สุขภาพ

(1)

เปิดเหมือนปกติ

นมถั่วเหลืองกับสุขภาพหญิงวัยทองนมถั่วเหลือง ลดการเกิดมะเร็งเต้านม โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกพรุน และลดอาการของหญิงวั...
08/07/2014

นมถั่วเหลืองกับสุขภาพหญิงวัยทอง

นมถั่วเหลือง ลดการเกิดมะเร็งเต้านม โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกพรุน และลดอาการของหญิงวัยหมดประจำเดือน

วัยทอง เป็นวัยสำคัญของผู้หญิง เป็นช่วงแห่งความสำเร็จในชีวิตการงานและครอบครัว อย่าปล่อยให้ปัญหาสุขภาพมา บั่นทอนความสำเร็จ เหล่านี้ เมื่อเข้าสู่วัยทอง หลายคนจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ การใส่ใจในสุขภาพ ทั้งเรื่องอาหารการกิน และการออกกำลังกาย เป็นเรื่องที่นิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว มาดูแลสุขภาพกันเถอะ ไม่มีใครจะทำได้ดีเท่ากับตนเอง

อาหารที่ มีการศึกษากันมากและพบว่ามีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของหญิงวัยทอง ก็คือ อาหารถั่วเหลือง เนื่องจากมี "สารไอโซฟลาโวน" หรือบางทีเราอาจเรียกว่า เอสโตรเจนของพืช มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนของเพศหญิง แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า ไอโซฟลาโวนเหล่านี้อาจมีผลต่อการลดอุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านม โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกพรุน และลดอาการของ หญิงวัยหมดประจำเดือน

มะเร็งเต้านมหญิงชาวอเมริกันตายด้วยโรคมะเร็งเต้านมเป็นอันดับแรกๆ ปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมมีมากมาย สาเหตุยังไม่ทราบชัดเจน แต่ที่ค่อนข้างแน่ชัดคือวิถีชีวิต รวมถึงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ การปรับเปลี่ยนบริโภคนิสัยอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้ หญิงอเมริกันมีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมถึง 4 เท่าของหญิงชาวญี่ปุ่น ปัจจัยหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ หญิงชาวญี่ปุ่นบริโภคถั่วเหลือง และ ผลิตภัณฑ์เป็นประจำ

การเกิดมะเร็งเต้านม ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเอสโตรเจน เมื่อฮอร์โมนจับกับเนื้อเยื่อของเต้านม สามารถกระตุ้นกระบวนการเกิดมะเร็งได้ สารไอโซฟลาโวนสามารถแข่งขันกับฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยจับกับเนื้อเยื่อบริเวณเดียวกัน เป็นการป้องกันไม่ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเข้ามาจับ จึงเท่ากับตัดกระบวนการเกิดมะเร็ง แม้ว่าต้องการการศึกษาอีกมากเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าอาหารถั่วเหลืองลดความ เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม แต่ดูเหมือนว่าเป็นความคิดที่ดีที่จะเติมผลิตภัณฑ์ ถั่วเหลืองในเมนูอาหารของผู้หญิงไม่ใช่หรือ

อาการหลังหมดประจำเดือน ร่างกายผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงหลังหมดประจำเดือน จากการที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง อาการที่พบได้บ่อย ช่วงหมดประจำเดือน คือการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายผิดปกติทำให้เกิดอาการเหงื่อออกมากตอนกลาง คืน อาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิด หรือซึมเศร้า อาการเหล่านี้อาจเกิดมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่คน อย่างไรก็ตามอาการหลังหมดประจำเดือนพบน้อยมากในหญิงชาวญี่ปุ่น ไม่มีบัญญัติศัพท์คำว่า "ร้อนวูบวาบ" ในภาษาญี่ปุ่นเป็นข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าอาจเป็นผลของอาหารญี่ปุ่นที่ประกอบ ไปด้วยถั่วเหลือง นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยในออสเตรเลียที่พบว่าหญิงวัยหมดประจำเดือนที่บริโภคอาหารที่ทำ จากแป้งถั่วเหลืองวันละ 1/2 ถ้วยทุกวัน อาการต่าง ๆ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

กระดูกพรุน เป็นภาวะของการที่มีเนื้อกระดูกลดลงจะทำให้เกิดภาวะกระดูกหักได้ง่าย ปกติฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยชลอไม่ให้กระดูก สลายได้เร็ว ดังนั้น วัยทอง-วัยหมดประจำเดือน จึงเป็นเป็นช่วงที่กระดูกเสื่อมเร็ว เราจะชลอการเสื่อมของกระดูกได้ โดยกินอาหาร ที่มีแร่ธาตุแคลเซียมให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาหารถั่วเหลืองมีบทบาท ชลอการเสื่อมของกระดูกได้ ดังนี้

เป็นแหล่งที่ดีของแคลเซียม บริโภคถั่วเหลือง เนื้อเทียม หรืออาหารถั่วเหลืองที่มีการเติมแคลเซียม
โปรตีนจากถั่วเหลืองช่วยให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมน้อยลง
ถั่วเหลืองมีสารไอโซฟลาโวนช่วยระงับการสลายของกระดูก

โรคหัวใจและหลอดเลือด ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจของผู้หญิงเพิ่มมากขึ้นหลังหมดประจำเดือน อาหารถั่วเหลืองช่วยลดความเสี่ยงต่อโรค หัวใจ ดังนี้

โปรตีนจากถั่วเหลืองช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือดของผู้หญิงที่มีโคเลสเตอรอลสูง
สารไอโซฟลาโวนในถั่วเหลือง ยับยั้งการเกิดการจับตัวของเกล็ดเลือด และการอุดตันของหลอดเลือด

อย่างไรก็ตามการบริโภคถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นหลักประกันว่า จะช่วยป้องกันโรคต่างๆได้ แต่จากปรากฎการณ์ที่พบว่า อาหารถั่วเหลืองมีบทบาทต่อสุขภาพโดยเฉพาะในผู้หญิง ทำให้เรื่องนี้เป็นที่น่าสนใจในวงการวิจัยในปัจจุบัน ให้ถั่วเหลืองเป็นอาหารประจำวัน ของคุณผู้หญิงตั้งแต่วันนี้เถอะ

ที่มา : บทความมติชน ตอนที่ 14
ประจำวันอาทิตย์ที่ 21 ธ.ค .46
โดย รศ.ดร. ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

Happy Diet Diary ตอนที่2 : กินอาหารเช้ากันเถอะอาหารเช้า... ใครก็รู้ว่าสำคัญ ขาดไปละก็ ทั้งหิวและเพลีย สมองมึนงงหมดความสุ...
08/07/2014

Happy Diet Diary ตอนที่2 : กินอาหารเช้ากันเถอะ

อาหารเช้า... ใครก็รู้ว่าสำคัญ
ขาดไปละก็ ทั้งหิวและเพลีย สมองมึนงงหมดความสุขไปทั้งวันแน่ๆ
เราทุกคนจึงควรกินอาหารเช้า ต่อให้เร่งรีบยังไงได้กินสักนิดหน่อยก็ยังดี
ข้าวต้มสักถ้วย ขนมสักชิ้น น้ำผลไม้ น้ำดื่มสะอาด หรือกาแฟชาตามถนัดสักแก้ว
ก็เพียงพอให้ร่างกายที่หลับใหลขาดสารอาหารและน้ำมาทั้งคืนได้ฟื้นตื่นพร้อมรับวันใหม่อย่างกระปรี้กระเปร่า

ยิ่งสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักด้วยแล้วคงต้องบอกว่า อาหารเช้าสำคัญมากๆๆ
ขาดไม่ได้เลยละค่ะ

Dr.Pierre Dukan เจ้าของวิธีลดน้ำหนักแบบDukan แนะนำให้กินอาหารเช้าทุกวันห้ามขาด
และให้มี Oat Bran หรือรำข้าวโอ๊ตอย่างน้อย1.5-2ช้อนโต๊ะ ทุกๆเช้า
เพื่อให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดคงที่ ไม่หิวจัดจนหงุดหงิดเผลอหยิบอะไรๆกินตามใจ

มารู้จัก Oat Bran กัน

Oat Bran คือรำข้าวโอ๊ต ถึงจะรสชาตืใกล้เคียงแต่เป็นคนละอย่างกับโอ๊ตมีลที่เราใช้ต้มข้าวป้อนเด็กนะคะ
หาซื้อได้ตามแผนกเบเกอรี่ในซูเปอร์มาร์เก็ต
ขนาด379กรัมราคาถุงละ89 บาท ใช้ได้นานหลายเดือนค่ะเพราะเรากินวันละ2ช้อนเอง
ควรมีสำรองไว้สักถุงเผื่อช่วงขาดตลาด

คุณค่าทางอาหารของOat Bran
• มีโปรตีนและธาตุเหล็ก
• อุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญอื่นๆเช่นไทอามีน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีสและเซเลเนียม
• ปริมาณไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลต่ำมาก
• เป็นแหล่งของใยอาหารที่สำคัญ

การกิน Oat Bran ทุกวันจะช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุที่จำเป็น
และยังมีกากใยช่วยป้องกันท้องผูกเนื่องจากการจำกัดอาหาร
นอกจากนี้คุณสมบัติเด่นที่โดนใจชาวไดเอ็ทมากๆคือ Oat Branสามารถดูดน้ำได้30เท่าของน้ำหนักตัว
และจะค่อยๆปล่อยพลังงานเข้าสู่กระแสเลือดช้าๆสม่ำเสมอ
จึงช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ไม่หิวเร็ว อยู่ๆถึงมื้อเที่ยงสบายๆค่ะ

*** ในช่วงแรกกินวันละ1.5ช้อนโต๊ะ และเพิ่มเป็น2ช้อนโต๊ะในช่วงที่2 ***

เช้านี้กินอะไรดี

ลองดูเป็นแนวทางง่ายๆนะคะ
• แพนเค้ก สำหรับคนที่ติดขนมปังก็ช่วยให้หายคิดถึงเบเกอร์รี่ได้ดีค่ะ
• โรยโอ๊ตบรานลงในแกงจืดเมนูปกติที่บ้าน หรือไข่ลวก โยเกิร์ต กาแฟถ้วยโปรด ก็ได้ค่ะ
• โจ๊กโอ๊ตบราน ใส่เนื้ออกไก่สับ กับฟักทองหรือไข่ตามชอบ

• ทานกับน้ำเต้าหู้ น้ำฟักทองแบบไม่ใส่น้ำตาล แนมด้วยเต้าหู้ทอดบีบน้ำมันออกก็อุ่นอิ่มสบายท้องดี

ส่วนถ้าเบื่อหรือไม่ชอบกินโอ๊ตบรานเอาซะเลยยย...เราก็ยังมีทางออกค่ะ
บางวันแจงกินข้าวต้มแทน เลือกข้าวไม่ขัดขาวอย่างข้าวกล้องหรือข้าวแดง ข้าวหอมนิล
กินกับไข่เจียวน้ำมันน้อยๆ ปลานึ่ง ผัดผัก

ไม่ต้องตามฝรั่งเป๊ะๆก็ไม่เป็นไรค่ะ ก็เราจะลดน้ำหนักอย่างมีความสุขนี่นา :)

ที่มา:health_wellness

กินผลไม้พื้นบ้านต้านโรค     เมืองไทยมีผลไม้พื้นบ้านราคาย่อมเยาอยู่มากมายที่ให้ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกายในปร...
08/07/2014

กินผลไม้พื้นบ้านต้านโรค

เมืองไทยมีผลไม้พื้นบ้านราคาย่อมเยาอยู่มากมายที่ให้ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกายในปริมาณสูง อีกทั้ง ยังได้มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว ว่าสารเคมีที่อยู่ในผลไม้นั้นมีสรรพคุณเป็นยากระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ รวมถึงเสริมสร้างภูมิต้านทานได้อีกด้วย

ฝรั่ง ผลไม้พื้นบ้านราคาถูก และออกผลตลอดปี ทุกสายพันธุ์ล้วนเป็นสุดยอดผลไม้ที่มีวิตามินซี ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูงมาก ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคมากขึ้น จึงสามารถป้องกันการเป็นไข้หวัดได้ หรือช่วยสร้างรวมทั้งป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันที่เราเคยท่องจำกันในสมัยเด็ก ๆ ได้อีกด้วย

มะเฟือง นอกเหนือจากความสวยงามแปลกตาในเรื่องรูปทรงแล้วยังให้คุณค่าทางโภชนาการอย่างเต็มเปี่ยม มะเฟืองอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ ฟอสฟอรัสและแคลเซียม ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน เป็นยาระบายแก้ท้องผูกช่วยขับเสมหะได้

ทับทิม ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว ออกฤทธิ์เป็นยาบำรุงกำลัง แก้เจ็บคอ แก้โลหิตจาง ห้ามเลือด รักษาแผล แก้อาการปวดกระเพาะอาหาร ขับพยาธิในลำไส้ แก้ท้องร่วง นอกจากนี้ หากดื่มน้ำทับทิมตอนเช้าวันละ 1 แก้วจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ ในคุณแม่ตั้งครรภ์ได้

มะละกอแขกดำ ผลไม้สุดร่อยที่มีประโยชน์ใช้สอยอีกมากมาย เนื้อมะละกออุดมไปด้วยวิตามินซี มีเบต้าแคโรทีน ไลโคพีน รวมถึงมีแมกนีเซียม ทองแดง โพแทสเซียมและใยอาหาร เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยบำรุงให้ผิวพรรณชุ่มชื้น มีเส้นใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย ขจัดไขมันในผนังลำไส้ ช่วยให้ลำไส้สะอาดดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น

ส้มโอ ในส้มโอมีสารเพคติน (Pectin) สูง มีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและมีสารโมโนเทอร์ปืน ที่ช่วยในการจับสารก่อมะเร็ง นอกจากนั้นหากรับประทานส้มโอหลังมื้ออาหารจะช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มะขาม เนื้อมะขามมีสารแอนทราควินิน (Antraquinone) ซึ่งช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ อีกทั้งยังมีกรดอินทรีย์ (Organic Acid) อยู่หลายชนิด เช่น กรดทาร์ทาร์ริก (Tartaric Acid) และกรดซิตริค (Citric Acid) มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ เพิ่มกากใยอาหาร และช่วยให้ขับถ่ายสะดวก



มะยม เป็นผลไม้พื้นบ้านที่ให้รสเปรี้ยวอมฝาด อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ และวิตามินซีสูง มีฤทธิ์ช่วยสมานแผลและใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการหลอดลมอักเสบ

การเลือกกินผลไม้ทุกชนิด นอกจากต้องกินผลไม้ที่สดสะอาดเพื่อให้ร่างกายได้รับคุณค่าสูงสุดแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไปก็คือ การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสม่ำเสมอเพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวโรคภัยใด ๆ มากล้ำกรายแล้ว
ที่มา : http://www.kapook.com/

ผลไม้ลดความอ้วน          คุณสาว ๆ คนไหนที่ปรารถนาจะมีหุ่นเพรียวสวยได้สัดส่วน ก็มักจะเลือกทานผลไม้เป็นของว่าง หรือบางรายก...
03/07/2014

ผลไม้ลดความอ้วน

คุณสาว ๆ คนไหนที่ปรารถนาจะมีหุ่นเพรียวสวยได้สัดส่วน ก็มักจะเลือกทานผลไม้เป็นของว่าง หรือบางรายก็ทานผลไม้แทนอาหารหลักบางมื้อเลยทีเดียว เพื่อที่ตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักจะได้ลดลงสมใจ ว่าแต่...จะเลือกทานผลไม้อะไรดีล่ะ ถึงจะช่วยลดความอ้วนได้แบบสบาย ๆ แถมยังอิ่มท้อง วันนี้ เราก็มีผลไม้ 8 ชนิด ที่จะช่วยให้คุณสาว ๆ ลดความอ้วนได้ไม่ยากมาบอกกัน

แอปเปิล

ผลไม้สีแดง ๆ เขียว ๆ นี้ สามารถช่วยคุณสาว ๆ ลดความอ้วนได้อย่างสบาย ๆ เลยล่ะ เพราะแอปเปิลได้ชื่อว่าเป็นราชาของผลไม้ลดน้ำหนัก เนื่องจากแอปเปิลมีเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์มากมาย เมื่อทานเข้าไปแล้ว จะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้องนาน เพราะน้ำตาลฟรักโทสในแอปเปิ้ลจะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ช่วยให้ร่างกายไม่รู้สึกหิว

นอกจากนั้นแล้ว แอปเปิลยังให้พลังงานเพียงแค่ 59 แคลอรี จึงไม่ทำให้อ้วน แถมยังมีวิตามิน แร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย โดยเฉพาะ "เพคติน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก มันจึงไปเพิ่มกากใยในอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ จึงช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยจับคอเลสตอรอล และช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายได้ด้วย

ฝรั่ง

สุดยอดผลไม้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินซีชนิดนี้ ช่วยให้คุณลดความอ้วนได้ไม่ยาก เพราะฝรั่งเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ แถมยังเคี้ยวเพลินอีกต่างหาก จึงเหมาะกับสาว ๆ ที่อยากกินจุบกินจิบเรื่อย ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว วิตามินซีในฝรั่งยังช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ไร้ริ้วรอยอีกด้วย

เพราะฉะนั้น หิวครั้งหน้า ก็อย่าลืมคว้าฝรั่งมาทานแทนขนมกรุบกรอบนะคะ อ๊ะ...คำเตือนก็คือ ทานแต่ฝรั่งเปล่า ๆ เท่านั้นนะ อย่าเผลอจิ้มพริกเกลือ พริกน้ำตาล เด็ดขาด เพราะจะทำให้อ้วนได้นะเออ

แตงโม

แตงโมลูกโต ๆ รสหวาน ๆ ไม่ได้ทำให้คุณอ้วนแต่ประการใด เพราะแตงโม 1 ถ้วย ให้พลังงานเพียง 50 แคลอรีเท่านั้น แถมยังให้ไขมันน้อยนิด และยังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำถึง 93% ของส่วนประกอบทั้งหมด ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็ว เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวเลยว่า แตงโม จะทำให้คุณสาว ๆ อ้วนได้ ตรงกันข้าม หากรับประทานแตงโมแทนอาหารมื้อเย็นหนัก ๆ ก็ช่วยลดความอ้วนได้ด้วย แต่ควรทานอย่างพอดี ไม่มากไปนะจ๊ะ ไม่เช่นนั้นท้องไส้จะปั่นป่วนเอาได้ แถมยังต้องเข้าห้องน้ำปัสสาวะบ่อย ๆ ด้วย

ส้ม

สาว ๆ หลายคนมักแกะกากส้มออกจนหมด เพื่อให้ทานได้ง่าย ๆ แต่รู้ไหมว่า คุณกำลังทิ้งของดีไปเสียแล้ว เพราะกากใยของส้มนั่นแหละคือสิ่งที่จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้สาว ๆ ได้ โดยกากใยจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว และช่วยทำให้ระบายท้องได้ดี อย่างไรก็ตาม ส้ม เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลไม้ลดความอ้วนชนิดอื่น ๆ ดังนั้น ควรรับประทานแต่พอดีแล้วกันนะ

มะละกอ

มะละกอ เป็นผลไม้ที่ช่วยขับสารพิษของเสียออกจากร่างกาย แถมยังช่วยกำจัดไขมันต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ด้วย โดยมะละกอมีเอนไซน์ปาเปน ที่จะช่วยย่อยโปรตีน และย่อยอาหาร จึงช่วยลดน้ำหนักได้อีกทางด้วย ส่วนใครที่อยากมีผิวพรรณสวย มะละกอ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสน เพราะมะละกอมีวิตามินซี และเบตาแคโรทีนสูง จึงช่วยบำรุงผิวพรรณได้

แก้วมังกร

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่ช่วยให้คุณอิ่มท้องได้ง่าย ๆ ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น เพราะแก้วมังกรมีกากใยสูงและแคลอรีต่ำ แถมยังมีรสหวานอร่อย หลาย ๆ คน จึงเลือกรับประทานแก้วมังกรเป็นอาหารเย็น หรือทานรวมกับผักสลัดอื่น ๆ เพื่อช่วยลดน้ำหนัก โดยไม่ต้องห่วงว่าจะความหวานจะไปเป็นไขมันสะสมในภายหลัง

และนอกจากลดน้ำหนักแล้ว ผลพลอยได้จากแก้วมังกรที่คุณสาว ๆ ไม่ควรพลาดอีกเช่นกันก็คือ แก้วมังกรเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่มีวิตามินซีสูงมาก ดังนั้น จึงช่วยบำรุงผิวพรรณไปในตัว แถมยังช่วยกระตุ้นต่อมน้ำนมดีต่อคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรด้วย

กีวี

อีกหนึ่งผลไม้ยอดนิยมของสาว ๆ ที่ปรารถนาจะลดน้ำหนักเลยล่ะ เพราะกีวีเป็นผลไม้ที่มีกากใยมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25% ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและนาน แถมยังมีวิตามินซี และวิตามินอีสูง ซึ่งจะช่วยให้ผิวพรรณสดใส ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด บำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดงให้แข็งแรง และช่วยสลายไขมันในเลือดด้วย ใครที่ชอบทานกีวีจึงได้ประโยชน์จากกีวีแบบหลายเด้งเลย

เกรปฟรุต

สุดยอดผลไม้ไดเอตที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะเมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า การกิน "เกรปฟรุต" ครึ่งลูกก่อนมื้ออาหารจะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้อย่างเหลือเชื่อ โดยสามารถลดปริมาณแคลอรีได้ถึง 150 แคลอรีต่อวันเชียวนะ แถมเกรปฟรุตครึ่งลูกก็มีแคลอรีเพียงแค่ 39 แคลอรีเท่านั้นเอง

อยากผอม อยากสวย คุณสาว ๆ ต้องไม่พลาดที่จะลิ้มลองผลไม้ลดน้ำหนัก 8 ชนิดที่เรานำมาฝากกันนะคะ
ที่มา : http://www.kapook.com/

สุขภาพ's cover photo
03/07/2014

สุขภาพ's cover photo

ที่อยู่

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
Bangkok
13180

เบอร์โทรศัพท์

0807794138

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สุขภาพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด