Ninety Nine Communications Agency Co.,Ltd.

Ninety Nine Communications Agency Co.,Ltd. Ninety Nine Communications Agency Company Limited Our Scope of Work.. We build a good relationship with the media and
help you with the media interview.

Ninety Nine Communications Agency Company Limited is managed by a team with high experience in the field of the public relation and communication. The company has gained the trust by many organization, multinational companies and also the government who used our services as public relation, consultant, and preparation of events. Public Relations
- Inviting media to join the event
- Inviting celebrities to join the event
- Social media marketing

Event
- Event structures
- Graphic design

Our Service.. We create strategy and communication plan to induce
a good image of the organization and projects. We make element model and the proposed activities
for the events, road show or exhibitions. We design premium or souvenir to help promote
or advertise.

ททท. เผยผลสำเร็จ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” เปลี่ยนทุกความรู้สึกจากการเดินทาง สู่แรงบันดาลใจเที่ยวไทยทั่วประเทศกา...
25/09/2026

ททท. เผยผลสำเร็จ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings”
เปลี่ยนทุกความรู้สึกจากการเดินทาง สู่แรงบันดาลใจเที่ยวไทยทั่วประเทศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยภาพรวมความสำเร็จโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่นำ “ความรู้สึก” มาเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทาง ชวนคนไทยค้นพบเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านประสบการณ์ที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ ทั้งกิจกรรม เทศกาล และอีเวนต์ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมผ่านคำถาม “What Does Thailand Feel Like to You?” ที่เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวร่วมถ่ายทอดสถานที่ ความทรงจำ และความรู้สึกจากการเดินทางในแบบของตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ออกเดินทางได้ตลอดทั้งปี

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “สิ่งที่เราได้เห็นจากโครงการ เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings คือ การเดินทางของนักท่องเที่ยวในวันนี้ไม่ได้จบเพียงแค่ว่าไป ‘ที่ไหน’ แต่ยังมองหาด้วยว่า การเดินทางนั้นจะทำให้ตัวเอง ‘รู้สึกอย่างไร’ เพราะแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยสามารถมอบประสบการณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน บางคนเดินทางเพื่อพักใจ บางคนต้องการความสนุกและสีสัน ขณะที่บางคนประทับใจกับผู้คน อาหาร วิถีชีวิต หรือเรื่องราวเล็ก ๆ ที่พบระหว่างทาง ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้สามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากออกเดินทาง หรืออยากกลับไปสัมผัสสถานที่นั้นอีกครั้ง”

“ททท. จึงนำแนวคิดเรื่อง Feeling มาเชื่อมโยงกับกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือของสำนักงาน ททท. ทั่วประเทศในการนำเสนอเทศกาล อีเวนต์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เพื่อให้คนไทยได้เห็นว่า ไม่ว่าจะกำลังมองหาความรู้สึกแบบไหน ก็สามารถออกไปค้นพบได้จากการเดินทางในประเทศไทย และที่สำคัญยังเป็นการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละแห่งมีเสน่ห์และเรื่องราวที่แตกต่างกัน” นายอภิชัยกล่าว

ตลอดการดำเนินโครงการ แนวคิด Feel All The Feelings ถูกถ่ายทอดจากการสื่อสารสู่ประสบการณ์จริง ผ่านกิจกรรมและอีเวนต์ท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาทิ งานเสน่ห์สีสัน สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย งานนาคาโชว์ พ(ร)าว จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี งานรสเด็ด เพ็ดรี จังหวัดเพชรบุรี งาน Prasae Twilight ใต้แสงไฟแห่งกาลเวลา จังหวัดระยอง และ งานติดใต้ : Southern Art Corridor จังหวัดสงขลา ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของการท่องเที่ยวไทย ตั้งแต่ธรรมชาติ อาหารและวัฒนธรรม วิถีชีวิตและชุมชน ไปจนถึงกิจกรรมสร้างสรรค์และเทศกาลที่มีเอกลักษณ์ โดยแต่ละกิจกรรมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างสีสันให้กับการเดินทาง แต่ยังช่วยเปลี่ยน “สถานที่” ให้กลายเป็น “ประสบการณ์” และสร้างความรู้สึกที่นักท่องเที่ยวสามารถจดจำและนำกลับไปเล่าต่อได้

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือกิจกรรม Engagement ชวนร่วมแชร์ความรู้สึกที่มีต่อประเทศไทย ภายใต้คำถาม “What Does Thailand Feel Like to You?” ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั่วประเทศร่วมแบ่งปัน Feeling ความประทับใจที่ได้รับจากการเดินทางในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ จังหวัด ผู้คน ธรรมชาติ วัฒนธรรม ซึ่งได้รับการตอบรับและเกิดการแบ่งปันเรื่องราวมากมายจากทั่วประเทศ หลากหลายความรู้สึก ทั้งความสบายใจ ความอบอุ่น ความสนุก ความประทับใจ ไปจนถึงความรู้สึกที่อยากกลับไปเยือนสถานที่เดิมอีกครั้ง พร้อมมอบของรางวัลให้แก่นักท่องเที่ยวที่ร่วมกิจกรรมกว่า 400 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท เพื่อสร้างสีสันและแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมกับโครงการ

นอกจากนี้ โครงการยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรภาคเอกชน อาทิ 7-Eleven, EVEANDBOY, Chic Car Rent, Grab และศรีจันทร์ ที่เข้ามาสนับสนุนทั้งด้านการประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น สิทธิประโยชน์ และของรางวัลพิเศษ ช่วยขยายการรับรู้ของโครงการไปสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง และเชื่อม Engagement ให้ต่อยอดไปสู่แรงบันดาลใจในการออกเดินทางจริง

โครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” ตอกย้ำให้เห็นว่า การสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยววันนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการบอกเพียงว่า “มีอะไรให้เที่ยว” แต่คือการทำให้ผู้คนเห็นว่า “การเดินทางครั้งนั้นจะทำให้รู้สึกอย่างไร” ผ่านกิจกรรม อีเวนต์ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อการเที่ยวไทย และกระตุ้นให้ผู้คนออกไปค้นหาความรู้สึกที่ใช่ในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เพราะประเทศไทยยังมีอีกหลากหลายประสบการณ์และเรื่องราวที่พร้อมเปลี่ยนทุกการเดินทางให้มีความหมาย ภายใต้คำถามที่ยังชวนให้ออกเดินทางได้เสมอว่า “What Does Thailand Feel Like?”

ททท. ปักหมุดไทยบนเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF 2026)                    ชูศักยภาพไทยสู่ Premier Film Location พร้อ...
23/09/2026

ททท. ปักหมุดไทยบนเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF 2026) ชูศักยภาพไทยสู่ Premier Film Location พร้อม ต่อยอดขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังและท่องเที่ยวสู่เวทีโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ผ่านการเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (Toronto International Film Festival: TIFF 2026) ระหว่างวันที่ 10–16 กันยายนที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “Amazing Location: From Scene to Scenic” ที่มุ่งเชื่อมโยงศักยภาพด้านสถานที่ถ่ายทำและระบบนิเวศการผลิตภาพยนตร์ของไทย เข้ากับการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ (Set-Jetting) เพื่อเปลี่ยนเรื่องราวบนจอให้กลายเป็นแรงบันดาลใจสู่การเดินทางจริง

การเข้าร่วม TIFF 2026 ครั้งนี้ ททท. มุ่งนำเสนอประเทศไทยในมิติที่มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่ถ่ายทำที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยต้องการสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่ครบทั้งด้านภูมิทัศน์ ความพร้อมของทีมงานและระบบการผลิต ตลอดจนผู้คน วัฒนธรรม และชุมชนที่มีส่วนช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของผู้สร้างภาพยนตร์ และทำให้ประเทศไทยสามารถเป็นได้ทั้งพื้นที่สร้างสรรค์เรื่องราวและจุดหมายปลายทางที่สร้างความประทับใจได้ในเวลาเดียวกัน โดย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ว่า ความแข็งแกร่งของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงที่ภูมิทัศน์ ความพร้อมด้านโปรดักชัน หรือมาตรการสนับสนุนเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ผู้คน วัฒนธรรม ชุมชน และการต้อนรับที่สร้างความผูกพันกับผู้มาเยือน ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ซึ่งมองการเยียวยาในมิติที่กว้างกว่า Wellness แบบดั้งเดิม แต่รวมถึงความรู้สึกได้รับการต้อนรับ ความอบอุ่นจากผู้คน และประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มพลังและแรงบันดาลใจระหว่างการทำงาน

แนวคิดดังกล่าวถูกต่อยอดผ่านเวทีเสวนาในหัวข้อ “Amazing Locations: From Scene to Scenic — Place as Character: How Thailand Shapes Global Cinema?” ซึ่งเปิดมุมมองถึงบทบาทของ “สถานที่” ที่ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลัง แต่สามารถมีส่วนกำหนดอารมณ์ ตัวละคร และวิธีการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนแถวหน้าของวงการภาพยนตร์ไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยคุณบรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และ คุณค็อด สตรูแสยง โปรดิวเซอร์และผู้บริหารภาพยนตร์จาก Indochina Productions และ TSixtySix Studios ผู้มีประสบการณ์ทำงานกับโปรดักชันระดับโลก เช่น The White Lotus Season 3 , The Creator ตลอดจนภาพยนตร์อินดี้ที่คว้ารางวัลระดับนานาชาติอย่าง A Useful Ghost ดำเนินรายการโดย คุณเรย์มอนด์ พัฒนวีรางกูล โปรดิวเซอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทศกาลภาพยนตร์ ผู้เคยดำรงตำแหน่ง International Programmer ของ TIFF และมีประสบการณ์ทำงานกับเทศกาลและโครงการภาพยนตร์นานาชาติหลายแห่ง

อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเข้าร่วมงานคือการนำเสนอ 10 เส้นทางไฮไลท์สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ของประเทศไทย ควบคู่กับศักยภาพของทีมงาน บุคลากร และระบบสนับสนุนการผลิตภาพยนตร์ โดยตลอดการเข้าร่วมงานมีบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ สื่อบันเทิง และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมระดับนานาชาติกว่า 40 บริษัท เข้ามาร่วมพูดคุยและเจรจาธุรกิจ สะท้อนถึงความสนใจที่มีต่อประเทศไทยทั้งในฐานะสถานที่ถ่ายทำและฐานการผลิตคอนเทนต์ระดับสากล

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือในรูปแบบ “ทีมไทยแลนด์” โดยมีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ และกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (Thailand Film Office) กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ตั้งแต่ ระบบนิเวศด้านการผลิต บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน มาตรการสนับสนุน (Cash Rebate) สูงสุด 30% ไปจนถึงโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้สร้างภาพยนตร์ต่างชาติเห็นภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำที่มีความพร้อมอย่างครบวงจร

นอกเหนือจากมิติธุรกิจ ททท. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ระยะยาว ผ่านงานเลี้ยงรับรองที่จัดขึ้นร่วมกับนิตยสารศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ CULTURED Magazine ณ ร้าน Thai Tavern ใจกลางโทรอนโต ภายในงานได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งผู้บริหารเทศกาลและสถาบันภาพยนตร์ชั้นนำ อาทิ Cameron Bailey ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF), Giovanna Fulvi Senior International Programmer ของ TIFF, June Kim ผู้ดูแลโปรแกรมภาพยนตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ TIFF, Tanja Meissner ผู้อำนวยการ Berlinale Pro และ Sophie Cavoulacos Associate Curator ฝ่ายภาพยนตร์ของ Museum of Modern Art (MoMA)

รวมถึงผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักแสดง และผู้สร้างภาพยนตร์จากหลายประเทศ อาทิ บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับภาพยนตร์ Shutter, Enchong Dee นักแสดงชาวฟิลิปปินส์, ค็อด สตรูแสยง, Marcus Hu และ เรย์มอนด์ พัฒนวีรางกูล โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์, Ian Tuason ผู้กำกับภาพยนตร์ Undertone, Kamila Andini ผู้กำกับภาพยนตร์ Four Seasons in Java, Ang Geck Geck Priscilla ผู้กำกับภาพยนตร์ Ah Girl และ ดนยา จุฬพุฒิพงษ์ ผู้สร้างภาพยนตร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารไทยและการต้อนรับแบบไทยร่วมสมัย

พร้อมกันนี้ ททท. ยังได้ขยายผลการสื่อสารผ่านการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Variety Media เพื่อถ่ายทอดศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างภาพยนตร์ สถานที่ และการท่องเที่ยว สู่กลุ่มผู้ชมและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในวงกว้างยิ่งขึ้น

ความสำเร็จจาก TIFF 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผลักดันประเทศไทยสู่เวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก และจะถูกต่อยอดผ่านกิจกรรม FAM Trip ที่เตรียมเชิญผู้อำนวยการสร้าง บุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และเซเลบริตี้ระดับนานาชาติ เดินทางมาสัมผัสเส้นทางและพื้นที่จริงในประเทศไทย เพื่อให้ประสบการณ์ตรงช่วยเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นโอกาสด้านการถ่ายทำ ความร่วมมือ และการเดินทางท่องเที่ยวในอนาคต

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยได้ที่ www.tourismthailand.org/amazinglocationth และ Facebook: Amazing Location: From Scene to Scenic

ททท. จับมือสื่อใหญ่ระดับสากล ‘CULTURED’ จัดงานเน็ตเวิร์กกิ้งระดับเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางโตรอนโต ในเทศกาล TIFF 2026 ดันแคมเปญ ...
15/09/2026

ททท. จับมือสื่อใหญ่ระดับสากล ‘CULTURED’ จัดงานเน็ตเวิร์กกิ้งระดับเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางโตรอนโต ในเทศกาล TIFF 2026 ดันแคมเปญ “Amazing Location Thailand: From Scene to Scenic” ดึงผู้ผลิตภาพยนตร์และครีเอทีฟทั่วโลกร่วมงาน


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังร่วมกับ CULTURED สื่อศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยชั้นนำระดับพรีเมียมจากสหรัฐอเมริกา จัดงานเลี้ยงรับรองและสร้างเครือข่ายธุรกิจสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ณ Thai Tavern Toronto ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (Toronto International Film Festival หรือ TIFF 2026) โดยมีผู้ผลิตภาพยนตร์ โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ นักแสดงชั้นนำ และกลุ่มครีเอทีฟระดับแถวหน้าจากทั่วโลกเข้าร่วมงานกว่า 100 ท่าน เพื่อเปิดมิติใหม่ของการถ่ายทำภาพยนตร์และการท่องเที่ยวในประเทศไทย ภายใต้แคมเปญ “Amazing Location Thailand: From Scene to Scenic”

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กล่าวต้อนรับและเผยถึงทิศทางของโครงการว่า ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการต้อนรับกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอคุณค่าของสถานที่ถ่ายทำที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทัศนียภาพหรือฉากหลังที่สวยงาม แต่เป็นสถานที่ที่มีชีวิต มีเรื่องราว และมีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนและสร้างมิติให้กับการเล่าเรื่องได้อย่างทรงพลัง พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำถึงแนวคิด “Healing is the New Luxury” ที่สะท้อนผ่านความอบอุ่นและน้ำใจไมตรีของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงความเชี่ยวชาญของทีมงานเบื้องหลังชาวไทยที่คอยสนับสนุนดูแลกองถ่ายอย่างใกล้ชิด ซึ่งบรรยากาศแห่งความใส่ใจนี้ช่วยฟื้นฟูพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี สอดรับกับแนวคิดระบบเศรษฐกิจจากผู้มาเยือน (Visitor Economy) ที่มุ่งเน้นคุณค่า ประสบการณ์ที่มีความหมาย และความยั่งยืนในระยะยาว

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญในแวดวงภาพยนตร์และศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ อาทิ Cameron Bailey ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (Toronto International Film Festival: TIFF) ประเทศแคนาดา, Taleeb Noormohamed สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งแคนาดา และ เลขานุการรัฐสภาประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมดิจิทัล (Parliamentary Secretary to the Minister of Artificial Intelligence and Digital Innovation) หนึ่งในตัวแทนระดับสูงของภาครัฐแคนาดาที่ขับเคลื่อนนโยบายด้าน AI, Creative Tech, Digital Economy และนวัตกรรมสื่อบันเทิง พร้อมตัวแทนจากผู้ผลิตภาพยนตร์ สื่อมวลชนและกลุ่มศิลปินผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและหารือถึงโอกาสในการสร้างสรรค์โปรเจกต์ภาพยนตร์ร่วมกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือแบบบูรณาการของ “ทีมไทยแลนด์” โดย ททท. ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ และ กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (Thailand Film Office) กรมการท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอความพร้อมในทุกมิติของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ทั้งสตูดิโอถ่ายทำมาตรฐานสากล ศักยภาพของบุคลากรไทย และมาตรการสิทธิประโยชน์ทางการเงินในการคืนเงิน (Cash Rebate) สูงสุดถึง 20-30% สำหรับกองถ่ายต่างชาติ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เสริมสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนด้านการผลิตสื่อบันเทิงระดับโลกสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมไฮไลต์หลังจากนี้ ททท. ได้เชิญทีมผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับสากล ผู้กำกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาโลเคชั่น รวมถึงศิลปิน ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังทั้งในและต่างประเทศ ลงพื้นที่ 10 เส้นทางเพื่อสัมผัสความหลากหลายของภูมิประเทศ วัฒนธรรมท้องถิ่น และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง โดยมุ่งหวังให้ประสบการณ์จริงเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การพัฒนาบทและแรงบันดาลใจในการเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำเรื่องราวใหม่ ๆ บนจอภาพยนตร์ระดับโลกในอนาคต

ผู้ผลิตภาพยนตร์และผู้ที่มองหาแรงบันดาลใจ สามารถดาวน์โหลดโบรชัวร์รวบรวม 10 โลเคชั่นไฮไลต์ พร้อมเคล็ดลับสำหรับคนทำหนัง และรายละเอียดสิทธิประโยชน์ Cash Rebate ได้ที่ www.tourismthailand.org/amazinglocationth และติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook: Amazing Location: From Scene to Scenic

07/09/2026
ททท. เปิดตัว E-Guide Book “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน”ชูแนวคิด ROOT ON THE ROCK เปลี่ยนสุราชุมชนเป็นหมุ...
28/08/2026

ททท. เปิดตัว E-Guide Book “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน”
ชูแนวคิด ROOT ON THE ROCK เปลี่ยนสุราชุมชนเป็นหมุดท่องเที่ยวท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์
พร้อมนำร่องยกระดับ Gastronomy Tourism ผ่าน 5 เส้นทางทั่วไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยด้วยเสน่ห์แห่งรสชาติและวิถีชีวิต ผ่านโครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน ภายใต้แนวคิด ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น พร้อมเปิดตัวคู่มือนำเที่ยวฉบับออนไลน์ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจและเป็นคู่มือพานักเดินทางไปสำรวจท้องถิ่น เพื่อสัมผัสกับอรรถรสการกินและดื่มในแต่ละภูมิภาคของไทย

คู่มือท่องเที่ยว ฉบับ ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น ถูกออกแบบให้ทันสมัยและสามารถเป็นผู้ช่วยตัวจริงของนักเดินทางยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้ต้องการเพียงปักหมุดไปร้านอร่อยหรือร้านดังเท่านั้น

แต่ต้องการมอบประสบการณ์ที่พิเศษยิ่งกว่า อย่างการสัมผัสเรื่องราวและทราบถึงที่มาของรสชาติเหล่านั้น ผ่านการสำรวจท้องถิ่น ค้นพบแหล่งวัตถุดิบ ตลอดจนพบปะกับผู้รังสรรค์หรือต่อยอดอัตลักษณ์ของรสชาตินั้นด้วยตนเอง

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวเชิงอาหารและเครื่องดื่ม (Gastronomy Tourism) ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความอร่อย แต่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y-Z ยังแสวงหาคุณค่าที่ซ่อนอยู่ของรสชาติอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย ซึ่งททท. เล็งเห็นว่าสุราชุมชนนั้นเป็น Cultural Asset ที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาซึ่งมีคุณค่าของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน จึงหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดเรื่องราวของโครงการนี้”

“สำหรับการจัดทำ E-Guide Book ของโครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน เราตั้งใจถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่พิเศษและลึกซึ้ง ทั้งการสัมผัสวิถีชุมชนและผู้คน ทำความรู้จักวัตถุดิบท้องถิ่น เรียนรู้กรรมวิธีการหมักและกลั่นสุรา ตลอดจนการจับคู่อาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นกับสุราชุมชนอย่างร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจาก เชฟมารังสรรค์ร่วมกับทางชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถตามรอยไปพบกับรสชาติที่มี เรื่องเล่าได้อย่างแท้จริง” นายอภิชัยกล่าวเสริม

E-Guide Book ฉบับนี้นำเสนอ 5 เส้นทางท่องเที่ยวนำร่อง ได้แก่
1. เส้นทาง จ.จันทบุรี (ภาคตะวันออก): แกะรอย “สุราเทวะ” จากวิถีดั้งเดิมของชาวชองชนเผ่าที่ปกปักรักษ์ผืนป่าเมืองจันท์ พร้อมเปิดมิติแห่งรสชาติอาหารตามฤดูกาลที่ร้าน RARIN - รริน
2. เส้นทาง จ.สงขลา–พัทลุง (ภาคใต้): พบกับ “เมรีรัญจวน” สุรากลั่นจากน้ำตาลโตนด เสน่ห์ชีวิตบนคาบสมุทรสทิงพระ และอาหารปักษ์ใต้ร่วมสมัยโดย Chef Top × ร้าน Beastlab Hatyai
3. เส้นทาง จ.สกลนคร (ภาคอีสาน): สัมผัส “สุราออนซอน” จากช่อดอกมะพร้าว พิธีเหยาของชาวภูไท พร้อม ลิ้มลองสเต็กเนื้อท้องถิ่นโดย Chef เปอร์ × ร้าน House Number 1712
4. เส้นทาง จ.สุพรรณบุรี (ภาคกลาง): ดื่มด่ำบรั่นดีขาวเมล่อนคราฟต์ “เนภา” ล่องเรือตามรอยนิราศสุพรรณ นั่งอีแต๊กชมทุ่ง และถ่ายทอดรสชาติสุพรรณโดยคุณปอม ร้านชาณา
5. เส้นทาง จ.น่าน (ภาคเหนือ): เจาะลึกการกลั่น “สุราอัสดง” เยือนสวนมะแขว่น พืชสมุนไพรกลิ่นหอมเผ็ดซ่า และเปิดประสบการณ์รสชาติโดย Chef แซ็ค แห่ง ZAC TA-RY

ททท. ขอเชิญชวนนักเดินทางร่วมออกไปสัมผัสเรื่องเล่าในขวดแก้ว และค้นพบเสน่ห์ของเมืองไทย ในมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย พร้อมติดตามคู่มือท่องเที่ยว โครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน ภายใต้แนวคิด ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น ได้ทางช่องทางออนไลน์ของโครงการ page: Root on the Rock รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น / Instagram: Root on the Rock รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น และสามารถดาวน์โหลดคู่มือท่องเที่ยว ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น ได้ที่ bit.ly/RootontheRock

#รินรสเล่าเคล้าวิถีถิ่น #เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน

สวธ. จัด THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 “วัฒนธรรมไทย ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” เปิดมุมมองใหม่ต่อบทบาท...
27/08/2026

สวธ. จัด THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 “วัฒนธรรมไทย ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” เปิดมุมมองใหม่ต่อบทบาทของ “วัฒนธรรม” ในฐานะทุนและเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
พร้อมสร้างพื้นที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจ เมือง ชุมชน และภาคีการพัฒนา

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 “วัฒนธรรมไทย ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” เปิดมุมมองใหม่ต่อบทบาทของ “วัฒนธรรม” ในฐานะทุนและเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมสร้างพื้นที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจ เมือง ชุมชน และภาคีการพัฒนา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และค้นหาโอกาสความร่วมมือรูปแบบใหม่ ผ่านการนำเสนอแนวโน้มด้าน Culture-Led Sustainability เวทีเสวนาระหว่างภาคธุรกิจ เมือง และชุมชน รวมถึงพิธีมอบ Thailand Culture for SDGs Recognition Awards 2026 ยกย่อง 5 เมืองต้นแบบที่นำทุนวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดขึ้น ณ อาคาร Festie Town โครงการ Happitat ซึ่งร่วมสนับ สนุนพื้นที่จัดงาน ด้วยแนวคิดที่เชื่อในพลังของวัฒนธรรม จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ในการเชื่อมโยงผู้คน ต่อยอดประสบการณ์ให้เกิดคุณค่าและความหมาย พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่สังคม

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 “วัฒนธรรมไทย ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ณ อาคาร Festie Town

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า “วัฒนธรรมไม่ได้มีบทบาทเพียงการอนุรักษ์ สืบสาน หรือต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองให้มีอัตลักษณ์ สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ขอแสดงความยินดีกับทุกเมืองที่ได้รับรางวัล และหวังว่ารางวัลครั้งนี้จะเป็นทั้งกำลังใจและแรงบันดาลใจให้เมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ นำอัตลักษณ์และศักยภาพของตนเองมาเป็นพลังในการพัฒนา เพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยที่โดดเด่นและสง่างามบนเวทีโลก”

ภายในงานนำเสนอแนวคิด “วัฒนธรรมคือ JIGSAW ที่หายไปของความยั่งยืน” สะท้อนว่าวัฒนธรรมสามารถเป็นทั้งกลไกขับเคลื่อน (Driver) และตัวเปิดทาง (Enabler) ที่เชื่อมโยงการพัฒนาในหลายมิติ พร้อมกิจกรรม The Future of Culture-Led Sustainability: อนาคตของการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านมิติทางวัฒนธรรม เพื่อนำเสนอมุมมองและโอกาสในการเชื่อมโยง Culture × SDGs × ESG โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่เริ่มจาก “ราก” และ “คน” ในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือ เพื่อยกระดับทุนวัฒนธรรมไปสู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือเวทีเสวนา “Co-creating Sustainable Futures: How Business, Cities and Communities Can Grow Together Through Culture” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารจากภาคธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ ดร.เอกชัย ตั้งรัตนาวลี รองกรรมการ สำนักประธานกรรมการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, นางสาวหริสวรรณ ศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ TTA LAB บริษัท Thoresen Thai Agencies และ นายจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงาน-ซีพีพลายเชน Food Passion ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของภาคธุรกิจในการทำงานร่วมกับเมืองและชุมชน พร้อมชวนมองการยกระดับความร่วมมือจากการ “สนับสนุน” ไปสู่ Strategic Partnership ที่นำวัฒนธรรมมาเป็นจุดเชื่อมโยงในการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจ เมือง และชุมชน ตลอดจนต่อยอดเป้าหมายด้าน ESG และ Sustainability ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้จัดพิธีมอบรางวัลยกย่องเมืองที่พัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยมิติวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. 2569 Thailand Culture for SDGs Recognition Awards 2026 เพื่อยกย่องเมืองที่สามารถนำทุนและมิติทางวัฒนธรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมืองที่ได้รับรางวัลจะได้รับโล่เชิดชูเกียรติ เกียรติบัตร และเงินอุดหนุนเพื่อการพัฒนาเมืองด้วยมิติทางวัฒนธรรม

สำหรับ รางวัลการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยมิติทางวัฒนธรรมแบบองค์รวม (Holistic Sustainable Development) ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ได้รับเงินอุดหนุน 200,000 บาท ส่วนรางวัลรายมิติอีก 4 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท ได้แก่ เทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการรับมือ (Environment & Resilience), เทศบาลตำบลเมืองที อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ด้านความมั่งคั่งและความเป็นอยู่ที่ดี (Prosperity & Livelihoods), องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ด้านทักษะองค์ความรู้ (Knowledge & Skills) และเทศบาลตำบลบางปลา อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ด้านการมีส่วนร่วมและไม่แบ่งแยกกีดกัน (Inclusion & Participation)

ทั้ง 5 เมืองสะท้อนให้เห็นว่า “ทุนวัฒนธรรม” สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองได้ในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม องค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่รางวัลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปลายทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการสร้างการยอมรับ เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ พันธมิตร และโอกาสความร่วมมือใหม่ ๆ บนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน ดังนั้น การจัดงาน THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดัน “วัฒนธรรม” จากรากฐานและอัตลักษณ์ของพื้นที่ สู่การเป็น พลังขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เชื่อมภาครัฐ ภาคธุรกิจ เมือง ชุมชน และภาคีเครือข่ายให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ททท. ผนึกพันธมิตร เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืน Night Time Wonder ททท. เดินหน้าโครงการ “Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำ...
26/08/2026

ททท. ผนึกพันธมิตร เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืน Night Time Wonder


ททท. เดินหน้าโครงการ “Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำราตรี” แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Night-time Tourism) ที่ชวนคนไทยออกไปค้นพบเสน่ห์ของประเทศไทยในอีกช่วงเวลา ผ่านประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และกิจกรรมยามค่ำคืน พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ร่วมมอบสิทธิประโยชน์และสร้างกิจกรรมการตลาด เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เพิ่มโอกาสการใช้จ่าย และต่อยอดประสบการณ์การเดินทางให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่มากยิ่งขึ้น

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “วันนี้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปมากครับ คนไม่ได้มองแค่ว่า ‘จะไปเที่ยวที่ไหน’ แต่เขามองต่อไปถึงว่า ‘ทริปนี้จะให้อะไรกับเขา’ จะได้ประสบการณ์ใหม่ ได้ความทรงจำ หรือได้ค้นพบอะไรที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ ททท. ให้ความสำคัญมากในเรื่องของ Value และ Experience การท่องเที่ยวยามค่ำคืนเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่เราเห็นศักยภาพ เพราะหลังพระอาทิตย์ตก หลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร หรือสีสันของเมืองที่ต่างจากช่วงกลางวัน เราจึงนำแนวคิดนี้มาต่อยอดผ่านโครงการ Night Time Wonder เพื่อชวนให้นักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสประเทศไทยในอีกช่วงเวลา โดย ททท. ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร Gother, Jetts Fitness, สุกี้ตี๋น้อย รวมถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อเติมทั้งกิจกรรม ประสบการณ์ และสิทธิประโยชน์ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนออกเดินทางมากขึ้น และทำให้การท่องเที่ยวยามค่ำคืนกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สนุก เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน”

Gother เปิดโอกาสให้จองกิจกรรมท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่ร่วมรายการทั่วประเทศ พร้อมมอบส่วนลด สูงสุด 200 บาท เมื่อซื้อบัตรกิจกรรมขั้นต่ำ 2 ใบ เพียงใส่โค้ด NTWONDER200 โดยสามารถจองได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และเดินทางได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ที่ https://tinyurl.com/2sew962r เพื่อช่วยให้การออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่หลังพระอาทิตย์ตกเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งความร่วมมือที่เชื่อมการท่องเที่ยวเข้ากับ Active Lifestyle คือกิจกรรม “RUN FOR MILE วิ่งทำไม(ล์)” ที่ ททท. จับมือกับ Jetts Fitness ชวนสมาชิกทำภารกิจ 8-8-8 ได้แก่ Check-in ที่ Jetts Fitness ครบ 8 วัน วิ่งสะสมบนลู่วิ่ง Matrix อย่างน้อย 8 ไมล์ และแชร์ 8 สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืนในประเทศไทยที่ชื่นชอบหรืออยากไป เพื่อรับสิทธิ์ลุ้นแพ็กเกจ Phuket Cultural Escape 3 Days 2 Nights พร้อมของรางวัลพิเศษอีกมากมาย โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–31 สิงหาคม 2569

ทั้งนี้ คุณไมเคิล เดวิด
แลมบ์ ประธานกรรมการบริหาร Jetts Fitness กล่าวว่า “Jetts Fitness มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ เพราะเราเชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีสามารถเชื่อมโยงไปสู่การใช้ชีวิตและการออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ กิจกรรมนี้จึงไม่เพียงชวนสมาชิกให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกก้าวและทุกไมล์กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย”

ด้าน สุกี้ตี๋น้อย ร่วมเติมเต็มค่ำคืนของนักเดินทางด้วยกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่ออกไปสัมผัสการท่องเที่ยวยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็น Night Market, Night Café, ล่องเรือดินเนอร์, ดูดาว, แคมป์ปิ้ง หรือกิจกรรมหลังพระอาทิตย์ตกอื่น ๆ เพียงโพสต์ภาพหรือวิดีโอจากประสบการณ์ยามค่ำคืนตามเงื่อนไขของโครงการ และส่งหลักฐานผ่าน LINE Official Account เมื่อผ่านการตรวจสอบจะได้รับ คูปองส่วนลดสุกี้ตี๋น้อยมูลค่า 50 บาท สำหรับใช้บริการ ณ สาขาที่ร่วมรายการ จำนวนจำกัดตามเงื่อนไขกิจกรรม เพื่อชวนให้นักท่องเที่ยวออกไปใช้ชีวิตยามค่ำคืน ก่อนปิดท้ายด้วยมื้ออร่อยร่วมกับคนพิเศษ

“Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำราตรี” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยการเชื่อมโยงสถานที่ กิจกรรม ไลฟ์สไตล์ และสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรเข้าด้วยกัน เพื่อให้ “กลางคืน” กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าออกเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ทาง page: Night Time Wonder พลบค่ำ ย่ำราตรี แล้วออกไปค้นพบด้วยตัวเองว่า หลังพระอาทิตย์ตก ประเทศไทยยังมีอีกหลายเรื่องราวรอให้สัมผัส

แล้วค่ำคืนของคุณ...จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ททท. คิกออฟโครงการใหญ่ “Amazing Locations: From Scene to Scenic” ชูมนต์เสน่ห์ และประสบการณ์ที่มีความหมาย ต่อยอดแคมเปญ “H...
22/08/2026

ททท. คิกออฟโครงการใหญ่ “Amazing Locations: From Scene to Scenic” ชูมนต์เสน่ห์ และประสบการณ์ที่มีความหมาย ต่อยอดแคมเปญ “Healing Is the New Luxury” เชื่อมพลังแห่งภาพยนตร์สู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูง มัดใจคนทำหนังและนักเดินทางทั่วโลก ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางภาพยนตร์ระดับโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศเปิดตัวโครงการเชิงรุกครั้งสำคัญ “Amazing Locations: From Scene to Scenic” มุ่งยกระดับศักยภาพประเทศไทย สู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Experiences) อันดับหนึ่งในใจ (Top-of-Mind Destination) ของนักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก ควบคู่การขับเคลื่อนกระแสการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ เพื่อเปลี่ยนความประทับใจจากเรื่องราวบนแผ่นฟิล์มสู่การเดินทางสัมผัสประสบการณ์จริง พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “ททท. ต้องการยกระดับประเทศไทย สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวมูลค่าสูง ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Experiences) โดยสะท้อนผ่านแคมเปญ Healing Is the New Luxury ซึ่งให้นิยามใหม่ของความหรูหรา ที่ไม่ได้วัดกันที่มูลค่าของวัตถุ แต่วัดจากคุณค่าทางอารมณ์และการฟื้นฟูจิตใจ ตั้งแต่วิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่น อรรถรสของอาหารไทย ธรรมชาติบริสุทธิ์ทั้งท้องทะเลและขุนเขา ความประณีตในงานช่างศิลป์ ไปจนถึงศาสตร์การนวดแผนไทยที่ช่วยเยียวยาร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่างประเทศถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ประเทศไทยมากกว่า 6,000–7,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยมีจุดแข็งหลายอย่างทั้งความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการ Cash Rebate ที่จูงใจ และฝีมือทีมงานไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่สิ่งที่ทำให้ไทยโดดเด่นและครองใจกองถ่ายระดับโลกเสมอมา คือ ‘จิตวิญญาณแห่งมิตรไมตรีและความพิถีพิถันของคนไทย’ ให้กับทีมงานกองถ่ายตลอดระยะเวลาการทำงาน สิ่งเหล่านี้สร้างความผูกพันอันลึกซึ้งและทำให้การมาเยือนเมืองไทยเป็นการเติมพลังชีวิตอย่างแท้จริง”

ด้าน นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ได้เสริมว่า “โครงการ Amazing Locations ‘From Scene to Scenic’ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 กลุ่มอย่างสมบูรณ์แบบ โดย ในมิติของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (Film Industry) นั้น เป็นการนำเสนอให้เห็นว่าภูมิทัศน์และเรื่องราวของไทยพร้อมเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์บทและฉากภาพยนตร์ที่น่าจดจำ หรือ ‘Scenic to Scene’ ขณะเดียวกันในมิติของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเดินทางตามรอยภาพยนตร์ (Set-Jetting) ด้วยพลังของภาพยนตร์จะทำหน้าที่จุดประกายให้ผู้ชมทั่วโลกออกเดินทางมาสัมผัสสถานที่จริง หรือ ‘Scene to Scenic’ และเพื่อขยายแนวคิดนี้ ให้ชัดเจนมากขึ้น ททท. จึงได้จัดกิจกรรม Celebrity and Influencer FAM Trips ขึ้น จำนวน 10 เส้นทาง สุดพิเศษ โดยเชิญทั้งกลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์ ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ชั้นนำ ควบคู่กับเหล่า Celebrities ระดับฮอลลีวูด และ Storytellers ระดับสากล ร่วมลงพื้นที่จริงเพื่อสัมผัสความมหัศจรรย์ของโลเคชันไทยที่หลากหลายและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว

“ทริปพิเศษทั้ง 10 เส้นทางนี้ครอบคลุมเสน่ห์ทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์–ชุมพร สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเขาสามร้อยยอดที่เคยต้อนรับกองถ่าย Alien: Earth, ย้อนรอยเรื่องราวระดับโลก ณ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ก่อนเดินทางไปชื่นชมความงามของสวนหินหัวลิง จ.น่าน, มนต์เสน่ห์แห่งอีสานกับความมหัศจรรย์ของหินสามวาฬ จ.บึงกาฬ, อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทและถ้ำดินเพียง จ.อุดรธานี–หนองคาย, ความยิ่งใหญ่ระดับโลกของผืนน้ำกระบี่ที่เคยเป็นฉากหลังให้ภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง James Bond, The Beach จนถึงบล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ Jurassic World Rebirth, บรรยากาศสุดหรูของเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในซีรีส์ยอดฮิต The White Lotus Season 3, มนต์เสน่ห์ภาคตะวันออก จันทบุรี–ตราด กับแกรนด์แคนยอนและน้ำตกคลองพลู และที่ขาดไม่ได้คือ สามพันโบก จ.อุบลราชธานี โลเคชันอันน่าทึ่งในภาพยนตร์ Sci-Fi ฟอร์มยักษ์ระดับ Blockbuster อย่าง The Creator ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ว่าสถานที่ของไทยมีมิติทางอารมณ์และจิตวิญญาณ หรือ ‘Place as a Character’ ที่เป็นได้มากกว่าแค่ฉากหลัง “Beyond Backdrop” และพร้อมสร้างสรรค์เรื่องราวที่ทรงคุณค่าสู่สายตาชาวโลก” นายนิธีกล่าวสรุป

เพื่อเป็นการประกาศศักยภาพสู่เวทีระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม ททท. เตรียมนำแคมเปญดังกล่าวเปิดตัวสู่สายตาอุตสาหกรรมภาพยนตร์นานาชาติ ณ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (TIFF 2026) ระหว่างวันที่ 10–16 กันยายน 2569 ผ่านการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์ไทยกับผู้สร้างระดับสากล พร้อมจัดงาน Industry Networking Reception เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจระยะยาว อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ผู้ผลิตภาพยนตร์ ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดโครงการ ได้ที่ Facebook: Amazing Location: From Scene to Scenic

ททท. ต่อยอดอัตลักษณ์พื้นถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านโครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน นำเสนอเรื่องเล...
20/08/2026

ททท. ต่อยอดอัตลักษณ์พื้นถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านโครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน นำเสนอเรื่องเล่าทรงคุณค่า ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยด้วยเสน่ห์แห่งรสชาติและวิถีชีวิต

เจาะแนวคิดเบื้องหลังโครงการ “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” กับ นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เมื่อ Gastronomy Tourism ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการตามหาร้านดังหรือเมนูอร่อย แต่กำลังกลายเป็นการเดินทางเพื่อค้นหาเรื่องราว ผู้คน และรากวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังแต่ละรสชาติ

ในวันที่ “อาหารและเครื่องดื่ม” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกจุดหมาย การเดินทางเพื่อสัมผัสรสชาติของแต่ละพื้นที่จึงไม่ได้มีความหมายเพียงว่า “ไปกินอะไร” แต่ขยับไปสู่การค้นหาว่า “รสชาตินี้มาจากไหน” และ “อะไรทำให้พื้นที่แห่งนี้แตกต่างจากที่อื่น”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงต่อยอดมิติของ Gastronomy Tourism ผ่านโครงการ “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” ภายใต้แนวคิด “ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น” ใช้รสชาติเป็นจุดเริ่มต้นในการพานัก
ท่องเที่ยวไปทำความรู้จักผู้คน วัตถุดิบ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังแต่ละพื้นที่

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า

“อาหารและเครื่องดื่มมีบทบาทต่อการตัดสินใจเดินทางมากขึ้นอย่างชัดเจน โดย Food Travel Monitor 2026 ระบุว่า นักเดินทางให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มในการเลือก Destination เฉลี่ย 8.2 จาก 10 และ 66% มองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญต่อการเดินทางมากขึ้นเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน สะท้อนว่า Gastronomy Tourism ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีความหลากหลายทั้งด้านวัตถุดิบ อาหาร ภูมิปัญญา และวัฒนธรรม”

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของ ททท. ในปี 2569 ที่มุ่งเปลี่ยนจาก “การท่องเที่ยวเชิงปริมาณ” สู่ “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความหมาย อัตลักษณ์ท้องถิ่น และการกระจายประโยชน์จากการท่องเที่ยวสู่พื้นที่

สำหรับ ROOT ON THE ROCK แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดผ่านการค้นหา “ราก” และเรื่องราวของท้องถิ่น นำมาถ่ายทอดผ่าน “รสชาติ” ก่อนเชื่อมโยงไปสู่ “เส้นทางการเดินทาง” ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้จริง
นายอภิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า

“เราไม่ได้ต้องการนำเสนอสุราชุมชนในฐานะผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการใช้ สุราขุมชน เป็นจุดเริ่มต้นในการเล่าเรื่องพื้นที่ เพราะเบื้องหลังแต่ละรสชาติมีทั้งวัตถุดิบ ภูมิปัญญา ผู้คน อาหาร และวิถีชีวิต เราอยากให้รสชาติสร้างความสนใจต่อว่า สิ่งนี้มาจากไหน ใครเป็นคนทำ และมีเรื่องราวอะไรอยู่เบื้องหลัง จนนำไปสู่ความอยากเดินทางไปสัมผัสพื้นที่จริง”

นอกจากการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว Gastronomy Tourism ยังสามารถเชื่อมโยงมูลค่าทางเศรษฐกิจไปสู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้กว้างขึ้น ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร ที่พัก Local Guide ร้านค้าชุมชน งานหัตถกรรม ไปจนถึงธุรกิจรายย่อยที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน

“หัวใจของโครงการนี้ คือการทำให้การเดินทางหนึ่งครั้งสร้างคุณค่าได้มากขึ้น เราอยากเห็นนักท่องเที่ยวใช้เวลาในพื้นที่มากขึ้น เข้าใจพื้นที่มากขึ้น และเกิดการใช้จ่ายที่กระจายไปยังผู้ประกอบการท้องถิ่นที่หลากหลาย ดังนั้น สุราชุมชน จึงสามารถต่อยอดจากผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นไปสู่ Value Chain ของการท่องเที่ยวทั้งระบบได้” นายอภิชัย กล่าว

โครงการ ROOT ON THE ROCK จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการนำ Cultural Assets ของแต่ละพื้นที่มาต่อยอดเป็น Tourism Experience ที่ร่วมสมัย โดยเริ่มจากสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว ก่อนนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องราว ผู้ประกอบการ และประสบการณ์การเดินทาง เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้นักท่องเที่ยวอยากออกไปค้นพบพื้นที่ด้วยตัวเอง

ท้ายที่สุด นายอภิชัย เชื่อว่า จุดแข็งของ Gastronomy Tourism ไทยไม่ได้อยู่เพียงความอร่อย แต่คือความหลากหลายของเรื่องราวและอัตลักษณ์ที่อยู่เบื้องหลังแต่ละรสชาติ

“เราอยากให้ ROOT ON THE ROCK ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้เพียงรู้จักรสชาติใหม่ ๆ แต่สนใจที่มาของรสชาตินั้น และอยากออกเดินทางไปพบผู้คน วิถีชีวิต และพื้นที่จริง เพราะเมื่อรสชาติสร้างความอยากรู้ได้ ก็สามารถกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการเดินทาง และทำให้คนรู้จักประเทศไทยได้ลึกกว่าเดิม”

ติดตามเรื่องราว 5 ภูมิภาค 5 รากวัฒนธรรม และกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการได้ที่

page: Root on the Rock – รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น

Instagram: Root on the Rock – รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น

#รินรสเล่าเคล้าวิถีถิ่น #เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน

ที่อยู่

Charoennakorn Road
Bangkok
10600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ninety Nine Communications Agency Co.,Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Ninety Nine Communications Agency Co.,Ltd.:

ทางลัด

แชร์