema ovatum ใช่ไหมครับ?