Clicky

กิจกรรมบำบัด รพ.เด็ก

กิจกรรมบำบัด รพ.เด็ก งานกิจกรรมบำบัด สถาบันสุขภาพเด็กแห

เปิดเหมือนปกติ

สิ่งที่ผู้ปกครองควรสังเกตและควบคุมในการใช้งานสื่อonline และผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุตรหลานของเราครับ
14/08/2022

สิ่งที่ผู้ปกครองควรสังเกตและควบคุมในการใช้งานสื่อonline และผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุตรหลานของเราครับ

BRIEF: ผู้เชี่ยวชาญเริ่มกังวล คลิปสั้นๆ ในโซเชียล มีลักษณะน่าเสพติดจนสร้าง ‘TikTok Brain’ ที่ทำให้เด็กๆ สมาธิสั้น และมีปัญหาการจดจำ
.
หลายๆ ครั้งเราอาจจะหลงเข้าไปในโลกแห่งคอนเทนต์คลิปสั้นๆ ที่มาไว้ไปไว้ จบภายในไม่ถึงนาที รู้ตัวอีกทีก็หยุดดูคลิปเหล่านั้นไม่ได้ ดูกันไปต่อเนื่องจนหลงลืมเวลา นี่คือลักษณะความ ‘เสพติด’ ที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนกำลังเผชิญ
.
ประเด็นเรื่องผลกระทบของคลิปขนาดสั้นๆ ต่อสมองของผู้ใช้งาน กำลังอยู่ในความสนใจในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการของเด็กๆ รวมถึงนักจิตวิทยาในต่างประเทศ แม้จะยังไม่มีงานวิจัยออกมามากมายนัก แต่ระดับของปัญหานี้ก็เรียกได้ว่าไม่สามารถปล่อยปะละเลยไปได้
.
บทความของ The Wall Street Journal ถึงกับเปรียบเทียบผลกระทบของคลิปสั้นๆ เหล่านี้ว่าจะทำให้เกิด ‘TikTok Brain’
.
เจมส์ วิลเลียมส์ นักวิชาการด้านปรัชญาและจริยศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ออกซฟอร์ด บอกกับ Wall Street Journal ถึงความกังวลใจนี้ โดยเปรียบเทียบว่า ตอนนี้โซเชียลมีเดียต่างๆ เป็นเหมือนกับโรงงานผลิตลูกกวาดขนาดใหญ่ ที่ผลิตลูกกวาดต่างๆ ออกมาให้กับเด็กๆ กินทุกวัน (เขาเปรียบเทียบคลิปสั้นๆ ว่าเป็นลูกกวาด)
.
ปัญหาที่จะตามมาก็คือ เมื่อกินลูกกวาดนี้เข้าไปเรื่อยๆ จนเคยชิน พวกเขาจะคุ้นเคยกับการได้รับสารโดปามีน (สารที่ก่อให้เกิดความสุข) อย่างรวดเร็ว และด้วยความที่มันเป็นคลิปสั้นๆ เด็กๆ ก็จะต้องการเสพลูกกวาดเหล่านี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และกว่าที่ผู้ใหญ่จะขอร้องให้เด็กๆ ไปเสพอย่างอื่นแทนบ้าง มันก็อาจจะสายไปแล้ว
.
“ตอนนี้เหมือนกับเราให้เด็กๆ ใช้ชีวิตอยู่ในร้านขายลูกกวาด แต่เราบอกให้พวกเขาเลิกกินของเหล่านั้น และเปลี่ยนมากินผักแทน” วิลเลียมส์ ระบุกับ Wall Street Journal
.
ด้าน มิเชล มานอส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ของเด็ก อธิบายว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่สมองของเด็กๆ เริ่มคุ้นชินกับคลิปที่มาไวไปไวมากๆ แล้ว สมองก็จะเกิดอุปสรรคที่จะเรียนรู้โลกแห่งความเป็นจริงที่สิ่งต่างๆ ไม่ได้เคลื่อนผ่านเร็วเหมือนอย่างกับในโลกดิจิทัล
.
สิ่งที่ดูน่าเป็นกังวลมากที่สุดก็คือสมองในส่วน Prefrontal cortex ซึ่งอยู่ส่วนหน้าของสมอง มันทำหน้าที่ควบคุมสมาธิ และมีผลต่อการโฟกัสต่อสิ่งต่างๆ แม้จะยังไม่มีงานวิจัยมาศึกษาถึงผลของคลิปสั้นๆ เหล่านั้นต่อสมองส่วนนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการก็ตั้งข้อสังเกตว่า ผลกระทบของมันจะเป็นอย่างไร
.
แต่ถึงอย่างนั้นก็เคยมีการศึกษาอยู่บ้าง ในมุมที่ว่า เมื่อมีคนเข้าไปอยู่ในสภาวะเสพคลิปสั้นๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว มันจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนกลาง ซึ่งทำให้พวกเขาไม่สามารถเลิกดูคลิปเหล่านั้นได้ง่ายๆ
.
ขณะที่ เจสสิกา กริฟฟิน ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ จาก University of Massachusetts Medical School ให้ความเห็นว่า ถ้าเราเสพติดคลิปสั้นๆ อย่างต่อเนื่องจนหยุดดูไม่ได้ มันก็อาจจะส่งผลต่อปัญหาในด้านการจดจ่อ การมีสมาธิ และการจัดเก็บความทรงจำระยะสั้น (short-tern memory) ได้
.
“วิดีโอสั้นๆ มันก็เหมือนกับขนมหวาน มันทำให้เราเกิดโดปามีน หรือสารเคมีแห่งความสุข...ความมาไวไปไวของพวกมัน ทำให้คุณอยากจะดูต่อไปอีกเรื่อยๆ เหมือนกับเด็กๆ ที่อยู่ในร้านขนมหวาน” กริฟฟิน กล่าว
.
การมาถึงของคลิปวิดีโอขนาดสั้นๆ มาไว้ไปไว เลื่อนดูได้ต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อการเรียนรู้และการทำงานของสมองมนุษย์ สิ่งที่ต้องจับตากันตอนนี้คือผลกระทบต่อสมองของเด็กๆ ที่ยังไม่ได้มีพัฒนาการอย่างเต็มที่
.
.
อ้างอิงจาก

https://www.wsj.com/articles/tiktok-brain-explained-why-some-kids-seem-hooked-on-social-video-feeds-11648866192

https://www.verywellhealth.com/tiktok-brain-5225664

https://www.dailymail.co.uk/health/article-10712479/TikTok-like-candy-store-immediate-pleasure-child-users.html

แถลงการจุดยืนการใช้กัญชาที่ส่งผลต่อสุขภาพเด็กและวัยรุ่น ของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
10/06/2022

แถลงการจุดยืนการใช้กัญชาที่ส่งผลต่อสุขภาพเด็กและวัยรุ่น ของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

ลูกๆ ของคุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่? ✏️เขียนกลับด้าน✏️เขียนไม่เว้นช่องไฟ✏️เขียนตัวอักษรไม่สม่ำเสมอ👀หาคำในหนังสือไม่เจอ👀อ่า...
17/03/2022
การรับรู้ทางสายตา Visual perception| กิจกรรมบำบัด รพ.เด็ก

ลูกๆ ของคุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่?

✏️เขียนกลับด้าน
✏️เขียนไม่เว้นช่องไฟ
✏️เขียนตัวอักษรไม่สม่ำเสมอ
👀หาคำในหนังสือไม่เจอ
👀อ่านลายมือคนอื่นไม่ออก

ลองมาเช็คกันว่าเป็นปัญหาการรับรู้ทางสายตาด้านไหน


https://youtu.be/yTjbpGnd89c

👀รับชมจบแล้วอย่าลืมทำแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ 👇🏻

https://docs.google.com/forms/d/1iFWiDIUyabSD9FJtRdRZ3U1l3dvPQreP2Q9QgUGfQJM/viewform?edit_requested=true&edit_requested=true

สำหรับผู้สนใจทั่วไปสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้นะคะ
16/03/2022

สำหรับผู้สนใจทั่วไปสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้นะคะ

ขอเชิญคุณครู ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง
และผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมอบรม
หลักสูตรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์
“4 พัฒนาการเด็กปฐมวัย ส่งเสริมได้อย่างมืออาชีพ”
===============
วันที่ 21 – 22 เมษายน 2565
08.30 - 16.30 น.
ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting
===============
ลงทะเบียนผ่าน
Link: https://forms.gle/a91qhg8GCwNJPywj8
===============
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: NICFD Mahidol
https://www.facebook.com/NICFDMahidol
website: www.cf.mahidol.ac.th
===============
สอบถามเพิ่มเติมโทร. 092-4145296

พัฒนาการเรื่องตัวเลข
08/03/2022

พัฒนาการเรื่องตัวเลข

🔆หมอพัฒนาการชวนเรียนรู้🔆

🔆พัฒนาการตามวัยกับการเรียนรู้จำนวน☝🏻✌️

ทักษะการเข้าใจจำนวน หรือ number sense เป็นพัฒนาการอีกด้านหนึ่ง ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนวิชาเลข จริงๆ แล้วเราพบว่า เด็กๆมีพื้นฐานในเรื่องนี้ ตั้งแต่ช่วงขวบปีแรก

Comparison/discrimination เป็นพัฒนาการแรกเริ่ม เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงทารกถึงขวบปีแรก เขาจะแยกแยะได้ รับรู้จำนวนน้อยๆได้ (ไม่เกิน 5) โดยรับรู้ความต่างของจำนวนผ่านการมองของเขา

Oral counting ช่วง 2 ขวบ สำหรับเด็กที่ได้รับการฝึกท่อง ก็จะท่อง 1 2 3 4 ได้ โดยยังไม่เข้าใจความหมายจริงๆของเลขนั้น (หมายความว่า ยังไม่เข้าใจว่า "หนึ่ง" ที่พูดออกไป แปลว่า หนึ่งชิ้น หนึ่งอัน หนึ่งคน)

Counting, cardinality พออายุ 3 ถึง 3 ปีครึ่ง การนับแบบท่องของเขาก็จะเปลี่ยนไป คือนับแบบเข้าใจมากขึ้น กลายเป็นการนับแบบ one-to-one correspondence เช่น มีส้ม 5 ลูก ก็เอานิ้วจิ้มทีละลูก แล้วนับไป 1-2-3-4-5 และสุดท้ายถ้าเขาบอกได้ว่า มี 5 ลูก นั่นคือทักษะ cardinality

ช่วงวัยนี้ คือเริ่มเข้าอนุบาลแล้ว ถ้าที่บ้านปูพื้นฐานมาดี คือ พูดเรื่องจำนวนบ่อยๆ พานับเลขเล่นๆไป พาท่อง พานับนิ้ว นับสิ่งของภายในบ้าน เขาจะมีทักษะที่พร้อมจะไปต่อ

คุณครูอนุบาลเป็นคนสำคัญที่จะปูพื้นฐานการเรียนให้เด็กพร้อมไปต่อในชั้นประถม ให้เด็กมีทัศนคติที่ดีกับโรงเรียน กับครูและเพื่อนๆ เป็นคนสำคัญที่ต้องทราบถึงพัฒนาการตามวัย ที่ไม่ใช่แค่เรื่องที่มองเห็น อย่างกินข้าวเองได้ ใส่เสื้อผ้าเองได้ บอกความต้องการได้ เล่นกับเพื่อนได้ แต่พัฒนาการที่เราต้องสังเกต ต้องมองลึกลงไป ก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่างเช่น พัฒนาการทางอารมณ์และสังคม การอ่านเขียน คำนวณที่เหมาะกับวัย ถ้าครูทราบก็จะเป็นผลดีกับเด็กๆอย่างมาก โดยจะไม่เร่งรัดหรือกดดันเกินไป หรือช่วยส่งเสริมต่อยอด ถ้าเด็กคนไหนทำได้ดี

เมื่อเรียนถึงจุดนึง คุณครูจะพาเขียนจำนวนตามเส้นประ เขียนเลข 1 2 3 4 5 คราวนี้ เรื่องยากก็จะเกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ คือ การจับคู่ความเข้าใจจำนวนกับตัวเลขที่เขียน คือ รู้ว่า ส้มที่นับไปตะกี้ มี 5 ลูก และสามารถเขียนแทนจำนวนออกมาด้วยเลข "5" นี่คือทักษะ Transcoding/ number identification ซึ่งคิดๆไปก็ไม่ง่ายเลยที่เด็กเข้าใจและเขียนออกมาได้ ทั่วไปเด็กอายุ 4-5 ขวบจะสามารถทำได้

ถ้าผ่านมาทั้งหมดมาแล้ว เขาก็พร้อมจะไปต่อในเรื่องการบวกลบแล้วล่ะ
โดยเด็กจะมีเส้นจำนวนในใจ (Mental number line) ถ้าจำกันได้ ตอนเด็กๆเราจะบวกลบผ่านเส้นจำนวน บวกก็กระโดดไปข้างหน้า ลบก็กระโดดถอยหลัง โดยจำนวนที่มากจะอยู่ขวามือเสมอ ช่วงแรกเราอาจใช้เส้นจำนวนนี้สอนเด็กในการบวกลบเลขจำนวนไม่มาก ถึงจุดที่เขาเข้าใจเราก็จะเลิกใช้เส้นจำนวนนี้

ทักษะพื้นฐานสุดท้ายคือ Number conversation เข้าใจการสลับที่-การถ่ายเทของจำนวน เช่น เข้าใจว่า 3+2 เท่ากับ 5 และ 4+1 ก็เท่ากับ 5 (มองเป็นภาพ ส้ม 3 ส้ม 2, ส้ม 4 ส้ม 1 ก็ 5 ผลเหมือนกัน)

เล่ายาวถึงตรงนี้ อยากจะขอสรุปว่า ถ้าเห็นว่าเด็กคนไหนทำได้ เราส่งเสริมต่อยอดได้เลย แต่ถ้าเขายังไม่พร้อม ลองกลับมาทบทวนกันดูไหม พื้นฐานเขาได้หรือยัง ถึงวัยที่เขาต้องทำได้หรือยัง ถ้าถึงวัยที่ควรจะทำได้แล้วยังไม่ได้ ก็ค่อยมาปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์นะคะ
สำคัญคือส่งเสริมทักษะอื่นๆตามวัยควบคู่ไปกับการเรียน จะเป็นเรื่องที่ดีมากๆค่ะ

บทความโดย
พญ.นิภาภรณ์ ธรา
กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม
นายแพทย์ชำนาญการ รพ.อุดรธานี

ภาพบรรยากาศการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "Play assessment and adaptiong intervention for Occupational Therapy practice" วั...
07/03/2022

ภาพบรรยากาศการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "Play assessment and adaptiong intervention for Occupational Therapy practice" วันที่ 3-4 มีนาคม 2565

📢📢ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนครบจำนวน 50คน เรียบร้อยแล้ว ขออภัย สำหรับผู้ที่ไม่สามารลงทะเบียนได้ครับ ซึ่งถ้ามีผู้ใดสละสิทธิ์หรื...
25/01/2022

📢📢ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนครบจำนวน 50คน เรียบร้อยแล้ว ขออภัย สำหรับผู้ที่ไม่สามารลงทะเบียนได้ครับ ซึ่งถ้ามีผู้ใดสละสิทธิ์หรือไม่สามารถเข้าร่วมอบรมได้ทางผู้จัดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

📍📍สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ภายใน5-7วันหลังลงทะเบียน เนื่องจากทางวิชาการต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้ลงทะเบียน

📍จากที่เราได้รู้ความหมายของ GRIT กันไปในโพสต์ที่แล้ว คราวนี้มาถึงเทคนิคการสร้างGRIT ให้กับเด็กๆกันบ้างนะคะ✨6 เทคนิคสร้าง...
24/01/2022

📍จากที่เราได้รู้ความหมายของ GRIT กันไปในโพสต์ที่แล้ว คราวนี้มาถึงเทคนิคการสร้างGRIT ให้กับเด็กๆกันบ้างนะคะ

✨6 เทคนิคสร้าง GRIT ให้ลูกรัก😍
สำหรับเด็ก ๆ ที่เป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้และเติบโต การส่งเสริมให้พวกเขามี GRIT จะช่วยให้เด็ก ๆ มีเป้าหมาย มีความมุ่งมั่นและความเพียรพยายามไปสู่เป้าหมาย🎯ที่พวกเขาเลือกเองได้เร็วขึ้น

ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมให้เด็ก ๆ มี GRIT ได้ดังนี้
👉ไม่ต้องเร่งรีบให้ลูกตั้งเป้าหมายมากนัก ผู้ปกครองควรให้โอกาสเด็ก ๆ ได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อเป็นการค้นหาสิ่งที่ชอบ สิ่งที่สนใจ💗 สิ่งที่เขารักที่จะทำ เมื่อเด็กได้เลือกตั้งเป้าหมายด้วยตนเอง พวกเขาก็จะสนใจและมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้า

👉ผู้ปกครองควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกในเรื่องความคิดที่เปิดกว้าง ทุกคนมีศักยภาพ ความชอบ ความถนัดแตกต่างกันไป แม้ตอนนี้เราจะยังไม่เก่งหรือทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่การเริ่มลงมือทำในสิ่งที่รักด้วยความเพียรพยายามอย่างต่อเนื่อง💪 จะเป็นการพัฒนาตนเองและทำให้เราประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

👉เมื่อลูกเจอกับอุปสรรคและเกิดความขุ่นข้องหมองใจ เป็นโอกาสที่ผู้ปกครองจะได้ลองปล่อยให้พวกเขาเผชิญหน้ากับอุปสรรค พยายามหาทางแก้ไข 🔑และจัดการกับอารมณ์เชิงลบของตนเอง หากเด็กก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ไปได้ พวกเขาก็จะเก่งขึ้นและเข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง

👉ผลักดันและให้กำลังใจลูก👍ในการทำตามเป้าหมายของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องปกติหากระหว่างการทำตามเป้าหมาย เด็กจะทำไม่ได้ ทำผิดพลาด หรือเกิดความท้อแท้ขึ้น กำลังใจและคำแนะนำของผู้ปกครองมีความหมายกับพวกเขาเสมอ พยายามส่งเสริมและให้กำลังใจจนพวกเขาประสบความสำเร็จ🏆

👉เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้ปกครองควรชวนให้ลูกแก้ไขปัญหา ลองมองปัญหาหลาย ๆ มุมมอง คิดหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อแก้ไข ไม่ยอมแพ้ไปง่าย ๆ รวมทั้งสอนให้พวกเขารับผิดชอบต่อการตัดสินใจและยอมรับผลที่เกิดขึ้นด้วยตนเองให้ได้

👉สอนให้ลูกเข้าใจว่าความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดา🤣 คนเรามีการทำผิดพลาดได้ บอกเล่าและแบ่งปันประสบการณ์ของผู้ปกครองให้ลูกฟัง รวมทั้งให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับพวกเขา เพื่อเป็นแนวทางให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้กับตัวพวกเขาเองต่อไป

ที่มา: 📜BETTER MIND | https://www.bettermindthailand.com
จัดทำโดย นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยมหิดล

✨ GRIT: พิชิตความสำเร็จด้วยความเพียร ✨GRIT คืออะไร และจะนำเราไปสู่เป้าหมายและประสบความสำเร็จได้อย่างไร❓GRIT คือ การผสมผส...
19/01/2022

✨ GRIT: พิชิตความสำเร็จด้วยความเพียร ✨

GRIT คืออะไร และจะนำเราไปสู่เป้าหมายและประสบความสำเร็จได้อย่างไร❓

GRIT คือ การผสมผสานระหว่างความอดทน ความเพียรพยายาม (Perseverance)💪 และความมุ่งมั่นจะทำในสิ่งที่รักและหลงใหล (Passion)💗 เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว และเมื่อประสบปัญหาก็ไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ต่อความล้มเหลว แต่จะมีความหวังและมุ่งมั่นทำตามเป้าหมายให้สำเร็จในที่สุด🎯

วิธีการที่เราจะสร้าง GRIT เพื่อให้ประสบความสำเร็จ🏆
👉ค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักและสนใจที่จะทำ สิ่งแรกก็คือ การสำรวจความคิดความสนใจ ค้นหาสิ่งที่ตนเองรักที่จะทำเพื่อนำไปสู่การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การทำในสิ่งที่รักจะช่วยให้เกิดความพึงพอใจกับงานที่ทำและสามารถสร้างผลงานได้ดียิ่งขึ้น
👉หมั่นฝึกฝนทักษะอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว เราก็ต้องฝึกฝนอย่างจดจ่อ (Deliberate practice) และลงมือทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน นอกจากนั้นควรหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยให้ feedback และคำแนะนำจะช่วยให้เราเห็นจุดบกพร่องและสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที
👉ค้นหาจุดมุ่งหมายของสิ่งที่ทำ จุดมุ่งหมายในที่นี้ไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นคุณค่าและความหมายของสิ่งที่เราทำเพื่อผู้อื่น เมื่อค้นพบว่าสิ่งที่เราทำนั้นมีคุณค่าและความหมายต่อตนเอง ต่อครอบครัว หรือต่อสังคมแล้ว ก็จะเป็นการจุดประกายความมุ่งมั่นในการทำตามเป้าหมายเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จต่อไป
👉มองเห็นความหวังอยู่เสมอ มีทัศนคติที่ดี มองโลกในแง่บวก เชื่อว่าตัวเองพัฒนาได้ เชื่อในศักยภาพและความสามารถของเรา ใช้ความอุตสาหะเอาอุปสรรค หรือการมี Growth Mindset
👉อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคนที่มี GRIT สิ่งแวดล้อมและสังคมที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มี GRIT จะช่วยกระตุ้นให้เรามีความอดทนและมุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายระดับล่าง เป้าหมายระดับกลาง และเป้าหมายสูงสุดได้ในที่สุด

ที่มา: 📜หนังสือ GRIT: The Power of Passion and Perseverance โดย Angela Duckworth

ปัจจุบันจากสถานการณ์ covid-19 ที่กำลังระบาดในประเทศไทย ทำให้เกิดความยากลำบากต่อการมาทำกิจกรรมบำบัดในช่วงนี้ได้ ดังนั้นวั...
15/11/2021

ปัจจุบันจากสถานการณ์ covid-19 ที่กำลังระบาดในประเทศไทย ทำให้เกิดความยากลำบากต่อการมาทำกิจกรรมบำบัดในช่วงนี้ได้ ดังนั้นวันนี้เรามีอีกตัวเลือกนึงที่จะช่วยทำให้การพบนักกิจกรรมบำบัดในสถาณการณ์ COVID-19 สามารถทำได้ง่ายๆแม้จะอยู่ที่บ้านกันค่ะ ซึ่งตัวเลือกที่พูดถึงนั่นก็คือ ✨Telemedicine✨

👩🏼‍⚕️telemedicine คืออะไร👨🏻‍⚕️

🌈Telemedicine หรือระบบแพทย์ทางไกล คือการ สื่อสารแบบ Video conference (การโทรแบบเห็นหน้า) ระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับเด็ก/ผู้ปกครอง ผ่านทางโปรแกรมง่ายๆที่เรารู้จักกันดีอย่างเช่น line หรือโปรแกรม zoom ฯลฯ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันโรค โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ ซึ่งหมายความผู้ปกครองและเด็กๆสามารถทำการประเมิน/การรักษาได้ถึงแม้จะอยู่ที่บ้านก็ตามค่ะ

(แหล่งอ้างอิง : https://allwellhealthcare.com/telemedicine/ )

🌈 ซึ่งทางแผนกกิจกรรมบำบัดของรพ.เด็กก็มีการจัดทำการประเมินและการรักษา ในรูปแบบของ telemedicine เช่นกันเลยค่ะ

🌈 โดยขั้นตอนในการทำกิจกรรมบำบัดในรูปแบบ ของ telemedicine จะมีดังนี้
1. ผู้ปกครองทำความเข้าใจและข้อตกลงกับรูปแบบการรักษาของ telemedicine เช่น การรักษาจะเป็นในรูปแบบออนไลน์ การให้ช่องทางการติดต่อเพื่อใช้ในการรักษา การตอบรับแบบฟอร์มการยินยอมการรักษา (consent form) และการตกลงกันในเรื่องของการห้ามเผยแพร่ข้อมูลระหว่างการรักษา (confidentiality and privacy) เช่น ห้ามอัดคลิปขณะทำการรักษา เป็นต้น
2. ทำการยืนยันวันนัด/คิวที่ทำการรักษา และเมื่อก่อนถึงวันนัด 1 วันอาจจะมีการแจ้งอุปกรณ์ที่ผู้ปกครองต้องเตรียม เช่น ดินสอ ปากกา กรรไกร
3. ทำการรักษากับนักกิจกรรมบำบัดผ่านรูปแบบ telemedicine ได้เลยค่ะ💌

🌈 โดยในการรักษาในรูปแบบของ telemedicine จะมีประโยชน์ในการรักษาดังนี้ ✨
1. ผู้ปกครองและเด็กสามารถพบนักกิจกรรมบำบัดเพื่อทำการรักษาได้อย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปกครองและตัวเด็กเอง ซึ่งการฝึกอย่างต่อเนื่องนั้นจะส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการในการฝึกที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
2. นักกิจกรรมบำบัดสามารถใช้สื่อในการรักษาที่สามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อที่เป็นเกมเพื่อฝึกความจำ หรือ สื่อที่ช่วยในการรับรู้สี รูปทรง ซึ่งจะทำให้เด็กมีความสนใจในการฝึกและได้รับการฝึก/การรักษาไปพร้อมๆกัน
3. การรักษาในรูปแบบของ telemedicine จะช่วยในการเพิ่มความสะดวกสบายและความรวดเร็วในการเข้ารับการรักษา ผู้ปกครองไม่ต้องมาทำการรอคิวก่อนเวลานัด สามารถทำการรักษาได้เลยเมื่อถึงเวลานัดที่ได้ตกลงไว้
4. ผู้ปกครองสามารถลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาในการเดินทางในการรักษากับนักกิจกรรมบำบัด เช่น ในผู้ปกครองที่ต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อทำการรักษา🌈

แต่ว่า❗️ในการรักษาทาง telemedicine ก็มีข้อจำกัดทางการรักษาเหมือนกันนะคะ
1. ในขณะฝึกเด็กอาจจะถูกรบกวนจากสิ่งแวดล้อมที่บ้าน หรือที่ๆอาศัยอยู่ได้ เช่น บ้านที่อาศัยกับญาติพี่น้องหลายคนในบ้าน อาจจะมีน้องหรือคนอื่นๆมาชวนเล่นเบี่ยงเบนความสนใจขณะฝึกได้ เป็นต้น
2. ขาดการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับนักกิจกรรมบำบัดเพราะต้องทำการรักษาผ่านทางออนไลน์
3. อาจจะมีการอุปสรรคจากอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เช่น สัญญานอินเตอร์เน็ต หรือเครื่องมื่อสื่อสารที่ใช้
4. มีข้อจำกัดในรูปแบบของการรักษา เช่น การลดอาการเกร็งในเด็กที่มีภาวะร่างกายแข็งเกร็งจากโรคสมองพิการ , การกระตุ้นการรับรู้ความรู้สึกในเด็กที่มีภาวะหลีกหนี ซึ่งอาจจะทดแทนด้วยการให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้ปกครองเป็นคนทำการบำบัดกับตัวของเด็กเอง เป็นต้น🌈

จัดทำโดย นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 3
มหาวิทยาลัยมหิดล

ชวนเด็กๆมาเล่นกันเถอะ….EP.2 👦🏻👧🏻การเล่นของเด็กตั้งแต่อายุ 4-12 ปี จะมีการเล่นใน 2 รูปแบบคือ👦🏻 ช่วงอายุ 4-7 ปี มีการเล่นแ...
02/11/2021
Play EP.2 | มาเล่นกันเถอะ

ชวนเด็กๆมาเล่นกันเถอะ….EP.2 👦🏻👧🏻การเล่นของเด็กตั้งแต่อายุ 4-12 ปี จะมีการเล่นใน 2 รูปแบบคือ
👦🏻 ช่วงอายุ 4-7 ปี มีการเล่นแบบ dramatic play
👧🏻 ช่วงอายุ 7-12 ปี มีการเล่นแบบ game with rules

รายละเอียดของการเล่นและการส่งเสริมพัฒนาการด้านการเล่นในแต่ละรูปแบบสามารถรับชมได้ในคลิปเลยค่ะ

https://youtu.be/eZc6yhbg_PI

👀รับชมจบแล้วอย่าลืมทำแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ 👇🏻

https://docs.google.com/forms/d/1iFWiDIUyabSD9FJtRdRZ3U1l3dvPQreP2Q9QgUGfQJM/viewform?edit_requested=true&edit_requested=true

#การเล่น #กิจกรรมบำบัด #กิจกรรมบำบัดรพเด็ก #พัฒนาการ

ใครมีลูกมีหลาน สนใจที่ทำงานเป็นนักกิจกรรมบำบัด สามารถสมัครเรียนได้ครับ ที่ มศว เปิดเป็นรุ่นแรก
15/10/2021

ใครมีลูกมีหลาน สนใจที่ทำงานเป็นนักกิจกรรมบำบัด สามารถสมัครเรียนได้ครับ ที่ มศว เปิดเป็นรุ่นแรก

ชวนเด็กๆมาเล่นกันเถอะ…. 👶🏻👧🏻 การเล่นของเด็กตั้งแต่อายุ 0-4 ปี จะมีการเล่นใน 2 รูปแบบคือ👶🏻 ช่วงอายุ 0-2 ปี มีการเล่นแบบ ...
08/10/2021
Play EP.1 | มาเล่นกันเถอะ

ชวนเด็กๆมาเล่นกันเถอะ…. 👶🏻👧🏻 การเล่นของเด็กตั้งแต่อายุ 0-4 ปี จะมีการเล่นใน 2 รูปแบบคือ
👶🏻 ช่วงอายุ 0-2 ปี มีการเล่นแบบ sensory motor play
👧🏻 ช่วงอายุ 2-4 ปี มีการเล่นแบบ symbolic play

รายละเอียดของการเล่นและการส่งเสริมพัฒนาการด้านการเล่นในแต่ละรูปแบบสามารถรับชมได้ในคลิปเลยค่ะ

https://youtu.be/XWvNaAulAl0

👀รับชมจบแล้วอย่าลืมทำแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ 👇🏻👇🏻

https://docs.google.com/forms/d/1iFWiDIUyabSD9FJtRdRZ3U1l3dvPQreP2Q9QgUGfQJM/edit

#การเล่น #กิจกรรมบำบัด #กิจกรรมบำบัดรพเด็ก #พัฒนาการ

▶️Mindset คืออะไร?▶️Mindset คือ กรอบการคิดและความเชื่อของบุคคลจากรากฐานประสบการณ์เดิมที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติ รูปแบบพฤติกร...
04/09/2021

▶️Mindset คืออะไร?

▶️Mindset คือ กรอบการคิดและความเชื่อของบุคคลจากรากฐานประสบการณ์เดิมที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติ รูปแบบพฤติกรรมและการตีความเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ Fixed Mindset และ Growth Mindset

🌱Growth Mindset 🌱
เป็นกรอบแนวความคิดของคนที่มีทัศนคติเชิงบวก ชอบพัฒนาตัวเอง ไม่หยุดนิ่ง มองเห็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค มีความพยายามฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น ทำให้มีแนวโน้มในการประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าคนที่มี Fixed Mindset

👉หลักการสำคัญในการสร้าง Growth Mindset ในเด็ก คือ การช่วยให้เด็กเห็นว่าความสามารถต่างๆ ไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวแต่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ด้วยการเรียนรู้และความพยายาม

👉เทคนิคการสร้าง🌱 Growth Mindset 🌱ในเด็ก

1. การเรียนรู้ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานของสมอง (Brainology) เราควรสอนให้เด็กเข้าใจว่าสมองของเราพัฒนาและเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ ศักยภาพและความสามารถของเราก็เปลี่ยนแปลงได้ด้วยการเรียนรู้และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

2. ตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้ช่วยได้ (Student’s Expectation) การตั้งเป้าหมายในการเรียนด้วยตนเองจะช่วยให้เด็กรู้สึกเป็นเจ้าของและรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง การสอนให้เด็กรู้จักตั้งเป้าหมายจะช่วยให้เด็กมองถึงการพัฒนาไปข้างหน้าและประเมินการเรียนรู้ของตนเป็นระยะได้

3.ให้ความสนใจกับสิ่งที่ผิดพลาด (Mistake is Interesting) การทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เด็กมองความผิดพลาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน การตอบโจทย์ผิดไม่ใช่เรื่องน่าอาย สิ่งที่ควรทำคือยอมรับ วิเคราะห์ และพยายามแก้ไข

4.ใช้พลังของคำว่า “ยัง” (Power of YET) การเพิ่มคำว่า “ยัง” เป็นการสร้างความตระหนักว่า ผลลัพธ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่จุดสิ้นสุด เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและสามารถไปถึงเป้าหมายได้ในอนาคต

5. ชมที่ความพยายามและกระบวนการ (Praising Effort and the Process) การชมช่วยเสริมสร้างกำลังใจและ Growth Mindset ให้กับเด็กๆ ได้ คำชมที่ดีควรชมที่วิธีการหรือกระบวนการทำงานที่เฉพาะเจาะจง และเป็นสิ่งที่เด็กสามารถเปลี่ยนแปลงได้ รวมทั้งควรชมที่ความพยายามและไม่ชมบ่อยเกินไป

6. Feedback เพื่อการเรียนรู้ การที่เด็กจะไปสู่เป้าหมายได้จำเป็นที่ต้องอาศัย Feedback จากครูและพ่อแม่เพื่อเป็นเข็มทิศที่ช่วยให้เดินไปได้อย่างถูกทาง Feedback ที่ดีควรมุ่งพัฒนา ไม่มุ่งตัดสิน ควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมุ่งเน้นที่พฤติกรรมหรือกระบวนการทำงานที่เฉพาะเจาะจง

👉การสร้าง Growth Mindset สามารถสร้างได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นตนเอง เด็กๆ และคนรอบข้าง เราสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ อุปสรรคและความผิดพลาดเป็นโอกาสในการเรียนรู้ ความอดทนและความพยายามเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ

(แหล่งที่มา: เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง Growth Mindset ศูนย์จิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ)

ที่อยู่

420/8 ถนน ราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 16:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+66 1415

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กิจกรรมบำบัด รพ.เด็กผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

แม่มาแนะนำกิจกรรมดีๆ สำหรับครอบครัวจ้า หนาวนี้ต้องจัดแล้วหละ👇👇👇
https://www.facebook.com/1701460046749387/posts/2887627438132636/
ฝากทำแบบสอบถาม ป.โทหน่อยจ้า
สำหรับพ่อแม่ ที่ซื้อเสื้อผ้าเด็กออนไลน์นะคะ
ขอบคุณมากๆ จ้า

.
x

องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok (แสดงผลทั้งหมด)

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมห Ophthalmology Rajavithi มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เ การฌาปนกิจสงเคราะห์  องค์การ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระอง คลินิกกระดูกเด็ก โรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กองพันทหารสารวัตรที่ 11 NIA : National Innovation Agency, Thailand กองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนาม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศา กรมวิทยาศาสตร์บริการ โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไ