สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส หน่วยงานด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์
(1)

รองผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตของจังหวัดนราธิวาส ประจำปีงบประมาณ พ....
03/09/2026

รองผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตของจังหวัดนราธิวาส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

---------------
วันนี้ (3 กันยายน 2569) เวลา 11.30 น. ณ ห้องโสภาพิสัย โรงแรมตันหยง อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตของจังหวัดนราธิวาส ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ เสริมสร้างจิตสำนึกและทัศนคติในการต่อต้านการทุจริต ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคคลทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้านการป้องกันการทุจริต อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตบนพื้นฐานของความโปร่งใส สุจริต ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่ไม่ยอมรับการทุจริต และการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
#กรมประชาสัมพันธ์

จังหวัดนราธิวาส ขอเชิญร่วมงานแถลงข่าว งานของดีเมืองนรา ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569ณ บริเวณริมเขื่อนท่าพระยาสายอำเภอเมือง จั...
03/09/2026

จังหวัดนราธิวาส ขอเชิญร่วมงานแถลงข่าว งานของดีเมืองนรา ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569
ณ บริเวณริมเขื่อนท่าพระยาสายอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส และ เชิญรับชมถ่ายทอดสดการแถลงข่าวฯ
เพจ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส
เพจ : สวท.นราธิวาส
ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

รองผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 2/2569--------------------วันนี้ (...
03/09/2026

รองผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 2/2569

--------------------
วันนี้ (3 กันยายน 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมพระศรีสุทัศน์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (แห่งที่ 2) ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 2/2569 โดยมีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมรับทราบมติการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 และติดตามผลการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและพัฒนาเด็กในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส อาทิ โครงการจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก การจัดสวัสดิการและพัฒนาครอบครัวเด็กแบบมุ่งเป้า การดำเนินงานเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และเงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์ ตลอดจนการสนับสนุนการให้บริการสวัสดิการเด็กในครอบครัวยากจน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานกองทุนคุ้มครองเด็ก การติดตามและให้ความช่วยเหลือเด็กกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงเด็กที่พ้นเกณฑ์การรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) การยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามแนวทาง High Scope การส่งเสริมโรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก การยกระดับศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก การส่งเสริมบ้านปลอดภัยสำหรับเด็ก และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสภาเด็กและเยาวชน

ทั้งนี้ การประชุมมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคุ้มครอง ส่งเสริม และพัฒนาเด็กในจังหวัดนราธิวาสเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และสอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของเด็กและครอบครัวในพื้นที่

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
#กรมประชาสัมพันธ์

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนิน...
03/09/2026

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท ได้แก่ 1. ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และ 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการปรับเพิ่มวงเงินจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 เนื่องจาก รฟท. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงรายละเอียด เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้อง
กับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งทั้ง 3 โครงการจะช่วยเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคม ยกระดับระบบโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพ
และความปลอดภัยในการเดินรถ เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ
แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศ รวมทั้งเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟไทยกับประเทศมาเลเซีย
ผ่านด่านปาดังเบซาร์ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค โดย รฟท. จะเร่งกระบวนการประกวดราคาและ
ลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 พร้อมทั้งปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลองอู่ตะเภา จากคันทางเป็นโครงสร้างสะพานบก เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม อีกทั้ง กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ภายใต้แนวคิดคมนาคมสีเขียว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน เพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรและวิถีชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

รายละเอียด
(1 ก.ย. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 รวม 6 โครงการ โดยแบ่งเป็นการอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้จำนวน 3 โครงการ รวมวงเงินทั้งสิ้น 106,798.32 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มวงเงินจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 เนื่องจากกระทรวงคมนาคมรายงานว่า
การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดของโครงการสายใต้ใหม่ทั้ง 3 โครงการ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการปรับปรุงราคาก่อสร้างให้เป็นปัจจุบันตามต้นทุนค่าวัสดุและค่าน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีการปรับปรุงค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง และค่าชดเชยพืชผลต้นไม้ให้เป็นราคาประเมิน ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังขอปรับเพิ่มวงเงินค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างจากเดิมร้อยละ 2.25 เปลี่ยนเป็นร้อยละ 2.75
ของค่าก่อสร้าง เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งรัฐบาล
จะรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งหมด โดยสำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณรายปี และกระทรวงการคลังจะจัดหาแหล่งเงินกู้พร้อมค้ำประกันภายในประเทศตามความเหมาะสม เพื่อเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ทั้ง 3 โครงการ ประกอบด้วย
1. โครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ใช้ระยะเวลาดำเนินการ
7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2575 วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท
จากเดิม 30,422.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,469.79 ล้านบาท
2. โครงการช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569–2576 วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ซึ่งเดิมเป็นโครงการสุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่–สงขลา เคยประเมินวงเงินไว้ 66,270.51 ล้านบาท ถูกทบทวนเป็น 77,556.97 ล้านบาท แต่คณะรัฐมนตรี
อนุมัติเดินหน้าเฉพาะช่วง สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ ก่อน ส่วนช่วง หาดใหญ่–สงขลา 15,922.42 ล้านบาท ให้ชะลอไว้ จนกว่าจะสามารถดำเนินการผลักดันผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ได้แล้วเสร็จ
3. โครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2574 วงเงิน 8,371.45
ล้านบาท จากเดิม 7,772.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 598.55 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการยังครอบคลุมการปรับปรุงและพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ รวมทั้งรองรับการเพิ่มความถี่ของขบวนรถโดยสารและขบวนรถสินค้า
ในอนาคตโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภาคใต้ โดยจะช่วยเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน เส้นทางช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จะช่วยเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์ เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างประเทศ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ ยังได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีกจำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการช่วงปากน้ำโพ–เด่นชัย 2. โครงการช่วงเด่นชัย–เชียงใหม่ และ 3. โครงการช่วงชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี โดยได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของโครงการ จัดทำกลยุทธ์การตลาด และแผนธุรกิจอย่างรัดกุมตามข้อสังเกตของสำนักงาน
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากประเมินว่าข้อมูลประมาณการผู้โดยสารและสินค้าอาจยังมีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้และยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป
ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา การดำเนินกระบวนการจัดซื้อ
จัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e–bidding) การพิจารณาข้อเสนอ ตลอดจนการเสนอผลการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ การรถไฟฯ คาดว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาและลงนามสัญญาได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ในพื้นที่หาดใหญ่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม การรถไฟฯ ได้ปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟจากคันทาง (Embankment) เป็นโครงสร้างสะพานบก (Viaduct) ในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลองอู่ตะเภา ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร การปรับรูปแบบดังกล่าวจะช่วยลดการกีดขวางทางไหลของน้ำ และเปิดพื้นที่ให้น้ำสามารถระบายผ่านใต้แนวทางรถไฟได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำหลากเข้าสู่พื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่แนวคันทางรถไฟอาจมี
ต่อการระบายน้ำของพื้นที่
อีกทั้ง การใช้โครงสร้างสะพานบกยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น
ของระบบระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในอนาคต รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้างทางรถไฟ และช่วยให้การเดินรถมีความต่อเนื่องมากขึ้นในสถานการณ์น้ำท่วม สำหรับช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ระยะทางประมาณ 29.22 กิโลเมตร ที่ต้องแก้ไขปัญหาผู้บุกรุก จะนำไปพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินโครงการตามที่คณะรัฐมนตรี
มีมติอนุมัติในครั้งนี้ จะมุ่งพัฒนาโครงข่ายหลักให้มีความต่อเนื่องตั้งแต่ชุมพร ผ่านสุราษฎร์ธานีและชุมทางหาดใหญ่ ไปจนถึงปาดังเบซาร์
เพื่อรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรางระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทย จะช่วยให้โครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้มีความต่อเนื่องและ
มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มศักยภาพการเดินทางและการขนส่ง
สินค้า เชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้
พร้อมต่อยอดการเชื่อมโยงระบบรางผ่านปาดังเบซาร์สู่ประเทศมาเลเซีย เพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทาง การค้า และการขนส่งทางรางระหว่างประเทศในอนาคต
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่
ที่จังหวัดสงขลา ครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้เดินหน้าก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ของกรมทางหลวงชนบท ภายใต้แนวคิดคมนาคมสีเขียว (Green Transport) ซึ่งทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 โดยสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ช่วยลดระยะทางจากการเดินทางอ้อมประมาณ 80 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางจากเกือบ 2 ชั่วโมง เหลือประมาณ 15 นาที เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า พร้อมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
ขณะที่ สะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระยะทางประมาณ 2.24 กิโลเมตร จะช่วยลดการพึ่งพาแพขนานยนต์ ซึ่งในบางช่วงต้องรอ 2–3 ชั่วโมง เหลือเวลาข้ามประมาณ 2 นาที ทำให้การเดินทางและขนส่งสินค้ามีความแน่นอนมากขึ้น รวมถึงช่วยให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้ง 2 โครงการให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของ โลมาอิรวดี มีมาตรการติดตามการเคลื่อนไหวของโลมา ควบคุมตะกอนและคุณภาพน้ำ ตลอดจนลดผลกระทบต่อทรัพยากรประมงและวิถีชีวิตชุมชน เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

02/09/2026
02/09/2026

ผู้ว่าฯ นราธิวาส ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมงาน “ของดีเมืองนรา” ประจำปี 2569 เตรียมรับเสด็จฯ อย่างสมพระเกียรติ

วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 17.30 น. นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นางขนิษฐา หอมยามเย็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความพร้อมการจัดบูธนิทรรศการภายในงาน “ของดีเมืองนรา” ประจำปี 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 15–18 กันยายน 2569

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ติดตามความก้าวหน้าการจัดเตรียมสถานที่และบูธนิทรรศการ พร้อมกำชับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย รอบคอบ และสมพระเกียรติ โดยให้ความสำคัญกับการจัดแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และศักยภาพของจังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ จังหวัดนราธิวาสได้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ การจัดนิทรรศการ ระบบอำนวยความสะดวก ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อให้การจัดงานและการรับเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน

สำหรับงาน “ของดีเมืองนรา” จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 12 ถึง 21 กันยายน 2569 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่เปิดโอกาสให้จังหวัดนราธิวาสได้นำเสนอของดีและศักยภาพของพื้นที่ ทั้งด้านสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน ศิลปหัตถกรรม อาหาร วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตอกย้ำความพร้อมของจังหวัดนราธิวาสในการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การท่องเที่ยว และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
#กรมประชาสัมพันธ์

รองผู้ว่าฯ นราธิวาส ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (กชภ.) ไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 119 (ฝ่ายไทย)-----------------น...
02/09/2026

รองผู้ว่าฯ นราธิวาส ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (กชภ.) ไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 119 (ฝ่ายไทย)

-----------------
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้ นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (กชภ.) ไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 119 (ฝ่ายไทย) ระหว่างวันที่ 1-3 ก.ย. 2569 ณ โรงแรมหรรษา เจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน การพัฒนากลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ตลอดจนยกระดับการประสานงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมาย การค้ายาเสพติด และการค้ามนุษย์ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการชุมชนชายแดน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการประสานงานเพื่อรับมือภัยพิบัติ รวมถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและชุมชนชายแดนของทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการพัฒนาการทำงานร่วมกันของคณะทำงานทั้ง 6 คณะ พร้อมนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนพัฒนาระบบอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) ให้สามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน เพื่อเสริมความปลอดภัยตามแนวชายแดน รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HADR)

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
#กรมประชาสัมพันธ์

จังหวัดนราธิวาส ประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เส...
02/09/2026

จังหวัดนราธิวาส ประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 15–18 กันยายน 2569

วันนี้ (2 กันยายน 2569) ที่ห้องประชุมนราภิบาล (ใหญ่) ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 15–18 กันยายน 2569 โดยมี นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมและบูรณาการการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้รับทราบกำหนดการเสด็จพระราชดำเนิน ตลอดจนข้อห่วงใยและข้อสั่งการจากการสำรวจพื้นที่และการประชุมสรุปของคณะส่วนล่วงหน้า พร้อมทั้งทบทวนแนวทางการปฏิบัติในด้านต่าง ๆ อาทิ เส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน แผนถวายความปลอดภัยทุกที่หมาย แผนมาตรการควบคุมโรคติดต่อและแผนถวายความปลอดภัยด้านการแพทย์

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและการบริหารจัดการพื้นที่ ทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่าง ๆ การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การรักษาความปลอดภัยตามเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินและพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนการจัดระบบสื่อสารและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในแต่ละด้านอย่างชัดเจน สามารถรองรับสถานการณ์และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จฯ

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะการจัดเตรียมสถานที่ เส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน และมาตรการรักษาความปลอดภัย ให้มีความพร้อม ครบถ้วน และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อให้การเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
#กรมประชาสัมพันธ์

รอง ผวจ.นราธิวาส ประชุมคณะกรรมการจัดวางผังแม่บทศูนย์ราชการจังหวัดนราธิวาส ———————————————เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายบ...
02/09/2026

รอง ผวจ.นราธิวาส ประชุมคณะกรรมการจัดวางผังแม่บทศูนย์ราชการจังหวัดนราธิวาส
———————————————
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้ นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดวางผังแม่บทศูนย์ราชการจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 2/2569 โดยมี คณะกรรมการฯ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินภายในบริเวณศูนย์ราชการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจัดวางผังแม่บทศูนย์ราชการระดับจังหวัด จังหวัดนราธิวาส ของส่วนราชการ ดังนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนราธิวาส และองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน ณ ห้องประชุมพระนราภิบาล(เล็ก) ช้้น 4 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
#กรมประชาสัมพันธ์

รองผู้ว่าฯ นราธิวาส ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการยกระดับมาตรฐานทางหลวงแผ่นดินเพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหว...
02/09/2026

รองผู้ว่าฯ นราธิวาส ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการยกระดับมาตรฐานทางหลวงแผ่นดินเพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน

----------------------
วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 13.00 น. ณ ทางหลวงหมายเลข 4115 ตอนควบคุม 0102 ตอนกรือซอ–แว้ง ระหว่าง กม.9+525 – กม.14+970 (เป็นตอน ๆ) ตำบลแว้ง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เป็นประธานการตรวจรับพัสดุโครงการยกระดับมาตรฐานทางหลวงแผ่นดินเพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน

ในการนี้ นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้แทนแขวงทางหลวงนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบผลการดำเนินงานและความเรียบร้อยของโครงการ โดยตรวจสอบให้เป็นไปตามรายละเอียดของงาน แบบรูปรายการ สัญญา และเงื่อนไขที่กำหนด รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของงานก่อสร้างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบของทางราชการอย่างครบถ้วน ก่อนดำเนินการตรวจรับพัสดุตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับโครงการดังกล่าว มีวงเงินค่างานตามสัญญา จำนวน 22,749,900.00 บาท ตามสัญญาเลขที่ 1104/2568 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 โดยมี นายศุภชาติ คงประเสริฐ เป็นผู้ควบคุมงาน

ทั้งนี้ โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินทาง ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน อันจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การเดินทางของประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งและต่อเนื่องต่อไป

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส
#กรมประชาสัมพันธ์

ที่อยู่

ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส
Changwat Narathiwat
96000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาสผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส:

ทางลัด

แชร์