Clicky

ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่ - Chiang M

ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่ - Chiang M Open : พุธ - อาทิตย์ เวลา 08.30 - 16.30 น. Tel. 053-217793 , 053-219833 Website : www.cmocity.com ประกอบด้วย หอกลางเวียง (Chiang Mai Cultural Centre) , หอพื้นถิ่นล้านนา (Lanna Folklife Centre) และ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ (Chiang Mai Historical Centre)

เปิดเหมือนปกติ

ประเพณี 'เตียวขึ้นดอย' ไหว้สาป๋ารมีพระบรมธาตุดอยสุเทพ ในวันวิสาขบูชาประเพณีการเดินขึ้นดอยสุเทพจะจัดกันทุกปี ในคืนก่อนวัน...
14/05/2022

ประเพณี 'เตียวขึ้นดอย' ไหว้สาป๋ารมี
พระบรมธาตุดอยสุเทพ ในวันวิสาขบูชา

ประเพณีการเดินขึ้นดอยสุเทพจะจัดกันทุกปี ในคืนก่อนวันวิสาขบูชา ซึ่งจะเป็นวันก่อน วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เหนือ เป็นธรรมเนียมของคนที่อยู่เชียงใหม่ โดยลูกหลานชาวเชียงใหม่ จะมาร่วมกันเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ โดยจะมีขบวนพระภิกษุสงฆ์ และขบวนของคณะต่าง ๆ ทั้งตัวแทนหมู่บ้าน บริษัทห้างร้าน องค์กรต่าง ฯลฯ เดินนำขึ้นไป เริ่มเดินกันตั้งแต่ตอนเย็น จุดเริ่มต้นคือ หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินผ่านหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ และผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ผู้สร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นที่สักการะยิ่งของชาวเชียงใหม่

ลักษณะการเดินทางจะเดินด้วยเท้า ถือประทีป ธูปเทียน เป็นริ้วขบวนประกอบด้วย พระสงฆ์เดินนำหน้าสวดมนต์ และประชาชนเดินตามหลัง และเดินทางขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพหลังจากนั้นก็บำเพ็ญศีลวิปัสสนา ทำบุญตักบาตรในเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วจึงเดินทางกลับ จึงถือว่าได้อานิสงส์แรง หรือได้ทำบุญมากนั่นเอง คนที่เดินขึ้นดอยไม่จำกัดอายุ เราจะสังเกตได้จากคนแก่เดินถือไม้เท้าค่อย ๆ เดินขึ้นไป เด็กวัยรุ่นจับกลุ่มเดินหยอกล้อกันไป กลุ่มของเพื่อนพ้อง บางทีก็เป็นกลุ่มใหญ่ บางทีก็เป็นกลุ่มขนาดเล็กๆ บางกลุ่มเหนื่อยนักก็นั่งพักสองข้างทาง ช่วงนี้เขาไม่อนุญาตให้ขับรถขึ้นไป ระยะทางของคนเดินก็ทิ้งกันเป็นช่วงๆ น่าอิจฉาคนที่เป็นคู่รักใหม่ๆ ที่เดินจูงมือกันขึ้นไป ยิ่งมองแล้วก็แอบอมยิ้มไม่ได้ บางครั้งเราก็เจอเพื่อนโดยบังเอิญ ความสุขแบบนี้จะหาได้จากไหน

ระหว่างทางก็จะมีการแสดงการละเล่นต่างๆ ที่มีคนนำมาจัด เช่น จุดที่มีการร้องเพลงเหนือ การเล่นกลองสะบัดชัย การเล่นสะล้อ ซอซึง ข้างทางตามจุดต่างๆ ก็จะมีคนนำของขึ้นไปขาย ส่วนมากก็เป็นพวกน้ำดื่ม แก้กระหาย หรือถ้าหิวก็มีของกินขายเหมือนกัน แต่บางจุดเขาก็ไม่ได้ขายน่ะครับ แต่จะเป็นของที่เขานำมาแจกเพื่อร่วมทำบุญกับเรา มีทั้งข้าว และน้ำ เป็นของที่องค์กร สถานศึกษา ร้านค้า ห้างร้าน บริษัท หรือ ชาวบ้านนำมาแจกกัน

(ภาพถ่าย ประเพณีเตียวขึ้นดอย พ.ศ. 2560)

---

ถ่ายภาพ : วสันต์ ไวรักษ์
(ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ งานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลนครเชียงใหม่)

#CMCHC
#เชียงใหม่
#chiangmai
#ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่
#chiangmaicityheritagecentre

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือ หรือ 'วันวิสาขบูชา' ตรงกับวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า พุทธศาสนิกชนชาวเชีย...
13/05/2022

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือ หรือ 'วันวิสาขบูชา' ตรงกับวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า พุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่จะร่วมกันสืบสานประเพณีเดินขึ้นพระธาตุ หรือการนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยสุเทพ พระเจดีย์สำคัญคู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล

The 15th day of the waxing moon of the 8th northern lunar month is Visakha Puja Day (Vesak Day), or the day when the Buddha was born, enlightened, and achieved nirvana. Every year on this day, Buddhists in Chiang Mai would either worship the Buddha’s relics or sprinkle water onto their relics on Doi Suthep. In doing so, they believe that they will receive blessings while continuing this age - old tradition.

---

Illustration : วสันต์ ไวรักษ์
(ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ งานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลนครเชียงใหม่)

#CMCHC
#เชียงใหม่
#chiangmai
#ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่
#chiangmaicityheritagecentre

ชวนไปทำความรู้จักร้านหนังสือทำด้วยใจในทุกส่วน The Booksmith เชียงใหม่ของ 'สิโรตม์ จิระประยูร' จากคนขายเครื่องสำอาง กรรมก...
10/05/2022
10 ปี The Booksmith เชียงใหม่ หัวใจของร้านหนังสือที่เพิ่งย้ายร้านไปอยู่ในบ้านเก่า

ชวนไปทำความรู้จักร้านหนังสือทำด้วยใจในทุกส่วน The Booksmith เชียงใหม่ของ 'สิโรตม์ จิระประยูร' จากคนขายเครื่องสำอาง กรรมการผู้จัดการ สู่การตัดสินใจมาเป็นคนทำร้านหนังสือต่างประเทศ ที่ใช้งานดีไซน์และศิลปะเป็นตัวชูโรงจนเท่ไม่เหมือนใคร รวมถึงเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งใจขายหนังสือเป็นอาชีพสุดท้าย และนี่คือการเดินทางตลอด 10 ปีของร้านเล็กพริกขี้หนู ที่จะทำให้คุณสัมผัสความโรแมนติกระหว่างอ่านไปพร้อมกัน

10 ปีของ The Booksmith ร้านขายหนังสือต่างประเทศที่เล็กพริกขี้หนู บริหารธุรกิจภายใต้กฎที่ดิน แรงงาน ทุน ด้วยหัวใจ

ช่องาม ... คูนสายรุ้ง รัตนพฤกษ์ณ หอกลางเวียง | Chiang Mai Cultural Centreดอก 'คูนชมพู' หรือ 'คูนสายรุ้ง' (Rainbow Shower...
07/05/2022

ช่องาม ... คูนสายรุ้ง รัตนพฤกษ์
ณ หอกลางเวียง | Chiang Mai Cultural Centre

ดอก 'คูนชมพู' หรือ 'คูนสายรุ้ง' (Rainbow Shower Tree) ออกดอกบานสะพรั่งในหน้าแล้งและออกดอกทั้งต้นพร้อมผลิใบอ่อน ดอกสีเหลืองแกมส้มและชมพู ออกเป็นช่อใหญ่ตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อเป็นพวงห้อยลง ลักษณะคล้ายต้นคูน เป็นลูกผสมมาจากรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา เกิดจากการผสมของคูนกับกัลปพฤกษ์ นำมาคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์เฉพาะดอกสีเหลืองแกมส้มและชมพู ขึ้นได้ดีในประเทศไทย แต่ไม่ชอบน้ำขัง ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป บานแล้วที่หอกลางเวียง (ด้านหลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) เข้าชมได้ทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. หยุดวันจันทร์ - อังคาร

---
ถ่ายภาพ : วสันต์ ไวรักษ์
(ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ งานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลนครเชียงใหม่)

#CMCHC
#เชียงใหม่
#chiangmai
#ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่
#chiangmaicityheritagecentre

สิริฉัตรมังคลาศิรวาท ‘๙ บรรพกษัตริย์เชียงใหม่’ (พุทธศักราช ๒๓๒๕ – ๒๔๘๒) ในวันฉัตรมงคล'วันฉัตรมงคล' มีความหมายตามพจนานุกร...
04/05/2022

สิริฉัตรมังคลาศิรวาท ‘๙ บรรพกษัตริย์เชียงใหม่’
(พุทธศักราช ๒๓๒๕ – ๒๔๘๒) ในวันฉัตรมงคล

'วันฉัตรมงคล' มีความหมายตามพจนานุกรมว่า พระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร เป็นวันที่ระลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ในมณฑลพายัพราชวงศ์มังรายปกครองเชียงใหม่เป็นเวลา ๒๖๒ ปี จากนั้นเชียงใหม่จึงอยู่ในปกครองพม่าอีก ๒๑๖ ปี แล้วจึงหวนคืนกลับมาสู่ชาวล้านนาอีกครั้งเมื่อเชียงใหม่อายุครบ ๕๐๐ ปี

ในการต่อสู้เพื่อให้เชียงใหม่เป็นอิสระจากพม่า เจ้ากาวิละแห่งเมืองลำปางภายใต้การสนับสนุนจากกรุงเทพฯ ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ต้องการขับพม่าออกจากล้านนา และให้ล้านนาเป็นประเทศกันชนระหว่างสยามและพม่า ภาวะสงครามในช่วงนั้นทำให้ล้านนาระส่ำระสายไม่สงบ ตัวเมืองเชียงใหม่เองถูกทิ้งร้างเกือบยี่สิบปี ภายในเขตกำแพงเมืองก็กลายเป็นป่ารกชัฏ เมื่อพระเจ้ากาวิละได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่แล้ว ต้องใช้เวลาในการบูรณะบ้านเมืองอีกนานนับสิบปี ความสัมพันธ์ทางการปกครองระหว่างสยามและล้านนาในเวลานั้นอยู่ในลักษณะเมืองประเทศราช เชียงใหม่ยังคงมีการปกครองตนเองโดยมีเจ้าหลวงเป็นประมุขที่ต้องเข้าพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาปีละสองครั้ง

ความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักกรุงเทพฯ และเชียงใหม่เป็นไปอย่างแน่นแฟ้น บุคคลสำคัญสองคนที่เชื่อมพระราชไมตรีสองแผ่นดินได้แก่ เจ้าดารารัศมี (พ.ศ.๒๔๑๖-๒๔๗๙) พระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงองค์ที่ ๗ ที่ได้ถวายตัวต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และต่อมาโปรดฯสถาปนาขึ้นเป็นพระราชชายาเจ้าดารารัศมี อีกพระองค์หนึ่งคือ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และเจ้าทิพเกสร พระนัดดาพระเจ้ากาวิละ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐเป็นเจ้านายไทยพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยทูบิงเงน ประเทศเยอรมนี

---

เรียบเรียง, Illustration : วสันต์ ไวรักษ์
(ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ งานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลนครเชียงใหม่)

#CMCHC
#เชียงใหม่
#chiangmai
#ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่
#chiangmaicityheritagecentre

- ทรงพระเจริญ -ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงานศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่ (งานส่งเสริมกา...
04/05/2022

- ทรงพระเจริญ -

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน
ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่ (งานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง
กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลนครเชียงใหม่)

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ศ.ดร.ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ นายอ...
03/05/2022

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ศ.ดร.ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างเทศบาลนครเชียงใหม่ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานด้านนวัตกรรมล้านนาสร้างสรรค์ การสร้างพื้นที่ร่วมสมัยของเมือง การใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์ในการจัดการสิ่งแวดล้อม และการจัดงานเทศกาลประจำเมืองอย่างยั่งยืน โดยมีผศ.ดร.แผ่นดิน อุนจะนำ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ และผศ.ดร.อัมพิกา ชุมมัธยา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายแผนและประกันคุณภาพ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ นายประสงค์ เรือนสอน รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ นางสาวปริศนา ธาติ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ และนางสุวารี วงค์กองแก้ว หัวหน้างานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ เทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ณ ห้องประชุมอาคาร 1 เทศบาลนครเชียงใหม่

source : https://www.cmu.ac.th/th/article/b872167d-ac5f-4341-b5ec-7fba4ca78071

#วันนี้ในอดีต๓๐ เมษายน ๒๕๖๕ ครบรอบประวัติศาสตร์ ๘๗ ปีวันเปิดถนนขึ้นดอยสุเทพครั้งแรกโดยครูบาเจ้าศรีวิชัยย้อนไปเมื่อวันที่...
29/04/2022

#วันนี้ในอดีต
๓๐ เมษายน ๒๕๖๕ ครบรอบประวัติศาสตร์ ๘๗ ปี
วันเปิดถนนขึ้นดอยสุเทพครั้งแรกโดยครูบาเจ้าศรีวิชัย

ย้อนไปเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๘ หรือเมื่อ ๘๗ ปีก่อน คือ วันประวัติศาสตร์วันหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เพราะเป็นวันเปิดถนนให้รถขึ้นดอยสุเทพเป็นครั้งแรก โดยครูบาศรีวิชัย, ครูบาเถิ้ม หลวงศรีประกาศ, เถ้าแก่โหงว และบุคคลอื่น ๆ ซึ่งมีส่วนร่วมในการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ มาชุมนุมอยู่กันอย่างพร้อมพรั่ง เพื่อรอเวลาที่เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ ๙ แห่งราชวงศ์ทิพย์จักรจะเสด็จมาทำพิธีเปิดถนนขึ้นดอยสุเทพ และนั่งรถยนต์ขึ้นดอยสุเทพเป็นครั้งแรก

เมื่อรถยนต์ของเจ้าแก้วนวรัฐมาถึงปะรำพิธีที่เชิงดอยสุเทพ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และก็ประทับรถยนต์ขึ้นไปตามถนนที่เพิ่งสร้างเสร็จ จนกระทั่งถึงเชิงบันไดนาควัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษตามสภาพถนนที่เป็นเพียงดินในครั้งนั้น เจ้าแก้วนวรัฐเสด็จขึ้นไปทรงนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ แล้วประทับรถยนต์เสด็จสู่นครเชียงใหม่ ถนนสายดังกล่าวเมื่อสร้างเสร็จใหม่ ๆ มีชื่อว่า ‘ถนนดอยสุเทพ’ ครั้นต่อมาก็ได้เปลี่ยนเป็น ‘ถนนศรีวิชัย’ เพื่อเป็นเกียรติแก่ครูบาศรีวิชัย ครูบาต๋นบุญแห่งล้านนา ซึ่งเป็นประธานในการสร้างถนนสายนี้

ในอดีตผู้ที่ต้องการจะขึ้นไปเที่ยวหรือไปนมัสการองค์พระธาตุดอยสุเทพ จะใช้วิธีเดินเท้าจากเชิงดอยด้านถนนสุเทพขึ้นไป ว่ากันว่าใช้เวลาประมาณ ๒ - ๓ ชั่วโมง ปีนป่ายไปตามทางลาดชันลัดเลาะไปตามน้ำตกห้วยแก้ว คนที่มีเงินก็อาจนั่งแคร่หรือเสลี่ยงหาบกันขึ้นไป ระหว่างทางจะต้องผ่านหอพระพุทธรูปที่ศาลาผาลาด ปัจจุบันยังคงมีเส้นทางเดินและสะพานอิฐโบราณเหลือให้เห็นอยู่ ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ หลังจากที่ครูบาศรีวิชัยได้ทำพิธีลงจอบแรกสร้างถนนขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพอันมีพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่เป็นประธาน เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ใช้เวลาเพียง ๕ เดือน ๒๒ วัน จึงแล้วเสร็จ และเปิดให้รถขึ้นลงได้เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๔๗๘ เป็นต้นมา

เรียบเรียง, Colorize Photos : วสันต์ ไวรักษ์
(ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ งานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลนครเชียงใหม่)

#CMCHC
#เชียงใหม่
#chiangmai
#ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่
#chiangmaicityheritagecentre

#ดอกลมแล้ง ดอกเหลืองลมแล้ง มาบานไสวกิ่งบ่ามีใบ ดอกไว้เต๋มต้นดอกย้อยลง นกหลงบินด้นดั่งฟ้าเมืองบน งามล้ำยามร้อนแล้งฝน ดอกห...
29/04/2022

#ดอกลมแล้ง
ดอกเหลืองลมแล้ง มาบานไสว
กิ่งบ่ามีใบ ดอกไว้เต๋มต้น
ดอกย้อยลง นกหลงบินด้น
ดั่งฟ้าเมืองบน งามล้ำ
ยามร้อนแล้งฝน ดอกหล่นตกซ้ำ
งามดั่งวาดจ้ำ บนดิน
ยามแล้งบ่าแล้ง น้ำแห้งเหลือหิน
หัวใจ๋ได้ยิน ลมไหวพัดต้อง

---

ค่าวโดย หนานชาติ คนเขียนค่าว
Illustration : วสันต์ ไวรักษ์ (ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ งานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลนครเชียงใหม่)

#CMCHC
#เชียงใหม่
#chiangmai
#ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่
#chiangmaicityheritagecentre

ด้วยภาพลักษณ์ขบถกับบทบาทและหน้าที่ของอาจารย์ ผู้ดีไซน์วิชาสถาปัตย์ให้แซ่บ! พร้อมกับพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้ต๊าซ! ทำความรู้...
27/04/2022
จิรันธนิน กิติกา อ. หัวขบถผู้ดีไซน์วิชาถาปัตย์ให้แซ่บ และพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้ต้าชชช

ด้วยภาพลักษณ์ขบถกับบทบาทและหน้าที่ของอาจารย์ ผู้ดีไซน์วิชาสถาปัตย์ให้แซ่บ! พร้อมกับพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้ต๊าซ! ทำความรู้จักกับ 'อาจารย์ภู - จิรันธนิน กิติกา' อาจารย์สถาปัตย์ มหา'ลัยเชียงใหม่ สมาชิกกลุ่ม เชียงใหม่ ฉันจะดูแลเธอ ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่อยากขับเคลื่อนเมือง นักศึกษา และคนเชียงใหม่ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี พัฒนาได้อย่างยั่งยืน และมีความสุขได้อย่างแท้จริง

คุยกับอาจารย์สถาปัตย์สายแฟชัน ผู้อยากทำให้นักศึกษา คนเมือง และเมืองเชียงใหม่เติบโตอย่างมีทิศทาง สนุก แล....

‘ฟื้นรากของกิ๋น ถิ่นล้านนา’  (The northern Thai cuisine and its culinary roots)เรื่องราวของอาหารเหนือ เป็นมุมหนึ่งของวัฒ...
23/04/2022

‘ฟื้นรากของกิ๋น ถิ่นล้านนา’
(The northern Thai cuisine and its culinary roots)

เรื่องราวของอาหารเหนือ เป็นมุมหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทยอันหลากหลายโดยสืบสาวไปถึงรากของประวัติศาสตร์ เกษตรกรรม รวมไปถึงอิทธิพลของการค้าและบริโภคนิยมที่หล่อหลอมมาจนเป็นอาหารเหนือจากอดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังสามารถเล่าถึงวิธีกรรม วงจร และวิวัฒนาการของอาหารเหนือ ซึ่งโดดเด่นที่รสชาติที่หลากหลาย

แรงผลักดันความโดดเด่นของอาหารในภูมิภาคนี้ โดยในอดีตภาคเหนือได้เป็นศูนย์กลางและเป็นหนึ่งเส้นทางการค้า การพาณิชย์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างมลฑลยูนนานในประเทศจีน ไปจนถึงเมืองเมาะละแหม่ง ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญของพม่า จึงกล่าวได้ว่า “อาหารลูกผสม” นอกจากนี้ชนชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับอาหารล้านนา ยังมีชนชาติพันธุ์พื้นถิ่นได้แก่ ไทลื้อ ไทเขิน ไทยวน ไทยอง และลัวะ กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้มีถิ่นอาศัยอยู่โดยรอบบริเวณล้านนาและได้นำวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ความเชื่อและประเพณีของแต่ละชาติพันธุ์เข้ามาผสมผสานกับวิถีชีวิตของชาวล้านนาในช่วงยุค “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” หลังตกเป็นเมืองขึ้นของพม่ามายาวนาน ทำให้ได้เห็นวิวัฒนาการการปรุงอาหารจากร่องรอยและอิทธิพลของการก้าวผ่านในครั้งนี้

วัฒนธรรมการกินอาหารของชาวเหนือนั้นดั้งเดิมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวรวมไปถึงวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น เช่น ลาบ (เนื้อสัตว์ดิบ สับละเอียด ปรุงด้วยเครื่องเทศและเลือดสด รับประทานพร้อมสมุนไพร) อาหารที่มีที่มาจากความเชื่อ ได้แก่ แกงอ่อม ยำจิ๊นไก่ และแกงขนุน โดยเชื่อว่าหากได้กินอาหารเหล่านี้แล้ว จะเกิดความเป็นศิริมงคล ความอยู่ดีกินดีมีสิ่งเกื้อหนุนให้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น ประกอบกับน้ำพริกต่าง ๆ ที่ชาวเหนือมักรับประทานพร้อมกับข้าวเหนียว โดย น้ำพริก นั้น เปรียบได้กับกระจกเงา สะท้อนถึงความเรียบง่ายของวิถีชีวิตชาวเหนือและร่องรอยของประวัติศาสตร์การกินอาหาร ที่ยึดถือเกษตรกรรมการปลูกข้าว พืชผัก สมุนไพรและปลาน้ำจืดเป็นวิถีหลัก

ประเภทอาหารพื้นบ้านของชาวล้านนา มีชนิดของอาหารและส่วนประกอบของอาหารหลายอย่างซึ่งสามารถจำแนกตามกรรมวิธีการปรุงได้ตามลำดับดังนี้ เช่น

#อาหารชนิดแก๋ง (แกง)
หมายถึงอาหารประเภทที่เป็นน้ำมีชื่อต่าง ๆ ตามวิธีปรุงและเครื่องแกง โดยเครื่องแกงจะโขลกพอละเอียดนำมาละลายกับน้ำให้เป็นน้ำแกง มีเนื้อสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งผสมกับผักหรือผักล้วน

#อาหารชนิดยำ
อาหารประเภทนี้หมายถึงกับข้าวที่ใช้เครื่องโขลก เช่น พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง มะแขว่น กะปิ เกลือเป็นส่วนผสมหลัก คลุกเคล้ากับเนื้อสัตว์และผัก แล้วนำน้ำต้มเนื้อสัตว์นั้นหรือน้ำต้มเข้าผสม ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำปลา

#อาหารชนิดลาบ
คืออาหารที่ใช้เนื้อสัตว์ดิบ เช่น เนื้อความ เนื้อวัว เนื้อหมู หรือปลาสับให้ละเอียดคลุกเคล้ากับเครื่องที่โขลกจากพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง มะแขว่น ข่า เกลือ เป็นต้น ใส่เลือดควาย เลือดวัว หรือเลือดหมู และผัก คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน นำมาปรุงรสเค็มรับประทานดิบก็ได้ ถ้าจะทำให้สุกก็นำไปคั่วกับน้ำหรือน้ำมันเล็กน้อย เรียกว่า ลาบคั่ว

#อาหารชนิดคั่ว
เป็นอาหารที่ใส่กระทะหรือหม้อตั้งไฟ อาจใส่น้ำหรือน้ำมันเพียงเล็กน้อยแล้วค้นกลับไปมาจนสุก ถ้าเป็นการคั่วเนื้อสัตว์จะคั่วกับเครื่องแกง อย่างเช่น แกงแค

#อาหารชนิดต๋ำ (ตำ)
หมายถึงอาหารที่ปรุงรสชาติด้วยการโขลกเครื่องปรุงที่ประกอบด้วยพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ข่า เกลือ แล้วนำส่วนผสมที่จะตำ เช่น ขนุนที่ต้มสุกนำมาตำเข้ากับเครื่องที่ตำไว้แล้วนำน้ำต้มเข้าละลาย โดยหน้าด้วยต้นหอมและผักชี อาหารชนิดต๋ำ เช่น ต๋ำส้มมะม่วง ต๋ำบ่าฝางหนุ่ม ต๋ำบ่าหนุน

#อาหารชนิดส้า
คือการปรุงอาหารด้วยเนื้อสัตว์ดิบ เช่น เนื้อควาย เนื้อวัว ที่หั่นเป็นชิ้นบางพอคำ คลุกเคล้ากับเครื่องที่โคลกจากพริกแห้ง กระเทียม หอมแดง มะแขว่น ข่า เกลือ ใส่เลือดควายหรือเลือดวัว นำมาปรุงรสเค็ม นิยมรับประทานดิบ หากเป็นส้าผักจะคลุกเคล้ากับเครื่องที่โขลกจากพริกหนุ่ม และลดเครื่องเทศกลิ่นฉุนอย่างมะแขว่น เช่น ส้าจิ๊นควาย ส้าจิ๊นวัว ส๊าป๋า ส้าใบมะม่วงอ่อน ส้าบ่าเขือแจ้

#อาหารชนิดแอ่บ
หมายถึงอาหารที่ห่อด้วยใบตอง พับให้แบน กลัดด้วยไม้กลัด แล้วนำไปปิ้งบนเตา โดยใช้ไฟอ่อนจนอาหารสุก และใบตองมีร้อยไหม้เล็กน้อย หรือใช้ก้อนดินกี่ (อิฐ) วางทับบนใบตองให้อาหารมีลักษณะแบนราบ อาหารชนิดแอ่บ เช่น แอ่บป๋า แอ่บถั่วเน่า แอ่บอ่องออ

#อาหารชนิดจ่าว (เจียว ทอด)
เป็นอาหารที่ทำให้สุกด้วยน้ำมันที่เดือด หรืออาหารที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงแบบหนึ่ง แล้วนำมาคั่วน้ำมันเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เช่น หน่อส้มจ่าว (ยำหน่อไม้ดองจ่าว)

#อาหารชนิดห่อนึ่ง (ห่อหมก)
ได้แก่อาหารที่เอาส่วนประกอบมาคลุกเคล้าให้เข้ากันโดยใช้น้ำพริกแกงลักษณะคล้ายห่อหมก แต่จะไม่ใส่กะทิ ลักษณะการห่อเหมือนขนมสอดไส้ แต่ทรงเตี้ยกว่า นิยมเอาใบยอวางบนใบตองก่อนที่จะตักอาหารลงไป แล้วนำไปนึ่ง

#อาหารชนิดจอ
หมายถึงอาหารที่มีวิธีการปรุงโดยการเอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟปรุงรสด้วยกะปิ เกลือป่น ปลาร้า แล้วใส่ผัก ปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะขามเปียก เช่น ผักกาดจอ

สำหรับขนม (ข้าวหนม) ของทางเหนือนั้นจะมีเพียงไม่กี่อย่าง ขนมที่เด็ก ๆ กินกันในฤดูหนาวคือ ข้าวหลาม ข้ามกาบ (ข้าวเกรียบว่าว) ข้าวแต๋น ขนมวง ข้าวต้ม ขนมจ็อก (ขนมเทียน) จะกินกันในช่วงเดือนเมษายนคือในงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง เป็นต้น

ประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างคือ รูปแบบและประเพณีในการบริโภคอาหารของคนพื้นเมืองซึ่งแต่เดิมในอดีตนั้น สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะนั่งล้อมวงขันโตก รับประทานอาหารพร้อมหน้ากัน แต่ในปัจจุบันเมื่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของคนในตัวเมืองเปลี่ยนไปมาก ดังนั้นอาหารเช้าและอาหารกลางวันของสมาชิกในครอบครัวจึงเป็นแบบต่างคนต่างแยกกันรับประทาน อย่างไรก็ตามในอาหารมื้อเย็นก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกทุกคนต่างรับประทานอาหารพร้อมหน้ากัน มีโอกาสพบปะพูดคุยกันและนิยมใช้ขันโตกแทนถาดอาหาร คงไว้ซึ่งวัฒนธรรมในการบริโภคอาหาร แม้ว่าหลายคนจะมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินวิถีชีวิตในเศรษฐกิจแบบทุนนิยมไปบ้างแล้วก็ตาม

อ้างอิง : อ้างอิง : งานนิทรรศการภาพถ่าย "ฟื้นรากคัวกิ๋น ถิ่นลานนา" โดยออสติน บุส. (2559). สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2565, จาก https://reviewchiangmai.com/2854-p/

เสาวลักษณ์ เชื้อคำ. (2561). 'แกงกระด้าง’ อาหารเหนือแห่งลมหนาว. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2565, จาก https://krua.co/food_story/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%20%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8a/

---

เรียบเรียง , Illustration : วสันต์ ไวรักษ์ (ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ งานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลนครเชียงใหม่)

#CMCHC
#เชียงใหม่
#chiangmai
#ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่
#chiangmaicityheritagecentre

ที่อยู่

Prapokklao Rd, Siphum, Muang
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30
เสาร์ 08:30 - 16:30
อาทิตย์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6653217793

เว็บไซต์

http://www.cmocity.com

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่ - Chiang Mผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่ - Chiang M:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Chiang Mai

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ถนนยางนาสารภีในอดีต ศูนย์มรดกเมืองเชียงใหม่ - Chiang Mai City Heritage Centre https://www.facebook.com/chiangmaicityheritagecentre/photos/a.495763907158266/4472919639442653/?type=3
คิดซิ บอกผมตั้งใจเรียน 15%ของ 7 เท่ากับ แบบไม่ใช้เครื่องคิดเลข จำไว้อย่าอวดเก่ง
ขอบคุณแต้เจ้าว เครดิตภาพ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่
ขอบคุณแต้เจ้าว เครดิตภาพ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่
ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีสำคัญของชาวเหนือ หรือชาวล้านนา เฉกเช่นตัวของดิฉัน ซึ่งทางเหนือเราจะเรียกว่าปี๋ใหม่เมือง ซึ่งมักจะตรงกับวันที่ 13 เมษายน หรือ14 เมษายนของแต่ละปี โดยจะเริ่มตั้งแต่วันสังขารล่อง วันเนา วันพญาวัน วันปากปี หรือบางท้องที่ก็ไปจบที่วันปากเดือน หรือวันปากวัน ถือเป็นวันส่งท้ายศักราชเก่า คนเมืองจะตื่นแต่เช้าเป็นพิเศษ ก่อนตีนฟ้ายก เช้ามืดจะมีการยิงปืน จุดประทัด เพื่อไล่สิ่งที่ไม่ดีไปกับสังกรานต์ สาย ๆ จะทำความสะอาดบ้านเรือน บ่าย ชำระล้างร่างกายให้สะอาด แต่ตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่ (คิดถึงโมเม้นที่ยายมาปลุกแบบเช้าตรู่ เพื่อมาเตรียมของไปวัด) วันนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ ตั้งแต่เช้ามืด เป็นวันจับจ่ายซื้อของจำเป็นต้องใช้ในประเพณีปีใหม่ มีการเตรียมอาหารคาวหวาน เช่น ขนมจ็อก ห่อนึ่ง แกงฮังเล หรืออื่น ๆ เพื่อจะเอาเป็นทำบุญที่วัดในวันพญาวัน และเอาไปดำหัวผู้ใหญ่ ช่วงสาย ๆ จะไปชุมนุมกันเพื่อเล่นน้ำปีใหม่ ที่สำคัญมากของวันนี้ คือ เป็นวันขนทรายเข้าวัด เพื่อเป็นการก่อพระเจดีย์ทราย ขนมที่นิยมทำกันในช่วงปีใหม่ได้แก่ ขนมจ็อก ขนมชั้น ขนมเกลือ ช่วงเวลาของประเพณีปีใหม่เมือง แบ่งออกได้ดังนี้ วันสังขารล่อง ปัจจุบันถือเอาวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปีเป็นวันสังขารล่อง เป็นวันแรกของกิจกรรมประเพณี ปีใหม่เมือง หลังเที่ยงคืนวันที่ ๑๓ เมษายน จะมีการจุดประทัด ยิงปืน เพื่อส่งสังขารหรือไล่สังขาร ในวันนี้สมาชิกในครอบครัวจะทำความสะอาดบ้านเรือน และในวันนี้จังหวัดลำพูนได้จัดกิจกรรมในประเพณีปี๋ใหม่เมือง อาทิเช่น ขบวนแห่พระพุทธรูป ตามถนนเจริญราษฏร์ถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหารของหน่วยงาน องค์กร ชุมชนต่างๆ การขนทรายเข้าวัด การแสดงดนตรีพื้นเมือง การจำหน่ายสินค้า อาหารพื้นเมือง เป็นต้น วันเน่าหรือวันเนาว์ วันที่ ๑๔ เมษายน ของทุกปี วันนี้เป็น "วันดา" คือวันที่ต้อง เตรียมสิ่งของต่างๆ เพื่อใช้ทำบุญและดำหัวผู้ใหญ่ในวันรุ่งขึ้น มีการขนทรายที่แม่น้ำเข้าวัด เพื่อก่อเป็นเจดีย์ทราย และความเชื่อบางประการเกี่ยวกับวันเน่า ไม่ควรด่าทอ กล่าวคำร้ายต่อกัน จะเป็นอัปมงคลไปทั้งปี วันพญาวัน ตรงกับวันที่ ๑๕ เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวันเถลิงศก เปลี่ยนศักราชเริ่มต้นปีใหม่ วันนี้มีการทำบุญทางศาสนาแต่เช้าตรู่ และอุทิศกุศลไปถึงญาติผู้ล่วงลับ หรือเรียกว่า "ทานขันข้าว” (ตานขันเข้า) หลังจากนั้นนำตุงปักลงบนกองเจดีย์ทราย และคนเฒ่าคนแก่ก็อยู่ร่วมพิธีเวนทานเจดีย์ทราย ถวายช่อตุงปีใหม่ และฟังเทศนาธรรมอานิสงส์ปีใหม่ ช่วงบ่ายเป็นการรดน้ำดำหัว เพื่อขอขมาคนเฒ่าคนแก่ พ่อแม่ ครูอาจารย์ วันปากปี ตรงกับวันที่ ๑๖ เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวันแรกของปี วันนี้คนล้านนาจะมารวมตัวกันเพื่อทำบุญเสาใจบ้าน หรือส่งเคราะห์บ้าน บางแห่งอาจจะต่อด้วยพิธีสืบชะตาหมู่บ้าน ในตอนค่ำของวันนี้จะมีการบูชาเทียน สืบชะตา ลดเคราะห์ รับโชค เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ครอบครัว และมีความเชื่อบางประการเกี่ยวกับวันปากปี ชาวล้านนาจะกิน "แกงขนุน” หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า "แก๋งบ่าหนุน” กันทุกครอบครัว เพราะเชื่อว่าจะหนุนชีวิตให้เจริญก้าวหน้า 🙏🏽 สงกรานต์ปีนี้เราก็ สงกรานต์ทิพย์ฺกันไปก่อนนะเจ้าวว ขอบคุณแต้เจ้าว เครดิตภาพ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ Baan Fang
💦 สงกรานต์ปีนี้ เรามาขอพรญาติผู้ใหญ่แบบเว้นระยะ และกราบพระที่บ้านกันอีกปีนะคะ ••• ร่วมกันสืบสานประเพณีสงกรานต์ต้อนรับปีใหม่ไทยในช่วง Covid-19 ด้วยแนวทางการปฏิบัติที่ปลอดภัยกันค่ะ ⚜สรงน้ำพระพุทธรูปที่บ้าน ⚜แสดงความกตัญญูและขอพรจากคุณพ่อคุณแม่และญาติผู้ใหญ่ในบ้านเดียวกัน โดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร และสวมใส่หน้ากากอนามัย ⚜ถ้าอยู่ไกลกัน กราบไหว้และขอพรญาติผู้ใหญ่ผ่านช่องทางโทรศัพท์หรือสื่อออนไลน์ 🔻ร่วมกันงดเว้นการจัดงานสงกรานต์และไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนหมู่มาก 🔻ร่วมกันงดเว้นการเดินทางกลับภูมิลำเนา 🔻รักษาสุขภาพกายและใจให้ดี รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 🔻ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกไปสถานที่สาธารณะ ล้างมือด้วยสบู่ และเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ ด้วยนะคะ ••• ชาวชินะปุระ พิษณุโลก จึงขอพาทุกท่านร่วมย้อนวันวานด้วยภาพบรรยากาศงานสงกรานต์เชียงใหม่ในอดีต ❤️เราขอเป็นกำลังใจให้ชาวพิษณุโลก พี่น้องชาวไทย และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน 🙏สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ 🙏 ---------------------------- ขอบพระคุณภาพจากเพจ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่
มาย้อนอดีต เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ ในสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิค ใจกลางเมือง ทั้ง 3 หอศิลป์ /พิพิธภัณฑ์ . ‘เชียงใหม่ ไม่ได้มีแค่คาเฟ่’ นอกจากไลฟ์สไตล์สุดชิค สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองน่าเที่ยวแล้ว ยังมีอัตลักษณ์ความงดงาม ทางประวัติศาสตร์ที่อยู่คงคู่เมืองมาร่วมกว่า700ปี ทำให้เชียงใหม่ไม่เหมือนใคร . iChiangmai ชวนเที่ยวหอศิลปวัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้ความเป็นเชียงใหม่ ตั้งแต่สมัยก่อตั้งเมือง ที่ย่านกลางเมืองอย่างอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ . โดยเครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ ที่ประกอบด้วย 3 อาคาร หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา - Lanna Folklife Museum . เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ ที่อยู่ : ถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200 โทรศัพท์ : 053 - 217 793 . วันและเวลาทำการ : วันพุธ - วันอาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30 - 16.30 น. ปิดทำการวันจันทร์ - วันอังคาร ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท . ค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 90 บาท เด็ก 40 บาท ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.museumthailand.com และ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ . เรื่องโดย : ʟᴀʟʏɴ ภาพโดย : FAIITAG // PP the best กราฟฟิก : Nukvi . กดติดดาวเพจ iChiangmai ไว้จะได้ไม่พลาดเรื่องราวสนุกๆ และสามารถติดตาม iChiangmai ได้ในช่องทางอื่นๆ ที่ ------------------------------------ . Twitter : https://twitter.com/iChiangmai1 Instagram : https://www.instagram.com/ichiangmai/ Youtube : https://1th.me/ssJgk
‘หลวงโยนะการพิจิตร’ พ่อค้าไม้ชาวพม่าผู้มีบทบาทสำคัญ ด้านการอุปถัมภ์และบูรณะวัดสำคัญของล้านนาในอดีต รองอำมาตย์เอกหลวงโยนะการพิจิตร ต้นตระกูล ‘อุปะโยคิน’ เป็นพ่อค้าไม้ชาวพม่าที่มีบทบาทอย่างสูงในสังคมเมืองเชียงใหม่เมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยได้ประกอบคุณงามความดีมากมายเป็นที่รู้จักในหมู่เจ้านายฝ่ายเหนือและให้แก่ทางราชการไทยทั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 รองอำมาตย์เอกหลวงโยนะการพิจิตร เดิมชื่อ ‘หม่องปันโหย่’ หรือ ‘หม่องปันโย’ หรือ ‘อูปันโย’ ทางราชการไทยเขียน ‘มองปันโย’ มีชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า ‘หลวงโยฯ’ หรือพระยาตะก่า หรือ พญาตะก่าพ่อค้าไม้ชาวพม่า หรือ แซงพอ ชื่อ ‘ปันโย’ ในภาษาพม่าแปลว่าดอกไม้ ท่านจึงใช้ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์สำคัญแทนชื่อตัวเอง โดยมีตั้งแต่ดอกสี่กลีบ ห้ากลีบ หกกลีบ แปดกลีบและดอกไม้หลายกลีบจะพบดอกสัญลักษณ์เหล่านี้ประดับในสิ่งก่อสร้างตามวัดวาอารามที่ท่านเคยไปร่วมสร้างหรือช่วยบูรณะ เช่น ด้านข้างหอไตรวัดพระสิงห์มหาวรวิหาร จ.เชียงใหม่ ที่นอกจากจะมีดอกสัญลักษณ์รูปดอกจันไปทั่ว แม้แต่หม้อดอกยังมีดอกสัญลักษณ์เป็นดอกไม้หลายกลีบประดับ หรือดอกจันสัญลักษณ์หลวงโยฯ ที่หน้าประตูเข้าที่เก็บคัมภีร์ใบลานหอไตรวัดพระธาตุหริภุญไชย จ.ลำพูน เป็นต้น ‘หลวงโยฯ’ เข้ามาทำไม้ในไทยตั้งแต่อายุยังน้อย ในตอนปลายรัชสมัยของพระเจ้ากาวิโลลสสุริยวงค์ การเริ่มทำไม้ในล้านนาของท่านได้รับการสนับสนุนจากเจ้าอุบลวรรณา พระธิดาของพระเจ้ากาวิโลลสสุริยวงค์ เมื่อการทำไม้สำเร็จ ท่านจึงได้รับมอบหมายจากเจ้าหลวงและเจ้านายฝ่ายเหนือให้ทำไม้ในป่าต่าง ๆ เช่น ป่าแม่ป๋ามแม่ป๋อย ป่าเมืองงาย ป่าแม่แจ่ม ฯลฯ เมื่อร่ำรวยจากการค้าไม้ หลวงโยจึงได้ตอบแทนคุณแผ่นดินโดยสร้าง ร่วมสร้าง บูรณะ ร่วมบูรณะวัดวาอารามต่าง ๆมากมายนับไม่ถ้วนในล้านนา เช่น วัดเจดีย์เหลี่ยม, วัดเสาหิน, วัดผางยอย, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, วัดแสนฝาง, วัดพระธาตุศรีจอมทอง, วัดบุพผาราม, วัดเชตวัน, วัดมหาวัน, วัดหมื่นล้าน, วัดศรีดอนไชย, วัดชัยมงคล, วัดอุปคุตพม่า, วัดไชยมงคลป่ากล้วย, วัดป่าเปอะ, วัดเกาะกลาง, วัดช้างค้ำ, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดพระธาตุดอยสุเทพ, วัดหนองคำ, วัดป้านปิง, วัดเชตุพน, วัดศรีมุงเมือง, วัดเชียงยืนวัดผาลาด, วัดไชยมงคลจองคา, วัดพระธาตุลำปางหลวง, วัดปงสนุก, วัดเจดีย์ซาว, วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ลำปาง, วัดพระบรมธาตุนครชุม กำแพงเพชร, วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อุตรดิตถ์, วัดพระธาตุหริภุญชัย, วัดพระยืน ลำพูน, วัดศรีโคมคำ พะเยาฯลฯ เมื่อเข้ามาประกอบอาชีพพ่อค้าไม้ไม้ในไทยอย่างมั่นคง มองปันโยได้สมรสกับหญิงไทยชื่อนางบัวแก้ว มีบุตรธิดา 3 คน คือ นายโมส่วย นายองขิ่นและ นางจ๋อน ต่อมาเมื่อนางบัวแก้วเสียชีวิตท่านได้สมรสใหม่กับ นางบัวจีน มีบุตรธิดา 2 คนคือ นายทองอินทร์และนางสาวแดง เสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก ภายหลังเมื่อนางบัวจีนเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ นางบัวจีนจึงขอให้นางหน้อยซึ่งเป็นหลานแท้ ๆ ของนางบัวจีนเป็นภรรยาคนที่ 3 นางบัวจีนเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา หลวงโยฯ มีบุตรธิดากับนางหน้อย 9 คน คือ นายบุญสม นายทองอยู่ นายทองคำ นายทองดี นางสาวสมบูรณ์ นางเกษิณี หรือ มะเย็ง นางศิริลักษณ์ หรือ เส่งเหม่ นายทองสาย หรือ ทองส่วย นางประภาศรี หรือ แสงหล้า หรือ มะเอตัน เมื่อหลวงโยฯสูงอายุต้องการการดูแลใกล้ชิดท่านจึงมีภรรยาคนที่ 4 คือ นางนางซึ่งไม่มีบุตรธิดา และไม่มีบทบาทใด ๆ หลวงโยนะการพิจิตรถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อเวลาตีสามของวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2470 สิริอายุ 82 ปี ท่านได้รับพระราชทานเพลิงศพจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่สุสานช้างคลานมีผู้คนมากมายมาร่วมไว้อาลัยในพิธีพระราชทานเพลิงศพของท่านมีช้างเข้าร่วมขบวนถึงสองร้อยเชือก หัวขบวนถึงสุสานช้างคลานแล้วแต่ท้ายขบวนยังอยู่ที่บ้าน - เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ อ้างอิง : ผศ.ดร. กัลยา ธรรมพงษา. (30 สิงหาคม 2557). หลวงโยนะการพิจิตร..พ่อค้าไม้ชาวพม่าผู้อุปถัมภ์พระเจดีย์ สร้างพระ และอุปถัมภ์วัด. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2563 จาก https://www.gotoknow.org/posts/575376
[ Taztitude x Chiang Mai ART for AIR ] เริ่มแสบจมูกคันตาจากฝุ่นควัน pm2.5 กันแล้วใช่มั้ย วันนี้น้องแทซขอพาทุกคนไปชมนิทรรศการ ART for AIR💨ที่ว่าด้วยเรื่องฝุ่นควัน ไฟป่า และลมหายใจของชาวเชียงใหม่ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังทุกปี . โดยนิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างการตระหนักบนความเข้าใจถึงปัญหามลพิษฝุ่นควัน PM2.5 แสดงผ่านผลงานของศิลปินระดับนานาชาติกว่า 64 คน ไม่ว่าจะเป็น คามิน เลิศชัยประเสริฐ l เป็นเอก รัตน​เรือง l พิเชษฐ กลั่นชื่น l อารยา ราษฎร์จำเริญสุข l อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และอีกมากมาย . 🖼 การพาเด็กไปชมนิทรรศการ ไม่ต่างจากผู้ใหญ่เลย ได้ใช้จินตนาการ ลองแปลความหมายของศิลปะ แล้วแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน บางทีเราจะได้เจอมุมมองใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว . นิทรรศการ ART for AIR จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 30 เม.ย. 64 ครอบคลุมพื้นที่ทางศิลปะทั่วเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่เขตเมืองเก่า หอศิลปวัฒนธรรม เมืองเชียงใหม่ (หลังสามกษัตริย์) เครือข่ายพิพิธภัณฑ์กลางเวียงเชียงใหม่ โกดังจริงใจ Jing Jai Warehouse แกลเลอรี่ สวนสาธารณะ ไปจนถึงวัดวาอาราม . พี่ ๆ คนไหนที่อยู่เชียงใหม่ตามไปชมนิทรรศการกันนะ ใครชอบผลงานชิ้นไหน รู้สึกอย่างไร คอมเม้นต์มาบอกน้องแทซบ้างน๊า . #taztitude #แทซแอตติจูด #เที่ยวเชียงใหม่ #artforair