ประชาสัมพันธ์ แพทยสภา

ประชาสัมพันธ์ แพทยสภา ฝ่ายประชาสัมพันธ์แพทยสภา
ติดต่อ
02-590-1886
089-530-1112 เป็นสภาวิชาชีพที่ผดุงไว้ซึ่งความเป็นธรรม มุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานด้านสุขภาพของประชาชน

เปิดเหมือนปกติ

11/05/2021
การผ่าตัดผ่านกล้องทางช่องคลอด : FM91 ก้าวทันโรคกับแพทยสภา : วันที่ 11 พฤษภาคม 2564

ขอเชิญร่วมรับฟัง live
การผ่าตัดผ่านกล้องทางช่องคลอด :
FM91 ก้าวทันโรคกับแพทยสภา : วันที่
11 พฤษภาคม 2564
FM91 ก้าวทันโรคกับแพทยสภา : DJ
ลัดดาวัลย์ คัชชาพงษ์ และ ผู้ช่วย
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สงวนโชค
ล้วนรัตนากร ตำแหน่ง อาจารย์ประจำ
ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ขอนแก่น ตั้งแต่เวลา 10.30 น.
เป็นต้นไป
.............................

แพทยสภา ขอแสดงความยินดีกับผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์วช...
07/05/2021

แพทยสภา
ขอแสดงความยินดีกับ
ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์
ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่ง
คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
และ เป็นกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป
++++++++++++++++++++++++++

แพทยสภา
ขอแสดงความยินดีกับ
ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์
ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่ง
คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
และ เป็นกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป
++++++++++++++++++++++++++

#หมอชวนรู้ ตอนที่ 87 "สื่อสารสร้างสรรค์ เริ่มต้นได้ในครอบครัว"-----------------------------------------------สื่อสารสร้า...
06/05/2021

#หมอชวนรู้ ตอนที่ 87 "สื่อสารสร้างสรรค์ เริ่มต้นได้ในครอบครัว"
-----------------------------------------------

สื่อสารสร้างสรรค์ เริ่มต้นได้ในครอบครัว

ทักษะการสื่อสาร เป็นความสามารถที่จะสื่อความคิดของตนไปพร้อมกับการรับฟังและเข้าใจคำพูดของผู้ผู้อื่น มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคน ทุกสถานที่ทั้งที่บ้านและโรงเรียน เป็นทักษะสำคัญในทักษะศตวรรษที่ 21
การสื่อสารต้องฝึกฝนตั้งแต่เด็ก โดยมีต้นแบบที่ดี เน้นที่การรับฟังอย่างตั้งใจ และสื่อสารให้สั้น ตรง กระชับได้ใจความ
ปัจจุบันพบปัญหาการสื่อสารในเด็กซึ่งอาจเกิดจากการขาดการฝึกฝนที่ดี ขาดโอกาสฝึกฝน ขาดแบบอย่างในเป็นผู้ฟังและผู้สื่อสารที่ดี ใช้ social media มากขึ้นหรือเป็นโรคทางพัฒนาการที่ทำให้เกิดการบกพร่องในการสื่อสาร
.
#การฝึกสอนด้านการสื่อสาร
1. ส่งเสริมให้เด็กแสดงความคิดเห็นได้ชัดเจน และสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้ดีขึ้น
2. ตั้งใจรับฟังสิ่งที่เด็กพูด และจับประเด็น สะท้อนกลับสรุปสิ่งที่เด็กพูด
3. ช่วยในการเรียนและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้อื่น
4. เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเข้าสังคมและการพัฒนาทักษะสังคม
5. ช่วยเพิ่มทักษะในการเขียนสื่อสารซึ่งส่งผลต่อการเรียน
6. ลดความเสี่ยงต่อปัญหาการแยกตัว ซึมเศร้า ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง
.
#ทักษะพื้นฐานในการสื่อสาร
ประกอบด้วยหลายทักษะทั้งทักษะทางการสื่อสารด้วยคำพูด (วจนภาษา) เช่นการเลือกใช้คำพูด การออกเสียงและการใช้ประโยคที่ถูกต้องและส่วนที่ไม่ใช้คำพูด (อวจนภาษา) เช่น รู้จักสบตาผู้ฟังหรือใช้ภาษาท่าทางอย่างเหมาะสม ตลอดจนมีมารยาทในการพูด ไม่พูดแทรก ฟังอย่างตั้งใจ และตอบสนองอย่างเหมาะสม ทักษะในการเข้าวงสนทนา การใช้คำพูดที่เหมาะสมกับสถานการณ์และบุคคล เป็นต้น
.
#แนวทางฝึกทักษะการสื่อสาร
1. พูดคุยกับเด็กสม่ำเสมอ ส่งเสริมให้เด็กพูด เล่าเรื่องในชีวิตประจำวัน สะท้อนความคิด อารมณ์ความรู้สึกต่อเหตุการณ์ โดยที่ตั้งใจรับฟัง (active listening) สิ่งที่เด็กพูด และจับประเด็น สะท้อนกลับสรุปสิ่งที่เด็กพูดเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ควบคู่ไปกับการตอบคำถามของเด็ก
2. ฝึกการบรรยายภาพ ในเด็กเล็กให้บรรยายรายละเอียดองค์ประกอบของภาพที่เห็น เช่น คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ สี รูปทรง จำนวน ในเด็กโตให้บรรยายเหตุการณ์ในภาพและให้เด็กลองวิเคราะห์ เหตุการณ์อะไรที่น่าจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังจากภาพนั้น
3. สร้างบรรยากาศสบายๆ ไม่จ้องจับผิดถูก เพื่อให้เด็กกล้าพอที่จะพูดถึงสิ่งต่างๆในชีวิต ทั้งที่ดีและไม่ดี เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว โดยตั้งถามคำถามปลายเปิดเพื่อให้เด็กได้มีอธิบายความคิดของตน
4. ให้เวลาเด็กในการพูดเพียงพอ อย่าด่วนขัดจังหวะด้วยการสอนหรือแก้ข้อความที่เด็กพูดผิด
5. ฝึกฝนโดยใช้บทบาทสมมติ เช่น เล่นบทครู พี่ นักเรียน ลูกเกเร หรือฝึกนำเสนองานที่บ้านก่อนไปเจอสถานการณ์จริง
6. ส่งเสริมให้เขียนเล่าเรื่องหรือบรรยายความรู้สึกต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ อาจเขียนในรูปแบบไดอารี
7. ต้องระวังเรื่องการเข้าไปแก้ไขคำพูดหรือท่าทางมากจนเกินไปจนอาจทำให้เด็กเสียความมั่นใจและกลายสิ่งที่ไปขัดขวางการเรียนรู้ด้านการสื่อสาร ทั้ง ๆ ที่การตั้งใจฟังและช่วยแก้ไขการสื่อสารของเด็กทั้งเรื่องคำพูดและท่าทางในการพูดเป็นสิ่งดีแต่ต้องทำอย่างพอเหมาะ
8. ส่งเสริมการอ่านหนังสือ การเล่านิทาน
9. กำกับการใช้ social media อย่างเหมาะสมทั้งเรื่องของเวลาและเนื้อหา (ไม่เกิน 1 ชม. สำหรับเด็กต่ำกว่า 10 ปี และ 2 ชม สำหรับเด็กอายุมากกว่า 10 ปี)
-----------------------------------------------
บทความโดย
พ.ญ. นภัทร สิทธาโนมัย
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
-----------------------------------------------

แพทยสภาให้การต้อนรับรองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรต่าง ๆ...
06/05/2021

แพทยสภาให้การต้อนรับรองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบันฝึกอบรมการว่าความชั้นสูง
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2564 เวลา 10.00 น. พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ต้อนรับ นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ในฐานะผู้บริหารที่กำกับดูแลสถาบันฝึกอบรมการว่าความชั้นสูง และนายทีปกร โกมลพันธ์พร อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ในโอกาสที่ สถาบันฝึกอบรม การว่าความชั้นสูง ได้เข้าหารือเพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบันฝึกอบรมการว่าความชั้นสูง
--------------------------------------------------
https://tmc.or.th/index.php/News/News-and-Activities/751

แพทยสภาให้การต้อนรับรองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบันฝึกอบรมการว่าความชั้นสูง
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2564 เวลา 10.00 น. พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ต้อนรับ นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ในฐานะผู้บริหารที่กำกับดูแลสถาบันฝึกอบรมการว่าความชั้นสูง และนายทีปกร โกมลพันธ์พร อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ในโอกาสที่ สถาบันฝึกอบรม การว่าความชั้นสูง ได้เข้าหารือเพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบันฝึกอบรมการว่าความชั้นสูง
--------------------------------------------------
https://tmc.or.th/index.php/News/News-and-Activities/751

04/05/2021
( รู้ทัน ) โรคอ้วน : FM91 ก้าวทันโรคกับแพทยสภา : วันที่ 4 พฤษภาคม 2564

ขอเชิญร่วมฟัง Live
รายการ FM 91 ก้าวทันโรคกับแพทยสภา
เรื่อง "รู้ทันโรคอ้วน"
วิทยากรโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
วันที่ 4 พ.ค. 64 เวลา 10.30น. เป็นต้นไป
............................

"แพทย์ไทยปลอด Covid เพื่อคนไข้มั่นใจและปลอดภัยไปด้วยกัน"**ขอสิทธิรับวัคซีนในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่นี่**.เนื่องจ...
03/05/2021

"แพทย์ไทยปลอด Covid เพื่อคนไข้มั่นใจและปลอดภัยไปด้วยกัน"
**ขอสิทธิรับวัคซีนในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่นี่**
.
เนื่องจากพบว่า หลังจาก ระบบลงทะเบียน รพ.ต่างๆปิด มีสมาชิกแพทยสภาส่วนหนึ่งยังไม่สามารถลงทะเบียนขอรับวัคซีน โควิด-19 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพได้ ตามนโยบาย ท่าน รมว.สธ. และ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข Kiattibhoom Vongrachit
.
แพทยสภา จึงประสานกับทาง "ทีมหมอพร้อม" เพื่อเปิดเป็นจุดตรวจสอบและลงทะเบียนให้แพทย์ เพื่อเข้าระบบขอรับวัคซีน COVID-19 ได้ สำหรับท่านที่ยังไม่สามารถลงทะเบียนจากสถานพยาบาลในช่วงที่ผ่านมาได้ โดยเฉพาะ แพทย์ที่ประกอบวิชาชีพส่วนตัว หรือ อยู่ในคลินิก ที่ไม่ได้เชื่อมกับระบบ เพื่อให้แพทย์ไทยทุกคนสามารถเข้าถึงวัคซีน และ ดูแลผู้ป่วยโดยปลอดภัยจากโควิด-19
.
แพทยสภา ในส่วนบริการสมาชิก ใน MD e-Service จึงได้ทำ link ฟอร์ม เพื่อให้สำหรับสมาชิกเข้าไป กรอก แบบแจ้งความจำนงค์ เพื่อส่งข้อมูลให้กับ ทีมงาน “หมอพร้อม” ในฐานข้อมูลผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต่อไป
.
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ของสมาชิก ขอให้ สมาชิกแพทยสภา ที่สนใจ เข้าคำขอฉีด ผ่านทาง MD E-service
https://www.tmc.or.th/MemberService.php

*ท่านใดยังไม่มี PIN CODE สมัคร online ได้เลยครับ
*ถ้าสมัครแล้วมีปัญหา ติดต่อ 02-590-1887 , 02-590-1884 , 02-590-1886 ในเวลาราชการ ได้ครับ
.
หมายเหตุ :
(1)วัคซีนที่ฉีดจะเป็นตามมาตรฐานที่รัฐบาลกำหนดให้ เมื่อลงแล้ว ท่านต้องโหลดหมอพร้อมไปจองวันเวลาอีกครั้ง จะขึ้นสิทธิภายใน 10 วันทำการ
(2)กรณีแพทย์ท่านใดที่ได้รับวัคซีนแล้ว กรุณาอย่าลงซ้ำ (เพราะแม้ลงผ่านได้ แต่ระบบจะไม่รับ) ขอสงวนสำหรับแพทย์ ที่ไม่สามารถลงหมอพร้อมได้เป็นหลักครับ
.
#แพทยสภาพร้อมดูแลสมาชิก

"แพทย์ไทยปลอด Covid เพื่อคนไข้มั่นใจและปลอดภัยไปด้วยกัน"
**ขอสิทธิรับวัคซีนในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่นี่**
.
เนื่องจากพบว่า หลังจาก ระบบลงทะเบียน รพ.ต่างๆปิด มีสมาชิกแพทยสภาส่วนหนึ่งยังไม่สามารถลงทะเบียนขอรับวัคซีน โควิด-19 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพได้ ตามนโยบาย ท่าน รมว.สธ. และ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข Kiattibhoom Vongrachit
.
แพทยสภา จึงประสานกับทาง "ทีมหมอพร้อม" เพื่อเปิดเป็นจุดตรวจสอบและลงทะเบียนให้แพทย์ เพื่อเข้าระบบขอรับวัคซีน COVID-19 ได้ สำหรับท่านที่ยังไม่สามารถลงทะเบียนจากสถานพยาบาลในช่วงที่ผ่านมาได้ โดยเฉพาะ แพทย์ที่ประกอบวิชาชีพส่วนตัว หรือ อยู่ในคลินิก ที่ไม่ได้เชื่อมกับระบบ เพื่อให้แพทย์ไทยทุกคนสามารถเข้าถึงวัคซีน และ ดูแลผู้ป่วยโดยปลอดภัยจากโควิด-19
.
แพทยสภา ในส่วนบริการสมาชิก ใน MD e-Service จึงได้ทำ link ฟอร์ม เพื่อให้สำหรับสมาชิกเข้าไป กรอก แบบแจ้งความจำนงค์ เพื่อส่งข้อมูลให้กับ ทีมงาน “หมอพร้อม” ในฐานข้อมูลผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต่อไป
.
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน ของสมาชิก ขอให้ สมาชิกแพทยสภา ที่สนใจ เข้าคำขอฉีด ผ่านทาง MD E-service
https://www.tmc.or.th/MemberService.php

*ท่านใดยังไม่มี PIN CODE สมัคร online ได้เลยครับ
*ถ้าสมัครแล้วมีปัญหา ติดต่อ 02-590-1887 , 02-590-1884 , 02-590-1886 ในเวลาราชการ ได้ครับ
.
หมายเหตุ :
(1)วัคซีนที่ฉีดจะเป็นตามมาตรฐานที่รัฐบาลกำหนดให้ เมื่อลงแล้ว ท่านต้องโหลดหมอพร้อมไปจองวันเวลาอีกครั้ง จะขึ้นสิทธิภายใน 10 วันทำการ
(2)กรณีแพทย์ท่านใดที่ได้รับวัคซีนแล้ว กรุณาอย่าลงซ้ำ (เพราะแม้ลงผ่านได้ แต่ระบบจะไม่รับ) ขอสงวนสำหรับแพทย์ ที่ไม่สามารถลงหมอพร้อมได้เป็นหลักครับ
.
#แพทยสภาพร้อมดูแลสมาชิก

กรมการแพทย์แนะแนวทางการดูแลผู้สูงวัยให้ห่างไกลโควิด 19กรมการแพทย์ โดยสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอ...
02/05/2021

กรมการแพทย์แนะแนวทางการดูแลผู้สูงวัยให้ห่างไกลโควิด 19

กรมการแพทย์ โดยสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ แนะผู้สูงอายุยึดหลักแนวทางอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ เอนกายพักผ่อน ออกห่างจากสังคมนอกบ้าน ลดความเสี่ยงติดเชื้อและเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด 19

การดูแลผู้สูงอายุในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

แนะให้ยึดหลัก ดังนี้

1. อาหาร ต้องสะอาด ปรุงสุกใหม่ เลี่ยงอาหารรสจัด เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง และครบ 5 หมู่ และต้องรักษาสุขภาพช่องปาก

2. ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือเท่าที่ทำได้ตามสภาพร่างกายและสมองของผู้สูงอายุ

3. อารมณ์ หากิจกรรมที่ชื่นชอบและมีความสุข ไม่ทำให้เครียด หลีกเลี่ยงสุราและยาเสพติด หากมีความเครียดให้ปรึกษาผู้รู้ใจหรือสายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร.1323

4. เอนกายพักผ่อน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง/วัน

5. ออกห่างจากสังคมนอกบ้าน ทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลไม่ควรออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน และล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจลบ่อย ๆ ก่อนจับหน้ากากอนามัยหรือก่อนรับประทานอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงของเชื้อที่ติดมากับมือของผู้สูงอายุ หากปฏิบัติได้ตามหลักดังกล่าวก็จะทำให้ผู้สูงอายุห่างไกลโควิด 19
**************************************

กรมการแพทย์แนะแนวทางการดูแลผู้สูงวัยให้ห่างไกลโควิด 19

กรมการแพทย์ โดยสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ แนะผู้สูงอายุยึดหลักแนวทางอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ เอนกายพักผ่อน ออกห่างจากสังคมนอกบ้าน ลดความเสี่ยงติดเชื้อและเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด 19

การดูแลผู้สูงอายุในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

แนะให้ยึดหลัก ดังนี้

1. อาหาร ต้องสะอาด ปรุงสุกใหม่ เลี่ยงอาหารรสจัด เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง และครบ 5 หมู่ และต้องรักษาสุขภาพช่องปาก

2. ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือเท่าที่ทำได้ตามสภาพร่างกายและสมองของผู้สูงอายุ

3. อารมณ์ หากิจกรรมที่ชื่นชอบและมีความสุข ไม่ทำให้เครียด หลีกเลี่ยงสุราและยาเสพติด หากมีความเครียดให้ปรึกษาผู้รู้ใจหรือสายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร.1323

4. เอนกายพักผ่อน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง/วัน

5. ออกห่างจากสังคมนอกบ้าน ทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลไม่ควรออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน และล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจลบ่อย ๆ ก่อนจับหน้ากากอนามัยหรือก่อนรับประทานอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงของเชื้อที่ติดมากับมือของผู้สูงอายุ หากปฏิบัติได้ตามหลักดังกล่าวก็จะทำให้ผู้สูงอายุห่างไกลโควิด 19
**************************************

กรม อ. เผยหญิงท้องติดโควิด-19 เสี่ยงอาการรุนแรง แนะฉีดวัคซีนป้องกันหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์+++++++++++++++++++++++++++++...
30/04/2021

กรม อ. เผยหญิงท้องติดโควิด-19 เสี่ยงอาการรุนแรง แนะฉีดวัคซีนป้องกันหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจพบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 77 ราย ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ และพบการติดเชื้อในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ถึงร้อยละ 81.5 แนะนำหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกัน แต่ให้เหมาะควรฉีดช่วงหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ พร้อมย้ำป้องกันตัวเองต่อเนื่อง สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกการประชุมคณะทำงานการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ และหลังคลอดที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้นำเสนอข้อมูลการสำรวจของกรมอนามัยล่าสุด 28 เมษายน 2564 พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 77 ราย ไม่มีอาการ 43 ราย มีอาการปอดอักเสบ แต่ไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ 21 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.5 ติดเชื้อในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ โดยข้อมูลการใช้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์พบยังมีไม่มาก แต่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด 19 มีความเสี่ยงที่โรคจะรุนแรงกว่าคนทั่วไป ดังนั้น การนัดหมายตรวจครรภ์ กรณีตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 โดยไม่มีการนัดตรวจพิเศษอื่น ๆ สามารถโทรติดต่อขอเลื่อนนัดตรวจครรภ์ออกไปตามความเหมาะสม ส่วนในรายที่อายุครรภ์ 32 สัปดาห์เป็นต้นไป และในรายที่เป็นกลุ่มครรภ์เสี่ยงสูงหรือมีโรคร่วม ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ธัยรอยด์ หัวใจ หอบหืด ปอดเรื้อรัง ไต และภูมิต้านทานผิดปกติ ควรไปฝากครรภ์ตามแพทย์นัดทุกครั้ง โดยมีการนัดเวลาล่วงหน้า เพื่อลดระยะเวลาอยู่โรงพยาบาลให้สั้นที่สุด หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ แนะนำให้มีผู้ติดตามไม่เกิน 1 คนและ สวมหน้ากากตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน พกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวเพื่อล้างมือให้สะอาดเมื่อจำเป็น ระหว่างนั่งรอตรวจหรือรับยา ให้เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร เมื่อกลับถึงบ้านให้ถอดหน้ากากทิ้งอย่างถูกวิธี ล้างมือ และเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที สังเกตอาการผิดปกติของการตั้งครรภ์ เช่น บวม ลูกดิ้นน้อยลง มีเลือดออกทางช่องคลอด เจ็บครรภ์ น้ำเดิน หากมีอาการดังกล่าว ให้โทรประสานกับหน่วยบริการที่ฝากครรภ์เพื่อส่งต่อโรงพยาบาลต่อไป

ทางด้าน นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ และโฆษกกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัยโดยสำนักส่งเสริมสุขภาพ ได้ประชุมหารือร่วมกับ รศ.นายแพทย์ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ ประธานอนุกรรมการอนามัยแม่และเด็ก ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคติดเชื้อ และอนุกรรมการมารดาและทารกปริกำเนิด ภายใต้คณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กแห่งชาติ

ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น โดยมีคำแนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับวัคซีน และควรได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์และอาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน รวมทั้งความเสี่ยงที่จะติดโรคโควิด-19 และความรุนแรงของโรค ก่อนตัดสินใจ ซึ่งหญิงตั้งครรภ์ที่ควรได้รับวัคซีนก่อนนั้น มีหลักการพิจารณาเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ได้แก่ กลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่น บุคลากรทางการแพทย์ หรือบุคคลที่ทำงานในลักษณะที่ต้องสัมผัสกับคนหมู่มาก บุคคลที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคสูง รวมถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรครุนแรงเมื่อติดเชื้อ เช่น หญิงตั้งครรภ์ที่มี โรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรัง หอบหืด น้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์ สำหรับช่วงเวลาที่แนะนำให้ฉีดวัคซีนคือช่วงหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์เป็นต้นไป และแนะนำให้ฉีดวัคซีนซิโนแวคก่อน เนื่องจากผลิตจากเชื้อ ที่ตายแล้ว ในขณะที่แอสตราเซเนกา เป็น viral vector vaccine มีโอกาสเกิดอาการไข้หลังฉีดได้มาก และมีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหญิงที่อายุน้อยกว่า 30 ปี แต่พบน้อยมาก สำหรับหญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ และ หญิงให้นมบุตร สามารถรับการฉีดวัคซีนได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรม อ. เผยหญิงท้องติดโควิด-19 เสี่ยงอาการรุนแรง แนะฉีดวัคซีนป้องกันหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจพบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 77 ราย ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการ และพบการติดเชื้อในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ถึงร้อยละ 81.5 แนะนำหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกัน แต่ให้เหมาะควรฉีดช่วงหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ พร้อมย้ำป้องกันตัวเองต่อเนื่อง สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกการประชุมคณะทำงานการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ และหลังคลอดที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้นำเสนอข้อมูลการสำรวจของกรมอนามัยล่าสุด 28 เมษายน 2564 พบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 77 ราย ไม่มีอาการ 43 ราย มีอาการปอดอักเสบ แต่ไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ 21 ราย เสียชีวิต 1 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.5 ติดเชื้อในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ โดยข้อมูลการใช้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์พบยังมีไม่มาก แต่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด 19 มีความเสี่ยงที่โรคจะรุนแรงกว่าคนทั่วไป ดังนั้น การนัดหมายตรวจครรภ์ กรณีตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 โดยไม่มีการนัดตรวจพิเศษอื่น ๆ สามารถโทรติดต่อขอเลื่อนนัดตรวจครรภ์ออกไปตามความเหมาะสม ส่วนในรายที่อายุครรภ์ 32 สัปดาห์เป็นต้นไป และในรายที่เป็นกลุ่มครรภ์เสี่ยงสูงหรือมีโรคร่วม ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ธัยรอยด์ หัวใจ หอบหืด ปอดเรื้อรัง ไต และภูมิต้านทานผิดปกติ ควรไปฝากครรภ์ตามแพทย์นัดทุกครั้ง โดยมีการนัดเวลาล่วงหน้า เพื่อลดระยะเวลาอยู่โรงพยาบาลให้สั้นที่สุด หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ แนะนำให้มีผู้ติดตามไม่เกิน 1 คนและ สวมหน้ากากตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน พกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวเพื่อล้างมือให้สะอาดเมื่อจำเป็น ระหว่างนั่งรอตรวจหรือรับยา ให้เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร เมื่อกลับถึงบ้านให้ถอดหน้ากากทิ้งอย่างถูกวิธี ล้างมือ และเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที สังเกตอาการผิดปกติของการตั้งครรภ์ เช่น บวม ลูกดิ้นน้อยลง มีเลือดออกทางช่องคลอด เจ็บครรภ์ น้ำเดิน หากมีอาการดังกล่าว ให้โทรประสานกับหน่วยบริการที่ฝากครรภ์เพื่อส่งต่อโรงพยาบาลต่อไป

ทางด้าน นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ และโฆษกกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัยโดยสำนักส่งเสริมสุขภาพ ได้ประชุมหารือร่วมกับ รศ.นายแพทย์ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ ประธานอนุกรรมการอนามัยแม่และเด็ก ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคติดเชื้อ และอนุกรรมการมารดาและทารกปริกำเนิด ภายใต้คณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กแห่งชาติ

ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น โดยมีคำแนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับวัคซีน และควรได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์และอาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน รวมทั้งความเสี่ยงที่จะติดโรคโควิด-19 และความรุนแรงของโรค ก่อนตัดสินใจ ซึ่งหญิงตั้งครรภ์ที่ควรได้รับวัคซีนก่อนนั้น มีหลักการพิจารณาเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ได้แก่ กลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่น บุคลากรทางการแพทย์ หรือบุคคลที่ทำงานในลักษณะที่ต้องสัมผัสกับคนหมู่มาก บุคคลที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคสูง รวมถึงกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรครุนแรงเมื่อติดเชื้อ เช่น หญิงตั้งครรภ์ที่มี โรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรัง หอบหืด น้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์ สำหรับช่วงเวลาที่แนะนำให้ฉีดวัคซีนคือช่วงหลังอายุครรภ์ 12 สัปดาห์เป็นต้นไป และแนะนำให้ฉีดวัคซีนซิโนแวคก่อน เนื่องจากผลิตจากเชื้อ ที่ตายแล้ว ในขณะที่แอสตราเซเนกา เป็น viral vector vaccine มีโอกาสเกิดอาการไข้หลังฉีดได้มาก และมีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหญิงที่อายุน้อยกว่า 30 ปี แต่พบน้อยมาก สำหรับหญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ และ หญิงให้นมบุตร สามารถรับการฉีดวัคซีนได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ที่อยู่

อาคารสภาวิชาชีพ ชั้น 12 เลขที่ 88/19 ซอยสาธารณสุข 8 ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข

11000

ข้อมูลทั่วไป

เป็นหน่วยงานของรัฐ ตั้งขึ้น พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2511 และฉบับแก้ไข พ.ศ.2525 โดยมีคณะกรรมการแพทยสภา กำกับทิศทางการดำเนินงานของหน่วยงาน

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66895301112

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ประชาสัมพันธ์ แพทยสภาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ประชาสัมพันธ์ แพทยสภา:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ