ทนายความจังหวัดสงขลา Songkhla Lawyer

ทนายความจังหวัดสงขลา Songkhla Lawyer ทนายใกล้คุณ ให้คำปรึกษาและบริการ ประหยัด สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย
คอลเซ็นเตอร์ 02 114 7521 ทนาย, ทนายความ, คดีอาญา, คดีหย่า, คดีแพ่ง, คดีมรดก
lawyer, lawyers, divorce, criminal, civil, heritage
(3)

เปิดเหมือนปกติ

เครือข่ายทนายความ 089-2268899เครือข่ายทนายความภาคใต้ 099-1524195line:@homelawyerฎีกา 13846/2553ธนาคาร ก. ผู้ซื้อที่ดินพิ...
24/05/2021

เครือข่ายทนายความ 089-2268899
เครือข่ายทนายความภาคใต้ 099-1524195
line:@homelawyer
ฎีกา 13846/2553ธนาคาร ก. ผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลย่อมได้รับความคุ้มครองสิทธิมิให้เสียไป แม้ที่ดินพิพาทมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากธนาคาร ก. อีกทอดหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นผู้สืบสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองสิทธิที่มีอยู่ตามมาตรา 1330 เช่นเดียวกัน แม้มิใช่ผู้ซื้อที่ดินดังกล่าวจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยตรงก็ตาม แม้โจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทโดยทราบมาก่อนว่าจำเลยปลูกบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นในที่ดินพิพาทเป็นเวลาเกินกว่า 20 ปีแล้ว โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน และจำเลยมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เป็นหลักฐานจำเลยก็ไม่อาจยกสิทธิดังกล่าวขึ้นใช้ยันสิทธิของโจทก์ทั้งสองที่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 ได้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทดีกว่าสิทธิของจำเลย เมื่อโจทก์ทั้งสองบอกกล่าวด้วยวาจาไม่จำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นกับให้ออกไปจากที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยยังคงเพิกเฉย โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทได้

เครือข่ายทนายความ 089-2268899
เครือข่ายทนายความภาคใต้ 099-1524195
line:@homelawyer
ฎีกา 13846/2553ธนาคาร ก. ผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลย่อมได้รับความคุ้มครองสิทธิมิให้เสียไป แม้ที่ดินพิพาทมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากธนาคาร ก. อีกทอดหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นผู้สืบสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองสิทธิที่มีอยู่ตามมาตรา 1330 เช่นเดียวกัน แม้มิใช่ผู้ซื้อที่ดินดังกล่าวจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยตรงก็ตาม แม้โจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทโดยทราบมาก่อนว่าจำเลยปลูกบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นในที่ดินพิพาทเป็นเวลาเกินกว่า 20 ปีแล้ว โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน และจำเลยมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เป็นหลักฐานจำเลยก็ไม่อาจยกสิทธิดังกล่าวขึ้นใช้ยันสิทธิของโจทก์ทั้งสองที่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 ได้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทดีกว่าสิทธิของจำเลย เมื่อโจทก์ทั้งสองบอกกล่าวด้วยวาจาไม่จำต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นกับให้ออกไปจากที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยยังคงเพิกเฉย โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทได้

16/05/2021

วิธีเลือกทนายความ
1. ค้นหาชื่อทนายจาก Google มาสัก 3 ชื่อ
2. โทรหาทนายทีละคนสนทนาปัญหาปรึกษาให้ครบ สอบถามอัตราค่าจ้างให้เรียบร้อย
3. เลือกทนายคนที่คุณสนทนาที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้
4. ทำสัญญาจ้างหรือตกลงจ้างทางไลน์ เมสเซ็นเจอร์ หรืออีเมลก็ได้ ควรแบ่งจ่าย ศาลชั้นต้น อุทธรณ์หรือฎีกา แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ เช่นงวด 1 ตกลงจ้าง งวดที่ 2 ขึ้นศาล งวดที่ 3 สืบพยาน
5. ควรเลือกทนายความที่อยู่ใกล้คุณ หรือทนายใกล้ศาล เพราะท่านจะไม่ต้องจ่ายค่าเดินทางและค่าที่พักให้กับทนายเวลาไปทำงานให้คุณ
6. ตกลงกับทนายส่งรายงานคดีหรือการทำงานแต่ละครั้งด้วย
7. ถ้าคดีที่มีอัตราโทษสูงหรือจำนวนเงินค่าเสียหายเยอะควรจ้างเป็นทีม หรือเลือกทนายที่มีประสบการณ์ในคดี ให้ดูที่ผลงานหรือข้อมูลที่ตรวจสอบได้

มีปัญหาปรึกษาเราเครือข่ายทนายความ call center 089-2268899เครือข่ายทนายความภาคใต้Line:@homelawyer     “วันที่ 15 เม.ย.256...
27/04/2021

มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
เครือข่ายทนายความภาคใต้
Line:@homelawyer

“วันที่ 15 เม.ย.2563 ศาลจังหวัดกันทรลักษ์มีคำพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ในฐานความผิดกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไปโดยการไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าก่อนออกจากเคหสถานหรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณะหรือสถานที่ใดๆ โดยศาลเห็นว่า ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อนั้น พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34(6) กำหนดแต่เพียงว่า ห้ามมิให้ผู้กระทำการใดๆ ซึ่งก่อให้เกิดภาวะไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป โดยไม่ได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อออกคำสั่งกำหนดการกระทำการเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 บัญญัติให้บุคคลจะต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายนี้ใช้ในการกระทำความผิดและกำหนดโทษไว้ เมื่อการไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกจากเคหสถานไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามและกำหนดโทษไว้ ประกอบกับลำพังเพียงแต่การไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกจากเคหสถานโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอื่นประกอบ ไม่น่าจะเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง”
แต่ต่อมาอัยการจังหวัดกันทรลักษ์โจทก์ มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้มีคำพิพากษาลงโทษ ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า คำสั่งผู้ว่าฯ ชอบด้วยกฎหมายลงโทษปรับจำเลยคนละ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 (คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 3 คดีหมายเลขแดงที่
2608/2563 วันที่ 8 ตุลาคม 2563 )คดีถึงที่สุด

มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
เครือข่ายทนายความภาคใต้
Line:@homelawyer

“วันที่ 15 เม.ย.2563 ศาลจังหวัดกันทรลักษ์มีคำพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ในฐานความผิดกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไปโดยการไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าก่อนออกจากเคหสถานหรือเดินทางไปในสถานที่สาธารณะหรือสถานที่ใดๆ โดยศาลเห็นว่า ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อนั้น พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34(6) กำหนดแต่เพียงว่า ห้ามมิให้ผู้กระทำการใดๆ ซึ่งก่อให้เกิดภาวะไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป โดยไม่ได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อออกคำสั่งกำหนดการกระทำการเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 บัญญัติให้บุคคลจะต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายนี้ใช้ในการกระทำความผิดและกำหนดโทษไว้ เมื่อการไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกจากเคหสถานไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามและกำหนดโทษไว้ ประกอบกับลำพังเพียงแต่การไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกจากเคหสถานโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอื่นประกอบ ไม่น่าจะเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง”
แต่ต่อมาอัยการจังหวัดกันทรลักษ์โจทก์ มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้มีคำพิพากษาลงโทษ ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า คำสั่งผู้ว่าฯ ชอบด้วยกฎหมายลงโทษปรับจำเลยคนละ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30 (คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 3 คดีหมายเลขแดงที่
2608/2563 วันที่ 8 ตุลาคม 2563 )คดีถึงที่สุด

มีปัญหาปรึกษาเราเครือข่ายทนายความ call center 089-2268899เครือข่ายทนายความภาคใต้ 099-1524195line:@homelawyer
25/04/2021

มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
เครือข่ายทนายความภาคใต้ 099-1524195
line:@homelawyer

มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
เครือข่ายทนายความภาคใต้ 099-1524195
line:@homelawyer

มีปัญหาปรึกษาเราเครือข่ายทนายความ call center 089-2268899ทนายความภาคใต้ 099-1524195
21/04/2021

มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ
call center 089-2268899
ทนายความภาคใต้ 099-1524195

มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ
call center 089-2268899
ทนายความภาคใต้ 099-1524195

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3780/2543 โจทก์จำเลยอยู่กินด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนสมรสซึ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 บ...
30/03/2021

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3780/2543 โจทก์จำเลยอยู่กินด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนสมรสซึ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 บัญญัติว่า เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย ให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น ดังนั้น จึงถือได้ว่าเด็กชาย ก. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์และมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ดังนั้นอำนาจปกครองเด็กชาย ก. นั้น ต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 1566 วรรคหนึ่ง คือต้องอยู่กับโจทก์ซึ่งเป็นมารดาฝ่ายเดียว เมื่อจำเลยมิได้เป็นบิดาตามความหมายของมาตรา 1566 ดังกล่าว การตกลงระหว่างโจทก์จำเลยที่ให้เด็กชาย ก. อยู่ในความปกครองของจำเลยจึงไม่มีผลผูกพันเป็นเหตุให้จำเลยมีอำนาจปกครองเด็กชาย ก. ตามมาตรา 1566 วรรคสอง (6) จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะกำหนดที่อยู่ของเด็กชาย ก. ให้อยู่กับตนตามมาตรา 1567 (1) ได้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยส่งมอบเด็กชาย ก. คืนจากจำเลยตามมาตรา 1567 (4)
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 1567 ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ
(1) กำหนดที่อยู่ของบุตร
(2) ทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน
(3) ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป
(4) เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ ทนายความคดีครอบครัว (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3780/2543 โจทก์จำเลยอยู่กินด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนสมรสซึ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 บัญญัติว่า เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย ให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น ดังนั้น จึงถือได้ว่าเด็กชาย ก. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์และมิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ดังนั้นอำนาจปกครองเด็กชาย ก. นั้น ต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 1566 วรรคหนึ่ง คือต้องอยู่กับโจทก์ซึ่งเป็นมารดาฝ่ายเดียว เมื่อจำเลยมิได้เป็นบิดาตามความหมายของมาตรา 1566 ดังกล่าว การตกลงระหว่างโจทก์จำเลยที่ให้เด็กชาย ก. อยู่ในความปกครองของจำเลยจึงไม่มีผลผูกพันเป็นเหตุให้จำเลยมีอำนาจปกครองเด็กชาย ก. ตามมาตรา 1566 วรรคสอง (6) จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะกำหนดที่อยู่ของเด็กชาย ก. ให้อยู่กับตนตามมาตรา 1567 (1) ได้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยส่งมอบเด็กชาย ก. คืนจากจำเลยตามมาตรา 1567 (4)
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 1567 ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ
(1) กำหนดที่อยู่ของบุตร
(2) ทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน
(3) ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป
(4) เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ ทนายความคดีครอบครัว (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2555ค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหน...
26/03/2021

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2555
ค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันหาได้มีหนี้ที่จะต้องปฏิบัติต่อเจ้าหนี้โดยอาศัยความสามารถหรือคุณสมบัติบางอย่างซึ่งต้องกระทำเป็นการเฉพาะตัวไม่
ผู้ค้ำประกันมีความผูกพันต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้อันเป็นความผูกพันในทางทรัพย์สินเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เมื่อ พ. ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนี้อันสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคหนึ่ง
แม้ขณะที่ พ. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ผู้กู้ยังไม่ผิดสัญญาหรือผิดนัดก็ตาม สัญญาค้ำประกันก็หาได้ระงับไปเพราะความตายของ พ. ไม่
"สิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ตามสัญญาค้ำประกันที่ พ. ทำกับโจทก์จึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1600
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2555
ค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันหาได้มีหนี้ที่จะต้องปฏิบัติต่อเจ้าหนี้โดยอาศัยความสามารถหรือคุณสมบัติบางอย่างซึ่งต้องกระทำเป็นการเฉพาะตัวไม่
ผู้ค้ำประกันมีความผูกพันต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้อันเป็นความผูกพันในทางทรัพย์สินเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เมื่อ พ. ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหนี้อันสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคหนึ่ง
แม้ขณะที่ พ. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ผู้กู้ยังไม่ผิดสัญญาหรือผิดนัดก็ตาม สัญญาค้ำประกันก็หาได้ระงับไปเพราะความตายของ พ. ไม่
"สิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ตามสัญญาค้ำประกันที่ พ. ทำกับโจทก์จึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1600
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8655/2544        โจทก์ได้ยกที่ดินให้แก่จำเลย ต่อมาจำเลยประพฤติตนไม่ดี เล่นการพนันและเสพสุรา โจทก์ได้...
22/03/2021

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8655/2544
โจทก์ได้ยกที่ดินให้แก่จำเลย ต่อมาจำเลยประพฤติตนไม่ดี เล่นการพนันและเสพสุรา โจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือน จำเลยไม่ยอมเชื่อฟังกลับด่าโจทก์ว่า "อีแก่ อีชาติหมา มึงจะไปตายไหนก็ไป กูไม่นับถือมึงเป็นแม่ลูกกัน" อันเป็นถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคายเปรียบโจทก์เป็นสัตว์และด่าว่าให้โจทก์ไปตาย และจำเลยใช้ไม้จะตีโจทก์ ซึ่งจำเลยในฐานะบุตรไม่พึงกระทำต่อโจทก์ผู้เป็นมารดา การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์ผู้ให้ย่อมเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุจำเลยผู้รับประพฤติเนรคุณได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2)
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8655/2544
โจทก์ได้ยกที่ดินให้แก่จำเลย ต่อมาจำเลยประพฤติตนไม่ดี เล่นการพนันและเสพสุรา โจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือน จำเลยไม่ยอมเชื่อฟังกลับด่าโจทก์ว่า "อีแก่ อีชาติหมา มึงจะไปตายไหนก็ไป กูไม่นับถือมึงเป็นแม่ลูกกัน" อันเป็นถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคายเปรียบโจทก์เป็นสัตว์และด่าว่าให้โจทก์ไปตาย และจำเลยใช้ไม้จะตีโจทก์ ซึ่งจำเลยในฐานะบุตรไม่พึงกระทำต่อโจทก์ผู้เป็นมารดา การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์ผู้ให้ย่อมเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุจำเลยผู้รับประพฤติเนรคุณได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2)
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8644/2561 จำเลยยืมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปส่งนางสาว ส. เมื่อผู้เสียหายตกลงย่อมเป็นการมอบการครอบค...
18/03/2021

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8644/2561 จำเลยยืมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปส่งนางสาว ส. เมื่อผู้เสียหายตกลงย่อมเป็นการมอบการครอบครองในรถคันดังกล่าวแก่จำเลย โดยจำเลยมีหน้าที่ต้องคืนรถให้แก่ผู้เสียหายเมื่อใช้รถไปส่งนางสาว ส. จนเสร็จสิ้นแล้ว อันเป็นหน้าที่ของผู้ยืม ตามเอกเทศสัญญาเรื่องยืมใช้คงรูป แต่การที่จำเลยไม่คืนและนำรถยนต์คันดังกล่าวไปจำนำหลังจากใช้รถไปส่งนางสาว ส. ชี้ให้เห็นเจตนาทุจริตของจำเลยที่เกิดขึ้นภายหลังจำเลยเข้าครอบครองทรัพย์แล้ว การที่จำเลยนำรถไปจำนำเช่นนี้ ย่อมเป็นการเบียดบัง อันเป็นความผิดฐานยักยอก
มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8644/2561 จำเลยยืมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปส่งนางสาว ส. เมื่อผู้เสียหายตกลงย่อมเป็นการมอบการครอบครองในรถคันดังกล่าวแก่จำเลย โดยจำเลยมีหน้าที่ต้องคืนรถให้แก่ผู้เสียหายเมื่อใช้รถไปส่งนางสาว ส. จนเสร็จสิ้นแล้ว อันเป็นหน้าที่ของผู้ยืม ตามเอกเทศสัญญาเรื่องยืมใช้คงรูป แต่การที่จำเลยไม่คืนและนำรถยนต์คันดังกล่าวไปจำนำหลังจากใช้รถไปส่งนางสาว ส. ชี้ให้เห็นเจตนาทุจริตของจำเลยที่เกิดขึ้นภายหลังจำเลยเข้าครอบครองทรัพย์แล้ว การที่จำเลยนำรถไปจำนำเช่นนี้ ย่อมเป็นการเบียดบัง อันเป็นความผิดฐานยักยอก
มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาฎีกาที่ 4380/2557โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยว่าหากไม่นำเงินมาชำระภายในกำหนด 20 วัน จะดำเนินการตามกฎหมายทันที แ...
17/03/2021

คำพิพากษาฎีกาที่ 4380/2557โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยว่าหากไม่นำเงินมาชำระภายในกำหนด 20 วัน จะดำเนินการตามกฎหมายทันที แสดงว่าโจทก์จะใช้สิทธิทางศาลแล้ว และได้ความจากจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ขณะที่ขายที่ดินให้นางก.นั้น มีที่ดินเพียงแปลงเดียว และเบิกความตอบทนายโจทก์ขออนุญาตศาลถามว่าขณะขายที่ดินให้นางก. ไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ
ดังนี้ เมื่อจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามหนังสือรับสภาพหนี้ และทราบดีว่าโจทก์จะใช้สิทธิทางศาล การที่จำเลยโอนขายที่ดินพร้อมบ้านซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างเดียวให้นางก. โดยโจทก์ไม่ทราบเรื่อง ข้อเท็จจริงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยโอนขายที่ดินพร้อมบ้านโดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350
มาตรา 350 ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาฎีกาที่ 4380/2557โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยว่าหากไม่นำเงินมาชำระภายในกำหนด 20 วัน จะดำเนินการตามกฎหมายทันที แสดงว่าโจทก์จะใช้สิทธิทางศาลแล้ว และได้ความจากจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ขณะที่ขายที่ดินให้นางก.นั้น มีที่ดินเพียงแปลงเดียว และเบิกความตอบทนายโจทก์ขออนุญาตศาลถามว่าขณะขายที่ดินให้นางก. ไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ
ดังนี้ เมื่อจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามหนังสือรับสภาพหนี้ และทราบดีว่าโจทก์จะใช้สิทธิทางศาล การที่จำเลยโอนขายที่ดินพร้อมบ้านซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างเดียวให้นางก. โดยโจทก์ไม่ทราบเรื่อง ข้อเท็จจริงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยโอนขายที่ดินพร้อมบ้านโดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350
มาตรา 350 ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2554 จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาท แต่เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการ...
15/03/2021

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2554 จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาท แต่เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต โดยจดทะเบียนโอนทรัพย์สินนั้นเป็นของตน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา. มาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 352 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีกแม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนทรัพย์มรดกจากจำเลยที่ 1 โดยไม่สุจริตอันเป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดด้วยก็ตาม แต่ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้ เพราะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้กระทำในฐานเป็นผู้จัดการมรดกของผู้อื่นตามคำสั่งศาล คงลงโทษได้เพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353,354 ประกอบด้วยมาตรา 86
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2554 จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาท แต่เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต โดยจดทะเบียนโอนทรัพย์สินนั้นเป็นของตน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา. มาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 352 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีกแม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนทรัพย์มรดกจากจำเลยที่ 1 โดยไม่สุจริตอันเป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดด้วยก็ตาม แต่ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้ เพราะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้กระทำในฐานเป็นผู้จัดการมรดกของผู้อื่นตามคำสั่งศาล คงลงโทษได้เพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353,354 ประกอบด้วยมาตรา 86
มีปัญหาปรึกษาเรา
เครือข่ายทนายความ call center 089-2268899
ทนายใกล้คุณ เครือข่ายทนายความภาคใต้ (ทนายจอย) 099-1524195
Line:@homelawyer

ที่อยู่

22 K-Building, Sukhumvit 35
Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

0991524195

เว็บไซต์

ผลิตภัณฑ์

ทนาย, ทนายความ, คดีอาญา, คดีหย่า, คดีแพ่ง, คดีมรดก
lawyer, lawyers, divorce, criminal, civil, heritage

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายความจังหวัดสงขลา Songkhla Lawyerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายความจังหวัดสงขลา Songkhla Lawyer:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด