สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญ

สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญ กองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว
กรมกิจการเด็กและเยาวชน วิสัยทัศน์
“เด็กและเยาวชน มีความเป็นพลเมือง เก่งดี มีสุข และสร้างสรรค์”

วัตถุประสงค์
เพื่อให้การอุปการะแก่เด็กหญิงที่มีอายุระหว่าง 6-18 ปี ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
1. ให้การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กในความอุปการะ
2. ให้การส่งเสริม บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาเด็กในความอุปการะ
3. ดำเนินการวิเคราะห์ วินิจฉัยปัญหา และพิจารณาวิธีกาดำเนินการช่วยเหลือตามความเหมาะสม

สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร
9 หมู่ที่ 2ถนนรังสิต - นครนายก ต.รังสิต (คลอง 5) อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110
โทรศัพท์ 02 577-6569 , 02 577-6572 แฟกซ์ : 02 577-6571
(6)

เปิดเหมือนปกติ

11/08/2021

🌦 พรุ่งนี้วันแม่แห่งชาติแล้วนะคะ (12 สิงหาคม 2564) เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID - 19 หลายคนคงไม่ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมคุณแม่ และครอบครัว
📌 วันนี้แอดมินมีช่องทางสื่อสารบอกรักแม่ ช่วงโควิด-19 มาบอกกับทุกคนนำไปใช้บอกรักแม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติกันนะคะ

แสดงความรัก ความรู้สึก สิ่งที่อยากบอก อยากขอโทษ หรืออยากขอบคุณ
♥️ ผ่านเสียงโทรศัพท์
💛 ผ่านวิดีโอคอล
♥️ ผ่านจดหมาย
💛 ผ่านการ์ด
♥️ ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ต่าง ๆ
💛 ผ่านกลอน คำคม
♥️ ผ่านบทเพลง
💛 ผ่านรูปภาพ
♥️ ผ่านวิดีโอสั้น ๆ
💛 ผ่านการแสดงต่าง ๆ เช่น ร้องเพลง เต้น ละครสั้น ฯ

#DCY #กรมกิจการเด็กและเยาวชน #ดย #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #พม

สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพร...
28/07/2021
หน้าหลัก

สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔

หน่วยราชการในพระองค์ สำนักพระราชวัง สำนักงานองคมนตรี ข่าวในพระราชสำนัก จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” แ....

สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพร...
24/07/2021
หน้าหลัก

สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔

หน่วยราชการในพระองค์ สำนักพระราชวัง สำนักงานองคมนตรี ข่าวในพระราชสำนัก จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” แ....

23/07/2021

สถานการณ์โควิด-19 จำกัดพื้นที่ของทุกคน แต่จินตนาการไม่ได้ถูกจำกัดไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะพ่อแม่ผู้ปกครองใช้เวลาที่อยู่ติดบ้านมากขึ้น เลือกกิจกรรมสัมพันธ์ เสริมสร้างพัฒนาการเด็กอย่างสมวัยและปลอดภัย

อ่านต่อที่...ช่วงโควิด-19 เล่นกับลูกอย่างไร ให้สมวัยสร้างสรรค์
http://ssss.network/sqe1d

สามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.thaihealth.or.th/ไทยรู้สู้โควิด

สามารถติดตามวารสารสร้างสุขฉบับออนไลน์ ข่าวสารด้านสุขภาพ และร่วมสนุกตอบคำถามพร้อมของรางวัลได้ที่ Line Official Account “สสส.สร้างสุข” คลิก >> https://lin.ee/gtFSTfG

#สสส #thaihealth #สุขภาวะ #สุขภาพ #ไทยรู้สู้โควิด #ชีวิตวิถีใหม่ #NewNormal #สวมหน้ากาก #เว้นระยะห่าง #ล้างมือบ่อยๆ

ความคิดสร้างสรรค์มาจากไหน? พันธุกรรม อุปนิสัย หรือการฝึกฝน - The Potential
22/07/2021
ความคิดสร้างสรรค์มาจากไหน? พันธุกรรม อุปนิสัย หรือการฝึกฝน - The Potential

ความคิดสร้างสรรค์มาจากไหน? พันธุกรรม อุปนิสัย หรือการฝึกฝน - The Potential

ความคิดสร้างสรรค์เป็นคุณลักษณะที่แปลกประหลาดที่สุดแบบหนึ่งของคนเรานะครับ เพราะดูเหมือนบางคนก็มีมากมา.....

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post
22/07/2021

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post

22/07/2021

"เอาแต่ใจ ไม่ฟัง รอคอยไม่เป็น โวยวาย...”
ปลายเหตุของการขาดความสัมพันธ์และกติกาที่ชัดเจนภายในบ้าน
.
บ่อยคร้ังที่คุณพ่อคุณแม่สอบถามเข้ามาว่า “ลูกเอาแต่ใจ ไม่ฟัง ต่อต้าน ไม่รอ โวยวาย...” และพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่นๆ ที่คุณพ่อคุณแม่มักมองรวมๆ ว่า "ลูกเราก้าวร้าว” หรือ “ลูกดื้อเงียบ”
.
พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ แม้จะมีความแตกต่างกัน แต่กลับมีที่มาคล้ายๆ กัน
ในกรณีที่เราแน่ใจแล้วว่า ลูกของเราไม่ได้มีความผิดปกติทางพัฒนาการหรือมีความผิดปกติบางอย่าง สาเหตุของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้มักเกิดจาก...
.
(1) ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกไม่ดีพอ
.
เมื่อลูกเกิดมา นอกจากปัจจัย 4 เรามีเวลาคุณภาพให้เขาหรือไม่? เราสามารถอุ้มเขา กอดเขาในยามที่เขายังไม่สามารถพูดสื่อสารบอกเราได้ว่าต้องการอะไร เราเล่นกับเขา อ่านนิทานให้เขาฟัง ให้ความอบอุ่น เพราะเด็กที่สามารถเชื่อใจพ่อแม่ หรือ ผู้ใหญ่ที่ดูแลเขาคนแรกในชีวิต (Primary care giver) ได้ เด็กจะสามารถวางใจในสภาพแวดล้อมได้ นั่นนำไปสู่การรับฟังในสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดกับเขา พร้อมที่จะเชื่อเมื่อผู้ใหญ่สอนเขา (Erikson, 1950)
.
ในทางกลับกันหากเด็กๆ ไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่ได้รับความรัก โดนทอดทิ้ง พวกเขาจะรู้สึกว่า ขนาดคนที่ใกล้ชิดพวกเขาที่สุดยังไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้เขาได้ โลกก็คงเป็นที่ๆ ไม่น่าพึ่งพิงได้ เด็กที่ถูกกระทำเช่นนี้ พวกเขาจะตอบสนองผู้คนและโลกด้วยการสร้างกำแพงเพื่อปกป้องความอ่อนแอด้านใน ภายนอกที่แข็งกร้าว พวกเขาจะแสดงพฤติกรรมดื้อดึง ต่อต้าน หรือ พยายามเรียกร้องความสนใจเพื่อให้คนอื่นเห็นใจเขา (Erikson, 1950)
.
ดังนั้น ก่อนจะสอนสิ่งใด เราควรเริ่มต้นด้วยการสร้างความสัมพันธ์กับเด็กๆ ก่อน ซึ่งทำได้ด้วยการใช้เวลาอยู่กับพวกเขา อ่านหนังสือให้ฟัง เล่นด้วยกัน และทำสิ่งต่างๆ ด้วยกัน
.
**********
.
(2) การไม่มีกติกาภายในบ้านหรือกติกาภายในบ้านที่ไม่ชัดเจน
.
บ้านไหนไม่มีกติกา หรือ มีกติกาแต่ไม่ชัดเจน เพราะผู้ใหญ่ในบ้านไม่ได้ปฏิบัติตาม เด็กๆ จะเกิดความสับสน สุดท้ายพวกเขาจะเลือกไม่ปฏิบัติตามกติกาเสียเลย เพราะผู้ใหญ่บางคนยังไม่ทำเช่นนั้นเลย แล้วทำไมพวกเขาต้องทำตามด้วย?
.
กติกาง่ายๆ ที่ทุกบ้านควรมี คือ "กฎ 3 ข้อ" ได้แก่ “ห้ามทำร้ายผู้อื่น ห้ามทำร้ายตัวเอง ห้ามทำลายข้าวของ”
.
ส่วนกติกาข้ออื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละบ้าน บางบ้านอาจจะยึดกติกาตามตารางเวลากิจกรรมเช่น บางบ้านอาจจะกำหนดว่าต้องกินข้าวพร้อมกันเวลากี่โมง หรือ วันธรรมดาเด็กๆ ต้องทำงานบ้าน การบ้าน ก่อนจะไปเล่นได้ เป็นต้น
.
ถ้าหากเด็กๆ ไม่สามารถทำตามกติกาไม่ได้หรือทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ควรสอนให้เด็กรับผิดชอบต่อการกระทำของพวกเขาด้วย เช่น งดกิจกรรมหรือของที่พวกเขาชอบและให้ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน
.
ถ้าหากเด็กๆ ยังโมโหโวยวายอาละวาดอยู่ (ไม่พร้อมฟัง) พาพวกเขาไปนั่งสงบที่มุมที่เราจัดสรร (หรือตกลงกันไว้ก่อนหน้าว่า ถ้าลูกโวยวายโมโห ต้องมาตรงนี้) เรานั่งข้างๆ ยังไม่ต้องพูดคุย หรือ สอนอะไร รอให้พวกเขาสงบ (นับ 1-10 ในใจของเราเมื่อเด็กๆ เงียบเสียงลง ถ้าไม่มีการโวยวายระลอกใหม่ถือว่า สงบพอ) ค่อยหันไปพูดคุยกัน ทั้งสาเหตุว่า "ทำไมหนูต้องมานั่งตรงนี้" และ "หนูควรทำอย่างไร แทนที่จะทำแบบนั้น"
.
การที่เด็กๆ ทำผิด หรือ พวกเขาโมโหโวยวาย ผู้ใหญ่ไม่ควรตอบสนองด้วยสิ่งเดียวกันกลับไป คือ การใช้อารมณ์กับเด็กๆ เพราะเด็กๆ จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ว่า จริงๆ แล้วเหตุการณ์ที่เขาเผชิญพวกเขาไม่ควรใช้อารมณ์แบบนั้น เนื่องจากผู้ใหญ่ก็ใช้อารมณ์แก้ปัญหาเช่นเดียวกันกับพวกเขา
.
อยากให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องการควบคุมอารมณ์ รอคอย ผู้ใหญ่ก็ต้องควบคุมอารมณ์ รอคอยเด็กๆ สงบได้ ไม่ด่วนตัดสินพวกเขาเช่นกัน
.
**********
.
(3) ไม่มีตารางเวลาที่ชัดเจน
.
บางบ้านจะกินเวลาไหน นอนเวลาไหน ทำอะไรเวลาไหน ไม่มีความชัดเจน ทำให้เด็กๆ ต้องคาดเดาไปเรื่อยๆ บางครั้งเวลาเด็กๆ เล่นอยู่ก็ถูกขัดด้วยการพาไปทำกิจวัตรประจำวันที่จำเป็น พวกเขาจึงอาละวาดขึ้นมาทันที ซึ่งปัญหานี้อาจจะไม่เกิดขึ้นหากผู้ใหญ่ให้เด็กๆ ทำสิ่งที่จำเป็นก่อนจะให้พวกเขาไปเล่นอย่างเต็มที่
.
"ตารางเวลา” จึงเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เด็กและผู้ใหญ่เข้าใจตรงกันว่า เวลาไหนควรทำอะไร และควรทำอะไรก่อน-หลัง
.
ในเด็กเล็กที่ยังไม่รู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร ผู้ใหญ่ควรทำตารางเวลาที่เป็นรูปธรรมให้กับเขา เช่น ในเด็กๆ ที่ยังอ่านไม่ออก เราใช้ตารางเวลา เป็นภาพได้ (Visual schedule) เราวาดภาพไม่ได้ หลายๆ เว็บไซต์มีให้เราดาวน์โหลดและนำไปปรินท์ได้เอง ในตารางมีตัวเลขกำกับว่า 1-5 เด็กๆ ต้องทำอะไร ในช่วงแรกผู้ใหญ่ต้องช่วยกำหนดให้เด็กๆ เลย เนื่องจากเด็กๆ ยังเรียงลำดับความสำคัญไม่เป็น พวกเขาอาจจะเลือกทำสิ่งที่เขาอยากทำก่อน ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น
.
เมื่อเด็กๆ เรียนรู้แล้วว่า พวกเขาต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ก่อนจะไปเล่น เด็กจะเรียนรู้เรื่อง ‘หน้าที่’ ที่พวกเขาต้องรับผิดชอบ หากเราไม่มอบหมายงานให้กับเด็กๆ เมื่อวันหนึ่งพวกเขาต้องได้รับการมอบหมายงานจากโรงเรียนหรือผู้อื่น เด็กๆ จะต้องใช้เวลาปรับตัวกว่าจะทำมันได้
.
ดังนั้น เราควรมอบหมายงานให้เด็กๆ แม้จะเป็นเด็กเล็ก เราสามารถเลือกงานที่เหมาะสมให้กับพวกเขาได้ เริ่มจาก ‘งานดูแลตัวเอง (ปลุกแล้วลุกตื่นด้วยตัวเอง ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ แม้ไม่สะอาดเราให้พวกเขาทำก่อนผู้ใหญ่ค่อยทำซ้ำอีกครั้งได้ กินข้าว และอื่นๆ) เมื่อเด็กๆ ดูแลตัวเองได้แล้ว ค่อยๆ เขยิบไปที่งานบ้าน (งานส่วนกลาง) ให้พวกเขาได้มีโอกาสรับผิดชอบงานส่วนรวม
.
เมื่อเด็กๆ เรียนรู้หน้าที่ พวกเขาจะเรียนรู้เรื่อง ‘การเรียงลำดับความสำคัญ’ ด้วย เพราะก่อนจะไปเล่น เด็กๆ ต้องทำงานที่สำคัญก่อน เด็กๆ จะเรียนรู้ว่า อะไรสำคัญมาก-น้อย เมื่อนั้นพวกเขาจะแผ่ขยายไปสู่การเรียงลำดับความคัญเรื่องอื่นๆ ในชีวิต
.
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กๆ ยังได้เรียนรู้ ‘การรอคอย’ จากการมีงานที่ต้องทำก่อน พวกเขาจะสามารถ ‘บริหารจัดการเวลา’ ได้ดี เนื่องจากพวกเขาต้องทำสิ่งอื่นก่อนจะได้ทำสิ่งที่พวกเขาชอบ เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่ชอบเร็วๆ แล้ว ทางเดียวคือพวกเขาต้องจัดการเวลาทำงานอื่นให้สำเร็จโดยไว
.
**********
.
(4) เล่นไม่มากพอ
.
เด็กๆ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม บางครั้งเป็นเพราะพวกเขาต้องฝืนธรรมชาติของตัวเองมากเกินไป
.
ธรรมชาติของเด็กๆ คือ ‘การเล่น’ เล่นโดยใช้ร่างกาย เล่นโดยปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม ทุกวันนี้พวกเขาเล่นแบบนั้นหรือเปล่า หรือ พวกเขาได้เล่นบ่อยแค่ไหน โดยปกติแล้วเด็กเล็กๆ แล้วควรได้ออกไปเล่นข้างนอก (กิจกรรมเคลื่อนไหว วิ่งเล่น)ประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อวันด้วยซ้ำ (Baumgartner, Jackson, Mahar, & Rowe, 2015)
.
ถ้าหากเด็กเล็กต้องนั่งนิ่ง (ไม่ว่าจะทำกิจกรรมนั่งโต๊ะนานๆ หรือ ดูหน้าจอ) แม้ว่าพวกเขาจะสามารถทำได้ แต่พลังงานที่มีมากมาย ผนวกกับสมองที่ต้องทำงานตลอดเวลา เมื่อจบกิจกรรมดังกล่าว เด็กๆ อาจจะไม่สามารถอยู่นิ่งได้อีก พวกเขาต้องการการระบายแรงผ่านการวิ่งเล่น หรือ เคลื่อนไหวร่างกาย
.
สุดท้ายเมื่อเล่นไม่ได้ โดนห้ามเต็มไปหมด ทั้งๆ ที่ความต้องการและพลังงานนั้นมีมากในตัวเด็กๆ พวกเขาอาจจะลงเอยด้วยการทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
.
**********
.
(5) ลูกเป็นภาพสะท้อนของพ่อแม่ (และผู้ใหญ่ใกล้ตัวเขา)
ถ้าหากลูกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก้าวร้าว โวยวาย รุนแรง ไม่มีระเบียบ ไม่รู้จักเวลา ไม่รู้หน้าที่ เอาเดี๋ยวนี้ ต้องได้เดี๋ยวนั้น
.
ลองหันกลับมามองตัวเราและผู้ใหญ่ใกล้ตัวลูกว่า มีใครเป็นเช่นนั้นไหม เพราะถ้าหากเรายังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ตอนสอนลูก ไม่สามารถรักษาเวลา และคำพูดของเราได้ ลูกก็เป็นเช่นเดียวกัน
.
อยากให้ลูกเป็นเช่นไร พ่อแม่ควรเป็นเช่นนั้นให้เขาเห็น
อยากให้เขารับฟังเรา พ่อแม่ต้องรับฟังเขาก่อน
อยากให้เขารับผิดชอบได้ พ่อแม่ต้องทำตามตารางเวลา รักษาเวลา และคำพูดของเรา
อยากให้เขาใจเย็น รอคอย พ่อแม่ต้องรอให้เป็น อย่าเร่งลูก (เรามีหน้าที่เผื่อเวลาให้ลูก ไม่ใช่บอกว่า เราไม่มีเวลา เราเลยต้องเร่งเขา ถ้าหมดเวลา ได้แค่ไหน พ่อแม่ช่วย สำคัญที่พ่อแม่ต้องปล่อยให้เขาลงมือทำเองก่อน)
อยากให้เขาไม่โวยวาย พ่อแม่ต้องใช้เสียงที่มั่นคงไม่โวยวายใส่ก่อน
อยากให้เขาดูแลตนเองได้ เราต้องไม่ช่วยเขาในสิ่งที่เขาสามารถทำได้เอง และพ่อแม่ต้องมอบหมายงานที่เหมาะสมกับวัยให้เขาทำ
อยากให้เขามั่นใจในตนเอง พ่อแม่ต้องเชื่อมั่น และเห็นคุณค่าในตัวเขาก่อน
อยากให้เขามีสมาธิ พ่อแม่ต้องให้เขาได้เล่นอย่างเต็มท่ี
และอื่นๆ อีกมากมาย
.
**********
.
เอาแต่ใจ ไม่ฟัง รอคอยไม่เป็น โวยวาย ฯลฯ จึงเป็นปลายเหตุของการขาดความสัมพันธ์และ ขาดความชัดเจนภายในบ้าน พ่อแม่ต้องชัดเจน ทั้งในเรื่องการแสดงออกความรักที่มีต่อลูก และไม่กลัวที่จะสอนวินัยให้กับเขา
.
สำคัญที่สุด คือ ให้เขาได้เป็นเด็ก ไม่ใช่เป็นผู้ใหญ่ย่อส่วน
"หน้าที่ของเด็ก คือ การเล่นเพื่อเรียนรู้โลกและตัวเอง" (Miller & Almon, 2009)
.
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
.
อ้างอิง
.
Baumgartner, T. A., Jackson, A. S., Mahar, M. T., & Rowe, D. A. (2015). Measurement for evaluation in kinesiology. Jones & Bartlett Publishers.

Erikson, E. H. (1950). Childhood and society, New York (WW Norton) 1950.

Miller, E., & Almon, J. (2009). Crisis in the kindergarten: Why children need to play in school. Alliance for Childhood (NJ3a).

ขอประชาสัมพันธ์​เกี่ยวกับ การประเมิน ITA  เพื่อสร้างการรับรู้ และยกระดับการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ ตามลิงค์ด้านล่าง...
11/07/2021
ITA @ DCY

ขอประชาสัมพันธ์​เกี่ยวกับ การประเมิน ITA เพื่อสร้างการรับรู้ และยกระดับการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ ตามลิงค์ด้านล่างนี้

ขอบพระคุณค่ะ

ทำความรู้จัก ITA กันเถอะ

09/07/2021

บ่ายโมงครึ่งเจอกันเวลาเดิม

มาสอนร้อยลูกปัด สำหรับของขวัญ ของชำร่วย ของที่ระลึก

ทรงพระเจริญ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  ๔ กรกฎาคม ๒๕๖...
02/07/2021

ทรงพระเจริญ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔

ทรงพระเจริญ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post
17/06/2021

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post

17/06/2021

เน้นย้ำ บุคลากร ดย. การ์ดอย่าตก
สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่าง และวัดอุณหภูมิก่อนเข้าที่ทำงานทุกครั้ง

ด้วยความห่วงใย
สุภัชชา สุทธิพล
อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน

แบบแบบสอบถามความพึงพอใจ /ไม่พึงพอใจของผู้รับบริการ
09/06/2021

แบบแบบสอบถามความพึงพอใจ /ไม่พึงพอใจของผู้รับบริการ

แบบแบบสอบถามความพึงพอใจ /ไม่พึงพอใจของผู้รับบริการ

ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการ ประจำเดือนพฤษภาคม 2564
04/06/2021

ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการ ประจำเดือนพฤษภาคม 2564

ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการ ประจำเดือนพฤษภาคม 2564

สถิติข้อมูลการให้บริการต่อผู้รับบริการในหน่วยงาน ประจำเดือนพฤษภาคม 2564
04/06/2021

สถิติข้อมูลการให้บริการต่อผู้รับบริการในหน่วยงาน ประจำเดือนพฤษภาคม 2564

สถิติข้อมูลการให้บริการต่อผู้รับบริการในหน่วยงาน ประจำเดือนพฤษภาคม 2564

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post
07/05/2021

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post
03/05/2021

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post

03/05/2021

"ดย. ขอขอบพระคุณจากใจ และขอร่วมส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์นะคะ"

และขอเชิญชวนร่วมส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ "เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน" ที่ใต้โพสต์นี้

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ไทยรู้สู้โควิด ศูนย์ข้อมูล COVID-19

Photos from กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ's post
03/05/2021

Photos from กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ's post

30/04/2021

ห่วงใยบุคลากร ดย. เน้นย้ำ ควรปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่าง อย่าลืมสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการรีบพบแพทย์โดยด่วน

ด้วยความห่วงใย
สุภัชชา สุทธิพล
อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post
30/04/2021

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post

30/04/2021

ผู้ปกครองเป็นคนสำคัญ 👨‍👩‍👧✨
👉 ที่สามารถช่วยกระตุ้นฝึกสมองประเทืองปัญญาให้กับเด็ก ๆ

เพียงแค่หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสมองเด็กให้พวกเขา

#DCY มี 4 กิจกรรม เคล็ดลับ ฝึกความจำ ลับสมอง 🧠
ที่สามารถทำได้ง่าย ๆในชีวิตประจำวัน มาฝากกันค่ะ 😊

#กรมกิจการเด็กและเยาวชน #ดย.
#กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#กระทรวงพม.#เด็กและเยาวชน

30/04/2021

📢 รู้แล้วอย่าเฉย!
พบเห็นเด็กและเยาวชนที่ต้องการความช่วยเหลือโปรดแจ้งทันที ผ่าน Mobile Application "คุ้มครองเด็ก"

📲 จุดเด่นของแอพพ์
สามารถระบุพื้นที่เกิดเหตุ ภาพถ่าย และติดตามการให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานได้ด้วย โดยข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังระบบการจัดการรายกรณี (Case Management) ซึ่งมีบ้านพักเด็กและครอบครัวในทุกจังหวัด และสถานรองรับเด็กของกรมกิจการเด็กและเยาวชน 30 แห่ง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการช่วยเหลือประชาชน จึงมั่นใจได้ว่าเด็กและเยาวชนทุกราย จะได้รับการประสานส่งต่อการช่วยเหลือ ร่วมกับหน่วยงานและเครือข่ายในพื้นที่ และมีการกำกับ
ติดตาม และรายงานการช่วยเหลือโดยดิจิทัล

📌 หากประชาชนประสบปัญหาทางสังคม หรือพบเห็นปัญหาเด็กและเยาวชน
ถูกกระทำความรุนแรงต่าง ๆ สามารถขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุได้ที่ Application "คุ้มครองเด็ก"
หรือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง
หรือสามารถติดต่อได้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว ทั้ง 77 จังหวัด

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post
30/04/2021

Photos from กรมกิจการเด็กและเยาวชน's post

ประกาศ  เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการ จำนวน 1 อัตรา ตำแหน่ง ช่วยปฏิบัติงานด้านจิตวิทยา ...
30/04/2021

ประกาศ เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการ จำนวน 1 อัตรา ตำแหน่ง ช่วยปฏิบัติงานด้านจิตวิทยา ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2564 -7 พฤษภาคม 2564

23/04/2021

ดนตรีมีผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก 🧠👶🏻

🥁🎹🎸🎺 🎤 เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และภาษา

👉🏻 รวมทั้งช่วยเสริมสร้างให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน #DCY นำประโยชน์ด้านๆ ต่าง ๆของดนตรี มาแชร์กัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองควรส่งเสริม และสนับสนุน ให้กับเด็ก ๆ นะคะ

#กรมกิจการเด็กและเยาวชน #ดย.
#กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#กระทรวงพม.#เด็กและเยาวชน

23/04/2021

การเล่า “นิทาน” ก่อนนอนให้เด็กฟัง 📖🌙
ช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ✨

ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ทั้งการพูดและการฟัง 👄👂

❤ ผู้ปกครองสามารถทำได้ตั้งแต่ขณะตั้งครรภ์จนถึงอายุ 10 ขวบเลยทีเดียวนะคะ

❤ เพราะนอกจากจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ แล้ว
ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความอบอุ่น ความผูกพันของคนในครอบครัว สร้างความสุข ความสนุกสนาน และยังเป็นตัวกระตุ้นจินตนาการของเด็ก ๆ เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาสมองและสติปัญญาที่ดีได้อีกด้วยค่ะ 😊

#กรมกิจการเด็กและเยาวชน #ดย.
#กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#กระทรวงพม.#เด็กและเยาวชน

05/04/2021

💖👍🏻กฎ 15 ข้อ สอนลูกให้ดูแลตัวเองเป็น โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ👶🏻
.
ในยุคนี้การเลี้ยงลูกให้โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะพวกเราต้องมีทักษะการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นให้เป็นด้วย
.
📌ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ชาว Parents One เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมเด็กฝรั่งต่างชาติถึงกล้าออกมาเผชิญโลกภายนอก ดูแลตัวเองได้ กล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ และสามารถรับมือกับความกดดันต่างๆ ในชีวิตได้ดีกว่าเด็กไทย?
.
นั่นเพราะพวกเขาได้รับการเลี้ยงดู และการปลูกฝังที่แตกต่างจากบ้านเรานั่นเองค่ะ
.
แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่า ทำไมคุณพ่อคุณแม่ชาวต่างชาติถึงไว้ใจ และกล้าปล่อยลูกให้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างด้วยตัวเองอยู่บ่อยครั้ง วันนี้เรามีคำตอบมาบอกกันค่ะ
.
ทั้งหมดนั่นเกิดจากการที่ทุกๆ บ้านมักจะมีกฎให้เด็กๆ รู้ว่าสิ่งไหนควรทำ และสิ่งไหนที่ไม่ควรทำ เมื่อพวกเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จึงกลายเป็นคนที่มีคุณภาพ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขนั่นเอง
.
เราลองไปดูตัวอย่างของ "กฎ 15 ข้อ ที่สอนให้ลูกดูแลตัวเองเป็น" กันเลย (แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ากฎของแต่ละบ้านก็จะแตกต่างกันไปนะคะ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวค่ะ)
.
.
🌟ข้อที่ 1 : ล็อคกลอนทุกครั้ง หลังจากที่เข้า-ออกจากบ้าน🌟
.
บ้าน ถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่า และสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตของเราได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนให้ลูกๆ รู้จักล็อคกลอนทุกครั้ง หลังจากที่เข้า-ออกจากบ้าน เพราะอาจมีโจร หรือมิจฉาชีพที่คิดร้ายอาจมาทำอันตรายต่อลูก และทรัพย์สินของเราได้
.
อีกเรื่องที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ การเก็บกุญแจไว้ใกล้กับตัวเอง เพื่อความปลอดภัยของชีวิต หากมีสิ่งอันตรายเกิดขึ้นในบ้าน ลูกๆ จะได้หนีทันด้วยค่ะ
.
.
🌟ข้อที่ 2 : จำกัดเวลาการดูหน้าจอของทุกคนในครอบครัว เพื่อที่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน🌟
.
ถ้าต่างคนต่างก้มดูแต่โทรศัพท์มือถือ เราก็จะไม่มีเวลาได้มองหน้ากัน นั่นยิ่งทำให้สายสัมพันธ์ของครอบครัวลดลงไปอีก ทางที่ดี คือการเล่นโทรศัพท์ในเวลาที่พอดีนั่นเอง
.
.
🌟ข้อที่ 3 : กลับบ้านให้ตรงเวลา🌟
.
ถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถไปรับลูกที่โรงเรียนได้ ก็ควรไปรับลูกให้ตรงเวลา เพื่อให้ลูกสามารถแบ่งเวลาที่จะเล่น และเรียนได้อย่างเป็นระบบและมีแบบแผน โดยที่ไม่ต้องมานั่งรอผู้ปกครองเพียงอย่างเดียว
แต่ถ้าเราไม่สะดวกไปรับลูก ก็ควรกลับบ้านไปเล่นไปอยู่กับลูกให้ตรงเวลาค่ะ เด็กเขาจะไม่งอแงเลย
.
.
🌟ข้อที่ 4 : สอนลูกให้เป็นคนกล้าแก้ไข เมื่อทำผิดพลาดต่อผู้อื่น🌟
.
ไม่ใช่คนเก่งเพียงอย่างเดียวเสมอไปที่สังคมต่างต้องการตัว เพราะผู้ที่กล้ายอมรับความผิดพลาด เมื่อตัวเองทำผิดจริงๆ ได้อย่างภาคภูมิ จะทำให้คนนั้นกลายเป็นที่รักของคนในสังคมไปโดยปริยาย เราจึงต้องสอนให้ลูกได้เรียนรู้ ถึงแม้ว่าจะเจ็บปวดก็ตาม
.
.
🌟ข้อที่ 5 : สอนลูกให้พูดความจริง และต้องพูดความจริงกับลูก🌟
.
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เพราะฉะนั้นการกล้าพูดความจริง ไม่เป็นเด็กโกหก จึงสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการเลี้ยงดู และการปลูกฝังความคิดของเด็กๆ กลับกันคนที่เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องพูดความจริงกับลูกเช่นกัน
.
.
🌟ข้อที่ 6 : สอนลูกให้รู้จักคุณค่าของ "คำขอร้องและคำขอบคุณ" ให้เป็นนิสัย🌟
.
2 คำนี้ คือคำที่ทำให้เราสามารถได้ทุกอย่างที่อยากได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของ "คำขอร้องและคำขอบคุณ" พูดให้ติดเป็นนิสัย แล้วคนจะรักและเอ็นดู
.
.
🌟ข้อที่ 7 : ฝึกวินัยให้แปรงฟันทุกวัน และยืดหยุ่นร่างกาย🌟
.
การดูแลความสะอาดของร่างกายของลูก คือสิ่งที่เราไม่ควรละเลย การสอนให้ลูกแปรงฟัน และยืดหยุ่นร่างกายทุกวัน ก็เพื่อที่จะได้มีสุขลักษณะ และบุคลิกภาพที่ดี ถือเป็นความประทับใจครั้งแรกในการเจอหน้ากัน และพูดคุยกัน เป็นการสานสัมพันธ์กับเพื่อนที่ดี
.
.
🌟ข้อที่ 8 : พาลูกเข้าร่วมสังคมกับครอบครัว และญาติพี่น้อง🌟
.
การพาลูกไปแนะนำให้ญาติๆ ได้รู้จัก และเอ็นดูเป็นผลดีในอนาคต เพราะนอกจากลูกจะได้รู้จักกับญาติๆ แล้ว เมื่อมีปัญหาอะไรก็จะได้ช่วยเหลือกันได้ ทำให้คำว่าครอบครัวเด่นชัดด้วยความรักขึ้นอีกต่างหาก
.
.
🌟ข้อที่ 9 : เลือกใช้คำพูดอย่างชาญฉลาด🌟
.
คนบนโลกมีหลายประเภท การเลือกใช้คำพูดกับคนแต่ละประเภทก็สำคัญเช่นกัน ควรเลือกให้ฉลาด และเหมาะสมกับคนนั้นๆ แล้วทุกสิ่งจะสมปรารถนา
.
.
🌟ข้อที่ 10 : สอนให้ลูกฟัง และเคารพผู้ที่อาวุธโสกว่า🌟
.
แม้ว่าอายุจะไม่สามารถวัดพื้นฐานทางความคิด และความประพฤติที่ดีได้ แต่การเป็นเด็กที่รู้จักสัมมาคารวะ รู้จักเคารพผู้ที่อาวุธโสกว่าก็ย่อมได้เปรียบกว่าเด็กที่ไม่รู้กาลเทศะนั่นเอง
.
.
🌟ข้อที่ 11 : สอนให้ลูกเป็นคนเปิดใจ ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างกัน🌟
.
เราไม่สามารถที่จะทำให้ทุกคนมีความคิดเห็นตรงกับเราได้หมด แต่การเปิดใจ และการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างจะทำให้ปัญหาจากใหญ่กลายเป็นปัญหาเล็กได้ ด้วยกันปรับความคิดของตัวเราเอง
.
.
🌟ข้อที่ 12 : อย่าบูลลี่คนอื่น ทั้งทางร่างกาย + วาจา🌟
.
การกลั่นแกล้งผู้อื่น คือปัญหาที่เด็กทั่วโลกได้เจอ เราคงไม่อยากให้ลูกกลายเป็นนางมารร้ายในชีวิตของใคร แล้วก็ไม่อยากให้ใครมาเป็นนางมารร้ายในชีวิตของลูกเราเช่นกัน ดังนั้น ถ้าเราอยากให้ผู้อื่นดีกับเรา เราก็ต้องดีกับผู้อื่นก่อนนั่นเอง
.
.
🌟ข้อที่ 13 : สอนลูกให้เห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่ไม่ทำตัวเป็นม้าอารี🌟
.
การรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ไม่ควรที่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนเช่นกัน ควรรู้จักปฏิเสธในสิ่งที่ทำไม่ได้บ้าง เพื่อให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น
.
.
🌟ข้อที่ 14 : สอนให้พวกเขารู้จักคุณค่าของเงิน ไม่ใช้จ่ายของฟุ่มเฟือย🌟
.
กว่าจะได้เงินมาเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อแม่ต้องแลก และเสียสละมากับอะไรหลายอย่าง ดังนั้น เราจึงควรสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงิน การเก็บหอมรอมริบ ไม่ใช้จ่ายซื้อของฟุ่มเฟือยซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างอนาคตของลูกนั่นเอง
.
.
🌟ข้อที่ 15 : พูดแล้วต้องทำจริง เพราะทุกคำพูดคือนายเรา🌟
.
ก่อนที่จะพูด หรือรับปากอะไรกับใคร ควรคิดให้ดีก่อนพูด ถ้าพูดไปแล้วต้องทำได้จริง เพราะทุกคำพูดคือนายของเรา ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้จริง คนอื่นอาจจะนินทาและว่ากล่าวตักเตือนได้
.
.
🎉😊เป็นอย่างไรบ้างคะกับ "กฎทั้ง 15 ข้อ" ที่ได้ยกตัวอย่างกันไปข้างต้น ซึ่งจะเห็นว่าทุกข้อที่ได้ยกตัวอย่างมานั้น ได้รวมเรื่องราวของสิ่งต่างๆ และความจำเป็นที่เด็กๆ ควรจะต้องรู้ และทำให้เป็นนิสัยเพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเอง และรักษาหัวใจของผู้อื่นมาให้แล้วนั่นเอง
.
คุณพ่อคุณแม่ทุกครอบครัวสามารถนำไปประยุกต์และปรับใช้กันได้ทุกข้อเลย แต่ไม่ต้องถึงขนาดบังคับเคร่งเครียดกับลูกขนาดนั้นนะคะ ให้ถือว่าเป็นแนวทางในการเลี้ยงลูกให้โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขก็พอค่ะ
.
📣อ่านบทความเพิ่มเติม : https://www.parentsone.com/15-rules-for-kid-to-grow-into.../
-----------------
🌟ติดตามพวกเราได้ที่
.
📌Facebook : Parents One
📌Twitter : twitter.com/ParentsOne
📌WebSite : www.parentsone.com
📌Instagram : instagram.com/parentsone/
📌Youtube : https://www.youtube.com/c/parentsone

ที่อยู่

9 หมู่ 2 ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 5 ) ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
Bangkok
12110

https://www.google.com/maps/d/edit?mid=zoMMVz4WUHL8.koYjygfkfk14&usp=sharing

ข้อมูลทั่วไป

กลุ่มเป้าหมาย เด็กหญิงอายุระหว่าง 6-18 ปี ที่ประสบปัญหาต่างๆ ทางสังคม โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มได้แก่ 1. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ คือ เด็กที่ประสบปัญหาครอบครัวแตกแยก ถูกทอดทิ้ง กำพร้า เร่ร่อน ขอทาน พลัดหลง และครอบครัวให้การเลี้ยงดูไม่เหมาะสม 2. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ คือ เด็กที่ถูกกระทำทารุณกรรมหรือถูกกระทำความรุนแรงทั้งจากบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่น เด็กที่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิด เด็กที่อยู่ในสภาพจำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

เบอร์โทรศัพท์

+66 2 577 6569

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญ:

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

คิดถึงวันเก่าๆ เเรกๆก็อยากกลับบ้านมากๆ เเต่พอจากมาก็คิดถึงเเม่ๆ*โดยเฉพาะ แม่หอ 4
เคยอยู่ที่เก่าค่ะตอนนี้อยากติดต่อกับที่นี่มากเพราะตอนนี้กำลังมีปัญหาค่ะเดือดร้อนมากค่ะต้องทำยัวไง