05/08/2026
สำนักงานบัญชีไทยกับอินโดนีเซีย กำลังเจอโจทย์เดียวกัน
จากเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาชีพระหว่างสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC) กับ Institute of Indonesia Chartered Accountants (IAI) เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 มีสาระที่สำนักงานบัญชีไทยนำไปใช้ได้หลายประเด็น
เริ่มจากภาพของฝั่งไทย ปัจจุบันมีผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี 111,923 คน มีสำนักงานบัญชีที่ได้รับการรับรองเป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จำนวน 192 แห่ง และในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ 183 ราย แบ่งเป็นสมาชิกที่ได้รับการรับรองคุณภาพ 146 ราย และสมาชิกสมทบ 37 ราย ขณะที่ฐานลูกค้าของวิชาชีพคือนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ 967,210 ราย โดยปี 2568 มีจดทะเบียนใหม่ 85,251 ราย เลิกกิจการ 22,783 ราย สุทธิเพิ่มขึ้น 62,468 ราย และร้อยละ 66.5 ของบริษัทตั้งใหม่มีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 1 ล้านบาท สะท้อนว่าตลาดหลักของสำนักงานบัญชีคือ SME
สิ่งที่นำเสนอต่อเวทีคือความท้าทายที่สำนักงานบัญชีไทยเผชิญจริงในทางปฏิบัติ ทั้งเรื่องโครงสร้างราคาที่ถูกมองว่าเป็นต้นทุนตามกฎหมายมากกว่าบริการที่สร้างมูลค่า ความรู้ที่มีอายุสั้นลงเพราะโมเดลธุรกิจและเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วกว่า 3-4 ปีก่อนมาก การหาและรักษาบุคลากรที่ต้นทุนสูงขึ้นสวนทางกับค่าบริการ ความพร้อมของลูกค้าที่ส่งเอกสารช้าและไม่ครบ การปรับระบบตามพัฒนาการของกฎเกณฑ์อย่าง e-Filing และ e-Tax Invoice ที่ต้องลงทุนซ้ำ การเริ่มต้นใช้ AI ที่ติดขัดเรื่องต้นทุนตั้งต้น ความพร้อมของข้อมูล และทักษะของทีมงาน ตลอดจนความคาดหวังด้านความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่สูงขึ้น 📌
เมื่อฟังฝั่งอินโดนีเซีย พบว่าโจทย์คล้ายกันอย่างยิ่ง IAI ระบุความท้าทายร่วมของวิชาชีพไว้ห้าเรื่อง คือการปรับตัวสู่ดิจิทัล การรายงานความยั่งยืน การพัฒนาบุคลากร ความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และมาตรฐานสากลที่ปรับปรุงต่อเนื่อง โดยฝั่งอินโดนีเซียมีสำนักงานบริการด้านบัญชีที่ได้รับใบอนุญาต 701 แห่ง และกำหนดให้ระบบบริหารคุณภาพของทุกสำนักงานต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน SMM 1 ซึ่งอ้างอิงจาก ISQM 1 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2571 เป็นต้นไป
ในช่วงท้าย ฝ่ายไทยได้เสนอแนวทางความร่วมมือที่ทำได้จริงสี่เรื่อง เริ่มจากการจัดทำทำเนียบสำนักงานบัญชีที่ได้รับการรับรองของทั้งสองประเทศเพื่อให้ส่งต่องานกันได้ ตามด้วยการแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านสัมมนาออนไลน์และการศึกษาดูงานด้านระบบคุณภาพและเครื่องมือดิจิทัลภายในปีนี้ การนำร่องโครงการฝึกงานและแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างสำนักงานในปีถัดไป และการพัฒนาชุดเครื่องมือและแบบฟอร์มมาตรฐานร่วมกันสำหรับสำนักงานขนาดเล็กในระยะยาว
จุดตั้งต้นของทั้งหมดนี้เป็นคำถามง่ายๆ เพียงข้อเดียว เมื่อลูกค้าถามว่ามีสำนักงานบัญชีที่ไว้ใจได้ในอีกประเทศหนึ่งไหม วันนี้เรายังตอบเขาไม่ได้ ลูกค้าของเราข้ามพรมแดนไปก่อนแล้ว ถึงเวลาที่สำนักงานบัญชีจะเดินตามไปด้วยกัน
การได้นั่งคุยกันวันนี้ทำให้เห็นชัดว่า สิ่งที่เราคิดว่าเป็นปัญหาเฉพาะของสำนักงานบัญชีไทย แท้จริงเป็นโจทย์ร่วมของวิชาชีพทั้งภูมิภาค และเมื่อโจทย์เหมือนกัน คำตอบก็ไม่จำเป็นต้องหาคนเดียวอีกต่อไป ความร่วมมือครั้งนี้จึงเริ่มเดินหน้าจากสิ่งที่ทำได้ทันที ไม่ใช่รอความพร้อมที่สมบูรณ์แบบ
สมาคมขอขอบคุณสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC) ที่เปิดพื้นที่ให้สำนักงานบัญชีไทยได้มีที่ยืนบนเวทีระดับภูมิภาค และขอขอบคุณ IAI สำหรับมิตรภาพและการแบ่งปันประสบการณ์อันมีคุณค่า สมาคมจะรายงานความคืบหน้าให้สมาชิกทราบต่อไป
อ้างอิง: เอกสารนำเสนอเวที TFAC × IAI Professional Knowledge Exchange Session, 4 สิงหาคม 2569 / TFAC / DBD Business Data Report 2025
สมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ (ACTAP)
#สมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ #นักบัญชียุคดิจิทัล