ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดกระบี่

ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดกระบี่ วิสัยทัศน์ “กลุ่มเป้าหมายได้รับการคุ้มครอง พัฒนาสู่การพึ่งพาตนเอง”

วิสัยทัศน์ (Vision)
“กลุ่มเป้าหมายได้รับการคุ้มครอง พัฒนา สู่การพึ่งพาตนเอง”

กลุ่มเป้าหมาย
คนไร้ที่พึ่ง และผู้ทำการขอทาน

พันธกิจ (Mission)
1. สำรวจและติดตามสภาพปัญหาเกี่ยวกับคนไร้ที่พึ่ง
2. สืบเสาะข้อมูลที่เกี่ยวกับคนไร้ที่พึ่งขอรับการคุ้มครองหรือที่ถูกส่งตัวมายังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และให้การคุ้มครองในเบื้องต้นแก่คนไร้ที่พึ่ง รวมทั้งรับตัวคนไร้ที่พึ่งไว้
3.

ประสานงานเพื่อจัดส่งคนไร้ที่พึ่งไปยังสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง
4. ให้การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งตามสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งมอบหมายหรือตามศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเห็นสมควร
5. คัดกรองผู้ทำการขอทานก่อนประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
6. ดำเนินมาตรการเชิงรุกในเขตพื้นที่รัยผิดชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและบุคคลที่อยู่ในสภาวะลำบากเข้าสู่วิถีการขอทาน หรือเป็นบุคคลไร้ที่พึ่ง
7. เป็นศูนย์เรียนรู้การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทาน


วัฒนธรรมองค์กร
“จิตมุ่งบริการ สร้างสรรค์งานเพื่อสังคม”

ค่านิยมขององค์กร
“ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใส่ใจบริการ ทำงานเพื่อประชาชน ”

📢 ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดกระบี่ ขอเชิญข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนทุกท่านร่วมลงนามถวายสัต...
22/07/2026

📢 ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดกระบี่
ขอเชิญข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนทุกท่าน
ร่วมลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในคุณธรรม และประโยชน์ของประเทศชาติ
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาท

🖥️ ร่วมลงนามได้ทางเว็บไซต์ สำนักงาน ก.พ.
https://formyking.ocsc.go.th/
📅 ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี “สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”ราชทัณฑ์ปันสุข... เยียวยากายใจ สร้างโอกาสใหม่คืนสู่สังคม...
22/07/2026

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”
ราชทัณฑ์ปันสุข...
เยียวยากายใจ สร้างโอกาสใหม่คืนสู่สังคม
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการ "ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์" เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๔
โดยทรงมีพระราชดำริว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่ต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขังเป็นจำนวนมาก และยังขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ตลอดจนเวชภัณฑ์ จึงพระราชทานความช่วยเหลือ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม
แนวคิดของโครงการนี้ตั้งอยู่บนหลักเหตุผลที่ว่า การดูแลสุขภาพกายและใจอย่างเหมาะสม จะช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เมื่อพ้นโทษแล้วสามารถประกอบอาชีพสุจริตและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง
ดังนั้น นอกจากการสนับสนุนทางการแพทย์ โครงการนี้ยังสนับสนุนการให้ความรู้ด้านการพยาบาลเบื้องต้น การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค เพื่อสร้าง "อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ" (อสรจ.) ซึ่งไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรในเรือนจำ แต่ยังเป็นการมอบทักษะติดตัว ควบคู่ไปกับการฝึกอบรมวิชาชีพอื่นๆ ที่สอดคล้องกับความถนัดและตลาดแรงงาน อาทิ งานเกษตรกรรม งานช่างฝีมือและงานประดิษฐ์ที่ต้องใช้ความประณีต ตลอดจนงานบริการ เช่น การประกอบอาหาร เบเกอรี่ ร้านกาแฟ ช่างตัดผม และคาร์แคร์ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและนำไปต่อยอดอาชีพได้ในอนาคต
พระราชวิสัยทัศน์นี้จึงเป็นรากฐานสำคัญของการให้โอกาส เพราะเมื่อสุขภาพกายและใจมีความพร้อม ผสานกับทักษะที่ได้รับการบ่มเพาะ ผู้พ้นโทษจะสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้ ถือเป็นการลดความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ และคืนพลเมืองที่มีคุณภาพกลับสู่สังคมได้อย่างแท้จริง

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”

ราชทัณฑ์ปันสุข...
เยียวยากายใจ สร้างโอกาสใหม่คืนสู่สังคม

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการ "ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์" เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๔

โดยทรงมีพระราชดำริว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่ต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขังเป็นจำนวนมาก และยังขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ตลอดจนเวชภัณฑ์ จึงพระราชทานความช่วยเหลือ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม

แนวคิดของโครงการนี้ตั้งอยู่บนหลักเหตุผลที่ว่า การดูแลสุขภาพกายและใจอย่างเหมาะสม จะช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เมื่อพ้นโทษแล้วสามารถประกอบอาชีพสุจริตและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง

ดังนั้น นอกจากการสนับสนุนทางการแพทย์ โครงการนี้ยังสนับสนุนการให้ความรู้ด้านการพยาบาลเบื้องต้น การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค เพื่อสร้าง "อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ" (อสรจ.) ซึ่งไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรในเรือนจำ แต่ยังเป็นการมอบทักษะติดตัว ควบคู่ไปกับการฝึกอบรมวิชาชีพอื่นๆ ที่สอดคล้องกับความถนัดและตลาดแรงงาน อาทิ งานเกษตรกรรม งานช่างฝีมือและงานประดิษฐ์ที่ต้องใช้ความประณีต ตลอดจนงานบริการ เช่น การประกอบอาหาร เบเกอรี่ ร้านกาแฟ ช่างตัดผม และคาร์แคร์ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและนำไปต่อยอดอาชีพได้ในอนาคต

พระราชวิสัยทัศน์นี้จึงเป็นรากฐานสำคัญของการให้โอกาส เพราะเมื่อสุขภาพกายและใจมีความพร้อม ผสานกับทักษะที่ได้รับการบ่มเพาะ ผู้พ้นโทษจะสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้ ถือเป็นการลดความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ และคืนพลเมืองที่มีคุณภาพกลับสู่สังคมได้อย่างแท้จริง

#ราชทัณฑ์ปันสุข #เยียวยากายใจ #สร้างโอกาสใหม่คืนสู่สังคม
#๑๐เรื่องราวใต้ร่มพระบารมี #สร้างคน_สร้างชาติ_สร้างความยั่งยืน
#เฉลิมพระชนมพรรษา_พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_๒๘_กรกฎาคม_๒๕๖๙

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี “สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”ทรงวางรากฐานแห่งปัญญา บ่มเพาะเยาวชน ให้เป็นพลเมืองคุณภาพ...
22/07/2026

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”
ทรงวางรากฐานแห่งปัญญา บ่มเพาะเยาวชน ให้เป็นพลเมืองคุณภาพ
ด้วยพระราชปณิธานที่จะสืบสานและต่อยอดความเจริญก้าวหน้าของประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นว่ารากฐานที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และทรงตระหนักว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญของความมั่นคงของประเทศ จึงพระราชทานพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ที่มุ่งสร้างคนให้มีคุณภาพควบคู่กับความรู้ทางวิชาการ
โดยมุ่งหล่อหลอมเยาวชนผ่านหลัก ๔ ประการ คือ ต้องมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเปี่ยมด้วยคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี
พระราชวิสัยทัศน์นี้ถูกนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน "โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ." ซึ่งมิใช่เพียงการมอบทุนให้เปล่าเพื่อให้เรียนจนจบปริญญาตรี แต่เป็นระบบการบ่มเพาะทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และจิตสาธารณะ ให้แก่เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
เยาวชนผู้รับทุนจะได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูง รวมทั้งมีโอกาสเข้ารับราชการตามความรู้ความสามารถ และกลับไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเอง
พระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงมิใช่เพียงการให้โอกาสทางการศึกษา แต่คือการสร้างรากฐานความมั่นคงที่เข้มแข็งที่สุดให้แก่ประเทศชาติ เพื่อให้สังคมไทยมีพลเมืองคุณภาพ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนบ้านเมืองให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”

ทรงวางรากฐานแห่งปัญญา บ่มเพาะเยาวชน ให้เป็นพลเมืองคุณภาพ

ด้วยพระราชปณิธานที่จะสืบสานและต่อยอดความเจริญก้าวหน้าของประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นว่ารากฐานที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และทรงตระหนักว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญของความมั่นคงของประเทศ จึงพระราชทานพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ที่มุ่งสร้างคนให้มีคุณภาพควบคู่กับความรู้ทางวิชาการ

โดยมุ่งหล่อหลอมเยาวชนผ่านหลัก ๔ ประการ คือ ต้องมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเปี่ยมด้วยคุณธรรม มีงานทำมีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี

พระราชวิสัยทัศน์นี้ถูกนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน "โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ." ซึ่งมิใช่เพียงการมอบทุนให้เปล่าเพื่อให้เรียนจนจบปริญญาตรี แต่เป็นระบบการบ่มเพาะทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และจิตสาธารณะ ให้แก่เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เยาวชนผู้รับทุนจะได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูง รวมทั้งมีโอกาสเข้ารับราชการตามความรู้ความสามารถ และกลับไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเอง

พระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงมิใช่เพียงการให้โอกาสทางการศึกษา แต่คือการสร้างรากฐานความมั่นคงที่เข้มแข็งที่สุดให้แก่ประเทศชาติ เพื่อให้สังคมไทยมีพลเมืองคุณภาพ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนบ้านเมืองให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

#ทรงวางรากฐานแห่งปัญญา #บ่มเพาะเยาวชน #ให้เป็นพลเมืองคุณภาพ
#๑๐เรื่องราวใต้ร่มพระบารมี #สร้างคน_สร้างชาติ_สร้างความยั่งยืน
#เฉลิมพระชนมพรรษา_พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_๒๘_กรกฎาคม_๒๕๖๙

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี “สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”พระราชวิสัยทัศน์ด้านจิตอาสาปลูกฝังความเสียสละ เพื่อความม...
22/07/2026

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”
พระราชวิสัยทัศน์ด้านจิตอาสา
ปลูกฝังความเสียสละ เพื่อความมั่นคงของชาติ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชวิสัยทัศน์ว่าความมั่นคงที่แท้จริงของประเทศชาติ ต้องเริ่มต้นจากความเข้มแข็งของสังคมภายใน จึงทรงนำแนวคิดด้านจิตอาสา มาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อหล่อหลอมความสามัคคี และปลูกฝังจิตสาธารณะให้กับคนในชาติ ผ่านโครงการจิตอาสาพระราชทาน "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ"
พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ปลุกพลังความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมมือร่วมใจทำความดีเพื่อส่วนรวม และรู้จักการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ครอบคลุมการมีส่วนร่วมทั้งงานพัฒนาชุมชน การช่วยเหลือยามภัยพิบัติ และภารกิจแห่งความเสียสละและช่วยเหลือเกื้อกูลกันนี้ ได้กลายเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของประเทศ
ไม่ว่าสังคมไทยจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ใด ภาพของประชาชนจิตอาสาที่พร้อมใจกันลงพื้นที่เคียงบ่าเคียงไหล่บรรเทาทุกข์เพื่อนมนุษย์ ล้วนเป็นประจักษ์พยานถึงความสำเร็จของการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ
พระราชวิสัยทัศน์ด้านจิตอาสา จึงเป็นการสร้างความสามัคคีของคนในชาติ เป็นการสร้างความมั่นคงจากภายใน เพื่อให้สังคมไทยสามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรคได้อย่างเข้มแข็ง และร่มเย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”

พระราชวิสัยทัศน์ด้านจิตอาสา
ปลูกฝังความเสียสละ เพื่อความมั่นคงของชาติ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชวิสัยทัศน์ว่าความมั่นคงที่แท้จริงของประเทศชาติ ต้องเริ่มต้นจากความเข้มแข็งของสังคมภายใน จึงทรงนำแนวคิดด้านจิตอาสา มาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อหล่อหลอมความสามัคคี และปลูกฝังจิตสาธารณะให้กับคนในชาติ ผ่านโครงการจิตอาสาพระราชทาน "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ"

พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ปลุกพลังความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมมือร่วมใจทำความดีเพื่อส่วนรวม และรู้จักการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ครอบคลุมการมีส่วนร่วมทั้งงานพัฒนาชุมชน การช่วยเหลือยามภัยพิบัติ และภารกิจแห่งความเสียสละและช่วยเหลือเกื้อกูลกันนี้ ได้กลายเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของประเทศ

ไม่ว่าสังคมไทยจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ใด ภาพของประชาชนจิตอาสาที่พร้อมใจกันลงพื้นที่เคียงบ่าเคียงไหล่บรรเทาทุกข์เพื่อนมนุษย์ ล้วนเป็นประจักษ์พยานถึงความสำเร็จของการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ

พระราชวิสัยทัศน์ด้านจิตอาสา จึงเป็นการสร้างความสามัคคีของคนในชาติ เป็นการสร้างความมั่นคงจากภายใน เพื่อให้สังคมไทยสามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรคได้อย่างเข้มแข็ง และร่มเย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน

#พระราชวิสัยทัศน์ด้านจิตอาสา #ปลูกฝังความเสียสละ #เพื่อความมั่นคงของชาติ
#๑๐เรื่องราวใต้ร่มพระบารมี #สร้างคน_สร้างชาติ_สร้างความยั่งยืน
#เฉลิมพระชนมพรรษา_พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_๒๘_กรกฎาคม_๒๕๖๙

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี “สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”น้ำพระราชหฤทัย ที่พึ่งพิงยามวิกฤตแม้ประเทศไทยต้องเผชิญกั...
22/07/2026

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”
น้ำพระราชหฤทัย ที่พึ่งพิงยามวิกฤต
แม้ประเทศไทยต้องเผชิญกับหลายวิกฤตการณ์ ทว่าทุกครั้งพสกนิกรชาวไทยไม่เคยถูกทอดทิ้ง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
ในยามวิกฤตโรคระบาด ทรงตระหนักถึงความเร่งด่วนในการรักษาชีวิตประชาชน จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์กว่า ๒,๔๐๐ ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ พร้อมทั้งพระราชทาน "รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย" และรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ เพื่อลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุก ค้นหาผู้ป่วยในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาด และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา
ไม่เพียงแต่วิกฤตด้านสุขภาพ เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงยังชีพพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "โรงครัวพระราชทาน" เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละทุ่มเทปฏิบัติงานในพื้นที่
ความช่วยเหลือที่ส่งตรงถึงพื้นที่อย่างรวดเร็วและตรงจุดนี้ มิได้เพียงช่วยบรรเทาทุกข์ทางกายเท่านั้น แต่พระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรยังสามารถสร้างขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่
น้ำพระราชหฤทัยของพระองค์จึงเป็นพลังสำคัญ ที่ช่วยให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์วิกฤต สามารถก้าวผ่านทุกความยากลำบากมาได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัยใต้ร่มพระบารมี

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”

น้ำพระราชหฤทัย ที่พึ่งพิงยามวิกฤต

แม้ประเทศไทยต้องเผชิญกับหลายวิกฤตการณ์ ทว่าทุกครั้งพสกนิกรชาวไทยไม่เคยถูกทอดทิ้ง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพระราชทานความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ในยามวิกฤตโรคระบาด ทรงตระหนักถึงความเร่งด่วนในการรักษาชีวิตประชาชน จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์กว่า ๒,๔๐๐ ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ พร้อมทั้งพระราชทาน "รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย" และรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ เพื่อลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุก ค้นหาผู้ป่วยในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาด และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา

ไม่เพียงแต่วิกฤตด้านสุขภาพ เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงยังชีพพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "โรงครัวพระราชทาน" เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละทุ่มเทปฏิบัติงานในพื้นที่

ความช่วยเหลือที่ส่งตรงถึงพื้นที่อย่างรวดเร็วและตรงจุดนี้ มิได้เพียงช่วยบรรเทาทุกข์ทางกายเท่านั้น แต่พระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรยังสามารถสร้างขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่

น้ำพระราชหฤทัยของพระองค์จึงเป็นพลังสำคัญ ที่ช่วยให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์วิกฤต สามารถก้าวผ่านทุกความยากลำบากมาได้อย่างเข้มแข็งและปลอดภัยใต้ร่มพระบารมี

#น้ำพระราชหฤทัย #ที่พึ่งพิงยามวิกฤต
#๑๐เรื่องราวใต้ร่มพระบารมี #สร้างคน_สร้างชาติ_สร้างความยั่งยืน
#เฉลิมพระชนมพรรษา_พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_๒๘_กรกฎาคม_๒๕๖๙

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี “สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”ราชันย์จอมทัพไทย จากพระราชจริยวัตร สู่แบบอย่างแห่งวินัยพ...
22/07/2026

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”
ราชันย์จอมทัพไทย จากพระราชจริยวัตร สู่แบบอย่างแห่งวินัย
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชันษาท่ามกลางขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันงดงามแห่งราชสำนัก ควบคู่ไปกับการทรงเข้ารับการศึกษาด้านกาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชันษาท่ามกลางขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันงดงามแห่งราชสำนัก ควบคู่ไปกับการทรงเข้ารับการศึกษาด้านการทหารอย่างเข้มงวด ณ วิทยาลัยการทหารดันทรูน ประเทศออสเตรเลีย
ณ สถานศึกษาแห่งนั้น พระองค์มิได้ทรงถือพระองค์ตามพระราชอิสริยยศ หากแต่ทรงปฏิบัติพระองค์เฉกเช่นนักเรียนนายร้อยทั่วไป ทรงผ่านการฝึกตามระเบียบแบบแผนทางทหารอย่างเคร่งครัด และทรงดูแลกิจวัตรประจำวันด้วยพระองค์เอง ทั้งการซักฉลองพระองค์และการดูแลเครื่องใช้ส่วนพระองค์ อันเป็นการบ่มเพาะระเบียบวินัย ความอดทน และความรับผิดชอบอย่างลึกซึ้ง
วินัยทางการทหารที่หล่อหลอมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งแห่งพระราชจริยวัตร ได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังสำคัญในการทรงงานเพื่อประเทศชาติ โดยพระองค์ทรงนำความรู้และประสบการณ์ด้านการทหารมาปฏิบัติจริง อาทิ การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมปฏิบัติภารกิจและบัญชาการรบในพื้นที่เสี่ยงภัย ณ ฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้ง จังหวัดเลย เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และทรงสร้างขวัญกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่กำลังพล ตลอดจนราษฎรในพื้นที่
พระราชจริยวัตรในฐานะ "จอมทัพไทย" ได้ทรงเป็นแรงบันดาลใจและแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่ข้าราชการและพสกนิกรชาวไทย ให้มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และระเบียบวินัย เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศชาติ และปกปักรักษาอาณาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบารมีสืบไป

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”

ราชันย์จอมทัพไทย จากพระราชจริยวัตร สู่แบบอย่างแห่งวินัย

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชันษาท่ามกลางขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันงดงามแห่งราชสำนัก ควบคู่ไปกับการทรงเข้ารับการศึกษาด้านกาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชันษาท่ามกลางขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันงดงามแห่งราชสำนัก ควบคู่ไปกับการทรงเข้ารับการศึกษาด้านการทหารอย่างเข้มงวด ณ วิทยาลัยการทหารดันทรูน ประเทศออสเตรเลีย

ณ สถานศึกษาแห่งนั้น พระองค์มิได้ทรงถือพระองค์ตามพระราชอิสริยยศ หากแต่ทรงปฏิบัติพระองค์เฉกเช่นนักเรียนนายร้อยทั่วไป ทรงผ่านการฝึกตามระเบียบแบบแผนทางทหารอย่างเคร่งครัด และทรงดูแลกิจวัตรประจำวันด้วยพระองค์เอง ทั้งการซักฉลองพระองค์และการดูแลเครื่องใช้ส่วนพระองค์ อันเป็นการบ่มเพาะระเบียบวินัย ความอดทน และความรับผิดชอบอย่างลึกซึ้ง

วินัยทางการทหารที่หล่อหลอมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งแห่งพระราชจริยวัตร ได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังสำคัญในการทรงงานเพื่อประเทศชาติ โดยพระองค์ทรงนำความรู้และประสบการณ์ด้านการทหารมาปฏิบัติจริง อาทิ การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมปฏิบัติภารกิจและบัญชาการรบในพื้นที่เสี่ยงภัย ณ ฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้ง จังหวัดเลย เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และทรงสร้างขวัญกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่กำลังพล ตลอดจนราษฎรในพื้นที่

พระราชจริยวัตรในฐานะ "จอมทัพไทย" ได้ทรงเป็นแรงบันดาลใจและแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่ข้าราชการและพสกนิกรชาวไทย ให้มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และระเบียบวินัย เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศชาติ และปกปักรักษาอาณาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบารมีสืบไป

#ราชันย์จอมทัพไทย_จากพระราชจริยวัตร_สู่แบบอย่างแห่งวินัย
#๑๐เรื่องราวใต้ร่มพระบารมี #สร้างคน_สร้างชาติ_สร้างความยั่งยืน
#เฉลิมพระชนมพรรษา_พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_๒๘_กรกฎาคม_๒๕๖๙

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี “สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”พระปฐมบรมราชโองการ คำมั่นสัญญาแด่พสกนิกรในพระราชพิธีบรมร...
22/07/2026

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”
พระปฐมบรมราชโองการ คำมั่นสัญญาแด่พสกนิกร
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยศูรยพิมาน ทรงพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการความว่า
"เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป"
พร้อมทั้งทรงหลั่งทักษิโณทกและตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน ว่าจะทรงปฏิบัติพระราชกิจในการครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรม
พระปฐมบรมราชโองการนี้เป็นคำมั่นสัญญาอันยิ่งใหญ่ ในการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ในการดูแลรักษาแผ่นดินไทยและอาณาราษฎร
พระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงอุทิศในทุกด้าน ทั้งในประเทศและการต่างประเทศ สะท้อนถึงพระราชวิสัยทัศน์และพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นในการธำรงความมั่นคงของชาติ เสริมสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศ และยกระดับเกียรติภูมิของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบารมีอย่างแท้จริง

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”

พระปฐมบรมราชโองการ คำมั่นสัญญาแด่พสกนิกร

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยศูรยพิมาน ทรงพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการความว่า

"เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป"

พร้อมทั้งทรงหลั่งทักษิโณทกและตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน ว่าจะทรงปฏิบัติพระราชกิจในการครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรม

พระปฐมบรมราชโองการนี้เป็นคำมั่นสัญญาอันยิ่งใหญ่ ในการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ในการดูแลรักษาแผ่นดินไทยและอาณาราษฎร

พระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงอุทิศในทุกด้าน ทั้งในประเทศและการต่างประเทศ สะท้อนถึงพระราชวิสัยทัศน์และพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นในการธำรงความมั่นคงของชาติ เสริมสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศ และยกระดับเกียรติภูมิของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบารมีอย่างแท้จริง

#พระปฐมบรมราชโองการ #คำมั่นสัญญาแด่พสกนิกร
#๑๐เรื่องราวใต้ร่มพระบารมี #สร้างคน_สร้างชาติ_สร้างความยั่งยืน
#เฉลิมพระชนมพรรษา_พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_๒๘_กรกฎาคม_๒๕๖๙

03/07/2026

"คนไร้บ้าน" หลายคนไม่ได้เลือกที่จะใช้ชีวิตบนท้องถนน...แต่ชีวิตอาจพาเขามาถึงจุดที่ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีรายได้ และไม่มีใครคอยดูแล

ทุกคนสมควรได้รับ "โอกาส" ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

🏠 พส. พร้อมให้ความช่วยเหลือ
✅ จัดหาที่พักชั่วคราว
✅ ให้คำปรึกษาและฟื้นฟูสภาพจิตใจ
✅ ฝึกอาชีพ สร้างรายได้
✅ พัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง

🤝 หากพบเห็นผู้ประสบปัญหาทางสังคม
ผู้ไร้บ้าน ผู้ถูกทอดทิ้ง หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

📞 แจ้งได้ทันทีที่ สายด่วน พม. 1300
ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตลอด 24 ชั่วโมง

❤️ เพราะทุกคนมีคุณค่า...
เพียงได้รับ "โอกาส" ชีวิตก็สามารถเริ่มต้นใหม่ได้

#พม #สายด่วน1300 #ศูนย์ช่วยเหลือสังคม #คนไร้บ้าน #ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง #สร้างโอกาส #พัฒนาสังคม #คุณภาพชีวิต #ช่วยเหลือสังคม

เอกสารรายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชี...
30/06/2026

เอกสารรายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดกระบี่

ที่อยู่

359 Tharee Road, Tambon Sai Thai
Krabi
81000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6675611065

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดกระบี่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดกระบี่:

ทางลัด

แชร์