ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองพันรบพิเศษ  ศูนย์สงครามพิเศษ กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ🎉 ขอแสดงความยินดีกับกำลังพลของหน่วย 🎉ในโอกาสที่ร.ต. กิตตนพ นิลนิยมสำเร็จการศึกษา หลักสูตรป...
04/09/2026

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ

🎉 ขอแสดงความยินดีกับกำลังพลของหน่วย 🎉

ในโอกาสที่
ร.ต. กิตตนพ นิลนิยม
สำเร็จการศึกษา หลักสูตรป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ รุ่นที่ 52

ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จมา ณ โอกาสนี้

“รุกรบ รู้หน้าที่ สามัคคี มีวินัย”

#กองพันรบพิเศษศูนย์สงครามพิเศษ
#รบพิเศษ
#พลังเงียบเฉียบขาด
#ปปส.52
#กองทัพบก

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ🎉 ขอแสดงความยินดีแก่กำลังพลของหน่วย 🎉พ.ท. กิติศักดิ์ โสวจัสสตากุลผู้บังคับกองพันรบพิเศษ ศู...
04/09/2026

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ

🎉 ขอแสดงความยินดีแก่กำลังพลของหน่วย 🎉

พ.ท. กิติศักดิ์ โสวจัสสตากุล
ผู้บังคับกองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ
ร่วมแสดงความยินดีกับกำลังพลของหน่วย
ในโอกาสที่ สำเร็จหลักสูตรผู้ควบคุมการกระโดดร่มแบบกระตุกเอง รุ่นที่ 3 จำนวน 2 นาย ได้แก่

1. จ.ส.อ. นัฐพล สอนดิษฐ์
2. ส.อ. ชินทัต มาพงษ์

นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของหน่วย และเป็นเครื่องหมายแห่งความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ

ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จมา ณ โอกาสนี้

“รุกรบ รู้หน้าที่ สามัคคี มีวินัย”

#กองพันรบพิเศษศูนย์สงครามพิเศษ
#รบพิเศษ
#พลังเงียบเฉียบขาด

#กองทัพบก

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ 🎉ขอแสดงความยินดีกับกำลังพลที่ได้สำเร็จการศึกษา หลักสูตรชั้นนายร้อย เหล่าสื่อสาร รุ่นที่ 7...
02/09/2026

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ
🎉ขอแสดงความยินดีกับกำลังพล
ที่ได้สำเร็จการศึกษา หลักสูตรชั้นนายร้อย เหล่าสื่อสาร รุ่นที่ 70
ประจำปีงบประมาณ 2569

จำนวน 2 นาย ดังนี้
1. ร.ท. อนุสรณ์ ทองถนอม
2. ร.ท. บพิตร ชื่นอธิกานนท์

#กองพันรบพิเศษศูนย์สงครามพิเศษ
#รบพิเศษ
#พลังเงียบเฉียบขาด
#ทหารสื่อสาร
#กรมการทหารสื่อสาร
#กองทัพบก

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ 🎉ขอแสดงความยินดีกับกำลังพลที่ได้สำเร็จหลักสูตรการรบแบบจู่โจม รุ่นที่ 144จำนวน 4 นาย ดังนี...
02/09/2026

กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ
🎉ขอแสดงความยินดีกับกำลังพล
ที่ได้สำเร็จหลักสูตรการรบแบบจู่โจม รุ่นที่ 144

จำนวน 4 นาย ดังนี้
1. ส.ต.ทศพร พิกุลทอง
2. ส.ต.วิศรุต จันทรา
3. ส.ต.วีระชน ชีด้วง
4. ส.ต.ณัฐวุฒิ ละเริงรัมย์

"รุกรบ รู้หน้าที่ สามัคคี มีวินัย"

#จู่โจม144
#กองพันรบพิเศษศูนย์สงครามพิเศษ
#รบพิเศษ
#พลังเงียบเฉียบขาด
#กองทัพบก

วันที่ 18 สิงหาคม "วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ"เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4ผู้ทรงเป็น "พระบิดาแห่...
18/08/2026

วันที่ 18 สิงหาคม "วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ"
เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
ผู้ทรงเป็น "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย"
#วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
#รัชกาลที่4

17/08/2026

เส้นทางความภาคภูมิใจของชุดไทย
จากพระราชดำริ สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO

ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2503 การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรปของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำมาสู่คำถามสำคัญว่า หากสตรีไทยจะเป็นตัวแทนของชาติ ควรมีเครื่องแต่งกายที่บอกเล่าความเป็นไทยอย่างไร

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญศึกษาการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนัก และนำรูปแบบดั้งเดิมมาประยุกต์เข้ากับวิธีการตัดเย็บสมัยใหม่ จนเกิดเป็น “ชุดไทยพระราชนิยม” 8 แบบ ซึ่งมิได้มุ่งเพียงความงดงาม หากยังสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยและเหมาะสมกับการใช้งานในยุคสมัยนั้น

ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี ชุดไทยได้พัฒนาจากฉลองพระองค์ที่ทรงในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ สู่เครื่องแต่งกายที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยของสตรีไทย และกลายเป็นภาพจำของความเป็นไทยที่ได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก
ปัจจุบัน เส้นทางของชุดไทยในฐานะตัวแทนของชาติกำลังก้าวต่อไปสู่การได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2567 เสนอ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO โดยมีชื่อรายการภาษาอังกฤษว่า Chud Thai: knowledge, craftsmanship and practices of the Thai national costume และอยู่ระหว่างการพิจารณาในรอบปี 2569

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีบทบาทสำคัญในการสืบสานและนำเสนอชุดไทยสู่บริบทร่วมสมัยและเวทีนานาชาติ ทรงพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษา ต่อยอดองค์ความรู้ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับยุคสมัย เพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต ตลอดจนเผยแพร่เรื่องราวของชุดไทยให้เป็นที่เข้าใจในระดับนานาชาติ

การเดินทางของชุดไทยสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO หากได้รับการขึ้นทะเบียน สิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับจึงมิใช่เพียงความภาคภูมิใจ หากยังเป็นโอกาสสำคัญในการอนุรักษ์องค์ความรู้ งานช่างฝีมือ และการสืบทอดวัฒนธรรม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก เข้าใจ และภาคภูมิใจในความเป็นไทยสืบไป

#เส้นทางความภาคภูมิใจของชุดไทย
#จากพระราชดำริสู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม
#มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของUNESCO
#กรมประชาสัมพันธ์ #พระลาน

วันนี้ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๒๐.๐๓ น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่...
12/08/2026

วันนี้ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๒๐.๐๓ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต) นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะสงฆ์ และบุคคล เฝ้า และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวาย และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และพระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มหาจุฬาเตปิฏกํ) อ่านว่า มหาจุฬาเตปิตะกัง) เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มหาจุฬาเตปิฏกํ) อ่านว่า มหาจุฬาเตปิตะกัง) เป็นผลงานวิชาการชั้นสูงทางพระพุทธศาสนา และเพื่อให้พระภิกษุ สามเณร นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มีคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องสมบูรณ์ สำหรับใช้ศึกษาค้นคว้าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาได้อย่างทั่วถึงต่อไป

#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
#พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

🖤 กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นน...
07/08/2026

🖤 กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

🙏 ขอร่วมไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวผู้ประสบเหตุ คณะครู นักเรียน และผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน

🕊️ ขอให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาและฟื้นตัวโดยเร็ว และขอให้ดวงวิญญาณของผู้จากไปสู่สุคติ

ด้วยความอาลัยอย่างยิ่ง

#กองพันรบพิเศษศูนย์สงครามพิเศษ
#ร่วมไว้อาลัย
#ขอแสดงความเสียใจ
#ส่งกำลังใจ
#เหตุการณ์กราดยิง

“วันรพี” ตรงกับวันที่ ๗ สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ทรงไ...
07/08/2026

“วันรพี” ตรงกับวันที่ ๗ สิงหาคม ของทุกปี

เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นนักนิติศาสตร์และทรงวางระบบแบบแผนศาลยุติธรรม รวมถึงทรงจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอันเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งแก่ประเทศชาติ
#วันรพี
#พระบิดาแห่งกฎหมายไทย

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารควันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๒๐...
06/08/2026

กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๒๐.๓๒ น. กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ลงน้ำ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยเมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ถูกอัญเชิญลงจากคาน นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ พร้อมกำลังพลประจำเรือ ได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางเรือ และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากคลองบางกอกน้อย ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร ในเส้นทางสวนเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง วัดระฆังโฆษิตาราม ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที จึงเข้าจอดยังอู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี ทั้งนี้ การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งจำนวน ๔ ลำคือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ โดยจะอัญเชิญลงน้ำและเข้าจอด ณ อู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ระหว่างวันที่ ๕ - ๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ วันละ ๑ ลำ ตามลำดับ

สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ทราบได้จาก บทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ที่ส่งประพันธ์ไว้ว่า “สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม”

สำหรับเรือพระที่นั่งลำปัจจุบันนี้ เป็นเรือสร้างใหม่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่แล้วเสร็จในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี พลเรือตรีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนาวาสถาปนิกผู้ต่อเรือสุพรรณหงส์ โดยจัดให้มีการประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๔๕๔ โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก มีพู่จามรีห้อย ปลายพู่เป็นแก้วผลึก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญาหรือบุษบกไว้สำหรับเป็นที่ประทับ เรือมีความยาวตลอดลำ ๔๔.๙๐ เมตร กว้าง ๗.๑๗ เมตร ลึก ๐.๙๔ เมตร ใช้กำลังพลรวม จำนวน ๗๑ นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ ๖๔ นาย ประกอบด้วย นายเรือ ๒ นาย นายท้าย ๒ นาย ฝีพาย ๕๐ นาย คนถือธงท้าย ๑ นาย พลสัญญาณ ๑ นาย คนขานยาว ๑ นาย คนถือฉัตร ๗ นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จำนวน ๗ นาย

และในวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๕ องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร พิจารณามอบรางวัลเรือโลก แก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เหรียญรางวัลมรดกทางทะเล ขององค์การเรือโลกประจำปี พ.ศ.๒๕๓๕ (The World Ship Trust Heritage Award “Suphannahong Royal Barge”) จากนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่ อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

ทั้งนี้ กองทัพเรือ สำนักพระราชวัง และกรมศิลปากร ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้ร่วมกันดำเนินการซ่อมแซมเรือพระที่นั่งและเรือในริ้วขบวน พร้อมทั้งให้ฝึกซ้อมฝีพาย การเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยในส่วนที่กองทัพเรือได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล การฝึกซ้อมฝีพาย การซ่อมทำเรือพระราชพิธี และการเตรียมท่าเทียบเรือ

ในส่วนของการซ่อมบำรุงบำรุงเรือพระราชพิธี อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการสำรวจ และซ่อมเรือพระที่นั่ง/เรือรูปสัตว์ ด้วยวิธีศิลปะภูมิปัญญาประมงพื้นบ้าน การตอกหมันเรือ ซึ่งนำด้ายดิบมาตอกเข้าไป บริเวณร่องระหว่างไม้กระดานเรือให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าเรือ จากนั้นจึงได้ชันยาเรือผสมกับน้ำมันยางยาแนวในร่องและทาทั่วทั้งบริเวณนอกลำเรือเพื่อป้องกันเพรียงกินไม้ที่จะทำให้เรือผุเร็ว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และได้ส่งมอบให้กรมศิลปากรดำเนินการประดับตกแต่งตัวเรือตามแผนปฏิบัติงานการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยภายหลังจากพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธีในวันนี้แล้ว จะได้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำเพื่อเตรียมการในส่วนของการฝึกซ้อมฝีพายในขั้นตอนต่อไป

สำหรับการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเตรียมความพร้อมกำลังพลในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยขั้นตอนแรก กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ รูปแบบการพายและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ทำหน้าที่นายเรือพระราชพิธี ๕๘ นาย ผู้ทำหน้าที่นายท้าย เรือพระราชพิธี ๑๐๔ นาย เพื่อไปทำหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีของหน่วยรับเรือที่ตนสังกัด

ทั้งนี้ ปัจจุบันการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี อยู่ในขั้นตอนของการฝึกพายในน้ำ ก่อนที่จะมีการฝึกจัดรูปกระบวนในแม่น้ำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ในโอกาสต่อไป

อีกส่วนประกอบสำคัญของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คือ “กาพย์เห่เรือ” ซึ่งเป็นท่วงทำนองอันไพเราะและทำให้ฝีพายเกิดความพร้อมเพรียง โดยกาพย์เห่เรือ ที่ใช้ในครั้งนี้ ประพันธ์โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยและศิลปินดีเด่นจังหวัดราชบุรี ผู้เคยประพันธ์กาพย์เห่เรือ เพื่อใช้ในขบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้ว ๗ ครั้ง โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการประพันธ์

สำหรับรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ใช้กำลังพลประจําเรือพระราชพิธี ได้คัดเลือกกําลังพล จากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จํานวน ๒,๒๐๐ นาย เรือพระราชพิธี จํานวน ๕๒ ลํา แบ่งออกเป็น ๕ ริ้ว ๓ สาย ความยาว ๑,๒๘๐ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร ดังนี้
- ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโมเป็นเรือกลองใน (เป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ) พร้อมด้วยเรือตำรวจ และเรือแซง ๗
- ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ ๘ ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุตเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และปิดท้ายริ้วสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทองเป็นเรือคู่ชัก
- ริ้วสายนอกประกอบด้วยเรือดั้ง สายละ ๑๑ ลำ และเรือแซง สายละ ๓ ลำ

สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วย การซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ การซ้อมย่อย ๑๐ ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม โดยการซ้อมย่อยครั้งแรกในวันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ (วันที่ ๑๗, ๒๐, ๒๗ สิงหาคม วันที่ ๓, ๘, ๑๗, ๒๓ กันยายน วันที่ ๒, ๘, ๑๕,

และการซ้อมใหญ่ ๒ ครั้ง ในวันที่ ๒๑ และ ๒๘ ตุลาคม ก่อนการจัดพระราชพิธี ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จฯ ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนายมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : กองทัพเรือ Royal Thai Navy และ กรมการขนส่งทหารเรือ

#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
#ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพุทธศักราช๒๕๖๙
#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๔รอบ
#สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
#กองทัพเรือ #เรือพระราชพิธี #พระลาน

ที่อยู่

Lop Buri
15000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6636427603

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์