ดร.พิทักษ์ตับ

ดร.พิทักษ์ตับ พิทักษ์ตับ พิทักษ์โรค เพจรวบรวมข้อมูลดี ดี มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพตับ ไต ไส้พุง-ทุกปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง เรามีคำตอบ
(48)

เปิดเหมือนปกติ

สวัสดีครับ วันนี้แอดมินจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับผ่านวิดีโอนี้ครับhttps://www.youtube.com/wat...
08/05/2021
สถานการณ์มะเร็งตับในประเทศไทย International Thai HCC awareness

สวัสดีครับ วันนี้แอดมินจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับผ่านวิดีโอนี้ครับ

https://www.youtube.com/watch?v=N7yQ6oVsvgc

อย่าลืมสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
ด้วยความปรารถนาดีจาก ดร.พิทักษ์ตับ

สถานการณ์มะเร็งตับในประเทศไทย

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับขอขอบพระคุณคุณสุวรรณา  เตชะวิบูลย์ คุณศรีอนงค์ กีรติวรานนท์คุณอรุณรัตน...
19/03/2021

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับขอขอบพระคุณ

คุณสุวรรณา เตชะวิบูลย์
คุณศรีอนงค์ กีรติวรานนท์
คุณอรุณรัตน์ เอี่ยมเจริญยิ่ง
คุณอโณทัย ถิรังกูร
คุณพัชรา เหมนิลรัตน์

สำหรับการบริจาคสมทบทุนวิจัย "กองทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ"
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
https://liverchula.org/thank-donate-01/

.
สามารถติดตามข่าวสารและสาระความรู้ต่าง ๆ ได้ที่ https://liverchula.org/

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับขอขอบพระคุณ

คุณสุวรรณา เตชะวิบูลย์
คุณศรีอนงค์ กีรติวรานนท์
คุณอรุณรัตน์ เอี่ยมเจริญยิ่ง
คุณอโณทัย ถิรังกูร
คุณพัชรา เหมนิลรัตน์

สำหรับการบริจาคสมทบทุนวิจัย "กองทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ"
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
https://liverchula.org/thank-donate-01/

.
สามารถติดตามข่าวสารและสาระความรู้ต่าง ๆ ได้ที่ https://liverchula.org/

>>>สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ อย่างที่เราทราบกันดีว่าสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่กำ...
04/03/2020
แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัส COVID-19 | LiverChula

>>>สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ อย่างที่เราทราบกันดีว่าสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่กำลังสร้างความกังวลใจให้กับคนไทยและคนทั่วโลกในขณะนี้ สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่มีอาการผิดปกติ ท่านสามารถการป้องกันโรคนี้ได้ด้วยการปฏิบัติตัวตามแนวทางของศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีดังนี้ค่ะ

• หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาด
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสเยื่อบุบริเวณใบหน้า (ตา จมูก ปาก) ด้วย มือที่ไม่ได้ล้าง
• ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล (อย่างน้อย 60% แอลกอฮอล์) อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังไอ จาม, ก่อนสัมผัสบริเวณใบหน้า, หลังเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร
• แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัยในกรณีที่มีโอกาสสัมผัสผู้ที่มีเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ เช่น โรงพยาบาล สนามบินคนขับรถ หรือมีโอกาสต้องไปอยู่ในที่ที่อาจใกล้ชิดผู้ป่วย เช่น สถานที่แออัด

>>>สำหรับในเรื่องอาหาร นอกจากจะต้อง “กินร้อน ช้อนกลาง” รับประทานของปรุงสุก และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว ยังมีข้อมูลว่าอาหารบางประเภทที่ดีต่อสุขภาพเนื่องจากมีเส้นใย วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระสูงนั้น อาจมีส่วนช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ด้วยค่ะ เช่น ธัญพืชไม่ขัดสีและถั่วเมล็ดแห้ง, ผักและผลไม้หลากชนิดและสีสัน, เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและปลา, ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันมะกอกดอกคำฝอย, ดอกทานตะวัน, น้ำมันรำข้าว, ถัวเปลือกแข็ง และโอเมก้า 3 เป็นต้นค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยการดำเนินชีวิตอื่นๆ ที่จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นอีก เช่น การนอนหลับให้เพียงพอ, การออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอ, การดูแลน้ำหนักตัวเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรพบแพทย์ตามนัดและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำเพื่อให้สุขภาพดีค่ะ

https://liverchula.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b/

บทความอาหารและการออกกำลังกายแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัส COVID-19โดย Thawinee - มีนาคม 4, 2020040ShareFacebook Twitt...

สวัสดีวันพุธแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” วันนี้ทางเพจเลยนำข้อมูลดีๆจากการวิจัยเกี่ยวกั...
27/02/2020
รู้หรือไม่?.. คนที่อายุ 50 ปีที่ดูแลสุขภาพอย่างดี จะปราศจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ยาวนานก

สวัสดีวันพุธแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” วันนี้ทางเพจเลยนำข้อมูลดีๆจากการวิจัยเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพกับอายุที่ยืนยาวแบบปลอดโรคภัยไข้เจ็บจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่นโรคมะเร็ง, เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหลอดเลือดหัวใจค่ะ

การศึกษาวิจัยนี้ทำในอาสาสมัครที่อยู่ในโครงการ Nurses’ Health Study จำนวน 73,196 คน ระหว่างปีพ.ศ. 2523-2557 และ Health Professionals Follow-Up Study จำนวน 38,366 คน ระหว่างปีพ.ศ. 2529-2557 โดยกำหนดรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงจำนวน 5 รูปแบบ ได้แก่ การไม่สูบบุหรี่, ดัชนีมวลกายปกติ (18.5-24.9), การออกกำลังปานกลาง-หนัก (> 30 นาที/วัน), ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับปานกลาง (ผู้หญิง 1 ดริงค์*/วัน; ผู้ชาย 1-2 ดริงค์/วัน) และการกินอาหารที่ดีกับสุขภาพค่ะ

*เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 ดริงค์ = เบียร์ 1 กระป๋อง, ไวน์ 1 แก้ว, วิสกี้/เหล้า 1 แก้วชอต

ผลจากการศึกษาพบว่าผู้ชายและผู้หญิง ณ อายุ 50 ปีที่ดูแลสุขภาพอย่างดีจะมีระยะเวลาที่ปราศจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังถึง 31 และ 34 ปี ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มที่ไม่ดูแลสุขภาพเลยจะมีอายุโดยเฉลี่ยที่เพียงแค่ 24 ปี (เท่ากันทั้งชายและหญิง) ซึ่งกล่าวโดยสรุปได้ว่าคนที่ดูแลสุขภาพอย่างดี ก็จะยืดระยะเวลาในการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง, เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหลอดเลือดหัวใจให้ช้ากว่าคนที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพตนเองได้ซึ่งก็จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียาวนานกว่าคนที่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพค่ะ

ดังนั้น วันนี้เราจึงมีเทคนิคการดูแลสุขภาพมาฝากกันค่ะ ซึ่งหากทำได้อย่างต่อเนื่องจะช่วยลดโอกาสที่จะเจ็บป่วยตั้งแต่อายุน้อยๆ ด้วยโรคเหล่านี้และอีกหลายๆโรคซึ่งรวมถึงโรคไขมันพอกตับด้วยค่ะ

ดูแลน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ กินผักและผลไม้ให้เพียงพอ เลือกอาหารที่ปรุงด้วยการต้ม นึ่ง ย่าง อบ ยำให้บ่อยกว่าอาหารทอดและผัดมัน, เลี่ยงน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวซึ่งพบมากในไขมันสัตว์ เนยขาว นมและผลิตภัณฑ์นมเต็มไขมัน และไขมันทรานส์ซึ่งพบมากในอาหารประเภทขนมปังกรอบ เค้ก คุ้กกี้ โดนัท และเฟรนซ์ฟรายด์ เนื่องจากเป็นไขมันที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
ดื่มน้ำเปล่า และเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล น้ำเชื่อมฟรุคโตส หรือน้ำเชื่อมข้าวโพด เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ชาเขียว น้ำผลไม้ น้ำปั่น ชาเย็น กาแฟเย็น เครื่องดื่มเกลือแร่
เลี่ยงการดื่มแอลกฮอล์ หากจำเป็นต้องดื่มเพื่อสังคมควรดื่มไม่เกินปริมาณที่แนะนำ
ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที
งดการสูบบุหรี่




ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ:

Li Y, Schoufour J, Wang DD, Dhana K, Pan A, Liu X, et al. Healthy lifestyle and life expectancy free of cancer, cardiovascular disease, and type 2 diabetes: prospective cohort study. BMJ 2020; 368 doi: https://doi.org/10.1136/bmj.l6669 (Published 08 January 2020)Cite this as: BMJ 2020;368:l6669
https://liverchula.org/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-50-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/

บทความอาหารและการออกกำลังกายรู้หรือไม่?.. คนที่อายุ 50 ปีที่ดูแลสุขภาพอย่างดี จะปราศจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรั...

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ “การกินโปรตีนจากพืชแล้วอายุยืนจะยาวขึ้นจริงหรือ?”วันนี้ทางเพจจึงได้นำข้อมูลการวิจัยซ...
20/11/2019
“การรับประทานโปรตีนจากพืชแล้วช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นจริงหรือ?” | LiverChula

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ “การกินโปรตีนจากพืชแล้วอายุยืนจะยาวขึ้นจริงหรือ?”วันนี้ทางเพจจึงได้นำข้อมูลการวิจัยซึ่งเพิ่งเผยแพร่ในวารสาร JAMA Internal Medicine เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการกินโปรตีนจากพืชและอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมาฝากกันค่ะ

.
การวิจัยนี้ทำในอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นจำนวน 70,696 คนซึ่งมีอายุระหว่าง 45-74 ปี เป็นชาย 5% (อายุเฉลี่ย 55.6 ปี) เป็นหญิง 54.5% (อายุเฉลี่ย 55.8 ปี) และไม่มีประวัติเป็นโรคมะเร็ง,โรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยทำการรวบรวมข้อมูลทางด้านสุขภาพ, ข้อมูลการกินอาหาร (ปริมาณและชนิดของโปรตีน) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 – 2542 และเสร็จสิ้นในปี 2559 ซึ่งในระหว่างนี้มีอาสาสมัครเสียชีวิตจำนวน 12,381 คนค่ะ

.
ผลการศึกษาเมื่อปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตระหว่างกลุ่มอาสาสมัครจำนวน 5 กลุ่มซึ่งแบ่งตามปริมาณการกินโปรตีนจากพืชพบว่ากลุ่มที่กินโปรตีนจากพืชในปริมาณสูงสุดมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง 27%, โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองลดลง 28% ค่ะ และพบว่ากลุ่มที่กินโปรตีนจากพืชมากที่สุด เช่นจากพวกผักโขม บรอกโคลี พืชตระกูลถั่ว เช่นถั่วเลนทิน ถั่วเหลืองและถั่วชิคพีเมื่อเทียบกับคนที่กินน้อยที่สุดนั้นมีอัตราการเสียชีวิตด้วยสาเหตุทั้งหมดลดลง 13 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

.
นอกจากนี้ยังพบว่าการกินโปรตีนจากพืชทดแทนพวกเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราการเสียชีวิตด้วย อย่างไรก็ตามไม่พบความสัมพันธ์ของการเสียชีวิตกับปริมาณของการกินเนื้อสัตว์ ทั้งนี้อาจเนื่องจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมกินเนื้อปลามากกว่าเนื้อแดงค่ะ

.
จากผลการวิจัยนี้จะเห็นได้ว่าการกินโปรตีนจากพืชเป็นส่วนใหญ่นั้นมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคอื่นๆ ถึงแม้ว่าการกินโปรตีนจากสัตว์จะไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตแต่ก็พบว่าการกินโปรตีนจากพืชทดแทนการกินเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปด้วยจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด, มะเร็ง และโรคอื่นๆได้ค่ะ

.
ขอบคุณแหล่งอ้างอิงดีๆจาก
Budhathoki S, et al. Association of Animal and Plant Protein Intake With All-Cause and Cause-Specific Mortality in a Japanese Cohort. JAMA Intern Med. 2019;179(11):1509-1518. doi:10.1001/jamainternmed.2019.2806
.
https://www.nytimes.com/2019/09/03/well/eat/diet-lifespan-vegetables-vegetarian-vegan-foods-plants-meat-fish.html
.
https://liverchula.org/plant-protein/

บทความอาหารและการออกกำลังกาย“การรับประทานโปรตีนจากพืชแล้วช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นจริงหรือ?”โดย Thawinee - พฤศจิ.....

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ วันนี้ขอเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมการกินอาหาร &การออกกำลังกายและโรคไขมันพอกต...
12/11/2019
การปรับพฤติกรรมการกินอาหาร & การออกกำลังกาย ช่วยลดการเกิดโรคไขมันพอกตับได้นะ | LiverChula

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ วันนี้ขอเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมการกินอาหาร &การออกกำลังกายและโรคไขมันพอกตับซึ่งได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ Nutrient เมื่อเดือนมีนาคม 2562 นี้ค่ะ

.
อย่างที่ทราบกันดีว่าการเกิดโรคไขมันพอกตับมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมากมาย เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้สามารถป้องกันและรักษาได้โดยการปรับพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการกินและการออกกำลังกายค่ะ

.
การศึกษาวิจัยนี้จึงรวบรวมข้อมูลงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับโรคไขมันพอกตับและการควบคุมอาหารซึ่งเผยแพร่ทาง PubMed และ MEDLINE ระหว่างปีเดือนมกราคม พ.ศ. 2543 – ธันวาคม พ.ศ. 2561 จากการพิมพ์ค้นหาคำสำคัญ ได้แก่ “NAFLD”, “NASH”, “fatty liver”, “macronutrient”, “dietary”, “recommendations”, “composition”, “life-style intervention”, “Mediterranean diet” และทำการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบค่ะ

.
ผลการศึกษาพบว่าการลดน้ำหนักให้ลดลง 7-10% ของน้ำหนักปัจจุบันโดยการลดแคลอรีอาหารและปรับสัดส่วนของอาหารให้ดีต่อสุขภาพร่วมกับการเพิ่มกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นเป้าหมายที่สำคัญของผู้เป็นโรคไขมันพอกตับซึ่งจะช่วยหยุดยั้งโรคไขมันพอกตับได้ค่ะ

.
นอกจากนี้ยังพบว่าแนวทางการเลือกชนิดอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยสรุป ได้แก่

.
✔️เลือกอาหารคาร์โบไฮเดรตหรือกลุ่มข้าวแป้งที่ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น ข้าวและแป้งไม่ขัดสี ธัญพืช ผัก และผลไม้ที่มีเส้นใยสูง เป็นต้น
✔️เลือกไขมันประเภทไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เป็นต้น
✔️เลือกอาหารพรีไบโอติกส์ซึ่งพบมากในถั่วเหลือง ถั่วแดง ไฟเบอร์ในผักและผลไม้ต่าง ๆ หัวหอม กระเทียม เป็นต้น และโพรไบโอติกส์ซึ่งพบใน โยเกิร์ต น้ำผลไม้ ชีสจากการบ่ม กิมจิ เครื่องดื่มจากถั่วเหลือง ผักดอง เป็นต้น
✔️เลี่ยงการกินอาหารที่มีน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ ไขมันจากสัตว์ อาหารแปรรูป และอาหารที่ไม่ค่อยมีเส้นใยอาหารค่ะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ:
• Perdomo, Carolina M et al. “Impact of Nutritional Changes on Nonalcoholic Fatty Liver Disease.” Nutrients vol. 11,3 677. 21 Mar. 2019, doi:10.3390/nu11030677
.
https://liverchula.org/impactofnutritionalchanges/

การรักษาความรู้เรื่องตับบทความอาหารและการออกกำลังกายการปรับพฤติกรรมการกินอาหาร & การออกกำลังกาย ช่วยลด.....

สวัสดีค่ะแฟนเพจทุกท่าน อย่างที่เราทราบกันดีว่าโรคเบาหวานเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ  ดังนั้นวันนี้...
06/11/2019
การดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเทียมหรือน

สวัสดีค่ะแฟนเพจทุกท่าน อย่างที่เราทราบกันดีว่าโรคเบาหวานเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ ดังนั้นวันนี้เพจดร.พิทักษ์ตับจึงนำบทความวิชาการดีๆเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียมในระยะยาวกับความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานซึ่งเพิ่งเผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ Diabetes Care เมื่อเดือนตุลาคม 2562 นี้มาฝากกันค่ะ

.
การวิจัยนี้ทำในอาสาสมัครหญิงที่อยู่ในโครงการวิจัย Nurses’ Health Study (พ.ศ.2529–2555) จำนวน 76,531 คนและ Nurses’ Health Study II (พ.ศ.2534–2556) จำนวน 81,597 คน และอาสาสมัครชายจาก Health Professionals’ Follow-up Study (พ.ศ.2529–2555) จำนวน 34,224 คนค่ะ

.
ผลการวิจัยเมื่อติดตามในช่วง 2,783,210 คน-ปีของการติดตาม (person-years of follow-up) พบอุบัติการณ์การเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 11,906 ราย และพบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลเทียม และน้ำผลไม้ 100% มากกว่า ½ ส่วนหรือเท่ากับปริมาณ 120 ซีซีต่อวัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลามากกว่า 4 ปีขึ้นไปจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน 16% ภายใน 4 ปีถัดไปค่ะ และการดื่มเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลเทียมที่เพิ่มขึ้น ½ ส่วนหรือ 120 ซีซีต่อวันจะเพิ่มไปความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานสูงขึ้น 18% อย่างไรก็ตามพบว่าการดื่มน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟ (โดยไม่เติมน้ำตาลและน้ำตาลเทียม) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานลง 2-10% ค่ะ

.
โดยสรุปจะเห็นได้ว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่ประเภทไดเอทซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลเทียม หรือแม้กระทั่งน้ำผลไม้ 100% ล้วนมีผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานเช่นเดียวกัน ดังนั้น การดื่มน้ำเปล่าและชา-กาแฟที่ไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียมน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกับสุขภาพที่สุดค่ะ

.
ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ:
.
Drouin-Chartier JP and et.al. Changes in Consumption of Sugary Beverages and Artificially Sweetened Beverages and Subsequent Risk of Type 2 Diabetes: Results From Three Large Prospective U.S. Cohorts of Women and Men. Diabetes Care.2019 Oct 3. pii: dc190734. doi: 10.2337/dc19-0734. [Epub ahead of print
.
https://liverchula.org/sugarydrinkalternatives/

Uncategorizedการดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเทียมหรือน้ำผลไม้ ล้วนเ...

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ทุกท่านค่ะต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับถั่วเปลือกแข็งซึ่งช่วยลดน้ำหนักและลดคว...
30/10/2019
การรับประทานถั่วเปลือกแข็ง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจได้

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ทุกท่านค่ะ
ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับถั่วเปลือกแข็งซึ่งช่วยลดน้ำหนักและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันพอกตับ

.
วันนี้ทางเพจขอนำบทความวิชาการเกี่ยวกับถั่วเปลือกแข็งกับโรคหัวใจและหลอดเลือดและเบาหวานซึ่งเพิ่งเผยแพร่ใน
Circulation Research เมื่อเดือนมีนาคม 2562 นี้มาฝากกันเพิ่มเติมค่ะ

.
การศึกษานี้ทำในอาสาสมัครชายและหญิงจำนวน 16,217 คนที่อยู่ในโครงการ Nurses’ Health Study
ระหว่างปีพ.ศ. 2523 – 2557 และ Health Professionals Follow-Up Study ระหว่างปีพ.ศ. 2529 –
2557 โดยอาสาสมัครจะต้องมีประวัติเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่เข้าโครงการหรือในระหว่างเข้าร่วมโครงการค่ะปริมาณ
การกินถั่วเปลือกแข็งจะถูกบันทึกด้วยแบบบันทึกความถี่ชองการบริโภคอาหารซึ่งมีการทดสอบความเหมาะส
มในการนำมาเก็บข้อมูลในทุกๆ 2-4 ปีค่ะ

.
ผลการศึกษาในช่วง 223,682 และ 254,923 คน-ปีของการติดตาม (person-years of follow-up) พบว่ามีอาสาสมัครจำนวน 3,336 คนเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดและมีจำนวน 5,682 คนเสียชีวิต โดยพบว่าการกินถั่วเปลือกแข็งในปริมาณ 5 ส่วนต่อสัปดาห์ (1 ส่วน = 1 กำมือหรือ 28 กรัม) จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (CHD) ได้ถึง 20%, โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) 17 %และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 34% เมื่อเทียบกับคนที่กินถั่วเปลือกแข็งในปริมาณ 1 ส่วนต่อเดือน

.
ผลการศึกษานี้ยังพบว่ากลุ่มที่กินถั่วเปลือกแข็งหลากหลาย (อย่างน้อย 3 ชนิด เช่น วอลนัท อัลมอนด์ ถั่วบราซิล เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ พิทาชิโอ เฮเซลนัท พีแคน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ และเมล็ดสน เป็นต้น) ในปริมาณ 5 ส่วนต่อสัปดาห์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคหลอดเลือดหัวใจ และการตายเนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง และสาเหตุอื่นๆได้ ในขณะที่การกินถั่วลิสงเพียงอย่างเดียวจะช่วยลดความเสี่ยงเพียงแค่การตายด้วยสาเหตุอื่นๆโดยทั่วไป

.
นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบอาสาสมัครที่ปรับเปลี่ยน/ไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินถั่วเปลือกแข็งหลังจากที่รู้ว่าเป็นโรคเบาหวานแล้วพบว่ากลุ่มที่เพิ่มการกินถั่วเปลือกแข็งลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด11%,
โรคหลอดเลือดหัวใจ 15% และยังช่วยลดอัตราการตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดและสาเหตุอื่นๆลงถึง 25% และ 27% ตามลำดับค่ะ

.
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการกินถั่วเปลือกแข็งหลากหลายชนิดเป็นประจำวันละ 1 กำมือ อย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากจะได้ไขมันดี วิตามินเกลือแร่ และเส้นใยอาหารแล้วยังช่วยลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันพอกตับแล้วยังจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและการตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้เป็นโรคเบาหวานอีกด้วยค่ะ ดังนั้น เลือกถั่วเปลือกแข็งให้เป็นหนึ่งอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพกันเถอะค่ะ

.
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
Liu, Gang & Guasch-Ferré, Marta & Hu, Yang & Li, Yanping & Hu, Frank & Rimm, Eric &
Manson, JoAnn & Rexrode, Kathryn & Sun, Qi. (2019). Nut Consumption in Relation to
Cardiovascular Disease Incidence and Mortality Among Patients With Diabetes Mellitus.
Circulation Research. 124. 10.1161/CIRCRESAHA.118.314316
.
https://liverchula.org/nutconsumption2/

บทความอาหารและการออกกำลังกายการรับประทานถั่วเปลือกแข็ง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเ.....

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ทุกท่านค่ะ วันนี้มีทางเพจมีข้อมูลทางวิชาการดีๆเกี่ยวกับการรับประทานถั่วเปลือกแข็งกับการลดความเสี่ย...
16/10/2019
การรับประทานถั่วเปลือกแข็งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วนและไขมันพอกตับได้นะ! | LiverChula

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ทุกท่านค่ะ วันนี้มีทางเพจมีข้อมูลทางวิชาการดีๆเกี่ยวกับการรับประทานถั่วเปลือกแข็งกับการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วนและไขมันพอกตับมาฝากกันค่ะ

.
ข้อมูลจาก 3 โครงการวิจัยแบบการศึกษาไปข้างหน้าในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่มีสุขภาพดี ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Health Professionals Follow-up Study (ปีค.ศ. 1986-2010)

.
มีอาสาสมัครชายจาก จำนวน 27,521 คน, Nurses’ Health Study (ปีค.ศ. 1986-2010), มีอาสาสมัครหญิงจำนวน 61.680 คน และ Nurses’ Health Study II (ปีค.ศ. 1991-2011) มีอาสาสมัครหญิงที่มีอายุน้อยจำนวน 55,684 คน โดยติดตามปริมาณการรับประทานถั่วเปลือกแข็งและน้ำหนักตัวเป็นระยะเวลา 20-24 ปีและคำนวณดัชนีมวลกาย ณ วันที่สิ้นสุดโครงการพบว่าอาสาสมัครจากทั้ง 3 โครงการมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.32 กิโลกรัม/ปี และการรับประทานถั่วเปลือกแข็งในปริมาณ 14 กรัม (ครึ่งกำมือหรือครึ่งออนซ์) มีความสัมพันธ์กับการช่วยคุมน้ำหนักตัวและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอ้วนตัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและจากการวิเคราะห์ผลทางสถิติเพิ่มเติมพบว่าการรับประทานถั่วเปลือกแข็งแทนขนมหรืออาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น เฟรนซ์ฟราย มันฝรั่งทอด ขนมหวาน เป็นต้น ก็มีความสัมพันธ์กับการช่วยควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

.
นอกจากนี้ ข้อมูลการวิจัยย้อนหลังของอาสาสมัครชาวจีนที่เป็นโรคไขมันพอกตับเปรียบเทียบกับอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีที่มีเพศและอายุใกล้เคียงกันจำนวนกลุ่มละ 534 คน พบว่าผู้ชายที่รับประทานถั่วเปลือกแข็งในปริมาณมากกว่า 8.5 กรัมขึ้นไป จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันพอกตับได้ถึง 57% ค่ะ

.
ถั่วเปลือกแข็ง เช่น ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย พิชตาชิโอ เป็นต้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากเนื่องจากอุดมไปด้วยไขมันดี โปรตีน และเส้นใยอาหาร ดังนั้น ทุกท่านควรรับประทานถั่วเปลือกแข็งเป็นประจำวันละ 1 กำมือเพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ
ปริมาณถั่วเปลือกแข็งที่แนะนำต่อวันในปริมาณ 1 กำมือ เช่น ถั่วลิสง 28 เม็ด, พิทาชิโอ 45 เม็ด, อัลมอนด์ 24 เม็ด, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ 16 เม็ด เป็นต้น

.
Reference :
Liu X, Li Y, Guasch-Ferré M, et al.Changes in nut consumption influence long-term weight
change in US men and women.BMJ Nutrition, Prevention & Health 2019;bmjnph-2019-
000034. doi: 10.1136/bmjnph-2019-000034
.
Chen BB, Han Y, Pan X, et al.Association between nut intake and non-alcoholic fatty liver
disease risk: a retrospective case-control study in a sample of Chinese Han adults.BMJ
Open 2019;9:e028961. doi: 10.1136/bmjopen-2019-028961
.
https://liverchula.org/nutconsumption/

Uncategorizedการรับประทานถั่วเปลือกแข็งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วนและไขมันพอกตับได้นะ!โดย Thawinee - ตุลาคม 16, 201903Sh...

ที่อยู่

หน่วยปฏิบัติการวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ (Research Unit Of Hepatitis And Liver Cancer) โรงพยาบ
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

0831995118

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดร.พิทักษ์ตับผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ดร.พิทักษ์ตับ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

สวัสดีนะครับ
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล รับสมัครผู้มีปัญหาไขมันเกาะตับระยะเริ่มต้น หรือผู้มีปลเลือดค่าตับสูง เข้าร่วมโครงการวิจัยศึกษาผลของน้ำผลไม้ผสมสมุนไพรต่อการทำงานของตับ
ขอสอบถามหน่อยค่ะ เป็นไวรัสตับอักเสบบี คุณหมอที่รพ.(ต่างจว.)เอกชน ให้ตรวจเลือดอย่างละเอียด ตรวจอุลตร้าซาวน์ สลับทุก 3 เดือน ตรวจไฟโบรสแกนทุก 3 เดือน อยากทราบว่าคุณหมอตรวจเกินความจำเป็นมั้ยคะ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสูงมากค่ะ เลยอยากเรียนถามว่ามีความจำเป็นแค่ไหน (มีเบาหวานร่วมด้วย มีไขมันพอกตับจากการคุมเบาหวานไม่ได้ค่าเบาหวานอยู่ประมาณ 160 กว่าถ้ายังไม่ทานยา ) ขอบคุณค่ะ
เรียนปรึกษาคุณหมอครับ เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีอาการ ฉี่เหลือง ตัวเหลือง ตาเหลือง เหนื่อยเพลียมาก เข้าตรวจเลือดพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบี ค่าตับพันแปด ...นอนรพสามคืนแรก หมอยังไม่ให้ยา แต่ค่าตับขึ้นไปสองพัน สุดท้ายหมอตัดสินใจให้ยา limivudine แล้วค่าตับถึงลง นอน รพ ได้หกคืน หมอให้กลับบ้านและทานยา .... ทีนี้ ผมไปเสริชหาข้อมูลเค้าบอกว่า ถ้าทานยาแล้ว อาจจะต้องทานตลอดชีวิต หรือ ทานเป็นเวลาหลายปีมาก แต่ผมอ่านข้อมูลว่าถ้าเป็นแบบเฉียบพลันอาจหายได้เอง แบบนี้ผมจะหายมั้ยครับสมมุติว่าเป็นเฉียบพลันแต่หมอให้ยาต้านมาทาน
กลับมาบ้าน กด Like ให้แล้วนะครับ ที่บอกไว้
อยากทราบว่าผู้มีความเสี่ยงมีพังผืดในตับ จะเป็นใครได้บ้างครับ พอดีผมอยากไปตรวจตับ 28/7/60 ครับ
เรียนปรึกษา คุณหมอ (ศ.นพ.พิสิฐ ตั้งกิจวาณิชย์)ด้วยครับ ปัจจุบัน ผม (สุทัศน์ วัฒนกุลชาติ) เป็นคนไข้ประจำของคุณหมอ รักษาไวรัสตับอักเสบ บี มาร่วม 2 ปีเศษ และพี่น้องต่างก็มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เช่นกัน (น่าจะติดผ่านสายเลือดจากคุณแม่ ที่เคยป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบ เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว) ประเด็นที่จะหารือคือ พี่ชาย (สุเมธ) อยากจะย้ายมาเป็นคนไข้ของคุณหมอที่ รพ.จุฬา บ้าง เนื่องจากปัจจุบันก็รักษาอยู่ที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับของผมที่รักษาที่นี่ ไม่ทราบว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ
นิะภภมุ่
หญิงแย้ ซุปตาร์สาวสายปาร์ตี้ ดื่มบียอนด์มากิพลัสเพียง 14 วัน ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร? ไปดูกันเลย!