สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย IAS-Chula สถาบันเอเชียศึกษา เป็นสถาบันวิจัยในสังกัดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือกำเนิดขึ้นใน พ.ศ. 2510 ภายในภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสถาบันเอเชียศึกษาค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นโดยมีกิจกรรมหลากหลาย และมีคณาจารย์ต่างภาควิชา ต่างคณะ/สถาบัน และต่างมหาวิทยาลัยมาร่วมกันทำงานมากขึ้น เมื่อมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มหาวิทยาลัยจึงได้ดำเนินการให้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นสถาบันขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 โดยมีฐานะเทียบเท่าคณะวิชาคณะหนึ่งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เปิดเหมือนปกติ

พระราชสาสน์ของจักรพรรดิอักบัรแด่พระเจ้าฟิลิปที่สองแห่งสเปน ฟะเตหปุระสีกรี มีนาคม/เมษา
16/07/2020
พระราชสาสน์ของจักรพรรดิอักบัรแด่พระเจ้าฟิลิปที่สองแห่งสเปน ฟะเตหปุระสีกรี มีนาคม/เมษา

พระราชสาสน์ของจักรพรรดิอักบัรแด่พระเจ้าฟิลิปที่สองแห่งสเปน ฟะเตหปุระสีกรี มีนาคม/เมษา

มนุษย์เรานั้นต่างถูกพันธนาการด้วยเงื่อนแห่งประเพณี การยึดมั่นในศาสนาตามชาติกำเนิดแห่งตน โดยมิได้ใคร่ค....

Aarong แบรนด์บังกลาเทศที่ช่วยออกแบบชีวิตที่ดีให้ช่างสตรีท้องถิ่นได้ผลิตงานฝีมือที่ดี
16/07/2020
Aarong แบรนด์บังกลาเทศที่ช่วยออกแบบชีวิตที่ดีให้ช่างสตรีท้องถิ่นได้ผลิตงานฝีมือที่ดี

Aarong แบรนด์บังกลาเทศที่ช่วยออกแบบชีวิตที่ดีให้ช่างสตรีท้องถิ่นได้ผลิตงานฝีมือที่ดี

สำรวจปัจจัยถักทอความสำเร็จของ Aarong ร้านไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้ช่างฝีมือบังกลาเทศพ้นความยากจน

16/07/2020
ไม่ควรให้ VIP กับทูตต่างชาติประเทศใดเลย ต้องมาตรฐานเดียวกับคนไทย | เรื่องลับมาก | FULL | NationTV22

ไม่ควรให้ VIP กับทูตต่างชาติประเทศใดเลย ต้องมาตรฐานเดียวกับคนไทย | เรื่องลับมาก | FULL | NationTV22

#ข่าววันนี้#เรื่องลับมาก#VIP รับชมวีดีโอที่คัดสรรจากเรา https://bit.ly/31bYdfp ------------------------------------------------------------ ติดตามข่าวสารจากช...

ศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-Muslimcenterchula
14/07/2020

ศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-Muslimcenterchula

ชวนอ่านบทความออนไลน์
เรื่อง มัสยิดสุลต่านอาห์เม็ดหรือมัสยิดสีน้ำเงิน
เขียนโดย อาจารย์ อมร หมัดยูนุ
โรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม

มัสยิดสุลต่านอาห์เม็ด หรือมัสยิดสีน้ำเงิน ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1609 - 1616 โดยมีแรงบันดาลใจมาจากความพยายามที่จะสร้างมัสยิดที่มีขนาดใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟีย (หรือ ‘ฮาเกียโซเฟีย’) เพราะแต่เดิมนั้น วิหารเซนต์โซเฟียได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ทำให้สุลต่านแห่งออตโตมันหลายพระองค์ต้องการกสร้างมัสยิดขนาดใหญ่ให้เทียบเท่าหรือใหญ่กว่าวิหารเซนต์โซเฟีย แต่ก็ไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จ จนมาถึงในสมัยสุลต่านอาห์เมตที่ 1 เมห์เมต อาอา

อ่านต่อได้ใน
https://bit.ly/2AWb1Pv

#MSCChula

09/07/2020
Power Jungle

Power Jungle

น่าแชร์ !!
ในช่วง Work From home ที่ผ่านมา หลายคนคงคิดว่าปริมาณขยะน่าจะเพิ่มขึ้น แต่มีข้อมูลน่าสนใจจากกทม. รายงานว่า ภาพรวมของปริมาณขยะในกรุงเทพฯ นั้นกลับลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปริมาณขยะพลาสติกยังคงพุ่งขึ้นสูงขึ้นจาก food delivery และการซื้อสินค้าออนไลน์ อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึง ปริมาณขยะติดเชื้อจากการไม่แยกทิ้งหน้ากากอนามัยก็เพิ่มขึ้นด้วย
.
ประเทศไทยมีปัญหาการแยกขยะมานาน ยิ่งในช่วงของการระบาดของ Covid-19 ปัญหาขยะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทำให้ขยะพวกนี้ท้ายสุดกลายเป็นภูเขาขยะ ทั้งที่มันสามารถ recycle เป็นพลังงานได้มากมาย
.
ถ้า zero waste ไกลตัวเกินไป near zero waste น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่ลงมือทำได้ทันที
.
โดยทำการคัดแยกตั้งเเต่ต้นทาง ขยะพวกนี้ก็จะกลายเป็น material ชั้นดีที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มหาศาล
.
อย่าลืมติดตามข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานสะอาดผ่าน Power Jungle
#PowerJungle
#กองทุนพัฒนาไฟฟ้า
#กกพ
#โควิด-19

LOCALRY
07/07/2020

LOCALRY

'ความเชื่อ' เป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความเชื่อคือการลงมือ 'ทำ' สิ่งนั้นให้เกิดขึ้นจริง
.
อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานขับเคลื่อนธุรกิจบนแพลตฟอร์ดิจิตอล เชื่อว่าคนไทยจะได้รับส่วนแบ่งที่แฟร์ขึ้น ถ้าเรามีแพลตฟอร์มของตัวเอง
.
ในช่วงวิกฤติโควิด – 19 ที่ทุกคนต้องกักตัว เขาในฐานะตัวแทนสถาบัน ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พัฒนาแพลตฟอร์มบริการส่งอาหารชื่อ “ตามสั่ง ตามส่ง” เพื่อจะส่งของอร่อยจากร้านอาหารในซอยลาดพร้าว 101 โดยวินมอเตอร์ไซค์ในชุมชน เพื่อให้คนในพื้นที่ถึงหน้าบ้าน
.
“เราเชื่อ เราลงมือทำ เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราถึงจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้”
.
ช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา หลายคนมองเห็นปัญหาในสังคมชัดเจนขึ้น และเกิดไอเดียมากมายเพื่อแก้ไขปัญหา
.
อรรคณัฐคือหนึ่งในนั้น และเขา “ลงมือทำ” ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง
.
ติดตามเรื่องราวของ “ตามสั่ง ตามส่ง” แพลตฟอร์มวินมอเตอร์ไซค์ที่มาช่วยตามส่งอาหารอร่ยให้ทุกคนย่านลาดพร้าวในวันที่เจอกับโควิด-19 ได้ที่ (https://bit.ly/3ejaENg)

#รากเหง้าเล่าอนาคต

Seek the origin, Live the localry
#Local #Localry #Thailand #Thai #Culture
อัปเดตและติดตามข่าวสารได้ที่
Instagram: instagram.com/localry.me/
YouTube: https://bit.ly/3f5bkWA
Facebook: LOCALRY

คนรุ่นใหม่: บทบาทในการเปลี่ยนวิกฤติโรคให้เป็นโอกาสแห่งการพัฒนา - South Asia Insight
06/07/2020
คนรุ่นใหม่: บทบาทในการเปลี่ยนวิกฤติโรคให้เป็นโอกาสแห่งการพัฒนา - South Asia Insight

คนรุ่นใหม่: บทบาทในการเปลี่ยนวิกฤติโรคให้เป็นโอกาสแห่งการพัฒนา - South Asia Insight

เมื่อวันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2563 ได้มีการประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ The 3rd ASEAN–India Youth Dialogue สาระสำคัญของการประชุมมุ่งประเด...

ข้อพิพาทเขตแดนระหว่างอินเดียกันเปาล - South Asia Insight
06/07/2020
ข้อพิพาทเขตแดนระหว่างอินเดียกันเปาล - South Asia Insight

ข้อพิพาทเขตแดนระหว่างอินเดียกันเปาล - South Asia Insight

ข้อพิพาทเขตแดนระหว่างอินเดียกับเนปาลปะทุขึ้นหลังจากสภาเนปาลมีมติเห็นชอบต่อการกำหนดเขตแผนที่ประเทศขึ้...

ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ Chinese Studies Center, CU
06/07/2020

ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ Chinese Studies Center, CU

เสวนาวิชาการ ประมวลกฎหมายแพ่งฉบับใหม่ของจีน: ซีวิลลอว์ในโลก 5.0

ประมวลกฎหมายแพ่งฉบับใหม่ของจีนกำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2021

นี่เป็นผลจากกระบวนการจัดทำประมวลกฎหมายแพ่งที่ยาวนาน อาศัยการจัดและรวบรวมกฎหมายแพ่งฉบับต่างๆ ของจีนให้เป็นระบบ รวมทั้งปรับแก้บทบัญญัติของกฎหมายแพ่งให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจสังคมจีนยุค 5.0

การจัดทำประมวลกฎหมายชิ้นประวัติศาสตร์นี้มีที่มาอย่างไร? บทบัญญัติทางแพ่งที่เป็นนิตินวัตกรรมใหม่เพื่อสอดรับกับยุคดิจิทัลมีอะไรบ้าง? หากมองจากมุมกฎหมายเปรียบเทียบ ประมวลกฎหมายแพ่งของจีนเดินตามโมเดลฝรั่งเศส เยอรมัน หรือมีเอกลักษณ์พิเศษของตน? หากมองจากมุมเทคนิคการร่างกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งของจีนสะท้อนนวัตกรรมในการจัดทำประมวลกฎหมายและการร่างกฎหมายสมัยใหม่อย่างไรบ้าง?

Live สดทางเพจคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ และเพจศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.30 - 16.00 น.

The Motive
06/07/2020

The Motive

#Quotes

"ท้ายที่สุดมันก็ไปสู่เรื่องของความเป็นประชาธิปไตย ทุกข้อถกเถียงในประเทศนี้มันจะไปสู่จุดนั้นหมด"

.
‘อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ’ นักวิจัยเรื่องเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศูนย์ประสานงานเพื่อการวิจัยแรงงานแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

.

ที่มา voicetv - Jun 25, 2020( Last update Jun 26, 2020 12:42 )
.
ลิงค์ที่มา : https://www.voicetv.co.th/read/Bp0x97uT2?fbclid=IwAR1w1codyWyBtbgN72QEHRVB-gpLgqxObzDp2__fYmFDVXnv_AZ_OmFj5o8

.

#Economy
#THEMOTIVE

Corona virus has spread globally, with total confirmed cases of over seven million people, and over four hundred thousan...
03/07/2020

Corona virus has spread globally, with total confirmed cases of over seven million people, and over four hundred thousand deaths. We are facing a pandemic of the century.

Beginning in Asia, the pandemic tested every government and national health systems. To contain the infectious disease was to control direct communication between people. Lockdown guaranteed both success in the disease containment and economic failure. Some economic sectors were sacrificed. Public and private sectors collaborate to assist the disadvantages, but how to manage the relief package promptly?

Government must balance between health and economy. Not every government were equally success. Culture and way of life must be considered in managing disease control measures, while keeping economic viability. Scholars began to compare each country’s measure to find the best model of management. As time past, it seemed that Asian countries were able to better handle this pandemic than some others. It is interesting to find out which factor of Asian society that supported or endorsed this success.

As long as there is no specific treatment or vaccine for the illness, we cannot be at peace. Direct communication among people in the world has been suspended for a while. De-globalization is the word. How are we going to live in this new setting?

===========================

[ Moderator ]:

Saikaew THIPAKORN, Ph.D.
Institute of Asian Studies, Chulalongkorn University

[ Panelists ]:

1. Munehito MACHIDA, MD, MPH, Ph.D.
JICA Chief Adviser
The Partnership Project for Global Health and Universal Health Coverage, Thailand

2. Elisa Carolina MARION, Ph.D.
Faculty of Humanities, Binus University

3. Teewin SUPUTTIKUN, Ph.D.
Faculty of Political Science, Chulalongkorn University

4. Saikaew THIPAKORN, Ph.D.
Institute of Asian Studies, Chulalongkorn University

Center for ASEAN Studies, CMU  ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
01/07/2020

Center for ASEAN Studies, CMU ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

📣กลับมาอีกครั้งกับสัมมนาอาเซียนออนไลน์ ในหัวข้อ
"SME ในอาเซียนจะอยู่รอดอย่างไรในยุค New Normal"

ครั้งที่ 2
ประเด็น การลงทุน และตลาด CLMV ในสถานการณ์ covid-19 :
กรณีศึกษาประเทศลาวและกัมพูชา

📍วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563
เวลา 13.30-15.30 น.

ร่วมพูดคุยโดย

👉กรณีศึกษาประเทศลาว
คุณจตุรงค์ บุนนาค ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว
Dr.Phanhpakit Onphanhdala Deputy Director Center for Enterprise Development and International Integration Policy National Institute for Economic Research

👉กรณีศึกษาประเทศกัมพูชา
คุณเตชพล ติยะพานิชกุล General Manager, T K CHEN FU CO., LTD

👉ดำเนินรายการโดย
คุณอรรคณัฐ วันทนะสมบัติ นักวิจัย ศูนย์แม่โขงศึกษา
สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ลิงค์ลงทะเบียน https://forms.gle/wGqeJFyNuBATLHvJ9
Zoom ID: 676 699 5088

ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ Chinese Studies Center, CU
19/06/2020

ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ Chinese Studies Center, CU

เมื่อพระพรหมไม่ใช่ 四面佛 ตอนที่ 2

ถ้า 四面佛 ที่สื่อทั้งหลายใช้กันจนเป็นคำสำคัญของท้าวมหาพรหมท่านแล้ว เป็นคำที่แปลความได้เพี้ยนไปจากความหมายเดิม คือทำให้คนจีนสับสนระหว่างพุทธกับพรหม เช่นนี้แล้วเราควรจะเรียกท้าวมหาพรหมว่าอย่างไรจึงจะถูกต้องตามความหมายดั้งเดิม

ภาษาจีนมีคำที่แปลทับเสียงคำว่า “พุทธ” คือ 佛 แล้วภาษาจีนมีคำที่แปลทับเสียงคำว่า “พรหม” หรือไม่?

คำตอบคือมี และอักษรตัวนั้นคือ 梵 (อ่านว่า fàn /ฟ่าน/) เมื่อเห็นอักษรตัวนี้หลายท่านคงจะนึกถึงคำว่า 梵语 (อ่านว่า fànyǔ /ฟ่านอวี่/) ที่แปลว่า "ภาษาสันสกฤต" ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว คำนี้แปลว่าภาษาสันสกฤตจริงๆ แต่คำว่า 梵 ยังกินความหมายถึง "สิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับอินเดียโบราณ"

นอกจากนี้หากใช้วิธีสืบสร้างเสียงภาษาโบราณของอักษร 梵 เช่นเดียวกับที่สืบสร้างเสียงโบราณของคำว่า 佛 ก็จะพบว่า อักษร 梵 ตัวนี้มีเสียงอ่านในภาษาจีนโบราณยุคต้นว่า *bloms /โบลมส/ ซึ่งก็เป็นการถอดเสียงมาจากคำในภาษาสันสกฤตว่า ब्रह्मा /brahmā/ ที่แปลว่า "พรหม" อีกด้วย)

เช่นเดียวกับคำว่า “พุทธ” คำว่า “พรหม” มีเสียงพยัญชนะต้นในภาษาต้นทางเป็นเสียง [b] หรือเสียง บ.ใบไม้ ในภาษาไทย แต่หลักการถอดเสียงจากภาษาสันกฤตมาเป็นภาษาไทย กลับถอดเสียงนี้ออกมาเป็นเสียง [ph] หรือ พ.พาน ไปทั้งระบบ ทำให้เรามีชื่อเรียกทั้งพุทธและพรหม ที่แตกต่างจากภาษาอื่นๆ (ภาษาจีนโบราณยุคต้นอ่าน /โบลมส/ ภาษาอังกฤษว่า Brahma /บราห์มา/)

ดังนั้นหากเราใช้คำว่า 梵 แทนคำว่า "พรหม" แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีคำขยายว่า "สี่พักตร์" หรือ 四面 อีกต่อไป เพราะคำว่า 梵 ก็กินความหมายของคำว่าพรหมและพระลักษณะของท้าวมหาพรหมไว้ครบถ้วนแล้ว ในจีนจึงใช้เป็นคำว่า 梵天 fàntiān แปลว่า "ท้าวมหาพรหม" นั่นเอง (คำนี้ใช้กันอย่างเป็นทางการในวงวิชาการด้านอินเดียศึกษาในจีน แต่ประชาชนคนทั่วไปต่างก็เรียกพระพรหมว่า 四面佛 กันจนเคยชินไปแล้ว)

หรือหากจะใช้คำว่า “สี่พักตร์” เพื่อแสดงลักษณะเด่นของท้าวมหาพรหม ก็อาจจะเลือกแปลความด้วยคำใหม่ เป็น 四面神 sìmiàn shén /ซื่อเมี่ยนเสิน/ เทพเจ้าสี่หน้า ก็ดูจะเข้ากับบริบทของความเป็นเทพเจ้าของท่าน มากกว่าที่จะยัดเยียดการเป็นพระพุทธเจ้าให้กับท่านมากทีเดียว

แนวคิดศาสนาพุทธกับศาสนาพราหมณ์ปะปนกันมาช้านาน การที่คนจีนสมัยใหม่ที่ห่างหายไปจากการเข้าใจหลักศาสนาในข้อที่ว่า "พุทธ" ไม่ใช่ "พรหม" จะเลือกแปล "ท้าวมหาพรหม" เป็น "พระพุทธเจ้าสี่พักตร์" จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ในฐานะคนไทยที่เป็นเจ้าบ้าน เราจึงควรเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมและความเชื่อในข้อนี้ เพื่อจะได้นำเสนอแนวคิดที่ถูกต้อง เกี่ยวกับความเชื่อและความศรัทธานี้ ว่าแท้จริงแล้ว สิ่งใดคือ "พรหม" และช่วยปรับปรุงชุดความคิดของคนจีนที่ว่า รูปเคารพทุกอย่างเป็นของศาสนาพุทธ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแปลที่ลักลั่นออกมาในภายภาคหน้า เกรงว่าพระพุทธเจ้าจะถูกนำไปรวมร่างกับเทพองค์ต่างๆ จนปนเปไปหมด

https://www.zdic.net/zd/yy/sgy/梵

19/06/2020
กระแสอินเดีย

กระแสอินเดีย

"การสื่อสารกับความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรมอินเดีย"

สนทนากับ อ.กอล์ฟ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธ์
อาจารย์ประจำภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้อำนวยการศูนย์เอเชียใต้ศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หนึ่งในทีมแอดมินเพจกระแสอินเดีย

การค้าสามผสม: จีนกับโลกหลังโควิด
16/06/2020
การค้าสามผสม: จีนกับโลกหลังโควิด

การค้าสามผสม: จีนกับโลกหลังโควิด

อาร์ม ตั้งนิรันดร เขียนถึง 'ยุทธศาสตร์การค้าสามผสม' สะท้อนภาพยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของจีนที่อาจเกิดขึ้นใน...

ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ Chinese Studies Center, CU
16/06/2020

ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ Chinese Studies Center, CU

สวัสดีครับ เกมชิงรางวัลกับศูนย์จีนกลับมาอีกครั้งแล้วนะครับ
.
ในคราวนี้ศูนย์จีนศึกษาจะแจก "ชุดกล่องข้าวและแก้วน้ำรักษ์โลก" นะครับ

เพียงแค่ทุกท่านร่วมเล่นเกมส์ทายภาพกับเรา ท่านที่ทายถูกรับชุดกล่องข้าวพร้อมกับแก้วน้ำรักษ์โลกไปเลยทั้งชุด

มีจำนวน 3 รางวัลเท่านั้นนะครับ!!!
.
ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมทายว่า "สถานที่ในภาพ คือที่ใด? และตั้งอยู่ในมณฑลใด?"
(คำใบ้ คือ เป็นน้ำตกแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของจีน)
.
ท่านที่ทราบคำตอบ พิมพ์คำตอบมาในคอมเม้นท์ได้เลยครับ อย่าลืมตอบคำถามให้ครบถ้วนนะครับ ว่าสถานที่นี้มีชื่อเรียกว่าอะไร? และตั้งอยู่ที่ใด?
.
(((กติกาการแจกรางวัล)))
.
1) ท่านที่ตอบถูกเป็นคนแรกรับชุดกล่องข้าวพร้อมแก้วน้ำรักษ์โลกครบชุด 1 รางวัล (ดูจากวัน/เวลาที่คอมเม้นท์)
2) ส่วนท่านอื่นที่ตอบถูก หากมีมากกว่า 2 ท่านใช้วิธีจับฉลาก 2 รางวัลนะครับ (โดยรางวัลที่ 2 จะได้รับกล่องข้าวรักษ์โลกเป็นของรางวัล ส่วนรางวัลที่ 3 จะได้รับแก้วน้ำรักษ์โลกเป็นของรางวัลนะครับ)
.
ประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563 เวลา 18.00 น. นะครับ
ส่วนของรางวัลทางศูนย์จีนจะจัดส่งฟรีถึงบ้านเลย มาร่วมสนุกกันนะครับ
.
#เล่นเกมส์ชิงรางวัลกับศูนย์จีนศึกษา #มาเล่นเกมส์กันเถอะ

คนรุ่นใหม่: บทบาทในการเปลี่ยนวิกฤติโรคให้เป็นโอกาสแห่งการพัฒนา - South Asia Insight
16/06/2020
คนรุ่นใหม่: บทบาทในการเปลี่ยนวิกฤติโรคให้เป็นโอกาสแห่งการพัฒนา - South Asia Insight

คนรุ่นใหม่: บทบาทในการเปลี่ยนวิกฤติโรคให้เป็นโอกาสแห่งการพัฒนา - South Asia Insight

เมื่อวันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2563 ได้มีการประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ The 3rd ASEAN–India Youth Dialogue สาระสำคัญของการประชุมมุ่งประเด...

15/06/2020
Power Jungle

Power Jungle

ในช่วงที่ทั่วโลกประสบวิกฤติ Covid-19 ระบาดหลายประเทศต้องปรับวิถีชีวิตใหม่ ในไทยก็มีการปรับให้เกือบทุกคนต้องทำงานแบบ Work Form Home หลายคนคาดว่าปริมาณการใช้ไฟของไทยน่าจะเพิ่มขึ้น แต่จากข้อมูลของ กฟภ. กลับพบว่าการใช้ไฟลดลงเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อยากรู้ไหมคะว่าเป็นเพราะอะไร? เชิญรับชมค่ะ

#PowerJungle #กองทุนพัฒนาไฟฟ้า #กกพ

Mekong Chula
13/06/2020

Mekong Chula

Politics : การกลับมาของหมี
.
การล่มสลายของสหภาพโซเวียต
(Dissolution of the Soviet Union)
ทำให้ขั้วการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ระหว่างเวียดนาม และลาว ที่มีคอมมิวนิสต์มอสโก
เป็นพันธมิตรร่วมอุดมการณ์
กับสมาชิกอาเซียนหกประเทศที่เชื่อใน
ทฤษฏีโดมิโน ประกอบด้วย
บรูไน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย,
ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และไทย
ต้องเปลี่ยนไป
เมื่อเวียดนาม และลาว เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน
พร้อมกับการสิ้นสุดสงครามเย็นใน พ. ศ. 2534
และการถอนสมอจากฐานทัพเรือที่อ่าวกามซัญ
ในเวียดนามของสหายหมีขาว
.
การกลับมาภูมิภาคนี้ใหม่อีกครั้งของรัสเซีย
เกิดจากนโยบาย “หันหาตะวันออก”
(Turn to the East)
จากความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างมอสโก
กับวอชิงตัน และยุโรป
จากการถูกคว่ำบาตรต่อปัญหายูเครน
และคาบสมุทรไครเมีย
และการแทรกแซงการเลือกตั้งในอเมริกา
รวมทั้งความต้องการลดการพึ่งพาตลาดยุโรป
ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานในตลาดโลก
ที่ลดลงด้วยการกระชับความสัมพันธ์กับจีน
และรักษาสัมพันธภาพกับพันธมิตรเดิมอย่าง
อินเดีย, เวียดนาม และเกาหลีเหนือ
พร้อมกับสร้างพันธมิตรใหม่ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้
รวมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์กับอาเซียนที่เริ่มขึ้น
เมื่อ พ.ศ. 2534
ในฐานะคู่หารือ (Consultative Relations)
และลงนามร่วมกันใน “ปฏิญญาโซชิ”
(Sochi Declaration)
ใน พ.ศ. 2559
.
การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกกับอาเซียน
ถือเป็นการปรับสมดุลเชิงรุกด้านความมั่นคง
และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรัสเซีย
ซึ่งเดิมส่วนใหญ่เน้นไปที่ยุโรป
แต่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างรัสเซีย
และอาเซียนยังน้อยมาก
รัสเซียไม่ใช่หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจชั้นนำในด้าน
การค้าหรือการลงทุนของอาเซียน
เช่น จีน, ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้
ใน พ.ศ. 2560 การค้าระหว่างรัสเซียและอาเซียน
มีมูลค่าเพียง 18.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ
เป็นเพราะเศรษฐกิจของรัสเซียไม่ได้มุ่งเน้น
การส่งออก รัสเซียไม่ประสบความสำเร็จในการใช้
พลังงานเป็นเครื่องมือสนับสนุน
นโยบายหันหาตะวันออก
เนื่องจากประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย,
มาเลเซีย และบรูไน
ต่างเป็นผู้ผลิตและส่งออกพลังงาน
.
สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของการค้าระหว่างรัสเซีย
กับอาเซียน
มาจากการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซีย
ที่คุณภาพดีกว่าจีน แต่ราคาต่ำกว่าคู่แข่งขันทางตะวันตก
ซึ่งเกิดจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในทะเลจีนใต้
โดยมีลูกค้าสำคัญ คือ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย,
เวียดนาม และสิงคโปร์
เฉพาะอย่างยิ่งเวียดนาม
ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ยาวนานตั้งแต่
ยุคสงครามเย็น
เป็นผู้ซื้ออาวุธรัสเซียรายใหญ่ที่สุด
การขายอาวุธจึงเป็นกุญแจความสัมพันธ์ของ
เครมลินกับอาเซียน
ตามรายงานของ Chatham House
ระหว่าง พ.ศ. 2543 -2560
รัฐวิสาหกิจด้านการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์
ของรัฐบาลรัสเซีย เช่น Rostec
หรือ Rosoboronexport
ขายอาวุธให้อาเซียนมากกว่าอเมริกาหรือจีน
มูลค่ารวม 6.64 พันล้านเหรียญสหรัฐ
คิดเป็นร้อยละ 12 ของยอดขายอาวุธของรัสเซียทั่วโลก
เมื่อเทียบกับอเมริกาที่ขายอาวุธให้กับอาเซียน
ในช่วงเวลาเดียวกัน 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
คิดเป็นร้อยละ 6
ของยอดขายอาวุธทั้งหมดของอเมริกา
ขณะที่จีนขายอาวุธให้ภูมิภาคนี้เพียง
1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ
.
มอสโกที่ดูเหมือนเป็นทางเลือกของอาเซียน
ในการถ่วงดุลกับอเมริกา และเผชิญหน้ากับจีน
กลับไม่มีบทบาทมากนัก
เนื่องจากนโยบายของรัสเซียที่พยายามรักษา
ความสัมพันธ์อันดีกับจีน
ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งเรื่องอาณาเขตในทะเลจีนใต้
.
แม้รัสเซียจะมีบทบาทในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ARF
(ASEAN Regional Forum)
แต่รัสเซียถูกบีบให้เลือกข้างระหว่างจีนกับ
ประเทศคู่ขัดแย้ง
ซึ่งพญาหมีขาวเลือกจะโอบกอดพญามังกร
ที่ได้รับแรงกดดันจากการปรับดุลอำนาจในเอเชีย
(Rebalance to Asia) ของพญาอินทรี
ด้วยการเชิญจีนเข้าร่วมซ้อมรบทางเรือ
“วอสต็อก-2018” (Vostok-2018)
ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับนาโต
จากปัญหายูเครน และซีเรีย
แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือไม่ใช่การแข่งขัน
ระหว่างรัสเซีย และจีน
ที่ไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายเป็นภัยคุกคาม
ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังวอชิงตันว่า
หากยังคงเดินหน้ากดดันมอสโกก็จะไม่เป็นผลดี
ต่ออเมริกา
ดังนั้นรัสเซียจึงนิ่งเงียบ และรักษาความเป็นกลาง
ต่อความขัดแย้งในทะเลจีนใต้
ด้วยการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้ง
ผ่านช่องทางการทูต
ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากแก่เวียดนาม
และอินโดนีเซีย
.
การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ทั้งปักกิ่ง
และฮานอย จึงเป็นความท้าทายทางการทูต
สำหรับมอสโก
จากความร่วมมือทางทหารระหว่างรัสเซีย
กับเวียดนามที่เพิ่มขึ้น
พร้อมๆกับงบประมาณการจัดซื้ออาวุธ
ของเวียดนาม รวมถึงการใช้ท่าเรือน้ำลึก
ที่อ่าวกามซัญ
ทำให้รัสเซียอาจสูญเสียความสำคัญลงเมื่อเทียบ
กับความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนาม กับอเมริกา,
อินเดีย, ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป
.
ตามวิสัยทัศน์ปูติน
อาเซียนไม่ได้อยู่ในลำดับความสำคัญ
ของนโยบายต่างประเทศรัสเซีย
รัสเซียยังคงให้ความสำคัญกับยุโรป
และตะวันออกกลาง
เหตุผลที่รัสเซียไม่สามารถมีบทบาทสำคัญใน
การถ่วงดุลจีน
ก็เนื่องจากการลดลงของอำนาจทางทหารของ
รัสเซียในภูมิภาคนี้หลังสงครามเย็น
ทำให้รัสเซียไม่สามารถ
สร้างความสมดุลทางทหารกับอเมริกาหรือจีนได้
.
ที่ต่างจากจีนคือรัสเซียไม่ได้เป็นภัยคุกคาม
หรือมีความขัดแย้งกับประเทศในภูมิภาคนี้
นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง
ประธานาธิบดีอเมริกา
ความสนใจของวอชิงตันต่อ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง
เมื่อเทียบกับโอบามา
รัสเซียดูเหมือนจะเป็นพันธมิตรที่น่าดึงดูดใจ
ของประเทศในอาเซียนไม่ว่าจะเป็น
ไทย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา และเมียนมา
ยิ่งกว่าอเมริกา หรือยุโรป
ด้วยการใช้ประโยชน์จากความตึงเครียด
ระหว่างอเมริกาและประเทศอาเซียน
ในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน
และประชาธิปไตย
.
อาเซียนในการกลับมา (ใหม่) ของพญาหมีขาว
จึงไม่มีความหมายต่อการ “ปักหมุดปูติน”
หากเทียบกับจีน
เนื่องจากเป้าหมายหลักของเครมลินต่ออาเซียน
คือ รายได้จากการขายอาวุธ
ที่เพิ่มสูงขึ้นจากความขัดแย้งในทะเลจีนใต้
ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี
พร้อมๆกับรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับพันธมิตร
อย่างปักกิ่งที่เฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิด.
.
อ้างอิงจาก
.
”Russia draws closer to Southeast Asia with arms and energy trade”
Nikkei Asian Review, November 14, 2018ิ
https://asia.nikkei.com/Politics/International-relations/Russia-draws-closer-to-Southeast-Asia-with-arms-and-energy-trade.
Kornchanok Raksaseri,”Russia's ties built on mutual respect”
Bangkok Post, November 3, 2019
https://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/1785934/russias-ties-built-on-mutual-respect
“ASEAN-Russia partnership has long way to go: Expert”
The Jakarta Post, March 13, 2020
https://www.thejakartapost.com/seasia/2020/03/12/asean-russia-partnership-has-long-way-to-go-expert.html
.
#Politics#Mekong Chula
.

ที่อยู่

อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ชั้น 7 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Bangkok
10330

BTS

ข้อมูลทั่วไป

สถาบันเอเชียศึกษาดำเนินงานด้านการวิจัยการให้บริการข้อมูล และงานเผยแพร่ความรู้ในเรื่องต่างๆ ของเอเชียทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคงเพื่อประโยชน์แก่วงการวิชาการในระดับอุดมศึกษาเป็นหลัก และยังส่งเสริมให้คนไทยทั่วไปมีความรู้เกี่ยวกับประเทศในเอเชียให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นแหล่งระดมเงินทุนและทรัพยากรบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อพัฒนาความรู้ด้านเอเชียศึกษาสำหรับคนไทยให้ดีขึ้น The institute of Asian Studies (IAS) is an interdisciplinary research, teaching and service organization. IAS was established in 1967 as a research center within the Faculty of Political Science, Chulalongkorn University. With wide range of academic activities, we have been well recognized both at the national and international level. Consequently, on May 10, 1985, the Royal Decree established the IAS as an independent academic institution under Chulalongkorn University. Today, the IAS continues to serve the Thai community and the Asian region. We are proud to be a source of knowledge and expertise for a broad range of subject areas in the region including economic, social, political, and security concerns. This has been accomplished through the diligence and cooperation of a team of highly qualified researchers with specialized knowledge about each country and sub-region within Asia.

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

0818281192

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:

วิดีโอทั้งหมด

Our Story

สถาบันเอเชียศึกษา เป็นสถาบันวิจัยในสังกัดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือกำเนิดขึ้นใน พ.ศ. 2510 ภายในภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสถาบันเอเชียศึกษาค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นโดยมีกิจกรรมหลากหลาย และมีคณาจารย์ต่างภาควิชา ต่างคณะ/สถาบัน และต่างมหาวิทยาลัยมาร่วมกันทำงานมากขึ้น เมื่อมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มหาวิทยาลัยจึงได้ดำเนินการให้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นสถาบันขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 โดยมีฐานะเทียบเท่าคณะวิชาคณะหนึ่งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"สถาบันเอเชียศึกษา ดำเนินงานเพื่อประโยชน์แก่วงวิชาการ เป็นแหล่งระดมเงินทุนและทรัพยากรบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นผู้สร้างและจัดการเรียนรู้ด้านเอเชียศึกษา เพื่อคนไทยและประเทศชาติ"

The institute of Asian Studies (IAS) is an interdisciplinary research, teaching and service organization. IAS was established in 1967 as a research center within the Faculty of Political Science, Chulalongkorn University. With wide range of academic activities, we have been well recognized both at the national and international level. Consequently, on May 10, 1985, the Royal Decree established the IAS as an independent academic institution under Chulalongkorn University.

Today, the IAS continues to serve the Thai community and the Asian region. We are proud to be a source of knowledge and expertise for a broad range of subject areas in the region including economic, social, political, and security concerns. This has been accomplished through the diligence and cooperation of a team of highly qualified researchers with specialized knowledge about each country and sub-region within Asia.

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ครับ ___________________________________________ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางจาริกบุญ-จาริกธรรม ตามรอยพระพุทธเจ้า ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล แสวงธรรม บำเพ็ญบุญ บูชาคุณพระรัตนตรัย ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล สถานที่ ประสูติ-ตรัสรู้–ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน เมือง ลุมพินี - พุทธคยา - พาราณสี - กุสินารา – นาลันทา – สาวัตถี เดินทางวันที่ 8 - 15 กุมภาพันธ์ 2563 นำทางธรรมโดย รองศาสตราจารย์ ดร. สำเนียง เลื่อมใส ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และพระวิทยากรสายพุทธภูมิร่วมบรรยายพุทธประวัติ ราคาท่านละ 56,800 บาท สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดโปรแกรมการเดินทางได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1HoYaUKDSRqjNZiilg9k1FoR8kPaZbkpd/view?usp=sharing ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งตั้งแต่บัดนี้ ได้ที่ คุณชิษณุพงศ์ (086-9777043), คุณกิตติพร (081-8809437), คุณวรพจน์ (098-3050723), คุณนุชนารถ (094-8236649)
วันอังคารที่ ๒๑ พ.ย. เวลา ๑๓:๐๐ - ๑๗:๓๐ น. มีเสวนา "ปัญหาและแนวทางการพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนเพื่อการพัฒนาที่ยังยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง" ณ ห้องจั๊คส์ อัมโยต์ ชั้น ๔ ตึกวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ (ใกล้คณะรัฐศาสตร์) สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ กำหนดการ: ๑๓:๐๐ น. กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์การเสวนา โดย ศ. ดร.สุริชัย หวันแก้ว ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ ๑๓:๓๐ น. เสวนา "ประมวลสถานการณ์ทั้งในระดับพื้นที่และภาพรวมของธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนจากการลงทุนในภูมิภาค ๕ กรณี" ได้แก่ • โครงการเขื่อนไซยะบุรีและโครงการเขื่อนปากแบ่ง ประเทศลาว • โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและโครงการเหมืองแร่เฮงดา ประเทศพม่า • โครงการปลูกอ้อยและจัดตั้งโรงงานน้ำตาลโอโดเมียนเจยร์ ประเทศกัมพูชา โดย มนตรี จันทวงศ์ และคณะทำงานติดตามความรับผิดการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย (Thai Extra – Territorial Obligations Working Group: ETO Watch) ๑๔:๐๐ น. ระดมความคิดเห็นเรื่อง "สถานการณ์ ปัญหาของการลงทุนที่กระทบต่อการพัฒนาในภูมิภาค" และ "ข้อจำกัดในเชิงโครงสร้างนโยบาย กฏหมาย และกลไกการสร้างธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาค" วิทยากรโดย ศ. ดร.สุริชัย หวันแก้ว ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาฯ ศ. ดร. สุทธิพันธุ์จิราธิวัฒน์ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬา รศ. ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ เตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ดำเนินรายการโดย รศ. ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และ อ. ดร.กฤษฎา บุญชัย คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.ราชภัฏมหาสารคาม ๑๕:๓๐ น. ระดมความคิดเห็นเรื่อง "เป้าหมาย ยุทธศาสตร์การสร้างธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนในภูมิภาค" ๑๗:๐๐ น. สรุปผลการประชุม *** มีถ่ายทอดสดทางเพจคนอนุรักษ์ด้วย *** https://www.facebook.com/TheMekongButterfly/photos/a.262142807628184.1073741828.247676425741489/285907828585015/?type=3&theater *** กดถูกใจและติดตามเพจ เพื่อรับข่าวกิจกรรม เสวนา ฝ่ายประชาธิปไตย ***
รบกวนสอบถาม จะสามารถชมสารคดี "ถึงรส ถึงชาติ"ย้อนหลังทั้ง 11 ตอนได้จากสื่อไหนครับ ขอบคุณครับ
ไม่ทราบว่าพอจะมีบทความเก่า ๆ เรื่อง ชาวจีนโพ้นทะเล กับศิลปวัฒนธรรมจีน ในเอเชียอาคเนย์ และ เรื่องวัฒนธรรมกระแสหลักในเอเชียอาคเนย์-อินเดีย บ้างมั้ยคะ พอดีครูที่ โรงงเรียนลูกชาย ได้นำ บทความนี้ มาให้เรียน ค่ะ...ขอบคุณมากค่ะ