ดร.พิทักษ์ตับ

ดร.พิทักษ์ตับ พิทักษ์ตับ พิทักษ์โรค เพจรวบรวมข้อมูลดี ดี มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพตับ ไต ไส้พุง-ทุกปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง เรามีคำตอบ

เปิดเหมือนปกติ

มอบเงินเพื่อสมทบทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564: 1...
26/08/2021

มอบเงินเพื่อสมทบทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564: 10.00 น.: ลานอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคารอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศ.นพ.พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ หัวหน้าภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมโรคตับ รับมอบเงิน จำนวน จำนวน 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจากบริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อสนับสนุนกองทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มอบเงินเพื่อสมทบทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564: 10.00 น.: ลานอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคารอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.นพ.พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ หัวหน้าภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย รับมอบเงิน จำนวน จำนวน 1,500,000 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจากบริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อสนับสนุนกองทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

💻อ่านข่าวอื่นๆ ของ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพิ่มเติมได้ที่ https://www.md.chula.ac.th/pr-news/

‘ไวรัสตับอักเสบ ซี’ภัยเงียบไร้วัคซีนแต่รักษาหายขาดได้https://www.m2fnews.com/lifestyle/work-and-life/83695โดย ศ.นพ.พิสิฐ...
21/06/2021
‘ไวรัสตับอักเสบ ซี’ภัยเงียบไร้วัคซีนแต่รักษาหายขาดได้

‘ไวรัสตับอักเสบ ซี’ภัยเงียบไร้วัคซีนแต่รักษาหายขาดได้

https://www.m2fnews.com/lifestyle/work-and-life/83695

โดย ศ.นพ.พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ และกองบรรณาธิการ M2F

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ก็ทำให้มีนวัตกรรมทางการแพทย์ทำให้สามารถรักษา'ไวรัสตับอักเสบ ซี'ได้

ข้อมูลจาก สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
01/06/2021

ข้อมูลจาก สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย

Q&A: การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้ป่วยโรคตับ
โดยสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย

.
ติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ ได้ที่ : https://thasl.org/

คำแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีน COVID-19โดย สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
31/05/2021

คำแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีน COVID-19

โดย สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย

คำแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีน COVID-19

โดย สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย

สวัสดีครับ วันนี้แอดมินจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับผ่านวิดีโอนี้ครับhttps://www.youtube.com/wat...
08/05/2021
สถานการณ์มะเร็งตับในประเทศไทย International Thai HCC awareness

สวัสดีครับ วันนี้แอดมินจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เกี่ยวกับโรคมะเร็งตับผ่านวิดีโอนี้ครับ

https://www.youtube.com/watch?v=N7yQ6oVsvgc

อย่าลืมสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือ ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
ด้วยความปรารถนาดีจาก ดร.พิทักษ์ตับ

สถานการณ์มะเร็งตับในประเทศไทย

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับขอขอบพระคุณคุณสุวรรณา  เตชะวิบูลย์ คุณศรีอนงค์ กีรติวรานนท์คุณอรุณรัตน...
19/03/2021

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับขอขอบพระคุณ

คุณสุวรรณา เตชะวิบูลย์
คุณศรีอนงค์ กีรติวรานนท์
คุณอรุณรัตน์ เอี่ยมเจริญยิ่ง
คุณอโณทัย ถิรังกูร
คุณพัชรา เหมนิลรัตน์

สำหรับการบริจาคสมทบทุนวิจัย "กองทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ"
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
https://liverchula.org/thank-donate-01/

.
สามารถติดตามข่าวสารและสาระความรู้ต่าง ๆ ได้ที่ https://liverchula.org/

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับขอขอบพระคุณ

คุณสุวรรณา เตชะวิบูลย์
คุณศรีอนงค์ กีรติวรานนท์
คุณอรุณรัตน์ เอี่ยมเจริญยิ่ง
คุณอโณทัย ถิรังกูร
คุณพัชรา เหมนิลรัตน์

สำหรับการบริจาคสมทบทุนวิจัย "กองทุนวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ"
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
https://liverchula.org/thank-donate-01/

.
สามารถติดตามข่าวสารและสาระความรู้ต่าง ๆ ได้ที่ https://liverchula.org/

>>>สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ อย่างที่เราทราบกันดีว่าสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่กำ...
04/03/2020
แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัส COVID-19 | LiverChula

>>>สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ อย่างที่เราทราบกันดีว่าสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่กำลังสร้างความกังวลใจให้กับคนไทยและคนทั่วโลกในขณะนี้ สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่มีอาการผิดปกติ ท่านสามารถการป้องกันโรคนี้ได้ด้วยการปฏิบัติตัวตามแนวทางของศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีดังนี้ค่ะ

• หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาด
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสเยื่อบุบริเวณใบหน้า (ตา จมูก ปาก) ด้วย มือที่ไม่ได้ล้าง
• ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล (อย่างน้อย 60% แอลกอฮอล์) อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังไอ จาม, ก่อนสัมผัสบริเวณใบหน้า, หลังเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร
• แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัยในกรณีที่มีโอกาสสัมผัสผู้ที่มีเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ เช่น โรงพยาบาล สนามบินคนขับรถ หรือมีโอกาสต้องไปอยู่ในที่ที่อาจใกล้ชิดผู้ป่วย เช่น สถานที่แออัด

>>>สำหรับในเรื่องอาหาร นอกจากจะต้อง “กินร้อน ช้อนกลาง” รับประทานของปรุงสุก และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว ยังมีข้อมูลว่าอาหารบางประเภทที่ดีต่อสุขภาพเนื่องจากมีเส้นใย วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระสูงนั้น อาจมีส่วนช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ด้วยค่ะ เช่น ธัญพืชไม่ขัดสีและถั่วเมล็ดแห้ง, ผักและผลไม้หลากชนิดและสีสัน, เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและปลา, ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันมะกอกดอกคำฝอย, ดอกทานตะวัน, น้ำมันรำข้าว, ถัวเปลือกแข็ง และโอเมก้า 3 เป็นต้นค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยการดำเนินชีวิตอื่นๆ ที่จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นอีก เช่น การนอนหลับให้เพียงพอ, การออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอ, การดูแลน้ำหนักตัวเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรพบแพทย์ตามนัดและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำเพื่อให้สุขภาพดีค่ะ

https://liverchula.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b/

บทความอาหารและการออกกำลังกายแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัส COVID-19โดย Thawinee - มีนาคม 4, 2020040ShareFacebook Twitt...

สวัสดีวันพุธแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” วันนี้ทางเพจเลยนำข้อมูลดีๆจากการวิจัยเกี่ยวกั...
27/02/2020
รู้หรือไม่?.. คนที่อายุ 50 ปีที่ดูแลสุขภาพอย่างดี จะปราศจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ยาวนานก

สวัสดีวันพุธแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” วันนี้ทางเพจเลยนำข้อมูลดีๆจากการวิจัยเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพกับอายุที่ยืนยาวแบบปลอดโรคภัยไข้เจ็บจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่นโรคมะเร็ง, เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหลอดเลือดหัวใจค่ะ

การศึกษาวิจัยนี้ทำในอาสาสมัครที่อยู่ในโครงการ Nurses’ Health Study จำนวน 73,196 คน ระหว่างปีพ.ศ. 2523-2557 และ Health Professionals Follow-Up Study จำนวน 38,366 คน ระหว่างปีพ.ศ. 2529-2557 โดยกำหนดรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงจำนวน 5 รูปแบบ ได้แก่ การไม่สูบบุหรี่, ดัชนีมวลกายปกติ (18.5-24.9), การออกกำลังปานกลาง-หนัก (> 30 นาที/วัน), ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับปานกลาง (ผู้หญิง 1 ดริงค์*/วัน; ผู้ชาย 1-2 ดริงค์/วัน) และการกินอาหารที่ดีกับสุขภาพค่ะ

*เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 ดริงค์ = เบียร์ 1 กระป๋อง, ไวน์ 1 แก้ว, วิสกี้/เหล้า 1 แก้วชอต

ผลจากการศึกษาพบว่าผู้ชายและผู้หญิง ณ อายุ 50 ปีที่ดูแลสุขภาพอย่างดีจะมีระยะเวลาที่ปราศจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังถึง 31 และ 34 ปี ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มที่ไม่ดูแลสุขภาพเลยจะมีอายุโดยเฉลี่ยที่เพียงแค่ 24 ปี (เท่ากันทั้งชายและหญิง) ซึ่งกล่าวโดยสรุปได้ว่าคนที่ดูแลสุขภาพอย่างดี ก็จะยืดระยะเวลาในการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง, เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหลอดเลือดหัวใจให้ช้ากว่าคนที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพตนเองได้ซึ่งก็จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียาวนานกว่าคนที่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพค่ะ

ดังนั้น วันนี้เราจึงมีเทคนิคการดูแลสุขภาพมาฝากกันค่ะ ซึ่งหากทำได้อย่างต่อเนื่องจะช่วยลดโอกาสที่จะเจ็บป่วยตั้งแต่อายุน้อยๆ ด้วยโรคเหล่านี้และอีกหลายๆโรคซึ่งรวมถึงโรคไขมันพอกตับด้วยค่ะ

ดูแลน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ กินผักและผลไม้ให้เพียงพอ เลือกอาหารที่ปรุงด้วยการต้ม นึ่ง ย่าง อบ ยำให้บ่อยกว่าอาหารทอดและผัดมัน, เลี่ยงน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวซึ่งพบมากในไขมันสัตว์ เนยขาว นมและผลิตภัณฑ์นมเต็มไขมัน และไขมันทรานส์ซึ่งพบมากในอาหารประเภทขนมปังกรอบ เค้ก คุ้กกี้ โดนัท และเฟรนซ์ฟรายด์ เนื่องจากเป็นไขมันที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
ดื่มน้ำเปล่า และเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล น้ำเชื่อมฟรุคโตส หรือน้ำเชื่อมข้าวโพด เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ชาเขียว น้ำผลไม้ น้ำปั่น ชาเย็น กาแฟเย็น เครื่องดื่มเกลือแร่
เลี่ยงการดื่มแอลกฮอล์ หากจำเป็นต้องดื่มเพื่อสังคมควรดื่มไม่เกินปริมาณที่แนะนำ
ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที
งดการสูบบุหรี่




ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ:

Li Y, Schoufour J, Wang DD, Dhana K, Pan A, Liu X, et al. Healthy lifestyle and life expectancy free of cancer, cardiovascular disease, and type 2 diabetes: prospective cohort study. BMJ 2020; 368 doi: https://doi.org/10.1136/bmj.l6669 (Published 08 January 2020)Cite this as: BMJ 2020;368:l6669
https://liverchula.org/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-50-%e0%b8%9b%e0%b8%b5/

บทความอาหารและการออกกำลังกายรู้หรือไม่?.. คนที่อายุ 50 ปีที่ดูแลสุขภาพอย่างดี จะปราศจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรั...

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ “การกินโปรตีนจากพืชแล้วอายุยืนจะยาวขึ้นจริงหรือ?”วันนี้ทางเพจจึงได้นำข้อมูลการวิจัยซ...
20/11/2019
“การรับประทานโปรตีนจากพืชแล้วช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นจริงหรือ?” | LiverChula

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ “การกินโปรตีนจากพืชแล้วอายุยืนจะยาวขึ้นจริงหรือ?”วันนี้ทางเพจจึงได้นำข้อมูลการวิจัยซึ่งเพิ่งเผยแพร่ในวารสาร JAMA Internal Medicine เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการกินโปรตีนจากพืชและอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมาฝากกันค่ะ

.
การวิจัยนี้ทำในอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นจำนวน 70,696 คนซึ่งมีอายุระหว่าง 45-74 ปี เป็นชาย 5% (อายุเฉลี่ย 55.6 ปี) เป็นหญิง 54.5% (อายุเฉลี่ย 55.8 ปี) และไม่มีประวัติเป็นโรคมะเร็ง,โรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยทำการรวบรวมข้อมูลทางด้านสุขภาพ, ข้อมูลการกินอาหาร (ปริมาณและชนิดของโปรตีน) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 – 2542 และเสร็จสิ้นในปี 2559 ซึ่งในระหว่างนี้มีอาสาสมัครเสียชีวิตจำนวน 12,381 คนค่ะ

.
ผลการศึกษาเมื่อปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตระหว่างกลุ่มอาสาสมัครจำนวน 5 กลุ่มซึ่งแบ่งตามปริมาณการกินโปรตีนจากพืชพบว่ากลุ่มที่กินโปรตีนจากพืชในปริมาณสูงสุดมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง 27%, โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองลดลง 28% ค่ะ และพบว่ากลุ่มที่กินโปรตีนจากพืชมากที่สุด เช่นจากพวกผักโขม บรอกโคลี พืชตระกูลถั่ว เช่นถั่วเลนทิน ถั่วเหลืองและถั่วชิคพีเมื่อเทียบกับคนที่กินน้อยที่สุดนั้นมีอัตราการเสียชีวิตด้วยสาเหตุทั้งหมดลดลง 13 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

.
นอกจากนี้ยังพบว่าการกินโปรตีนจากพืชทดแทนพวกเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราการเสียชีวิตด้วย อย่างไรก็ตามไม่พบความสัมพันธ์ของการเสียชีวิตกับปริมาณของการกินเนื้อสัตว์ ทั้งนี้อาจเนื่องจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมกินเนื้อปลามากกว่าเนื้อแดงค่ะ

.
จากผลการวิจัยนี้จะเห็นได้ว่าการกินโปรตีนจากพืชเป็นส่วนใหญ่นั้นมีความสัมพันธ์กับการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคอื่นๆ ถึงแม้ว่าการกินโปรตีนจากสัตว์จะไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตแต่ก็พบว่าการกินโปรตีนจากพืชทดแทนการกินเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปด้วยจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด, มะเร็ง และโรคอื่นๆได้ค่ะ

.
ขอบคุณแหล่งอ้างอิงดีๆจาก
Budhathoki S, et al. Association of Animal and Plant Protein Intake With All-Cause and Cause-Specific Mortality in a Japanese Cohort. JAMA Intern Med. 2019;179(11):1509-1518. doi:10.1001/jamainternmed.2019.2806
.
https://www.nytimes.com/2019/09/03/well/eat/diet-lifespan-vegetables-vegetarian-vegan-foods-plants-meat-fish.html
.
https://liverchula.org/plant-protein/

บทความอาหารและการออกกำลังกาย“การรับประทานโปรตีนจากพืชแล้วช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นจริงหรือ?”โดย Thawinee - พฤศจิ.....

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ วันนี้ขอเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมการกินอาหาร &การออกกำลังกายและโรคไขมันพอกต...
12/11/2019
การปรับพฤติกรรมการกินอาหาร & การออกกำลังกาย ช่วยลดการเกิดโรคไขมันพอกตับได้นะ | LiverChula

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ตับทุกท่านค่ะ วันนี้ขอเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมการกินอาหาร &การออกกำลังกายและโรคไขมันพอกตับซึ่งได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ Nutrient เมื่อเดือนมีนาคม 2562 นี้ค่ะ

.
อย่างที่ทราบกันดีว่าการเกิดโรคไขมันพอกตับมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมากมาย เช่น น้ำหนักเกิน โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้สามารถป้องกันและรักษาได้โดยการปรับพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการกินและการออกกำลังกายค่ะ

.
การศึกษาวิจัยนี้จึงรวบรวมข้อมูลงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับโรคไขมันพอกตับและการควบคุมอาหารซึ่งเผยแพร่ทาง PubMed และ MEDLINE ระหว่างปีเดือนมกราคม พ.ศ. 2543 – ธันวาคม พ.ศ. 2561 จากการพิมพ์ค้นหาคำสำคัญ ได้แก่ “NAFLD”, “NASH”, “fatty liver”, “macronutrient”, “dietary”, “recommendations”, “composition”, “life-style intervention”, “Mediterranean diet” และทำการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบค่ะ

.
ผลการศึกษาพบว่าการลดน้ำหนักให้ลดลง 7-10% ของน้ำหนักปัจจุบันโดยการลดแคลอรีอาหารและปรับสัดส่วนของอาหารให้ดีต่อสุขภาพร่วมกับการเพิ่มกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นเป้าหมายที่สำคัญของผู้เป็นโรคไขมันพอกตับซึ่งจะช่วยหยุดยั้งโรคไขมันพอกตับได้ค่ะ

.
นอกจากนี้ยังพบว่าแนวทางการเลือกชนิดอาหารที่ดีต่อสุขภาพโดยสรุป ได้แก่

.
✔️เลือกอาหารคาร์โบไฮเดรตหรือกลุ่มข้าวแป้งที่ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น ข้าวและแป้งไม่ขัดสี ธัญพืช ผัก และผลไม้ที่มีเส้นใยสูง เป็นต้น
✔️เลือกไขมันประเภทไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เป็นต้น
✔️เลือกอาหารพรีไบโอติกส์ซึ่งพบมากในถั่วเหลือง ถั่วแดง ไฟเบอร์ในผักและผลไม้ต่าง ๆ หัวหอม กระเทียม เป็นต้น และโพรไบโอติกส์ซึ่งพบใน โยเกิร์ต น้ำผลไม้ ชีสจากการบ่ม กิมจิ เครื่องดื่มจากถั่วเหลือง ผักดอง เป็นต้น
✔️เลี่ยงการกินอาหารที่มีน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ ไขมันจากสัตว์ อาหารแปรรูป และอาหารที่ไม่ค่อยมีเส้นใยอาหารค่ะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ:
• Perdomo, Carolina M et al. “Impact of Nutritional Changes on Nonalcoholic Fatty Liver Disease.” Nutrients vol. 11,3 677. 21 Mar. 2019, doi:10.3390/nu11030677
.
https://liverchula.org/impactofnutritionalchanges/

การรักษาความรู้เรื่องตับบทความอาหารและการออกกำลังกายการปรับพฤติกรรมการกินอาหาร & การออกกำลังกาย ช่วยลด.....

สวัสดีค่ะแฟนเพจทุกท่าน อย่างที่เราทราบกันดีว่าโรคเบาหวานเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ  ดังนั้นวันนี้...
06/11/2019
การดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเทียมหรือน

สวัสดีค่ะแฟนเพจทุกท่าน อย่างที่เราทราบกันดีว่าโรคเบาหวานเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ ดังนั้นวันนี้เพจดร.พิทักษ์ตับจึงนำบทความวิชาการดีๆเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียมในระยะยาวกับความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานซึ่งเพิ่งเผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ Diabetes Care เมื่อเดือนตุลาคม 2562 นี้มาฝากกันค่ะ

.
การวิจัยนี้ทำในอาสาสมัครหญิงที่อยู่ในโครงการวิจัย Nurses’ Health Study (พ.ศ.2529–2555) จำนวน 76,531 คนและ Nurses’ Health Study II (พ.ศ.2534–2556) จำนวน 81,597 คน และอาสาสมัครชายจาก Health Professionals’ Follow-up Study (พ.ศ.2529–2555) จำนวน 34,224 คนค่ะ

.
ผลการวิจัยเมื่อติดตามในช่วง 2,783,210 คน-ปีของการติดตาม (person-years of follow-up) พบอุบัติการณ์การเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 11,906 ราย และพบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลเทียม และน้ำผลไม้ 100% มากกว่า ½ ส่วนหรือเท่ากับปริมาณ 120 ซีซีต่อวัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลามากกว่า 4 ปีขึ้นไปจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน 16% ภายใน 4 ปีถัดไปค่ะ และการดื่มเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลเทียมที่เพิ่มขึ้น ½ ส่วนหรือ 120 ซีซีต่อวันจะเพิ่มไปความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานสูงขึ้น 18% อย่างไรก็ตามพบว่าการดื่มน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟ (โดยไม่เติมน้ำตาลและน้ำตาลเทียม) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานลง 2-10% ค่ะ

.
โดยสรุปจะเห็นได้ว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่ประเภทไดเอทซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลเทียม หรือแม้กระทั่งน้ำผลไม้ 100% ล้วนมีผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานเช่นเดียวกัน ดังนั้น การดื่มน้ำเปล่าและชา-กาแฟที่ไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียมน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกับสุขภาพที่สุดค่ะ

.
ขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆ:
.
Drouin-Chartier JP and et.al. Changes in Consumption of Sugary Beverages and Artificially Sweetened Beverages and Subsequent Risk of Type 2 Diabetes: Results From Three Large Prospective U.S. Cohorts of Women and Men. Diabetes Care.2019 Oct 3. pii: dc190734. doi: 10.2337/dc19-0734. [Epub ahead of print
.
https://liverchula.org/sugarydrinkalternatives/

Uncategorizedการดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเทียมหรือน้ำผลไม้ ล้วนเ...

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ทุกท่านค่ะต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับถั่วเปลือกแข็งซึ่งช่วยลดน้ำหนักและลดคว...
30/10/2019
การรับประทานถั่วเปลือกแข็ง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจได้

สวัสดีแฟนเพจดร.พิทักษ์ทุกท่านค่ะ
ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับถั่วเปลือกแข็งซึ่งช่วยลดน้ำหนักและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันพอกตับ

.
วันนี้ทางเพจขอนำบทความวิชาการเกี่ยวกับถั่วเปลือกแข็งกับโรคหัวใจและหลอดเลือดและเบาหวานซึ่งเพิ่งเผยแพร่ใน
Circulation Research เมื่อเดือนมีนาคม 2562 นี้มาฝากกันเพิ่มเติมค่ะ

.
การศึกษานี้ทำในอาสาสมัครชายและหญิงจำนวน 16,217 คนที่อยู่ในโครงการ Nurses’ Health Study
ระหว่างปีพ.ศ. 2523 – 2557 และ Health Professionals Follow-Up Study ระหว่างปีพ.ศ. 2529 –
2557 โดยอาสาสมัครจะต้องมีประวัติเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่เข้าโครงการหรือในระหว่างเข้าร่วมโครงการค่ะปริมาณ
การกินถั่วเปลือกแข็งจะถูกบันทึกด้วยแบบบันทึกความถี่ชองการบริโภคอาหารซึ่งมีการทดสอบความเหมาะส
มในการนำมาเก็บข้อมูลในทุกๆ 2-4 ปีค่ะ

.
ผลการศึกษาในช่วง 223,682 และ 254,923 คน-ปีของการติดตาม (person-years of follow-up) พบว่ามีอาสาสมัครจำนวน 3,336 คนเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดและมีจำนวน 5,682 คนเสียชีวิต โดยพบว่าการกินถั่วเปลือกแข็งในปริมาณ 5 ส่วนต่อสัปดาห์ (1 ส่วน = 1 กำมือหรือ 28 กรัม) จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (CHD) ได้ถึง 20%, โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) 17 %และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 34% เมื่อเทียบกับคนที่กินถั่วเปลือกแข็งในปริมาณ 1 ส่วนต่อเดือน

.
ผลการศึกษานี้ยังพบว่ากลุ่มที่กินถั่วเปลือกแข็งหลากหลาย (อย่างน้อย 3 ชนิด เช่น วอลนัท อัลมอนด์ ถั่วบราซิล เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ พิทาชิโอ เฮเซลนัท พีแคน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ และเมล็ดสน เป็นต้น) ในปริมาณ 5 ส่วนต่อสัปดาห์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคหลอดเลือดหัวใจ และการตายเนื่องจากโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง และสาเหตุอื่นๆได้ ในขณะที่การกินถั่วลิสงเพียงอย่างเดียวจะช่วยลดความเสี่ยงเพียงแค่การตายด้วยสาเหตุอื่นๆโดยทั่วไป

.
นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบอาสาสมัครที่ปรับเปลี่ยน/ไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินถั่วเปลือกแข็งหลังจากที่รู้ว่าเป็นโรคเบาหวานแล้วพบว่ากลุ่มที่เพิ่มการกินถั่วเปลือกแข็งลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด11%,
โรคหลอดเลือดหัวใจ 15% และยังช่วยลดอัตราการตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดและสาเหตุอื่นๆลงถึง 25% และ 27% ตามลำดับค่ะ

.
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการกินถั่วเปลือกแข็งหลากหลายชนิดเป็นประจำวันละ 1 กำมือ อย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากจะได้ไขมันดี วิตามินเกลือแร่ และเส้นใยอาหารแล้วยังช่วยลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันพอกตับแล้วยังจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและการตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้เป็นโรคเบาหวานอีกด้วยค่ะ ดังนั้น เลือกถั่วเปลือกแข็งให้เป็นหนึ่งอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพกันเถอะค่ะ

.
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
Liu, Gang & Guasch-Ferré, Marta & Hu, Yang & Li, Yanping & Hu, Frank & Rimm, Eric &
Manson, JoAnn & Rexrode, Kathryn & Sun, Qi. (2019). Nut Consumption in Relation to
Cardiovascular Disease Incidence and Mortality Among Patients With Diabetes Mellitus.
Circulation Research. 124. 10.1161/CIRCRESAHA.118.314316
.
https://liverchula.org/nutconsumption2/

บทความอาหารและการออกกำลังกายการรับประทานถั่วเปลือกแข็ง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเ.....

ที่อยู่

หน่วยปฏิบัติการวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ (Research Unit Of Hepatitis And Liver Cancer) โรงพยาบ
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

0831995118

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดร.พิทักษ์ตับผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ดร.พิทักษ์ตับ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ไปบริจาคเลือดที่กาชาดแล้วมีจดหมายตามมาว่าเลือดของเรามีไวรัสตับอักเสบC ตรวจต้นเมษาแต่นัดตรวจซ้ำเดือนกันยายน ควรจะรอหรือไปตรวจที่โรงพยาบาลดีครับ
สวัสดีนะครับ
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล รับสมัครผู้มีปัญหาไขมันเกาะตับระยะเริ่มต้น หรือผู้มีปลเลือดค่าตับสูง เข้าร่วมโครงการวิจัยศึกษาผลของน้ำผลไม้ผสมสมุนไพรต่อการทำงานของตับ
ขอสอบถามหน่อยค่ะ เป็นไวรัสตับอักเสบบี คุณหมอที่รพ.(ต่างจว.)เอกชน ให้ตรวจเลือดอย่างละเอียด ตรวจอุลตร้าซาวน์ สลับทุก 3 เดือน ตรวจไฟโบรสแกนทุก 3 เดือน อยากทราบว่าคุณหมอตรวจเกินความจำเป็นมั้ยคะ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสูงมากค่ะ เลยอยากเรียนถามว่ามีความจำเป็นแค่ไหน (มีเบาหวานร่วมด้วย มีไขมันพอกตับจากการคุมเบาหวานไม่ได้ค่าเบาหวานอยู่ประมาณ 160 กว่าถ้ายังไม่ทานยา ) ขอบคุณค่ะ
เรียนปรึกษาคุณหมอครับ เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีอาการ ฉี่เหลือง ตัวเหลือง ตาเหลือง เหนื่อยเพลียมาก เข้าตรวจเลือดพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบี ค่าตับพันแปด ...นอนรพสามคืนแรก หมอยังไม่ให้ยา แต่ค่าตับขึ้นไปสองพัน สุดท้ายหมอตัดสินใจให้ยา limivudine แล้วค่าตับถึงลง นอน รพ ได้หกคืน หมอให้กลับบ้านและทานยา .... ทีนี้ ผมไปเสริชหาข้อมูลเค้าบอกว่า ถ้าทานยาแล้ว อาจจะต้องทานตลอดชีวิต หรือ ทานเป็นเวลาหลายปีมาก แต่ผมอ่านข้อมูลว่าถ้าเป็นแบบเฉียบพลันอาจหายได้เอง แบบนี้ผมจะหายมั้ยครับสมมุติว่าเป็นเฉียบพลันแต่หมอให้ยาต้านมาทาน
กลับมาบ้าน กด Like ให้แล้วนะครับ ที่บอกไว้
อยากทราบว่าผู้มีความเสี่ยงมีพังผืดในตับ จะเป็นใครได้บ้างครับ พอดีผมอยากไปตรวจตับ 28/7/60 ครับ
เรียนปรึกษา คุณหมอ (ศ.นพ.พิสิฐ ตั้งกิจวาณิชย์)ด้วยครับ ปัจจุบัน ผม (สุทัศน์ วัฒนกุลชาติ) เป็นคนไข้ประจำของคุณหมอ รักษาไวรัสตับอักเสบ บี มาร่วม 2 ปีเศษ และพี่น้องต่างก็มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เช่นกัน (น่าจะติดผ่านสายเลือดจากคุณแม่ ที่เคยป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบ เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว) ประเด็นที่จะหารือคือ พี่ชาย (สุเมธ) อยากจะย้ายมาเป็นคนไข้ของคุณหมอที่ รพ.จุฬา บ้าง เนื่องจากปัจจุบันก็รักษาอยู่ที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับของผมที่รักษาที่นี่ ไม่ทราบว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ
นิะภภมุ่
หญิงแย้ ซุปตาร์สาวสายปาร์ตี้ ดื่มบียอนด์มากิพลัสเพียง 14 วัน ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร? ไปดูกันเลย!