Forest Herbarium - BKF

Forest Herbarium - BKF สำนักงานหอพรรณไม้ "รอบรู้เรื่องพรรณไม้" หน่วยงานดีเด่นของชาติ ประจำพุทธศักราช 2550

เปิดเหมือนปกติ

ประกายแสด Mallotus kongkandae Welzen & Phattar. วงศ์ Euphorbiaceae     ** พรรณไม้หายากที่มีการค้นพบครั้งแรกบนยอดเขากระโจ...
18/03/2021

ประกายแสด Mallotus kongkandae Welzen & Phattar. วงศ์ Euphorbiaceae

** พรรณไม้หายากที่มีการค้นพบครั้งแรกบนยอดเขากระโจม....ซึ่งก่อนหน้านี้มีการสำรวจพบในประเทศไทยทางภาคเหนือ (แม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร และดอยตุง จังหวัดเชียงราย) ตามป่าดิบเขา ที่สูงจากระดับทะเลปานกลาง 1,000-1,400 ม. เท่านั้น.....แสดงให้เห็นว่าประกายแสดมีเขตการกระจายพันธุ์ลงมาได้จนถึงผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไทย

** พืชชนิดใหม่ของโลกที่มีการตีพิมพ์ลงวารสาร Blumea ในปี ค.ศ. 2001 คำระบุชนิด kongkandae ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.ก่องกานดา ชยามฤต หัวหน้าโครงการศึกษาพืชวงศ์ Euphorbiaceae ของไทย ปัจจุบันท่านเป็นที่ปรึกษาและนักพฤกษศาสตร์อาวุโสของกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

ลักษณะเด่น : ไม้ต้น สูง 8-15 ม. ส่วนต่าง ๆ มีขนรูปดาวและขนต่อมกระจายทั่วไป ใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปขอบขนาน โคนมีต่อมสีส้มอมเหลือง 1 คู่ แผ่นใบด้านล่างมีต่อมเป็นสะเก็ดหนาแน่น ดอกแยกเพศต่างต้น ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกกระจุกที่ปลายกิ่ง มี 1–10 ช่อ ดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุก ดอกเพศเมียมี 1–2 ดอก ก้านเกสรเพศเมียมีปุ่มหนาแน่น ติดทน ผลแบบผลแห้งแตก รูปทรงกลมแป้น ผิวผลเป็นสันตามยาว มีขนต่อมสีส้มกระจายหนาแน่น เมล็ดรูปไข่ แบน

#สีสันแห่งพรรณพฤกษาในผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ #BKF #กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

ที่มา : - โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
- Flora of Thailand 8(2): 356-437
- สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ)

มะหลอด Elaeagnus latifolia L. วงศ์ Elaeagnaceae     ** พรรณไม้ที่มีผลรสเปรี้ยวชวนน้ำลายสอ.....เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ป่าตาม...
11/03/2021

มะหลอด Elaeagnus latifolia L. วงศ์ Elaeagnaceae

** พรรณไม้ที่มีผลรสเปรี้ยวชวนน้ำลายสอ.....เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ป่าตามฤดูกาลที่เรามีโอกาสได้ลิ้มรสเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น เพราะมีการออกดอกและเป็นผลในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคม หลายพื้นที่นิยมปลูกเพื่อรับประทานผลสุก นำมาตำ ยำ หรือกินกับน้ำจิ้มปลาร้า คงถูกปากและชวนน้ำลายไหลไปตาม ๆ กัน

ลักษณะเด่น : ไม้พุ่มหรือไม้เลื้อย ทุกส่วนมีเกล็ดสีเงินปกคลุม ใบเดี่ยว เรียงเวียน ดอกออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ผลรูปทรงรี สุกสีส้มอมแดง มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศไทยทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ ตามป่าดิบเขาระดับต่ำ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง บริเวณพื้นที่เขาหินปูน ที่สูงตั้งแต่ใกล้ระดับทะเลปานกลางจนถึงประมาณ 1,500 ม.

ชื่ออื่น : สลอดเถา (ราชบุรี); ตะลิงปิงเถา (กะเหรี่ยง-ราชบุรี); ควยรอก (ตราด); ส้มหลอด (ใต้)

#สีสันแห่งพรรณพฤกษาในผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ #BKF #กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

ที่มา : - โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
- Flora of Thailand 14(3): 475-480
- https://www.facebook.com/NanThailand.BanhayouNan/posts/2071539389626059 (ภาพตำมะหลอดหรือโซ๊ะมะหลอด)

ละหุ่งเครือ Byttneria andamanensis Kurz วงศ์ Malvaceae (เดิม Sterculiaceae)     ลักษณะเด่น : ไม้เถาหรือไม้พุ่มรอเลื้อย ก...
08/03/2021

ละหุ่งเครือ Byttneria andamanensis Kurz วงศ์ Malvaceae (เดิม Sterculiaceae)

ลักษณะเด่น : ไม้เถาหรือไม้พุ่มรอเลื้อย กิ่งแก่มีสันตามยาว 6 สัน เกลี้ยง ใบเดี่ยว คล้ายรูปหัวใจ ปลายแยกเป็นแฉก มี 3–5 แฉก ขอบหยักซี่ฟันหรือจักฟันเลื่อยซ้อน เส้นกลางใบมีต่อมใกล้โคน เห็นชัดทางด้านล่าง ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกจำนวนอย่างละ 5 กลีบ กลีบดอกสีขาวถึงสีแดง ผลแบบผลแห้งแตกตามรอยประสาน รูปทรงกลม เกลี้ยง มีหนามยาวจำนวนมาก

** ละหุ่งเครือถือเป็นพรรณไม้ที่ลักษณะผลสวยเด่นอีกชนิดหนึ่ง....ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค ตามชายป่า บริเวณพื้นที่เปิดโล่ง หรือพื้นที่ริมน้ำ ที่สูงตั้งแต่ใกล้ระดับทะเลปานกลางจนถึงประมาณ 700 ม. ออกดอกและเป็นผลเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน

** เคล็ดแต่ไม่ลับ....ชาวกระหร่างแถบเทือกเขาตะนาวศรีขูดเปลือกละหุ่งเครือผสมน้ำมะนาวใช้สระผม น้ำในเถาใช้ดื่มแก้หน้ามืดวิงเวียน มีเคล็ดความเชื่อว่าทำให้ผู้หญิงเป็นหมันได้ โดยการตัดเถาเป็นท่อน ให้ผู้หญิงยกกินน้ำแล้ววางไว้ที่เดิม จากนั้นให้หันหลังเดินกลับบ้านโดยไม่ต้องหันกลับไปมอง

** คำระบุชนิด "andamanensis" หมายถึงหมู่เกาะอันดามัน แหล่งเก็บตัวอย่างต้นแบบ

ที่มา : - โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
- สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ)
- Flora of Thailand 7(3): 544-550
- หนังสือการใช้ประโยชน์พรรณพืชของชาวกระหร่าง บริเวณแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศผืนป่าตะนาวศรีตอนล่าง, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

#สีสันแห่งพรรณพฤกษาในผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ #BKF #กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

🍃 โปสเตอร์ "พรรณไม้ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่" อีกหนึ่งผลงานจากโครงการความหลากหลายของพรรณพืชในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้...
05/03/2021
01782 AW Poster_Khao-Yai ใหญ่-01.jpg

🍃 โปสเตอร์ "พรรณไม้ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่" อีกหนึ่งผลงานจากโครงการความหลากหลายของพรรณพืชในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้รวบรวมพรรณไม้ที่น่าสนใจและหายากในพื้นที่ไว้มากมาย จัดทำโดย กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช...หน่วยงาน สถานศึกษา และผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับโปสเตอร์ฟรี**ได้ที่ ห้องสมุดหอพรรณไม้ ชั้น 3 อาคารพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 🍂 #โปสเตอร์มีจำนวนจำกัด #BKF #สำรวจพรรณไม้

หรือสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้
https://drive.google.com/file/d/1YdgTfYjFek8MHEjncTUWU5xhF_SaBq16/view?usp=sharing

ประทัดกาญจน์ หรือประทัดเมืองกาญจน์ Agapetes loranthiflora D. Don ex G. Don วงศ์ Ericaceae     ลักษณะเด่น : ไม้พุ่มอิงอาศ...
02/03/2021

ประทัดกาญจน์ หรือประทัดเมืองกาญจน์ Agapetes loranthiflora D. Don ex G. Don วงศ์ Ericaceae

ลักษณะเด่น : ไม้พุ่มอิงอาศัย มีขนสั้นนุ่มตามก้านดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก ใบเรียงเวียนรอบข้อ 3 ใบ ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่น หลอดกลีบดอกสีชมพูอ่อน มีลายเส้นสีเข้ม ปลายแฉกสีเขียวอ่อน อับเรณูแตกเป็นรูที่ปลาย โคนมีเดือยขนาดเล็ก 2 เดือย ผลกลมขนาดเล็ก มีขน

** ผลพลอยจากการทำงานสำรวจ ติดตาม และบันทึกข้อมูลความหลากหลายของพรรณไม้อย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาลที่ผันเปลี่ยน ทำให้ทีมงานมีโอกาสได้พบเห็นดอกของประทัดกาญจน์ ซึ่งมีช่วงเวลาของการออกดอกเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น (ตั้งแต่เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์) ในประเทศไทยพบมีการกระจายพันธุ์ตามป่าดิบเขาทางภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ ที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 960–1,000 ม.

ที่มา : - โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
- สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ)
- Flora of Thailand 13(1): 101-113
#สีสันแห่งพรรณพฤกษาในผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ #BKF #กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

เครือแซะตะนาวศรี Kanburia tenasserimensis (Mattapha & Sirich.) J. Compton, Mattapha, Sirich. & Schrire วงศ์ Fabaceae    ...
01/03/2021

เครือแซะตะนาวศรี Kanburia tenasserimensis (Mattapha & Sirich.) J. Compton, Mattapha, Sirich. & Schrire วงศ์ Fabaceae

ลักษณะเด่น : เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ดอกสีแดงเข้ม หรือสีแดงอมน้ำตาลถึงม่วง ไม่มีใบประดับย่อย ผลแบบผลแห้งแตก

** เครือแซะตะนาวศรีถือเป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย (endemic) พบมีการกระจายพันธุ์เฉพาะแถบภาคตะวันตกเฉียงใต้; ราชบุรี, กาญจนบุรี และภาคกลาง; สุพรรณบุรี ตามป่าผลัดใบ บริเวณพื้นที่เขาหินแกรนิต ที่สูงตั้งแต่ใกล้ระดับทะเลปานกลางจนถึงประมาณ 400 ม. ออกดอกและเป็นผลเดือนสิงหาคมถึงมกราคม

สกุล Kanburia J. Compton, Mattapha, Sirich. & Schrire ถูกตั้งให้เป็นสกุลใหม่ของโลกในวารสาร PhytoKeys เมื่อปี 2019 ประกอบด้วยพืชเพียง 2 ชนิดเท่านั้น และเป็นพืชชนิดใหม่ในวารสารดังกล่าวอีกด้วย คือ 1) เครือแซะตะนาวศรี และ 2) เครือข้าวเม่า หรือเครือข้าวเขียว (K. chlorantha (Mattapha & Sirich.) J. Compton, Mattapha, Sirich. & Schrire) ชื่อสกุล Kanburia ตั้งตามจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งที่พบพืชสกุลนี้ครั้งแรก

ขอขอบคุณ ดร.สไว มัฐผา และดร.ยศเวท สิริจามร สำหรับความช่วยเหลือในการระบุชนิด
ที่มา : - โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
- Flora of Thailand 4(3.2): 467-471
#สีสันแห่งพรรณพฤกษาในผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ #BKF #กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

แปรงปืน Brachypterum microphyllum Miq. วงศ์ Fabaceae     ลักษณะเด่น : เป็นไม้ต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 20 เมตร ใบประกอบแบบขนน...
25/02/2021

แปรงปืน Brachypterum microphyllum Miq. วงศ์ Fabaceae

ลักษณะเด่น : เป็นไม้ต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 20 เมตร ใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยขนาดเล็กจำนวน 19-41 ใบ ช่อดอกคล้ายแบบช่อกระจะ ช่อตั้งขึ้น ดอกสีชมพู-ม่วง

** ทีมสำรวจขอยกให้พรรณไม้ชนิดนี้....เป็นพรรณไม้เอกลักษณ์ชนิดหนึ่งแห่งผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปแถบภาคตะวันตกไปจนถึงภาคใต้ของประเทศไทย มีศักยภาพสูงในการนำไปปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ สามารถเจริญเติบได้ดีตั้งแต่พื้นที่ใกล้แหล่งน้ำไปจนถึงพื้นที่สูงประมาณ 1,200 เมตร ด้วยลักษณะช่อดอกตั้งขึ้นคล้ายซี่แปรงสีฟัน มองเห็นเรือนยอดสูงเด่นในผืนป่าช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม ช่วยแต่งเติมสีสันให้ผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ได้ไม่น้อยเลย

ชื่ออื่น ๆ : ค่างเต้น ดีงู พันแต มะตาฮะจิง มะแตฮาจิง มะนามจาย
ชื่อสามัญ : Vetch tree
ชื่อพ้อง : Derris microphylla (Miq.) B. D. Jacks.
ที่มา : โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
#สีสันแห่งพรรณพฤกษาในผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ #BKF #กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

“ฤดูกาลผันเปลี่ยน...สีสันแห่งพรรณพฤกษาก็ผันเปลี่ยนตามไป”          เริ่มย่างเข้าช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย พรรณไม้หลายชนิดเ...
24/02/2021

“ฤดูกาลผันเปลี่ยน...สีสันแห่งพรรณพฤกษาก็ผันเปลี่ยนตามไป”

เริ่มย่างเข้าช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย พรรณไม้หลายชนิดเริ่มปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ บางชนิดเริ่มมีการผลัดใบ บางชนิดเริ่มผลิดอกออกผล ทีมงานสำรวจพรรณไม้ในพื้นที่โครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ยังคงต้องมีการทำงานสำรวจ ติดตาม และบันทึกข้อมูลความหลากหลายของพรรณไม้ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะ ๆ

หลายชนิดที่สำรวจพบเป็นพรรณไม้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ซึ่งพบมากเฉพาะบริเวณนี้ หลายชนิดเป็นพรรณไม้ทางภูมิภาคอินเดีย-พม่า ภูมิภาคดินโดจีน และภูมิภาคมาเลเซียที่กระจายพันธุ์มาถึง หลายชนิดเป็นพรรณไม้หายาก เป็นพืชอาหารและสมุนไพร แสดงให้เห็นความสำคัญของพื้นที่ที่มีความหลากหลายของพรรณไม้สูง นำไปสู่การวางแผนในการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

☘️โปรดรอติดตาม.....สีสันแห่งพรรณพฤกษาในผืนป่าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไทยในตอนต่อไป....

#BKF #กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

19/02/2021
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

#ปลูกต้นไม้เพื่อลมหายใจคนที่คุณรัก #ต้นไม้ลดฝุ่น

......“ปลูกต้นไม้เพื่อลมหายใจคนที่คุณรัก”.....

Pediatrics Delivery ครั้งที่ 7/2564
วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564
จัดโดย
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

ดาวน์โหลดหนังสือ ต้นไม้ลดฝุ่น PM2.5 ในรูปแบบ pdf. ไฟล์ได้จากhttp://www.dnp.go.th/botany/PDF/publications/PM25.pdf

#ปลูกต้นไม้เพื่อลมหายใจคนที่คุณรัก #ต้นไม้ลดฝุ่น

Pediatrics Delivery ครั้งที่ 7/2564
วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564
"ปลูกต้นไม้เพื่อลมหายใจคนที่คุณรัก"
โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
คุณมานพ ผู้พัฒน์
หัวหน้าฝ่ายพืชสมุนไพรและพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำเนินรายการ โดย
รศ. พญ. ชลีรัตน์ ดีเรกวัฒนชัย
กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

15 New species in Thailand and Neighboring Countries+++การตีพิมพ์พบพืชชนิดใหม่ในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) Vol...
11/02/2021

15 New species in Thailand and Neighboring Countries

+++การตีพิมพ์พบพืชชนิดใหม่ในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) Vol. 48 No. 2, 2020 เผยแพร่บทความผลการศึกษาวิจัยด้านอนุกรมวิธานพืช (Taxonomy) และงานวิจัยด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพืช

+++โดยในฉบับนี้มีการค้นพบพรรณพืชชนิดใหม่ ที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้---ถึง ๑๕ ชนิด ในจำนวนนี้ ๑๑ ชนิด พบในประเทศไทย, ๓ ชนิด พบในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ๑ ชนิดพบในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

สามารถดาวน์โหลดได้ ที่หน้าเว็บไซต์https://www.dnp.go.th/botany/PDF/TFB/TFB48(2)/TFB48_2.pdf
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/ThaiForestBulletin/issue/view/16772

จัดทำวารสารโดย : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช (กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้)

Thai Plant NamesApplication ที่ใช้ค้นหาชื่อพฤกษศาสตร์ ชื่อไทย ของ พรรณไม้ทั้งหมดที่มีการพบในประเทศไทย กว่า 11,500 ชนิด, ...
11/02/2021

Thai Plant Names

Application ที่ใช้ค้นหาชื่อพฤกษศาสตร์ ชื่อไทย ของ พรรณไม้ทั้งหมดที่มีการพบในประเทศไทย กว่า 11,500 ชนิด, 2,460 สกุล, 290 วงศ์ พร้อมภาพพรรณไม้กว่า 2,140 ชนิด แล้วยังเชื่อมต่อกับข้อมูลสารานุกรมพืชกว่า 500 ชนิด และข้อมูลพืชสมุนไพรอีกกว่า 700 ชนิด ที่มีทั้งคำบรรยาย และภาพแสดง โดยการเรียบเรียงจากนักพฤกษศาสตร์มืออาชีพ

*** จุดเด่นอีกอย่างของแอฟเคชั่นนี้ ยังมี qr code ข้อมูลพรรณไม้กว่า 1000 ชนิด ให้ท่านนำไปใช้ทำป้ายสื่อความหมายหรือแชร์ให้คนอื่นๆ ต่อได้อีกด้วย

***ดาวน์โหลดฟรี***

https://apps.apple.com/th/app/thaiplantnames/id1527892780?l=th

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.devoop.botanythaiplantnames&hl=en

https://www.dnp.go.th/botany/mplant/index.html

-- สาบหมา -- เจ้าของฉายา..."ปีศาจเม็กซิกัน".โตไว พ่นพิษใส่คนอื่น แถมทนทานเผาก็ไม่ตาย มาไกลจากทวีปอเมริกา  ผ่านยูนนาน เข้...
18/01/2021

-- สาบหมา --
เจ้าของฉายา...
"ปีศาจเม็กซิกัน"
.
โตไว พ่นพิษใส่คนอื่น แถมทนทานเผาก็ไม่ตาย มาไกลจากทวีปอเมริกา ผ่านยูนนาน เข้าพม่า มาโผล่ไทย
.
.

ชื่อสามัญ : Crofton weed, Cat weed, Mexican devil
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ageratina adenophora (Spreng.) R. M. King & H. Rob.
วงศ์ทานตะวัน : Asteraceae

-- ถิ่นกำเนิด : มาจากทวีปอเมริกาตอนกลาง ปัจจุบันแพร่กระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

-- ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 0.5-2 ม. มีระบบรากที่แข็งแรงและหนาแน่น ลักษณะทั่วไปคล้ายต้นสาบเสือ (Chromolaena odorata) แต่มีจุดแตกต่างกันที่ สาบหมาจะมีกิ่งและก้านใบสีน้ำตาลอมม่วง และมีขนสั้นหนานุ่มเหนียวมือเมื่อสัมผัส

ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่แกมรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หรือรูปสามเหลี่ยม ยาว 4-10 ซม. ขอบใบจักฟันเลื่อย มีเส้นใบ 3 เส้นออกจากโคนใบ

ช่อดอกทรงกลมคล้ายดอกสาบเสือ สีขาว ดอกตูมสีออกม่วงอมชมพู ช่อดอกย่อยกลม กว้าง 5-8 มม.

ผลแบบแห้งมีเมล็ดสีดำ ขนาดเล็กมาก รูปขอบขนาน ยาว 1-2 มม. ปลายเมล็ดด้านหนึ่งมีพูขนสีขาว 10 เส้น ยาว 3 มม. สามารถปลิวไปตามกระแสลมได้ไกล

-- นิเวศวิทยาและการแพร่กระจายพันธุ์ :
คาดว่าสาบหมาเข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 40 ปีมาแล้ว (ปัจจุบัน 2563) โดยกระจายพันธุ์มาจากมณฑลยูนานประเทศจีน ผ่านประเทศเมียนม่าร์ เข้ามาสู่ภาคเหนือของไทย

ปัจจุบันพบไปทั่วภาคเหนือตอนบน ลงมาถึงจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย คาดว่าเข้ามาโดยเมล็ดที่ถูกลมพัดพาตามธรรมชาติ หรือการเคลื่อนย้ายผลผลิตทางการเกษตร

สาบหมาจะชอบขึ้นตามที่โล่งแจ้ง-รำไร ที่มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 1,200 มม./ปี ที่ความสูง 700-2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล

พบมากตามไร่เลื่อนลอย ป่าเสื่อมโทรม ทุ่งหญ้า และข้างทางบนพื้นที่สูง ในพื้นที่สูงที่ยังไม่พบต้นสาบหมาควรจะเฝ้าระวังการเข้าไปถึงได้แก่ เขตภูเขาสูงด้านตะวันตกของประเทศ กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว และกลุ่มป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น

-- ประสิทธิภาพการรุกราน :
สาบหมาเจริญเติบโตได้รวดเร็ว ตลอดทั้งปี โดยมีอายุประมาณ 3 เดือนก็สามารถออกดอกและผลได้

ถ้าอากาศแห้งมากหรือถูกไฟป่าเผาลำต้นจะแห้งตายแล้วแตกหน่อขึ้นมาใหม่ได้อีก ในพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นเพียงพอจะเจริญเติบโตตลอดทั้งปี

สาบหมาจะมีการปล่อยสารเคมีที่มีฤทธิ์ยับยั่งการเจริญเติบโตและการงอกแก่พืชชนิดอื่นข้างเคียงแม้แต่วัชพืชด้วยกันก็ตาม

การที่มีอายุยืนและการปล่อยสารพิษต่อพืชชนิดอื่น จึงทำให้สาบหมาสามารถแผ่ขยายตัวและเข้ายึดครองพื้นดินอย่างหนาแน่น ยากที่พรรณไม้ชนิดอื่นจะเข้ามาทดแทนได้

อัตราการผลิตเมล็ด 50-70 เมล็ด/ช่อดอก ต้นที่มีอายุประมาณ 1 ปี สามารถผลิตเมล็ดได้ 2,500-21,000 เมล็ด/ต้น/ปี

พาหะที่ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญคือ กระแสลม กระแสน้ำ และเมล็ดที่ติดไปกับดินในกระถางต้นไม้ ล้อรถยนต์ กีบเท้าสัตว์ หรือเมล็ดพันธุ์พืชเกษตรที่ถูกเคลื่อนย้ายไปสู่พื้นที่สูงแห่งอื่น

-- การใช้ประโยชน์ :
ทุกส่วนของต้นสดสับแล้วผสมลงในดินปลูก มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของรากและการงอกของเมล็ดวัชพืชชนิดอื่นๆ มีรายงานว่าต้นสาบหมาเป็นพิษต่อม้า ถ้ากินในปริมาณมากจะทำให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง

--การควบคุม :
ใช้วิธีถอน ขุดหรือไถให้ถึงราก แล้วนำมาเผาทำลาย โดยต้นกล้าที่เกิดขึ้นใหม่จากเมล็ดและกิ่งที่ตกค้างในดินให้ใช้วิธีถอนออกซ้ำ หรือร่วมกับการปลูกพันธุ์ไม้ป่าโตเร็วพวกพืชเบิกนำ (pioneer species) เข้าไปยึดครองพื้นที่แทน การกำจัดจะต้องติดตามต่อไปอีกประมาณ 3-5 ปี

#พืชต่างถิ่นรุกราน #Invasive #AlienSpecies

16/01/2021
www.youtube.com

เคยชื่นชมความงดงามของพรรณไม้ดอยเชียงดาวกันมาแล้ว ลองมาติดตาม Ep.2 #HangOverThailand2020 #เชียงดาวNatureReconnect
เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ หลังปิดการท่องเที่ยวดอยเชียงดาว ๑ ปี จากสถานการณ์ไฟป่า ๒๗ มี.ค.-๑ เม.ย. ๒๕๖๒ โดยภาคีเรารักดอยหลวงเชียงดาว และนาดาว บางกอก ได้ประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดทำโปรเจค NATURE RECONNECT : คืนสัมพันธ์ธรรมชาติ เพื่อต้องการสื่อว่า เปิดมาใหม่เที่ยวกันอย่างไรให้ยั่งยืน

ติดตาม Ep.2 กันได้ ทาง link นี้เลยค่ะ :
https://youtu.be/AU6wo2FHWVo

....ขี้ไก่ย่าน....#ขี้ไก่ย่าน #พืชต่างถิ่นรุกราน #Invasive #AlienSpecies ----ตัวจี๊ดไม่แพ้ใคร ในบรรดาวัชพืชที่มาจากต่างป...
15/01/2021

....ขี้ไก่ย่าน....

#ขี้ไก่ย่าน #พืชต่างถิ่นรุกราน #Invasive #AlienSpecies

----ตัวจี๊ดไม่แพ้ใคร ในบรรดาวัชพืชที่มาจากต่างประเทศ ณ เวลานี้ขอยกให้ “ขี้ไก่ย่าน” เลยครับ ชื่อก็บอกว่ามาจากปักษ์ใต้ “ย่าน” แปลว่า ไม้เลื้อย/เถาวัลย์ ส่วนคำว่า “ขี้ไก่” น่าจะหมายถึงกลิ่นของดอกที่มีกลิ่นอย่างว่า แมลงวันชอบมาตอม

ตอนนี้แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ เพราะติดผลจำนวนมากปลิวตามลมได้ไกลคล้ายเมล็ดต้นสาบเสือ มันโตเร็วมากเลื้อยปกคลุมพืชสวนพืชไร่จนหงอยไม่พอ ยังปล่อยสารเคมีเข้ายับยั่งการเจริญเติบโตเพื่อนอีก

ชื่อสามัญ : American rope, Chinese creeper
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mikania micrantha Kunth
วงศ์ทานตะวัน : Asteraceae

---ถิ่นกำเนิด : มาจากทวีปอเมริกาในเขตร้อน ปัจจุบันแพร่กระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก

---ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ไม้เลื้อยล้มลุก มีอายุหลายปี ยาวได้ถึง 20 ม. เลื้อยปกคลุมตามพื้นดินหรือเรือนยอดต้นไม้ใหญ่

กิ่ง ลำต้น และใบมีขนสั้นสีขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้าม รูปหัวใจ (คล้ายใบตำลึง) ยาว 4-13 เซนติเมตร ขอบใบหยัก

ดอกออกเป็นช่อคล้ายรูปร่ม ดอกสีขาว-ขาวอมเขียว เมล็ดสีดำ ยาวเพียง 2 มิลลิเมตร ปลายมีพู่ขนสีขาวช่วยพยุงให้ลอยไปตามลมหรือติดไปกับขนสัตว์ได้ไกล

---นิเวศวิทยาและการกระจายพันธุ์
ขี้ไก่ย่านเข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อไรไม่มีหลักฐาน แต่เมื่อประมาณ 20 ที่แล้ว (ปัจจุบัน 2564) ในภาคใต้พบการระบาดไปทั่วแล้วตามที่รกร้าง และชายป่าดงดิบ คาดว่าน่าจะเข้ามาทางประเทศมาเลเซีย

ประมาณ 10 ปีต่อมาก็พบว่ามีการระบาดหนักในภาคตะวันตก ตามชายป่าดงดิบและใกล้ริมห้วยในกลุ่มป่าแก่งกระจานและภาคเหนือตามสวนลำไยและสวนผลไม้ที่อยู่ใกล้ห้วยหรือหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น

ปัจจุบันได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศไทยรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านตอนบนของไทยแล้ว ชอบขึ้นตามที่โล่งแจ้ง และในพื้นที่ที่มีความชื้นในอากาศสูง เช่น ตามชายป่าดงดิบ ริมน้ำ หรือในพื้นที่หุบเขา

ขึ้นได้ในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนเกินกว่า 1,000 มิลลิเมตร/ปีขึ้นไป และที่ความสูงไม่เกิน 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

---ประสิทธิภาพการรุกราน
มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก ในช่วงฤดูฝนสามารถยืดยาวได้ถึง 2.5-9 เซนติเมตร/วัน มีการแตกกิ่งแผ่ออกจำนวนมากปกคลุมต้นไม้อื่นอย่างหนาแน่น ในฤดูแล้งเถาจะไม่แห้งเหี่ยว เพียงแต่ทิ้งใบแห้งมากขึ้น

ด้วยอายุเพียงผ่านฤดูฝนมาครั้งเดียวก็สามารถออกดอกติดผลได้แล้ว ต้นที่อายุประมาณ 2 ปีสามารถยืดยาวได้ 5-10 เมตร และผลิตเมล็ดได้ 100,000 – 200,000 เมล็ด/ต้น นอกจากนี้ยังสามารถขยายพันธุ์ด้วยกิ่งหรือต้นที่เลื้อยไปตามพื้นดินได้อีกด้วย

มีผลการวิจัยยืนยันว่าใบสดและใบแห้งของขี้ไก่ย่านสามารถปล่อยสารพิษต่อพืชข้างเคียง (allelopathy) ด้วยการระเหยและการชะล้างลงสู่ดินไปยับยั้งการงอกของเมล็ดและการเจริญเติบโตของพืชที่ขึ้นอยู่ใกล้เคียง แม้แต่วัชพืชจำพวกกกและหญ้าก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย

พรรณไม้ที่ถูกขี้ไก่ย่านปกคลุมจะถูกบดบังแสง ถูกแย่งน้ำและอาหารในดิน อีกทั้งยังถูกโจมตีด้วยการปล่อยสารเคมียับยั้งการเจริญเติบโต จนกระทั่งยืนต้นตาย แล้วกลายเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดไฟป่าเข้าทำลายได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ขี้ไก่ย่านจึงถือว่าเป็นวัชพืชที่ร้ายแรงมากต่อทั้งพืชเกษตรและพื้นที่ป่า

---การใช้ประโยชน์
น้ำคั้นจากทั้งต้นใช้ฉีดพ่นควบคุมวัชพืชได้ หรืออาจจะสับให้ละเอียดแล้วผสมลงในดินบริเวณที่ไม่ต้องการให้วัชพืชขึ้น ทั้งต้นใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ แต่ไม่ควรให้กินมากและกินทุกวันเพราะอาจเป็นพิษต่อตับได้

---การควบคุม
หากพบมีการแพร่ระบาดให้ใช้วิธีตัด สาง แล้วถอน/ขุดให้ถึงราก แล้วนำมาเผาทำลาย โดยต้นกล้าที่เกิดขึ้นใหม่จากเมล็ดและกิ่งที่ตกค้างในดินให้ใช้วิธีถอนออกซ้ำ แล้วติดตามการกลับมางอกใหม่ต่อไปอีก 2-3 ปี.

-------------------------

ที่อยู่


เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Forest Herbarium - BKFผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้

การเก็บและสำรวจพรรณไม้ของประเทศไทยเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2449 หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 10 ปี โดยมีนาย H. B. G. Garrett นักการป่าไม้ชาวอังกฤษเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อมาเริ่มมีเจ้าหน้าที่ของหอพรรณไม้ ออกทำการสำรวจและเก็บตัวอย่างร่วมด้วย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2473 หอพรรณไม้ได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเพื่อเก็บรักษาตัวอย่างพรรณไม้ที่ได้จากการสำรวจ จนถึงปัจจุบันมีจำนวนตัวอย่างพรรณไม้ประมาณ 300,000 ชิ้น (สิงหาคม, 2561)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 มีการปรับโครงสร้างราชการ ทำให้งานกลุ่มพฤกษศาสตร์ป่าไม้โอนย้ายมาอยู่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามการแบ่งส่วนราชการใหม่ และได้รับการปรับสถานะจากกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ เป็นสำนักหอพรรณไม้ ตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 22 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 และปรับสถานะเป็นสำนักงานหอพรรณไม้ ภายใต้สังกัดสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2550 ในปัจจุบันกลับมาเป็นกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561

หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (Forest Herbarium - BKF) เป็นหอพรรณไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติในสังกัดอีก 71 แห่ง มีหน้าที่สำรวจและเก็บรวบรวมพรรณไม้ในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ ไว้ในรูปแบบต่างๆ อย่างเป็นระบบสากล เช่น พรรณไม้แห้ง พรรณไม้ดอง พรรณไม้ต้นแบบ และตัวอย่างส่วนต่างๆ ของพรรณไม้ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลไว้สืบค้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ บริการและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพรรณพืชทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นหน่วยงานที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัย บริการวิชาการ และนันทนาการ จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานดีเด่นของชาติ สาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำพุทธศักราช 2550 โดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของชาติ ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2555 ในส่วนของตัวหอพรรณไม้ (herbarium) ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ รุ่นที่ 2 ของสำนักเลขาธิการสภาการศึกษา

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ

ความคิดเห็น

สอบถามต้นไม้ตามรูปคือต้นอะไร พบที่เขาหินปูนสระบุรี
อยากรู้ว่าต้นนี้ชื่ออะไรคะ บนยอดภูกระดึง กลิ่นหอม
ดอกอะไรครับ
อยากรู้ว่านี่คือดอกของต้นอะไรคะ หรือว่าเถาวัลย์อะไร
ID help please. Doi Suthep, Chiang Mai. Jan 2021. Circa 1560 m
I am searching for the name of this bush. - The stems are of about 3.5 m height with short branches. The flower pods can be seen with the caterpillar at the bottom of the pictures. It seems not to be a wide spread species, as I found it only in one location here in Phitsanulok.
ขอสอบถามชื่อเอื้องนิ่มครับ จากดอยอินทนนท์ ความสูงประมาณ 2000 เมตรครับ
ขอสอบถามครับว่า คือ เมี่ยงอีอาม Camellia kissii Wall. ใช่ไหมครับ? พบบนภูใน จ.เลย ที่ความสูงราว 1,200-1,400 เมตร
อยากทราบชื่อชนิด หรือ วงศ์ สกุล ของชนิดรี้ครับพบบนสันเขาระหว่างการไปช่วยสำรวจนก ในเขตฯภาชี ราชบุรี ความสูงประมาณ 700_800 เมตร ดอกหอมอ่อนๆ ออกดอกที่เจอน่าจะช่วง กค สค.
ขออนุญาตสอบถามครับว่าเป็น Strobilanthes sp. ชนิดใด พบบนพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับทะเลฯราว 1,400 เมตร จ.เลย(26/12/2563) เขาดูคล้ายๆ..ฮ่อมกาบจัก Strobilanthes echinata?
ขออนุญาตสอบถามครับ คนนี้ชื่อว่าอะไรครับ รากมีกลิ่นหอมเหมือนน้ำมันมวย ไม่ใช่ต้นกระสัง
ขออนุญาติสอบถามครับ ต้นนี้มีชื่อว่าอะไรครับ